[Fic EXO] [คุณชายมาเฟีย[ Taokai,Krislu,Hunkris,Chanbaek]

ตอนที่ 12 : TaoKai [คุณชายเล็ก] Chapter 09

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 891
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    10 ก.พ. 57




[Fic EXO] [คุณชายมาเฟีย The Series  [ Taokai,Krislu,Hunkris,Chanbaek]

TaoKai [คุณชายเล็ก]

By winata

Chapter 09

           


 

            วันนี้ทุกคนภายในโรงพยาบาลโซลแตกตื่นระคนตกใจกับขบวนรถยนต์สีดำ   ที่ติดฟิล์มหนาสีดำไม่ต่ำกว่าห้าคัน  
แล่นเข้ามาจอดในลานจอดรถวีไอพีของผู้บริหารของโรงพยาบาล   ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะขณะที่มายืนรอต้อนรับผู้ถือหุ้นใหญ่ของโรงพยาบาลอย่างอู๋อี้ฟาน   น้อยครั้งที่เจ้าตัวเดินทางมาโรงพยาบาลด้วยตัวเอง  เพราะปกติมีแต่เรียกแพทย์ประจำตระกูลไปตรวจที่คฤหาสน์อู๋



 

“เชิญทางนี้เลยครับคุณชายใหญ่”


 

“ต้องใช้เวลาตรวจนานแค่ไหนถึงจะรู้ผลหมอ” น้ำเสียงเรียบนิ่งแฝงด้วยความเด็ดเดี่ยวบ่งบอกความเป็นผู้นำถาม
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลที่ออกมาต้อนรับด้วยตนเอง




 

“อย่างเร็วที่สุดก็คงอาทิตย์หรือสองอาทิตย์ละครับ”   เท้าแกร่งชะงักไปชั่วคราวครู่ก่อนจะเดินตามเข้าไปในลิฟต์
ที่มีลูกน้องคนสนิทกดเปิดไว้รอท่า




 

“ผมไม่ชอบการรอคอย   ระดับอาจารย์หมอแบบคุณ   ผลตรวจมันต้องเร็วกว่านี้”  


 

ได้ยินแค่นี้ผู้อำนวยการก็แอบปาดเหงื่อ   เพราะรู้กิตติศัพท์ของอู๋อี้ฟานหรือคริสดี...แล้วอะไรที่ออกมาจาก
ปากมาเฟียหนุ่ม  มันต้องเป็นไปตามนั้น



 

“สวัสดีครับท่าน  ผมชเวมินโฮเป็นหมอเจ้าของไข้น้องคยอง  เอ่อโดคยองซู”


 

มินโฮที่รออยู่ภายในห้องตรวจอยู่แล้วเอ่ยทักทาย  หลังโดนโทรตามตัวมาด่วนจากผู้อำนวยการโรงพยาบาลโดยตรง


 

“เรื่องนั้นนะรู้แล้ว  ประเด็นหลักจะผ่าตัดได้เร็วแค่ไหน  เรื่องนี้ที่ฉันอยากจะรู้”


 

มินโฮกลืนน้ำลงคอแบบเผือดๆ   เมื่อสบกับสายตาคมนิ่งของชายหนุ่มที่นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยที่ตอนนี้กำลังนั่งปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตที่ข้อมือของตนเองลงมาหลังนางพยาบาลมาทำแผลจากการเจาะเลือดที่แขนเสร็จ



 

“ทั้งคุณและคยองซู  ถึงจะกรุ๊ปเลือดเดียวกันแต่ยังไงก็ต้องรอผลตรวจความเข้ากันได้ของไขกระดูกสันหลังก่อน  
โชคดีที่ทางโรงพยาบาลมีผลตรวจของคุณชายใหญ่ไว้แล้วเหลือรอผลตรวจของคยองซูเพียงอย่างเดียว 
ถ้าผลออกมาว่าเข้ากันได้คงจะผ่าตัดเร็วที่สุดได้คงอีกสองอาทิตย์ข้างหน้า”




 

“ผมให้อาทิตย์หนึ่ง  การผ่าตัดต้องพร้อม”



 

บอกก่อนจะจิบโกโก้ร้อนที่พยาบาลนำมาให้ดื่มหลังจากถูกเจาะเลือดไปราวๆ สองร้อยซีซี


 

“คุณอู๋อี้ฟาน  ผมรู้ว่าคุณร่างกายแข็งขนาดผ่าตัดวันนี้ยังได้  แต่สภาพร่างกายของน้องคยองยังไม่พร้อมที่ผ่าตัด
หรอกนะ  ไม่ใช่อะไรที่พวกคุณพี่น้องสั่งแล้วมันต้องได้เดี๋ยวนั้น...เดี่ยวนี้หรอกนะ”




 

คิ้วเข้มได้รูปสวยของคุณชายใหญ่เลิกขึ้นก่อนจะหันมามองใบหน้าของคุณหมอหนุ่มที่ตอนนี้ซีดเผือดราวกับเพิ่งรู้ตัวว่าได้ตะโกนขึ้นเสียงใส่มาเฟียใหญ่ของโซล



 

“ฮึ...งั้นแล้วแต่คุณหมอจะเห็นสมควร   แต่คุณคงรู้นะไม่ว่ายังไงผลผ่าตัดต้องออกมา100%



 

ชเวมินโฮเข่าอ่อนจนต้องทรุดนั่งลงกับพื้น  หลังจากที่อู๋อี้ฟานรวมถึงคนติดตามได้เดินออกไปจากห้องตรวจแล้ว 
พี่น้องบ้านนี้สั่งยังไงต้องได้แบบนั้นใช่ไหม  กว่าจะปรับสภาพร่างกายให้หายตื่นเต้นก็ปาเข้าไปเกือบสิบนาที 
เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่เคยจะอยู่ในสภาพตึงเครียดแบบนี้เลย






 

“จงอิน  นี่นายคิดดีแล้วใช่ไหมถึงได้คบกับมาเฟียแบบนี้”





 

++++++++++++++++++++++++++



 

ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าของอี้ฟาน  ทำให้ใบหน้าคมมีรอยยิ้มขึ้นมา  เมื่อเห็นเด็กชายที่มีผิวขาวซีดในชุดผู้ป่วยสีชมพูอ่อน  กำลังรินนมใส่จานให้ลูกหมาน้อยขนหยิก ๆ สีน้ำตาลอ่อนที่ผอมแทบจะเหลือกระดูกสองสามตัวที่บริเวณสนามเด็กเล่นของโรงพยาบาล


 

“...”  คยองซูเงยหน้าขึ้นไปมองคนที่เดินเข้ามาใหม่ที่มาพร้อมชายชุดดำตามหลังอีกสองคน


 

“สวัสดีครับน้องคยอง”


 

“สวัสดีครับ  แต่เราไม่เคยรู้จักกันนะ” เด็กชายตากลมตอบกลับไปอย่างฉะฉานพร้อมกับสบตาสายตาคมที่มองมา  
อี้ฟานอดจะชอบใจปฏิกิริยาของเด็กชายไม่ได้  ไม่แปลกใจแล้วทำไมฮวางจื่อเทาถึงได้ยอมทำทุกอย่างเพื่อสองพี่น้องนี้ 
โดยเฉพาะคนพี่...คุณหมอคิมจงอิน



 

 “พี่ชื่ออู๋อี้ฟาน  เป็นพี่ชายของจื่อเทา” มือใหญ่ลูบหัวกลม ๆ ของเด็กชายที่วันนี้สวมหมวกไหมพรมสีเหลืองสดด้วยความเอ็นดูก่อนจะเปลี่ยนตกใจเมื่อมีผมบางส่วนหลุดออกมาด้วย


 

“เป็นเรื่องปกติครับ  พี่อี้ฟานอย่าแปลกใจเลย...น้องคยองแพ้ยา    แล้ววันนี้พี่จื่อเทาไม่มาด้วยเหรอ  วันนี้น้องคยองรอตั้งนานแต่ไม่เห็นมาเลยชวนพี่หมอแทมลงมาเล่นกับน้องหมาแทน”


 

อี้ฟานมองเด็กชายตากลมที่กำลังพูดนั่นพูดนี่โดยไม่หยุด   แกร่งเกินไปไหมสำหรับเด็กที่อายุแค่นี้ 
 

ทำเหมือนกับยอมรับสภาพที่ใกล้ตายของตัวเองได้เหมือนเป็นเรื่องปกติ 
ขนาดคนที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกยังรู้สึกเศร้าและสะเทือนใจแล้วคนที่รู้จักและผูกพันกันมานาน...จะรู้สึกยังไง





 

“น้องคยองอยากเลี้ยงน้องหมาเหรอครับ”


 

“อยากจะเลี้ยงม๊าก ๆ  น้องคยองชอบมันมากเลยแต่คงจะลำบากพี่ชายถ้าต้องมาคอยดูลูกหมาอีก 
ทั้งที่แค่ดูแลน้องคยองพี่ชายก็เหนื่อยมากแล้ว”




 

“แต่พี่อี้ฟานคนนี้  มีวิธีที่ทำให้น้องคยองได้เลี้ยงลูกหมาพวกนี้นะ...สนใจไหมเอ่ย?”    คยองซูยิ้มจนตาหยีหลังจากได้ฟังพี่ชายสุดหล่อของพี่จื่อเทาบอก


 

“พี่จื่อเทาชอบหมาหรอกเหรอเนี้ย  ขอบคุณพี่อี้ฟานมากเลยที่บอก  ไว้พี่จื่อเทามาแล้วน้องคยองจะลองขอให้พี่เค้ารับลูกหมาไปเลี้ยงสักตัว   น้องสงสารมันมากเลยเพราะแม่มันตายแล้ว...มันต้องเหงาแน่ ๆ เพราะเหลืออยู่ตัวเดียวแล้ว”


 

“เชื่อพี่ได้เลยน้องคยอง   แล้วยิ่งถ้าน้องคยองขอร้องตอนที่จื่อเทาอยู่พร้อมๆ กับหมอจงอิน  เจ้านั่นไม่มีทางปฏิเสธแน่นอนๆ”    อู๋อี้ฟานได้แต่ขำอยู่ในใจ  แต่ยังส่งยิ้มให้เด็กชายตากลมที่นั่งเล่นกับลูกหมาน้อยอยู่  


 

แค่บอกเฉย ๆ ว่าฮวางจื่อเทาน่าจะช่วยเลี้ยงได้   แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณชายเล็กแห่งตระกูลอู๋จะต้องชอบลูกหมาหรือสุนัขสักหน่อยก็เพราะสิ่งมีชีวิตที่ฮวางจื่อเทาเกลียดที่สุดก็คือสุนัขไง  


 

แต่ถ้าลองเป็นคำขอของน้องชายของคนที่เจ้านั่นเพิ่งรู้ตัวว่าตกหลุมรักเข้าเต็ม ๆ อยากจะรู้นักว่าจะกล้าปฏิเสธไหม??? 


 

โอยแค่คิด...อู๋อี้ฟานก็มีความสุขแล้วที่ได้ช่วยให้น้องชายคนเดียวมีงานเพิ่มและภาระเพิ่ม ^^



 

ถ้าถามว่าทำไมคนอย่างคุณชายใหญ่มาอยู่ที่นี้...คำตอบง่าย ๆ ก็แค่เซ็ง ๆ งานที่คาสิโน่และในเครือของตระกูลที่ตัวเองดูแลเคลียร์หมดแล้ว   แถมลูกกวางดื้อที่เลี้ยงไว้ดูเล่นก็ไม่อยู่โซล  ทั้งที่ตอนแรกวางแผนไปเที่ยวที่ฮ่องกงกันแต่แผนดันล่มไม่เป็นท่าเพราะเพื่อนสนิทของลูกกวางดื้อที่เพิ่งเดินทางไปปารีสดันเกิดอุบัติเหตุขึ้นเสียก่อน   ทำให้เจ้าตัวต้องบินไปปารีสด่วนเดือดร้อนคุณชายใหญ่ที่ต้องหาไฟลท์บินให้ด่วน   



 

คิดแล้วก็นึกโมโหอุตส่าห์จะเอาเครื่องบินส่วนตัวบินไปส่งแต่ลูกกวางดื้อดันยื่นคำขาดว่าต้องการไปคนเดียว   กลับมาจะมาชดเชยเวลาที่เสียไปให้  ยิ่งอาการอ้อนๆ ที่นานๆ ครั้งจะเห็นอ้อนสักที    ทำให้ต้องยอมใจอ่อนปล่อยไปอีกจนได้



 

“คุณมีงานที่ต้องทำนะ  ส่วนผมนะยังปิดเทอม  แถมนี้มันเรื่องเพื่อนสนิทผมด้วย...คุณจะไปให้ผมยุ่งยากกว่าเดิมทำไม  ไว้ผมกลับมาแล้วเราค่อยไปเที่ยวกันก็ได้  หรือไม่ถ้างานคุณยุ่งผมยอมไปนั่งเล่นที่ห้องทำงานคุณทั้งวันเลยเอ้า  นะๆ พี่ฟานฟ่านของเสี่ยวลู่  ให้ไปเถอะ” 


 

น้ำเสียงอ้อน ๆ แถมด้วยผู้เป็นเจ้าของเขย่งตัวมาจุ๊บปลายคางของอู๋อี้ฟานพร้อมส่งยิ้มหวาน   ที่จริงคุณชายใหญ่อนุญาตให้ลูกกวางจอมดื้อบินไปปารีสตั้งแต่ได้ยินน้ำเสียงอ้อน ๆ นั่นแล้ว   ไว้หาวันว่างได้อู๋อี้ฟานต้องไปบินไปเยี่ยมแฝดน้องอย่างอู๋อี้ฟางและน้องชายคนสุดท้องของบ้านอย่างพยอนแบคฮยอนที่ฝรั่งเศสบ้างแล้ว  เพราะดูท่าปารีสคงมีอะไรดี ๆ ซ่อนอยู่หลายคนถึงได้อยากจะไปอยู่ที่นั่นนัก



 

หลังจากส่งอีกฝ่ายขึ้นเครื่องไปปารีสแล้ว...คุณชายใหญ่เลยกลับไปพักยังคฤหาสน์ตระกูลอู๋  พลางฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี  แต่สายตาคมก็เห็นแสงไฟลอดออกมาจากห้องทำงานของคิมจุนมยอนเลขาของฮวางจื่อเทา   คุณชายใหญ่คงเดินผ่านไปอย่างปกติหากไม่ได้ยินเสียงพูดคุยภายในห้อง  ที่มีทั้งนิชคุณและแทคยอน เลขาและคนสนิทของตัวเองอยู่ด้วย



 

 “นี่มันอะไร  อธิบายมาสิ” เสียงเข้มเอ่ยขึ้นหลังเปิดประตูห้องเข้าไป  สายตาคมกริบกวาดมองเอกสารที่วางอยู่เรียงรายบนโต๊ะทำงาน  และอีกจำนวนไม่น้อยที่วางอยู่บนตักของจุนมยอนที่นั่งอยู่บนโซฟา


 

อี้ฟานหยิบแฟ้มที่มีโลโก้ของโรงพยาบาลเอกชนที่เขาจำได้ว่ามีหุ้นอยู่ถึง49%ขึ้นมาอ่าน  ที่สงสัยคือมันเกี่ยวอะไรกับกรุ๊ปเลือดเอบีเน็คกาทีฟและที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นตัวเขาเองมีเลือดกรุ๊ปนี้!!!!!


 

“เอ่อ  คือว่า.....”  จุนมยอนที่กำลังมึนงงอยู่เรียบเรียงคำพูดอยู่  แต่มันไม่ทันใจคุณชายใจจนต้องสั่งให้เลขาของตัวเองสรุป


 

“สั้นๆ ให้ได้ใจความ  ใครคือโดคยองซู”



 

++++++++



 

แสงสว่างจ้าที่บ่งบอกว่าเกือบเที่ยงทำให้ร่างโปร่งบางที่นอนอยู่บนที่หนานุ่มต้องสลัดความง่วงลุกขึ้นมาบิดขี้เกียจเพื่อขับไล่ความง่วง   ดวงตาสีน้ำตาลกวาดสายตาไปทั่วห้องนอนใหญ่เพื่อหาเจ้าห้องที่ตนเองมาค้างด้วยอีกคืน


 

“สายขนาดนี้   จะนอนอยู่ก็แปลก”  บ่นกับตัวเองก่อนจะเดินออกมาจากห้องนอนเพราะอยากจะดื่มอะไรเย็นๆ  แต่เท้าเรียวของคุณหมอจงอินก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นร่างของฮวางจื่อเทาที่นอนอยู่บนโซฟาในห้องรับแขก


 

“เทา...จื่อเทา” 


 

จงอินเรียกอยู่สองสามครั้งแต่ก็ไร้ปฏิกิริยาตอบโต้  มือบางเอื้อมไปเขย่าแขนของคนที่นอนอยู่ให้รู้สึกตัว  แต่พอมือบางสัมผัสถูกผิวเนื้อเท่านั้นก็ต้องสะดุ้ง  เพราะไอร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างที่นอนอยู่ไม่ใช่น้อยๆ เลย   หน้าผากกว้างของร่างสูงใหญ่ที่ขดตัวนอนถูกมือบางทาบทับเพื่อวัดอุณหภูมิก่อนที่คุณหมอจะสบถด่าออกมา


 

“ไอ้บ้าเอ่ย  มานอนให้หวัดกินจนได้  ประสาท!!!” ปากแม้จะด่าแต่การกระทำกลับสวนทาง  เพราะผ้าห่มผืนหนาถูกที่ขนออกมาจากห้องนอนใหญ่ถูกนำมาห่มให้จื่อเทาอย่างอ่อนโยน   ผ้าขนหนูชุบน้ำเย็นหมาดๆ ถูกวางบนหน้าผากเพื่อลดอุณหภูมิพร้อมกับถ้อยคำสั้นๆ


 

“หายไวๆ นะ คุณชายฮวางจื่อเทา” 


 

ร่างโปร่งบางผละออกมาเพื่อไปเตรียมอาหารอ่อนๆ ให้คนป่วย   แต่เพราะไม่เคยชินกับห้องครัวสุดหรูจึงทำได้เพียงโจ๊กที่มาจากซองกึ่งสำเร็จรูป    ที่เจ้าของห้องซื้อมาทิ้งไว้พร้อมกับของแห้งชนิดอื่นๆ  จัดการตักใส่ชามแล้วยังมาวางที่โต๊ะตัวเตี้ยที่อยู่ข้างๆ โซฟา  ก่อนจะเดินไปหยิบขวดยาชนิดต่างๆ มาวางไว้ข้างๆ ถ้วยโจ๊ก  มือบางกำลังจะเอื้อมไปเพื่อปลุกคนป่วยให้ลุกขึ้นมากินข้าวและกินยา


 

แรงสั่นจากโทรศัพท์มือถือที่โชว์สายเรียกเข้าของหมอชเวมินโฮ  ที่เป็นหมอเจ้าของไข้โดคยองซูทำให้คุณหมอหนุ่มจงอินรีบรับสายทันทีเกรงว่าจะรบกวนคนที่นอนป่วยอยู่    แล้วก็เพราะกลัวจะเป็นเรื่องอาการของเด็กชายตากลมที่อาจทรุดหนักลง  หลังรับสายแล้วร่างโปร่งบางเลือกจะเขียนโน้ตบนกระดาษโพสต์อิทและแปะลงตรงข้างๆ ชามโจ๊ก


 

“ตื่นแล้วก็กินข้าวกินยาด้วย  -คิมจงอิน”


 

ความจริงที่ฮวางจื่อเทาจะต้องยอมรับว่าคิมจงอินเลือกโดคยองซูมากกว่าตนเองที่นอนป่วยซมเพราะเป็นไข้หวัด!!!


 

ตอนนี้คงไม่มีใครอยากจะเชื่อว่าอย่างคุณหมอจงอินจะเขียนใบลากิจ!!!!!


 

หลังจากที่รีบมาโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว  เพราะมินโฮโทรไปบอกว่าได้คยองซูได้รับบริจาคไขกระดูกสันหลังเพื่อปลูกถ่ายแล้ว  ตอนนี้จงอินมีความสุขจนไม่รู้จะพูดออกมายังไงเหลือแค่รอให้ร่างกายของเด็กชายแข็งแรงกว่านี้ก่อนจะเข้ารับการผ่าตัดในวันจันทร์หน้าที่จะถึงนี้   วันนี้เป็นวันเสาร์นับไปก็เหลือแค่สัปดาห์กว่า ๆ เท่านั้น 


 

ร่างโปร่งบางที่ก้าวเท้าออกมาจากห้องพักแพทย์ต้องหยุดชะงัก...ทักทายเพื่อนรักอีแทมิน


 

“ฉันได้ยินพยาบาลบอกว่านายลา  นายป่วยหรือเป็นอะไร  ให้มินโฮตรวจดูอาการหน่อยไหม?” 


 

นั้นไงผิดจากที่ร่างโปร่งบางคาดไว้ที่ไหนว่าแทมินต้องถามรัวเป็นชุดๆ


 

“ไม่ได้ป่วย  พอดีวันนี้ฉันมีธุระนิดหน่อย”  พยายามบอกเลี่ยงๆ แบบอ้อมๆ


 

“อ่า.....ต้องเป็นคนสำคัญมากนะเนี้ย  ที่ทำให้คุณหมอคิมจงอินยอมเขียนใบลาได้”  กี่ปีมาแล้วที่รู้จักและสนิทสนมกันแม้จะถ้อยคำง่ายๆ สั้น  ก็ทำให้อีแทมินเข้าใจได้โดยไม่ยาก


 

จงอินยิ้มให้ก่อนจะขอตัวก่อนทันที   เพราะกลัวจะโดนเพื่อนรักซักฟอกจนขาวสะอาดมากกว่านี้


 

คนสำคัญ?  ต้องยอมรับนอกจากงานที่ตัวเองรักแล้วก็คยองซูแล้วนั้น  
ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่จงอินเห็นอย่างอื่นสำคัญมากกว่า  
แค่เมื่อเที่ยงทิ้งให้คนป่วยนอนซมอยู่คนเดียวก็นับว่าแย่มากแล้วไม่รู้ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้าง 
นั่นยิ่งทำให้คุณหมอคิมจงอินรีบเรียกแท๊กซี่คันแรกที่ผ่านมาเพื่อไปยังคอนโดหรูใกล้ๆ กับโรงพยาบาลทันที






 

++++++++++++++



 

เวลาที่คนเราป่วยย่อมต้องการให้คนที่ตัวเองชอบมาคอยห่วงหาและใส่ใจอยู่ตลอดเวลารวมถึงผู้ชายที่ชื่อฮวางจื่อเทาด้วย   ความรู้สึกหนาวสลับกับความรู้สึกร้อนเหมือนมีไฟเผาอยู่ในร่างกาย   ไหนจะเหงื่อชื่นที่ไหลซึมออกมาจนเปียกหมวกขาวที่สวมศีรษะอยู่มันทำให้หงุดหงิด 


 

ส่งผลให้หน้าตาของ...ของหวานวันนี้ของภัตตาคารพาราไดซ์ดูไม่สวยงามเท่าปกติ   ยิ่งตกดึกอาการครั่นเนื้อครั่นตัวที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ มันทำให้โมโหจนอยากจะทำร้ายทุกอย่างให้ราบเป็นหน้ากลอง



 

ตื่นแล้วก็กินข้าวกินยาด้วย  -คิมจงอิน”



 

หลังจากตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการปวดหัวจนแทบจะระเบิด  จนต้องนั่งพิงพนักโซฟานิ่งๆ สายตาคมหวานก็กวาดไปเห็นชามโจ๊กและขวดยาพร้อมกระดาษโพสต์อิท


 

มันแค่ข้อความธรรมดาที่บาดเข้าไปในใจของฮวางจื่อเทาคนนี้อย่างแรง!!!!!


 

ง่ายๆ สั้นๆ สไตล์คิมจงอิน 

ไม่ห่วงกันสักนิดเลยใช่ไหม?


 

“ฮึ” ร่างสูงพยายามสะกดอารมณ์ตัวเองก่อนจะเมินชามโจ๊กและยาที่ถูกตั้งไว้   ลากสังขารตัวเองไปอาบน้ำเย็นๆ
เพื่อเรียกสติกลับมา  แล้วแต่งตัวออกไปทำงาน    เพราะวันนี้วันเสาร์เป็นคืนที่เขาต้องไปควบคุมการทำงานที่ห้องอาหาร
ของโรงแรมที่ตนเองดูแลอยู่ไม่ให้เสียชื่อเชฟใหญ่




 

“เชฟครับ  วันนี้เชฟหน้าซีดมากเลยนะครับไปพักผ่อนหน่อยจะดีกว่าไหม  วันนี้ลูกค้าไม่เยอะเท่าไหร่ให้พวกผมดูแลก็ได้”  คุณชายเล็กส่งยิ้มบางๆ ให้ผู้ช่วยเชฟอย่างชาแทคอุน



 

“ฉันไม่เป็นไรหรอก  ยังไงวันนี้ลูกค้าเค้ามาเพื่อชิมฝีมือฉันจะให้หยุดง่ายๆได้ไงเดี๋ยวขาดทุนแย่เลยคืนนี้”  เสียงหงุดหงิดที่ไม่เข้ากับหน้าตายิ้มๆ  ก่อนจะต้องชะงักเมื่อเห็นใครบ้างคนที่ถือวิสาสะเข้ามาในห้องครัวใหญ่ของภัตตาคารหรูโดยไม่ได้รับอนุญาต



 

“งั้นฉันก็ไม่ต้องจำเป็นที่ต้องห่วงนายสินะ...ฮวางจื่อเทา   ขอโทษด้วยนะครับคุณจุนมยอนที่รบกวนให้พามาที่นี่” พูดจบก็โค้งให้ผู้ชายตัวขาวที่พาเขามายังส่วนครัวของภัตตาคารแห่งนี้


 

จงอินเดินหันหลังกลับไปทางเดิมที่เดินเข้ามาทันทีก่อนจะนึกบ่นตัวเอง   ตั้งแต่รีบกลับไปที่คอนโดแล้วต้องหน้าตาตื่นที่ไม่เห็นคนป่วยอยู่ในห้อง  แล้วยังชามโจ๊กกับยาที่ไม่มีแม้แต่รอยแตะต้องสักนิด  น่าจะรู้ว่าถ้าเจ้าคนกวนประสาทสามารถลากสังขารเน่าๆ ป่วยๆ ของตัวเองออกไปข้างนอกได้  คงไม่ได้เป็นอะไรมาก


 

โง่!!!   คิมจงอินโง่เองที่คิดจะห่วงใยคนแบบนั้น



 

“จงอิน!!!   หยุดก่อน”  เสียงเรียกชื่อดังตามหลังมาติดๆ นั้นกลับทำให้ร่างโปร่งบางก้าวเท้าให้เร็วมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ


 

“แล้วนายตามมาทำไมเล่า  ฉันจะกลับบ้าน”


 

เจอย้อนแบบนี้จื่อเทาที่ยึดแขนเรียวไว้ก็อยากจะถามกลับจริงๆ แล้วทำไมไม่เดินหนีไป?  จะมายืนทำหน้างอง้ำทำไมตรงนี้คุณหมอคิมจงอิน


 

“นายเป็นห่วงฉันจริงๆ ใช่ไหม?”  จื่อเทาถามเพราะเป็นครั้งแรกจริงๆ ที่ได้ยินอะไรแบบนี้จากปากของคุณหมอหนุ่มที่ปกติมีแต่ทำเฉยชาใส่


 

“ฉะ....ฉัน”


 

“ห่วงฉันเพราะตอนนี้นายเห็นฉันเป็นคนสำคัญในชีวิต  เหมือนกับที่ฉันให้ความสำคัญกับนายแล้วใช่ไหม?”


 

คราวนี้คิมจงอินได้แต่มองอีกฝ่ายตาค้าง...ไอ้บ้า...ไอ้คุณชายเล็กฮวางจื่อเทาที่ชอบทำให้ใจคนอื่นเต้นแรงและสับสน  ตามอารมณ์ไม่ถูกแล้วเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย!!!


 

หลังจากฉุดกระชากกันมาถึงคอนโดแล้ว  ร่างโปร่งบางทรุดนั่งลงบนโซฟาจ้องเขม็งไปยังคนป่วยที่นั่งอยู่ตรงข้ามด้วยสายตานิ่งๆ  ริมฝีปากหนาได้รูปสวยของคุณหมอจงอินเม้มแน่น


 

“มีอะไรจะบอกไหม  ทำไมไม่กินข้าวไม่กินยา”   เสียงเย็นๆ ของคิมจงอินตอนนี้มันทำให้คนฟังอย่างจื่อเทาใจฝ่อ  เพราะน้ำเสียงและแววตาแบบนี้มันคล้ายกับพี่ชายคนรองของเขาอย่างอู๋อี้ฟางจริง ๆ คนที่คุณชายเล็กรักและเกรงใจที่สุด


 

เงียบ.....เมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมตอบทำให้จงอินลุกขึ้นคว้ากระเป๋ากับเสื้อโค้ทเพื่อจะกลับบ้านของตัวเองสักทีเพราะป่วยการที่จะอยู่กับคนที่ไม่เจียมตัวว่าป่วยแต่ยังฝืนตัวเองไปทำงานงก ๆ ตั้งแต่บ่ายยันห้าทุ่ม  บอกเลยว่าตอนนี้คิมจงอินโกรธ
คนตาคมเข้มจนพูดไม่ออก



 

“อย่าไปได้ไหม?”  คนป่วยลุกขึ้นโอบกอดข้างหลังของร่างโปร่งบางของคุณหมอจงอินที่ส่วนสูงก็ไม่ต่างกันมากนัก



 

แค่อยากให้อยู่ด้วยกัน.....อยากให้ดูแล....เพราะฮวางจื่อเทาเป็นคนเห็นแก่ตัวที่อยากให้คิมจงอินสนใจใส่ใจตัวเองบ้างแค่นั้นเอง  ต่อให้ใช้เล่ห์อุบายแค่ไหนก็จะทำ!!!!


 

“ฉันป่วยอยู่นะ...อินนี่”


 

“ก็เห็นสบายดี  ถึงขั้นไปทำงานได้นี่น้า”


 

“แต่ฉันอยากให้อินนี่อยู่ด้วยนิ  รู้ไหมคนป่วยต้องการกำลังใจ  เอาใจใส่แค่ไหน  รู้บ้างไหมที่ผ่านมาฉันห่วงอินนี่กับ
น้องคยองจนจิตใจย่ำแย่  รู้ไหม...”



 

“รู้ไหม  ฉันแค่อยากให้คนที่รักอยู่ด้วยทุกเวลา...” เสียงทุ้มพร่าเพราะพิษไข้เอ่ยบอกริมหูของจงอินก่อนที่ร่างคนป่วยที่โอบกอดอยู่ด้านหลังจะไถลตัวลงไปนอนอยู่กลับพื้นห้อง



 

เฮ้ย!!!  คิมจงอินอยากจะกรีดร้อง  เพราะคนที่พูดหวานๆ ชวนเลี่ยนตอนนี้สิ้นฤทธิ์ไปแล้ว  ตัวร้อนราวกับไฟ  สายตาคมหวานที่ปิดสนิทพร้อมกับลมหายใจร้อนอุ่นและเม็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นเต็มใบหน้าคมของคุณชายเล็ก


 

“ตะกี้พูดจริงๆ หรือแค่นายเมาไข้...ฮวางจื่อเทา”


 

กว่าร่างโปร่งบางจะลากร่างหนากว่าตัวเองเข้ามาในห้องนอนใหญ่ได้ก็ใช้เวลาไปนานกว่าโขจากนั้นก็รีบไปเอาผ้าชุบน้ำหมาดๆ มาเช็ดตัวให้คนป่วยที่ตอนนี้ส่งเสียงครางออกมาเบาๆ


 

“อะ....อินนี่อา...” ดวงตาคมที่ปรือขึ้นมามองรวมถึงรอยยิ้มหวานบนใบหน้าคมมันชวนให้จงอินใจเต้นไม่เป็นจังหวะ



 

“ฉันรักอินนี่จริงๆ นะ   อยากให้อยู่ด้วยกันทุกวินาทีเลย  ขอร้องล่ะถึงยังไม่รักฉันตอนนี้ก็ขอให้อยู่ใกล้ๆ กันไปแบบนี้ก่อนนะ  ได้โปรดเถอะ...ฉันอยากร่วมแบ่งปันทั้งความสุขและความทุกข์ในชีวิตของอินนี่นะ”


 

ได้โปรดเถอะอินนี่!!!! 

 น้ำเสียงทุ้มๆ นุ่มแบบนี้   ทำเอาจงอินไปไม่เป็นอีกแล้ว!!!! 


 

จะมีใครที่กวนประสาทให้โมโหได้ตลอดเวลาเหมือนจื่อเทาที่ยังสามารถใช้น้ำเสียงทุ้มๆที่พูดประโยคธรรมดาแต่มันทำให้คนฟังรู้สึกอบอุ่นไปทั่วหัวใจแบบนี้


 

“กินยานี่แล้วนอนพักซะ  ฉันจะไปอยู่ข้างนอก” 


 

ยัดยาแก้ไข้หวัดใส่มือคนป่วยที่ตอนนี้มาเกาะกุมมือบางอยู่   ก่อนจะเดินออกไปจากห้องนอนใหญ่พร้อมปิดประตูดังปัง


 

“บ้าชิบ!!!!   ขนาดแกล้งป่วยหนักแกล้งสลบขนาดนี้...อินนี่ยังไม่ใจอ่อน”


 

ร่างสูงสบถเบาๆ กลัวว่าคนข้างนอกจะได้ยินก่อนจะกินยาแก้ไข้หวัดพร้อมดื่มน้ำจากแก้วที่วางไว้ข้างหัวเตียงตามไปติดๆ   ยังไงก็ป่วยจริงแต่ไม่ถึงขั้นสลบมันแค่ละครหลอกตาคุณหมอจงอินฉากสองฉากเท่านั้นเอง



 

ก็แค่อยากให้อีกฝ่ายมาดูแลและอยู่ใกล้ ๆ ก็เท่านั้น!!!





 

ส่วนคุณหมอจงอินที่ตอนนี้กำลังยืนพิงประตู  พร้อมกับมือบางที่กุมหน้าอกตัวไว้เพราะรู้สึกหัวใจจะเต้นรัว
มากกว่าปกติ   ก่อนที่จะมีรอยยิ้มขึ้นบนใบหน้าคมหวาน   ก็อาการตาค้างของคุณชายเล็กหลังจากที่เขาไม่ตอบอะไร   
มันชวนให้น่าสงสารแกมขำจริงๆ




 

ไม่ใช่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายอยากสานสัมพันธ์ให้จริงจังมากกว่านี้   
แต่มันจะดีแล้วเหรอในเมื่ออีกฝ่ายไม่ใช่คนธรรมดา  
ไม่ใช่ไม่ถามแล้วจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใครมาจากไหนที่สำคัญที่สุดคุณเล็กของตระกูลอู๋....
จะจริงจังกับคุณหมอธรรมดา ๆ อย่างคิมจงอินคนนี้จริงๆ รึเปล่า 
หรือเห็นแค่เป็นของเล่นฆ่าเวลาเหมือนกับคนอื่นๆ ที่ผ่านมาเท่านั้น

 



 

 

+++++++++++tbc+++++++++++++

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

258 ความคิดเห็น

  1. #210 HwaRyeo (@hwaryeo) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 กันยายน 2557 / 13:46
    ไม่คาดคิดไว้เลยว่าคนบริจาคไขกระดูกให้น้องคยองจะเป็นพี่อี้ฝาน ฮือออ ใจบุญ ขอให้ผลบุญทำให้น้องกวางทั้งรัก ทั้งหลง ฮือออ / ส่วนคุณชายเล็กนี่อาการออดอ้อน ไม่ธรรมดาจริง / ปล. คือเราอยากอ่าน คริสหานมากกกก
    #210
    0
  2. #186 MiMMe (@bolck-vvip) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2557 / 20:45
    อ่าาาาาาา คุณฮวางจริงใจดีอ่ะไม่หรอกคุณหมอด้วย ><
    #186
    0
  3. #175 ป๋าแซนด์ (@sandtom69) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2557 / 02:11
    เป็นฉัน ฉันก็โมโหนะจื่อ ป่วยจะตายยังไปทำงานอีก เออ เด๊ะได้ตายสมใจ ถถถถถถถถ

    ดูมันอ้อนนีนี่ค่ะ น่าตบมาก 5555555555555

    หวังว่าแกจะไม่หลอกลูกสาว?ฉันนะ -////- 
    #175
    0
  4. #135 Beloved-jae (@cherish-jae) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 มีนาคม 2557 / 21:21
    ดำคิดมากไปป่ะดำ อาเทามันรักจิงแหละ
    ตามติดอย่างกะลูกลิงขนาดนั้น ไม่เล่นละมั้ง
    แต่เอีะ หรือแกเล่นๆกะดำอ่ะเทาย๊าาาา
    ไม่เล่นหรอก รักจิงขนาดนี้ แต่เจ้าเล่ห์ไปนะเทา
    #135
    0
  5. #102 pu su (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2557 / 22:55
    เทาเทา มีอ้อนนะ
    #102
    0
  6. #99 TaoHun DakHyo (@kim_nik) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2557 / 12:17
    เทาเทาเจ้าเล่ห์มากกกก



    #99
    0
  7. #92 kaihunisreal (@kaihunisreal) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2557 / 02:49
    ว้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    หวั่นไหวขั้นรุนแรง
    #92
    0
  8. #75 KimKaiWife (@endlessmoment13) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2557 / 00:13
    จื่อ - -; เจ้าเล่ห์นักนะ

    อี้ฟ่านพระเอกจริง~
    #75
    0
  9. วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2557 / 19:18
    ว้าาาาาาา
    สงสารจื่อเทา 55555555
    สู้ๆเอาใจช่วย ><
    #74
    0
  10. #72 bastin (@passawee-17) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2557 / 16:49
    อร้ายยยยยยย ฟิน>///<

    แล้วชานยอลล่ะคะ เมื่อไหร่ชานยอลจะออกอ่า
    #72
    0
  11. วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2557 / 13:53
    พยายามมตื๊แเข้านะจื่เทาาา 
    เดี๋ยวจงอินก็ใจอ่อน
     -///////////-
    #71
    0
  12. #70 ladymoon (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2557 / 09:47
    จงอินเริ่มหวั่นไหว เเล้ว เเสดงความจริงใจต่อไปจื่อเทาาาาา

    #70
    0