[NCT] Pure Love จอมใจองค์ราชัน II [ JaeDo]

ตอนที่ 13 : Chapter 12 : ว่าที่องค์รานีแห่งทงเย 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,862
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 113 ครั้ง
    4 เม.ย. 60



[Fic NCT]  Pure Love  [ #JaeDo , #TaeTen , #HanTa ft. Johnil]

By winata

Chapter  12 : ว่าที่องค์รานีแห่งทงเย


      ร่างบอบบางที่ยังอยู่ในชุดสีดำสนิทแต่ต่างจากอินทรีทมิฬคนอื่นคือที่แขนเสื้อของยูซองจะมีริ้วด้ายสีทอง   ที่ชะเง้อคอมองออกยังด้านหน้าของตำหนักรับรองที่ทางพูยอจัดไว้ให้  เพราะเห็นว่ามันนานแล้วแต่องค์ราชันของตนยังไม่เสด็จกลับ



            “เอ๊ะ” ยูซองผงะไปแทบล้มถ้าแขนบางไม่ถูกคว้าเอาไว้โดยองค์รัชทายาทอันดับที่หนึ่งของพูยอ



            “ปล่อยแขนเราได้แล้ว” คิ้วเข้มขององค์ชายฮันซลเลิกขึ้นเมื่อได้ยินเสียงใสๆ ที่พูดกับตนอย่างธรรมดา



            “ดูท่าเจ้านะลืมไปนะขุนพลยูซองว่าพูดอยู่กับใคร” อดจะเอ่ยหยอกเย้าร่างบางตรงหน้าเสียไม่ได้ที่ใบหน้าน่ารักกำลังบูดบึ้ง





 ดวงตากลมโตเบิกกว้างมากขึ้นเพราะอีกฝ่ายเข้ามาใกล้...ใกล้มากเสียจนยูซองแทบจะนับแพขนตาหนาขององค์ชายฮันซลได้เลยทีเดียว   ร่างบางผลักอ้อมแขนแกร่ง  ก่อนจะแทบเรียกได้ว่ากระโดดออกไปอยู่ห่างจากจุดที่องค์ชายแห่งพูยอทรงประทับอยู่ไกลเสียเกือบโยชน์            



องค์ชายฮันซลหัวเราะอย่างขบขันกิริยาของยูซอง  แล้วยิ่งมือบางถูแก้มข้างที่ตนเกือบก้มดมสูดความหอมมากเท่าใดใบหน้าใสยิ่งแดงระเรื่อ  ถึงครานี้จะพลาดไปแล้วยังมีโอกาสหน้าที่จักไม่ปล่อยผ่านไปได้ง่ายๆ อยากจะหยอกอีกสักครั้งแต่เพราะเห็นองค์ราชันแจฮยอนเสด็จมาถึงแล้วฮันซลโค้งน้อยๆ ก่อนเดินนำเข้าไปยังตำหนักรับรอง        


  

“ยูซอง” 


“ฝ่าบาท  องค์ราชันยุนโฮองค์ชายฮันซลเสร็จมารออยู่แล้ว”  ยูซองที่รอองค์ราชันแจฮยอนอยู่หน้าตำหนักรีบทูลทันที



“ขอบใจมาก  ไปพักเถอะพรุ่งนี้ต้องเดินทางไกล”



“แต่ว่า...”



แจฮยอนตบบ่าเล็กๆ ของยูซองเพราะในยามนี้เหล่าอินทรีทมิฬต่างอยู่ในสภาวะความตึงเครียด  ถึงจะสิบปีที่แจฮยอนขึ้นครองราชย์มา   แต่กระแสคลื่นน้ำของฝ่ายกบฏที่พยายามลอบปลงพระชนม์ของตนเองและพระอนุชายังมีต่อเนื่องมาเรื่อยๆ ถ้านับครั้งนี้ลู่ฟางคงโดนหนังที่สุดแต่แจฮยอนเชื่อ...เชื่อว่าน้องชายต้องรอดเพราะหมอเทวดาแห่งพูยอ

 

 

 

“ขอโทษด้วยท่านอาจารย์ที่เรามาช้า”



“ไม่หรอกแจฮยอน  เรากับฮันซลเพิ่งมาได้ครู่เดียว” ยุนโฮยกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบจังหวะเดียวกับที่ฮันซลโบกมือเป็นสัญลักษณ์ให้จุนมยอนออกไปก่อนที่ทั้ง3คนจะปรึกษาหารือกัน



“สถานการณ์ภายในของทงเยร้ายแรงกว่าที่คิดไว้มากนะท่านพี่” ฮันซลเอ่ยขึ้นหลังรินน้ำชาให้คนที่ตนนับถือและเคารพดุจพี่ชายแท้ๆ แม้จะไม่พบเจอกันมานาน



“หากไม่มีหลักฐานที่แจ่มแจ้ง   จะจับอสูรเฒ่าที่ฝังกายอยู่ในราชสำนักของทงเยมานานยิ่งยากยิ่ง” แจฮยอนไม่ใช่ไม่รู้ว่าฝีมือผู้ใดถึงตนจะเป็นองค์ราชันที่ได้รับการกล่าวขานอย่างเกรียงไกรแต่บางปัญหาก็หาจัดการให้สิ้นซากได้ในคราเดียว



“ไม่คิดเลยว่าความแค้นจากคนรุ่นพ่อแม่จะส่งผลถึงเพียงนี้  ถ้าลากคอไปตัดหัวแล้วมันจบได้เลยก็คงดี”



ยุนโฮเอ่ยเพราะปัญหาของทงเยใช่ว่าตนจะไม่รู้  แต่เลือกที่จะฝากผู้เป็นดวงใจของพูยอไว้ในมือของลูกศิษย์รักของตน




“เราก็อยากทำแบบนั้นเช่นกันท่านอาจารย์  แต่มือเท้าของอสูรเฒ่ามันมีมากนักยากจักถอนรากต้องถอนโคนให้สิ้นในคราวเดียวครานี้มันคงอยากฆ่าลู่ฟางให้ตายจริงๆ ยังดีที่ร่างกายเหมือนจะต้านพิษทำให้รอดมาเสียหายครั้ง ไม่นับที่ส่งกองโจรป่าและนักแม่นธนูมาลองสังหารเราระหว่างที่พักอยู่นอกเมืองพูยอ  เคราะห์ดีที่เจอกับองค์ชายน้อยเข้าเสียก่อนพวกมันถึงได้ล่าถอยไป   กลับไปทงเยคราวนี้มีหลายเรื่องให้จัดการเสียให้สิ้นซาก” แจฮยอนเล่าถึงตอนที่โดยองทำแผลที่โดนลูกศรของฝ่ายกบฏที่ชายทุ่งนอกเมืองพูยอ




ฮันซลถอนหายใจอย่างมิคิดปิดบังเพราะห่วงโดยองแต่อย่างน้อยหากอยู่กับคนที่ตนรักและรักตนเองโดยองคงจักมีความสุขและปลอดภัยมากกว่าจะอยู่ที่พูยอหรือไปเป็นพระชายาแห่งรอกแจ




“เราสัญญาจะดูแลโดยองให้มีความสุขและปลอดภัย” แจฮยอนเอ่ยบอกอาจารย์และฮันซลโดยเฉพาะคนหลังที่แววตาคมแสดงถึงความครุ่นคิดและหนักใจอยู่เนื่องๆ



“กระหม่อมรู้ท่านพี่  แต่อย่างไรเสียคงต้องให้ยองโฮไปอยู่ที่ทงเยถาวรคอยอารักขาโดยอง”



บุรุษที่ฮันซลเอ่ยถึงคือราชองครักษ์และทหารคนสนิทของตนเองที่องค์รัชทายาทอันดับที่หนึ่งของพูยอไว้ใจในฝีมือมากที่สุด  ซึ่งตอนนี้อารักษ์ขาลีแทยงไปส่งยังทงเยอยู่




“เอางั้นก็ได้  แต่เราไม่ใจร้ายหรอกนะ  เราจะให้จงอินและยูซองคอยช่วยงานเจ้าอยู่ที่นี่ฮันซลจนกว่าจะถึงงานอภิเษก”



ฮันซลถึงกับชะงักทันที




“องค์ชายแห่งมาฮันเชียวนะถึงจะไม่ใช่รัชทายาท   แต่ใช่ว่าพระบิดากับพระเชษฐาทั้งหลายจะไม่หวง  อย่าทำเป็นเล่นไปฝีมือเพลงดาบยูซองเป็นรองแค่เราเพียงผู้เดียวเองนะ”



แบบนี้สิค่อยน่าสนใจ  หากจะมีพระชายาสักคนองค์ชายฮันซลก็อยากจะเลือกผู้ที่สามารถดูแลตนเองร่วมถึงช่วยดูแลแผ่นดินยามเกิดศึกสงครามได้




“งานนี้คงต้องขอพระมหากรุณาธิคุณขององค์ราชันแจฮยอน   ช่วยกระหม่อมเสียแล้ว”

 





                              #PLjaedo

 





ร่างบอบบางที่อยู่ในชุดสีดำล้วนที่ริ้วสีทองที่ปลายแขนเสื้อบ่งบอกฐานะเฉกชายหนุ่มร่างสูงขาวจัดที่แม้จะครามแดด        แต่มิอาจบดบังสีผิวขาวรวมถึงรัศมีอันน่าเกรงขามที่กำลังช่วยโดยองขึ้นนั่งบนหลังอาชาคู่ใจได้



“อย่ากังวลเลย  ท่านแทยงก็ส่งข่าวมาบอกแล้วว่าน้องลู่ฟางไม่เป็นอะไรแล้ว”



“...” พอเห็นสีหน้าไม่สบพระทัยขององค์ราชันแล้วโดยองเลยก้มลงไปก่อนจุมพิตเบาๆ ที่แก้มสาก 



“ยิ้มสักนิดเถอะ  แค่นี้เหล่าอินทรีย์ทมิฬน่ากลัวจนเราขนลุกไปหมดแล้วนะ”




“ฮึ ไว้รอถึงทงเยเสียก่อนเถอะอย่าหวังว่าเราจะปล่อยให้เจ้าอยู่ห่างกายองค์ชายน้อย” แจฮยอนเอ่ยยิ้มๆ  ยิ้มที่ตัวพระองค์มีให้เพียงแค่องค์ชายโดยองเพียงคนเดียว   เพราะมันต่างกับยิ้มที่เหล่าทหารกล้าของพระองค์เคยเห็นยิ่งนักเพราะถ้าคราใดที่พระองค์ทรงแย้มพระสรวล  ครานั้นก็อย่าว่าศัตรูจะมีชีวิตอยู่






“จำเอาไว้  ไม่ต้องสนใจสิ่งใดทั้งสิ้นควบมาตามหลังเราแล้วอย่าอยู่ห่างจากจีวอน” แจฮยอนบอกเบาๆ เพราะเส้นทางลัดที่จะกลับไปยังทงเยโดยเร็วที่สุดต้องผ่านทางช่องเขาขาด  แม้เมื่อคืนจะมีเพียงแทอิลที่ได้รับบาดเจ็บจากการซุ่มโจมตีแต่กว่าจะถึงวังหลวงของทงเยแต่ทั้งสามคนก็เกือบแย่แม้จะยังไม่มีการบุกวังหลวงแต่การซุ่มโจมตีอยู่รอบนั้นบ่งบอกว่าพวกกบฏทั้งหลายเตรียมการที่วางแผนโค่นบัลลังก์ของทงเยอย่าแน่นอน  เพราะเปิดเผยกองกำลังที่ซ่องสุมกำลังพลมากมาย




“คิมจีวอน  จงอย่าได้ละสายตาจากว่าที่องค์รานี”




แจฮยอนบอกด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ เพราะครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ทหารหนุ่มออกสู่สมรภูมิในนามอินทรีย์ทมิฬหน่วยทหารส่วนพระองค์ขององค์ราชันแจฮยอน




“พะย่ะค่ะฝ่าบาท  กระหม่อมจะดูแลว่าที่องค์รานีอย่าที่หาที่สุดไม่ได้” จีวอนบอกก่อนจะส่งสายบังเหียนของโฮฮงอาชาคู่พระทัยขององค์ราชัน  แล้วรีบกลับไปขึ้นม้าของตนเองเพราะเพียงอึดใจเดียวจะสว่างคราใดที่พระอาทิตย์ทอแสงยังเส้นขอบฟ้านั้นคือสัญญาณการออกเดินทางทันทีโดยม้าเร็ว 




ส่วนเสบียงหรือสัมภาระต่างๆ จะมีกองทหารอีกหมู่ขนกลับไปยังทงเยภายหลัง   และก่อนตะวันตรงหัวองค์ราชันแจฮยอนจะต้องถึงวังหลวงแห่งทงเย




“ออกเดินทางได้” องค์ราชันบอกหลังหยัดองค์ขึ้นบนหลังม้าก่อนจะควบนำออกไป  ฝีเท้าม้าชั้นดีที่รวดเร็วดังสายลมกับความชำนาญเส้นทางเป็นอย่างดี  ทำให้ใช้เวลาไม่นานทั้งขบวนราวๆ 30 ชีวิตต่างมาหยุดอยู่หน้าช่องเขาขาดที่มีแต่ความเงียบสงบผิดปกติ





จงอินที่นำขบวนมาให้สัญญาณหยุดทันทีเมื่อขบวนอาชาที่จัดรูปขบวนเรียงสามที่ผ่านช่องเขาขาดไปก่อนและเพียงลัดชายของป่าไปก็จะถึงแผ่นดินของทงเย  ใบหน้าคร้ามเริ่มวิตกเพราะจากมองด้วยสายตาพลธนูเกือบ10คนรวมถึงนักฆ่าที่อยู่แนวชายป่าที่ยังระบุไม่ได้ข้างหน้านี้   แม้อินทรีย์ทมิฬแต่ละนายจะเก่งกล้าสามารถเพียงใดแต่กำลังพลที่น้อยกว่าแบบหนึ่งต่อยี่สิบคราวนี้คงไม่ใช่เรื่องง่าย





“อารักขาองค์ราชันกับองค์รานี   เราจะคุ้มกันเองกับแทวาน   ฮานจิน   ฮงซอก  มินโฮ  นอกนั้นแปรขบวนได้” สิ้นคำสั่งจงอินกองทหารม้าต่างแปรขบวนดันให้องค์ราชันและองค์รานีแห่งทงเยมาอยู่ตรงกลางพร้อมกับควบฮ้ออาชาอย่างรวดเร็ว  พร้อมกับปัดป้องลูกเกาทัณฑ์ที่พุ่งมาจากด้านบนของช่องเขาขาดราวกับห่าฝน




“จงอิน!




“ไปพะย่ะค่ะ  หากพวกกระหม่อมรอดกลับไปคราวนี้จะขอบำเหน็จลาพักร้อนเสียขวบปี” จงอินหันไปทูลนายเหนือหัวผู้ที่เป็นสหายรักด้วย   ก่อนที่หยิบดาบออกมาฟันลูกเกาทัณฑ์เพราะยามนี้ตนอยู่ในสมรภูมิที่เสียเปรียบมิอาจยิงเกาทัณฑ์ที่สะพายไหล่ส่วนกลับไปได้




โดยองที่ยังรีรออยู่แม้ว่าหางตาจะเห็นแจฮยอนควบม้าห่างออกไปแล้วแต่ร่างบางมิอาจจะทิ้งให้จงอินกับคนที่เหลือเป็นฝ่ายคุ้มกันตนเพียงลำพังได้





“องค์รานี” อินทรีย์ทมิฬหนุ่มน้อยคิมจีวอน   กลืนน้ำลายลงคอเฝือดทันทีหลังจากที่ผ่านช่องเขาขาดมาได้นิดเดียวแล้ว  ผู้ที่เป็นดวงใจแห่งราชันของตนหันอาชากลับไปยังทิศที่เพิ่งขวบม้าผ่านมา  พร้อมกับหยิบเกาทัณฑ์ที่ไหล่บางออกมาพร้อมกับลูกศรสามดอกแล้วยิงสวนไปยังกลุ่มที่สุ่มโจมตีด้านบนทันที





ฟิ้ว~ปึ๊ก!

ฟิ้ว~ปึ๊ก! ฟิ้ว~ปึ๊ก!





ทุกคราที่ลูกศรพุ่งออกไปไม่มีเลยที่กลุ่มสุ่มโจมตีจะไม่ร่วงจากต้นไม้สูงแม้จะไม่ถูกจุดตายก็ตาม 




“จีวอน  หลบเร็ว  หากเจ้าไม่ใช้จงส่งกระบอกศรเจ้ามาให้เรา” วินาทีนั้นจีวอนถึงกับทำอะไรไม่ถูกรีบปลดกระบอกศรโยนให้องค์เหน่งน้อยทันที   เพราะตอนนี้ตนรู้แล้วคำกล่าวที่มีถึงองค์ชายน้อยแห่งพูยอมันมิได้เกินจริงนอกจากฝีมือแพทย์ระดับหมอเทวดาฝีมือยิงเกาทัณฑ์ที่แม่นราวกับจับวาง




 “ให้ตายสิโดยอง  เราจะคลาดสายตาจากเจ้าไม่ได้ใช่ไหม”





องค์ราชันแจฮยอนที่ไม่เห็นว่าที่องค์รานีของตนควบอาชาตามหลังมาก็เดาได้ว่าร่างบางจะไม่ยอมปล่อยให้จงอินกับคนที่เหลือต้องต้านกลุ่มกบฏแต่เพียงลำพัง  ดวงเนตรคมมองแวบเดียวกระบอกที่บรรจุลูกเกาทัณฑ์ของโดยองสะพายหลังไว้ว่างเปล่า  ส่วนในมือบางที่ถือคันเกาทัณฑ์เอาไว้สี่ดอก   แต่ข้างอานม้าเหลือลูกราวสี่ห้าดอก




“กระหม่อมรู้ว่าพระองค์ไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลังแน่”




“เจ้า...ฮึ้ย” แม้จะมั่นใจฝีมือของอีกฝ่ายพอตัวแต่แจฮยอนก็มิอยากให้องค์ชายน้อยได้รับบาดเจ็บมือหนาจับสายบังเหียนอาชาของโดยองแล้วรั้งให้ควบออกไปพร้อมๆ กัน  เพราะตอนนี้ฝ่าดงกลุ่มสุ่มโจมตีออกมาได้แล้ว




“ปล่อย...”    “เงียบโดยอง” แจฮยอนตวาดเสียงเข้มทำเอาอินทรีย์ทมิฬที่อารักขาอยู่ร่ายล้อมถึงกับสะดุ้งเพราะกลัวเพลิงโทสะของผู้เป็นนายเหนือหัว   ส่วนว่าที่องค์รานีกลับหัวเราะร่วนเสียงกังวานใสที่คลายบรรยากาศลง




“เพลงดาบหรือต่อสู้ประชิดตัวเราอาจไม่ได้เรื่อง  แต่เรื่องยิงเกาทัณฑ์เราไม่เป็นรองผู้ใดหรอกมิต้องทรงห่วงเราจนมิอาจตัดสินใจจะทำการใดได้” จบคำองค์ชายโดยองใช้มีดสั้นตวัดสายบังเหียนที่องค์ราชันจับอยู่ออกแล้ววรกายบางก็รั้งสายบังเหียนที่ขาดออกจากกันไว้ทั้งสองมือพร้อมกับควบอาชาขึ้นนำองค์ราชันแจฮยอนทันที




“หึ” ร่างสูงมองตามหลังร่างบางพร้อมกับคิดว่าตนคิดถูกแล้วที่เลือกโดยองมาเป็นองค์รานีเคียงข้างบัลลังก์ของพระองค์เพราะผู้ที่จะมาเป็นแม่เมืองหากไม่เข้มแข็งและพร้อมที่จะสู้เพื่อราษฎรของตนหรือผู้ใต้บังคับบัญชาในคราคับขันทงเยอาจจะเหลือเพียงชื่อ  




รายทางที่ควบอาชาผ่านต่างต้องผ่านกลุ่มลอบทำร้ายเสียจำนวนมากเหล่าอินทรีย์ทมิฬถึงแม้จะไม่มีผู้ใดเสียชีวิตแต่ละคนต่างบาดเจ็บกันถ้วนหน้า




“นี่มัน...”



พระหัตถ์ขององค์ราชันแจฮยอนสั่นเล็กน้อยเมื่อเกือบถึงวังหลวง        ได้ปะทะกับเหล่ากลุ่มคนในชุดดำที่ปิดหน้าปิดตาเสียหมด  ชั่วขณะที่จวนตัวเมื่อรู้ว่าสู้ไหวไม่ยอมถูกทหารหลวงของทงเยที่นำโดยแม่ทัพดองอุคที่ออกมาตั้งกองกำลังอารักษาขาวังหลวงต่างปลิดชีพตัวเองทิ้งทันที   ที่เร่งไพร่พลออกมารอองค์ราชันและป้องกันกลุ่มกบฏที่เพิ่งล่าถอยกลับเมื่อรุ่งสางหลังจากที่หมายจะบุกเข้าวังหลวงของทงเยเพื่อสังหารพระอนุชาลู่ฟางผู้แทนพระองค์ขององค์ราชันแจฮยอน





“กิเลนคู่” โดยองที่กระโดดจากม้าคู่ใจแล้วเข้าไปใกล้องค์ราชันที่ขบกรามแน่น  นัยน์ตาคมที่แข็งกราวเสียจนร่างบางแอบขนลุก





“เป็นมันจริงๆ ด้วย ปาร์คจองซู”


ผู้ที่องค์ราชันเอ่ยถึงคือหัวหน้ามุขมนตรีของทงเย  เพราะรอยสักที่หัวไหล่ของกลุ่มกบฏคือสัญลักษณ์ของจวนหัวหน้ามุขมนตรี    ที่โดนขุนพลจงอินแทงเข้าที่ท้องหายใจรวยรินอยู่พอจนหนทางว่าไม่รอดแน่ก็หยิบมีดสั้นปาดคอตัวเองตายทันที  




ผู้ใดจะคาดคิดว่าศัตรูที่แท้จริง     กลับอยู่ใกล้เพียงอณูเดียวมิแปลกใจเลยว่าเหตุใดถึงได้สามารถลอบวางยาพิษพระอนุชาลูฟางได้ครั้งแล้วครั้งเล่า




“กระหม่อมกับท่านแม่ทัพ  จะไปกุมตัวหัวหน้ามุขมนตรีเฒ่าเองพะย่ะค่ะ  เพลานี้ฝ่าบาทกับองค์รานีเสร็จเข้าประทับยังภายในวังหลวงเถิด  ป่านนี้แทยงจักคอยอยู่แล้ว”




จงอินกล่าวพร้อมทำความเคารพแล้วสั่งไพร่พลทหารหลวงและอินทรีทมิฬที่ไม่ได้รับบาดเจ็บเร่งรุดออกไปจับหัวกบฏที่บัดนี้ได้เปิดเผยตัวออกมาแล้วเสียทันควัน   เพราะเกรงว่ากบฏเฒ่าจะหนีออกจากทงเยเสียก่อน    และข่าวจากนกพิราบสื่อสารยูซองกับองค์ชายฮันซลรวมถึงกองทัพม้าเร็วใกล้จะมาถึงทงเยแล้วที่เคลื่อนตามไล่หลังมา




คาดว่าไม่รุ่งอรุณวันใหม่คงมาถึงเพราะไม่ได้ใช้เส้นทางผ่านช่องเขาขาดที่เป็นทางลัด   ซึ่งคราแรกอีกสามวันให้หลังยูซองถึงกลับยังทงเย  แต่พอรู้ข่าวองค์ราชันของตนและเหล่าพี่น้องอินทรีย์ทมิฬถูกโจมตีแถมยังรู้ว่าผู้ใดคือหัวหน้ากบฏที่หลบซ่อนตัวมาช้านานในคราบขุนนางผู้ภักดี  กลายเป็นสามชั่วยามให้หลังทันทีหลังจากองค์ราชันเสด็จออกจากพูยอ




“ฝากด้วยนะจงอิน  จำไว้จับเป็นมัน  ข้าจักทรมานมันเองให้สาสมกับที่ทำกับท่านพ่อท่านแม่และลู่ฟาง”




“รับด้วยเกล้า”

 





ร่างบางที่เดินตามองค์ราชันแจฮยอนไปเงียบๆ สีหน้าที่เรียบเฉยแต่นัยน์กร้าวแถมมือแกร่งที่จับอยู่ที่ดาบคู่ใจมันทำให้ต้องลอบถอนหายใจ



“กลัวเราสินะ” เสียงทุ้มที่ติดจะเย็นชามันทำให้โดยองอดหัวเราะออกมาเสียไม่ได้




“นั่นสิ  เราก็ควรที่จะกลัวท่านนะก็ท่านองค์ราชันใจทมิฬที่นิยมเสพเลือดและสงคราม” เสียงใสเอ่ยเย้าหยอกแล้วดึงแขนหนาขององค์ราชันให้หันหน้ากลับมาหาตนเอง




“สิ่งใดที่เราเลือกแล้วใยต้องกลัวดั่งเช่นข่าวลือเล่าอ้างกันเล่า”




จบคำมือบางที่หยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวของตนขึ้นมาเช็ดคราบเลือดที่ติดอยู่แก้มสากขององค์ราชันหนุ่มอย่างนุ่มนวล  ดวงตาสองคู่ต่างมองสบกันแม้จะไม่มีคำใดกล่าวออกมาแต่ต่างรับรู้สึกความห่วงใยที่มีให้กันที่เริ่มจะหยั่งรากลึกลงไปเรื่อย




“ตามหมอหลวงเร็ว” เสียงคุ้นหูที่ดังออกมาจากห้องบรรทมของพระอนุชาลู่ฟางพร้อมประตูห้องเปิดออกมาด้วยนางกำนัลที่วิ่งออกมาก่อนจะถวายบังคมองค์ราชันแล้ววิ่งออกไปจากตำหนักทันที




โดยองละมือออกก่อนจะเร่งฝีเท้าเดินนำองค์ราชันเข้าไปทันทีแล้วก็ต้องถึงกับผงะ  เมื่อเห็นพระอนุชาที่อยู่ในอ้อมกอดของขุนพลแทยง  กระอักออกมาเป็นเลือด




“องค์ชายโดยอง” แทยงที่กำลังเช็ดเลือดอยู่เรียกออกมาด้วยความยินดีเพราะตอนนี้อาการของพระอนุชาทรุดลงมาก





“ชีพจรเต้นอ่อนมาก  พิษซึมไปทั่วร่างแล้ว  ท่านจับพระอนุชาไว้เราจะฝังเข็มสกัดพิษเสียก่อน”


โดยองสั่งอย่างรวดเร็วและปลอดปลอกเข็มที่พกไว้ติดตัวเสมอที่รัดไว้ที่แขนภายใต้ฉลองพระองค์ออกมาทันที  เพราะครานี้การช่วยเหลือชีวิตของพระอนุชาลู่ฟางสำคัญมากกว่าสิ่งใด   ก่อนจะหันไปสั่งองค์ราชันแห่งทงเยให้ตามคุณข้าหลวงยอนฮวาพร้อมกับหีบบรรจุยาของตนทัน




“เร็วสิองค์ราชันแจฮยอน  ท่านจะชักช้าอยู่ใย”  แจฮยอนอดจะขำเสียมิได้ทั้งที่อยู่ในหน้าสิ่วหน้าขวานความเป็นความตายของอนุชาตน  







แต่กิริยาและวาจาที่เด็ดเดี่ยวขององค์ชายโดยองมันชวนมองเสียจับใจนี่สินะ...ตัวตนที่แท้จริงของหมอเทวดาแห่งพูยอ  ขนาดในสนามรบก็ยังไม่เล็งจุดตาย   แม้จะไม่ได้เข้าไปใกล้เพื่อตรวจดูผู้ที่ถูกลูกเกาทัณฑ์ของว่าที่องค์รานีแต่แจฮยอนก็รู้ดีกว่าผู้ใดหากเลี่ยงได้โดยองก็มิปรารถนาจะเข่นฆ่าผู้ใดแม้กระทั่งศัตรู!

 

 

 

 

 





+++++++++++TBC++++++++++++++++

 

ต้นตอนขอกล่าวถึงฮันตะก่อน

เพื่อจะปูทางไปสู่ My Sunshine พาร์ทเต็มของฮันตะ

หลังจากที่2ตอนที่ผ่านมาปูไปของคู่แทเตนล์แล้วพาร์ทหลังจะเป็นคู่ของแจโดเต็มๆ

ใกล้จะจบแล้วเน้อออออ ><

 

ขอบคุณทุกยอดวิวและคอมเม้นค่ะ

 

#PLjaedo

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 113 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

627 ความคิดเห็น

  1. #601 pinkshoes (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 03:02
    องค์ชายโดยองสมกับเป็นหมอเลย
    #601
    0
  2. #586 ploy wty (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:44

    อ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอจริงงๆด้วยองค์ชายโดยอง

    #586
    0
  3. #567 Panda~~ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 กันยายน 2561 / 14:48
    องค์ชายโดยองนิเหมาะสมกับตำแหน่งองค์รานีจริงๆ อ่อนโยนเมตตาแต่ก็เข้มแข็ง ถามเก่งอีก โดยองต้องช่วยลู่ฟางได้แน่ๆ
    #567
    0
  4. #538 jubjang21 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 15:03
    น้องโดยองคนดีจัง ต้องช่วยลู่ฟางให้ได้นะ;-;
    #538
    0
  5. #502 ความลับ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 เมษายน 2560 / 16:06
    เย้ ดีจัง มาต่อเรื่องนี้แล้ว เย้ๆๆๆ ดีใจมาก
    #502
    0
  6. #487 cyn'dy (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 21:27
    โดยองจิตใจดีจริงๆ สมแล้วกับที่เป็นหมอเทวดา รักษาลู่ฟางให้หายให้ได้นะ แล้วก็ดีใจมากๆที่ในที่สุดก็จับตัวตัวการกบฎได้สักที บ้านเมืองคงจะสงบสุขขึ้นมาก แจโดเขาจะได้สวีทกันไวๆค่ะ แต่ก็นะ ปกติก็สวีทกันทุกที่ทุกเวลาอยู่ล่ะ 555555555
    #487
    0
  7. #466 Bfi$hFuuBlue (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 21:00
    องค์ชายน้อยโดยองน่ารักกกกก คนดีเวอร์
    #466
    0
  8. #461 barbear (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 16:23
    ไรท์กลับมาแล้ววววเย้ๆ นี่ก็ลุ้นลู่ฟางอยู่ทุกวัน
    #461
    0
  9. #456 Lunarita Lucia (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 13:22
    อย่างคิดถึงอ่ะบอกเลย ฮืออลู่ฟาง อย่าเป็นอะไรนะลูก
    #456
    0
  10. #455 minkk.02 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 12:26
    ในที่สุดไรท์ก็กลับมาาาาาาา //ซับน้ำตา// รอค่าาาา ชอบมากกกกก เตนท์อย่าเป็นอะไรนะ ต้องอยู่กับแทยงก่อนนน องค์ชายโดยองต้องช่วยให้ได้นะเพค่ะ
    #455
    0
  11. #454 Kimmintny25733 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 11:58
    ฮืออ~ ไรท์กลับมาแล้ว ดีใจมักๆ
    สงสารเตนล์จังเลย ลูกหนูของแม่
    #454
    0
  12. #452 Jangli. (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 11:10
    กลับมาแล้ว;-;
    #452
    0
  13. #451 nutnnpp (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 08:05
    เตนล์ ฮื้อออ โดยองช่วยเตนล์ด้วยนะคะ
    #451
    0
  14. #447 Aimzilla (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 มกราคม 2560 / 22:22
    เตนล์จะรอดใช่ไหมอ่า
    กลัวใจไม่อยากให้มีคนตายในเรื่องเลย
    ฮันตะ จะรักกันยังไงเนี่ย
    แล้วก็องค์ชายโดยองงี่ จะรักษาเตนลืได้ไหม
    หวังว่าทุกคนจะอยู่รอดยังวัน อภิเษกสมรส
    #447
    0
  15. #443 Lunarita Lucia (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2559 / 02:12
    คิดถึงองค์ราชันกับองค์ชายแล้วอ่าาา
    #443
    0
  16. #441 ความลับ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2559 / 14:39
    เง้ออออ ยังไม่อัพเลย เข้ามาดูด้วยความคิดถึงอย่างแรงกล้า
    #441
    0
  17. #440 black_linly (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2559 / 08:24
    มาต่อเร็วๆนะคะ
    #440
    0
  18. #429 ความลับ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 23:43
    งุ้ยยยยยยย มาแล้วๆๆๆฮันตะ รอนาจา

    แจโดนี่ขอหวานๆเว่อๆเลยนะ

    แทเตนล์ ฮือๆๆๆ อย่าดราม่าเยอะนะ เพราะที่ผ่านมาก็เยอะพอแล้ว
    #429
    0
  19. #422 The Quill (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 00:29
    รู้สึกองค์ชายฮัลโซจะมีความร้ายกาจ ส่วนองค์ราชันนั้นท่านชงทุกคู่เลยนะเพคะ
    #422
    0
  20. #421 Lunarita Lucia (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2559 / 21:10
    ได้ทีรีบใหญ่เลยได้นะ องค์ชายฮันซล

    แทยงอ่า รีบกลับไปหาน้องเร็วๆนะ
    #421
    0
  21. #415 BBelliZ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 / 23:10
    ฮันตะจะมาแล้วสินะ

    รออยู่ค้าบบ

    ติดตามทุกคู่ดลยยย
    #415
    0
  22. #414 Kkwann Meemana (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 / 18:51
    อยากอ่านคู่hanta แล้วอ่ะ55555
    #414
    0
  23. #412 Bellpm bpm (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 / 10:22
    องค์ราชันจอมชง อยากอ่านฮันตะแล้วค่ะ น้องตะมีความซึนนน ;w;
    #412
    0
  24. #411 smiL(ucifer)e :) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 / 08:23
    องค์ราชันนี้เหมือนพ่อสื่อจับคู่คนโน่นทีคนนี้ที555555 น่าติดตามมากๆเลยค่ะไรต์
    #411
    0
  25. #410 najar (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 / 06:31
    อื้อหือออ องค์ราชันชงได้ทุกคู่จริงๆค่ะ ... เริ่ดมากค่าาา ^^
    #410
    0