[NCT] Pure Love จอมใจองค์ราชัน II [ JaeDo]

ตอนที่ 2 : Chapter 1 : 30 ทิวาราตรี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,105
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 175 ครั้ง
    19 เม.ย. 59

[Fic NCT]  Pure Love  [ #JaeDo , #TaeTen , #HanTa ft. Johnil]

By winata

Note:  ชื่อตัวละคร  ลู่ฟาง = เตนล์   , ยูซอง = ยูตะ

Chapter  1 : 30 ทิวาราตรี





          ทหารหมู่หนึ่ง ราว ๆ เกือบสามสิบนายค้อมกายถวายความเคารพพร้อมเพรียงเมื่อผู้นายเหนือหัวทรงม้ากลับมายังค่ายพักแรมในแนวป่าทึบใกล้เทือกเขาสูงแนวชายแดนระหว่างพูยอและมาฮัน  ทหารนายหนึ่งมารับโฮฮงสีนิลไปดูแลให้หญ้าให้น้ำพร้อมน้ำอ้อยอย่างให้สมกับที่เป็นอาชาทรงขององค์ราชัน





          “แทยง” ทรงเรียกนายทหารคู่พระทัยให้ตามเข้าไปในกระโจมที่ประทับส่วนพระองค์  ก่อนจะเอ่ยสนทนา



          “เจ้าต้องทายไม่ถูกเป็นแน่  ว่านี้เราพบผู้ใด”



          “ราชันแห่งพูยอ?” เสียงทูลนอบน้อม



          “เหอะ อาจารย์เฒ่าเรานะรึ  จะมีแรงขี่ม้าออกมานอกเมืองกัน” รับสั่งทรงเยาะถึงความชราของผู้ที่เคยเป็นพระอาจารย์ให้ตนเมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์




          “แล้วงั้นพระองค์ทรงพบเจอผู้ใดเล่า  หากมิทรงบอก  กระหม่อมก็มิอาจจะเดาได้นอกจากชาวบ้านตาดำ ๆ ของพูยอกระมัง” ลีแทยงอดจะเย้าเสียมิได้



          “ก็แค่เด็ก  ที่ดูยังไม่สิ้นน้ำนมเสียคนหนึ่ง”




          “เด็ก?” อดจะเงยหน้าขึ้นมององค์ราชันที่ประทับนั่งอยู่แท่นทรงงานสนามด้วยความสงสัย  ว่าเหตุใด “เด็ก” คนแค่คนเดียวถึงใดมีความสำคัญจนต้องเอ่ยถึง



          “ใช่นะสิ  เจ้าเด็กอวดดีจะตายแล้วยังไม่รู้ตัวเสียอีก  ช่างกล้ามาดูแคลนซึ่งเกียรติยศและชื่อเสียงของเรา”




          “สามหาวยิ่งนัก  มันคือผู้ใด  กระหม่อมจักไปตัดลิ้นมาถวาย”



          “ฮาๆ” ทรงสรวลอย่างพอพระทัย



          “กระหม่อมอยากรู้นัก  หากเด็กนั่นทราบว่าแท้ที่จริงแล้วพระองค์คือผู้ใด  คร้านจะเข่าอ่อนเสียไม่ว่า” แทยงกล่าวหนักแน่นด้วยความมั่นใจในพระบารมีขององค์ราชันจองแจฮยอน



          “ไม่แน่หรอกแทยง  เจ้านั้นมันตัวเล็กพริกขี้หนู ท่าทางจะฤทธิ์ไม่เบาทีเดียว  เราว่าเรามองคนไม่ผิด”



          แทยงนิ่งฟังรับสั่ง  น้อยครั้ง...ที่องค์ราชันจะเอ่ยชมใคร



          “แต่ยังไงเสียคงมิอาจเทียบกับพญาราชสีห์ได้หรอกพระองค์”



          “จงอย่าได้ประมาท  แม้พิษจะเล็กน้อยถึงเพียงไหนก็สามารถทำให้คนเราตายได้ง่ายๆ”



          ร่างสูงโบกมือไปมาแบบไม่ใส่ใจ  แม้กระแสน้ำเสียงจะราบเรียบแต่นัยน์ตาคมกับวาววับราวกับเจอของเล่นถูกใจ




          “แค่เล่าให้ฟังเท่านั้น  ไม่ต้องถึงมือเจ้าหรอกแทยงหากเราจะจัดการเสียจริงจัง  แล้ววันนี้น้องเล็กส่งสาสน์มาถึงเราหรือไม่” เอ่ยเปลี่ยนเรื่อง



          “ยังไม่มีสาสน์จากพระอนุชามาเลยกระหม่อม” ก้มหน้าลงมองปลายเท้าเมื่อนึกถึงใครบางคนที่ทำหน้าที่รักษาราชการดูแลทงเยอยู่



          “ลู่ฟางชักเอาใหญ่เสียจริง   เราให้คอยรายงานทุกวัน  ไปเลยแทยงจงส่งสาสน์ไปถามความคืบหน้าทางโน้นโดยเร็ว” เอ่ยบอกพร้อมกวักมือไล่



          “พระอนุชาอาจกำลังทรงงานหนักจนมิอาจว่างจะส่งสาสน์ถึงก็เป็นได้” รีบแก้ต่างให้ทันที  จนองค์ราชันแจฮยอนอดจะลอบขำนายทหารคู่ใจเสียไม่ได้กับความในใจที่เดี๋ยวนี้เริ่มเก็บงำไม่มิด



          “หวังว่าจะทำงานจริงๆ นะ ไม่ใช่แอบหนีไปเที่ยวนอกวังเหมือนเช่นเคย แถมเจ้ายังมาอยู่นี่กับเราคงไม่มีผู้ใดคอยไปตามหาให้กลับวัง”     แทยงได้แต่ฟังพระสุรเสียงที่แสนแจ่มใสยามที่เอ่ยถึงพระอนุชาอย่างเงียบๆ



          “เจ้าไปจัดการส่งสาสน์ถึงน้องเล็กให้เรียบร้อย  จากนั้นอีกหนึ่งชั่วยามเรียกประชุมให้เราที  ตอนนี้เราขอพักผ่อนสักนิด” 



          รอจนแทยงออกจากกระโจมไปแล้วพระหัตถ์แกร่ง  ถึงได้เปิดกระบอกสีดำที่มีเครื่องหมายตราสัญลักษณ์ขององค์ราชันแห่งพูยอสลักไว้ที่บรรจุสาสน์สีขาวพร้อมรอยหมึกที่แสนคุ้นเคยอ่านใคร่ครวญอีกครั้ง  จากนั้นก็เก็บไว้เช่นเดิม



          นัยน์ตาคมรี่ลงอย่างใช้ความคิด  หากพระอาจารย์มิได้อับจนหนทางเสียแล้วจริง ๆ คงไม่ทางจะส่งสาสน์เช่นนี้มาถึงตัวพระองค์เมื่อห้าราตรีที่แล้ว

 



        จงยกทัพของทงเย  มาตีพูยอเสียภายใน 30 ทิวาราตรี

 



          ถ้อยคำในสาสน์นั้นหากมิได้มีตราราชลัญจกรแห่งองค์ราชันของพูยอที่ประทับลงมา  แจฮยอนอาจคิดว่ามีบางคนที่เจตนาเพียงล้อเล่นและก่อความวุ่นวายใจให้รำคาญ  แต่หลังจากตัดสินใจเดินทางมาสอดส่องและสืบข่าวอย่างรวดเร็วสิบราตรี  ตอนนี้ไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดองค์ยุนโฮและองค์แจจุงจึงดำริเช่นนี้ 




          “ฝ่าบาท ยูซอง  แทอิลและจงอิน มาพร้อมกันแล้วกระหม่อม” เสียงแทยงที่ดังอยู่หน้ากระโจมเรียกสติกลับมาสู่องค์ราชัน



          “เข้ามาได้” หลังจากเอ่ยอนุญาตชายหนุ่มทั้งสี่ก็เดินเข้ามายังในกระโจมที่พักพร้อมแล้วที่จะหารือและแลกเปลี่ยนข่าวสาสน์ที่ไปสืบมา










          “ว้าย...หม่อมฉันนึกอยู่แล้วเชียว  ว่าทูลกระหม่อมต้องปลอมตัวออกไปนอกวัง” คุณข้าหลวงประจำพระองค์เอ่ยพร้อมส่งสายตาค้อนให้



          “...” ไร้สุรเสียงใดๆ ตอบกลับจากองค์ชายรัชทายาทลำดับที่สองแห่งพูยอที่บัดนี้ใบหน้าเนียนผ่องใสกว่าบุรุษวัยเดียวกันซีดเซียวยิ่งทำให้ยอนฮวาตกอกตกใจ


         

        แล้วเจ้าจะเสียใจเมื่อถึงวันนั้น

 

          น้ำเสียงเข้มบ่งบอกความคุกคามมุ่งร้ายมันยังติดอยู่พระกรรณไม่เสื่อมคลาย  มันทำให้องค์ชายน้อยตระหนกตกพระทัยยิ่ง  แม้นจะกลับมายังตำหนักที่ประทับส่วนพระองค์ก็ยังเงียบงันและครุ่นคิด



          พลางคิดหากมีโอกาสเจอครั้งหน้าบุรุษที่แสนโอหังจะต้องโดนตนสั่งสอนให้จงได้ว่าอย่าริมาอวดอ้างความเก่งกล้าขององค์ราชันอื่นบนแผ่นดินของพูยอ



          “เรามิได้เป็นไรหรอกพี่หญิงยอนฮวา  เราแค่เหนื่อยวันนี้เราแค่พาจางโฮไปเที่ยวเล่นเสียไกลกว่าปกติ” บอกพร้อมทรงแย้มพระสรวลประจบ



          “เอาอีกแล้วนะเพคะ  ทรงชอบแอบออกไปพระองค์อยู่เรื่อยเชียว  หากมีองค์รักษ์ติดตามไปด้วยหม่อมฉันจะมิว่ากระไรเลย  นี่หากเกิดอะไรขึ้นจะทำอย่างไร” บ่นอุบอิบเบา ๆ



          “โธ่..พี่หญิง  เราแต่งกายเช่นนี้ยังต้องห่วงอะไรฮึ” เอ่ยถามพร้อมกับกอดแนบกายคุณข้าหลวงประจำตัว  ที่เป็นทั้งเพื่อนและพี่สาวที่เติบโตมาพร้อม ๆ กัน



          “คร้านต่อปากต่อกับด้วยแล้วนะเพคะ  รีบสรงและทรงรีบเปลี่ยนฉลองพระองค์เถอะเพคะ  อย่างไรเสียชุดชาวนาสามัญเช่นนี้ก็ขว้างหูขว้างตาหม่อมฉันเสียเหลือเกิน”



          “ไว้ค่อยอาบทีหลังไม่ได้เหรอ  ตอนนี้เราง่วงจังเลย” ถ้อยรับสั่งออดอ้อน พร้อมขยับเนตรปริบ ๆ



          “ไม่ได้เพคะ ทรงออกไปเที่ยวเล่นคลุกฝุ่นจนมอมแมมเช่นนี้แล้วยังจะไม่ทรงสรงน้ำอีก  หม่อมฉันรับไม่ได้  เดี๋ยวถวายหยิกเสียให้เนื้อเขียวหรอกเพคะ” ยอนฮวาเอ่ยเสียงเข้ม



          “ใจร้าย  พี่หญิงจะหยิกเราจนเนื้อเขียวจริง ๆ หรือนี่” มิวายถ่วงเวลาสรงน้ำไว้ให้นานที่สุด



          “จริงสิเพคะ  แล้วหากหม่อมฉันทำจริง  ทูลกระหม่อมคงมิได้ทรงจางโฮออกไปเที่ยวเล่นเป็นแน่แท้”



          องค์ชายน้อยส่ายพระพักตร์ไปมาก่อนจะจำใจเดินตามคุณข้าหลวงไปยังส่วนห้องสรงอย่างเลี่ยงมิได้



          “ทรงรีบสรงเถอะเพคะ เพลานี้องค์ราชันคงรอทูลกระหม่อมไปเข้าเฝ้าอยู่  เพราะเมื่อบ่ายทรงให้มหาดเล็กมาทูลเชิญทูลกระหม่องและองค์ชายใหญ่เข้าเฝ้า”



          พระหัตถ์บางยื้อชุดชาวบ้านไว้ทันทีที่เห็นยอนฮวาหยิบขึ้นมา



          “พี่หญิงคงไม่ได้จะเอาชุดเราไปทิ้งใช่ไหม” องค์ชายน้อยรับสั่งแกมหยอก




          “เฮ้อ  หม่อมฉันจะทำอย่างไรกับทูลกระหม่อมดีนะ  จะเอาไปให้นางกำนัลไปซักทำความสะอาดให้พระองค์ละเพคะ” เอ่ยทูลก่อนจะถวายความเคารพและออกจากห้องทรงสรงโดยปล่อยให้องค์ชายน้อยทรงสรงน้ำเพียงลำพัง

 







          “เสด็จพ่อ...” องค์ชายน้อยถวายความเคารพแทบพระบาทองค์ราชันแห่งพูยอ



          “องค์ชายน้อย  ได้ข่าวว่าวันนี้ทำเอายอนฮวาวุ่นวายตามหาทั้งตำหนักเลยรึ” รับสั่งเย้า



          “ก็เสด็จพ่อทรงอนุญาตแล้วให้ลูกออกไปขี่ม้าเล่นได้  แล้วใยต้องอยู่เฝ้าตำหนัก”



          “แต่อย่างไรควรบอกกล่าวยอนฮวาไว้บ้าง  อย่าให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกองค์ชายน้อย” องค์ชายน้อยแอบชักพระพักตร์อย่างไม่ใคร่พอพระทัย



          “ถ้าลูกบอก  พี่หญิงก็ไม่แคล้วให้องค์รักษ์ติดตามไปนับสิบ   แบบนี้จะเที่ยวเล่นแบบสามัญชนได้เยี่ยงไร”



          “แล้วการมีองค์รักษ์จะทำให้ไม่สามารถเที่ยวเล่นได้ตรงไหน” บุรุษในชุดเครื่องทรงอย่างเป็นทางการขององค์รัชทายาทลำดับที่หนึ่งของพูยอเอ่ยขึ้น   หลังจากมาทันได้ยินพระอนุชาที่มีชันษาอ่อนกว่าเพียงสองขวบปีรับสั่งพอดิบพอดี



          “โธ่...ท่านพี่ฮันซล  ลองมีคนเดินตามเป็นพรวนแบบนั้น  ชาวบ้านร้านตลาดไม่ตกใจให้มันรู้ไป” องค์ชายน้อยทรงแย้งขึ้นก่อนที่พระพักตร์ใสเชิดขึ้นบ่งบอกว่ากำลังจะงอน



          “พ่อว่า เพราะองครักษ์พวกนั้นไม่ตามใจเราเสียมากกว่าโดยอง”



          “เสด็จพ่อทรงรู้ใจลูกที่สุด”



          องค์ชายใหญ่ได้แต่ลอบถอนพระอัสสาสะเพราะอย่างไรเสีย  บนแผ่นดินพูยอก็ไม่มีใครกล้าขัดพระทัยขององค์ชายน้อย  พระองค์ทรงอยากรู้นักใครจะเป็นผู้มาดัดนิสัยของเด็กดื้อนี่ได้



          “หากแค่ลูกชายทั้งสองคน  พ่อยังไม่รู้จักและรู้ใจพวกเจ้าดีพอแล้วพ่อจะปกครองพูยอได้อย่างไร”  ท้ายรับสั่งทรงกรรสะ  รู้สึกแน่นในพระอุระ  แต่มิได้ทรงรับสั่งใด ๆ ออกมา  ด้วยเกรงพระโอรสทั้งสองพระองค์จะวิตกไปโดยเฉพาะองค์ชายน้อย



          “เสด็จพ่อ ทรงประชวรหรือพ่ะย่ะค่ะ  ลูกใคร่ขอพระราชทานอนุญาตตรวจพระวรกายแทนหมอหลวงเสียเอง” องค์ชายน้อยรีบทูลเพราะด้วยตัวของพระองค์มีฝีมือเรื่องรักษาโรคภัยไข้เจ็บไม่แพ้หมอหลวงหรือผู้ใดบนแผ่นดินพูยอ  จนมีคำกล่าวว่าไม่มีโรคใดบนโลกที่องค์ชายน้อยแห่งพูยอจะรักษาให้หายขาดมิได้



          “พ่อมิได้เป็นอะไรมากหรอกโดยอง  แค่อากาศเปลี่ยนเลยเป็นหวัดนิดหน่อยก็เท่านั้น”



          “เชื่ออย่างที่เสด็จพ่อตรัสเถอะลูกรัก”



          “เสด็จแม่...” พระพักตร์บางหันไปมององค์รานีแห่งพูยอ  ที่เพิ่งเสด็จกลับมาจากวิปัสสนาที่พระอุโบสถเอ่ยขึ้น



          “ลูกคิดถึงเสด็จแม่ที่สุดเลย  ทรงไม่อยู่เสียหลายวันนางกำนัลต่างทำน้ำแกงมิถูกปากลูกเลยสักคน” ทูลออดอ้อนพระมารดาก่อนเอนกายบางซบ



          “อ้าวองค์ชายใหญ่  เหตุใดทรงทำพระพักตร์เช่นนั้นหรือไม่ดีใจที่เห็นแม่”



          “เปล่าหรอกพ่ะย่ะค่ะเสด็จแม่  เพียงแค่ลูกหมั่นไส้องค์ชายน้อยของพูยอเท่านั้นเอง”



          “ท่านพี่ฮันซล”  องค์ชายใหญ่เลิกพระขนงขึ้นอย่างยียวนพระอนุชา



          “พวกเจ้าทั้งคู่นี่นะ  ไปพักเถอะไป  ขอเวลาแม่คุยอะไรกับเสด็จพ่อเสียหน่อยเถอะ” องค์แจจุงเอ่ยอย่างนิ่มนวลและทรงแย้มพระสรวลกว้าง




          สององค์ชายมองกันนิ่ง ๆ ก่อนจะรับคำและพากันกลับออกไปจากห้องทรงงานขององค์ราชันแห่งพูยอเงียบ ๆ  

 



          “ท่านพี่ฮันซล  จะไปโรงฝึกศาตราวุธอีกเมื่อใด” องค์ชายใหญ่ฮันซลหันกลับมามองพระพักตร์อ่อนนวลละไมของพระอนุชา




          “ทำไมรึ  ปกตินอกจากหนังสือตำราการแพทย์กับการเที่ยวเล่นนอกวัง  เรามิเห็นเจ้าจะสนใจฝึกศาสตราวุธ”




          “โธ่  ท่านพี่  เราก็บุรุษคนหนึ่งนะทักษะในการรบก็ควรจักมีบ้าง” เอ่ยครวญบอกพระเชษฐาก่อนจะรีบก้มพระพักตร์หลบพระเนตรแกร่งที่จับจ้องมา




          “น้องก็แค่อยากฝึกฝนดาบหรือธนูให้คล่อง ๆ เผื่อในภายภาคหน้าหากเกิดเหตุสงครามจะได้รู้จักสู้รบป้องกันตนเองและแผ่นดินพูยอ”



          องค์ชายใหญ่ส่ายพระพักตร์ไปมา  พระอนุชาของพระองค์จะรู้ตัวไหมว่าตัวเองเป็นบุรุษร่างบอบบางที่มองผ่าน ๆ แทบจะเป็นอิสตรีมากกว่าบุรุษ  ใบหน้าหวานคมที่ราวกับถ่ายทอดมาจากองค์รานีแจจุงเต็ม ๆ



          “ก็ได้  ถ้าเจ้าอยากฝึกเราไปฝึกกัน”



          “เดี๋ยวก่อน  ท่านพี่  แล้วพวกเราไม่ต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าหรอกรึ” เอ่ยถามขึ้นหลังจากพระเชษฐาคว้าหัตถ์บางเอาไว้แล้วลากไปยังโรงฝึกศาสตราวุธพร้อมกับออกคำสั่งเรียกคู่ฝึกมาทันที



          “ยามสงคราม  คงมิมีข้าศึกคนใดให้เจ้าผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าหรอกโดยอง เพราะงั้นชุดนี้เถอะ”




          พระเนตรวิบวับของพระเชษฐาหลังจากที่พูดจบทำให้องค์ชายน้อยแทบอยากคืนกลับพูดที่เอ่ยออกไปบัดเดี๋ยวนี้!!!

 




          “ทูลกระหม่อม”


          เฮือก!!!

          พระวรกายบางขององค์ชายน้อยสะดุ้งโหยงก่อนจะหันพระพักตร์มาทรงแย้มสรวลแกมประจบคุณข้าหลวงที่มาปักหลักขว้างทางออกจากตำหนัก




          “พี่หญิงยอนฮวา”



          คุณข้าหลวงคนเก่งยังคงแพ้พระเนตรกลมใสที่ส่งมาปริบ ๆ เช่นเดิม ไม่เคยสักครั้งที่จะทัดทานได้




          “เราจะพาจางโฮไปยืดเส้นยืดสายสักนิด  สามสี่วันมานี่เราอยู่ตำหนักแพทย์หลวงรักษาผู้คนมากมาย  มันต้องมีการพักผ่อนหย่อนใจกันเสียบ้าง”



          “ทูลกระหม่อม  อย่าทรงเสด็จกลับจนตะวันลับฟ้านะเพคะ”



          “รู้แล้วน้า  เราจะกลับเมื่อฟ้าสางก็แล้วกัน”




          “อย่าทรงทำเป็นเล่นไปนะเพคะ  ทรงระวังพระองค์ด้วย” ยอนฮวาทูลแต่องค์ชายน้อยจะได้ยินหรือไม่คงบอกยากเพราะครานี้พระองค์เสด็จออกไปไกลแล้วโดยไร้องครักษ์  นับจากนี้คุณข้าหลวงคงได้แต่นับโมงยามคอยองค์ชายน้อยกลับมา

 



          “จางโฮ  เจ้าเล็มหญ้าอยู่แถวนี้ก็แล้วกัน” องค์ชายน้อยแห่งพูยอเอ่ยบอกอาชาหนุ่มของตนพร้อมตบแผงคอมันเบา ๆ




          “เอาน้า  วันนี้ไม่มีคนสาวหาวนั้นมารังแกเจ้าหรอก  วันนี้เจ้านั้นโผล่มาคงได้ลิ้มชิมรสลูกเกาทัณฑ์ของเราแน่ ๆ หากยังคิดจะทำร้ายเจ้า” ว่าพลางเอื้อมมือบางน้าวเกาทัณฑ์ที่พกมาด้วย  ปล่อยลูกศรพุ่งไปตรงตาไม้ที่อยู่ตรงกลางต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ห่างไปเกือบสามสิบหลา




            “ในพูยอ  นอกจากท่านพี่ฮันซล  ฝีมือเกาทัณฑ์ของเราก็ไม่ได้เป็นสองรองใคร” เสียงใสเอ่ยขึ้นด้วยความมั่นใจฝีมือของตน  แม้ว่าเพลงดาบจะเรียกได้ว่าธรรมดาแต่ถ้าเป็นเกาทัณฑ์ศาสตราวุธที่ไม่ต้องใช้แรงแต่ใช้ความแม่นยำละก็โดยองไม่เคยเป็นรองใคร




          แต่ความมั่นใจพลันหายไปเมื่อพบว่ามีศรใหม่อีกลูกพุ่งไปยังปักตรงกลางตาไม้เช่นกัน  และที่ทำให้ร่างบางตกใจมากกว่าคือลูกศรนั้นผ่ากลางลูกศรของตนเองไปอย่างแสนอุกอาจ



          “เจ้า!




          ดวงตาเรียวเบิกกว้างเมื่อเห็นว่าใครคือเจ้าของลูกศร




          ชายหนุ่มร่างสูงในชุดพ่อค้าที่ยืนส่งยิ้มพรายข้างม้าสีดำที่ตอนนี้มันกำลังเดินไปยืนเล็มกินหญ้าข้าง ๆ จางโฮ  ประหนึ่งสนิทสนมกันมานาน



          เจ้าคนสามหาว





          “ดีใจที่เจ้ายังจำเราได้  เจ้าเด็กน้อย เอ๋แต่ตาเรียวๆ วาวๆของเจ้าเหมือนกระต่ายป่าเราเรียกเจ้ากระต่ายน้อยคงเหมาะกว่า”     สีหน้ายิ้ม ๆ เหมือนผู้ใหญ่พูดกับเด็กยิ่งทำให้ร่างบางรู้สึกฉุนเฉียว



          “เราไม่ใช่เด็กน้อยแล้วนะ”




          ร่างสูงมองเจ้าเด็กน้อยที่มีรูปร่างบอบบางขู่ฟ่อ ๆ ทั้งที่สูงยังไม่ถึงปลายคางเขาเสียด้วยซ้ำ




          “ถ้าไม่ใช่เด็กแล้วใยเจ้าถึงได้สูงเพียงนี้เราละฮึ  เจ้าเด็กน้อย”




          “สามหาว  ถอนคำพูดเดี๋ยวนี้” มือไวกว่าสมองสั่งการร่างบอบบางส่งกำปั้นเล็กกะให้เสยใส่ปลายคางของร่างสูงที่มีไรหนวดบางๆ นั้นกะให้โดนจังๆ เลยทีเดียว



          แต่ดูเหมือนอะไรมันจะไม่เป็นใจ



          “เอ๊ะ...” เสียงใสร้องขึ้นเมื่ออีกฝ่ายรับหมัดของตัวเองได้  และถือโอกาสดึงร่างบอบบางเข้ามาในอ้อมกอด



          ดวงตาคมสีนิลมองสบกันอยู่ชั่วครู่




          “เด็ก...ก็คือเด็กอยู่วันยังค่ำ  นะเจ้าเด็กน้อยเอ่ย” เสียงทุ้มที่เอ่ยข้างใบหูเล็กมันทำให้ผู้เป็นเจ้าของถึงกับมีใบหน้าขึ้นสีระเรื่อ




ร่างสูงที่วันนี้หยอกเอิน “เด็กน้อย” พอหอมปากหอมคอก็จำใจปล่อยแม้จะเสียดายกลิ่นหอมหวานที่ยังกรุ่นติดจมูกอยู่    อีกคนก็พอกันเมื่อหลุดเป็นอีกอิสระจากอ้อมกอดแกร่งก็แทบจะกระเด้งตัวออกห่างไปไกลเสียเกือบโยชน์  จนอดเอ่ยเย้าเสียมิได้




“อะไรกันชาวพูยอ  นี่เกรงกลัวเรามากเสียจนต้องลี้ถอยห่างเสียป่านนี้เชียวหรือ  เจ้าเด็กน้อย”




“ชาวพูยออย่างเราหาเกรงกลัวไม่ เพียงแค่เรามิอยากจะปากต่อคำกับคนพาล” ร่างบางที่ถูกเรียกว่าเด็กน้อยเอ่ยบอกเสียงเข้มพร้อมกับถลึงตาใส่




“นี่เจ้าเห็นเราเป็นคนพาลหรอกรึฮึ”



อากัปกิริยาลอยหน้าลอยตาไม่ตอบคำถามของร่างบอบบางก็เป็นนัยยอมรับในคำถามนั้น




“หากเราเป็นคนพาลอย่างเจ้าคิด  เราจะจักจับเจ้ากับม้าของเจ้าไปขายเป็นทาสเลว  แต่เราดูท่าแล้วรูปร่างผอมแห้งแรงน้อยเฉกเช่นเจ้า  คงไม่แคล้วเป็นได้แค่คนโกยหญ้าให้ม้ากิน”





          เจ้าคนสามหาวกล้าดีเยี่ยงไรถึงจะทำกับเรา...องค์ชายโดยองแห่งพูยอเช่นนี้!

 

 

+++++++++tbc+++++++++++

 

ร่วมด้วยกันหวีดที่ #PLJaeDo

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 175 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

627 ความคิดเห็น

  1. #627 pearpear182 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 มกราคม 2564 / 23:48
    เขินอ่ะ55555
    #627
    0
  2. #625 kookv_1130 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กันยายน 2563 / 19:36
    องค์ชายน้อย~~~~~
    #625
    0
  3. #575 ploy wty (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:17
    เอ็นดูองค์ชายน้อย
    #575
    0
  4. #569 jn_leejn (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 / 15:51

    เจอกันอีกแล้วววว

    กระต่ายน้อยซนเสียจริง

    #569
    0
  5. #528 jubjang21 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 22:25
    ชอบน้องโดยองโหมดนี้ ฮืออออออออ ไม่มีใครยอมใครเลย น่ารักกกก><
    #528
    0
  6. #519 puzzle97 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2560 / 11:54
    พอกันทั้งคู่ความไม่ยอมใครนี้
    #519
    0
  7. #509 anndirus (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2560 / 20:59
    องค์ชายน้อยน่ารักจังเลยค่ะ มีความแสบก๋ากั่นปนนิด ๆ
    แล้วทำไมองค์ยุนโฮต้องให้แจฮยอนมาตีเมืองด้วยนะ?
    #509
    0
  8. #474 cyn'dy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 17:47
    โดยองเป็นเจ้าชายคนเล็กของอาณาจักรนี้นี่เอง ฮรือออ น้องน่ารักมาก แต่ก็นะ แอบมีปมมาแล้ว ว่สแต่ทำไมยุนโฮต้องให้แจมาบุกอาณาจักรกันด้วยนะ หมายความว่าไง อยากให้แจฮยอนมาข่วยปกครองบ้านเมืองชั่วคราวแบบนี้หรอ ถ้าเป็นงี้โดยองเกลียดขี้หน้าอูแจนิ่งกว่าเดิมแน่ๆค่ะ
    #474
    0
  9. #426 cosmoace (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 19:20
    โดยองเหมือนเคะน้อยนิสัยรั้นๆรอให้แจฮยอนมาปราบฮรืออออรักมากกก
    #426
    0
  10. #353 limitedear (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2559 / 10:36
    "ถวายหยิก" ทำไมน่ารักอ่ะฮืออออ
    #353
    0
  11. #341 Wimonrat Weangnon (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2559 / 17:18
    คู่กัดไม่มีใครยอมใครเลย
    #341
    0
  12. #329 BBelliZ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2559 / 00:12
    จะทะเลาะกันไปถึงไหนนนนนน
    แจก็อย่าไปแกล้งงตุ่ยมากสิ
    #329
    0
  13. #255 kyosan (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 เมษายน 2559 / 01:07
    แจฮยอนช่างปากคอเราะร้ายกล้ามาว่าโดยองแห่งเมืองพูยอได้ยังไง
    #255
    0
  14. #145 B_MOMORIN27 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 เมษายน 2559 / 12:51
    แจโดปะทะฝีปากกันตลอดเลย >< ทำไมพูยอถึงต้องการให้ทงเยมาตีเมืองกันนะ แต่เหนือสิ่งอื่นใจกรี๊ดฮันซลมากๆ >< เท่อะไรเบอร์น้าน
    #145
    0
  15. #103 Superbroccoli (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 เมษายน 2559 / 10:48
    หูเยยยยน่ารักกกกกก

    น้องกาตุ่ยต้องสู้นะลูกกกก55555
    #103
    0
  16. #101 JannieJK (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 เมษายน 2559 / 10:11
    นังแจร้ายมากแกล้งน้อง
    #101
    0
  17. #28 ปงจี้ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 เมษายน 2559 / 00:38
    กระต่ายน้อยก็ยังเป็นกระต่ายน้อยอยู่วันยังค่ำ ราชันแจฮยอนก็ไปแกล้งเค้า555555
    #28
    0
  18. #11 mayean (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 เมษายน 2559 / 22:08
    โอ้ยเราชอบ 555555555 ขิงก็ราข่าก็แรงจริงๆ ออกแนวปราบพยศ ชอบค่ะน่ารัก
    #11
    0
  19. #10 Parknyoung40 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 เมษายน 2559 / 16:15
    คือดีมาก กระต่ายน้อยท่าทางจะไม่รอด ถ้ารู้ว่าจองแจเป็นใครนี่จะทำยังไงนะ อยากอ่านต่อแล้ว5555 สนุกดีค่ะ
    #10
    0
  20. #7 WIFE_ENGINEER (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 เมษายน 2559 / 14:36
    สนุกอ่ะ แต่งงกับภาษานิดนึง555
    #7
    0
  21. #5 Aumaim Katsuni (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 เมษายน 2559 / 13:49
    สนุกกก~ แจน่ารักกก
    #5
    0
  22. #4 ความลับ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 เมษายน 2559 / 13:10
    เอ๋า ไปบอกเค้าทำไมว่าเป็นองค์ชาย ถถถถถถ โดยองเง้ออออ เดี๋ยวได้โดนแกล้งหนักกว่าเดิมแน่ๆ
    #4
    0
  23. #2 CaramelMocha (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 เมษายน 2559 / 12:49
    เถียงกันเรื่อยๆเดียวกะได้กันป่ะคะอุบอิอิ  ว่าแต่ทำไมต้องให้ยกทัพไปตีด้วย🤔🤔🤔
    #2
    0