[Fic EXO] Please Close to Me [LuBaek Ft. Krisyeol KaiHun]

ตอนที่ 3 : Plz:02 You can 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 603
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    7 ส.ค. 57


Plz…Close2Me (LuBaek)

By  winata

Note: กว่าจะเข็นออกมาได้ใช้เวลานานโข  ในขณะที่คริสยอล ของบตนน เค้าไปถึงไหนต่อไหนแล้ว

Chapter_2: You can …..

 

You can fake a smile, but you can't fake your feelings. คุณอาจจะแกล้งฝืนยิ้มได้ แต่คุณแกล้งรู้สึกไม่ได้หรอกนะ

 


 

รถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่จอดสนิทหน้าบ้านหลังใหญ่ที่อยู่เกือบสุดซอยเลยทีเดียว   แบคฮยอนยื่นหมวกส่งคืนให้เจ้าของ หลังจากก้าวลงแล้ว


 

             "ขอบคุณมากครับที่พามาส่งบ้าน"


 

             ลู่หานไม่อบรับนอกจากรอยยิ้มบนใบหน้าคมหวานส่งคืนมา    ซึ่งมันทำให้ร่างเล็กตาพร่าไปชั่วขณะจนต้องหันขวับเพื่อเดินไปกดออดหน้าบ้านเพราะตอนนี้หัวใจดวงเล็กมันเต้นแรงจนกว่าอีกคนจะรู้


 

             เฮ้ยระวังแบคฮยอน..... สิ้นเสียงลู่หาน   ทุกอย่างรอบตัวมีแต่ความเงียบและความร้อนขึ้นมาบนผิวหน้าใสๆ  แม้จะมีแสงไฟหน้าบ้านเพียงน้อยนิดก็สังเกตสีเรื่อบนใบหน้านั้นได้อย่างชัดเจน  เพราะเมื่อกี้ร่างเล็กสะดุดกระถางต้นไม้หน้าบ้านของคุณพ่อสุดที่รักเข้าให้อย่างจัง  จนร่างสูงต้องโผเข้ามาช่วยพยุงและเป็นจังหวะเดียวกับที่แบคฮยอนหันมามองพอดี  ทำให้ริมฝีปากบางไปโดนแก้มของลู่หานเต็ม ๆ                   


 

             เอ่อ........ ต่างคนต่างมองกันด้วยสายตาอึ้ง ๆ ก่อนจะสะดุ้งสุดตัวแทบจะกระเด้งตัวออกจากกันเมื่อเห็นว่าคริสเป็นคนออกมาเปิดประตูบ้านให้


 

             “ขอบใจวะลู่” คริสบอกยิ้ม ๆ ก่อนจะเดินมาจูงแขนน้องชายคนเล็กให้เดินเข้าบ้าน  ซึ่งลู่หานก็ทำแค่ยิ้มรับก่อนจะเดินกลับมาที่มอเตอร์ไซด์คันเก่งของตัวเอง  แต่สัมผัสที่เบาเหมือนปุ๋ยนุ่นที่ข้างแก้มที่ยังเหลือรอยอุ่นไว้  ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน  ถึงได้รู้สึกอุ่นไปถึงหัวใจ

 


 

             New message

             [ประชุมด่วนที่บ้านนายท่าน  ภายใน 30 นาที]

 

 

             จากความรู้สึกอบอุ่นกลายเป็นความเหน็บหนาวถึงขั้วหัวใจเมื่อเห็นข้อความล่าสุด   ไม่ว่าสักกี่ครั้งลู่หานก็รู้สึกเกรงและกลัวในตัวนายท่านเสมอ  ถึงแม้ว่าตั้งแต่วันที่เจอนายท่านจนถึงทุกวันนี้..นายท่านจะให้ความเมตตาชุบเลี้ยงมา     แต่บางครั้งความรู้สึกของคนเราก็ยากเกินจะอธิบาย   มือข้างที่มีแผลเลือดยังซึมออกมาเรื่อย ๆ จนผ้าพันแผลสีขาวชุ่มไปด้วยสีแดง   แต่มือข้างนั้นยังกำคันเร่งและบิดแน่นขึ้นอย่างไม่กลัวว่าแผลจะฉีกมากกว่าเดิมเลยสักนิด   เพราะบางอย่างมันเจ็บเกินกว่าจะรู้สึกอะไร!!!

 

 

             ร่างเล็กที่ปิดประตูห้องนอนของตัวเองแล้วโยนเป้สะพายไปส่ง ๆ ก่อนจะวิ่งถลาไปเกาะกระจกหน้าต่างเพื่อมองร่างสูงที่ตอนนี้มีแสงไฟจากโคมไฟหน้าบ้านสาดอยู่นั้น   ขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซด์ก่อนจะขับออกไปแบคฮยอนจ้องจนไฟท้ายของร่างสูงหายไปกับความมืดก่อนจะเดินนั่งอยู่ข้างเตียง           มือเล็กที่ปกติจับแต่เครื่องดนตรีเครื่องสายตอนนี้มันกำลังกุมอยู่ตรงหน้าอกด้านซ้ายที่กล้ามเนื้อของหัวใจทำงานอย่างหนัก


 

             “ดีใจจังที่ได้เจออีกครั้ง” เอ่ยเบา ๆ กับตัวเองพร้อมรอยยิ้ม 

 

             แม้จะรู้ว่าร่างสูงคงจำตัวเองไม่ได้แต่แบคฮยอนก็ดีใจที่ได้เจอ...ลู่หานอีกครั้ง!!!


 

             มือบางเอื้อมไปหยิบกล่องใบย่อมที่เก็บไว้ใต้เตียงออกมาก่อนจะกดถอดรหัสจากแม่กุญแจเพื่อเปิดดูสิ่งของภายในกล่อง


 

             สร้อยสีเงินที่มันขาดออกจากกันพร้อมจี้ห้อยตัวอักษร LH ที่เมื่อก่อนแบคฮยอนเคยคาดเดามาตลอดว่ามันย่อมาจากอะไร  ตอนนี้ร่างเล็กรู้แล้วว่ามันย่อมาจาก ลู่หาน คนที่มีดวงตากลมเหมือนกวางที่มันเจือเศร้าอยู่ตลอดเวลา   ตอนนี้รู้สึกคิดไม่ผิดจริง ๆ ที่ตัดสินใจกลับมาเรียนที่เกาหลีพร้อมกับพี่เซฮุนหลังจากที่พวกเขาสองพี่น้องโดนคุณป้าขอไปเลี้ยงดูที่ออสเตรเลียตั้งแต่เด็ก ๆ


 

            “น้องแบค  พี่คริสให้มาตามไปกินข้าว” เสียงเซฮุนพี่ชายที่ดังขึ้นหน้าประตูห้องทำให้แบคฮยอนรีบเก็บสร้อยเข้าที่เดิมพร้อมเตะกล่องไปซุกไว้ใต้เตียงเหมือนเดิม  ก่อนจะรีบเปิดประตูออกไปเพราะการที่ไปช้าทั้งที่มีคริสพี่ชายคนโตรออยู่ไม่ใช่เรื่องดีแน่


 

            แล้วบางเรื่องแบคฮยอนก็ไม่อยากจะให้พี่ชายที่เป็นโรคหวงน้องขั้นแม็กซ์อย่างคริสรู้หรอกนะ  โดยเฉพาะเรื่องหัวใจ 
แค่ทุกวันนี้ว่าร่างเล็กจะคบเพื่อนได้แต่ละคนพี่ชายคนโตก็สกรีนแล้วสกรีนอีกยิ่งกว่าอาป๊ากับออมม่าซะอีก -*-




 

            คิ้วสวยได้รูปเลิกขึ้นเมื่อเห็นเซฮุนพี่ชายคนที่สนิทด้วยที่สุดยืนรออยู่หน้าประตูห้องนอน  แม้ใบหน้าขาวที่ติดจะเฉย ๆ จะไม่แสดงอารมณ์อะไรออกมาทางสีหน้า  แต่ดวงตาเรียวที่มันแพรวระยิบระยับราวกับรู้ทันมันทำให้ร่างเล็กทนไม่ไหวต้องเตะเข้าที่ขายาวๆ ของเซฮุน


 

            “โอย!!! ไอ้ลูกหมานิ” เซฮุนว่าก่อนจะดึงน้องชายคนเล็กเข้ามากอดคอแล้วลากเดินลงบันไดไปพร้อม ๆ กัน  เพราะยังอยากถ่วงเวลาเข้าไปนั่งอยู่กลางดงสงครามของมื้อเย็นระหว่างบรรดาพี่ชายทั้งจุนมยอน  จื่อเทา  คริส  รวมถึงปาร์คชานยอล  เพื่อนสนิทพี่ชายที่รายหลังชักจะมาที่บ้านบ่อยเกินความจำเป็น



 

            “พี่ชานยอลมาอีกแล้วสินะ” แบคฮยอนพูดเบา ๆ เพราะรับรู้จังหวะการเดินของพี่ชายที่มันช้าเกินปกติ


 

            “น่าเบื่อ” บ่งบอกความเป็นโอเซฮุนได้ดี ที่ใช้คำสั้นกระชับได้ใจความ


 

            แล้วแบคฮยอนก็เข้าใจได้เลยว่า “น่าเบื่อ” ของพี่ชายที่ตัวเองสนิทด้วยที่สุดมันเป็นยังไง  เพราะตลอดเวลามื้อค่ำนั่น  ทั้งที่ชานยอลบอกหลายครั้งต่อหลายครั้งแล้วว่ามาเพื่อจีบพี่ชายตัวขาวคิมจุนมยอนอยู่  ที่แต่แบคฮยอนเห็นคือพี่ชายคนโตอย่างคริสเอาอกเอาใจชานยอล  มันมากกว่าคนเป็นเพื่อนสนิททำให้กัน  ส่วนจุนมยอนกับจื่อเทาสองคนนี้ก็ง้องแง้งใส่กันจนลืมไปแล้วละมั้งว่ามีคนอื่นร่วมโต๊ะอยู่



 

            “เอ้ากินซะ” แบคฮยอนช้อนตาขึ้นมองเซฮุนที่เพิ่งคีบปลาสามรสให้พร้อมกับยิ้มขอบคุณ  ก่อนจะพยายามรีบกินให้อิ่มเร็ว ๆ ที่สุด  เพราะบรรยากาศบนโต๊ะอาหารแบบนี้ถึงจะไม่ใช่ครั้งแรกแต่ยังไงเขาก็ไม่ชินสักที


 

            “เฮ้ยคริส  อยากกินปลาสามรสอะตักให้หน่อย  เอาก้างออกให้ด้วยนะ” เมื่อชานยอลเอ่ยบอก


 

            “ไอ้นิ  กินยากกินเย็น  ไม่ต้องกินเลยดีม่ะ”


 

ถึงคริสจะบ่นแต่ก็คีบให้เพื่อนสนิทพร้อมใช้ตะเกียบเขี่ยก้างปลาออกพร้อมกับคีมส่งใส่ปากให้ชานยอลที่อ้าปากรับพร้อมยักคิ้วให้   แบคฮยอนที่เห็นก็เบนหน้าไปสบตากับเซฮุนที่ทำหน้าตายเซ็ง ๆ 


 

            ปลาสามรสที่ผัดใส่มะม่วงหิมพานต์และพริกหวานนี่  แม่ครัวบ้านนี้เขาทอดปลาจนกรอบแบบให้เคี้ยวได้ทั้งชิ้น  พี่ชานยอลยังจะมากลัวก้างอะไร....แล้วคุณพี่ชายก็บ้าจี้แกะก้างให้แถมยังป้อนต่ออีก....นี่มันมากกว่าเพื่อนปกติเขาทำให้แล้วนะ    ส่วนอีกคู่นะเหรอ...


 

            “พี่จุน  เทาเทาไม่กินแครอทนะ”

 

            “งั้นเอามานี่  เดี๋ยวพี่กินเอง”


 

แต่บางครั้งการกระทำของพี่ ๆ แต่ละคนมันก็ชวนให้พยอนแบคฮยอนทำความเข้าใจได้ยากขึ้นทุกวันไล่มาตั้งแต่จุนมยอนกับจื่อเทา  นี่มันมากเกินกว่าพี่น้องแล้วนะ   มากเกินจนตัวเขาต้องทำมองผ่านเวลาพี่ชายตาคมหาเศษหาเลยกับพี่ชายตัวขาวที่ดูเหมือนจะเต็มซะด้วยสิ   ส่วนพี่ชายคนสนิทเซฮุนมนุษย์โฟว์ดีที่แบคฮยอนก็ยังไม่เข้าใจกับพฤติกรรมการตื่นแต่เช้ามารอรับนมกับขนมปังเอง  แถมยังชอบนั่งรถเมล์ไปเรียนเองอีกต่างหากทั้ง ๆ ที่เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันกับพี่ชายคนอื่น ๆ แท้ ๆ


 

อย่างว่าละ...ถึงจะเป็นครอบครัวเดียวกัน...พี่น้องกันแต่บางเรื่องมันใช่ว่าจะอธิบายให้กันฟังได้ง่าย ๆ


 

“เอ้า  พี่เซฮุนจะไปไหน...ไหนว่าจะให้น้องแบคเล่นเพลงใหม่ให้ฟัง” แบคฮยอนดึงแขนพี่ชายเอาไว้หลังจากที่พวกเขากินข้าวอิ่มก็โดนพี่ชายโฟว์ดีลากขึ้นมาบนชั้นสองของบ้านที


 

“พูดไปงั้น ขี้เกียจอยู่ดูคนเข้าจีบกัน” เจ้าตัวพูดจบก็ปิดประตูห้องนอนดังปังทันที  เหลือแต่แบคฮยอนที่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะสาวเท้าเดินกลับลงไปยังด้านล่างเพื่อไปยังห้องซ้อมดนตรีที่อาป๊ากับออมม่าถึงขั้นลงทุนตบแต่งใหม่เพื่อสร้างห้องเก็บเสียงให้หลังจากที่เขากับพี่ชายโอเซฮุนตัดสินใจกลับมาเรียนต่อที่เกาหลีหลังจากไปอยู่กับคุณป้าที่ออสเตรียตั้งแต่เด็ก ๆ 


 

โชคดีที่โรงเรียนในเกาหลีใต้มีสอนเฉพาะทางด้านดนตรีอยู่แบคฮยอนจึงไม่รีรอที่จะกลับมา  ก็คงเหมือนกับเซฮุนที่พยายามสอบเข้าคณะสถาปัตย์ให้   ถึงจะเรียนอินเตอร์ก็ใช่ว่าจะเรียนได้ง่าย ๆ


 

ร่างเล็กนั่งลงหน้าแกรนด์เปียโนตัวใหญ่  มือเรียวบางไล่กดเล่นโน้ตไปเรื่อยเปื่อย  ก่อนที่สองมือเรียวจะกดโน้ตเพลงเริ่มบรรเลง Minuet in G ของ Beethoven ไม่รู้ทำไมถึงอยากจะเล่นเพลงนี้ขึ้นหรือเพราะว่าเพลงนี้คือเพลงที่ได้ยินจากไอพอดของเพื่อนสนิทพี่ชายที่อาสาไปรับมาส่งที่บ้าน  แค่อยากจะเล่นซ้ำ ๆ ราวกับกำลังตั้งใจเล่นให้ใครบางคนได้ฟัง  เหมือนกับเย็นวันนี้ที่รับรู้ถึงสายตาคมที่จ้องผ่านกระจกมาจนต้องตั้งใจจับสายเชลโล่เพราะกลัวที่จะเล่นผิดพลาด

 

“แบค”

 

เคร้ง!!!

สัมผัสหนัก ๆ ที่ไหล่ทำให้แบคฮยอนที่มัวแต่สนใจเปียโนอยู่ถึงกับสะดุ้งสุดตัว

 

“พี่คริส” ดวงตากลมตวัดมองพี่ชายแบบเคือง ๆ ก่อนจะหมุนตัวมาหาพี่ชายคนโตที่ยืนยิ้มอยู่ข้างแกรนด์เปียโนหลังใหญ่


 

“ทำไมยังไม่นอน  นี่เกือบห้าทุ่มแล้วนะ” คริสถามขึ้นพร้อมกับลูบหัวกลม ๆ เล็ก ๆ ของน้องชายคนเล็กไปมา  จะบอกว่าพยอนแบคฮยอนคือน้องชายคนที่คริสห่วงและหวงที่สุดก็ว่าได้  คนเป็นน้องไม่ตอบอะไรนอกจากซบหน้าลงตรงเอวของพี่ชายพร้อมยกมือกอดเอวหนาไว้


 

คริสยิ้มออกมาเมื่อเห็นอาการอ้อนของน้องชายคนเล็กที่นาน ๆ จะอ้อนสักครั้งตั้งแต่กลับมาจากออสเตรียไม่เหมือนตอนเป็นเด็ก ๆ พี่คริส....พี่คริส  อยู่แทบจะทุกเวลาที่เจ้าตัวลืมตาตื่น


 

“อ้อนแบบนี้  อยากได้อะไรหึ  น้องแบค”


 

“เปล่า  แค่พักนี้รู้สึกว่าพี่คริสเหินห่างจากน้อง ๆ ไปก็เท่านั้นเอง” เสียงใสที่มันอู้อี้มันยิ่งทำให้คนพี่ยิ้มกว้างมากขึ้นจนต้องแกะมือน้องออกแล้วทรุดตัวนั่งบนส้นเท้า  มือหนาลูบใบหน้าของน้องชายคนเล็ก


 

“คิดมากไปถึงไหน  ยังไงน้องๆ ก็สำคัญที่สุด”


 

สำคัญที่สุด...แบคฮยอนอยากจะเบะปากให้ถึงดาวอังคาร  พอพี่ชานยอลโผล่มาละก็ลืมน้อง ๆ ทุกทีแต่ไม่อยากจะขัดอารมณ์ดี ๆ ของพี่ชายคนโตให้ดร็อปลงมา


 

“ไป๋!!! ลุกเร็ว ไปอาบน้ำนอน  พรุ่งนี้ต้องไปโรงเรียน  อย่ามามองแบบนี้มันไม่ได้ผลน้องแบค” ร่างเล็กเบ้หน้าก่อนจะโดนพี่ชายคนลากขึ้นไปยังห้องนอน  แถมมีออฟชั่นพิเศษ คือนั่งเฝ้าหน้าห้องน้ำ  รอจนอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ  ช่วยเป่าผม  และนั่งเฝ้าจนกว่าพยอนแบคฮยอนจะหลับด้วย   แบบนี้ไงเรื่องบางเรื่องโดยเฉพาะหัวใจเขาถึงไม่อยากให้พี่ชายคนโตรู้!!!





 

ลู่หานเร่งมอเตอร์ไซด์เครื่องยนต์สี่สูบคู่ใจแล่นมาตามเส้นทางที่คุ้นเคยจนแทบจะหลับตาขับมาก็ว่าได้  เปิดไฟเลี้ยวเข้าบ้านตระกูลที่ประตูบานใหญ่เปิดรออยู่แล้ว  ดวงตาคมเห็นเห็นรถยนต์แปลกตาสามคันเดาไม่ยากว่าคันไหนเป็นของใครบาง  เพราะยังไงมิคาเอลกับแองเจิ้ลก็มาด้วยกันอยู่แล้ว  โลมาน้อยก็คงมาหนูผีอีกเช่นเคย แล้วซาตานคงฉายเดี่ยวเช่นเดิม


 

“มาช้านะลู่หาน” ร่างสูงหันไปโค้งเก้าสิบองศาให้ “นายท่าน” ของตระกูลปาร์คที่วันนี้เดินมารับเขาเองถึงโรงจอดเร็ว


 

“ขอโทษครับ” อีกครั้งที่ลู่หานไม่เคยแก้ตัวใด ๆ เมื่ออยู่ต่อหน้านายท่าน


 

“ไม่ได้จะว่า  รีบเถอะก่อนที่เจ้าพวกนั้นจะกินกันจนหมด  วันนี้ยูราเข้าครัวเองนะพอรู้ว่าเธอจะเข้าบ้านมาด้วยขนาดเจ้าชานยอลเองยังไม่มีโอกาสได้กินเลย”


 

“น้องยอลยังไม่กลับมาอีกครับ” ไม่มีคำตอบจากนายท่านนอกจากรอยยิ้ม  แค่นี้ลู่หานก็พอเดาได้ว่าตอนนี้ชานยอลคนที่ลู่หานรักเหมือนน้องชายแท้ ๆ ตอนนี้อยู่ที่ไหนกับใคร  บางทีเขาควรจะจับตาดูอู๋อี้ฟานมากกว่าปกติแล้วนะ


 

“มาแล้วเหรอจ๊ะลู่หาน” ยูราที่กำลังจะตักข้าวถึงกับส่งต่อทัพพีให้แจจุงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก่อนเดินมาหาลู่หานก่อนจะกอดร่างสูงเอาไว้แน่น ๆ


 

“ผอมไปนะเรา”


 

“ปกตินะครับคุณท่าน” ลู่หานตอบกลับอย่างสุภาพ


 

“คุณแม่จ๊ะ สอนไม่จำนะคะลู่หาน  นี่ดูสิเรากลับมาทานข้าวเย็นบ้านแบบนี้ในวันที่น้องยอลไม่อยู่รับรองถ้ารู้สงสัยบ่นไปอีก7วัน” คุณยูราพูดถึงลูกชายที่เมื่อเย็นส่งข้อความมาบอกว่าอยู่ทานข้าวเย็นบ้านเพื่อนสนิทอีกคน


 

ใช้เวลาไม่นานในการจัดการอาหารค่ำที่นาน ๆ ทีพวกเขาทั้งหมดจะว่างตรงกัน  ก่อนที่ทั้งหมดจะอพยพมานั่งคุยงานกันต่อที่ห้องรับแขก  สักพักใหญ่ ๆ ก่อนที่แต่ละคนจะแยกย้ายกันกลับไป


 

ลู่หานรีบใช้เท้าขยี้ม้วนสีขาวลงพื้นทันทีเมื่อเห็นคุณปาร์คจองฮุนเดินมาอยู่ข้าง ๆ


 

“ไม่ได้ห้ามสักหน่อยเรื่องสูบ  แต่ควรรู้ลิมิตของตัวเอง” เมื่อเห็นคนอ่อนวัยอยู่ยังนิ่ง  คุณปาร์คจองฮุนเลยพูดต่อ


 

“อย่างที่บอกไปเมื่อหัวค่ำ  หมดงานนี้แล้วฉันกับยูราจะขอเกษียณ  แล้วในฐานะพ่อก็อยากให้เธอวางมือจากงานนี้เหมือนกัน ไม่ใช่คำสั่งแต่มันคือคำขอร้อง”


 

“ลู่หาน  บางทีถ้าไม่อยากจะยิ้มหรือไม่อยากทำอะไรก็ปฏิเสธบ้างก็ได้  พ่อไม่เคยว่าอะไรอยู่แล้วสำหรับสิ่งที่เราเลือก”

 

“...”

 

ลู่หานยังไม่เอ่ยตอบใด ๆ คุณปาร์คจองฮุนก็เดินเข้าบ้านแล้ว  ใบหน้าคมเงยหน้ามองดวงจันทร์ที่เต็มดวงวันนี้ในคืนที่ท้องฟ้าเปิด  ถึงนายท่านกับคุณท่านไม่สั่งหรือว่าขอร้องแต่ถ้าเป็นสิ่งที่พวกท่านสั่งสองต้องการลู่หานก็พร้อมที่จะทำตามโดยไม่มีข้อแม้ใด ๆ อยู่แล้ว  มือหนายกไลฟ์เตอร์ขึ้นมาจุดม้วนสีขาวคาดเขียวก่อนสูดควันสีขาวแล้วพ่นออกมา   ทั้งที่ปกติรสมิ้นท์จะให้ความรู้สึกผ่อนคลายแต่ตอนนี้ในหัวของลู่หานกับมีอะไรมากมายหลายอย่างให้คิด  ไม่ใช่ไม่ดีใจที่จะได้วางมือ  แต่ชีวิตหลังจากวางมือไปแล้วจะเป็นยังไง..เป็นนักศึกษาธรรมดาแค่นั้นเหรอ?


 

แต่แล้วเสียงรถยนต์ที่แล่นมาจอดหน้าบ้านแล้วดับเครื่อง  แล้วไหนจะเสียงโวยวายที่ลู่หานไม่ได้เห็นหน้าคนพูดก็รู้ดีว่าคือน้องชายตัวโตของเขาที่เจ้าตัวสูงล้ำหน้าพี่ชายอย่างเขาไปแล้ว  อีกคนคงเดาไม่ยากว่าคือคริสเพื่อนในกลุ่มอีกคน


 

ลู่หานชะงักก่อนจะหลบอยู่หลังเสาข้างรั้วบ้าน  จากมุมที่เขายืนอยู่เห็นเหตุการณ์อย่างหน้าบ้านได้อย่างชัดเจนเต็ม ๆ สองตา  ภาพที่เห็นคือคริสกระชากคอชานยอลเอาไปใกล้ ๆ ก่อนกดจูบที่มุมปาก ร่างสูงไม่มองจนจบเพราะสะดุ้งที่มือตัวเองเมื่อขี้ม้วนสีขาวที่คีบไว้มันมือจนต้องรีบสะบัดทิ้งแล้วรีบใช้เท้าเหยียบแล้วจู่ ๆ คำพูดของจงอินก็แวบเข้ามา


 

ไอ้ลู่  มึงดูโน้น...น้องมึงกับไอ้คริสมันจะชักยังไงแล้วนะ

 

ก็เพื่อนสนิทกัน วันนั้นลู่หานบอกอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะก้มหน้าก้มตาปั่นบันทึกแล็ปต่อ

 

มึง...แล้วมึงกับกูก็สนิทกันเลยเล่นแบบไอ้สองตัวนั่นด้วยเหรอวะ  แบบนั้นมันจะคู่ผัวตัวเมียละโอย!!!’ เขกหัวไอ้เพื่อนตัวดำขี้สงสัยไปทีก่อนจะหันมาก้มหน้าก้มหน้าต่อปั่นต่อเพราะต้องส่งภายในชั่วโมงนี้

 

จะเป็นเพื่อน จะเป็นคู่ผัวตัวเมียก็ช่างมันแต่อย่าทำน้องกูเสียใจพอ


 

จำได้ว่าตัวเองตอบไปแบบนี้   แต่วันนี้พอมาเห็นอะไร ๆ คาตาแบบนี้อารมณ์คนหวงน้องมันก็ขึ้นสมองเลยจนแทบจะเปิดประตูรั้วออกไป   แล้วถ้าถามทำไมลู่หานถึงได้มายืนสูบไอ้ม้วนขาวในมือต่อก็คงเพราะรอยยิ้มบนใบหน้าชานยอลนั่นไง  ทำให้เขาไม่กล้า...กล้าที่จะทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าใส ๆ นั่นหายไป

 

“พี่ลู่~~~~~”

 

เสียงใสที่มาพร้อมขนาดตัวไม่เล็กที่โถมใส่คนเป็นพี่ที่ยืนพิงเสาอยู่จนแทบจะล้ม  แต่เจ้าตัวยังไม่สำนึกแถมยังทำหน้ามุ่ยใส่เมื่อเห็นสิ่งในมือพี่ชาย

 

“ไหนว่าจะเลิกไง  เอามานี่เลยน้องยอลไม่ชอบ” พูดจบก็ดึงไอ้ม้วนขาวมากระทืบ...กระทืบ ประหนึ่งระบายความแค้นที่โดนไอ้เถื่อนที่ขับรถมาส่งหน้าบ้านตะกี้แกล้งอีกแล้ว

 

“ทำแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะน้องยอล”

 

“อึก...พี่ลู่~~พี่ลู่ว่าน้องยอล” ชานยอลที่มองใบหน้าคมของลู่หาน  แล้วรู้สึกเหมือนน้ำตามันคลอที่ตาพร้อมที่จะไหลได้ทุกเมื่อ  แม้ปกติจะโดนคนอื่นดุอยู่บ่อย ๆ แต่เขามั่นใจว่าอย่างน้อยต้องมีคนที่อยู่ตรงหน้าคนนี้คนเดียวที่จะยืนอยู่ข้างปาร์คชานยอลแม้ว่าตัวเขาจะทำผิดก็เถอะ

 

“ใช่เซ่!!!...น้องยอลมันเป็นคนอื่น  ตั้งแต่วันที่ตัวตัดสินใจย้ายออกไปอยู่คนเดียวแล้วนิ  กว่าจะกลับบ้านแต่ละครั้งอ้อนวอนแทบตาย” ผลักอกคนเป็นพี่อย่างแรง  ก่อนที่ยกมือปาดน้ำตา

 

“อย่าขยี้ตาแรง ๆ แบบนี้” ลู่หานใช้น้ำเสียงอ่อนลงเพราะชานยอลเพิ่งไปทำเลสิกมาเมื่อปิดเทอม  ยอมรับว่าผิดที่ใช้น้ำเสียงแข็งใส่คนเป็นน้องทั้งที่ปกติ  ไม่เคยเก็บอารมณ์หงุดหงิดมาลงกับน้อง  มือหนากุมมือน้องไว้ก่อนอีกมือจะล่วงผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาให้ชานยอลที่ยิ่งเช็ดให้แต่น้ำตายิ่งไหลออกมา

 

“พี่ลู่~~~”

 

“เอ้าไอ้นิ” ลู่หานได้แต่ลูบหัวคนที่พุ่งตัวมามาซบไหล่เขาจนสัมผัสได้ถึงความเปียกชื้น  นานแล้วเหมือนกันที่ชานยอลไม่ได้อ้อนเขาเหมือนตอนเด็ก ๆ

 

“ป๊ะ เข้าบ้านกัน  เดี๋ยวเจอน้ำค้างมากๆ ได้เป็นไข้หวัดอีก”

 

“แหม น้องยอลโตแล้วเถอะไม่ได้ป่วยง่ายๆ เหมือนเมื่อก่อนแล้วนะ  แล้วนี่พี่ลู่มานานยัง  แล้วเจอพ่อแม่ยังแล้วกินข้าวยัง   ให้น้องยอลหาไรให้กินไหม” ลู่หานหลุดยิ้มออกมาก่อนจะขยี้ผมของชานยอลจนฟูไปหมดโดยไม่สนใจใบหน้ามุ่ย ๆ ไม่ชอบใจของคนเป็นน้องเลย

 

“รัวคำถามแบบนี้ตอบรวมๆ แล้วกัน   วันนี้มากินข้าวเย็นกับพ่อแม่แล้วก็จะนอนที่บ้านคืนนี้” พูดจบก็ยิ้มเท่ให้คนเป็นน้องที่ทำตาโตก่อนจะกระโดดโลดเต้นไปตามทางเดินเข้าไปอย่างดีใจ  ที่เดินนำเข้าบ้านไปก่อนแล้วไปงุ้งงิ้งใส่พ่อกับแม่ที่นั่งดูหนังอยู่ว่าทำไมไม่โทรตามทั้งที่นานๆ ทีลู่หานจะกลับมากินข้าวเย็นที่บ้านพร้อมค้างคืน



 

บางทีการเป็นพี่ชายที่ดีแล้วได้ดูแลน้องชายที่น่ารักแบบชานยอลก็ดีเหมือนกัน  แล้วอดคิดไปถึงแขนเล็กๆ ที่กอดเอวเขาแน่นตอนที่ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซด์คันเก่งของเขาเมื่อช่วงเย็น  ใบหน้าคมของลู่หานก็มีรอยยิ้มขึ้น  ตัวเล็ก ๆ บอบบาง  แล้วยิ่งท่าตั้งอกตั้งใจสีเชลโล่มันทำให้ลู่หานอยากเข้าไปทำความรู้จักให้มากกว่านี้  แต่ดูท่าคงไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะตราบใดงูจงอางหวงไข่แบบอู๋อี้ฟานยังขู่ฟ่อแบบนี้   บางทีถ้าจับชานยอลใส่พานให้เพื่อนตัวแสบเพื่อแลกกับน้องชายคนเล็กคนที่อีกฝ่ายหวงแสนหวงมันจะคุ้มไหมนะ


 

ก็คิดเล่นๆ ก็เท่านั้นนะ

 

 

 

+++++++++tbc++++++++

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

31 ความคิดเห็น

  1. #31 ฟ้าเดียวกัน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2557 / 01:07
    == ชานยอลอ้อน รู้สึกยังไงๆน้า555
    ดีค้าาา เพอร์เฟคมาก เค้าเรียก สนธิสัญญาเปลี่ยนน้องเเลกเมีย คึคึ
    #31
    0
  2. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  3. #28 noona (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2557 / 13:51
    ไม่มาต่อแล้วหรอฮึก
    #28
    0
  4. #27 Haldora (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 / 09:05

    ยอมจับน้องใส่พานไปแลกน้องแบคจริงหรอออ
    นี่น้องๆจะอ้อนพี่มุ้งมิ้งไปไหน

    แต่ละคนน่ารักน่าฟัดทั้งนั้น >___<

    #27
    0
  5. #25 มาย (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2556 / 13:34
    โอ้วววว มือปืนผู้มืดดำ กับคุณหนูผู้บริสุทธิ์ รักต้องห้ามมมม เพลงประกอบมันได้อารมณ์จริงๆ กับฉากพบกันของลู่แบค
    #25
    0
  6. #24 Miso Seo (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2556 / 15:31
    มือปืนพี่ลู่วกะน้องแบคเคยเจอกันเหรอ? อะไร ยังไง ที่ไหน เมื่อไหร่ กีสๆ
    อยากอ่านต่อแล้วอ่า อิอิ เราเชียร์คู่นี้ ชอบคู่นี้โคตรๆ อ่า
    #24
    0
  7. #22 LittleP (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กันยายน 2556 / 23:28
    น้องแบคคคคคคค

    LH BH ด้วยไหมคะ

    อะไรกันนน พี่ลู่เคยทำอะไรไว้ให้แบคประทับใจปะ

    หืมมมมมมมมมมมมมม





    พี่คริสคนหวงน้อง แบร่!

    รอนะค้าาา

    เชียร์แว๊นซ์ปักกิ่งงงง
    #22
    0
  8. #20 nam_nicha (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 กันยายน 2556 / 01:16
    อีกครั้ง??อยากรุอ่ะ บอกมาน่ะ!!
    รอน่ะไรเตอร์^^
    #20
    0
  9. #18 TomtamDetest (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 กันยายน 2556 / 22:55
    ไม่น้าาาาา 

    ค้างมากก ไรท์รีบมาต่อน้าาาาา
    #18
    0
  10. #14 Aijung (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 กันยายน 2556 / 22:39
    น่าร้ากกกกกกกกกก ฟังเชลโล่อย่าง้พลินประกอบไปด้วย

    เขิลเลยอ้ะ
    #14
    0
  11. #13 Error_Shutdown (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กันยายน 2556 / 16:41
    เคยเจอกันด้วยเหรอเนี่ย

    อ๊ากกกกกก! อย่างนี้ต้องติดตาม
    #13
    0
  12. #12 bewbeaubew (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กันยายน 2556 / 11:57
    มัยมันดราม่าอ่าาาาาาา
    เเต่ว่าตอนท้ายอ่ะ
    น่ารักกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    เขิล

    #12
    0
  13. #11 eve-ie molto (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 กันยายน 2556 / 22:09
    เคยเจอกันสินะะะะะะะะะะ
    อร๊ากกกกกกกกก
    พี่ลููู่เเลดูมีปมมมมมมมมม
    ฮรืออออออ นายท่านพ่อนังปาร์คหรออ น่ากลัวหรอ??
    อร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก
    #11
    0
  14. #9 tip_tip (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กันยายน 2556 / 09:29
    เคยเจอกันแล้วหรอ

    ชีวิตพี่ลู่ไม่ค่อยสวยงามเท่าไหร่เลยอ่ะ
    #9
    0
  15. #8 vazi viza (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กันยายน 2556 / 08:48
    มันยังไงๆนะ
    #8
    0