[NCT] Pure Love จอมใจองค์ราชัน II [ JaeDo]

ตอนที่ 20 : SF: Return [Jaedo]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,175
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 74 ครั้ง
    2 มิ.ย. 62

SF: Return

Note: SF เรื่องนี้อยู่ในเล่มของ #PLjaedo ขอเอามาลงให้หายคิดถึงคู่นี้

 

 

 

          คุณเคยรู้สึกรึเปล่า 

          หากว่าชีวิตอยากจะย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรบ้างอย่างได้

          สิ่งแรกที่คุณจะทำมันคืออะไร?

          ถ้าหากสิ่งที่คิมโดยองอยากจะย้อนเวลาไปแก้ไขได้

          วันนั้น...เขาเลือกที่จะขอโทษมากกว่าการใช้ทิฐิและอารมณ์วันนี้คงไม่เป็นแบบนี้

 

 

 

 

          ร่างบางที่อยู่ในชุดสูทสีดำเล่นลวดลายกราฟฟิคที่ข้อมือสีทองที่สวมทับเสื้อเชิ้ตสีดำเข้มริ้วขาว  สวมเนคไทสีทองที่กำลังเดินเข้ามาภายในงานแต่งงานพร้อมกับกล่องของขวัญขนาดเล็ก  พร้อมกับโบกมือทักทายเพื่อนฝูงที่ต่างส่งเสียงทักทายคุณหมอโดยองที่วันนี้เคลียร์คิวตารางผ่าตัดมางานแต่งของเพื่อนรักร่างเล็กที่เจ้าตัวพุ่งตัวมากอดทันทีที่เห็นหน้า  พร้อมกับหอมแก้มซ้ายหอมแก้มขวา

 

 

          “นายกำลังทำให้เจ้าบ่าวอยากฆ่าฉันนะเตนล์”

 

 

          “พี่แทยงไม่หึงเพราะแค่นี้หรอกใช่ไหมฮะ  ฉันว่าแล้วนายใส่ชุดนี้แล้วต้องดูดีมากๆ” ร่างเล็กบอบบางในชุดสูทสีขาวเรียบๆ หันไปถามเสียงอ้อนๆ กับร่างสูงในชุดสูทสีขาวเหมือนกันที่เดินตามหลังมา  ในขณะที่ตัวเองคล้องเพื่อนรักที่ไม่ได้เจอกันนานหลายเดือนก็คงนับตั้งแต่เตนล์กับแทยงเอาการ์ดงานแต่งไปเชิญคุณหมอโดยองที่โรงพยาบาล

 

 

          “พี่เห็นว่าเป็นคุณหมอหรอกนะ”

 

 

          “เห็นไหม  โดยองกังวลไม่เข้าเรื่องเราไปโน้นดีกว่า  ยูตะกับพี่แทอิลบ่นหานายตั้งเยอะกว่านายชอบเทนัดตลอด”

 

 

          “ใครบอก  มีคนไข้ด่วนต่างหาก” โดยองแย้งเพื่อนแต่ถ้าอีกฝ่ายเป็นเตนล์ ไม่ว่าตอนไหนร่างบางก็ไม่เถียงหรือแย้งได้...แต่มีแค่ครั้งเดียวเท่านั้นที่เขารั้นที่จะไม่ฟังคำแนะนำของเพื่อนรัก  

 

 

          ดวงตาเรียวสวยที่หม่นมองลงมันทำให้คนเป็นเจ้าสาวของงานถึงกับลอบถอนหายใจ  แต่พอหันไปทางเจ้าบ่าวของตัวเองที่ชี้ไปทางจอห์นนี่พร้อมกับยกมือทำสัญลักษณ์ว่ากำลังโทรศัพท์อยู่มันทำให้เตนล์ใจชื้นขึ้น

 

 

          “ปิดเครื่องแล้วใช่ไหมวันนี้  ถ้านายรับสายแล้วชิ่งไปโรงพยาบาลอีกเราเลิกคบกัน” เตนล์บอกเสียงเข้มเพราะวันนี้เป็นวันสำคัญของตัวเองที่บอกกับเพื่อนรักล่วงหน้าถึงสามเดือน  แต่ก็เข้าใจนะแพทย์ประจำห้องฉุกเฉินอย่างคิมโดยองก็คงจะมีงานเยอะแต่งานแต่งของเพื่อนรักทั้งทีนะ

 

 

          “โอเค  ยอมแล้วครับ” โดยองยิ้มพร้อมส่ายหน้าก่อนมืออีกข้างที่ไม่โดนเตนล์จำไว้หยิบมือถือในกระเป๋าเสื้อสูทขึ้นมาเปิดโหมดการบินให้เจ้าสาวดูก่อนที่เก็บไว้ที่เดิม

 

 

          “คุณคิมโดน่ารักอ่ะ   ฉันไม่แต่งดีไหม  เราหนีตามกันไปดีกว่า”

 

 

          “ฮาๆ หนีตามไปห้องน้ำนะพอไหว  ถ้าชวนล้มงานแต่งฉันคงไม่เสี่ยงกับคุณลีแทยง  เจ้าพ่อแบงค์ที่ฉันไปกู้ซื้อบ้านหรอกนะ”

 

 

          “โดยองอ่ะ” เตนล์บึนปากใส่เพื่อนรักพร้อมทำหน้างอเพราะเพื่อนไม่รับมุขแล้วยิ่งเจ้าบ่าวตัวเองหัวเราะเสียงดังยิ่งทำให้ร่างบางงอน

 

 

          “โทษทีนะที่น้องรักเราไม่มางาน  เลยไม่มีใครคอยตามใจ” แทยงเอ่ยหยอกเจ้าสาวของตัวเองพร้อมกับหยิกแก้มเนียนเบาๆ แล้วขอตัวไปทักทายแขกที่มาใหม่หลังจากเดินมาส่งเตนล์และโดยองยังโต๊ะก๊วนเพื่อนสนิทของร่างบางนั่งอยู่ก่อนแล้ว

 

 

          คำว่า “น้องรัก” ที่แทยงเอ่ยถึงมันทำให้โดยองถึงกับลมหายใจติดขัดก่อนจะยิ้มให้เตนล์ที่เจ้าตัวบีบมือเขาเบาๆ

 

 

          “แจฮยอนติดงานแฟชั่นโชว์ที่ปารีส  เจ้านั้นอาจจะบินกลับมาถึงไม่ทันแต่ก่อนไปเอาของขวัญมาให้ละ” เตนล์เอ่ยบอกอย่างร่าเริงพยายามทำบรรยากาศให้ดีขึ้น  เพราะสีหน้าโดยองแย่มาก

 

 

          “วันนี้ไม่เมาห้ามนายกลับเลยนะคุณหมอโดยอง” ยูตะยื่นแก้มแชมเปญให้  ส่วนแทอิลก็ยิ้มหวานให้น้องร่วมก๊วนพร้อมกับโชว์แหวนที่นิ้วนางข้างซ้าย

 

 

          “ส่วนพี่วันนี้ก็จะไม่แย่งช่อดอกไม้เจ้าสาวกับนายแน่โดยอง”

 

 

          ร่างบางเบิกตาโพลงก่อนจะลุกเข้าไปสวมกอดรุ่นพี่ตัวเล็กพร้อมแสดงความยินดีด้วย  เพราะเจ้าตัวกลายเป็นคนที่สามของกลุ่มที่มีงานแต่งในขณะคนแรกที่แต่งไปก่อนคนแรกตั้งแต่เรียนจบมหาวิทยาลัยคือยูตะ  ที่ตอนนี้ย้ายตามฮันซลไปอยู่ปูซานแล้วแต่เจ้าตัวยังไปๆกลับๆ สลับกับการอยู่โซลเพราะเปิดบริษัทนำเข้าเครื่องประดับกับเตนล์  เจ้าสาวของงานวันนี้

 

 

          “โธ พี่ครับ  คนโสดมีตั้งเยอะงานนี้อีกอย่างผมไม่เชื่อว่าเตนล์จะโยนแม่นมาให้ผมหรอกนะ” โดยองบอกยิ้มๆ แต่มิวายหันไปแซ็วเจ้าสาวที่เจ้าตัวถึงกลับขว้างผ้าเช็ดปากใส่เพื่อนตัวดี

 

 

          “ถึงงานฉันนายจะไม่ได้ดอกไม้  แต่เชื่อเถอะยังไงนายจะต้องได้แต่งงานก่อนพี่แทอิลแน่ๆ”

 

 

          “จะบ้ารึไง  ใครมันจะหาเจ้าบ่าวได้ภายในเดือนเดียววะ  ไปได้แล้วไปพิธีจะเริ่มแล้ว” โดยองบอกก่อนจะผลักเพื่อนตัวเล็กให้เดินไปหาเจ้าบ่าวเพื่อทำพิธีหลังจากที่ช่วงเช้าทั้งคู่ไปทำพิธีที่โบสถ์มาแล้วแต่คุณหมอตัวบางไม่ได้ไปร่วมงานด้วยเพราะติดเคสฉุกเฉิน

 

 

          “นายโอเคใช่ไหมโดยอง” ยูตะที่นั่งข้างๆ เอ่ยถามเบาๆ ขณะที่มองไปยังเวทีที่คู่บ่าวสาวเดินผ่านขึ้นไปกลางเวทีแล้ว

 

 

          “อืม  ฉันสบายดี” บอกเบาๆ พร้อมยิ้มให้เพื่อนสนิทแล้วหันไปบีบมือแทอิลคนนั่งข้างๆ อีกคน

 

 

          ไม่ใช่ไม่รู้ถึงความห่วงใยและเป็นห่วงที่พี่และเพื่อนๆ มีให้  แต่มาถึงตอนนี้คิมโดยองเองยังไม่รู้ตัวเลยว่าควรทำยังไงกับชีวิตของตัวเองที่มันว่างเปล่าไร้คนอยู่เคียงข้าง     ถ้าเมื่อหกเดือนก่อนตัวเขาเองคงขำไม่น้อยถ้ามีใครบอกว่าโดยองจะเลิกกับคนรักที่รักกันมานานตั้งแต่อยู่ไฮสคูลจนเรียนจบระดับมหาวิทยาลัย   

 

 

          สิบกว่าปีจะว่านานก็นานพอสมควร  แต่มันไม่เท่ากับปีที่โดยองอยู่แบบเคว้งคว้างถ้าไม่มีงานที่ต้องทุ่มเทเกือบยี่สิบสี่โมงก็ไม่รู้ว่าจะข่มตาหลับลงได้ไหมในแต่ละคืน  ที่ที่ว่างฝั่งซ้ายบนเตียงกว้างในห้องนอนภายในคอนโมมิเนียมขนาดกลาง...กลางคังนัมเพื่อลืมใครสักคน   สุดท้ายร่างบางก็ต้องหอบข้าวของไปนอนหอพักแพทย์ประจำโรงพยาบาล

 

 

          “เห็นข่าวแล้วใช่ไหม” แทอิลกระซิบถามเบาๆ แต่ได้ยินทั้งสามคน  พร้อมกับตบมือให้พิธีการบนเวทีที่ตอนนี้เพื่อนเจ้าบ่าวอย่างจีฮันซลและซอยองโฮกำลังเผาวีรกรรมการตามจีบเตนล์ของแทยงอยู่

 

 

          “...”

 

          โดยองไม่ตอบอะไรนอกจากยิ้มน้อยๆ  เพราะความรู้หน่วงในใจมันมีมาก..มากจนพูดไม่ออกกับรูปข่าวที่ขึ้นโชว์อยู่บนหน้าเว็บบันเทิงแทบทุกเว็บรวมถึงหนังสือพิมพ์บันเทิงที่ประโคมข่าวไอดอลสาวสวยที่เพิ่งยุบวงไปเมื่อปีก่อนพ่วงดีไซน์รุ่นใหม่ที่ได้รับเชิญไปงานนิวยอร์กแฟชั่นวีคและปารีสแฟชั่นวีค   กับตากล้องหนุ่มทายาทโรงพยาบาลชื่อดังที่มีข่าวว่ากำลังเดทอยู่หลังจากที่ฝ่ายชายเดินไปมอบช่อดอกไม้ให้หลังงานแฟชั่นโชว์จบ  โดยที่ในรูปที่ลงข่าวนั้นเห็นแหวนเพชรเม็ดใหญ่บนนิ้วนางด้านซ้ายของดีไซน์สาว

 

 

          “แจฮยอนกับเยริ  อาจจะ...”

 

 

          “ไม่เห็นแปลกนะยูตะ  แจฮยอนเลิกกับฉันไปปีกว่าการที่เค้ามันจะคบใครใหม่สักคนมันไม่ใช่เรื่องผิดอะไร” 

 

          คราวนี้ยูตะถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะจับตัวคุณหมอโดยองที่บอบลงกว่าการเจอกันครั้งสุดล่าสุดเมื่อสองเดือนให้หันมามองสบตากัน

 

 

          “แน่ใจนะว่าทุกอย่างระหว่างนายกับแจฮยอนมันจบลงจริงๆ แล้วที่ผ่านมานี่มันร่างโคลนขั้นโคม่าช้ำรักของคนหน้าเหมือนคิมโดยองเพื่อนรักฉันสินะ”

 

 

 

          “ยูตะ...” โดยองพูดเสียงอ่อย  ถ้าไม่ใช่หลังจากเลิกกันสามเดือนแรกโดยองไปเมาหัวราน้ำแล้วเผลอตัวโทรหายูตะจนเพื่อนรักต้องบินมาโซลทันที  แล้วมาพบว่าคุณหมอนอนสลบอยู่ในห้องน้ำนั้นเป็นการแอดมิทโรงพยาบาลครั้งแรกเพราะเลือดออกในกระเพาะเนื่องจากทานแอลกอฮอล์มากเกินไป

 

 

 

          “ถามตัวเองดีๆ อีกครั้งโดยอง  ถ้ามีโอกาสได้เจอกันกับแจฮยอนอีกครั้งนายอยากจะปรับความเข้าใจกับน้องมันอยู่ไหม  หรือแค่จะปล่อยผ่านไปในฐานะแฟนเก่าหรือรุ่นน้องร่วมสถาบันเท่านั้น” ยูตะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ก่อนเดินขึ้นไปบนเวทีในฐานเพื่อนเจ้าสาวที่วันนี้เจ้าตัวกะมาขายเพื่อนเต็มที่  ทิ้งโดยองให้นั่งอยู่คนเดียวส่วนแทอิลก็แยกออกไปหายองโฮแล้ว

 

 

          มือบางกำแน่นที่หน้าขาตนเอง  กางเกงสแล็คเนื้อผ้าดียับตามแรงมือบาง  ดวงตาเรียวรีเงยขึ้นมองเพดานของห้องจัดเลี้ยงที่เจ้าของงานเนรมิตเป็นท้องฟ้ายามค่ำคืนที่มีดวงดาวน้อย  ถึงร่างบางอยากจะย้อนเวลามากแค่ไหนก็คงไม่สามารถทำได้เพราะที่ข้างกายของแจฮยอนไม่ใช่ของคิมโดยองอีกแล้ว  แรงสั่นสะเทือนในกระเป๋ากางเกงที่เป็นมือถือเครื่องสำรองที่เอาไว้รับสายสำคัญ   แล้วยิ่งหน้าโชว์ว่าเป็นจักษุแพทย์อย่างคิมฮันบินที่โดยองเพิ่งส่งเคสคนไข้จากอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่มีเศษกระจกบาดเลนส์ตาไปให้   ทำให้ร่างบางลุกออกจากที่โต๊ะในจังหวะที่บนเวทีหรี่ไฟลงพร้อมกับเสียงเปียโนดังขึ้นเป็นทำนองเพลงที่แสนคุ้นเคย

 

Time may take us apart, but I will still love you. I promise

And when the stars, stars are falling, I’ll keep calling

I promise that you’ll be my one my only everything, I’ll never be untrue

And I promise back that for your love I will do anything

 

          เสียงทุ้มคุ้นหูที่ดังขึ้นพร้อมกับเจ้าตัวในชุดสูทที่เหมือนกับโดยองใส่อยู่ราวกับชุดแฝดต่างกันเพียงลวดลายบนปลายแขนเสื้อสูทของแจฮยอนเป็นสีเงินแทนสีทอง  เสื้อเชิ้ตสีดำริ้วขาว  และสวมเนคไทสีเงิน  มันทำให้ร่างบางหยุดนิ่งอยู่กลับที่ถึงแม้จะอยู่ไกลแต่ชั่วขณะที่นักร้องกิตติมศักดิ์ละสายตาจากคู่บ่าวสาวแล้วมองตรงมาที่เขา  ด้วยสายตาที่โดยองอ่านไม่ออก

 

I will give you the stars

I will buy you the moon

And even through longest of our nights

And Even through the darkest days our

Love will find away

 

         

 

          RRR…RRR….RRR

 

 

          สายที่ตัดไปแล้วโทรกลับเข้ามาใหม่ทำให้โดยองต้องถอนหายใจก่อนจะสาวเท้าเดินออกไปจากห้องจัดเลี้ยงโดยเร็วเพราะถึงจะรับสายก็ใช่ว่าคุยโทรศัพท์กับคุณหมอตาฮันบินรู้เรื่องเสียหน่อย

          “ครับ  ขอโทษที่รับสายช้า  อาการคิมจีวอนเป็นไงบ้างพี่ฮันบิน 

 

 

         

 

And when the stars are falling, I’ll keep calling

I will still love you

And when your dreams are fading, I’ll be waiting

I will still love you

 

            ร่างสูงบนเวทีมองตามหลังคุณหมอร่างบางที่ดูผอมบอบบางมากกว่าครั้งล่าสุดที่เขาได้เห็นเจ้าตัวเต็มๆ ตาเมื่อหนึ่งปีก่อนแบบใกล้ชิด   ไม่นับยามค่ำคืนที่ไปจอดรถเฝ้ามองรอคอยให้อีกฝ่ายเดินกลับหอพักแพทย์ทุกๆ ครั้งที่กลับมาเกาหลี

 

 

            ...พี่ผอมเกินไปแล้วนะโดยอง  กินอะไรบ้างไหมไม่ใช่ดูแลแต่คนไข้จนลืมสุขภาพตัวเอง

 

 

            จองแจฮยอนยังจำได้เมื่อสองเดือนก่อนที่จู่ๆ รุ่นพี่ที่เขารักเหมือนพี่ชายแท้ทั้งสองคนบินไปหาถึงนิวยอร์คทำไมถึงว่ายังไงมันคงบังเอิญเกินไปที่จะทำให้นายธนาคารและเจ้าของร้านเพชรชื่อดังของโซลไปเปลี่ยนบรรยากาศดื่มกาแฟแบรนด์นางเงือกไกลถึงโน้น

 

 

            “มาดื่มกาแฟไกลนะพวกพี่”

 

 

            “นายน้องชายคนสำคัญของฉันนี่น้า” เตนล์บอกก่อนจะยื่นซองสีฟ้าอ่อนให้

 

 

            “ผมยินดีกับพวกพี่ด้วยนะฮะ  แม้ตอนแรกจะแอบคิดว่าพวกพี่จะแต่งพร้อมๆกับพวกพี่ยูตะพี่ฮันซลซะอีก”  แจฮยอนเอ่ยถึงพี่ๆ ในกลุ่มอีกคู่ที่แต่งงานหลังเรียนจบทันที

 

 

            “ตอนแรกก็อยากแต่งเลยเหมือนกัน  แต่อะไรหลายๆ อย่างมันยังไม่เข้าที่เข้าทาง” แทยงเอ่ยขึ้นก่อนจะยกถ้วยชาร้อนขึ้นจิบพลางสังเกตใบหน้าหล่อของน้องเล็กสุดในกลุ่มที่ตอนนี้จัดได้ว่าโทรม  แต่ดูรวมๆแล้วหล่อแบบเซอร์ๆ

 

 

            มือถือของร่างสูงที่วางอยู่บนโต๊ะ  สั่นหมุนเป็นวงกลมเรียกความสนใจได้ทั้งโต๊ะ

 

 

            “ขอโทษนะครับพี่  ผมคงต้องรับสายนี้” แจฮยอนบอกก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาสไลด์สายรับทันที

 

 

            “ครับ  แจฮยอน  ใช่ครับผมไม่เข้าออฟฟิศแล้วงานที่ต้องบลีฟผมส่งเข้าเมล์คุณแล้ว  ไว้คุณเลือกไว้แล้วแจ้งกับแดเนียลเลยแล้วกัน  เอ่อ....ไม่ได้หรอกเยริค่ำนี้ผมมีดินเนอร์กับรุ่นพี่คนสำคัญคงไม่สะดวก  บายครับ” ไม่รอให้คนในสายพูดจบแจฮยอนก็กดวางสายก่อนจะปิดเครื่องทันที

 

 

            เตนล์ที่ตอนแรกเห็นว่าใครโทรมาเพราะแจฮยอนดันตั้งชื่อปลายสายพร้อมใส่รูปหญิงสาวด้วยทำให้ร่างบางแอบเบ้ปากรัวๆ แล้วต้องทำตาโตเมื่อเห็นภาพพักหน้าจอของแจฮยอนเป็นรูปคู่ของร่างสูงที่มีร่างบอบบางในชุดเสื้อกาวน์สีขาวนอนหนุนตักอยู่ในห้องพักแพทย์

 

 

            “พี่ถามอะไรหน่อย  ถ้ามีโอกาสอีกครั้งนายอยากจะกลับไปคืนดีกับโดยองไหม” เตนล์เอ่ยถามขึ้นในขณะคนถูกถามมองผ่านกระจกออกไปไกลๆ ราวกับไม่ได้ยินคำถาม

 

 

            “จะทำเหมือนเดิมทุกครั้งในรอบหลายเดือน  ไปซุ่มแอบดูตอนโดยองออกจากวอร์ดกลับหอมันไม่ใช่วิธีที่เข้าท่าเลยนะ  ทำแบบนี้ไม่สมกับเป็นนายเลยจองแจฮยอน”           

 

 

จริงอย่างแทยงพูดชายหนุ่มที่มีความมั่นใจเต็มร้อยกล้าได้กล้าเสียกับทุกสิ่งคนนั้นมันหายไปไหน  หรือมันหายไปพร้อมๆกับที่ชีวิตของจองแจฮยอนไม่มีคิมโดยองอยู่ข้างกาย   ไม่รู้ว่าฟ้าฝนเป็นใจหรือบรรยากาศในร้านที่มีเพลงรักหวานๆ ซิงเกิ้ลแรกของนักร้องชื่อดังยุค90’s ดังขึ้นมา

 

 

 

You are my summer breeze my winter sun, my springtime soul, my autumn touch of gold

You are my sky my rain a way which my love flows cuz you’re all

The smile of my heart and the breathe of my soul

Even if we find ourselves apart

We will hold out hopes and dreams

Forever in our hearts

 

 

 

            ถ้าถามว่าคู่รักกันมานานสิบกว่าปีที่จากเพื่อน...พี่น้องแล้วกระโดดมาเป็นคนรักอย่างจองแจฮยอนและคิมโดยองมีจุดแตกหักตรงไหน  เป็นคำถามที่ร่างสูงครุ่นคิดทุกครั้งเวลาที่อยู่คนเดียวในยามว่างจากการทำงาน  ถามว่ายังรักไหมบอกได้เลยเต็มปากว่ายังรักเหมือนเดิม   แต่ว่าความสัมพันธ์กลับเริ่มร้าวฉานมานานนับตั้งแต่ต่างคนต่างเริ่มทำงาน

 

 

            “งื้อ  ฉันง่วง  วันนี้ไม่ไปไหนทั้งนั้นจะนอนอย่างเดียวนะแจฮยอน” ร่างบางที่เข้าเวรห้องฉุกเฉินเกือบสิบแปดชั่วโมงเอ่ยบอกแฟนหนุ่มพร้อมกับยกผ้าห่มปิดหน้านอนต่อ

 

 

            “พี่ฮะ  นี่มันครั้งที่ห้าในรอบสองเดือนแล้วนะที่พี่เทผมวันนัดเดท  ทั้งที่ผมเคลียร์ตารางงานมาเพื่อพี่” แจฮยอนตากล้องนิตยสารแฟชั่นพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ยืนเท้าสะเอวมองก้อนกลมๆ บนเตียงกว้าง

 

 

            จุ๊บ

 

 

            “แค่ได้อยู่กับนายตอนนี้ก็เหมือนไปเดทแล้วแจฮยอน   ขอนอนต่อนะเที่ยงครึ่งแล้วปลุกกินข้าวด้วย”

 

 

            เหมือนอย่างโบราณว่าไว้ส่วนมากคนเรามักไม่โชคดีทุกด้านเสมอไป 

อย่างเช่น Lucky in Game  Unlucky in Love

 

           

 

 

[ขอโทษนะมีผ่าตัดด่วน  คงกลับไปไม่ทันดินเนอร์เย็นนี้ 

สุขสันต์วันเกิดนะแจฮยอน  คืนนี้ใจดีอนุญาตให้ไปเมากับเพื่อนๆ ได้]

 

 

 

            ร่างสูงเปิดอ่านข้อความที่คุณหมอหนุ่มเพิ่งส่งมาก่อนจะโทรกลับหาอย่างรวดเร็ว  แต่ไม่สามารถติดต่อได้อีกฝ่ายคงเข้าห้องผ่าตัดไปแล้ว  มือหนาเก็บซองเอกสารที่ส่งมาจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย นิวยอร์ก เพราะทางโน้นเพิ่งตอบรับการเข้าศึกษาต่อของแจฮยอน  ในระดับมหาบัณฑิตของ The Graduate School of Journalism  วิทยาลัยวารสารศาสตร์  ด้านสื่อสารมวลชนที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของโลก  

 

 

 

            แจฮยอนยังจำได้ที่ร่างบางช่วยเค้าเลือกภาพถ่ายและเรื่องราวที่เคยเขียนลงสกู๊ปนิตยสารหรือว่าบล็อคส่วนเพื่อทำพอร์ตส่งให้กับมหาวิทยาลัยที่โน้น   ทั้งที่คิดว่าคงอาจจะไม่ได้เพราะในแต่ละปีรับนักศึกษาต่างชาติจำนวนจำกัด

 

 

 

            ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก 

เสียงเคาะประตูทำให้ร่างสูงที่โดนเทในวันเกิดของตัวเองต้องลุกจากกองผ้าห่มและวางถังป็อบคอร์นไซด์ยักษ์ที่จะทานคู่กับน้ำอัดลมให้ชื่นใจพร้อมดูหนังมาราธอนยันเช้า  ลุกไปเปิดประตูห้องพร้อมกับแอบยิ้มคิดว่าคุณหมอโดยองต้องแอบมาทำเซอร์ไพร์แน่ๆ แต่กลายเป็นว่าหญิงสาวร่างเล็กเพื่อนร่วมแฟชั่นโชว์ล่าสุดพร้อมกับเพื่อนๆ ที่กองแฟชั่นเอาเค้กมาเซอร์ไพร์

 

 

            “อธิฐานเลยไอ้คนหล่อ” มาร์ค ลี ผู้ช่วยตากล้องเอ่ยแหย่ในขณะที่คนอื่นหัวเราะครืน

 

 

            แจฮยอนหลับตาก่อนจะเป่าเทียนดับในรวดเดียวแล้วยิ้มให้เพื่อนๆ ก่อนจะเปิดประตูกว้างๆ ให้ทุกคนที่หอบของมาปาร์ตี้ได้เข้ามายังห้องตัวเอง  ที่นานๆ ครั้งจะมีโอกาสได้มาเพราะตากล้องหนุ่มค่อนข้างหวงความเป็นส่วนตัว  จากบ่ายแก่ๆ จนเกือบเที่ยงคืนปาร์ตี้ที่ตั้งวงถึงเวลาเลิกลาเพราะต่างคนต่างโดนคนของตัวเองโทรตาม

 

 

            “โอย” เสียงหวานของเยริที่สะดุดกระป๋องเบียร์ที่มาร์ค ลีทิ้งไว้ ทำให้จานพาสต้าร์หกใส่ชุดเดรสสีขาวลูกไม้สั้นไปเต็มๆ

 

 

            “โทษทีนะ  ฉันไม่ได้ตั้งใจ   อ้าวแจมิน เจโน่โทรตามละ บายนะเจย์” มาร์คเดินเข้ามากอดแจฮยอนพร้อมยักคิ้วกวนๆ ให้ก่อนจะจงใจปล่อยให้ร่างสูงกับหญิงสาวได้อยู่กันตามลำพัง  เพราะเค้ารู้กันทั้งออฟฟิศของ Harper 's BAZAAR  ว่าอดีตไอดอลสาว  ลูกสาวของหุ้นส่วนประจำเกาหลีอยากเป็นมากกว่าเพื่อนร่วมงาน   มันติดตรงที่แจฮยอนมีแฟนแล้วเท่านั้นเอง

 

 

            “เดี๋ยวเอาชุดเราเปลี่ยนก่อนแล้วกันนะ  เปื้อนแบบนี้คงใส่กลับไม่หรอกเยริ”

 

 

แจฮยอนบอกอย่างมีน้ำใจเพราะเดรสสั้นสีขาวแล้วยิ่งเปื้อนแบบนี้มันยิ่งไม่ชวนมอง   ร่างสูงส่งเสื้อยืดคอกลมสีขาวพร้อมกับกางเกงขาสั้นของห้องเสื้อที่ยืมมาถ่ายแบบให้หญิงสาวเข้าไปเปลี่ยนห้องน้ำในห้องนอนก่อนที่ตัวเองจะรีบมาเคลียร์ขยะพร้อมจัดห้องนั่งเล่นให้อยู่ในสภาพเดิมเพราะไม่อยากแฟนตัวบางต้องมาจัดการหลังจากออกเวรมาเหนื่อย

 

 

            “คิดถึงนะ  รีบกลับมาได้แล้ว” อัดคลิปสั้นๆ แล้วอัพลงไอจีแล้วแท๊กหาโดยองทันที

 

 

            ไม่ถึงอึดใจ  แค่วางมือถือลงที่โต๊ะกระจกหน้าโซฟาประตูห้องก็ถูกเปิดออกพร้อมโดยองที่เดินเข้ามาพร้อมคัพเค้กอันจิ๋วที่แสนน่าขำ  เพราะดูก็รู้ว่าคุณหมอคงแวะซื้อที่มินิมาร์ทใต้คอนโดก่อนขึ้นมาแน่นอน

 

 

            “แฮปปี้เบิร์ธเดย์นะแจฮยอนอา  นี่รีบมาที่สุดแล้วรู้ไหม” โดยองพร้อมยิ้มหวานแล้วยื่นคัพเค้กที่จุดเทียนอันเดียวไปตรงหน้าแจฮยอน

 

 

            แอ๊ด~ เสียงเปิดประตูแล้วตามาด้วยเสียงใสๆ

 

 

            “เจย์คะ เสื้อมันใหญ่ไปเราใส่ไม่ได้  เราใส่ตัวนี้แทนนะ” หญิงสาวในชุดเสื้อเชิร์ตสีขาวที่ยาวปกลงมาถึงขาอ่อน  ที่ผมเปียกชื้นมีผ้าขนหนูผืนเล็กคล้องอยู่ที่คอเดินออกมาพร้อมกลิ่นสบู่กลิ่นโปรดของโดยอง

 

 

            ตุ้บ   คัพเค้กในมือโดยองหล่นลงทันที  เมื่อเห็นหญิงสาวร่างเล็กหลบหลังแจฮยอน  มือขาวๆ จับท่อนแขนของแฟนหนุ่มรุ่นน้องไว้ราวกับบอกเป็นนัยๆ ถึงความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดา

 

 

            “ใครคะเจย์” เยริถามขึ้น

 

 

            “ฮึ  มันจะมากไปแล้วนะ” โดยองจะสาวเท้าเข้าไปหาหญิงสาว

 

 

            “พี่ครับ  ใจเย็นๆ ก่อนผมอธิบายได้ นี่...” แจฮยอนกำลังจะอธิบายก็ต้องมีอันหยุดชะงักเมื่อเยริสอดแขนเข้ามาคล้องแขนเค้าไว้

 

 

            “เยริ เธอ...”

 

 

            “รู้ว่าเค้ามีแฟนอยู่แล้วแต่เจตนาเข้าหา  นี่ถือว่าหน้าหนาพอสมควรนะ”

 

 

            “พี่ฮะ ไม่ทำแบบนี้มันไม่น่ารักสมกับเป็นคิมโดยองเลย” แจฮยอนพูดเบาๆ เพราะไม่อยากให้โดยองโดนมองไม่ดี

 

 

            “ฉันไม่ใช่แม่พระนะจองแจฮยอน  ที่จะเห็นผู้หญิงใส่เสื้อฉัน  ใช้สบู่ฉันแล้วเดินออกมาจากห้องนอนของฉันกับแฟนในสภาพแบบนี้” โดยองเอ่ยเสียงสั่น  แค่ต้องยืนผ่าตัดเกือบหกชั่วโมงก็หนักพอแล้วยังต่อมาเจออะไรที่ชวนให้ขุ่นมัวอารมณ์มันไม่ใช่ครั้งแรกที่เยริทำแบบนี้  แต่หญิงสาวจะทำลับหลังแจฮยอนตลอดแวะมาหาตอนที่แจฮยอนไม่อยู่บ้างล่ะ   หรือโทรเข้าเบอร์บ้านเพื่อขอสายชายหนุ่มในเวลาที่โดยองหยุดพักผ่อนอยู่ห้อง

 

 

 

            “พี่ครับฟังก่อน  พอดีพาสต้าหกใส่ชุดเยริผมเลยให้เค้ายืมเสื้อผ้าใส่กลับห้องก่อน  แล้วผมกับเค้าก็ไม่ได้มีอะไรกันอย่างที่พี่เข้าใจด้วยเพราะก่อนพี่มาไม่ถึงสิบนาทีเจ้ามาร์ค ลีก็เพิ่งกลับไปเองนะ”

 

 

            “โดยองโอป้าใจเย็นๆ ก่อน  เยริไม่ได้คิดอะไรกับเจย์เค้าเลยนะคะ”

 

 

            ...ไม่ได้คิดน้อยสินะ...

 

 

            เพราะกำลังอยู่ในช่วงโมโหทำให้ร่างบางสะบัดเยริที่เข้ามาจับแขนตนเองออกอย่างแรงทำให้หญิงสาวล้มเซไปชนกับขอบเหลี่ยมโต๊ะแก้วหน้าทีวี

 

 

            “เยริ  หัวเธอแตก  พี่ครับทำไมทำแบบนี้  นี่พี่ไม่ไว้ใจผมใช่ไหมคิมโดยอง” โดยองแทบกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ใครไม่มาอยู่ในสถานการณ์ไม่มีทางรู้หรอกว่ามันเจ็บแค่ไหน

 

 

            “ถ้าพี่ไม่ทำแผลให้เยริ  ผมจะพาเค้าไปโรงบาล” แจฮยอนบอกด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ทั้งที่ใจจริงอยากจะเหวี่ยงหญิงสาวร่างเล็กออกไปจากห้องเสียด้วยซ้ำแต่การที่เธอเป็นลูกสาวของหุ้นส่วนของนิตยสารที่เขาทำงานอยู่ทำให้ร่างสูงอยู่ในสภาวะลำบากใจ

 

 

            “...”

 

 

            เมื่อเห็นร่างบางที่ยืนเงียบแจฮยอนเลยตัดสินใจพยุงเยริยืนขึ้นพร้อมกับหยิบกระเป๋าถือเธอขึ้นมาถือไว้  พร้อมเดินผ่านโดยองที่ยังยืนนิ่งอยู่กลางห้องรับแขก

 

 

            “ถ้านายก้าวออกไปพร้อมกับผู้หญิงคนนั้น  เราเลิกกัน  ฉันจะถือว่านายเลือกแล้ว” โดยองบอกเสียงเครือเพราะรอยยิ้มมุมปากของเยริที่ส่งมาให้หลังแจฮยอนราวกับประกาศชัยชนะว่าชายหนุ่มจะเลือกใคร

 

 

            “เอาเป็นว่า  ไว้ผมกลับมาเราค่อยคุยกันก็แล้วกัน  ให้พี่สงบอารมณ์ลงมากกว่านี้” แจฮยอนข่มอารมณ์โมโหพูดด้วยเสียงเรียบๆ ถึงแม้พักหลังๆ พวกเค้าทั้งคู่จะทะเลากันบ่อยแต่ไม่มีครั้งไหนที่โดยองจะขอเลิกกับเค้าเหมือนครั้งนี้

 

 

            “ถ้านายกลับมา  ฉันอาจจะไม่อยู่ห้องนี้คอยนายแล้วก็ได้จองแจฮยอน”

 

 

 

            “ถ้าพี่เลิกอยากเลิกกับผมนัก  ก็ตามใจพี่เพราะผมก็ถือว่าพี่ได้เลือกแล้วเหมือนกัน”

 

ครั้งนี้แจฮยอนทนไม่ไหวแล้วพอพูดจบก็ลากแขนเยริออกไปจากห้องทันที  โดยไม่หันไปมองคุณหมอตัวบางที่ทรุดตัวลงนอนเข่าร้องไห้แม้เสียงสะอื้นจะทำร่างสูงปวดใจแค่ไหน  แต่วันนี้ความอดทนของเขาสิ้นสุดลงแล้ว...เขากับคังเยริต้องเคลียร์กันให้จบถึงไม่พูดอะไรออกมาแต่ไม่ใช่ไม่รู้ถึงการพยายามทำตัวเป็นมือที่สามของหญิงสาวเพราะเกรงใจพ่อของเธอ   แต่วันนี้ความอดทนของจองแจฮยอนสิ้นสุดลงแล้วเพราะหญิงสาวล้ำเส้นไปหาโดยองเกินไปแล้ว

 

 

            “ผมคงส่งคุณได้แค่นี้  และขอร้องอย่ายุ่งกับโดยองอีก  ที่ผ่านมาผมไม่พูดไม่อะไรเพราะเกรงใจพ่อคุณแต่คุณล้ำเส้นเกินไปแล้วเยริ” แจฮยอนบอกด้วยน้ำเสียงเย็นชาหลังจากมาส่งหญิงสาวถึงโรงพยาบาลพร้อมโทรเรียกคนขับรถให้มารับเธอกลับไปส่งบ้าน

 

 

            “ทำไมคะเจย์”

 

 

            “เพราะผมรักโดยอง  และคิดว่าทั้งชีวิตผมก็คงรักเค้าได้คนเดียว”

 

 

            “ทั้งที่เค้าเพิ่งขอเลิกกับคุณเพราะฉันนี่นะ  น่าขำสิ้นดี” เยริร้องไห้ออกมาเพราะไม่คิดว่าแจฮยอนจะปฏิเสธเธอตรงๆ แบบนี้

 

 

            “ถึงพวกเราจะเลิกกัน ก็กลับมาคบกันใหม่ได้ตราบใดที่เรายังไม่หมดรักกัน  อย่าให้ผมเกลียดคุณเลยคังเยริ  ขอร้องเถอะเห็นแก่พ่อคุณหรือความเป็นเพื่อนระหว่างเรา  เพราะถ้าหากคุณยังราวีหรือต่อแยโดยองอีกผมบอกเลยแม้แต่หน้าพ่อคุณผมก็จะไม่ไหวรวมถึงความเป็นเพื่อนผมก็จะไม่มีให้”

 

 

            “เจย์  ฮื้อ” หญิงสาวทรุดตัวลงหน้าห้องฉุกเฉินพร้อมร้องไห้ไม่สนใจแผลที่หน้าผากที่มีเลือดไหลซึมลงมาเลยสักนิด

พร้อมกับคำพูดของมาร์ค ลี ที่เคยพูดเอาไว้มันดังก้องกลับไปกลับมา

 

 

 

            “เจย์เหมาะกับการเป็นเพื่อน เป็นพี่มากกว่าคนรักนะเยริ  ต่อให้ยูพยายามแค่ไหนก็เข้าไปแทรกกลางระหว่างเจย์กับพี่โดยองไม่ได้หรอก  เพราะถ้าจะรักเจย์มันคงรักเธอไปนานแล้ว  2 ปีที่ผ่านทั้งที่มีโอกาสมากมายมันเคยชายตามองเธอไหม” มาร์คพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ ทั้งที่มือและสายตายังเลือกรูปนางแบบที่จะมาขึ้นปกในของนิตยสารอย่างขะมักเขม้น

 

 

            “ฉัน....”

 

 

            “ลองดูวันเกิดเจย์นี่ก็ได้  แต่ฉันจะบอกเธอไว้อย่างเผื่อใจด้วยถ้าเจย์มันไม่ได้รักเธอแล้วเธอทำให้พี่โดยองลำบากใจหรือร้องไห้  อย่าแค่หน้าเลยแม้กระทั่งความเป็นเพื่อนเจย์มันก็ไม่มีให้”

 

 

            “นายจะมั่นใจเกินไปแล้วนะ  ที่ผ่านมาเจย์ดีกับฉันแค่ไหน” เยริเอ่ยแย้ง

 

 

            “ถ้าเธอไม่มโนเข้าข้างตัวเองจะเห็นว่าเจย์มันทำแบบนี้กับทุกคนแม้กระทั่งป้าแม่บ้าน...” มาร์ค ลีหยุดพูดไปก่อนจะหันไปมองหญิงสาวเต็มๆ ตา

 

 

            “คนที่ไม่ใช่  ต่อให้พยายามแค่ไหนเค้าก็ไม่รักหรอกเยริ  ส่วนคนที่ใช่แค่ยืนหายใจเฉยๆ สำหรับเจย์ก็ถือว่าดีแล้ว”

 

 

 

            ...นั่นสินะ  คนไม่ใช่ทำยังไงก็ไม่รักๆ พอๆกับหลงรักคนมีเจ้าของข้างเดียวเจ็บพอกัน...

 

 

 

 

 

            ร่างสูงที่ขับรถกลับคอนโดอย่างรวดเร็วเพื่อจะกลับมาเคลียร์กับคนรัก  แต่พอเปิดประตูเข้าไปกลับไม่เห็นแม้กระทั่งร่างบางแต่แจฮยอนยังดีใจที่เห็นเสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้ของโดยองยังอยู่ครบ  โดยที่ร่างสูงไม่รู้เลยว่านั้นจะเป็นครั้งสุดท้ายที่จะได้เจอโดยอง  เพราะถัดจากนั้นร่างสูงต้องบินไปมิลานด่วนเพื่อถ่ายงานแทนมาร์ค ลี  พอกลับมาถึงโซลยังไม่ทันได้โทรหาร่างบางก็ต้องโดนย้ายให้ไปประจำสาขานิวยอร์กเลยเป็นช่วงเวลาที่ตัดสินใจลำบาก 

สุดท้ายแจฮยอนลองเสี่ยงดวงโทรหาโดยองที่มีแต่ฝากข้อความเสียง  โทรไปที่โรงพยาบาลก็บอกอยู่ในห้องผ่าตัด  สุดท้ายเลยปล่อยให้เลยตามเลยเพราะถ้าคนอยากกลับมาคืนดีกันอีกฝ่ายต้องพยายามติดต่อหรือหาทางเหมือนกันไม่ใช่เงียบหายไปแบบนี้

 

 

 

 

And when the stars are falling, I’ll keep calling

I will still love you

And when your dreams are fading, I’ll be waiting

I will still love you

 

 

 

            “ถ้ามีโอกาสอีกครั้ง   ผมจะไม่ปล่อยเวลาผ่านมาขนาดนี้  ถ้าวันนั้นผมยอมง้อเค้าวันนี้ก็คงไม่ต้องเหงาแล้วมองคู่รักแบบพวกพี่ด้วยความอิจฉาหรอกครับ”  แจฮยอนบอกก่อนจะฮัมเพลงคลอไปกับในร้านกาแฟเพราะสุดท้ายแล้วแบบเนื้อเพลงว่าเอาไว้ I will still love you…โดยอง

 

 

 

 

 

            แจฮยอนพยายามที่ร้องเพลงในช่วงสุดท้ายด้วยน้ำเสียงทุ้มกังวานจับใจคนฟังเหมือนเคยไม่ให้เสียชื่อนักร้องนำวงดนตรีของมหาลัย  ก่อนจะเบนเข็มไปเป็นตากล้องวงการแฟชั่น    แม้ใจจะกังวลกับคุณหมอตัวบางที่เดินออกไปพร้อมคุยมือถือในมือ  ทั้งที่เจ้าสาวของงานแอบมากระซิบแล้วว่าให้คุณหมอหนุ่มปิดมือถือแล้ว   แล้วที่แจฮยอนเห็นล้วงออกมารับสายนั้นคืออะไร

 

 

            “แจฮยอน  รีบไปลากโดยองกลับมาในงานเลยเดี๋ยวจะโยนช่อดอกไม้แล้วฉันอยากให้เพื่อนฉันได้” เจ้าสาวแว้ดใส่แก้วหูแจฮยอนซะดังวิ้งค์ก่อนจะพยักหน้ารับคำ

 

 

            ก็ยอมรับว่าทำใจพอสมควรกว่าจะกล้ามาเจอกับโดยองอีกครั้ง   มันต่างจากทุกครั้งที่ได้มองอยู่ห่างๆ ไม่รู้เพราะทิฐิหรืออะไรที่ทำให้เราห่างไกลออกไปแบบนี้  แต่เกือบปีกว่ามันเหงามากมายที่ไม่ได้มีร่างบางอยู่ข้างกาย  มันทำให้คิดถึงช่วงเวลาอยู่ด้วย

 

...แค่ได้อยู่กับนายตอนนี้ก็เหมือนไปเดทแล้ว...  

 

 

นั่นสิแค่ได้อยู่กับคนที่เรารักมันก็มากพอแล้วไม่ต้องไปสถานที่สวยๆหรือไกล  เพราะแค่เราอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขในทุกวันก็พอแล้ว

 

 

 

You are my summer breeze my winter sun, my springtime soul, my autumn touch of gold

You are my sky my rain a way which my love flows cuz you’re all

The smile of my heart and the breathe of my soul

 

 

“เอ่อ/เอ่อ” สองคนที่มาหยุดยืนอยู่ตรงน้ำพุสวนข้างโรงแรมที่ใช้งานแต่งงานของเตนล์กับแทยง  กิริยาเขินอายที่ทั้งคู่ต่างไม่เคยเป็นมาก่อนราวกับย้อนไปตอนที่รู้จักกันใหม่ตอนอยู่ไฮสคูล

 

 

 “นายก็สบายดีใช่ไหม  ดังใหญ่แล้วนะเราไม่ใช่ตากล้องแล้วนิเป็นนายแบบด้วย” โดยองเอ่ยเหย้าหยอกก่อนจะลอบมองใบหน้าคมหล่อที่ดูเรียวและได้รูปอย่างชัดเจนแตกต่างจากปีก่อนที่มีแก้มเยอะ  ทุกวันหยุดที่นอนดูหนังอยู่ที่ห้องด้วยกันเจ้าตัวจะชอบมาอ้อนแล้วขอหนุนตักตลอดจนร่างบางอดมันเขี้ยวงับแก้วขาวๆของแจฮยอนเล่นไม่ได้

 

 

“สบายดีครับ  แล้วพี่โดยองตอนนี้ละเป็นไงบ้าง”

 

 

            “ตอนนี้ก็ได้เป็นเรสซิเด้นท์  กำลังวางแผนไปเรียนต่อนะ  เอ่อต้องไปแล้ว” โดยองยิ้มน้อยๆ พร้อมชูมือถือในมือที่หมอฮันบินโทรเข้าอีกรอบ

 

 

            “พี่ครับ  คือ...”

 

 

            “แจฮยอนคะ  คุณไม่เข้าไปในงานเหรอคะ” เยริที่เพิ่งเดินมาจากลานจอดรถของโรงแรม    ทักชายหนุ่มก่อนจะหันไปมองโดยองพร้อมก้มศีรษะให้นิดนึง

 

 

            “นายกลับเข้าในงานเถอะ  ฝากบอกเตนล์กับพี่แทยงด้วย  ฉันมีเคสด่วนต้องรีบกลับโรงบาล” โดยองบอกก่อนจะหันหลังเดินไปยังมินิคูเป้สีขาวของตนเองนานครั้งจะขับสักที   ทันทีที่ปิดประตูรถร่างบางก็เอนตัวไปพิงพนักเบาะทันทีพร้อมกดรับโทรศัพท์จากเพื่อนหมอ

 

 

            “ขอบคุณมากนะพี่ฮันบิน  ที่ดูแลจีวอนอย่างดี” เอ่ยขอบคุณปลายสายอีกครั้งเพราะถ้าไม่ได้ฮันบินฉายแสงรักษาลิ่มเลือดที่เกาะอยู่แถวบริเวณประสาทตา  คนไข้ของโดยองคงไม่มีโอกาสกลับมามองเห็นอีกครั้ง  ที่จริงไม่มีอะไรที่ต้องไปโรงพยาบาลแต่จะให้โดยองทำใจกล้ากลับเข้าไปงานทั้งที่มีแจฮยอนอยู่ด้วย  บอกเลยว่าเค้าไม่กล้าพอแล้วยิ่งมีเยริที่วันนี้สวยเป็นพิเศษมันอดยอมรับกับตัวเองไม่ได้ว่าทั้งคู่ต่างเป็นชายหญิงที่สมบูรณ์แบบและดูเหมาะสมกัน

 

 

 

            จากตอนแรกจะขับรถกลับหอพักแพทย์ของโรงพยาบาลทั้งที่เลยไฟแดงหน้าก็จะถึงแล้วจู่ๆ ก็เปลี่ยนใจกลับไปที่คอนโดที่ไม่ได้กลับไปเหยียบอีกเลยนับตั้งแต่วันที่รู้ว่าแจฮยอนบินไปเรียนต่อที่นิวยอร์กผ่านเตนล์  หรือแม้กระทั่งข่าวที่เจ้าตัวได้ประจำที่สาขานิวยอร์กของนิตยสารแฟชั่นระดับท็อปของวงการ

 

 

 

            ประตูห้องที่ปิดไม่สนิทพร้อมกับเสียงเพลงหวานๆ ของนักร้องหญิงเจ้าของเพลงเดียวกับที่แจฮยอนเพิ่งร้องให้คู่บ่าวสาวไปเมื่อกี้

 

 

Even if we find ourselves apart

We will hold out hopes and dreams

Forever in our hearts

 

 

 

            โดยองยกมือขึ้นมาปิดปากพร้อมกลั้นน้ำตา

เพลงของเรา...เพลงแรกที่แจฮยอนร้องให้โดยองวันที่ขอเป็นแฟน

ก่อนจะตัดสินใจผลักประตูเข้าไปในห้องของ...เรา  ที่ตอนนี้ร่างบางมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าห้องนี้ยังเป็นห้องของโดยองและแจฮยอนเช่นเดิม  ไม่มีส่วนใดเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมแม้แต่น้อย

 

 

 

And when the stars are falling, I’ll keep calling

I will still love you

And when your dreams are fading, I’ll be waiting

I will still love you

 

           

 

            “กลับมาแล้วเหรอฮะพี่โดยอง”

 

 

            “อืม  ฉันกลับมาแจฮยอน” ร่างบางโผเข้าหาอ้อมกอดของแจอยอนที่เจ้าตัวอ้าแขนรออยู่แล้ว

 

 

            “คิดถึง  คิดถึงพี่มากๆเลยรู้ไหม”

 

 

            “เหมือนกัน  คิดถึงจนจะบ้าตายคราวหน้าไม่เอาแบบนี้แล้วนะ” โดยองบอกเสียงสั่นๆ

 

 

            “ครับ คราวหน้าเราจะไม่ทะเลาะกันแล้วท้าเลิกแบบนี้  คราวหน้าถ้าทะเลาะกันผมจะชวนพี่ไปทะเลาะบนเตียง”

 

 

            “เจ้าเด็กแก่แดด”

 

 

            “ยังเด็กอยู่รึเปล่าพี่ต้องไปพิสูจน์อีกรอบนะคิมโดยอง” จบคำร่างสูงก็ช้อนตัวคุณหมอขึ้นอุ้มท่าสาวตรงเข้าไปยังห้องนอนใหญ่ทันทีก่อนจะปิดประตูเสียงดัง

 

 

 

Love will find away and I will still love you

 

 

 

หมายเหตุ  เพลง I will still love you  ของ Britney Spears

 

 

END

 

 

*************คิดถึงกันบ้างไหมเอ่ย

ที่แวะมาลงฟิคที่อยู่ในเล่ม #PLjaedo แวะมาแจ้งข่าวว่า

จะมีภาค 2 ค่ะ  หลังจากหายไปซุ่มเขียนมาจนจบ 20 ตอนแล้ว

ส่วนคู่อื่นนั้นคงสถานะ **แช่แข็ง****

แล้วเจอกันจ้า ^^

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 74 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

627 ความคิดเห็น

  1. #624 Aapa (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2563 / 22:28

    งง ไม่เห็นปรับความเข้าใจกันเลยอยู่ๆก็ดีกันแล้ว

    #624
    0
  2. #621 Naen136 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 20:20
    แงงงงงงงง ชอบมากค่ะแอบน้ำตาซึมด้วย
    #621
    0
  3. #614 JHYDY (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 08:07
    รอนะคะ ฮื้ออสนุกมาก
    #614
    0
  4. #613 jn_leejn (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 18:27
    ดีใจมากๆ ที่ไรท์เตอร์คัมแบลค!!! รออ่านภาค2เลยค่า เย้
    #613
    0
  5. #612 yammy28 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 18:26
    กรี๊ดดดด

    รอนะคะ
    #612
    0
  6. #611 sansariru (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 16:38
    มันแบบเจ็บมาก อ่านแล้วน้ำตาซึมอ่ะคุณ หน่วงแรง ฮือออออออออออ /เซ็งยัยเยริ
    #611
    0
  7. #610 lumyai (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 13:13
    ฮืออออออ รอเลยคับ
    #610
    0
  8. #609 Bfi$hFuuBlue (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 01:24
    แงงงง กีจังที่กลับมาหากัน
    #609
    0
  9. #608 Panda~~ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 00:05

    ทะเลาะกันไปเป็ฯปีกว่าเลย โดยองก็ไม่มีเวลาให้ แจฮยอนก็มีเยริตามกวน ดีที่สุดท้ายยอมกลับมาคุยกัน ....สุดท้ายนี้ อยากจะกริ้ดดดดดดด มีภาคสอง จะรออย่างใจจดใจจ่อนะคะ ขอบคุณค่ะ

    #608
    0
  10. #607 Sun.D (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 23:59
    โง๊ยยยยยคูมหมอ ฮือออออดีใจจจ
    #607
    0