[Fic EXO] [คุณชายมาเฟีย[ Taokai,Krislu,Hunkris,Chanbaek]

ตอนที่ 4 : TaoKai [คุณชายเล็ก] Chapter 03

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,162
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    2 ก.พ. 57

[Fic EXO] [คุณชายมาเฟีย The Series  [ Taokai,Krislu,Hunkris,Chanbaek]

TaoKai [คุณชายเล็ก]

By winata

Chapter 03

 

 

ทฤษฎีโลกกลม  พรหมลิขิต  หรืออะไรก็ตามแต่คนอย่างคิมจงอินไม่เคยจะเชื่อถือ 

ให้ตายสิ!!!!  นี่มันเจตนาชัด ๆ เหนือสิ่งอื่นใด

 

ถ้าเขาไม่ได้พบเจอใครบางคนที่ตาคมเข้ม  ไหนจะรอยยิ้มหวานๆ บนใบหน้าคมที่ดูยังไงก็ดูใสซื่อให้อารมณ์ที่เหมือแมวน้อยขี้เหงาที่อยากจะอ้อนผู้เป้นเจ้านาย   แต่มันชวนให้ขนลุกทุกครั้งที่มอง   ต้องยอมความจริงที่สัมผัสได้....มันมีอะไรที่น่ากลัวแฝงไว้ภายใต้หน้าตายิ้มแย้ม

 

นี่ล่ะคือสิ่งที่เขาไม่ชอบ   เฮ้ยไม่รู้จะเกลียดได้ไหม?   เพราะคิดว่าคงไม่ได้เจอกันอีกครั้ง 

 

แค่คิดว่าผ่านมาแล้วก็ผ่านไป   จนมาถึงครั้งที่ห้าครั้งนี้เขาสามารถฟันธงลงไปได้เลยว่าเขากำลังโดนผู้ชายด้วยกันตามจีบ!!!!!

 

ชายหนุ่มร่างโปร่งผิวสีแทนในชุดออกกำลังกายที่ทางสปอร์ตคลับของโรงพยาบาลจัดไว้ให้  กำลังตั้งหน้าตั้งตาวิ่งบน
ลู่ไฟฟ้า  นานหลายเดือนที่เขายุ่งๆ จนเกือบลืมที่จะใส่ใจสุขภาพของตนเอง
  ฮัมเพลงตามจังหวะเพลงโปรดจากไอพอดอย่างอารมณ์ดี  โดยไม่ใส่ใจรอบข้างที่ตอนนี้มีใครอีกคนที่วิ่งอยู่ข้างๆ ที่หันมาส่งยิ้มให้

 

“...”

 

คุณหมอหันไปมองคนข้างด้วยสีหน้างงไม่เข้าใจกับสิ่งที่อีกฝ่ายสื่อสารด้วย   จนข้างๆ เป็นฝ่ายหมดความอดทนก่อนถือวิสาสะดึงหูฟังออก

 

“สวัสดีครับ  คุณหมอ”

 

“เอ่อ  สวัสดีครับ” 

 

ตามมารยาททางสังคมทำให้ตอบรับคำทักทายอีกฝ่ายไปด้วยอาการงงๆ  ไม่เคยรู้จักกันมาสักหน่อย 

 

ก่อนที่ผละตัวออกมาจากเครื่องวิ่งเมื่อสัญญาณแจ้งเตือนบอกครบกำหนดเวลาที่ตั้งไว้แล้ว  มือเรียวกดปิดไอพอด 
ก่อนจะม้วนเก็บสายหูฟังอย่างเป็นระเบียบแล้วคว้าผ้าขนหูมาซับเหงื่อ


 

“ใจร้ายจังนะ  ทักทายแค่นี้เองเหรอ?  อินนี่”

 

“นาย....”

 

ใบหน้าคมที่วาดรอยยิ้มเต็มใบหน้าให้ความรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด   แต่จำไม่ได้ว่าเคยเจอที่ไหน   แล้วทำไมถึงได้มาอยู่ใกล้ขนาดนี้   แล้วไปสนิทสนมขนาดมาเรียก อินนี่? ได้ไง

 

“ปล่อยแขนผมได้แล้ว”

 

น้ำเสียงแข็ง ๆ ที่แทมินเคยบอกว่าน้ำเสียงแบบนี้มันกวนประสาทและชวนหาเรื่องใส่ตัวออกมาจากริมฝีปากหนาได้รูปสวยที่ตอนนี้ผู้เป้นเจ้าของเม้มเป็นเส้นตรง

 

“อะไรกันน้ำเสียงแบบนี้  ไม่เห็นจะขี้อ้อนเลย  ก็พอเข้าใจนิสัยอินี่ที่ไม่ค่อยใส่ใจอะไรกับใครสักเท่าไหร่”

 

“งั้นก็...อย่ายุ่งกับผม”

 

ขืนตัวออกมาจากคนตรงหน้าที่สูงกว่าตนเองเล็กน้อย

 

แล้วที่น่าแปลกใจ  ทำไมเขาต้องไปต่อปากต่อคำกับผู้ชายตรงหน้านี้ด้วย!!!  

 

ถ้าเป็นปกตินะหนีไปไกลแล้ว  แต่ก็ไม่สามารถก้าวไปไหนได้เพราะร่างหนาที่ยืนขวางไว้

 

หลีก...พูดยังไม่ทันจะจบก็ถูกขัดขึ้นก่อนด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งของคนที่ยืนขวางอยู่

 

งั้นคงต้องขอยุ่งหน่อยล่ะมั้ง?  มานี่เลย!!!ข้อมือบางที่โดนข้อมือที่แกร่งกว่ากำรอบและฉุดดึงด้วยแรงที่มากกว่าแล้วลากไปไหน?

 

สองขาเรียวยาวของจงอินแทบจะพันกันเพราะต้องเร่งฝีเท้าให้ทันคนด้านหน้าที่เอาแต่ฉุดแบบไม่สนใจคนด้านหลังสักนิด    จนมาถึงห้องล็อคเกอร์เก็บเสื้อผ้าของสปอร์ตคลับ

 

โอย!!!   เจ็บนะโว้ยร้องเสียงดังเมื่อถูกผลักเข้าชิดกำแพงก่อนจะตามด้วยข้อมือสองข้างที่ถูกทาบกับกำแพงด้วยฝ่ามือใหญ่และเรี่ยวแรงที่มากกว่า  นัยน์ตาสองคู่มองสบกันแบบไม่มีใครยอมใคร

 

รอยยิ้มหายไปจากใบหน้าคมที่เคยเห็นมักจะแฝงไปด้วยความอบอุ่นกลับเปลี่ยนราวกับสวมหน้ากากของความเย็นชาที่ราวจะแช่แข็งทุกอย่างที่ขว้างหน้า   เสียงทุ้มเอ่ยเรียบเย็น

 

ไม่คิดจะลืมง่ายขนาดนี้   ต้องสงสัยต้องฟื้นความจำเอาให้จำได้ทุกกระบวนท่าเลยสินะ

 

“นาย..........”

 

จงอินกำลังจะขยับริมฝีปากเถียงถูกประกบแนบชิดด้วยริมฝีปากบางสีสดของคนที่มีกำลังมากกว่าอย่างรวดเร็ว
ลิ้นอุ่นสอดแทรกหาความหวานซ้ำแล้วซ้ำเล่าหากแต่ไม่เคยหนำใจ ไล้ระเรื่อยลงต่ำซึมซับความหวานจากเนื้อสีแทนอย่างไม่เคยรู้สึกพอ



 

แปลก??  มีอะไรที่ต่างไปนะ? คนตรงหน้าของฮวางจื่อเทาก็คนเดิม แต่ทำไมมันต่างจากที่เคยสัมผัสในคืนนั้น


 

หยุดสิโว้ย  ถ้าไม่หยุดพ่อจะต่อยให้ปากแตก


 

เอ่ยปากห้ามแม้จะรู้ว่าไม่มันไม่ได้ผลอะไรในเมื่อริมฝีปากของตนเองยังถูกอีกฝ่ายครอบครองอยู่


 

 จนกระทั่งต้องกระทุ้งเข่าไปที่ส่วนที่อ่อนไหวที่สุดของร่างกายอย่างแรงซึ่งก็ได้ผลดีไม่น้อย


 

“โอย...!!!


 

หูหนวกรึไง  ถึงไม่ฟังกันบ้าง


 

“คนเริ่มมันนายทั้งนั้นนะ  อินนี่  แล้วนี่ถ้ามันใช้งานไม่ได้ขึ้นมา..นายจะใช้อะไรเล่า” 


 

คุณหมอหนุ่มเริ่มงงอีกครั้ง  กับคนตรงหน้าที่กำลังค้อนสายตาใส่เขา  ทั้งที่เขาเองนะที่โดนไอ้คนตรงหน้านี้ลากมาจูบเอาจูบเอาจนแทบจะขาดหายใจ  มันควรเป็นเขานะที่เป็นฝ่ายโกรธ!!!


 

นายต้องการอะไรกันแน่   มีอะไรก็พูดมาตรงๆ ดิ  ไม่พูดมาฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่านายต้องการอะไรจากฉันถึงได้ลากมาทำอะไรแบบนี้


 

จื่อเทาขยับถอยออกมาห่างจากร่างตรงหน้าที่เล็กน้อย  ก่อนจะลอบถอนหายใจด้วยความไม่เข้าใจกับคนตรงหน้า 
ให้ตายเถอะ!! คนอะไรกวนโมโหชะมัด!!!



 

งั้นต้องถามยังไงถึงจะคำตอบดีๆ  จากอินนี่ล่ะ


 

ท่าทางก็ดูมีการศึกษานะ   นี่ไม่รู้จักมารยาทขั้นพื้นฐานหรือไง?...ถามดีๆ แบบให้เกียรติกันหน่อย ถามหาความสมัครใจในการตอบเสียบ้าง


 

แล้วถ้าถามถึงเรื่องคืนนั้นนะ  จะตอบได้ไหม?


 

กว่าจะรู้ตัวเสียงทุ้มถึงมากระซิบถามอยู่ข้างใบหูซ้ายของคุณหมอหนุ่มที่ยังใส่ตุ้มหูเพชรรูปดาวไว้อยู่  เจ้าของใบหูรีบเอียงหลบก่อนจะตอบเสียงหนักกลับไป


 

ใช่  แล้วอินนี่...ใครอนุญาตให้เรียกไม่ทราบ!!   แล้วนี่ช่วยเอาตัวออกไปห่างๆหน่อยได้มั้ย?


 

เพราะมันใกล้.....ใกล้จนตัวติดกันเป็นเนื้อเดียวกันแล้ว  ที่สำคัญมันแนบชิดจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นตุบตับของอีกคน


 

ก็นายคนบอกให้เรียกด้วยซ้ำ  ที่สำคัญรู้อยู่ชื่อเดียวจะให้ทำไงจื่อเทาเอ่ยเสียงอ่อนเชิงอ้อนและสำนึกผิดก่อนจะเนียนซบใบหน้าลงกับไหล่มนแอบซ่อนรอยยิ้มร้ายเอาไว้ เห็นคนในอ้อมกอดเผลอเลยขบเม้มเบาๆ ตรงซอกคอ


 

“โอย!!  ทำบ้าไรเนี้ย  ชื่อนั้นนะช่วยลืมไปด้วยเลย  ฉันชื่อคิมจงอิน


 

จงอินเหรอ?  เพราะดีนี่น้า  งั้นนายเรียกชื่อฉันสิเหมือนที่เรียกคืนนั้นไง


 

ชื่อ? หัวคิ้วของจงอินแทบจะขมวดเป็นปม    ก็พอจำได้ลางๆ แทบลืมเลือนไปแล้วกับคนตรงหน้าที่เผอิญได้เจอกันวันนี้    ว่าแต่คนตรงหน้ามันชื่ออะไร?


 

ยิ่งร่างโปร่งมีท่าทีที่เงียบลงราวแต่มันเรียกอารมณ์โทโสของชายหนุ่มให้กรุ่นขึ้นได้ทันที   สายตาคมเริ่มกร้าวขึ้นเมื่อรู้สึกขัดใจ...อะไรกันนักหนา แค่ชื่อหัดจำเสียบ้างสิ ทำไมถึงเป็นคนที่กวนโมโหได้ขนาดนี้นะ!!!  แต่ใบหน้าคมระคนสวยเริ่มงอง้ำอย่างหงุดหงิดมันชวนให้น่าแกล้งเสียจริงคิมจงอิน


 

“เอ่อ  คือ.....”


 

“ว่าไง  ทำไมไม่เรียกชื่อฉันละ  อินนี่” บอกก่อนก้มลงไปขบเม้มที่ติ่งหูเบาๆ ข้างที่ใส่ตุ้มหูรูปดาวอยู่


 

“ไอ้บ้า  หยุดนะเว้ย  บอกแล้วไงอย่าเรียก อินนี่  แล้วเมื่อไหร่จะเลิกแกล้งสักที”


 

ขี้โมโหจริงๆ ฮวางจื่อเทา  ถ้าเรียกจะ.....


 

“โอเค  จื่อเทา  วันนี้ผมต้องขอตัวก่อนเนื่องจากมีธุระด่วน”


 

อาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายถอยห่าง  ทำให้จงอินผลักอีกฝ่ายออกไป


 

“เดี๋ยวสิจงอิน   พรุ่งนี้ช่วงบ่ายว่างใช่ไหมไปดื่มกาแฟด้วยกันสักแก้วสิ”


 

“ถ้าว่างนะ”


 

คุณหมอหนุ่มตอบอย่างขอไปทีก่อนจะปลดมือของอีกฝ่ายออกจากแขน   ก่อนจะไปเปิดล็อคเกอร์ที่ใส่เสื้อผ้าไว้คว้าเอาของแล้วแทบจะวิ่งออกไปทันที


 

“หึ....หึ  วันนี้หยอกแค่นี้ก่อน  เดี๋ยวคุณหมอจะหัวใจวายซะก่อน”




 

+++++++++++



 

 อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณหมอ


 

เสียงหวานใสของนางพยาบาลเอ่ยขึ้นทักทายซึ่งมันก็คงเป็นเรื่องปกติหากว่าจะไม่มีสายตาล้อเลียนจากบรรดานางพยาบาลหรือบุรุษพยาบาลทั้งหลายที่จงอินเดินผ่าน

 

ไงแก  เสน่ห์แรงนะว่าแต่คราวนี้ใครส่งมาอ่ะ

 

อะไร?

 

คิ้วเรียวขมวดยุ่งเป็นเชิงถามอีแทมินเพื่อนหมอที่อยู่ห้องตรวจข้าง ๆ ก่อนเปิดประตูห้องตรวจของตัวเองเข้าไปก็หายสงสัยทันที!!!!

 

ช่อดอกกุหลาบแดงที่ว่างไว้แทบจะเต็มห้องตรวจ  เหลือไว้แค่เก้าอี้นั่งเท่านั้น    ไม่มีชื่อผู้ส่งนอกจากการ์ดสีฟ้าอ่อนที่มีตัวหนังสือหวัดๆ เขียนไว้

 

Do you believe in destiny?

 

ไม่ต้องเดาก็พอรู้ว่าเป็นใครส่งมา   จงอินถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะหมุนตัวออกจากห้องตรวจไปเรียกพยาบาล

 

“รบกวนช่วยเอาไปใส่แจกันแจกให้ผู้ป่วยในตึกด้วยนะครับ”

 

มองประตูห้องตรวจที่ปิดลงหลังจากที่พยาบาลสาวๆ มาช่วยกันขนดอกกุหลาบออกไปจากห้องตรวจโดยที่มีเหลือทิ้งไว้ใส่ในแจกันภายในห้องตรวจไว้แค่ดอกเดียว

 

“เหลือไว้ดอกเถอะคุณหมอ  สงสารคนให้”

 

มันทำให้ร่างโปร่งอดจะหยิบดอกไม้หนึ่งดอกอย่างเสียไม่ได้เพราะปกติตัวเองก็พูดน้อยอยู่แล้ว  จะเถียงนางพยาบาลที่ทำงานร่วมกันก็ยังไงอยู่

 

“มันมีที่ไหน destiny? อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ทันนายนะฮวางจื่อเทา  นี่มันจงใจล้วนๆ”

 

ทั้งที่วันนั้นคิดว่าตัวเองไม่แม้จะหยิบนามบัตรหรืออะไรก็ตามที่ผู้ชายคนนั้น  คนที่ชื่อฮวางจื่อเทาทิ้งไว้ที่โต๊ะข้างเตียงในโรงแรมหรู  คิดว่ามันแค่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปไม่มีอะไรให้จดจำมากในชีวิตแล้วนี้อะไรกัน  เขาใช้ชีวิตด้วยสงบมาเกือบเดือน 
จู่ๆ ก็โผล่มา  จะให้คิดว่าไง?



 

“สรุปใครส่งมาให้นายจงอิน” 


 

แทมินที่พักจากการตรวจแล้วแวบเข้ามาหาเพื่อนที่ห้องพักก่อนจะดึงการ์ดออกมาอ่านเสียเอง  ก่อนจะเงยหน้ามองเพื่อนที่ตอนนี้


 

ถ้าตาเขาไม่พร่าเพราะแสงแดดยามบ่ายนี่แก้มจงอินมันขึ้นสีเรื่อๆ นะเนี้ย


 

“แค่คนที่ฉันไม่อยากจะใส่ใจก็เท่านั้น  เอามานี่” แย่งการ์ดคืนมาก่อนจะเอามาขยำแล้วขว้างลงถังขยะอย่างรวดเร็ว


 

“เฮ้ย  คนนั้นเหรอวะ?  ว่าแต่แกไปเจอเค้าที่ไหน...นอกจากบ้านกับโรงบาล  ฉันยังไม่เห็นนายจะไปไหนช่วงนี้”  คราวนี้
อีแทมินได้แต่ทำตาโตเมื่อได้ฟังคำตอบปากเพื่อนสนิท


 

“เจอที่ฟิสเนสเมื่อวานก่อน”


 

“โอเคไหม? จงอิน” 


 

ไม่มีคำตอบกลับมาจากร่างโปร่งที่ตอนนี้หันเก้าอี้ออกไปมองวิวที่หน้าต่างบานกว้าง  แทมินลอบถอนหายใจกับปฏิกิริยาเพื่อน  เพราะเป็นเพื่อนกันมานานทำให้เขารู้ว่าตอนนี้คิมจงอินรู้สึกอย่างไร   ได้แต่หวังว่าจะมีใครสักคนที่ก้าวเข้ามาละลายน้ำแข็งในหัวใจของเพื่อนเขาคนนี้ได้    ถึงตัวเขาเองจะเป็นจิตแพทย์หากว่าผู้ป่วยไม่เปิดใจในการรักษา  ต่อให้ใช้ยาที่ดีที่สุดในโลกหรือเทคนิคการรักษาที่ดีแค่ไหน   ทำยังไงก็ไม่เกิดผลในการรักษา


 

“ฉันไปเยี่ยมน้องคยองนะ  แล้วจะกลับเลย”   จงอินบอกก่อนนะเอื้อมมือไปบีบไหล่เพื่อนเบาๆ


 

“ฝากบอกน้องด้วย  ออกเวรตรวจแล้ว  ฉันกับมินโฮจะไปเยี่ยม”



 

++++++++++++++



 

มันเป็นภาพชินตาของผู้คนภายในโรงพยาบาล  ที่เด็กชายวัยสิบขวบที่มีผิวขาวราวหิมะ  ดวงตากลมโตมากกว่าปกติ 
ที่สวมหมวกไหมพรมสีแดงไว้กึ่งลากกึ่งจูงคุณหมอหนุ่มไปยังร้านค็อฟฟี่ช็อปที่ตั้งอยู่ข้างบริเวณส่วนหย่อมของโรงพยาบาล



 

“พี่ชาย  เดินเร็วหน่อยได้ไหมน้องคยองอยากจะทานเค้กจะแย่แล้วน้า”


 

“จะรีบไปทำไมครับน้องคยอง  ร้านเค้กไม่หนีไปไหนสักหน่อย” จงอินพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนขณะใช้ผ้าเช็ดหน้าสีขาวซับเหงื่อที่หน้าผากให้เด็กชายในชุดผู้ป่วยในสีชมพูอ่อน


 

“น้องคยองแค่อยากอยู่กับพี่ชายนานๆ เท่านั้นเอง”

 

น้ำตารื้นขึ้นมาทันทีก่อนที่จงอินจะพยายามฉีกยิ้มอย่างสดใส


 

“งั้นวันนี้  น้องคยองอยากทานอะไร  พี่ชายจะตามใจหมดทุกอย่างเลยดีไหม?”  เด็กชายยิ้มอย่างสดใสก่อนจะวิ่งไปเกาะกระจกตู้แช่หลังใหญ่ที่บรรจุเค้กไว้มากมายหลายชนิด


 

จงอินรู้ว่าวันนี้ตัวเองเหมือนจะยิ้มมากกว่าปกติ  ยิ่งเห็นแววตาที่สดใสของน้องชายในวันนี้


 

“ว่าไงครับหนูน้อยสนใจจะรับเค้กอะไรดีเอ่ย?”


 

เสียงทักจากคนข้างๆ ทำให้คยองซูหันไปมองชายหนุ่มที่กำลังยิ้มหวานในชุดเสื้อเชิร์ตสีขาวกางเกงสแล็คดำและมีผ้ากันเปื้อนสีขาวคาดเอว


 

“คือ  มันน่าทานไปหมดทุกอันเลย  น้องคยองเลือกไม่ถูก”


 

จื่อเทาอดจะยิ้มกับคำตอบที่ไร้เดียงสาของเด็กน้อยตรงหน้านี้เสียไม่ได้   แต่ต้องยิ้มหนักมากขึ้นเมื่อได้ยินคนที่เดินมาถึงทีหลังพูด


 

“เลือกเค้กที่อยากทานได้รึยังครับ  น้องคยอง”


 

ให้ตายสิ  น้ำเสียงแบบนี้ไงที่ฮวางจื่อเทาได้ฟังในคืนนั้น  น้ำเสียงที่อ่อนโยนไม่แสร้งทำเป็นเสียงแข็งแบบที่เคยได้ฟัง


 

“สวัสดีครับอินนี่...มาตามนัดเร็วนะครับวันนี้”


 

เรื่องโชคชะตา...พรหมลิขิต   เป็นเรื่องขบขันเพราะทุกสิ่งล้วนมาจากอำนาจน้ำเงินทั้งนั้นเรื่องนี้ฮวางจื่อเทารับรองได้เลย   อดจะยิ้มไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านไปเมื่อสองชั่วโมงกว่าที่เกิดขึ้นที่นี่ในร้านคอฟฟี่ช็อปในเครือโรงแรมพาราไดซ์ที่มาตั้งให้บริการในโรงพยาบาลเอกชน


 

อย่าคิดว่าคำตอบของใครอีกคนที่รับปากส่งๆ ที่หนีเอาตัวรอดเมื่อวานนี้จะทำให้เขาใจอ่อนไม่เล่นเกมนี้ 


 

ยิ่งเจอของถูกใจที่ได้มายากนั้นยิ่งท้าทายให้ลงเล่นเกมนี้อย่างอารมณ์ดีจนต้องถึงขั้นต้องมาดูแลคอฟฟี่ช็อปเล็กๆ แห่งนี้โดยทิ้งหน้าที่เชฟใหญ่ของภัตตาคารใหญ่ไปให้ลูกน้องดูแลแล้วตนเองจะเข้าไปดูเฉพาะคืนวันเสาร์เท่านั้นเพียงเพราะอยากจับคุณหมอผิวสีแทนให้ได้คามือ


 

“พี่ชายไม่ลองชิมเค้กสตอร์เบอร์รี่เหรอ  พี่จื่อเทาบอกว่ามันอร่อยที่สุดเลยนะน้า  ดูสิสตอร์เบอร์รี่ลูกโตโต้”


 

เสียงใสๆ ของเด็กชายตัวน้อย ๆที่พยายามโน้มน้าวให้พี่ชายลองชิมเค้กชิ้นเล็กที่ถูกตักออกมาเตรียมป้อน


 

“น้องคยองทานเถอะ  เรารีบทานรีบเสร็จเดี๋ยวใกล้เวลาคุณหมอไปตรวจตอนบ่ายแล้วนะ” จงอินว่าก่อนจะใช้ทิชชูเช็ดครีมที่มุมปากอย่างแผ่วเบา


 

“ถ้าน้องคยอง  อยากทานอะไรเพิ่มบอกพี่ได้เลย”  สายตาคมตวัดฉับใส่คนที่กำลังยิ้มพรายอยู่ตรงหน้า


 

“พอแล้ว  วันนี้น้องคยองก็ทานเค้กไปสองชิ้นแล้ว  เดี๋ยวจะทานข้าวเย็นไม่ได้” 


 

เด็กชายไม่ได้สนใจกับการพูดคุยเบาๆกึ่งกระซิบของผู้ใหญ่ทั้งสองคน  นอกจากเค้กในจานของตัวเองกับนมอุ่นๆ ในแก้วที่ตอนนี้ทั้งสองอย่างกำลังจะหมดลงแล้ว


 

ในขณะที่ชายหนุ่มทั้งคู่กำลังทำสงครามทางสายตา  เป็นจื่อเทาที่สังเกตเห็นความผิดปกติก่อน


 

“ระวังครับ  น้องคยอง”


 

แต่ดูเหมือนจะช้าเกินไปเพราะเด็กชายคยองซูตกจากกระดานสไลด์จากสนามเด็กเล่นที่อยู่ใกล้ๆกับโต๊ะที่เคยนั่งทานขนมเค้กอยู่


 

“น้องคยอง!!!” จงอินได้แต่อุทานแต่ยังช้ากว่าชายหนุ่มที่เคยนั่งข้างกันที่ตอนนี้ไปถึงตัวของคยองซูแล้ว


 

“ไงครับ  คนเก่งจับตรงไหนไหมเอ่ย?”  จื่อเทาช่วยเด็กชายตัวน้อยยืนขึ้นก่อนจะช่วยปัดเศษดินออกจากชุดผู้ป่วย  พร้อมมองหาร่องรอยบาดแผล


 

“ไม่เจ็บเลยครับ   น้องคยองแค่จับกบไป 2-3 ตัวเอง” ชายหนุ่มอดจะขำกับเด็กตรงหน้าไปไม่รู้รอบเท่าไรของวัน


 

จงอินที่กำลังมองชายหนุ่มที่คุกเข่าลงพื้นดินของสนามเด็กเล่นแบบไม่กลัวชุดเปื้อนช่วยพยุงคยองซูและตอนนี้กำลังช่วยปัดเศษดินออกจากหมวกไหมพรหมสีแดง  ก่อนจะบรรจงสวมใส่ให้ศีรษะน้อย ๆ ของคยองซูที่มีผมร่วมเป็นหย่อม ๆ


 

อ่อนโยนแบบนี้จริงๆ  รึเปล่า ตัวตนที่แท้จริงของนายฮวางจื่อเทา  คุณชายเล็กของตระกูลอู๋


 

“กลับห้องเถอะน้องคยอง” เอื้อมมือไปจูงเด็กชายให้ก้าวเดินกลับเข้าไปยังอาคารโดยที่ไม่เอ่ยแม้กล่าวลาใครอีกคน


 

“ช่างเป็นคนที่น่าสนใจจริงๆ คิมจงอิน”


 

“พี่ครับ จะให้ผมปิดร้านเลยไหม?”  เสียงเรียกของพนักงานในร้านที่มาทำงานประจำในกะบ่ายเรียกสติจื่อเทา กลับมายังเวลาปัจจุบัน


 

“ปิดร้านได้เลยลู่หาน  ส่วนเค้กที่เหลือวันนี้เราแบ่งได้กล่องไปทานบ้านได้เลยนะ”


 

อะ...ครับ ทราบแล้วครับ


 

“เดียวก่อนลู่หาน   ถ้าเราเหนื่อยนักก็พักๆ งานช่วงกลางคืนซะมั้งเถอะ  นี่เทอมสุดท้ายแล้ว”


 

“ขอบคุณครับพี่ถ้าผมไม่ไหวจะบอก” 


 

จื่อเทาส่ายหน้ากับการรั้นของหนุ่มรุ่นน้องที่มาทำงานในกะกลางวันของร้าน  ลู่หานเป็นอีกคนที่เขาให้ความเอ็นดูในความขยันที่ต้องหาเลี้ยงตัวเองมาตั้งแต่สมัยไฮสคูล   แรงสั่นสะเทือนจากไอโฟนที่อยู่ในมือทำให้ชายหนุ่มหงุดหงิดขึ้นมาทันที...กำลังนึกถึงใบหน้าคุณหมอคนช่างกวนโมโหอยู่ซะด้วย โทรมาขัดซะได้!!


 

ว่าไงจุนมยอน? ” กรอกเสียงทุ้มเข้มลงไปอย่างเคยชินจนคนปลายสายรู้ตัวว่า...โทรมาผิดจังหวะแน่ๆ...


 

“รู้แล้วครับ  พรุ่งนี้คุณหมอจะไปไหนบ้าง”


 

ที่ไหน?  ขอบใจมากที่รายงาน


 

“คุณชายเล็กครับ  สนใจหรือแค่หลงครับ?”


 

“........”


 

ไม่ตอบปลายสายนอกจากกดปุ่มสีแดงเป็นอันว่าจบการสนทนากับปลายสาย 


 

จื่อเทากระตุกยิ้มมุมปาก     ก่อนจะเบนสายตาไปมองพระอาทิตย์ที่กำลังลับขอบฟ้าของกรุงโซลอย่างอารมณ์บอกตัวเองไม่ถูกเหมือนกันทำไม  ต้องสนใจกับคุณหมอหนุ่มที่ออกจะเย็นชาและไม่ใส่ใจกับสิ่งต่างๆ รอบข้างขนาดนี้ทั้งที่จะขีดเส้นความสัมพันธ์ให้เป็นเหมือนคนอื่นๆ ก็ได้ที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป



 

“สนใจหรือแค่หลง   ถามได้ดีนะคิมจุนมยอน”

 



 

++++++++tbc++++++++++

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

258 ความคิดเห็น

  1. #242 TaoHun DakHyo (@kim_nik) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มีนาคม 2560 / 17:21
    อินนี่หนีเทาไม่พ้นหรอก
    #242
    0
  2. #195 Yumi (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2557 / 17:54
    อย่านะเทา นายจะแค่เล่นกะอินไม่ได้

    อินน่ารักก น้องคยองน่ารักกก
    #195
    0
  3. #180 MiMMe (@bolck-vvip) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2557 / 18:18
    อุ้ยยยยยยยย จงอิยหวั่นไหวอ่าสส ><
    #180
    0
  4. #169 ป๋าแซนด์ (@sandtom69) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2557 / 12:04
    นั้นน่ะสิจื่อ สนใจหรือแค่หลง ฮือออออออ ฉันไม่อยากให้ลูกฉันเจ็บนะ !!!!

    อยากบอกนะว่าน้องคยองเป็นลูคีเมีย ??? -0- งื้ออออ คุณหมอเป็นคนดีมาก 
    #169
    0
  5. #91 kaihunisreal (@kaihunisreal) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2557 / 01:16
    หมีเราเป็นเคะแล้วหรอ
    ทั้งสองแล้วละ แต่ไปทางหลงมากกว่านะฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #91
    0
  6. #88 TaoHun DakHyo (@kim_nik) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2557 / 23:44
    ทั้งสองอย่างใช่ไหมเทาเทา
    #88
    0
  7. #82 house of love (@moondaki) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2557 / 17:41
    ทั้งสองอย่างละจื่อเทา
    นายทั้งหลงทั้งสนใจ
    จงอิน
    #82
    0
  8. #62 pu su (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2557 / 21:13
    เทาก็รุกเต้มที่ขนาดนี้ทั้งสนใจทั้งหลงเลยล่ะ
    #62
    0
  9. #44 poply (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2557 / 22:49
    ทั้งสนใจทั้งหลงนั่นแหละ

    -////////////////-
    #44
    0
  10. #37 [C]~Min (@angelkyu) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2557 / 13:35
    น้องคยองน่ารักจังเลย~ 
    อาเทาหลงจงอินละมั้งง
    #37
    0
  11. #22 Beloved-jae (@cherish-jae) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2557 / 21:01
    อย่ามาหลอกอินนี่นะจื่อเทา ต้องเอาจิงสิ
    อย่ามาทำให้อินนี่เสียใจ แต่น้องคายองน่ารักเนาะ
    จับกบอะไรกันนนนน อย่าดองนะฟิคเรื่องนี้ ขอร้องงง
    #22
    0
  12. #10 KimKaiWife (@endlessmoment13) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2557 / 01:44
    อร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ชอบอ่ะ ฮอลล์~~~~~~~
    #10
    0
  13. #9 zero 1992 (@exolpcm) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 / 23:51
    ก้อสนใจก่อนแล้วค่อยหลงไง(คำตอบที่เทาเทามิได้กล่าวไว้)
    #9
    0
  14. วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 / 19:44
    กรี๊ดดด น้องคยองน่ารักอ่า

    จื่อเทาเริ่มรุกแล้ว สู้ๆ
    #8
    0