[NCT] Pure Love จอมใจองค์ราชัน II [ JaeDo]

ตอนที่ 17 : Chapter 14 : รุ่งอรุณแห่งวันใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,402
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 133 ครั้ง
    11 เม.ย. 60

[Fic NCT]  Pure Love  [ #JaeDo , #TaeTen , #HanTa ft. Johnil]

By winata

Chapter  14 : รุ่งอรุณแห่งวันใหม่



            ภายในห้องบรรทมของพระอนุชาลู่ฟาง  ที่ยามนี้มีทั้งองค์ราชันแจฮยอนและเหล่าขุนพลคู่ใจแทอิล  จงอิน ยูซองที่เพิ่งตามมาสมทบยังทงเยพร้อมกับองค์ชายฮันซลหลังจากได้ทราบข่าวว่าหัวหน้ากลุ่มกบฏที่แท้จริงแล้วคือปาร์คจองซูพระญาติห่างๆ  ที่คิดการณ์ใหญ่มานานแล้วเสียแต่ว่าคราก่อนนั้นองค์ราชันแจฮยอนพร้อมกับทหารเพียงหยิบมือบุกฝ่ามาทวงบัลลังก์ได้ทันและครานี้ก็เช่นกัน  แม้ฝ่ายกบฏจะหนีร่นไปยังขอบชายแดนระหว่างทงเยและรอกเจแต่มันไม่สำคัญเท่ากับเพลานี้



            “ยูซอง  เจ้าหยุดเดินไปเดินมาเสียที” แทอิลที่ทนตาลายไม่ไหวเอ่ยขึ้นเบาๆ ก่อนจะจับให้สหายรักยืนอยู่นิ่ง  แต่นิ่งได้ไม่ถึงอึดใจเจ้าตัวก็เดินยังข้างแท่นบรรทมของพระอนุชา  แล้วเดินกลับมายังโต๊ะน้ำชาที่มีองค์ราชันแจฮยอน  องค์ชายฮันซล จงอินนั่งอยู่



            “เดี๋ยวเจ้านั่นเมื่อยก็คงหยุดเอง” จงอินบอกก่อนจะยกถ้วยสุธารสจิบ  พร้อมกับดูองค์รานีโดยองฝังเข็มครั้งสุดท้ายให้

พระอนุชาลู่ฟาง 



            “พิษถูกขับออกเสียจนเกือบหมด  อีกนานลู่ฟางคงจะฟื้น” องค์ราชันตรัสขึ้นก่อนจะใช้สายตาปรามขุนพลยูซองให้กลับมานั่งที่ข้างๆ องค์ชายฮันซล  ที่เจ้าตัวก็เอาใจขุนพลตัวเล็กทันทีด้วยเลื่อนจานขนมที่แทอิลกำลังจะหยิบชิ้นสุดท้ายในจานมาตรงหน้ายูซองทันที




            ทั้งหมดต่างสวดมนต์ภาวนาให้ลู่ฟาง   น้องเล็กของทุกคนฟื้นขึ้นมาไวๆ  เพราะยิ่งร่างบางอาการทรุดมากขนาดไหนลีแทยงที่อยู่ข้างกายพระอนุชายิ่งอาการแย่ลงเช่นกันแต่เป็นทางใจ   ภาพนั้นต่างติดตาทุกคนภาพที่แทยงซับเลือดที่ไหลออกมาจากทางจมูกและปากของลู่ฟางเพราะพิษกำเริบ 





เลือดสีสดที่มันเปียกชุ่มไปบนตัวแทยงราวกับอีกฝ่ายบาดเจ็บจากกลุ่มกบฏ นับว่าโชคดีที่องค์ชายโดยองฝังเข็มห้ามเลือดได้ทันท่วงที   ก่อนจะเริ่มรักษาพระอนุชาลู่ฟางโดยมีขุนพลแทยงค่อยช่วยเหลือตลอดเวลาที่ต้องอยู่ในกระโจมไฟยาแก้พิษฮวากุนสลับกับการฝั่งเข็ม  ถึงสิบวันสิบคืนซึ่งตลอดเวลานั้นพระอนุชาลู่ฟางไม่ได้สติเลยมีเพียงขุนพลแทยงที่คอยพยุงเป็นหลัก   การที่ต้องนั่งในกระโจมไฟที่ด้านข้างร่ายล้อมไปไอร้อนจากหม้อยาแก้พิษแถมยังต้องป้อนตัวยาทุกสี่ชั่วยามการที่ต้องป้อนยาพระอนุชาที่ไม่ได้สติมันไม่ใช่เรื่องง่าย   แล้วการฝังเข็มเพื่อเปิดจุดต่างๆ ของร่างกายอีกที่มันทำให้องค์แจฮยอนถึงขั้นไม่กล้าเข้ามาในห้องบรรทมของพระอนุชาเพราะหวาดวิตกกังวลมากกว่าหมอเทวดาที่ทำการรักษาเสียอีก  ทุกครั้งที่วรกายบางของพระอนุชาสะดุ้งเพราะเข็มที่องค์ชายน้อยปักตรงจุดสำคัญต่างๆ พระทัยของพระเชษฐาอยากจะเจ็บเสียเอง




            “นะ...น้ำ  ขอน้ำเราหน่อย” ลู่ฟางที่รู้สึกตัวแล้วเอ่ยขึ้นแทยงที่ยืนอยู่ใกล้มากที่สุดปาดไปรินน้ำใส่ถ้วยสุธารสใบเล็กแล้วพยุงวรกายร่างบางของพระอนุชาขึ้นเพื่อให้จิบน้ำอย่างช้าๆ  กิริยาที่แสนห่วงใยพร้อมปฏิบัติอย่างนุ่มนวลของขุนพลแทยงต่างทำให้ผู้ที่อยู่ในห้องบรรทมของพระอนุชาต่างรู้สึกถึงความรักมากมายมหาศาลของทั้งคู่



            “พะ  พี่แทยง” ดวงเนตรที่ค่อยลืมขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มกว้างบนพักตร์ซีดขาวทันที่ที่เห็นว่าผู้ใดอยู่ข้างกายตนเอง  หัตถ์บางค่อยๆ ยกขึ้นลูบไล้สันกรามสากเบาๆ ใบหน้าหล่อคมคายที่ดูอิดโรยเหมือนอดนอนมาหลายเพลา



            “ลู่ฟาง” องค์ราชันแจฮยอนเรียกน้องชายเบาๆ ก่อนจะเดินเข้าไปชิดริมแท่นบรรทมที่มีแทยงนั่งอยู่




            “ท่านพี่แจฮยอน” ลู่ฟางที่กึ่งนั่งกึ่งซบขุนพลแทยงอยู่หันไปทางพระเชษฐาและเลิกคิ้วมองอาคันตุกะแปลกหน้าที่สวมสร้อยข้อมือที่มีจี้เป็นเหรียญเงินที่มีตราพญาอินทรีย์ที่ดวงตาประดับด้วยไพลินสีแดงดวงตราพระราชลัญจกรประจำตัวองค์ราชัน



            “แล้วนั่น...”





            “หมอเทวดาแห่งพูยอ  องค์ชายโดยอง  องค์รานีแห่งทงเยผู้ที่ช่วยเจ้าไว้อย่างไงเล่าน้องรัก” แจฮยอนเอ่ยอย่างอารมณ์ดีเพราะนับตั้งแต่โดยองรักษาลู่ฟางมาถึงสิบวันสิบคืนเต็มๆ ไม่มีราตรีใดที่องค์ราชันจะทรงหลับสนิท  เพราะตนเพิ่งทราบผลข้างเคียงของการใช้ตัวยารักษาพิษฮวากุนแม้อยากจะห้ามก็ทันแล้วนับแต่แทยงตัดสินใจไป   ซึ่งได้แต่หวังว่าการฝังเข็มของหมอเทวดาที่อยู่ข้างกายตนจะช่วยลีแทยงผู้ที่เป็นทั้งสหายรักและขุนพลคู่ใจได้




            “ขอบพระทัยอย่างที่สุดมิได้กระหม่อม” ลู่ฟางที่พยายามจะทำความเคารพมันทำให้โดยองที่ตอนนี้กลายเป็นองค์รานีอย่างสมบูรณ์แล้วรีบห้ามแล้วช่วยแทยงพยุงพระอนุชาให้นั่งพิงขุนพลแทยงดีๆ




            “ไม่เป็นไรดอกพระอนุชา  เห็นพระองค์ฟื้นกระหม่อมก็ดีใจ” โดยองบอกก่อนจะทำการตรวจชีพจรของพระอนุชาโดยที่ตนใช้มือบางกดไหล่ขุนพลแทยงให้นั่งลงอยู่ด้วย  เนื่องจากเจ้าตัวพยายามที่ลุกออกมาแต่หัตถ์บางๆของพระอนุชาจับมือหนานั่นเอาไว้แน่น




            “ชีพจรท่านเต้นเกือบเป็นปกติแล้ว  เราจะจัดยาบำรุงให้ดื่มอีกสองชุดเพราะตอนนี้พิษฮวากุนที่มีอยู่โดนขับออกมาเสียเกือบหมด  จริงด้วยเหลือเข็มที่หัวไหล่ท่านที่เรายังไม่ได้ถอนออก” จบคำองค์ชายน้อยแห่งพูยอเอื้อมมือบางไปยังสาบเสื้อลู่ฟางจนถึงจุดที่ตนฝังเข็มเอาไว้ออก




            “โอย” ลู่ฟางร้องเอ่ยขึ้นเพราะตอนเวลาที่ฝังเข็มมาตลอดนั้นตนไม่ได้สติเลยไม่รับรู้ถึงความเจ็บพอเห็นเข็มขนาดไม่ใหญ่ที่องค์ชายน้อยดึงออกมานั้นทำเอาสะดุ้งเลยทีเดียว



            “ลู่ฟาง  ขาเจ้า” แจฮยอนที่เห็นตอนขาของอนุชาที่ขยับได้ทั้งที่ตลอดเวลาสิบกว่าปีตั้งแต่โดนพิษฮวากุนและการโดนทำร้ายจากกบฏมันทำให้ลู่ฟางพิการเดินไม่ได้อีกเลยตั้งแต่เยาว์วัย




            โดยองเลิกผ้าที่ปกขาเรียวสวยของลู่ฟางออกก่อนที่มือบางจับปลายเท้าขาวแล้วกดหยุดลงไปอย่างไม่ยั้งมือ




            “เราเจ็บนะองค์รานี” ลู่ฟางที่หดขาทั้งสองของตนเข้ามาพร้อมกับขยับกายเข้าหาขุนพลแทยงราวกับจะให้เป็นที่พึ่ง





            “คาดว่าฝั่งเข็มอีกไม่เท่าใด กับฝึกเดินสักหน่อยสงสัยพระอนุชาลู่ฟางจะวิ่งป๋อทั่วตำหนักเสียงกระมัง” โดยองอดกระเซ้าเสียมิได้เพราะเจ้าคงตัวคงลืมไปแล้วว่านานแค่ไหนที่ช่วงล่างนับจากปั้นเอวของตนหมดความรู้สึกไปนานแค่ไหน





            “มะ...หมายความว่าเราจะกลับมาเดินได้งั้นเหรอ” ลู่ฟางที่ตอนนี้เอื้อมมือไปจับขาตัวพร้อมบีบเบาๆ  ทั้งที่เมื่อก่อนน้อยใจโชคชะตาทุบแรงแค่ไหนก็ไม่รู้สึก  แต่ยามนี้แค่หยิกเบาๆ เนื้อขาวๆก็เป็นรอยแดงและรู้สึกเจ็บนิดๆ




            “อย่าทรงทำร้ายพระวรกายของพระองค์เอง” แทยงที่เงียบมาตลอดเอ่ยขึ้นพร้อมกับจับหัตถ์บางของพระอนุชาออกจากพระเพลาอย่างเบามือ  แจฮยอนที่สังเกตมานานแล้วต่างส่งสัญญาณให้คนอื่นๆ ออกไปก่อน  ขนาดยูซองที่อยากจะพูดอะไรแต่พอสบกับพระเนตรดุๆ ขององค์ราชันก็หน้างอเดินตามองค์ชายฮันซลออกไปทันที




            “พี่ดีใจที่จะได้เห็นเจ้าเดินได้อีกครั้งลู่ฟาง” แจฮยอนเอ่ยขึ้นพร้อมกับจับมือบางของอนุชา  ส่วนอีกมือนึงก็เอื้อมไปจับมือหนาที่สากเพราะกำแต่ศาสตราวุธของขุนพลคู่ใจให้มาทาบทับกับลู่ฟาง 




            “ฝ่าบาท...” แทยงเอ่ยอย่างเจียมตัวเพราะเข้าใจถึงสิ่งที่องค์ราชันแจฮยอนดำริที่จะทำ




            “กระหม่อมมิคู่ควรและมิบังอาจจะอาจเอื้อมในสิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์”




            “ความเสียสละของเจ้าที่มีต่อลู่ฟาง  ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำเรายอมรับเจ้าลีแทยง  สุดท้ายแล้วมันอยู่ตัวเจ้าเองจะเก็บนกกระเรียนน้อยนี้เอาไว้  หรือจักจะปล่อยให้มันไปหายไปกับสายลม” ร่างสูงขององค์ราชันยืนขึ้นก่อนที่จะจูงมือองค์รานีออกจากห้องบรรทมของพระอนุชา  โดยมีคุณข้าหลวงนาอึนปิดประตูให้




            “ไปพักเถอะนาอึน  เดี๋ยวจะล้มป่วยไปอีกคน  ครานี้พระอนุชาจะได้ย้ายไปนั่งเฝ้าคุณข้าหลวงคนโปรดแทน” เอ่ยหยอกคุณข้าหลวงที่ร้องไห้เงียบๆ อยู่หลังจากที่ได้ยินว่าพระอนุชาที่ตนเองทรงเป็นแม่นมและเลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็กๆ จะกลับมาเดินได้อีกครั้ง




            “เพคะฝ่าบาท  ขอบพระทัยพระองค์จริงๆ เพคะองค์รานี  หม่อมฉันไม่รู้...” โดยองรีบประคองคุณข้าหลวงนาอึนขึ้นมาทันทีที่อีกฝ่ายจะคุกเข่าลงถวายความเคารพ




            “เราก็ทำตามหน้าที่  คุณข้าหลวงอย่าได้คิดเป็นบุญคุณเลยเพราะคนที่สมควรจะห่วงตอนนี้อยู่ในห้องนั้นทั้งคู่เราอยากจะฝากให้ต้มยาบำรุงให้พระอนุชาลู่ฟางและขุนพลแทยงด้วยอีกประเดี๋ยวพี่หญิงยอนฮวาคงเอายามาให้”  นาอึนกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ไหวเพราะคาดคิดว่าองค์รานีจะทรงมีน้ำพระทัยงามขนาดนี้   ตั้งแต่องค์ราชันทรงต่อสู้เพื่อป้องกันวังหลวงจากกลุ่มกบฏที่หมายบุกมาเพื่อโค่นบัลลังก์ทรงเอาตัวเข้าขวางป้องกันเอาไว้โชคดีที่ขุนพลยูซองมาช่วยไว้ทันโดยไม่เกรงอันตรายสักนิด  ไม่นับการไม่ถือพระองค์ที่ลงไปช่วยหมอหลวงของทงเยช่วยทำแผลของเหล่าทหารหรือนางกำนัลที่บาดเจ็บ





            “ขอบพระทัยเพคะองค์รานี”

           






            “ทรงคิดว่าท่านแทยงจะปฏิเสธพระอนุชาอีกหรือไม่ฝ่าบาท”  เอ่ยถามขึ้นหลังจากเดินกลับตำหนักหลวงที่ประทับขององค์ราชันแจฮยอนท่ามกลางแดดยามบ่ายที่สาดส่องผ่านหมู่แมกไม้ลงมา



            โดยองที่เคียงคอมองสบตากับพระสวามี...เอ่อองค์ราชันแจฮยอนก่อนจะเป็นหลบนัยน์ตาคมเข้มเสียเองจากที่ตอนแรกจะทำเฉยเสียแต่อดอยากจะถามเสียมิได้



            “เหตุใดพระองค์ถึงได้มองกระหม่อมแบบนั้นเล่า”



            “ผิดแล้ว  เจ้าต้องเรียกเรา ท่านพี่นะ องค์รานี” แจฮยอนเอ่ยพร้อมกับยกมือบางขึ้นมาจุมพิตเบาๆ เพราะวันนี้เป็นวันที่ตนมีความสุขมากที่สุดทั้งที่จริงแค่ขอให้โดยองรักษาชีวิตของลู่ฟางเอาไว้ให้ได้ก็พอแล้ว  ส่วนการที่อนุชาของตนจะกลับมาเดินได้อีกครั้งมันเป็นเรื่องเหนือความคาดหมายยิ่งยวด




            “เราเปิดทางให้ขนาดนี้  ที่เหลือก็อยู่ที่สองคนนั้นกี่ปีที่ผ่านมารักกันมากขนาดไหนขนาดผู้ใดไม่เกี่ยวข้องยังรับรู้”




แจฮยอนเอ่ยก่อนจะนึกเหล่านกกระเรียนตัวน้อยที่ขุนพลของตนพับให้พระอนุชา  ซึ่งมันอาจจะมากพอกับที่ลู่ฟางพับให้แทยง  บัดนี้มันคงถึงเพลาที่ตนผู้เป็นนายและพระเชษฐาจักช่วยทำให้มันชัดเจนขึ้น




            “ปล่อยได้แล้วกระหม่อม” องค์เหน่งน้อยบอกเสียงเบาพร้อมกับหันไปมองรอบตัวเพราะกลัวว่าเหล่าราชองครักษ์และนางกำนัลทั้งหลายจะเห็นกิริยารุ่มร่ามที่องค์ราชันแจฮยอนแสดงต่อตน




            “จะอายอะไรกันฮึโดยอง  ป่านนี้เค้ารู้กันทั่วทั้งแผ่นดินว่าเจ้าเป็นเมียพี่” โดยองไม่กล้าต่อล้อต่อเถียงเพราะความปากไวของตนเองแท้ๆ ที่กล่าวไว้ในคืนก่อนที่จากพูยอมายังทงเยเพราะมันไม่ใช่แค่สามวันแต่งเลยแต่มันเป็นตั้งแต่วันแรกที่มาถึงทงเยเลยต่างหาก  พิธีการเรียบง่ายและการเข้าหอแบบไม่ทันเตรียมใจแค่คิดถึงก็ทำเอาปรางใสขององค์ชายน้อยมีสีระเรื่อ




            “คิดถึงอ้อมกอดของพี่สินะ” แจฮยอนพูดเบาๆข้างหูขาวขององค์รานีที่เขินจนตัวแดงไปหมดแล้วยิ่งพวงแก้มใสขึ้นสีระเรื่อริมฝีปากล่างถูกฟันคมกัดไว้เพื่อกลั้นความขัดเขินมันเชิญชวนให้องค์ราชันลงโทษเสียจริงๆ




            “โดยอง...” เสียงทุ้มกระซิบแผ่วอีกครา  พร้อมกับจมูกโด่งเข้าคลอเคลียแก้มนวลพร้อมดึงร่างแสนบอบบางขององค์รานีเข้ามากอดเอาไว้



            “ขอบใจสำหรับทุกสิ่ง  ขอเพียงเจ้าอยู่เคียงข้างเราไม่ว่าจะยามทุกข์หรือสุข  และเราอยากให้รู้ว่าจะมีเพียงเจ้าคนเดียวที่เราจะรักตลอดไป   แค่มีเจ้าอยู่เคียงข้างบัลลังก์แห่งทงเยเท่านี้สิ่งอื่นใดในใต้หล้าเราก็ไม่ต้องอะไรอีกแล้ว”



            “เช่นกันฝ่าบาท  แค่มีพระองค์กระหม่อมก็ไม่ต้องการสิ่งใดแล้ว”




            “เรารักเจ้านะโดยอง” ร่างบางขององค์รานีไม่เอ่ยเอื้อนใดๆ ตอบกลับนอกจากสอดเรียวแขนรอบเอวหนาแล้วซุกใบหน้าหวานกับอกแกร่ง  ยิ่งเรียวแขนเล็กรัดแน่นเท่าใดองค์ราชันแจฮยอนยิ่งมีรอยยิ้มกว้างเท่านั้นเพราะการออดอ้อนของโดยองไม่ใช่จะเห็นได้ง่ายๆ  ถึงวันนี้คำว่ารักจะยังไม่ถูกขานตอบในทันควันเพราะเจ้าตัวยังเขินอายอยู่   แต่เชื่อเถอะนับจากนี้แจฮยอนให้สัญญากับตัวเองว่าจะทำให้โดยองเอ่ยคำรักแก่กันด้วยความเต็มใจ...จอมใจแห่งทงเย

           

 

 


 ++++++++++  #PLjaedo ++++++++++++++++

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 133 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

627 ความคิดเห็น

  1. #615 Panda~~ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 15:18
    น่ารักมากเลยยยยยย องค์ชายน้อยเก่งมากเลยเพค่ะ ลูฟางกำลังจะหายแล้วดีใจ~ คู่พี่หวานมาก ต้องลุ้นคู่น้องละว่าแทยงจะยอมสักทีไม่คิดว่าตัวเองต่ำต้อยสักทีได้ไหม
    #615
    0
  2. #603 pinkshoes (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 03:23
    น่ารักกันเหลือเกินนน
    #603
    0
  3. #588 ploy wty (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:01

    ฝ่าบาทขยันทำให้เขินเหลือเกินนะเพคะ

    #588
    0
  4. #560 เคเฮชเย็นเย็น (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 กันยายน 2561 / 08:37
    โอ๊ยเขินนนนน
    #560
    0
  5. #540 jubjang21 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 16:41
    แงงงงงงงงง เขินนนน-///-
    #540
    0
  6. #505 ความลับ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 เมษายน 2560 / 16:42
    โอยยยยย คู่นี้ก็หวานเอ๊าหวานเอา ให้ตาย มดตอม
    #505
    0
  7. #500 chali_23 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 เมษายน 2560 / 15:53
    ในที่สุด ลู่ฟางก้เดินได้แล้ว
    #500
    0
  8. #490 cyn'dy (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 21:58
    งื้อออออออ ลู่ฟางฟื้นแล้วววว โดยองเก่งมากๆค่ะ คือน้ำตาคลอจริงๆตอนลู่ฟางฟื้น แล้วก็นะ แทยง...หวังว่าจะไม่ปล่อยให้นกกระเรียนมันเพิ่มขึ้นอีกแล้วนะ ดอกฟ้าโน้มตัวลงมาหาแล้ว ตัวเองก็เขย่งขึ้นไปจับได้แล้ว ถึงเวลาที่ต้องตกลงปลงใจกันสักที ส่วนแจโด 5555555555 นี่สรุปคือเขาเรือนหอก่อนถึงสามวันอีกค่ะ ถถถถ เป็นคู่รักที่ร้อนแรงจริงๆ เราซึ้งนะที่แจคอยให้คำมั่นกับโดยองตลอด เราเลื่อว่าสองคนนี้จะมีเพียงแค่กันและกันตราบนานเท่านานแน่ๆ
    #490
    0