[Fic EXO] [คุณชายมาเฟีย[ Taokai,Krislu,Hunkris,Chanbaek]

ตอนที่ 13 : TaoKai [คุณชายเล็ก] Chapter 010

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 905
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    12 ก.พ. 57





[Fic EXO] [คุณชายมาเฟีย The Series  [ Taokai,Krislu,Hunkris,Chanbaek]

TaoKai [คุณชายเล็ก]

By winata

Chapter 010

           

 

            “ฉันกลับแล้วนะ  วันนี้จะไปหาน้องคยอง  ปลุกนายแล้วแต่นายไม่ตื่น –คิมจงอิน”

 

 

มือหนาของคุณชายเล็กกำกระดาษโพสต์อิทสีเขียวอ่อนแน่น     แผ่นที่สองที่ได้รับในรอบสองวันจากคนเดียวกันหลังจากที่ลืมตาตื่นเช้าขึ้นมาในวันอาทิตย์   ทั้งที่ยังเช้าอยู่แท้ๆ แต่คุณหมอก็ชิ่งหนีไปก่อนจะได้เค้นเอาคำตอบที่ถามไปเมื่อวาน

 

RRRR……RRRR…….RRRR  

 

เสียงโทรศัพท์มือถือสั่นเรียกความสนใจ  พอมองเห็นว่าสายเรียกเข้าเป็นใครแทบอยากจะโยนเจ้ามือถือเครื่องหรูนี่ทิ้งไปเลยไกล   แต่ก็ทำไม่ได้ก่อนจะสไลด์รับสายด้วยความจำใจ

 

“มีอะไรพี่ใหญ่”

 

“น้องเล็ก” เสียงนุ่ม ๆ เรียบ ๆ ที่ได้ยินทำให้จื่อเทาต้องเอามือถือมาดูว่าที่หน้าจอโชว์เบอร์ของพี่ชายคนโต  ก่อนที่ใบหน้าคมจะเหยเกเพราะคราวนี้แน่ใจ1000%ว่าใครคือคนใช้มือถือส่วนตัวของคุณชายใหญ่ได้ราวกับเป็นของตัวเอง   ถึงจะเฟลเพราะคุณหมอคิมจงอินอยู่

 

แต่ฮวางจื่อเทาก็ไม่อยากให้พี่ชายคนรองดุเรื่องการใช้คำพูดจาหรือน้ำเสียงไม่ดีหรอกนะ  แน่นอนว่าพี่และน้อง
บ้านตระกูลอู๋ไม่ได้กลัวคุณชายรองหรอกนะ...ก็แค่เกรงใจก็เท่านั้นเอง




 

คุณเคยอาจได้ยินประโยคที่ว่า...คนที่ดูเหมือนอ่อนแอที่สุดกลับเป็นคนที่เข้มแข็งเมื่อมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันซึ่งมันคือ...คุณชายรอง   หากในวันนั้นอี้ฟางไม่เอาตัวเองกันกระสุนจากมือปืนของศัตรูที่ส่งมาลอบฆ่าทุกวันนี้คงไม่มีคุณชายใหญ่ 
คุณชายน้อง  รวมถึงตัวเขาเองก็ได้



 

“นี่พี่อี้ฟางเองนะ”


 

“ครับพี่อี้ฟาง  กลับจากปารีสตอนไหน...แล้วน้องแบคกลับมาด้วยรึเปล่า?” จื่อเทาทอดเสียงอ่อนลง


 

“กลับมาเมื่อเช้า  พอดีคุณโอมาจัดการธุระนิดหน่อยพี่เลยมาด้วย   นี่ยังนึกว่าน้องเล็กจะมาให้กำลังใจน้องคยองที่โรงบาลเป็นเพื่อนคุณหมอจงอินซะอีก” ใบหน้าคมนิ่วหน้าเมื่อปลายสายพูดต่อ 


           แม้จะแอบไม่ค่อยพอใจกับ “คุณโอ” นิด ๆ แต่อย่างว่าถ้าคนๆนั้นพี่ชายของเขารักไปแล้ว  ใครจะกล้าขัดขวาง 
ขนาดพี่ชายคนโตอย่างอู๋อี้ฟานยังไม่กล้าแย้งสักคำ  ทั้งที่ปกตินิสัยหวงพี่ห่วงน้องเยอะกว่าคนปกติ 
แต่อย่างว่าทุกสิ่งย่อมมีข้อยกเว้น



 

“...”


 

“อย่าช้าน้า...คุณชายอู๋อี้ฟานท่านอุตส่าห์บริจาคให้เชียวนะ” 


 

เท่านั้นล่ะคุณชายเล็กของตระกูลอู๋....รวมถึงอาการไข้หวัดต่างๆ เหมือนจะหายไปทันที   โยนมือถือไว้บนเตียงก่อนจะพุ่งเข้าห้องน้ำโดยความรวดเร็วก่อนจะบึ่งรถคู่ใจไปโรงพยาบาลภายในเวลาแค่สิบห้านาทีเท่านั้นเอง!!!!!

 



 

 

++++++++++++++++ส่วนที่เหลือจ้า ^^ +++++++++++++++++



 

แต่ใครว่าคุณชายเล็กจะได้เจอกับคุณหมอคิมจงอินกับน้องชายง่ายๆ นั่นก็คิดผิด  เพราะทันทีที่ฮวางจื่อเทาก้าวออกจากรถยนต์ก็เจอเลขาคนสนิทของตัวเองอย่างคิมจุนมยอน  รวมถึงเลขาของคุณชายใหญ่ยืนรออยู่แล้วที่ลานจอดรถของโรงพยาบาล


 

“มาทำไม?” เอ่ยทักห้วนๆ แต่ปฏิกิริยาแบบนี้ทำอะไรเลขาตัวขาวไม่ได้เลยสักนิด


 

“พอดีมีงานด่วนที่คุณชายเล็กต้องจัดการแทนคุณชายใหญ่นิดหน่อย”


 

“เฮ้ย.....นั่นไม่เรียกว่านิดหน่อยแล้ว” เหล่มองลูกน้องที่ยืนอยู่ข้างหลังนิชคุณและแทคยอนพร้อมด้วยแฟ้มงานที่มีไม่ต่ำกว่ายี่สิบแฟ้มเป็นอย่างน้อย


 

“บอสให้บอกคุณชายเล็กว่า  ทุกอย่างต้องเสร็จก่อน 11.30 น. ไม่งั้นอย่าหวังว่าคุณชายเล็กจะได้ไปพบใครเลยครับ”  คราวนี้นิชคุณเลขาคนสนิทที่คุณชายใหญ่ให้วางใจที่สุดเอ่ยข้อความที่ฝากส่งมาถึงคุณชายเล็กแบบคำต่อคำ


 

“แต่นี่มันวันอาทิตย์  ไว้เดี๋ยววันจันทร์ฉันเข้าไปเคลียร์ให้” ยังไงก็จะไม่ยอมทำงานเพราะวันนี้ตั้งใจแล้วจะมาหาจงอินกับน้องคยองไม่ได้จะมาทำงานล่วงเวลาให้พี่ชาย


 

“ผมว่าถ้าคุณชายเล็กเอาเวลาที่กำลังพูดไปนั่งทำงานที่ร้านซะตอนนี้คงเสร็จทันตามคำสั่งของคุณชายใหญ่” 


 

จุนมยอนไม่พูดเปล่า  ส่งสัญญาณให้นิชคุณและแทคยอนต่างเข้ามาประกบคุณชายเล็กคนละข้างเพราะเลขาตัวขาวคงไม่มีทางจะลากคุณชายเล็กให้ไปด้วยได้ง่าย ๆ แน่ ๆ    แล้วเดินนำไปยังร้านคอฟฟี่ช็อปที่มีห้องทำงานของจื่อเทาอยู่ด้านหลังร้านทันที    เพราะถ้าให้เลือกลูกน้องทุกคนต่างเลือกทำตามคำสั่งของคุณชายใหญ่ทั้งนั้น!!!!!


 

ทดดอกเบี้ยไว้ก่อนนะคุณชายใหญ่...อู๋อี้ฟาน 

อย่าให้ฮวางจื่อมีโอกาสบ้างนะรับรองจะขูดดอกเบี้ยให้เลือดซิบๆ เลย

อย่าคิดนะ...ที่แอบไปกุ๊กกิ๊กอะไรกับเจ้ากวางดื้อหน้ามึนนั่นแล้วเขาจะไม่รู้  งานนี้มีล้างตา!!!





 

+++++++++++++++++


 

เช้าวันนี้คุณหมอคิมจงอินตั้งใจจะใช้เวลาทั้งวัน     เพื่อไปอยู่เป็นเพื่อนคยองซูก่อนจะเข้ารับการผ่าตัดแต่ติดเฝ้าคนที่ป่วยเป็นไข้หวัดจนสายแล้วก็ยังไม่ตื่น   หลังยกมือบางทาบหน้าผากกว้างอุณหภูมิร่างกายเป็นปกติแล้วก็เบาใจ 


 

แม้จะลองเรียกอยู่สองสามครั้งก็ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ   ทั้งที่วันนี้อยากจะชวนไปหาน้องชายด้วยกันแถมยังไม่ได้บอก
คนป่วย    เรื่องที่มีผู้บริจาคไขสันหลังแล้วแต่ยังไงก็เกรงใจคนป่วยเลยตัดสินใจเขียนโน้ตใส่โพสต์อิททิ้งไว้



 

ร่างโปร่งบางกวาดสายตามองหาน้องชายที่พยาบาลบอกว่าออกมาเดินเล่นที่สนามเล็กเล่นพร้อมกับผู้บริจาคกระดูกไขสันหลัง  ที่เขายังไม่เคยเจอเหมือนกันหลังจากฟังข่าวดีจากชเวมินโฮที่อีกฝ่ายไม่ค่อยอยากจะพูดถึงผู้บริจาคนักทั้งที่มันไม่ใช่ความลับอะไร


 

“อย่าถามฉันมากเลยวะ  ดีเท่าไรแล้วที่มีคนบริจาคให้  เอาเป็นว่าถ้านายข้องใจอะไรอยากจะถามอะไร    นายไปถามผู้รับบริจาคเองแล้วกัน”  น้ำเสียงของมินโฮเรียบๆ ที่เจือหงุดหงิดทำให้ไม่กล้าถามอะไรมากเพราะถ้าไปโรงพยาบาลยังไงก็ต้องเจอผู้บริจาคไขกระดูกสันหลังอยู่แล้ว


 

แค่คุณหมอจงอินไม่คาดคิดเท่านั้นเองว่าคนนั้นจะเป็นคนใกล้ตัวฮวางจื่อเทา  คนกวนประสาท  เจ้าเล่ห์ชอบใช้น้ำเสียงนุ่มๆ มาหลอกล่อให้ตายใจและใจอ่อน


 

“พี่ชาย” 

 

หันไปตามเสียงเรียก    ภาพที่เห็นคือเด็กชายดวงตากลมโตที่กำลังอยู่บนม้านั่งบนตักมีลูกหมากำลังนอนอยู่    ข้างๆ กันชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ที่มีใบหน้าคมเข้มและสายตาคมกริบ 


 

“สวัสดีครับ ผมคิมจงอิน...พี่ชายของโดคยองซู”


 

โค้งทักทายอย่างมีมารยาท   และนั้นเรียกรอยยิ้มที่มุมปากจากร่างสูงได้  เพราะอาการนิ่งๆ แฝงด้วยความเย็นชาที่มันออกแนวตรงข้ามกับน้องชายเขาที่แม้ปกติจะมีหน้าตายิ้มแย้มแต่ใครจะรู้ว่าเจ้านั่นนะ  ร้อนอย่างกับภูเขาไฟที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ


 

“ผม...อู๋อี้ฟาน  ยินดีที่ได้พบกันอย่างเป็นทางการนะคุณหมอ”  แค่ชื่อกับนามสกุลก็ทำให้จงอินตัวเย็นเฉียบเพราะออร่าที่เจ้าของชื่อแผ่ออกมามันชวนให้หายใจขัดๆ


 

“เผื่อคุณหมอยังไม่รู้ผมเป็นพี่ชายแท้ๆ ของฮวางจื่อเทา”  ดวงตาสีน้ำตาลเงยหน้ามองสบสายตาคมเข้มที่มองมาเหมือนเครื่องสแกนตรงหน้า


 

“ผมทราบครับ”  กิริยาที่นิ่งเหมือนไม่แปลกใจเลยทำให้อู๋อี้ฟานแปลกใจเล็กน้อย


 

น้ำนิ่งไหลลึกสินะคุณหมอคิมจงอิน...แบบนี้ถึงได้ใจฮวางจื่อเทาไปง่าย ๆ


 

“เดาว่าน้องชายผมคงไม่ได้บอกคุณสินะ”


 

“...”


 

เพราะรู้เองนี่ไง....ว่าอีกฝ่ายไม่ใช่คนธรรมดาเดินดิน    ถึงได้อยากอยู่ห่างๆ  คิมจงอินได้แต่คิดในใจ...ไม่กล้าจะพูดออกไป

ใครจะกล้าปากกล้าต่อหน้ามาเฟียของกรุงโซล!!!


 

“ถ้าคุณสองคนพี่น้องไม่ใช่คนที่น้องชายผมให้ความสำคัญละก็...คงไม่จำเป็นต้องช่วย”


 

จงอินเสหน้าหันไปมองที่อื่นความนัยที่คนตรงหน้าสื่อออกมาใช่ว่าจะไม่รู้  ตอนนี้อาจจะสำคัญเหมือนเด็กๆ ได้ของเล่นใหม่    แล้วอนาคตละจะยังไง...จะยังให้ความสำคัญอยู่ไหม??


 

“น้องคยอง  เดี๋ยวพี่ชายจะกลับห้องพักก่อนนะเอาไว้เจอกัน”


 

บอกเด็กชายก่อนจะลุกเดินเข้าตึกเพื่อเปิดโอกาสให้สองพี่น้องได้มีโอกาสคุยกันก่อนการผ่าตัด    อู๋อี้ฟานที่ตอนนี้อยู่ในชุดผู้ป่วยสีฟ้าอ่อนเกิดเปลี่ยนใจเดินไปทางร้านคอฟฟี่ช็อปของโรงพยาบาลเพื่อไปป่วนประสาทน้องชายสุดที่รักด้วยความคิดถึงพร้อมด้วยลูกน้องในชุดสูทสีดำสนิทอีกสี่คนที่เดินตามหลังไปไม่ห่าง


 

“พี่ชาย....พี่ ๆ ของพี่จื่อเทาใจดีนะ  เสียดายพี่ชายมาไม่เจอพี่อี้ฟาง พี่เค้ามาสอนน้องวาดรูปด้วยละ แถมสัญญาด้วยครั้งหน้าจะมาสอนลงสีน้ำ   ส่วนอี้ฟานก็ช่วยน้องเลี้ยงลูกหมาด้วย   แต่เสียดายพี่น้องของเจ้านี้ตายหมดเลยเหลือมันแค่ตัวเดียวเอง” จงอินเข้าใจในสิ่งที่น้องชายกำลังสื่อแบบอ้อม ๆ


 

แถมการที่คยองซูมีโอกาสได้เจออู๋อี้ฟาง...คุณชายรอง  ที่คิมจงอินกล้ายืนยันได้เลยว่านับหัวคนนอกตระกูลนั้นที่เคยเห็นหน้าแฝดนอกของอู๋อี้ฟานได้เลยละ   ถ้าคิมจงอินจะคิดเข้าข้างตัวเองได้ไหม...ว่ามีความสำคัญมากพอ...พอที่จะให้คุณชายเล็กอย่างฮวางจื่อเทาจับมือไว้ตลอดไป


 

“น้องคยองอยากให้พี่ชายเอาไปเลี้ยงรึไง” ลูบผมน้องชายด้วยความเอ็นดูแม้จะมีผมร่วงติดมือออกเล็กน้อย
แต่วันนี้คุณหมอหนุ่มก็ไม่เป็นห่วง   เพราะรออีกไม่กี่วันให้ร่างกายคยองซูแข็งแรงกว่านี้ก็จะเข้ารับการผ่าตัดแล้ว



 

“ครับพี่ชาย  น้องคยองอยากเลี้ยงดูสิผอมแห้งแบบนี้ไม่รู้จะอยู่รอดไปอีกกี่วันถ้าไม่มีคนเอาไปเลี้ยง” ยังไม่ทันได้พูดอะไรออกไป   เจ้าลูกหมาพุดเดิ้ลตัวนี้ก็จะมีเจ้าของกลายๆ แล้ว


 

 “แต่พี่อี้ฟานบอก  พี่จื่อเทาจะต้องเอาลูกหมาตัวนี้ไปเลี้ยงคอยน้องคยองแน่ๆ จนกว่าจะได้ออกจากโรงพยาบาล”


 

“พี่ชายว่าเราไม่เห็นต้องไปรบกวนคนอื่นเลยนะ   ถ้าน้องคยองอยากเลี้ยงเดี๋ยว........”


 

“คนอื่นที่ไหนกันครับอินนี่....ถ้าน้องคยองอยากให้พี่ช่วยเลี้ยงเจ้าลูก..เอ่อน้องหมาน้อยตัวนี้ก็ได้นะพี่ยินดี”


 

คนอาสาเลี้ยงให้ปรายตามองลูกหมาปีศาจที่เรียกแบบนี้ก็สภาพผมแห้งแล้วขนก็ขึ้นแบบเป็นหย่อมๆ มองหาความสวยงามไม่มีเลยสักนิด  หรือต่อให้คนอื่นมองว่าสวยแค่ไหนแต่สัตว์หน้าขนอย่างสุนัข  แมว นี่ล่ะคือสิ่งที่เขาเกลียดที่สุด 
ไม่ได้เป็นภูมิแพ้..แพ้ขนสัตว์  แค่ไม่ชอบสัตว์ที่มีนิสัยขี้อ้อน
!!!




 

คุณหมอจงอินมองคนที่นั่งบนม้านั่งข้างๆ คยองซูที่เนียนเอามือมาวางราบไปกับพนักพิงก่อนพาดมาที่ไหล่ของเขาแบบธรรมชาติ


 

“ดีเลย...น้องคยองจะได้ไม่ห่วงเจ้ามงกู  เพราะว่าพี่ชายเองก็ไม่เคยเลี้ยงเหมือนกัน  ไม่เหมือนพี่จื่อเทาที่รักหมามากแล้วก็เคยเลี้ยงมาก่อนด้วย”  จื่อเทาเอานิ้วชี้...มือข้างที่ว่างชี้เข้าหาตัวเอง 


 

“พี่อี้ฟานบอกอีกใช่ไหมน้องคยอง” ร่างสูงส่งยิ้มหวานให้น้องคยองที่พยักหน้ารับ


 

 ตอนนี้ฮวางจื่อเทารู้สึกดีใจ    ที่เมื่อกี้ทันทีที่เห็นหน้าพี่ชายคนโตโผล่เข้าไปในห้องทำงานที่ร้านคอฟฟี่ช็อปก็เลยจัดการโยนงานคืนเจ้าของไปเสียเลย 


 

แม้ว่าเกือบสองชั่วโมงที่โดนเลขาของคุณชายใหญ่คู่โหดทั้งนิชคุณและแทคยอนยืนคุมให้ทำงานอยู่ 
ส่วนเลขาตัวขาวของเขานะเหรอ...เล่นนั่งจ้องจากฝั่งตรงข้ามของโต๊ะทำงานละเลียดจิบน้ำชารอ 
แม้จะเคลียร์ไปได้เกือบหมดก็เถอะ   แต่ไอ้หนี้สินในส่วนของคาสิโนจะให้เจ้าพ่อเงินกู้ไปจัดการให้ก็ยังไงอยู่




 

แต่ยังไงก็ต้องขอบคุณอู๋อี้ฟานที่ยื่นเข้ามาช่วยจัดการทุกอย่างให้ง่ายขึ้น  เพราะอะไรลองถ้าคุณชายใหญ่ของตระกูลอู๋ออกหน้าจัดการเองทุกอย่างต้องสำเร็จเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์


 

“นายรู้ใช่ไหมโอกาสมันไม่ได้มีขึ้นง่ายๆ  มันอยู่ที่เราต้องสร้างโอกาสนั้นขึ้นมาเอง  แล้วที่สำคัญเราต้องฉกฉวยผลประโยชน์ของโอกาสนั้นให้มากที่สุด” 


 

คำพูดของพี่ชายคนโตที่เอ่ยขึ้นมาก่อนที่เขาจะก้าวออกมาจากห้องทำงาน

 

“...”

 

“อย่าทำให้เวลาว่างของฉันต้องสูญเปล่าไปล่ะ”

 

“ขอบคุณครับพี่ชาย”  นี่ล่ะวิธีแสดงความรักของพี่น้องตระกูลอู๋

 

“เดี๋ยวก่อนจื่อเทา  อี้ฟางฝากบอกว่าชอบน้องคยองมากนะ”

 

...อะไรที่คุณชายรองต้องการ หรือแค่บอกว่าชอบ  ถ้าไม่ใช่ดาวกับเดือน  ทุกคนก็แทบจะหามาให้ 
แค่นี้ก็บอกใบ้กลาย ๆ ให้รู้แล้ว  หากคุณชายเล็กไม่คิดจะจริงจังกับพี่ชายของคยองซูก็ควรถอยออกมาได้แล้ว 
เพราะถ้าอี้ฟางโกรธขึ้นมา   ต่อให้คุณอู๋อ้ายหลงกับคุณนายใหญ่ก็คงช่วยไม่ได้ละงานนี้



 

เพราะไม่เคยมีครั้งไหน...ที่จื่อเทากำลังคบหาหรือคิดจะสานความสัมพันธ์  จะมีอิทธิพลหรือก่อความว้าวุ่นใจจนต้องทำให้พี่น้องคนอื่นต้องยื่นมือมาช่วยแบบครั้งนี้

 

“น้องเล็ก  ไม่มีอะไรยั่งยืนมากกว่าความรักแบบพี่น้อง  อย่าให้มากกว่านั้นเลยเพราะทั้งเราและน้องแบคจะต้องเจ็บ”

 

“ผม...”

 

“ยอมเจ็บตอนนี้  มันจะดีกับทุกฝ่าย  พี่เชื่อสักวัน...น้องเล็กจะเจอคนที่ใช่และเป็นคนที่น้องพร้อมจะทำทุกอย่างให้โดยที่เค้าไม่ได้เอ่ยปากขอร้องเลยสักนิด”

 

วันนั้นจื่อเทาอยากจะเถียงพี่ชายคนรองแทบขาดใจแต่ก็ต้องยอมรับความจริง

 

ใช่...เจ็บ...มันเจ็บอย่างอี้ฟางบอกจริง ๆ การที่อีกฝ่ายไม่ได้คิดอะไรกับเรามากกว่าการเป็นพี่ชาย   นี่คือสาเหตุอีกอันที่ทำให้ฮวางจื่อเทาตัดสินใจไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่อังกฤษ   พอกลับมาก็แยกไปอยู่ที่เพ้นเฮาท์นาน ๆ ทีจะกลับไปนอนที่คฤหาสน์

 

โชคดี...ที่เวลาและความห่างไกลนั้นช่วยทำให้อะไรหลาย ๆ อย่างดีขึ้น   และช่วยทำให้ฮวางจื่อเทาเป็นแค่พี่ชายของพยอนแบคฮยอนจริง ๆ

 



 

“ทำไมยิ้มแบบนั้นน้องคยอง?”  จื่อเทาทักขึ้นหลังจากที่คุณหมอหนุ่มอาสาไปซื้อเครื่องดื่มให้พวกเขา


 

“ก็ไม่คิดว่าพี่อี้ฟานจะพูดถูก...ที่ว่าพี่ชายจะต้องอาสาไปช่วยพี่จื่อเทาดูแลมงกูของน้องคยองแน่ ๆไงครับ”


 

“แล้วไม่ดีรึไง  อินนี่ไปช่วยดูแลมงกู  ส่วนพี่ก็จะช่วยน้องคยองดูแลอินนี่ไง”


 

“ดีสิครับพี่จื่อเทา..น้องคยองก็ห่วงพี่ชายเหมือน  ตั้งแต่น้องมาอยู่โรงพยาบาลพี่ชายผอมลงกว่าเมื่อก่อนมากเลยขนาดตอนที่เลิกกับ.....พี่แทมกับพี่มิโน  น้องคยองอยู่นี่”


 

ร่างสูงมุ่นคิ้วด้วยความไม่ชอบใจ    เพราะประโยคที่คยองซูพูดไม่จบแต่ดันหันไปโบกมือโบกไม้ให้สองคุณหมอที่โบกมือทักทายมาจากระเบียงชั้นสามของตึกผู้ป่วยเด็กแทนเสียก่อน    

 

ยอมรับว่าเด็กชายตากลมโตคนนี้น่ารัก   และน่ารักจนอยากจะได้มาเป็นน้องชายเพราะอย่างน้อยเด็กคนนี้ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ทำให้เข้าใกล้กับคิมจงอินมากกว่าเดิม        ไม่ว่าใครที่คุณหมอคิมจงอินให้ความสนใจและใส่ใจ 

 

คน...คนนั้นฮวางจื่อเทาก็จะให้ความสนใจและใส่ใจด้วย   แต่ไม่ใช่อะไรก็เพราะถ้าให้มาใส่ใจเราเพียงอย่างเดียวไม่ได้....ก็สู้ทำให้ตัวเองเป็นที่น่าใส่ใจและสนใจซะดีกว่าแถมยังขาดเราไม่ได้ด้วยยิ่งดีใหญ่


 

แล้วนิสัยเสียอีกอย่างของคุณชายเล็กตระกูลอู๋  คือ โรคหวงของ   ของอะไรก็ตามแต่ที่ได้มาหากไม่ชอบใจจนทิ้งขว้างไปเองก็ไม่ยอมให้ใครหน้าไหนได้ไป   แล้วถ้าเป็นของที่อยากได้แล้วยิ่งของนั้นได้มายากๆ ยิ่งจะไม่มีวันปล่อยให้หลุดมือไปเด็ดขาด

 

“น้ำ” เอื้อมมือไปรับขวดน้ำเปล่ามาเปิดดื่ม

 

“อินนี่  ดื่มโค้กกระป๋องที่เท่าไรแล้ววันนี้”

 

“...”

 

“อิอิ   อย่าถามเลยพี่จื่อเทา...ว่ากระป๋องที่เท่าไร   เปลี่ยนไปถามใหม่ดีกว่า...วันนี้พี่ชายดื่มน้ำเปล่าแล้วรึยัง”

 

“โดคยองซู!!!  ถึงจะเรียกน้องชายเสียงเย็นแค่ไหนแต่เด็กชายตากลมโตก็ไม่สนใจนอกจากดื่มนมสตอร์เบอร์รี่ของตัวเองไป

 

“ฮึ...ฮึ” ร่างสูงอดที่ขำไม่ได้เพราะน้อยครั้งที่จะเห็นคิมจงอินจนด้วยคำพูด

 

“ขำอะไรของนาย”

 

“ก็ขำคนที่ไม่ยอมรับความจริง   ก็จริงอยากน้องคยองว่า...อินนี่แทบจะดื่มโค้กแทนน้ำเปล่า  ตัวเองเป็นหมอแท้ๆ นะ..” นั้นไงเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเลยนะกับน้องคยองเชียวนะ...ฮวางจื่อเทา

 

“จะพยายามดื่มให้น้อยลงแล้วกัน”  จงอินจะไม่สัญญาหากไม่มั่นใจว่าตัวเองจะทำได้  แต่เปลี่ยนเป็นคำว่าพยายามที่จะทำแทนทุกครั้ง

 

“น้องคยองจะกลับขึ้นตึกแล้ว” คยองซูบอกหลังจากดื่มนมกล่องเล็กหมด  พร้อมกับอุ้มลูกหมาที่นอนอยู่บนตักตัวเองให้จื่อเทา

 

“พี่ชายกับพี่จื่อเทาพามงกูกลับบ้านไปเถอะ”

 

“แต่พี่ชายว่า........”


 

“น้องคยองไม่เป็นไรหรอกพี่ชายสบายใจได้ไว้มาพรุ่งนี้แต่เช้านะครับน้องคยองจะคอย  ฝากมงกูด้วยนะครับพี่จื่อเทา”


 

จงอินมองตามแผ่นหลังเล็กที่เดินขึ้นตึกผู้ป่วยไปอย่างกระฉับกระเฉง  น้องชายของเขาเข้มแข็งและมีกำลังใจเต็มเปี่ยมทั้งที่อายุแค่นั้น  เขาซะอีกเป็นพี่แท้ๆกับอ่อนแอและอ่อนไหวมากกว่า


 

“น้องคยองไม่เป็นไรหรอกน้าอินนี่   เดี๋ยวก็ผ่าตัดแล้ว  ตอนนี้มาดูปัญหาระดับชาติที่อยู่ตรงหน้าดีกว่า” พูดจบก็ชูปีศาจน้องหมาที่มีขนเป็นหย่อมๆ ที่อยู่ในมือให้ร่างโปร่งบางดู


 

“หมายความว่า...”

 

คุณชายเล็กถอนหายใจเฮือกใจก่อนจะตอบกลับด้วยความเซ็ง


 

“ฉันไม่เคยเลี้ยงหมาหรือแมว  แม้แต่ความคิดที่จะเลี้ยงก็ยังไม่เคยมีในหัวสมอง” 


 

ไม่รู้ว่าเป็นข้อดีหรือข้อเสียอีกข้อของผู้ชายที่ชื่อฮวางจื่อเทาที่คุณหมอคิมจงอินค้นพบ  ไม่โกหก...แต่แค่จะบอกไม่หมดเท่านั้น!!!


 

เอาเถอะ...ถือเป็นความจริงใจอีกข้อที่คุณหมอหนุ่มชอบก็แล้วกัน ><

 


 

++++++++++++tbc++++++++++++++++++

ปล.2 ในคอมเม้นมีคนเดาถูกด้วยเรื่อง...ชานยอลเคยเป็นรักแรกของคุณหมอจงอิน   อ่านจนจบตอนคงรู้ละเทาเคยรักน้องแบคมาก่อน  แต่นั่นเป็นเรื่องราวเด็กๆ  และรายละเอียดของ ชานไค-เทาแบค จะอยู่ในตอนพิเศษของคุณชายเล็ก...ชื่อตอน  รักครั้งแรกของสองเรา ><  อย่าเพิ่งเบื่อกันก่อนน้า...ที่ฟิคออกแนวเรียบๆไป เพราะบุคลิกของจงอินในเรื่องจะติดเงียบ ๆ พูดน้อย  ขอบคุณสำหรับการติดตามนะคะ...เจอกันตอนหน้า ^^

 ปล1. คุณชายมาเฟีย  จะค่อยๆปูปมไปหาแต่ละคู่  เพราะตัวละครต่างผูกพันกันไป..เดี๋ยวมาต่อที่เหลือน้า ^^



 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

258 ความคิดเห็น

  1. #211 HwaRyeo (@hwaryeo) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 กันยายน 2557 / 14:55
    อ่าาาา เทาแบค ชานไค แล้วก็มาสลับกัน ส่วนฮุนคริสก็มาแบบแว้บๆ คริสลู่นี่เราอดใจไม่ไหว อยากอ่านต่อ วันงานฟิค 25 ต.ค เราจะไปซื้อเล่ม เอาไปขายด้วยนะ
    #211
    0
  2. #176 ป๋าแซนด์ (@sandtom69) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2557 / 11:16
    55555555555 พี่คริสคือแสบอ่ะ เทามันไม่ชอบลูกหมา ก๊ากกกกกกกกกก ฮาเลย 

    อ้าววววว จื่อเคยรักแบคอ่อ -0- ดีแล้วที่เลิกรักได้ ? โถ่วววววววววว

    -////-
    #176
    0
  3. #137 Beloved-jae (@cherish-jae) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 มีนาคม 2557 / 22:02
    แล้วชานแบคก็ได้กัน นั้นเองงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
    อิอิ ปูพรมไว้รอเลย มาอ่านทีเดียว เด่วอ่านให้จบแล้วเม้นรวดเดียวเลยไหม
    อิอิ โดคยองเหมือนกามเทพเลย น่ารัก
    #137
    0
  4. #103 pu su (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2557 / 23:11
    จงอินต้องช่วยเทาดูแลน้องหมาแล้วล่ะ
    #103
    0
  5. #100 TaoHun DakHyo (@kim_nik) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2557 / 12:29
    เทาเคยรักน้องชายตัวเอง  มิน่าถึงไม่ยอมอยู่บ้าน  อี้ฟางมีอำนาจที่สุดใน4คนเลยนะนี่
    #100
    0
  6. #78 bastin (@passawee-17) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2557 / 06:08
    รอน้าๆๆๆรีบๆมาอัพนพคร้า^ ^
    #78
    0
  7. วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2557 / 05:35
    รอน้าาาาาา ><
    #77
    0
  8. #76 KimKaiWife (@endlessmoment13) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2557 / 00:15
    มาเย็วๆๆๆๆๆ -3-! ปูเสื่อรอ ปุ้ๆ - -/
    #76
    0