[Yaoi] เทพเจ้ากับสุราจอมมาร -- จบ

ตอนที่ 5 : ๕ ดอกบ๊วยที่ไม่มีวันโรย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,907
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 283 ครั้ง
    16 ก.ค. 60

 

๕ ดอกบ๊วยที่ไม่มีวันโรย

            การปะปนกับหมู่มารต้องผนึกพลังสวรรค์สามชั้นเพื่อความแน่ใจ

            รู้สึกเหมือนต้องเป็นแค่มนุษย์ธรรมดาบ่อยนัก

            ไอศูรย์หนักตัวนิดหน่อยเมื่อถูกบังคับให้สวมเสื้อคลุมขนสัตว์ตัวใหญ่ มันหนาจนทำให้ความผ่ายผอมของร่างปลอมอ้วนขึ้นถนัดตา คิดในแง่ดีอย่างน้อยเวลาล้มเขาคงกลิ้งได้โดยไม่บาดเจ็บ

            แต่เขาลำบากใจกับกลิ่นกายของจอมมารที่ติดมากับเสื้อคลุม กลิ่นที่ทำให้มารทั้งหลายเหลียวมามอง ครั้นเห็นความอัปลักษณ์ของไอศูรย์แล้วก็ประหลาดใจตามกัน ใครเลยจะเชื่อว่าจอมมารมีรสนิยมประหลาด จอมมารกลับเห็นว่าการทำตัวอัปลักษณ์ดีแล้ว เทพเจ้าไม่ควรเป็นจุดสนใจถึงแม้ว่าจอมมารจะสนใจแต่เทพเจ้าอัปลักษณ์ก็ตามที

            เทศกาลสุราเริ่มยามค่ำ ฤกษ์ของมารย้อนแย้งจากมนุษย์นัก แต่ค่ำมืดก็ถือว่าไม่เลวร้าย บรรยากาศหนาวเย็นถูกเติมเต็มด้วยฤทธิ์สุราร้อน มีสหายแปลกหน้ามากมายให้พูดคุย มีจันทร์เสี้ยวส่องแสงนวลให้ของเหลวในจอกเผยมนตร์เสน่ห์ สุขใดเล่าจะมาเปรียบปาน

            ไอศูรย์เยี่ยมชมร้านสุราตรงทางเข้างาน ปราภพเดินตามมาเงียบๆ ฝีเท้าไร้ความรีบร้อน ดั่งรู้ดีว่าไอศูรย์จะตรงไปยังจุดใด แค่ใช้สายตาคอยติดตามดูก็แทบจับทางเทพเจ้าได้หมด

            “ภัพ ถ้าเจ้าเมา...ระวังต้องเปลือยเปล่าบนเตียงของข้า” จอมมารมายืนด้านหลังกระซิบเตือนใกล้หู ยื้อสุราจอกแรกของไอศูรย์ไปดื่ม “อีกข้อถ้าเจ้าคิดจะดื่มสุรา ต้องให้ข้าดื่มครึ่งหนึ่งก่อน อย่าดื่มพร่ำเพรื่อก่อนข้าเด็ดขาด”

            สุราที่เหลือถูกยื่นกลับคืนให้ไอศูรย์จากมือที่สอดผ่านข้างลำตัว เหมือนไอศูรย์ถูกฉกฉวย ถูกโอบกอดจากทางด้านหลัง ผู้กระทำการช่างไม่อายสายตามารตนอื่นเลย แทบไม่ต่างจากการประกาศความสัมพันธ์

            “ต้องแบ่งกันตลอดรึ” ไอศูรย์ก้าวหลบออกมา เขายังมีความใจเย็นและเมตตาพอที่จะไม่หักหน้าจอมมารต่อหน้ามารทั้งหลาย

            “รับปากสิ” จอมมารยังทวงในสิ่งที่อยากได้ยิน

            “ท่านกลัวว่าข้าจะดื่มเกินพอดี?”

            “สุราที่เจ้าดื่มอาจมีสิ่งอื่นปนอยู่เกินพอดี มารบางตนไว้ใจไม่ได้ เวลานี้เจ้าไว้ใจเพียงข้าก็พอ” น้ำเสียงทุ้มขรึมเจือความห่วงใยเสียจนน่าฟัง ต่างจากนัยน์ตาดุดันที่ไร้แววความรู้สึก

            ...ช่วยตรวจสอบพิษกระนั้นรึ

            ไอศูรย์พยักหน้ารับเมื่อเข้าใจเจตนา จิบสุราเงียบเชียบ ไม่แน่ใจว่าสุรานี้รสหวานเกินไปหรือไม่ หรือเพิ่งมาหวานผิดที่ผิดเวลาตามมารบางตน แดนวิปโยคเต็มไปด้วยอุบายฉ้อฉล หวั่นนักว่าสิ่งที่อันตรายต่อเทพเจ้าอาจเป็นจอมมารด้วย

            ดนตรีแดนวิปโยคบรรเลงคึกคักกึกก้อง มารนักร่ายรำสะบัดกายเต้นเต็มพลังเร่าร้อน ผืนผ้าโบกพลิ้วเข้ากับแสงโคมและการระบำคบไฟ หมู่มารทั้งโยกกายทั้งเมา การแสดงความรักอย่างกอดจูบในที่โจ่งแจ้งก็คงเป็นเรื่องปกติ

            ไอศูรย์พยายามเดินเลี่ยงลานมหรสพ มองข้ามความไร้ยางอายพวกนั้นไป โชคดีที่เขาไม่ได้มาดื่มบรรยากาศ แค่มาดื่มสุราดี

            แวะซุ้มสุราต่อทีละซุ้ม ไอศูรย์เลือกลิ้มรสสุราเพียงเล็กน้อยเฉพาะสูตรที่ตนสนใจ ขืนดื่มไม่เลือกเกรงจะถูกมารมือไวลากขึ้นเตียง ไม่แน่ว่าจอมมารอาจกำลังรอให้เขาเมา คงต้องซื้อสุราสูตรถูกใจกลับไปดื่มที่สำนักทิพย์วิทยาแทน

            จิบอย่างละนิดอย่างละหน่อย ไอศูรย์เริ่มมึนหลังจากจิบสุราไปหลายสิบสูตร จอมมารที่มักดื่มก่อนเขาตั้งครึ่งจอกกลับยังนิ่งปกติทุกประการ แม้เขาแกล้งให้ดื่มก่อนเก้อเป็นสิบๆ จอกก็หาได้ทำให้จอมมารซวนเซ

            ยอมแพ้

            เทพเจ้าผู้ดื่มไปเพียงเสี้ยวของจอมมารเริ่มไม่ไหวแล้ว

            “ฤทธิ์สุราไร้ผลต่อท่านหรือ ข้าขอพอก่อน...ยอม” ไอศูรย์เดินหลบออกมาพักสติยังจุดที่ไม่พลุกพล่านนัก นั่งถอนหายใจบนก้อนหินแล้วมองจอมมารที่ตามมา “ว่าแต่...ไม่เห็นสุราจอมมารเลย ของดีเลิศปานนั้นน่าเสียดายนักหากไม่เอามาออกงาน สารภาพก็ได้ว่าข้าเดินหาสุราแท้ของท่านอยู่ ท่านเห็นใจเสียงเรียกร้องในใจของข้าสักนิดเถิด...”

            จอมมารยืนอยู่ต่อหน้า ยื่นมือมาช่วยเกลี่ยเส้นผมเปียกเหงื่อที่ปรกหน้าผากของไอศูรย์ออก

            “เจ้าเริ่มเมา พอได้แล้ว”

            “อ่า... รู้ได้อย่างไรว่าข้าเมา ข้ายังมีสติดี” ไอศูรย์บอกปัดส่ายหน้าไปมา ยกมือขึ้นชี้ๆ “นี่ข้า นั่นท่านจอมมาร โน่นก็ดวงจันทร์เสี้ยวน้อย ดวงจันทร์...อา...อีกไม่นานก็ถึงคืนเดือนดับแล้วสินะ ราตรีอันมืดมน ข้าต้องเจอพญาไก่สายตาสั้นอีกแน่ ท่านจำเรื่องที่ข้าเล่าได้ใช่ไหม...”

            “ภัพ” จอมมารใช้เสียงขรึมดุ

            “ไม่เมา”

            “ภัพ”

            “เอาน่า บอกว่าไม่เมาก็ไม่ บุรุษกับบุรุษเที่ยวเตร่เฮฮา จะมาทำหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ไย มีอักษรเขียนไว้บนหน้าข้าหรือว่าเมา ถ้าไม่ก็จบเถิดน่า” รอยยิ้มของเทพเจ้าเบ่งบาน ถึงไม่น่ามองเท่าเทพสตรีในคืนชมจันทร์ เทียบความงามกันไม่ได้สักน้อย แต่จอมมารไม่เคยคิดจะละสายตาหนี

            “อย่าดื้อดึง ภัพ... เจ้าช่างพูดมากขึ้นมาสักพักแล้ว”

            “ช่างพูดรึ?” ไอศูรย์นิ่งคิด กะพริบตาเนิบช้าอยู่หลายที “อ้อ จำได้แล้ว เมธาบอกว่ายามเมาข้าจะพูดมาก ยังบอกอีกว่าหากสตรีมารฟังข้าพูดคงหมดอารมณ์ก่อน นี่ท่านเบื่อหรือ ข้าพูดน่าเบื่อขนาดนั้นเชียวหรือ นี่ข้าพูดมากอยู่หรือ”

            สายตากังวลของไอศูรย์ผลักดันให้บนใบหน้าของจอมมารมีรอยยิ้มอีกครา

            “ไม่น่าเบื่อหรอก หากข้าเบื่อ...คืนนั้นเราคงไม่มีลูกด้วยกัน”

            “...” ทำเอาเทพเจ้าหมดเรื่องพูด

            “ข้าอยู่กับเจ้าได้ทั้งคืน”

            “...”

            ระหว่างที่ไร้คำพูดตอบโต้ คชารีพลันปรากฏตัวประหนึ่งผุดจากความมืด ตรงมารายงานบางสิ่งแก่ปราภพ ไอศูรย์ไม่ได้ยินอะไร ไม่คิดเข้าไปสอด เท่าที่เห็นคือข้อรายงานนั้นสร้างบรรยากาศกดดันน่าอึดอัด ใบหน้าคมสันของจอมมารดุดันน่ากลัว กระแสอากาศขาดห้วงคล้ายไม่อยากให้ผู้ใดได้มีอากาศหายใจ

            “ภัพ...”

            “ไปทำธุระของท่านเถิดข้าดูแลตัวเองได้” ไอศูรย์เอ่ยขัด

            “จะปล่อยเจ้าอยู่ในงานที่มีมารพลุกพล่านได้อย่างไร” ปราภพไม่เห็นด้วย คงไม่อยากให้เกิดเรื่อง ทางไอศูรย์เองก็ยังมึนศีรษะอยู่

            “เอาอย่างนี้...เพื่อความสบายใจของท่านข้าจะกลับไปรอที่ปราสาท จะไม่ดื่มสุราใด ขอแค่พอท่านมาก็มอบสุราจอมมารแก่ข้าอีกสักขวดสองขวด” คงไม่มีใครเชื่อว่าผู้เสนอแนะเป็นถึงจ้าวสวรรค์ ท่าทางอารมณ์ดีไม่ทุกข์ร้อนเรื่องที่ต้องพักการเที่ยวสักนิด

            จอมมารสบตา ยกมือขึ้นวางทาบบนศีรษะของไอศูรย์เบาๆ คล้ายมีคำพูดแฝงอยู่ในรอยสัมผัส ทว่าจอมมารก็ไม่ได้เอ่ยสิ่งใดต่อเขา

            “คชารี คุ้มครองภัพ” กลับหันไปกำชับผู้รับใช้แทน

            ...มีคชารีอยู่ด้วยน่าอึดอัดยิ่งกว่าอยู่กับจอมมารเสียอีก

            ไอศูรย์เดินกลับปราสาทโดยมีมารผู้ไม่ค่อยเป็นมิตรติดตาม คชารีมีฝีเท้าเหมือนสัตว์ป่าดุร้ายไล่ตามเหยื่อ มีจิตกระหายการเข่นฆ่าแผ่ออกมาจนไอศูรย์อยากเป็นฝ่ายเดินตามหลังเสียเอง ตลอดทางจากงานมาจนถึงหน้าตัวปราสาทช่างหายใจยากลำบาก

            “เหตุใดเจ้าไม่ชอบหน้าข้า” ไอศูรย์ถาม เดินต่ออีกสองก้าวก็หยุดบนขั้นบันไดหินระหว่างสวนพันธุ์พฤกษ์ ยืนรับลมรออีกฝ่ายตอบ

            “ใจที่โลเลไร้ความแน่นอนของท่านเป็นอันตรายต่อจอมมาร” เสียงตอบเต็มไปด้วยความไม่สบอารมณ์ ความดุดันก้องสะท้อนราวกับคชารีมีตัวตนอยู่ทุกที่ในความมืดมิด และยังมองว่าไอศูรย์เป็นตัวปัญหาใหญ่ที่อยากขย้ำทิ้ง

            ไอศูรย์มุ่นคิ้ว “ข้านี่รึโลเล?”

            “ท่านหนี ปฏิเสธความรู้สึกตนเอง ลังเลที่จะเลือก”

            ...เลือก

            ไอศูรย์หวนนึกถึงคำถามของพญาไก่ฟ้าเทพพยากรณ์แห่งแดนสรวง ความสับสนผุดขึ้นทรมานหัวใจทีละเล็กทีละน้อย ยิ่งอึดอัดมากกว่าเดิม

            อยากเป็นดวงอาทิตย์ผู้ยิ่งใหญ่ หรือจันทราในราตรี เลือกสิ...

            เลือกอะไรอีกหนอ

            ไม่ใช่ว่าเขาเลือกแล้วหรือ เลือกแล้วว่าจะเป็นดั่งดวงอาทิตย์ ก็ยังถูกถามอีก ใครกันแน่ที่ปฏิเสธคำตอบของเขาอยู่ ไอศูรย์เงยหน้ามองฟ้าราตรี จันทร์ดวงนั้นไม่มีสิ่งใดดึงดูดให้เขาอยากเป็นเหมือนมันเลยสักนิด

            กลีบดอกบ๊วยกลับถูกลมหนาวเย็นพัดผ่านสายตา

            ไอศูรย์มองทางต้นลม มองเห็นต้นบ๊วย ใจหายชั่วขณะหนึ่งยามเห็นดอกบ๊วยโรยราจวนหมดสิ้น ฤดูกาลเปลี่ยนผันแม้แต่เทพเจ้าก็ไม่อาจต่อต้าน เขาเคยเห็นมันโรยหลายคราแล้ว เพิ่งมีปีนี้เองกระมังที่มองมันด้วยความเศร้าหมอง

            นี่เขายึดติดกับมันเพราะใครบางตนแล้วใช่ไหม

            ดอกบ๊วยเอ๋ย น่าสงสารนัก...

            ยิ่งยึดติดก็ยิ่งมีแต่เศร้าเสียใจยามจากลา

            “คชารี ข้าขอเวลาสักครู่ อย่าเพิ่งให้มารตนอื่นเข้ามาใกล้” ไอศูรย์หยิบผลึกแก้วในถุงผ้าเดินตรงไปยังต้นไม้ไร้ใบ อีกวันกิ่งก้านสาขาเงียบเหงาเหล่านี้คงไร้ดอก แม้ในสวนมีดอกไม้อื่นเบ่งบานทดแทน ก็หาได้อยู่ในความทรงจำเท่าบ๊วยสีอ่อนหวาน

            “จะทำสิ่งใด” คชารีเพ่งสายตาดุมาข่มขวัญ

            “ใช้พลังเทพ รู้อยู่แล้วไม่ใช่หรือว่าข้าคือเทพเจ้า” ไอศูรย์ยิ้มเย็น

            “อันตราย”

            “ข้าแค่จะทำตามสัญญาที่เคยให้ไว้ต่อจอมมาร”

            “อย่าวางใจรอบด้านเกินเหตุ จำไว้ ความสะเพร่าของท่านอาจส่งผลร้ายต่อท่านปราภพ” คชารีไม่ค่อยเห็นด้วย แต่ก็พยักหน้าให้ “อยากทำอะไรก็รีบทำซะ”

            พอบอกว่าทำให้จอมมารก็ยอมอ่อนข้อเชียว สมเป็นผู้รับใช้

            คชารีก้าวถอยหลังหายไปในความมืด สายลมเย็นพลันสงบลง ความเงียบวังเวงแผ่ล้อมสวนพันธุ์พฤกษ์

            ไอศูรย์ปลดปล่อยพลังเทพสวรรค์ซึ่งมีอยู่ไม่มาก ใช้พลังหลอมผลึกแก้วหุ้มดอกบ๊วยที่ยังมีกลีบบริบูรณ์เอาไว้ดอกหนึ่ง การหลอมผลึกแก้วด้วยพลังสวรรค์คือการทำเครื่องราง ในที่สุดก็ได้ดอกบ๊วยที่ไม่มีวันโรยหากมันยังอยู่ในผลึกมนตรา

            งดงามกว่าที่คิด...

            ผิวแก้วใสวาวแสง เมื่อชูขึ้นก็เห็นแสงสะท้อนคล้ายดวงจันทร์

            แปลกนัก ไยความสัมพันธ์ระหว่างเขากับจอมมารเกี่ยวข้องกับดวงจันทร์ไปเสียหมด ถ้ามารอยู่ในความมืด อยู่ในราตรี คงมีเพียงดวงจันทร์กระมังที่สามารถเคียงคู่ราตรีได้ แต่เขารู้ตัวดีว่าควรอยู่กับความจริง อยู่กับสิ่งที่เป็น ไม่ใช่อยู่กับความฝันเพ้อพกหลอกลวงตนเอง

            เทพเจ้าไม่อาจเคียงคู่มาร

            ดวงอาทิตย์ย่อมไม่อาจอยู่ในราตรี

            “เดิน ควรถึงที่พักตามกำหนด” คชารีปรากฏตัวข่มขู่ให้เดินต่อทันทีที่เห็นไอศูรย์เสร็จธุระ ท่าทางรีบร้อน เทียวกวาดสายตามองเงาไม้รอบสวน

            ยังไม่ทันก้าวเท้าไปต่อไอศูรย์ก็ได้ยินเสียงลมหวีดผ่านช่องผา ดังมาโหยหวนชวนสะท้าน นกกลางคืนร้องแตกตื่นไกลๆ น่าจะเป็นทิศทางที่จอมมารเร่งรุดไปตามข่าวรายงาน จับสัมผัสได้ว่ามีพลังเทพแปลกประหลาดอยู่ทางนั้น กลิ่นไออาเพศแผ่ซัดมาเป็นระลอกคลื่น

            ไยมีพลังเทพที่นั่น!

            “ต้นตออาเพศคือสิ่งใดกัน เทพหรือ” ไอศูรย์ขมวดคิ้วขวับ มองท่าทีของคชารีหาพิรุธ “มิใช่ว่าล่อลวงเทพมาทำให้กลายเป็นมารกันอีกหรือ น่าสลดนักที่ความงดงามของดินแดนมารซ่อนความปลิ้นปล้อน บอกทีว่าข้าควรคิดอย่างไรกับนายของเจ้า”

            คชารีไม่ตอบ

            “ข้าเป็นรายต่อไปใช่ไหม” ไอศูรย์ซักเสียงเย็น

            ผ้าคลุมศีรษะส่วนใบหน้าของคชารีขยับ คงเพราะขมวดคิ้ว

            “จอมมารจะทำเช่นนั้นกับท่านก็ต่อเมื่อท่านยินยอมเอง” คชารีเปิดปากกล่าวอย่างเลี่ยงไม่ได้

            ยินยอมรึ!

            “ถึงว่า หว่านล้อมข้าไม่หยุดหย่อน ฝากลานายของเจ้าเลยก็แล้วกัน” ไอศูรย์ไม่อาจนิ่งดูดายอยู่ข้างจอมมารอีก จะให้เขามัวรื่นเริงทั้งที่มารทำลายเทพเจ้าได้อย่างไร เขากางปีกทองบินขึ้นฟ้าสูงลิบ ถึงอยากกลับสำนักแต่ร่างกายพุ่งไปยังต้นตออาเพศต่อทันที

            กลิ่นไออาเพศแผ่กระจาย กระแสพลังธรรมชาติบริเวณนั้นป่วนปั่น ไอศูรย์อ้อมยอดเขาหาที่ลงลับตามาร เก็บปีกวิ่งฝ่าป่ายามราตรีเข้าสู่ใจกลางความเลวร้าย แรงกดดันในอากาศหนักขึ้นตามระยะทาง ยิ่งเข้าใกล้ดูเหมือนร่างกายจะยิ่งถูกถาโถมให้เชื่องช้า เป็นพลังพิเศษของจอมมารแน่ แต่เหตุใดจอมมารถึงปลดปล่อยพลังออกมามหาศาล

            เพื่อยับยั้งอาเพศกระนั้นรึ?

            ถึงชะลอการแพร่กระจายของอาเพศได้ แต่เหมือนเอาเลือดสาดล้างเลือดโดยแท้ การจะล้างสิ่งมีมลทินต้องใช้พลังบริสุทธิ์ต่างหาก

            ไอศูรย์หมอบต่ำ มองฝ่าเข้าไปในบริเวณที่มารตั้งคบไฟ

             มารนับสิบคร่ำเครียดอยู่กับการตรึงพลังสะกดเด็กน้อยตนหนึ่ง กลิ่นอายเทพเจ้ารุนแรงมาจากเด็กนั่น ขณะเดียวกันก็มีกลิ่นของมารคลุ้ง

            เด็กสายเลือดเทพมาร!?

            ไม่มีสิ่งใดน่าตกตะลึงเท่านี้ จอมมารซ่อนเด็กสายเลือดต้องห้ามเอาไว้ นี่มันวิบัติอะไรกัน ซ่อนแนบเนียนจนสวรรค์ไม่เคยระแคะระคาย

            ไอศูรย์อ้อมมาอีกด้าน เห็นจอมมารบาดเจ็บสาหัส โลหิตแดงอาบจากหัวไหล่ย้อมเสื้อผ้า แค่ไอศูรย์ลอบมองอึดใจเดียว จอมมารก็เพ่งสายตามองตอบฉับพลัน มีแรงกดดันเพิ่มขึ้นเท่าตัวโถมนำหน้ากายสูงใหญ่นั่นมา

            จอมมารใช้จิตสังหารกับเขา!

            ไอศูรย์ตระหนักถึงอันตรายใหญ่หลวงจากสายตามืดมนคู่นั้น ต้องรีบละทิ้งที่ซ่อน กางปีกบินหนีลัดต้นไม้ พาความสับสนบินทะยานทิ้งห่างความน่าหวาดหวั่น การใช้ป่าหลบจากสายตาของจอมมารย่อมดีกว่าบินขึ้นไปเป็นจุดเด่นบนฟ้า

            “ภัพ!” จอมมารเรียกเสียงลั่นป่า หมู่ใบไม้สั่นสะท้านระริก

            ไอศูรย์เร่งความเร็วหลบหนี ไม่มีเวลาโต้ตอบ

            “ภัพ!” จอมมารคำราม กางปีกดำขลับบินไล่ล่า “อย่าคิดจะหนีข้าในอาณาเขตมาร! เจ้าในยามนี้หาได้แข็งแกร่งเหมือนในคืนนั้น!

            กระแสอากาศในป่าหนักหน่วงป่วนปั่น แรงกดดันมหาศาลโถมจนกระชากไอศูรย์ให้ร่วงหล่น ปีกขูดกิ่งไม้เป็นแผลยาว ขนนกสีทองปลิดปลิวอาบโลหิต ร่างกายหล่นกระแทกเหลี่ยมหินอย่างแรง กระดูกไหล่แตกร้าว

            แต่นี่ไม่ใช่เวลานอนเจ็บ ไม่ใช่เวลาโอดครวญยอมจำนน ไอศูรย์กัดฟันแน่นตวัดปลายนิ้วกางเขตอาคมเตรียมกลับสวรรค์ มือพลันถูกจับ ถูกดึงตัวเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของจอมมารเสียก่อน ร่างกายเริ่มรับรู้ถึงความเจ็บปวดแสนสาหัส เจ็บไปถึงใจ จอมมารกำลังจูบเขาแน่นแม้ว่าเขาพยายามต่อต้าน

            จ้าวสวรรค์จะมาตายที่นี่ไม่ได้!

            คงเหลือเพียงทางเดียวหากต้องการหลุดพ้น ไอศูรย์จะกลับคืนสู่กายแท้เพื่อใช้พลังสูงสุดของแดนสรวง เขาเกือบสลายกายปลอมแล้ว แต่ความเจ็บปวดที่รับรู้กลับบรรเทาเบาบาง ทำให้ต้องชะงัก นิ่งไตร่ตรอง

            ปีกทองหายเจ็บ กระดูกหัวไหล่หายปวดร้าว บาดแผลรอยช้ำของเขา...ถูกย้ายไปยังกายของจอมมารทั้งหมด ปีกสีดำมีรอยแผลยาวแทน หัวไหล่ใหญ่บวมช้ำแทน ยินยอมแบกรับความเจ็บปวดแทนโดยไม่ห่วงสภาพตนเองเลย

            วิชามารประหลาดนัก ได้ยินว่ามารมักใช้วิชาชั่วช้ายัดเยียดความเจ็บปวดของตนให้ผู้อื่น มากด้วยกลโกงพร้อมทำลายผู้อื่น ไม่นึกเลยว่ามารตนนี้จะใช้วิชาพลิกเพี้ยน ย้อนศรขโมยความเจ็บปวดจากไอศูรย์ไป

            ริมฝีปากจอมมารที่จูบหนักอยู่นานบรรจงคลายออกทีละน้อย

            “ข้าขอโทษ ภัพ...” ถ้อยเสียงทุ้มต่ำเอ่ยแผ่วเบาคล้ายสายลมอุ่นคลอเคลีย มือใหญ่เทียวลูบหลังศีรษะของไอศูรย์ปลอบประโลม “ข้าปล่อยจิตสังหารเพราะไม่รู้ว่าเป็นเจ้า เมื่อรู้แล้วเจ้าหนี เรียกเท่าใดก็ไม่หยุด ไม่หันกลับมา ข้าพลอยกลัวว่าจะไม่มีวันได้เจ้ากลับมาอีก อย่าหนีข้า”

            จอมมารช่วยเขา แล้วพูดเช่นนี้กับเขา

            จอมมารต้องการสิ่งใดกัน...

            “ทำดีต่อข้ามากเพียงใด ก็ไม่ทำให้ข้ามองข้ามเรื่องเลวร้ายที่ท่านแอบซ่อน” ไอศูรย์สบตา “คิดว่าข้าจะหลงเคลิ้มจนยอมปิดหูปิดตาหรือ เห็นข้าเป็นเทพเจ้าหน้าโง่หรือ หากชัดแจ้งว่าท่านเป็นสิ่งเลวร้ายต่ำทราม เทพเจ้าย่อมไม่ขอเกลือกกลั้ว”

            “ภัพ...”

            “ข้ากำลังให้เวลาท่านเล่าความจริง” ไอศูรย์ใช้น้ำเสียงจริงจัง

            จอมมารนิ่งเงียบครู่หนึ่งขณะที่ยังสบตา คล้ายกับกำลังหยั่งเชิงบางอย่าง

            “พวกเราแอบซ่อนเด็ก เพราะเทพบัญญัติกฎลงโทษสายเลือดต้องห้ามเอาไว้” จอมมารยอมเล่า “เด็กเกิดจากการที่นางมารแปลงเป็นมนุษย์ เผลอหลับนอนกับเทพเจ้าที่แปลงกายเป็นมนุษย์เช่นกัน ทั้งสองต่างไม่รู้ฐานะแท้จริงของอีกฝ่าย แล้วเทพเจ้าก็ไม่ได้มาหานางมารอีก”

            ไอศูรย์ฟังแล้วสลดใจ ไยเรื่องราวช่างคล้ายคลึงกันนัก คล้ายจนอดสงสารผู้ที่ถูกทิ้งขว้างหลังเกิดความพลั้งพลาดไม่ได้

            “ครรภ์ที่มีสายเลือดเทพย่อมทรมานนางมาร” จอมมารเล่าต่อ “นางฝืนคลอดเด็กจนตนสิ้นใจ ส่วนเด็กผิดปกติ ไม่ได้สติแต่แรกเกิด ภัยพิบัติร้ายจึงไม่เคยเกิดให้เป็นพิรุธ ทว่าเมื่อต้นปีเด็กเริ่มรับรู้ สองสายเลือดที่มีอยู่พลันทรมานเขาให้กลายเป็นต้นตอภัยพิบัติร้ายอย่างที่เจ้าเห็น”

            เด็กน้อยไม่รู้เรื่องอะไรกลับต้องเผชิญโชคชะตาแสนสาหัส

            เห็นเด็กตนนั้นก็เหมือนได้เห็นลูกตนเอง...

            “ข้าจะฟังต่อทีหลัง ตอนนี้ช่วยเด็กก่อน” ไอศูรย์เอ่ยแทรก

            จอมมารมองไอศูรย์ด้วยสายตาที่มีความรู้สึกพิเศษแอบแฝงอีกครั้ง พอใจที่ไอศูรย์ดูเป็นอิสระจากกฎสวรรค์ ดูต่างจากเทพองค์อื่น

            ทั้งสองกลับมายังต้นตออาเพศ ไอศูรย์พินิจเด็กน้อยวับเพียงสิบขวบที่ยังหลับราวฝันร้าย เขารีบอุ้มตัวเด็กขึ้นมากอดประคองเอาไว้ เค้นพลังสวรรค์ผนึกอาเพศ มันเป็นผนึกชั่วคราว มีแค่นรกเท่านั้นที่กักกันภัยร้ายได้ถาวรจริงๆ ทว่าพวกเขาไม่ควรขอความช่วยเหลือจากนรก ถ้านรกรู้ สวรรค์ย่อมรู้ จ้าวนรกเดาใจยากเสียด้วย

            “ต้องให้เมธามาช่วย ผู้มีกายบริสุทธิ์จะใช้ผนึกได้แข็งแกร่ง” ไอศูรย์แจ้ง ตระหนักดีว่าตนอ่อนแรงเกินกว่าจะผนึกยับยั้งได้นานเกินเดือน เขากวาดสายตามองหาความเห็นจากมารที่รายรอบเร็วไว

            มารตนอื่นไม่กล้ามองไอศูรย์ คล้ายหวั่นเกรงโทษทัณฑ์จากผู้เป็นนาย

            ทว่าจอมมารคอยมองท่าทีของไอศูรย์อยู่ตลอด แม้สบสายตากันเป็นบางครั้งไอศูรย์ก็ไม่เคยเข้าใจความคิดจากนัยน์ตาสีดำมืดมนของจอมมาร

            “การเปลี่ยนเทพให้เป็นมารอาจช่วยทำลายพลังเทพในตัวเด็ก” จอมมารบอก “ข้าหวังเช่นนั้น หากต้องขอความช่วยเหลือจากเมธา ข้าต้องแน่ใจว่าจะไม่มีใครทำลายแผน ตั้งแต่ลูกของข้าถือกำเนิดแล้วไม่อาจอยู่ร่วมกัน ข้าก็เริ่มหาหนทางทำให้เด็กสองสายเลือดกลายเป็นมารโดยสมบูรณ์ มันอาจหยุดยั้งภัยพิบัติได้”

            จอมมารอยู่เบื้องหลังการคิดค้นวิธีบ้าบอเปลี่ยนเทพเป็นมารรึ!

            “สิ่งที่เกิดกับอริยะเป็นการทดสอบของท่านด้วยใช่ไหม” ไอศูรย์รีบซักต่อ

            “ไม่ ข้ามีผู้ที่ยินยอมพร้อมใจทดสอบ ไม่จำเป็นต้องหลอกลวงนางเหมือนที่อริยะถูกมารตนอื่นลวงเลยแม้แต่น้อย”

            นาง?

            ไอศูรย์ได้ยินไม่ผิดแน่ มีเทพสตรีอยู่กับจอมมาร นางผู้ยินยอมแปรเปลี่ยนเป็นมารโดยไม่มีข้อแม้ หัวใจของนางคงเด็ดเดี่ยวมากนัก

            เป็นตรีชฎา ภรรยาเอกของปราภพแน่ นางยอม...

            ช่างเถิด ไม่ใช่กงการที่เทพเจ้าต้องใส่ใจ

            “วิธีที่ท่านคิดได้ผลกับเด็กหรือไม่” เลือกถามเพียงเรื่องที่ควรรู้

            “หลังจากทดสอบ...มันได้ผลกับผู้ที่รู้ความแล้วเท่านั้น ต้องรอให้เด็กโต อย่างน้อย..” ปราภพเดินเข้ามาใกล้ กายองอาจเต็มไปด้วยความอบอุ่นแผ่ออกมาอย่างน่าประหลาด สองแขนแกร่งโอบกอดไอศูรย์ “อย่างน้อยเราก็ยังมีความหวังอยู่”

            เรา...

            ไอศูรย์หลุบตาลง ควรใช้เราหรือ... เขาฝืนก้าวหลีกออกมาเหมือนทุกครา กระนั้นก็หยิบเอาผลึกดอกบ๊วยยื่นให้อีกฝ่ายแทน

            “ของสิ่งนี้ข้ามอบให้ท่านตามสัญญา”

            ยามเห็นผลึกดอกบ๊วยจอมมารถึงกับนิ่งอึ้ง ก่อนจะค่อยๆ เผยยิ้ม

            ยามใบหน้าคมสันมีเสน่ห์มียิ้ม กำแพงปกป้องตัวเองของไอศูรย์แทบพังพินาศ แทบไมอยากมองเพราะกลัวหัวใจหวั่นไหวคล้อยตาม

            “เจ้าผนึกด้วยตนเอง” ปราภพมองออก

            “ทำด้วยพลังของเทพเจ้า มันจึงเป็นเครื่องราง เทพเจ้าควรมอบสิ่งที่ดีงามและอวยพรแด่ผู้อื่น” ไอศูรย์วางสีหน้าสงบเย็นยามบอกสาเหตุที่ตนทำสิ่งนี้

            “ข้าจะเก็บไว้ ต่อให้ฤดูเปลี่ยนผัน ดอกบ๊วยดอกนี้คงไม่มีวันโรย”

            ไม่มีวันโรยหรือ...

            สรรพสิ่งบนโลกมิมีคงอยู่นาน สักวันผลึกดอกบ๊วยคงสลาย

            “มันเป็นแค่เครื่องรางอย่างที่บอก ไม่มีความหมายอื่นใด” ไอศูรย์ย้ำ หวังเหลือเกินว่าอีกฝ่ายจะไม่เข้าใจผิดคิดว่าเขาให้เป็นของต่างหน้า

            รอยยิ้มบนใบหน้าคมสันเริ่มนุ่มลึก ปราภพเอื้อมมือมาเชยคางของไอศูรย์

            “งดงาม ซื่อสัตย์ และหัวใจที่บริสุทธิ์”

            “กล่าวถึงสิ่งใด?” ไอศูรย์หรี่ตาจ้อง ถอยคางหนี

            “ความหมายของดอกบ๊วยในแดนวิปโยค”

            มันเป็นความหมายที่ไอศูรย์ไม่เคยได้ยินมาก่อน คงเพราะตัวเขาไม่ค่อยรู้สิ่งใดเกี่ยวกับมาร ไม่รู้แม้กระทั่งว่าหัวใจของมารตรงหน้าแท้จริงเป็นอย่างไร

            “ดอกบ๊วยที่ไม่มีวันโรย...” จอมมารเอ่ยต่อ “หัวใจที่บริสุทธิ์ย่อมไม่โรยแล้ง เป็นเจ้าเองที่มอบมันแก่ข้า ทั้งที่รู้ว่าข้าจะนึกถึงเจ้ายามเห็นดอกบ๊วย เก็บสิ่งนี้เอาไว้มิแคล้วว่าข้าต้องคิดถึงเจ้าอยู่ตลอดเวลากระมัง”

            “ไม่ใช่” ไอศูรย์ส่ายหน้า “ข้าแค่บังเอิญเห็นดอกบ๊วยใกล้หมดต้น”

            “ไยต้องเป็นดอกบ๊วย”

            “...”

            “ตอบข้าสิภัพ”

            “ข้าเมา พอใจหรือยัง” ไอศูรย์ฝืนยิ้มใจเย็น “นี่ใกล้เช้ามืดแล้ว ข้าควรหิ้วสุรากลับสำนักทิพย์วิทยาเจรจากับเมธาโดยเร็ว ต้องรีบผนึกอาเพศจากเด็กให้หนาแน่นมิใช่หรือ หลังผนึกแล้วก็ต้องสอนให้เด็กรู้ความต่อ เชื่อเถิดอาจารย์สายวิชาผนึกแห่งสำนักทิพย์วิทยาเหมาะแก่หน้าที่นี้”

            ได้โอกาสแล้วไอศูรย์ก็พูดรวบรัดตัดบท

            จอมมารมิได้โต้แย้ง จ้องมองนัยน์ตาของไอศูรย์ไม่ละไปสนใจสิ่งอื่น

 

            ไอศูรย์กลับมาสำนักทิพย์วิทยา แจ้งข่าวเรื่องเด็กสายเลือดต้องห้ามที่จอมมารซ่อนไว้ให้เมธารู้ บอกนัดหมายที่เมธาต้องไปช่วยผนึกเด็กอีกชั้น

            เมธาตกตะลึงในความคิดของไอศูรย์ นอกจากจะปิดบังความจริงจากสวรรค์แล้วยังยื่นมือเข้าช่วยมารอีก เมธาตระหนักถึงพิษภัยของมารเสมอ กระนั้นสายตาของไอศูรย์ก็มีแววเฉียบแหลมที่ไม่ควรดูแคลน คล้ายมีแผนจัดการปัญหาที่อาจตามมาอยู่ในที

            “ไม่มีเด็กสายเลือดต้องห้ามตนใดมีลมหายใจอยู่จนรู้ความ” เมธาเตือน

            “เพราะไม่เคยมี เราถึงไม่เคยรู้ว่าจะแก้ภัยพิบัติได้หรือไม่ ไยไม่ให้โอกาสจอมมารได้ลองสักครั้ง” ไอศูรย์ถือโอกาสรินน้ำให้เมธาด้วยรอยยิ้มปรานี เจรจาพาทีอย่างมีชั้นเชิง “ต้องรบกวนวิชาผนึกของเจ้าแล้ว เรื่องนี้ให้สวรรค์หรือนรกรู้ไม่ได้ พวกเขาคงไม่ยอมให้เราทดสอบ”

            “หากเกิดความผิดพลาดเล่า?”

            “ข้ารับผิดชอบเอง สวรรค์คงไม่ก้าวก่ายเขตมารพร่ำเพรื่อ ส่วนนรกไม่มีความเคลื่อนไหว จ้าวนรกคงไม่...”

            เฮือก!

            จิตเทพสัมผัสได้ถึงเปลวเพลิงร้อนระอุแผ่ซ่านวูบหนึ่งฉับพลัน ช่อเพลิงช่างกว้างใหญ่สะบัดริ้วรุนแรงด้วยมวลอำนาจมหาศาล เพียงแค่รู้สึกถึงก็ราวกับจะถูกแผดเผาไปด้วย

            กลิ่นไอและสีของเพลิงในกระแสจิตนั่น...จากแดนนรกไม่ผิดแน่

            หรือว่าประตูแดนนรกเปิดออกแล้ว

            ไยต้องเป็นยามนี้!

            ไอศูรย์สบตากับเมธาอย่างรู้เห็นกัน ถ้าหากประตูบานใหญ่ของนรกเปิดจริง ย่อมต้องมีผู้ผ่านบานประตูขึ้นมายังผืนแผ่นดินเบื้องบน ไม่ใช่เวลาที่จะมานั่งสบายใจเลย เมธาพยักหน้าเร่งฝีเท้าออกจากห้อง มีแค่เมธาที่ขึ้นลงแดนสวรรค์สะดวกในเวลานี้ รับหน้าที่ส่งผ่านข้อความของไอศูรย์ไปยังเหล่าผู้คุมกฎทุกชั้นฟ้าโดยด่วน

            แดนสวรรค์ต้องเตรียมรับแขก ให้แขกอยู่แดนมนุษย์ไม่ได้



-----------------------------------------------

จ้าวนรกจะมาแล้ววววว!!~ มาช่วยกันลุ้นว่าฟามฮักของเทพมารจะเป็นอย่างไรในตอนต่อไปเลยค่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 283 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

526 ความคิดเห็น

  1. #518 Windy velvet (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2563 / 21:40

    ฉันเห็นแววความพังพินาศ ฉันรู้ว่ามันเป็นฝนตกก่อนสายรุ้งจะเกิด แต่ก็ปวดใจเหลือเกิน อุปสรรคพันล้านแงงงงงงง

    #518
    0
  2. #500 Ruruka Buta (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 09:40
    เรื่องมันช่างดูยุ่งเหยิงเพิ่มขึ้น จ้าวนรกจะออกโรงแล้วใช่มั้ย จะเกิดไรขึ้นรึป่าว
    #500
    0
  3. #402 thifu:') (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 12:08
    ถ้ามีเรื่องเปลี่ยนเทพเป็นมารมาขนาดนี้ กำลังคิดว่าภัพจะเปลี่ยนหรือเปล่า แต่คิดว่าไม่น่า เป็นถึงจ้าวสวรรค์ คงไม่ถึงลูกทั้งสองคน?
    #402
    1
    • #402-1 thifu:')(จากตอนที่ 5)
      28 มกราคม 2561 / 12:08
      หมายถึง*
      #402-1
  4. #219 ทิกเกอร์แอล (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2560 / 01:41
    โอยยย ชาละวันเปิดตัวแต่ละทีก็เท่มากค่ะ 
    ความรักของเทพกับมารนี่น่าสงสารมากอะค่ะ เหมือนอยู่กันคนละปลายด้านแล้วมาเจอกันไม่ได้
    มีลูกด้วยกันก็ไม่ได้อีก คือคงไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากให้ลูกเป็นตัวหายนะด้วย 
    #219
    0
  5. #212 ศศิธร (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2560 / 08:42
    บทนี้เติมเข้ามาเพื่อ ให้น้ำหนักเรื่องแน่นขึ้น(แหม ขอโทษค่ะ ทำเป็นรู้ดี) คือสองบทที่เติมนี่คือเงื่อนไปการเปลี่ยนเทพเป็นมาร คล้ายจะเป็นการปูไปถึงการแก้ปัญหาในช่วงลูกด้วย

    เดาว่าเทพนารีที่ปราพูดถึงก็คงจะชายาเอกที่ช่วยมาจากแดนนรก
    #212
    1
    • #212-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 5)
      16 พฤษภาคม 2560 / 10:15
      ช่ายค่ะ ต้องใส่ข้อมูลเพื่อให้คลายปมได้ง่ายหน่อย มันจะช่วยลดความดราม่าลงนั่นเอง
      #212-1
  6. #176 nanmalaew (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 เมษายน 2560 / 14:39
    จ้าวนรกตลกอ่ะ คว้างป้ายทิ้งซะเฉย จะกลับนรกก็ไม่ได้ ฮ่าๆๆ/ฮาหนักมาก
    #176
    0
  7. #167 selena (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 มีนาคม 2560 / 10:46
    คุณตาลคะ บรรทัดต่อจากชื่อปราภพ น่าจะเป็นจ้าวสวรรค์นะ ที่เขียนเป็นจ้าวนรก ลองอ่านทวนอีกทีนะคะ ตรงนี้ความหมายจะผิดไปไกล
    #167
    1
    • #167-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 5)
      27 มีนาคม 2560 / 10:57
      โอเคค่า แก้เเล้ว ขอบคุณนะคะ มีช่วงหนึ่งเบลอใช้ Ctrl + F แล้วดันรันผิด รันคำว่าจ้าวสวรรค์เป็นจ้าวนรกทั้งหมด นี่ไล่แก้ไปแล้วยังมีลอดสายตาอยู่อีก 55555
      #167-1
  8. #163 YuNNuTJae LoVe (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มีนาคม 2560 / 15:25
    ตอนก่อนหน้ายังมีความจีบกันหวานๆอยู่เลย ทำไมตอนนี้จุก....ออกแนวรักต้องห้าม เรารักกันไม่ได้อ่ะะ เฮ้ย เริ่มเครียดละ
    #163
    1
    • #163-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 5)
      24 มีนาคม 2560 / 11:55
      ปมของเรื่องนี้นั่นเอง~
      #163-1
  9. #154 Prawpak (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 11:12
    เอาแล้วไงแย่ทั้งสองฝ่าย มารสูญเสียพลังชีวิต จ้าวสวรรค์ก็เสื่อมทำให้สวรรค์ล่มสลาย
    #154
    1
    • #154-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 5)
      19 มีนาคม 2560 / 18:58
      ต้องติดตามตอนต่อไปนั่นเอง อิอิ
      #154-1
  10. #119 doremefaseol (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 มีนาคม 2560 / 19:29
    อะไรๆก็ว่าเทพเจ้าหน้าโง่นะคะ หงุดหงิดที่เทพเจ้าอยู่ดีมีสุขกับจอมมารมากกว่าอยู่กับตัวเองใช่ป่าว ท่านเจ้านรก ฮุๆ-;-
    #119
    1
    • #119-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 5)
      11 มีนาคม 2560 / 09:43
      ขอบคุณที่ติดตามนะคะ ^ ^
      #119-1
  11. #117 myvalencia (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 มีนาคม 2560 / 15:23
    เอ็นดูจ้าวนรกค่ะ 55555555 แล้วยังมีลืมว่าตัวเองเอาป้ายทิ้งไปแล้วอีก จะกลับก็ไม่ได้ 555555
    #117
    1
    • #117-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 5)
      9 มีนาคม 2560 / 19:52
      เขายังมีเคราะห์กรรมให้ต้องอยู่ค่ะ ๕๕๕
      #117-1
  12. #116 ชานัวร์ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 มีนาคม 2560 / 14:54
    ตอนแรกเอ็นดูจ้าวนรกน่ะแต่พอตอนที่แล้วก็ไม่ชอบล่ะ พอมาเจอฉากเขวี้ยงป้ายเท่านั้นแหล่ะค่ะ... โธ่ววววว หนูเอ้ยย 555555555 เป็นเด็กไม่มีเพื่อนเล่นนี่เอง โอ๋น่ะโอ๋เอ๋ ไม่เอา ไม่งอแงสิคะ ให้มารมาปลอบหน่อยเร็วว *เอ็นดู*
    #116
    1
    • #116-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 5)
      9 มีนาคม 2560 / 19:49
      ขอบคุณที่ติดตามนะคะ ดีใจมีคนแกล้ง เอ้ย เอ็นดู๊เอ็นดูจ้าวนรกเยอะ ๕๕๕๕๕
      #116-1
  13. #115 •.★*[[ToNNaM]]*★.• (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 มีนาคม 2560 / 10:01
    เจ้านรก หนูฟาน เมธา 3p เลยมั้ย?
    #115
    2
    • #115-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 5)
      9 มีนาคม 2560 / 11:03
      ๕๕๕ แล้วเมธานี่อยู่ตำแหน่งไหนหรอคะ อันนี้สงสัย ๕๕๕๕๕
      #115-1
    • #115-2 เฮลดีส (จากตอนที่ 5)
      9 มีนาคม 2560 / 13:45
      สงสารปู่แกเฮอะ อุส่าห์ ถือพรหมจรรย์(ไร??)มาป่านนี้จะมาเสียซิงกับ!!! หลาย สปีชี่เนี่ย โถโถ
      #115-2
  14. #114 arisa_boo (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 มีนาคม 2560 / 08:29
    หวงเพื่อนมากกกกก เป็นเจ้านรก?ที่?นิสัยเหมือนเด็กอ่ะน่ารักดีดูซึน เจ้าสวรรค์ไม่เอาแต่เราเอานะ^^
    #114
    1
    • #114-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 5)
      9 มีนาคม 2560 / 11:02
      ขอบคุณที่ติดตามนะคะ ฮันแน่ ชอบแบบจ้าวนรกนี่เอง ต้องเตรียมยาเยอะๆ นะคะ
      #114-1
  15. #112 -Alice- (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 มีนาคม 2560 / 03:44
    น่ะ--- นี่มัน..... เด็กมีปม เด็กมีปมโดยแท้ไม่มีอะไรเจือปน และขอมอบเพลงนี้ให้แด่เด็กมีปม เพื่อนกับแฟนมันแท้กับไม่ด้ายยยย #ทีมจอมมาร เรารักคนอ้อย เสี่ยว หยอด เบาหวานทะลัก น้ำตาลทลายจอ หวานทุกสถานการ์ณ หวานได้ตลอดเวลา และไม่มีอำนาจใดมาลบล้างด้ายยยย(ภาวนาให้เป็นเช่นนั้น)

    สงสารพวกเขานะ ต้องมาตามเช็ดตามล้างเรื่องของรุ่นก่อน (-/l\-)
    #112
    1
    • #112-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 5)
      9 มีนาคม 2560 / 11:00
      ขอบคุณที่ติดตามค่ะ
      หวานแบบแกงเขียวหวานบ้างดีไหมคะ มาม่าแกงเขียวหวาน--- แค่กๆ
      #112-1
  16. #111 Moo-fatZ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 มีนาคม 2560 / 00:39
    จ้าวนรกน่ารักจังเลยค่ะ ดูเป็นผู้ชายใจร้อนแต่จริงๆก็ป้ำๆเป๋อๆ น้อยใจเพราะคนในนรกไม่รัก เพื่อนคนเดียวก็จะทิ้งตัวเองไปมีคนใหม่ 555555
    #111
    1
    • #111-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 5)
      9 มีนาคม 2560 / 10:54
      ขอบคุณที่ติดตามนะคะ
      สังเกตเห็นว่ามีคนบอกสงสาร จ้าวนรกน่ารัก แต่มักปิดท้ายด้วย 5555 //คนเขียนแอบขำจ้าวนรกในทันที ๕๕๕๕๕
      #111-1
  17. #110 ทิกเกอร์แอล (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 23:17
    ความจริงแล้วเมธาเป็นคุณปู่หน้าละอ่อนใช่มั้ยยยยยยยยยยยยยยยยย
    ต้องใช่แน่ๆๆๆๆๆๆ
    เอาจริงๆ ไม่ใช่ว่าปราภพจะไม่ลักหลับ ปราภพแค่บอกว่ายังไม่ใช่เวลานี้ แต่พอถึงเวลาแล้วก็จะค่อยลักหลับ อื้อหืออออ ฉลาดพูดค่ะ
    ชาลนี่ฟิลเด็กขาดความอบอุ่นมากกกกกกกกกกกก นับปราภพเป็นพี่ก็ได้นะ เราคิดว่าปราภพคงไม่ถือ ได้พี่ชายพ่วงพี่สะใภ้แถมหลาน โอยยยย ครอบครัวสุขสันต์มากค่ะ 55555555
    #110
    2
    • #110-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 5)
      9 มีนาคม 2560 / 10:51
      ใช่มั้ยคะครอบครัวออกจะสุขสันต์ครบครัว แฮปปี้เอนดิ้งด้วย~ ๕๕๕๕
      #110-1
  18. #109 เรื่อยๆลอยๆ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 22:57
    เป็นท่านเจ้านรกนี่ก็ลำบากเหมือนกันนะ555
    #109
    1
    • #109-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 5)
      9 มีนาคม 2560 / 10:47
      ขอบคุณที่ติดตามนะคะ เป็นจ้าวนรกต้องสตรองค่ะ
      #109-1
  19. #108 Blueheart (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 21:24
    เกือบเท่อยู่แล้วเชียว เจ้านรกเอ๊ยยยย
    #108
    1
    • #108-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 5)
      9 มีนาคม 2560 / 10:42
      ขอบคุณที่ติดตามนะคะ จ้าวนรกอาจกลัวเด่ากว่าพี่ (?) ก็เป็นได้
      #108-1
  20. #107 polypoll (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 20:55
    3p ได้มั้ย ถามใจเธอดู
    #107
    1
    • #107-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 5)
      9 มีนาคม 2560 / 10:40
      3p นี่ใครบ้างคะ (ฮา) กลัวตกลงกันไม่ได้นี่สิ
      #107-1
  21. #106 ลิงน้อยสุดเอ๋อ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 20:33
    จ้าวนรก เหมือนเด็กที่ยังไม่โต

    จอมมาร เหมือนผู้ใหญ่ที่โตแล้วมากเกินไป

    จ้าวสวรรค์ คือสองคนนี้รวมกัน 5555+
    #106
    1
    • #106-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 5)
      9 มีนาคม 2560 / 10:38
      และพวกเราคือผู้ใหญ่ที่กำลังรังแกเด็ก---- ม่ายยย ๕๕๕
      ขอบคุณที่ติดตามนะคะท่านลิงน้อย
      #106-1
  22. #105 PhreaPair Bang (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 20:11
    ฉันว่าฉันเห็นรักสามเส้า
    #105
    1
    • #105-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 5)
      8 มีนาคม 2560 / 20:29
      ขอบคุณที่ติดตามนะคะ ^ ^
      #105-1
  23. #104 Atk. S. (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 20:08
    จะเครียดนานๆหน่อยก็ไม่ได้555
    #104
    1
    • #104-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 5)
      8 มีนาคม 2560 / 20:29
      กลัวคนอ่านเครียดนานค่ะ ๕๕๕
      #104-1
  24. #103 Blue Min (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 20:01
    สรุปนี่จ้าวนรกเหมือนเด็กมีปัญหาทางครอบครัวว่างั้น? แล้วกะไรคือปาป้ายทิ้ง? คือที่เรากลัวว่าจะโฉดจะโหดไม่มีลิมิตชีวิตเกินร้อย นี่คือไม่มี? วอส!!!?...
    #103
    1
    • #103-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 5)
      8 มีนาคม 2560 / 20:28
      ขอบคุณที่ติดตามนะคะ ^ ^
      โหดมากไม่ได้ค่ะไม่งั้นจะทำเรื่องดราม่า เวลาตึงๆ ปุ๊บจะตัดเข้ามุมขำปั๊บค่ะ พยายามให้เรื่องมันซอฟลง อิอิ
      #103-1
  25. #102 TherainStar (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 19:32
    เจ้านรกใจเย็นๆ เพื่อนไม่ทิ้ง ขำตรงเล่าแบบตลกๆ ไม่ได้ เอ้อ555555555 ช่างคิด
    #102
    1
    • #102-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 5)
      8 มีนาคม 2560 / 20:25
      ขอบคุณที่ติดตามนะคะ ^ ^
      ฮา ก็ต้องเล่าแบบเครียดๆ เรียกสมาธินิดนึง ถ้าตลกเดี๋ยวสมาธิแตกซ่าน
      #102-1