[Yaoi] เทพเจ้ากับสุราจอมมาร -- จบ

ตอนที่ 8 : ๘ จันทราเคียงราตรี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,418
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 231 ครั้ง
    16 ก.ค. 60


๘ จันทราเคียงราตรี

            ไอศูรย์ออกจากสมาธิ กะพริบตาเนิบช้ารับแสงเช้าของอีกวันที่พาดผ่านม่านแดงเข้ามา กระแสอากาศรอบกายเป็นสายสีขาวผ่องแผ้ว ผ่อนคลายกายาเสียยิ่งกว่าการนอนหลับ ครั้นลุกจากเก้าอี้ก็เห็นเมธานั่งรออยู่ตรงมุมหนึ่งของห้องนอน

            เมธาค้ำไม้เท้าตรงรี่เข้ามาหา เสียงปลายไม้กระทบพื้นด้วยน้ำหนักสม่ำเสมอทว่ารีบร้อน สีหน้ากังวลฉายบนใบหน้าเฒ่า หากแต่แววตายังคอยห่วงจ้าวสวรรค์

            “จ้าวนรกมาที่นี่ เขาไม่ได้ทำร้ายท่านอีกใช่ไหม”

            “ชาลวัชฌ์มารึ!” ไอศูรย์ตระหนก สมาธิที่รวบรวมได้แทบแตกซ่าน เม็ดเหงื่อเย็นเยียบผุดพราย

            ชาลวัชฌ์ล่วงรู้แล้วว่าเขาผู้เป็นถึงจ้าวสวรรค์แอบมาพักในแดนวิปโยค ถ้ารู้ว่าเขากล้าอยู่ในห้องนอนของจอมมารด้วยคงระแคะระคายในความสัมพันธ์ คงถูกมองออก มีเรื่องแอบซ่อนก็เหมือนต้องกำถ่านไฟร้อนนัก ทนกำไฟจนสั่น ยังต้องคอยระวังคอยวิตกไม่ให้ผู้อื่นเห็น ไม่รู้ตนเองจะทนร้อนได้อีกนานเพียงใด ความทรมานกำลังเล่นงานเขาอย่างหนัก

            จิตฟุ้งซ่านพลันนึกถึงคำที่ชาลวัชฌ์เคยบอก

            ข้าเทียววาดฝันถึงสีหน้าเจ็บปวดของเจ้า คงชวนมองยิ่งนักยามต้องรวดร้าวแสนสาหัสด้วยรักพังทลาย

            หัวใจจ้าวสวรรค์สะท้านทั้งที่ไม่เคยวิตกเรื่องรักใคร่มาก่อน

            “ท่านไม่ได้รักชอบผู้ใดไยต้องกลัว” เมธาเตือนสติ เสียงแหบเคยเคร่งบัดนี้อ่อนลง “เดี๋ยวจ้าวนรกเหลิงอกสตรี คืนเดียวก็คงลืมความอื่นสิ้น”

            อ้าว ผิดคาด

            “ชาลวัชฌ์ไปกับสตรีหลังจากที่รู้เรื่องของข้ารึ?” ไอศูรย์ย่นคิ้ว ประหลาดใจที่จ้าวนรกจอมทิฐิไม่ได้โกรธา ไม่พาล มิหนำซ้ำยังไม่อยู่รอเอาเรื่อง

            เมธาถอนหายใจแสดงความหน่ายระอาต่อผู้ที่ถูกพูดถึง

            “เฮ้อ ท่านก็รู้จักเขาดี เคยอยู่ที่ใดกับใครนานเสียที่ไหน เคยเห็นใครอื่นสำคัญกว่าความต้องการของตนเองเสียที่ไหน เห็นสตรีงามหน่อยเขม่าพิษแทบกลายเป็นงู จริงสิ ไม่มีเขม่าพิษก็สบายตัว ในหัวใฝ่แต่เรื่องชู้สาว ยังดีที่เขาเอานิสัยเสียไปทำกับผู้อื่น ไม่ทำร้ายล่วงเกินท่าน”

            เมธาบ่นเป็นตาเฒ่าเอ็ดหลานนอกไส้เสียยาว หูผู้ฟังจะชาแทนผู้ถูกเอ็ดนี่สิ

            ทั้งสำนักทิพย์วิทยาก็ล้วนเห็นตรงกันว่าจ้าวนรกเป็นพวกไม้แข็ง ฝืนดัดก็หักแหลก หมายถึงมือคนดัดนั่นแลจะหัก สอนยากเย็นเข้าขั้นสอนไม่ได้

            “การที่เขาเอาแน่อะไรไม่ได้...เขาถึงอันตราย” นัยน์ตาสีเขียวแปลกปลอมของไอศูรย์เศร้าหมอง “แล้วจอมมารอยู่ที่ใด”

            ไม่ได้อยากถามหาให้กระดากปาก แต่จ้าวนรกมาจึงอดห่วงไม่ได้

            “ฟื้นร่างกายอยู่กระมัง” เมธาคาดเดา

            “เขาโดนจ้าวนรกทำร้ายรึ?”

            “โดนวาจาสัตย์จ้าวสวรรค์องค์ก่อนเล่นงาน” เมธาเพ่งสายตาจริงจังมากขึ้น เป็นสายตาที่ต้องการให้ไอศูรย์ตระหนักต่อความจริง “ถึงท่านไม่ได้ใช้กายแท้แต่ก็ทำให้จอมมารอ่อนแอลงได้...เพียงแค่เขาบังอาจสัมผัสท่าน ภายนอกเขาอาจลวงว่าไม่เป็นอะไร ทว่าเชื่อเถิดอาการไม่ดีแล้วแน่นอน”

            ...อาการไม่ดีอย่างนั้นหรือ

            นอกจากรู้สึกห่วงใยแล้วไอศูรย์เริ่มรู้สึกแย่ด้วย จอมมารไม่ได้ถูกจ้าวนรกทำร้าย แต่เป็นเพราะสัมผัสร่างกายของจ้าวสวรรค์

            “เขาปิดซ่อนอาการ...ไม่ให้ข้าเห็น ข้าไม่เคยดูออก...” เสียงเอ่ยเนิบเบา สายตาเทพเจ้าผู้สูงส่งคล้ายจะเหม่อลอยด้วย

            “นี่ท่านเห็นใจเขา?”

            “ข้าแค่มีเมตตา” ไอศูรย์ฝืนยิ้มเล็กน้อยโดยที่ความรู้สึกมิได้ยิ้มตาม

            “อย่างไรก็ฟังคำข้าเถิด” เมธาดูออกจึงรีบดักคอ “จ้าวสวรรค์องค์ก่อนทำเพื่อปกป้องเทพเจ้า แต่ไหนแต่ไรมารชอบข่มเหงย่ำยีกายบริสุทธิ์ ขโมยพลังสวรรค์ไป วาจาสัตย์จึงถูกเอ่ยขึ้นเพื่อคุ้มครองเทพเจ้า ไม่ให้มารมาทำกับพวกเราตามใจชอบอีก มันเป็นข้อดีไม่ใช่คำสาป ขอท่านอย่าทำลายมันทิ้งเลยได้โปรด ต่อให้รูปการที่เห็นคือจอมมารพยายามหลอกล่อให้ท่านยอมทำลายมันเพื่อเขาก็ตามที”

            “หลอกล่อหรือ...” นัยน์ตาสีปลอมเลื่อนมองไปทางอื่น ติดเหม่ออีกครา

            คำนี้ช่างเจ็บปวดนัก

            “มองแง่ร้ายก่อนเป็นดี สะสางทีละเรื่อง” เมธาแนะ

            ไอศูรย์ก็อยากมองแง่ร้ายตามที่ว่า แต่จะมองอย่างไรหากใจมิมองตาม

            “ผลึกดอกบ๊วยที่ข้าทำอุบายมอบให้เขาไปมีแสงที่ไกลเพียงใดข้าก็เห็น มีเพียงข้าที่เห็น นอกจากปราสาทกับถ้ำที่ซ่อนเด็กสายเลือดต้องห้ามแล้วเขาไม่ได้ไปที่อื่น ตอนแรกคิดว่าหากสะกดรอยจะรู้แหล่งกบดานของริปู บางทีเขาอาจไม่เกี่ยวข้องกับริปูจริงๆ”

            “หรือไม่เขาก็ระวังตัวอยู่เลยยังไม่ติดต่อพวกมัน” เมธาสวนกลับ

            “ใจเจ้าอคติกระมัง”

            “แล้วใจท่าน...เอนเอียงเข้าข้างจอมมารหมดหัวใจแล้วหรือ”

            ใจ...

            “...นั่นสิ” ไอศูรย์หลุบตาลง ถอยหลังนั่งเก้าอี้ตามเดิม “ยิ่งได้เข้าใกล้จอมมาร ข้าก็ยิ่งใจอ่อน ไม่อาจควบคุมตนเอง ข้าไม่เหมาะเป็นจ้าวสวรรค์แล้วกระมัง จะเป็นดวงอาทิตย์ผู้ยิ่งใหญ่ได้อย่างไรหากหวั่นไหวต่อราตรี คงเป็นแค่... จริงสิ! ดวงอาทิตย์ จันทราในราตรี คือคำถามของพญาไก่ฟ้าหลังจากที่เขาเห็นดวงชะตาข้า!

            นึกถึงเทพพยากรณ์สวรรค์ทันที คำถามที่เทพพยากรณ์เทียวถามอาจเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรงก็เป็นได้ เทพองค์นั้นคอยดูแลดวงชะตาของไอศูรย์ตั้งแต่ถือกำเนิด แม้หลายครามักพูดกำกวมกวนอารมณ์ แต่ล้วนมีส่วนเกี่ยวพันต่ออนาคตจริงๆ ไม่ควรมองข้าม

            เมธากำลังพินิจสีหน้าสับสนและร้อนใจของไอศูรย์โดยละเอียด อดคิดไม่ได้ว่าจอมมารผู้นั้นคือภัยร้ายโดยแท้ สามารถส่งผลกระทบต่อจ้าวสวรรค์ผู้สงบเย็นได้ย่อมไม่ธรรมดา จะว่าไอศูรย์ย่างเข้าสู่หายนะไปก้าวหนึ่งแล้วคงไม่ถูก ต้องเรียกว่าหัวใจต่างหากที่เข้าไป

            “ใจเย็นก่อน ท่านแค่สับสน”

            “เพราะสับสนข้าถึงต้องหาคำตอบ” แววตาของไอศูรย์บ่งบอกว่าคำตอบอาจอยู่ที่พญาไก่ฟ้าก็เป็นได้

            ผู้เป็นที่ปรึกษาถอยหายใจยาว หมดข้อโต้เถียง

            “หากข้อสงสัยของท่านเป็นทางเลือกเดียว ข้าจะให้ท่านไปพิสูจน์”

            เมธายอมกางเขตแดนบริสุทธิ์ให้ไอศูรย์เข้าสมาธิ วิธีไปหาพญาไก่ฟ้าโดยเร็วคือการถอดจิต ถึงอยู่ในแดนวิปโยคของมารเมธาก็มีวิธีกางเขตแดนซ้อนทับชั่วคราว จอมมารรู้ว่าไอศูรย์อยู่ในห้องนี้คงไม่เคลือบแคลงใจหากสัมผัสได้ถึงพลังสวรรค์

 

            ดวงจิตผู้ประสงค์พบพานพลันมุ่งมายังวิมานแสงอรุณอันโดดเดี่ยว

            พญาไก่ฟ้าไร้นาม เป็นเทพบุรุษผู้หลงใหลในเสน่ห์ของตนเองอย่างยิ่ง รักสวยรักงามกว่านางอัปสรนัก ไอศูรย์เคยถามว่าหากอยากงามไยไม่แปลงเป็นสตรี ได้คำตอบกลับมาว่าไก่ฟ้าตัวผู้ย่อมมีสีขนสวยงามกว่าตัวเมียเป็นเรื่องปกติ

            ...เทพพยากรณ์องค์นี้น่าคบหาดีใช่ไหม?

            ครั้งที่จ้าวสวรรค์องค์ก่อนสลายดวงจิต พญาไก่ฟ้าไร้นามผู้นี้ก็ได้เนรเทศตัวเองมาอยู่เสียห่างไกล นานทีถึงไปพบปะเทพองค์อื่นบ้าง

            กายไอศูรย์โปร่งแสง เร่งฝีเท้าเข้าวิมานโดยมิได้ใส่ใจบรรดาลูกเจี๊ยบที่มาออ เสียงเจี๊ยบๆ ของพวกมันดังระงม หากไอศูรย์มาด้วยกายแท้คงเหยียบตัวน้อยสีเหลืองตายหลายสิบ

            “จ้าวสวรรค์คิดถึงข้าหรือ” พญาไก่ฟ้าอยู่ในชุดแพรไหมสีฉูดฉาด ก้ำกึ่งจะแต่งกายคล้ายสตรีกระนั้นรูปกายก็ยังผ่าเผยเป็นสง่าเยี่ยงบุรุษ นั่งยิ้มเจ้าเล่ห์เคาะปลายนิ้วคอยเสียเพลินอุรา กำบังบ่าติดขนไก่ยาวสีเงางามถูกสายลมคลอพลิ้วไหว ขับให้บรรยากาศรอบตัวบุรุษรูปงามผู้นี้น่าขนลุกแปลกๆ

            ไอศูรย์ไร้ความลังเล ยืนยิ้มกระชับมิตรต่อหน้าอีกฝ่าย

            “เทพยากรณ์ คำถามที่ถามข้าคืออะไรกันแน่ เจ้ารู้ล่วงหน้าว่าข้าจะมีสัมพันธ์กับ...ใช่ไหม” เขาถามทันที

            “เอ๋? กับใครนะ?” พญาไก่ฟ้าเอียงคอทำหน้าไขสือ ใบหน้างามที่มีแพขนตายาวสีสดช่างเจ้าเล่ห์เจ้ากลและชอบหยอกเย้า

            ไอศูรย์ยังคงยิ้มเย็น

            “งานชุมนุมเทพครั้งหน้าข้าจะสั่งให้ใช้ไก่เป็นอาหารหลัก”

            “โธ่เอ๋ย” พญาไก่ฟ้ากลอกตาไปมา “ข้าว่าท่านรู้แก่ใจ ดวงอาทิตย์กับจันทราสื่อถึงสิ่งใดท่านรู้ เพียงแต่สับสนที่จะเลือก”

            สื่อหรือ?

            ไอศูรย์ชะงัก

            ดวงอาทิตย์...ตัวแทนแห่งพลัง ผู้ครองพลังอันยิ่งใหญ่ย่อมแบกรับภาระหน้าที่ยิ่งใหญ่ มันคือหน้าที่ กลับกันจันทราคือความอ่อนน้อม อ่อนไหว มันคืออารมณ์ความรู้สึก อาจเป็น...อารมณ์ความรักก็ได้

            “ข้าคือดวงอาทิตย์” ไอศูรย์รีบย้ำ

            พญาไก่ฟ้าทำท่าพยักพเยิดรับฟังก่อนจะหัวเราะใส่

            “ท่านต่อต้านมันไม่ได้หรอก ต่อให้เปลี่ยนชาติภพ แต่สิ่งที่คอยตามท่านอยู่ก็คือเคราะห์กรรม ใจที่ละอายต่อความผิดพลาดเกิดเป็นคำอธิษฐานแรงกล้า จ้าวสวรรค์องค์ก่อนได้รับปากตรีชฎาว่าจะเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง ท่านจึงกำเนิดจากคำอธิษฐานของเขา”

            “ข้า?” ไอศูรย์มุ่นคิ้ว “ให้ข้าเกิดมาทำตามคำขอของตรีชฎาหรือ ไยจ้าวสวรรค์องค์ก่อนไม่จัดการเองเล่า”

            “อา...เพราะถือครองพรหมจรรย์เพื่อรักษาผนึกทั้งมวล ไม่อาจมีความรัก จำต้องส่งมอบผนึกแด่สำนักทิพย์วิทยาด้วยการสลายดวงจิตตน” พญาไก่ฟ้าโบกนิ้วชี้ไปมาอย่างยียวน

            เรื่องชักจะไปกันใหญ่แล้ว ทว่าหนึ่งใจความที่ไอศูรย์รับรู้ทำให้หัวใจเจ็บแปลบพิลึก นั่นก็คือการกำเนิดของตัวเขา

            ไม่เชิงไม่พอใจ เศร้าสลดใจเสียมากกว่า

            “ที่ข้าหวั่นไหวต่อปราภพ...คือข้าโดนจ้าวสวรรค์องค์ก่อนสาป”

            “ท่านคิดอย่างนั้นหรือ หึหึ” พญาไก่ฟ้าหัวเราะเย้า ขนไก่ประดับบ่าไหวระริกตามจังหวะ “หากท่านกับจอมมารรักกัน กฎที่กีดกั้นเทพกับมารอาจพังทลายเชียว นั่นคือความหวังของจ้าวสวรรค์องค์ก่อน แต่กลับกัน หากท่านเลือกเป็นดวงอาทิตย์ แสงอันรุนแรงของท่านจะไปทำลายราตรี จอมมารต้องตายเพราะความดื้อรั้นของเขาที่คิดจะแตะต้องดวงอาทิตย์ มารทั้งปวงจะถูกกองทัพเทพสวรรค์ไล่ล่ากวาดล้าง แล้วท่านก็จะปกครองทุกอย่าง...อย่างผาสุก!

            พญาไก่ฟ้าทำเสียงสูงในตอนท้าย

            “ถ้าข้าเป็นดวงอาทิตย์...จะไม่มีมาร...” ไอศูรย์ทวน ติดใจลอย

            “ทำนองนั้น หมู่มารจะไม่มีวันได้อยู่อย่างสงบสุข ลูกของท่านที่มีสายเลือดมารกึ่งหนึ่งคงกลับมาที่นี่ไม่ได้อีก อา...น่าเศร้าใจนักข้าจะร้องไห้แทน” พญาไก่ฟ้าส่งเสียงร้องไห้กระซิก ยกผ้าเช็ดหน้าแตะขอบตาอย่างมีจริตทุกท่าที

            ไอศูรย์ชายตามอง ย่นคิ้ว

            “นี่เจ้าอยากให้ข้ารักมาร?”

            “ไม่ใช่อยากให้รัก แต่ท่านยอมรับเถิดว่าท่านรักเขาไปแล้ว ถ้อยคำที่ตรีชฎาบอกแก่จ้าวสวรรค์องค์ก่อนคือการมีความรักบริสุทธิ์ใจต่อกันมิใช่เรื่องผิด อดีตจอมมารเคยหยุดก่อสงครามเพื่อถนอมความรัก เป็นแดนสวรรค์เสียเองที่ทำลายความรักนั้นอย่างโหดร้าย”

            การมีความรักบริสุทธิ์ใจต่อกันมิใช่เรื่องผิด...

            ไม่ผิดแน่ใช่ไหม...

            เสียงที่พญาไก่ฟ้าพูดดังก้องซ้ำๆ อยู่ในห้วงคำนึง หัวใจพลันอ่อนไหว

            “ถ้าจอมมารรักข้าด้วยหัวใจแท้จริง...” ไอศูรย์เอ่ยเนิบช้าแผ่วเบา หลุบตาลงคล้ายอยู่ในภวังค์ความคิดลำพัง “ข้าจะยอม...เป็นดวงจันทร์”

            พญาไก่ฟ้ายิ้มพอใจ ผายมือชวนให้นั่งโต๊ะดื่มสุราหมื่นปีด้วยกันต่อ หากเป็นเมื่อก่อนได้ยินชื่อสุราหมื่นปีไอศูรย์คงรีบนั่งร่วมโต๊ะ ทว่ามีเพียงดวงจิตเทพ สูดดมได้แค่ไอทิพย์ ไอศูรย์ต้องปฏิเสธแทน อีกอย่างเขาไม่ได้ใฝ่หาสุราไปทั่วแล้ว ต่อให้เป็นสมบัติหมื่นปีหรือดีเลิศเพียงใดก็หาได้สำคัญ ของดีเพียงใดก็สู้ของที่ถูกใจไม่ได้แน่นอน

            ทั้งสองคุยกันอีกเล็กน้อยก่อนอำลา

 

            ดวงจิตกลับมายังร่าง ประทับแนบสนิทในกายปลอมของภัพ เมื่อลืมตาแล้วก็ค่อยๆ พ่นลมหายใจออก เลื่อนสายตามองเมธาที่รอฟังความอยู่

            “เมธา พญาไก่ฟ้ามีข้อความฝากมาถึงเจ้า” ไอศูรย์แจ้งธุระที่ถูกไหว้วานก่อน “ผนึกจิตชั่วร้ายของราชินีอัญญาวีร์ที่เจ้ารักษาสำคัญมาก จงระวัง”

            “ข้าไม่ชอบยามได้คำเตือนจากเทพยากรณ์เลย” เมธาเครียดขรึมทันควัน

            การที่เทพพยากรณ์เตือนผู้ใด ก็จะเกิดเรื่องกับผู้นั้นตามมาเสียทุกที

            “คำเตือนมีไว้เพื่อให้เราไม่ประมาท” ไอศูรย์เตือนสติ

            “หรือไม่ก็ต้องคอยระแวงจนประสาทเสีย”

            “เจ้าคิดมากน่า...”

            “แล้วกรณีของท่าน เทพยากรณ์บอกใบ้อะไรบ้างหรือไม่”

            “เขาถามข้าเหมือนที่เคยถาม และข้าจะลองเสี่ยงดูสักครั้ง” ไอศูรย์ยิ้มเล็กน้อย “เมธา... สิ่งที่ข้าเลือกอาจนำปัญหาใหญ่หลวงมา ไม่ต้องอยู่เคียงข้างข้าตลอดก็ได้ กลัวว่าเจ้าอาจจะต้องเดือนร้อนด้วย”

            เมธาได้ยินพลันส่ายหน้า ไม่ละทิ้งสายตาจริงจัง

            “การช่วยสะสางปัญหาของท่านเป็นงานของข้า ตลอดสี่ร้อยปีที่ผ่านมาข้าไม่เคยผิดหวังในตัวท่านเลย ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นท่านก็เป็นผู้ที่ข้าเชื่อใจยิ่งกว่าผู้ใด” ผู้ซื่อสัตย์คุกเข่าลงคำนับแสดงความสัตย์จริงอันหนักแน่น สี่ร้อยปีผ่านพ้นความมุ่งมั่นไม่เคยแปรผัน

            ไอศูรย์ยิ้มรับด้วยความขอบคุณ เมธาเองก็เป็นผู้ที่เขาเชื่อใจที่สุดเช่นกัน ดังนั้นคงไม่คุ้มหากจะพาเทพผู้นี้ไปเสี่ยงอันตรายด้วย เขาไม่อยากเห็นเมธาเดือดร้อนจริงๆ

            ครู่หนึ่งมีเสียงเคาะประตูห้อง รอจนจังหวะเหมาะสาวรับใช้ก็เข้ามาย่อกายคำนับงดงามสามนาง นำผ้าผ่อนอย่างดีมาเชื้อเชิญให้ไอศูรย์อาบเปลี่ยน

            อาบน้ำ?

            เวลานี้หรือ เอาอะไรคิด

            ไอศูรย์ปฏิเสธ เพราะต้องรีบตามหาจ้าวนรก สาวรับใช้กลับแจ้งว่าเป็นความประสงค์ของจอมมาร หากอาบน้ำเสร็จแล้วนางจะพาไปพบจ้าวนรก

            นี่จ้าวนรกยังคงอยู่ในปราสาททมิฬด้วยหรือ?!

            ไอศูรย์สบตากับเมธา ทั้งสองรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล

            อยากให้อาบน้ำนักก็คงต้องตามใจเจ้าของบ้านสักหน่อย ไอศูรย์ตบบ่าให้เมธาสงบใจไว้ แล้วเดินเข้าห้องสำหรับอาบน้ำมาเพียงลำพัง วางเสื้อผ้าที่สาวรับใช้นำมาให้บนโต๊ะเล็ก สายตากวาดมองห้องน้ำคราหนึ่งโดยทั่ว

            สระยังคงมีน้ำปริ่มเช่นเดิม ทว่ารอบๆ ถูกแต่งเติมให้ดูผ่อนคลายนัก

            อืม ได้แช่ตัวสักหน่อยก็น่าจะดี...

            หวังว่านะ...

            เท้าสัมผัสถึงไออุ่นตั้งแต่เหยียบใกล้ขอบสระ ไม่นึกว่าปราภพจะเตรียมน้ำอุ่นในสระนี้ให้อย่างเคย มีหญ้าแห้งสวรรค์และกลิ่นหอมของดอกไม้แดนมารผสม เมื่อปลายเท้าแตะน้ำยามเดินตามขั้นบันไดลงสระ ผ้าอาภรณ์พลันแตกเป็นละอองทองโชยหายไป ปล่อยกายปลอมผันคืนเป็นกายแท้ของจ้าวสวรรค์ นั่งลงแช่น้ำอุ่นหอมเกือบท่วมบ่าแล้วกอดกายตนเอง นึกถึงยามที่เคยถูกกอดประคองไว้ในสระแห่งนี้

            เพียงครู่เดียวก็เหลือบเห็นขวดสุราเปล่าวางอยู่ริมสระด้านหนึ่ง

            สี่ขวด...

            คล้ายสะกิดให้ร่างกายระลึกถึงสัมผัสวาบหวาม ไอศูรย์สูดรับกลิ่นไอน้ำอุ่นในสระอีกหนอย่างละเอียด นี่ไง ที่แท้สุราของจอมมารถูกเทผสมในสระน้ำ เจ้าของสุราไม่เสียดาย แต่ผู้แช่อยู่แสนเสียดายแทนนัก หากเปลี่ยนเป็นได้ดื่มย่อมสุขกว่าได้แช่

            “ชอบหรือไม่” เสียงเอ่ยถามของจอมมารดังมา

            ไอศูรย์ขมวดคิ้ว รีบเหลียวหลังมองร่างสูงใหญ่ที่ยืนอยู่เหนือขอบสระ ไยจอมมารมาไม่ให้ซุ่มให้เสียง เขาจับสัมผัสไม่ได้เลยว่าอีกฝ่ายเข้ามาเมื่อใด นัยน์ตาสีดำมืดมนนั้นจ้องมองมาไม่เกรงกลัวฟ้าดินหวั่นไหว

            ได้พบหน้าในสถานการณ์เช่นนี้ ไอศูรย์ไม่รู้เลยว่าควรปล่อยให้หัวใจสั่นไหวตามจังหวะที่มันต้องการ หรือว่าควรควบคุมมันไว้ ไม่ให้อารมณ์เข้ามาครอบงำความถูกต้อง

            แต่สบตาวูบเดียวจอมมารก็กุมศีรษะอย่างทรมาน รีบหันหน้าหนีไปก่อน

            ความจริงอีกข้อที่ไอศูรย์ต้องตระหนักจนใจเจ็บ ทางนั้นมีคำปฏิญาณของริปูคอยฆ่าเทพเจ้า ยิ่งต่อต้านริปูเลยยิ่งทรมาน ทางนี้ก็มีวาจาสัตย์ของจ้าวสวรรค์องค์ก่อนคอยปกป้อง ทั้งสองดูเหมือนสิ่งที่ไม่ควรเข้าใกล้กัน

            ...จะมีจันทราเคียงราตรีอย่างสุขสงบได้หรือ...

            ไอศูรย์นั่งแช่น้ำอุ่นต่อโดยไม่มอง ทว่าเปลี่ยนกายเป็นภัพ อย่างน้อยจอมมารก็อดทนต่อคำปฏิญาณยามเห็นภัพได้มากกว่า

            “ข้ารู้เรื่องที่ท่านอ่อนแอลงเพราะเข้าใกล้ข้า” ไอศูรย์เอ่ยขึ้น

            “...อย่างนั้นรึ” จอมมารเอ่ยรับง่ายดาย

            “หากคิดจะลวงให้ข้าเชื่อ ท่านต้องลวงด้วยความจริง”

            “หรือไม่ ก็มอมเจ้าด้วยสุรา” มารยิ่งใหญ่กลับสัพยอกให้เสียนี่ อาการไม่ดียังฝืนหัวเราะสบายอารมณ์ได้อีก ทว่าเสียงหัวเราะมีเสน่ห์ที่นานทีได้ฟังพลันเงียบหายฉับไว

            ไยเงียบ ไปแล้วหรือ...

            หรืออาการแย่?!

            ความเงียบเชียบบีบคั้นให้ไอศูรย์ต้องเหลียวหลังกลับไปมอง

            ...ก็ยังเห็นจอมมารยืนอยู่ตามเดิม

            หัวใจไหวสั่นเป็นจังหวะแปลกประหลาดอีกคราแล้ว การที่เขายอมหันไปสบตากับนัยน์ตาสีดำสนิทคู่นั้น...ราวกับติดกับจอมมารนัก ราวกับถูกอีกฝ่ายล่วงรู้แล้วว่าเขาคิดอย่างไร มีความรู้สึกให้มากเพียงใด

            มอมด้วยสุราอะไรกันช่างพูดน่าไม่อาย

            ไม่ใช่ว่าเขาถูกมอมเมาตั้งแต่ค่ำคืนแรกพบแล้วหรือ...

            บัดนี้ก็ยังไม่สร่าง

            ไอศูรย์เพ่งมอง จอมมารกำลังก้าวตามขั้นบันไดสระลงมาทั้งอย่างนั้น ร่างสูงใหญ่ยืนอยู่ไม่ห่างเท่าใด อีกก้าวก็คงเรียกชิดใกล้ ไม่ห่วงผ้าผ่อนเปียกชุ่มน้ำ กลับยื่นมือมาลูบประโลมแก้มของไอศูรย์ที่ยังนั่งแช่กายอยู่ มันก็ช่างเป็นสัมผัสที่แฝงความหมายแฝงอารมณ์เสน่หา

            “พอเถิด การแตะต้องตัวข้าจะทำให้ท่านอ่อนแอลง จนถึงแก่ความตาย” ไอศูรย์เตือน หลุบตาลงอำพรางความรู้สึกของตนเอง

            มือใหญ่ไล้วนแก้มเชือนช้า ยิ่งสัมผัสยิ่งคล้ายจุดชนวนความเสน่หาถาโถม ก่อนจะเลื่อนลงมาเชยปลายคางให้ไอศูรย์เงยหน้าสบตาด้วยอีกหน

            “แค่กอด...ไม่เมตตาหน่อยหรือ”

            “กอดตอนข้าแช่น้ำนี่ท่านเอาอะไรคิด”

            “เพราะเจ้ากำลังจะไปจากที่นี่อีกครั้ง...”

            “ข้าไปไม่ไกลเกินกลิ่นสุราจอมมารหรอก” ไอศูรย์หัวเราะเล็กน้อยกับสิ่งที่เพิ่งเอ่ยออกมา ถึงเป็นการเอ่ยเล่น ทว่ายามกระหายจริงเขาคงหาวิธีมาได้แน่นอน ใช่ว่าปราสาททมิฬจะอยู่ไกลเกินก้าวถึงเสียเมื่อไหร่

            จอมมารหาได้หัวเราะด้วย นัยน์ตาสีดำมืดมนไร้แววจ้องนิ่ง

            กลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง แปลกนัก... ไม่ควรเงียบงันกันเลย เพราะความเงียบชวนให้รู้สึกโหยหากันและกันมากกว่าใจจะสงบลง หัวใจของไอศูรย์กำลังเต้นหน่วงขึ้น... หนักขึ้น... มันแปลก มันแปรปรวนไปเสียหมด

            “ข้าว่าท่านควรออกไปด้านนอกก่อน” ไอศูรย์พยายามห้ามความรู้สึกตนเอง “เมธาอยู่ในห้อง...ท...ท่าน!

            คำพูดถูกหยุด!

            กายใหญ่พลันโถมลงมากอดรัดและจูบไอศูรย์แน่นไม่ให้ตั้งตัว ปากแนบกระชั้นจาบจ้วง น้ำอุ่นไหวคลื่นสาดล้นสระ ผืนน้ำกระเพื่อมป่วนปั่นเฉกเช่นเสียงหัวใจเต้นโครมของไอศูรย์ แผ่นหลังเปลือยสัมผัสได้ถึงมือกำยำที่ทั้งลูบทั้งรั้งให้ต้องแนบชิดเบียดเสียด ร่างกายถูกหุ้มด้วยอ้อมกอดฉกฉวยคอยโลมเล้าจนร้อนผ่าว

            ไอศูรย์มุ่นคิ้วแน่นในตอนแรก แล้วค่อยๆ ผ่อนคลายตาม แม้ไม่ได้กอดรัดตอบแต่ก็หาได้ต่อต้าน หลับตาคล้อยตามทุกจังหวะจูบอย่างใจอ่อน หวิวหวั่นตามรอยไล้ริมฝีปากเบียดจูบบนกาย

            หากนี่คือการเต้นรำของจันทรากับราตรี คงเป็นการกอดเกี่ยวเริงรำในบทเพลงไฟราคะที่อาจเผาน้ำเดือดพล่าน มือใหญ่เคลื่อนขึ้นรั้งหลังศีรษะแทนหลักพิงให้เทพเจ้าปล่อยตัวปล่อยใจ อีกมือโลมไล้ต่ำลง ไล้วนตรงสะโพกใต้น้ำก่อนจะทาบรั้งส่วนก้น เหนี่ยวแนบชิดเอาไว้ไม่ยอมให้เทพเจ้าทรุดกายห่างลงไป

            จูบของจอมมารร้อนผ่าวดั่งจะแผดเผาให้ละลายใต้ร่าง วาดริ้วแดงพร้อยบนผิวเนื้อของไอศูรย์ ฉับพลันจอมมารกลับหันศีรษะหนีไปกระอักเลือด เพราะบังอาจแตะต้องกายเทพ การถูกบั่นทอนพลังชีวิตสำแดงอาการเฉียบพลันกลางคัน

            ไอศูรย์ชะงัก ลืมตาขึ้น

            เชื่อเลย...จอมมารทำเขาค้างหนสอง!

            หนนี้เขาไม่ต้องกระดากอายเพราะห่วงกังวลอีกฝ่ายอยู่ เห็นได้ชัดว่ามารไม่ควรฝืนแตะต้องกายเทพเจ้าต่อ ทุกอย่างควรจบแค่นี้ คงเป็นเรื่องดีที่มารกระอักเลือดก่อน ไม่ทันก้าวล้ำขั้นต่อไปให้อับอายฟ้าดิน

            “ข้าไม่อยากเห็นท่านตายต่อหน้า” ไอศูรย์ผละตัวออกห่าง ปีนขึ้นขอบสระแทนการใช้บันไดที่อยู่ด้านหลังจอมมาร ถึงอยากประคองอีกฝ่ายขึ้นจากน้ำด้วยแต่ก็รู้ว่าไม่ควรแตะตัวกันอีก เขารีบใช้อาคมเสกเสื้อผ้าอาภรณ์ปิดกาย เตรียมจะไปตามฟานมาดูอาการแทน

            “เจ้ารับปากแล้วว่าจะนอนกับข้า อย่าหนี”

            จอมมารเอ่ยขึ้นทำให้เขาต้องหยุดฝีเท้า เหลียวกลับมามองมารที่ยังยืนอย่างเจ็บปวดใจอยู่กลางสระ ชักชวนให้ใจของเขาเจ็บแปลบตาม

            “พอคือพอ...” เขาเตือนด้วยความห่วงใย

            “ขอเพียงได้รักกับเจ้า ข้ายอม”

            “แม้ว่าท่านจะต้องตายเพราะข้า...”

            “แม้ว่าข้าจะต้องตายเพราะเจ้า...ข้ายอม” จอมมารยิ้มเล็กน้อย มันเป็นรอยยิ้มแสนเศร้าที่สุดของมารเท่าที่ไอศูรย์เคยเห็น

            แล้วหัวใจเทพเจ้าจะแข็งข้อต่อได้อย่างไร

            ทั้งสั่นคลอน... ทั้งปรารถนาตอบ...

            หากไม่ยอมเป็นจันทรา หากยังเป็นดวงอาทิตย์ แสงของอาทิตย์ก็จะทำลายราตรี เพื่อให้ได้คู่เคียงมีเพียงสิ่งเดียวที่จะเปลี่ยนแสงอาทิตย์เป็นแสงจันทร์ ต้องทำลายกฎ แม้ว่ามันจะทำให้ผู้ที่เชื่อใจไอศูรย์มาตลอดสี่ร้อยปีต้องผิดหวังก็ตาม

            “พอก่อน” ไอศูรย์ยังคงย้ำคำเดิมแผ่วเบา เว้นช่วงแล้วหลุบตาลงช้าๆ ความเศร้ากึ่งหนึ่งความใจเย็นกึ่งหนึ่งระคนอยู่ในแววตา “ได้โปรด...รอให้ข้าจัดการบางสิ่งก่อน”

            นี่อาจเป็นเรื่องโง่ที่สุดของจ้าวสวรรค์ก็เป็นได้

            เลือกเหมือนคนโง่โดยไม่รู้เลยว่าตนจะถูกลวงหรือไม่

            ความรักเป็นเช่นนี้เองหรือ พิษรักช่างเหมือนกับพิษสุราเรื้อรัง เจ็บทรมานเท่าใดก็ยากจะถอน ยากจะเลิก


 
 

 

ต.ใต้ต้นตาล : ไม่ได้ทำคนอ่านค้างด้วยใช่ไหมคะ แฮ่ ตาลไม่เขียน nc นะคะ ปกติชอบฉากสวยงามเลือดสาด (?) แบบธรรมดาๆ (ดราม่าแบบธรรมดา?) มากกว่าค่ะ ๕๕๕๕ ต้องยืนยันว่าเรื่องนี้ต้องการเขียนนิยายที่อ่านสบาย ไร้ดราม่า ไม่รู้จะสำเร็จไหม

ตอนเขียนคำว่าพิษสุราเรื้อรัง คนเขียนขำตัวเองมากเลย ไม่รู้คนอ่านจะสะดุดกับคำนี้ไหม แต่ก็อยากใช้เพราะโรคที่นี้ดสุราก็ต้องโรคนี้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 231 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

526 ความคิดเห็น

  1. #503 Ruruka Buta (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 14:02
    รู้สึกหน่วงฝุดๆ จ้าวสวรรค์จะเลือกทำเช่นไรหลังจากที่เลือกเป็นดวงจันทร์ โอ๊ยยย ใจบ่ดี
    #503
    0
  2. #426 bluexus (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:52
    อยากมี nc ไม่เป็นไรเรามโน เองได้ 555
    #426
    1
    • #426-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 8)
      18 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:31
      มันเขียนยากเกินเลยไม่เขียนจ้า แค่พอกรุบกริบพอ เราเชื่อในพลังมโนของท่าน ฮา
      #426-1
  3. #410 ฺBedroom (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:20
    โอ๊ย กลัวว่าทั้งหมดจะเป็นแผนการของจอมมาร เพื่อลวงให้ภัพทำลายกฎจัง
    #410
    0
  4. #226 Love_secert (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 22:33
    จ้าวสวรรค์เลือกข้างแล้วซินะ จอมมารอย่าได้มาหลอกลวงกันด้วยความรักที่ไอศูรย์มีให้ หวังว่าคงจะไม่มีหักมุมให้เราได้เงิบหรอกนะคะ^^
    #226
    1
    • #226-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 8)
      22 พฤษภาคม 2560 / 14:48
      อาจต้องหักใจแทนหักมุมก็เป็นได้ //ม่ายยย---
      #226-1
  5. #224 chem1799 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2560 / 19:16
    มาตามอ่านที่รีไรท์ใหม่ เนื้อเรื่องเข้มขึ้นอีกนิดหน่อยค่ะ สนุกดี สู้ๆนะคะไรม์
    #224
    1
    • #224-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 8)
      22 พฤษภาคม 2560 / 14:52
      มาม่ารสหมูสับสูตรใหม่เข้นข้มด้วยน้ำซุกกระดูกหมูยิ่งขึ้นกว่าเดิม //เดี๋ยวๆ เราพิมพ์ผิด----
      #224-1
  6. #223 tungminpe (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 19:03
    สนุกมากๆๆๆ ลุ้นตลอด????????
    #223
    1
    • #223-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 8)
      22 พฤษภาคม 2560 / 14:52
      ขอบบคุณจ้า
      #223-1
  7. #222 ทิกเกอร์แอล (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2560 / 02:27
    ลูกเจี๊ยบเป็นปริศนามากเลยค่ะ เป็นปริศนาของเราเองเนี่ยแหละ เราเชื่อมาตลอดว่าลูกเจี๊ยบต้องเป็นสีเหลือง แต่พอเห็นลูกเจิี๊ยบที่คนแถวบ้านเลี้ยงมันเป็นสีดำ ฝันสลายมากค่ะ เหมือนความที่เรารู้ในวัยเด็กมันโดนทำลาย แล้วก็ได้แต่สงสัยว่าลูกเจี๊ยบสีเหลืองมีจริงมั้ย
    แต่พญาไก่ฟ้าน่าจะทำฟาร์มไก่ป๊อบ XDXD

    จ้าวสวรรค์เลือกข้างแล้วสินะคะ ไม่รู้ว่าคนอ่านจะถูกลวงเหมือนจ้าวสวรรค์หรือเปล่า หรืออาจจะไม่ถูกลวง ปราภพไม่ได้หลอกหรือซ่อนอะไรร้ายกาจเอาไว้ 

    แต่ลวงก็ได้ค่ะ แต่ขอดราม่าจบในตอนเดียว 555555 
    อย่าหลอกนานจิตใจเราอ่อนแอ~~~~~

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 17 พฤษภาคม 2560 / 02:29
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 17 พฤษภาคม 2560 / 02:29
    #222
    4
    • #222-2 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 8)
      22 พฤษภาคม 2560 / 14:59
      ดราม่าจบในตอนเดียว...เอิ่ม เขียนยากแฮะ (๕๕๕๕๕๕๕๕)
      ตอนเด็กเราโดนหลอก พ่อค้าเอาลูกเจี๊ยบไปย้อมสี เราซื้อมาห้าสี ห้าตัว ดีใจที่จะได้เลี้ยงไก่สีสวย แต่พอมันโตมามันก็เป็นสีขาวหมด!! ฮือ...
      #222-2
    • #222-4 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 8)
      28 พฤษภาคม 2560 / 18:46
      ขอบคุณจ้า ไมตะเองเสียงสูงงี้อะ ๕๕๕๕๕
      #222-4
  8. #214 ศศิธร (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2560 / 08:49
    บทนี้คล้ายจะตัดตอน บทที่หกบางส่วน มาเสริม บทสนทนา และความหวาน อ้อ บทท่านพญาไก่ด้วยค่ะ
    #214
    1
    • #214-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 8)
      16 พฤษภาคม 2560 / 10:18
      ที่ตัดเพราะอยากแยกบทที่พูดเกี่ยวกับสวรรค์ออกเป็นอีกบทหนึ่งนั่นเอง > <.
      #214-1
  9. #206 y_pps (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2560 / 02:23
    จะกลายเป็น?จันทรา.. คืออะไรคะ ฮืออ หน่วงงงง
    #206
    1
    • #206-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 8)
      16 พฤษภาคม 2560 / 09:41
      เป็นการเปรียบเปรยค่ะ ดวงอาทิตย์ หมายถึงการเป็นจ้าวสวรรค์ผู้ยิ่งใหญ่ เลือกหน้าที่ ส่วนจันทรา หมายถึงการเลือกความรัก เลือกที่จะเคียงข้างมารซึ่งเปรียบเสมือนราตรีนั่นเองค่ะ
      #206-1
  10. #205 ราตรีนิรันดร (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2560 / 17:49
    ค้างเหลือเกิน... สุราแผดร้อนเร้าจิตใจนัก
    #205
    1
    • #205-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 8)
      16 พฤษภาคม 2560 / 09:39
      เรื่องนี้ต้องยกความดีความชอบให้สุราเลยค่ะ ๕๕๕
      #205-1
  11. #203 Irotawin (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2560 / 01:36
    พี่ชาละวันของน้องหายไปติดสาวอยู่ที่ไหนล่ะนี่ อืม แต่อย่าเพิ่งมาก็ได้ ให้เขาสวีทกันก่อน 55555555555555555
    #203
    1
    • #203-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 8)
      15 พฤษภาคม 2560 / 09:18
      ใช่ไหมคะบางเวลาก็ต้องกัน กขค. (กระซิบแบบชาลไม่รู้หรอก) ออกไปก่อน ๕๕๕๕
      #203-1
  12. #202 Prawpak (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2560 / 00:49
    เห็นนักเขียนบอกว่ารีไรท์ นี่จำต้องอ่านใหม่หมดไหมคะ? อยากรู้ว่านักเขียนรีไรท์ส่วนไหนบ้าง ถ้าเยอะก็จะไล่อ่านใหม่ หมดค่ะ คราวๆที่อ่านดูก็เหมือนจะรีไรท์ตรงจะเปลี่ยนลูกให้เป็นมาร สุดท้ายขอจบแฮปปี้นะคะ อาจจะมีดราม่าพอเป็นกับแกล้ม รอติดตามค่า
    #202
    4
    • #202-3 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 8)
      15 พฤษภาคม 2560 / 09:17
      อ๋อ มีที่เขียนเพิ่มมาจากของเก่าสองบทค่ะ คือป่าดอกเสี้ยว กับดอกบ๊วยที่ไม่มีวันโรย นอกนั้นอิงตามเดิมทว่าใส่น้ำหนักเหตุผลของสิ่งต่างๆ เพิ่มจ้า ขอบคุณที่ติดตามนะคะ ^ ^
      #202-3
    • #202-4 Prawpak(จากตอนที่ 8)
      6 กรกฎาคม 2560 / 17:37
      ตอบ 202-1
      - นักเขียนรีไรท์หลายรอบครับ. ตั้งใจให้เรื่อง ออกมา ดูดีที่สุดตามกำลังของเธอ.
      = เราไม่ได้มีเจตนาจะตำหนิคุณนักเขียนที่รีไรท์บ่อยหรืออะไรทั้งสิ้น ถ้าการที่เราสื่อสารไปในลักษณะเช่นนั้นทำให้เข้าใจผิด ต้องขอโทษด้วยจริงๆค่ะ
      - ถ้าขี้เกียจอ่านใหม่(แค่แปดบท)ก็ไม่ต้องอ่านนี่ครับ. อ่านตามๆไปไม่กี่บทก็จบรุ่นคุณพ่อทั้งสองแล้ว.
      = ยอมรับค่ะว่าขี้เกียจอ่านใหม่ แค่แปดบทแต่เนื้อหาก็เยอะมาก (บวกก.ไก่อีกล้านตัว ฮาๆ) แต่ถ้าคุณนักเขียนได้ทำการบอกว่ารีไรท์ ต่อให้การเปลี่ยนแปลงบทสนทนาและมีรายละเอียดเพิ่มมากน้อยเพียงใด เราก็เต็มใจที่จะกลับไปอ่านใหม่อยู่แล้วค่ะ เพราะถือว่าคุณนักเขียนได้ทำการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาแล้ว
      - แต่ถ้าอยากได้รสชาติเต็มที่ยอมอ่านอีกก็ได้.
      = จะกลับไปอ่านอีกรอบอยู่แล้วค่ะ เพราะความไม่ต่อเนื่องของนิยายทำให้อาจคลาดเคลื่อนเนื้อหาไปในหลายๆอย่าง แล้วไม่ได้รับรสชาติอย่างเต็มที่อย่างที่คุณเอเดรียนว่า
      - เพื่อนสาวๆของผมเธอพอใจจะอ่านกันหลายรอบเลย.
      = คือเราไม่อยากอ่านพร่ำเพรื่อค่ะ เลยอยากรู้เฉพาะจุดที่คุณนักเขียนรีไรท์ ถ้านานๆไป เกิดลืมเนื้อหาบวกกับคิดถึงก็จะกลับมาอ่านใหม่ค่ะ
      - เพราะฉะนั้นถ้าถามว่ารีไรท์ตรงไหนบ้างคงตอบยากเหมือนกัน. ที่ชัดๆคือเพิ่มใหม่อีกสองบท. และในแต่ละบทยังมีการเปลี่ยนแปลงบทสนทนาและรายละเอียดหวานๆเพิ่ม
      = ตอนนี้คุณนักเขียนได้มาตอบแล้วค่ะ ขอบคุณที่แนะนำค่ะ

      - แต่ถ้าอ่านแค่อยากทราบว่าจะแฮปปี้มั้ยก็ตามที่ทราบแหละครับ
      = เราตามทั้งเรื่องค่ะ ไม่ได้ตามเฉพาะแฮปปี้ไม่แฮปปี้ เราไม่ได้ซีเรียสเรื่องแฮปปี้อะไรขนาดนั้น แต่โดยปกติทั่วไปแล้วก็อยากให้จบแบบแฮปปี้อยู่แล้วค่ะ แต่สุดท้ายก็สุดแต่นักเขียนเลยค่ะ
      #202-4
  13. #201 bowbee (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 23:18
    สนุกอ่ะ ฮื้อ~ ชอบ
    #201
    1
    • #201-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 8)
      15 พฤษภาคม 2560 / 08:46
      ขอบคุณที่ติดตามนะคะ ^ ^
      #201-1
  14. #200 Helena Kadian (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 23:09
    แอนดิ้งเถอะ ครอบครัวสุขสัน อย่าหลอกกันเลยนะยาหยี55555
    สู้ๆนะคะไรท์
    #200
    1
    • #200-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 8)
      15 พฤษภาคม 2560 / 08:45
      จะแฮปปี้เอนดิ้้้งหรือไม่นั้น...หุหุหุ โปรดติดตามค่ะ ๕๕๕๕
      #200-1
  15. #199 Merrychrista (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 22:45
    โอ้ยยย สงสารทั้งคู่ พยายามเพื่อให้ได้อยู่ด้วยกัน
    #199
    1
    • #199-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 8)
      15 พฤษภาคม 2560 / 08:44
      ขอบคุณที่ติดตามนะคะ ^ ^
      #199-1
  16. #198 ใบเขียว. (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 21:56
    กรี๊ด มาแล้ว~~~ ยังไม่ได้อ่านหรอก มาเม้นก่อน ดีใจ~ ที่มาอัพต่อ????
    #198
    1
    • #198-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 8)
      14 พฤษภาคม 2560 / 22:01
      มันยังเป็นของเดิมที่รีไรท์อยู่นะคะ คงอีกสองบทถึงเป็นของใหม่ค่ะ ^ ^
      #198-1