[Yaoi] เทพเจ้ากับสุราจอมมาร -- จบ

ตอนที่ 4 : ๔ ป่าดอกเสี้ยว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,963
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 297 ครั้ง
    16 ก.ค. 60

 

๔ ป่าดอกเสี้ยว

            อบสมุนไพร เข้าสมาธิ ฝังเข็ม กระตุ้นพลังสวรรค์ได้ค่อนข้างดี

            ผ่านพ้นอีกห้าวัน บัดนี้ไอศูรย์มีพลังฟื้นคืนถึงสองในสิบ คำนวณคร่าวๆ อีกแค่ปีเดียวเขาคงมีพลังของจ้าวสวรรค์สมบูรณ์

            ฟานอ้างว่าที่รวดเร็วขึ้นเพราะได้จอมมารช่วยกระตุ้น ตามชะตาแล้วพลังเทพมารถือเป็นปรปักษ์กัน หากสัมผัสใกล้ชิดโดยไม่มีวิชาช่วงชิงพลังแทรกแซง มารก็ย่อมอ่อนแอลงฝ่ายเดียว ส่วนกายฝ่ายเทพเจ้านั้นจะยิ่งต่อต้านพลังมารโดยการเร่งฟื้นฟูพลังสวรรค์เร็วขึ้น

            อืม...อาจจริง

            แต่ไอศูรย์คิดว่าฟานชอบอ้างถึงจอมมารบ่อยเกินเหตุ อ้างอย่างนี้คิดจะเป่าหูเขาให้พร้อมยอมถูกจอมมารสัมผัสร่างกายกระมัง ช่างร้ายกาจแท้ เขายอมอบสมุนไพรสิบปียังดีเสียกว่า

            ก่อนสิ้นหนาวเหล่าศิษย์สำนักทิพย์วิทยาบางส่วนต้องเดินทางขึ้นเขา ฟานก็เป็นหนึ่งในนั้น ไอศูรย์สามารถขอให้บัณฑิตอื่นจัดตำรับสมุนไพรฟ้าดิน ดูแลเรื่องอบกายแทน ทว่าฟานไม่ยอมปล่อยเขาห่างตา เล่นสำบัดสำนวนหว่านล้อมจนเขาต้องร่วมเดินทางด้วย

            มาเพื่อทรมานสังขารง่อยเปลี้ยเล่นหรือ?

            เฮ้อ...

            ขุนเขาเนื้อทองอยู่ทางเหนือของสำนักทิพย์วิทยา นอกเขตเมืองหลวงพอควร ใช้เวลานั่งรถม้าหนึ่งวันกับอีกค่อนคืน จำต้องนอนบนเกวียนเทียมม้า พักหุงหาอาหารตามหมู่บ้านบ้าง

            กระทั่งถึงขุนเขายามเช้าตรู่ แสงอรุณฉาบดินและใบไม้แห้งบนเขาเป็นสีทองอ่อนตา กลิ่นยามเช้าแช่มชื่นนัก

            ว่ากันว่าที่นี่เคยเป็นทุ่งราบ มีนางยักษ์เนื้อทองคอยความรักจากบุรุษ รอคอยผู้ที่ไม่หวนมาจนนางตรอมใจสิ้น ทิ้งร่างกลายเป็นขุนเขา ดั่งอนุสรณ์สถานพยานรักชวนสังเวช บอกเล่าเรื่องราวว่าแม้ตัวนางคือยักษ์ ก็ยังรักษาสัญญาแม่นมั่นมากกว่ามนุษย์ ไฉนเลยมนุษย์ที่คิดว่าตนเองประเสริฐกว่ากลับบิดพลิ้ว

            ไอศูรย์ฟังเรื่องเล่าหนที่ร้อยกว่า นึกเห็นใจนางเนื้อทองไม่หาย กระนั้นเขาก็เข้าใจความไม่แน่นอนของจิตใจมนุษย์

            อารมณ์ไม่ใช่สิ่งเที่ยงแท้ฉันใด ความรักย่อมไม่เที่ยงแท้แน่นอนด้วยฉันนั้น

            เทพเจ้าเองก็มีอารมณ์ความรู้สึก ยังมีกิเลสตัณหาไม่ผิดจากมนุษย์ มีความไม่แน่นอนเช่นกัน ทว่ารู้จักยับยั้งใจไม่ลุ่มหลง ไม่ปล่อยอารมณ์อยู่เหนือสติ หากปล่อยใจไล่ตามกิเลสตกสู่ห้วงความชั่วร้าย เทพเจ้าก็อาจกลายเป็นมาร ไม่สามารถกลับคืนเป็นเทพเจ้าได้อีก

            ดังนั้นคงไม่ต้องบอกกระมังว่าจิตใจของมารจะเป็นเช่นไร

            ทางขึ้นเขาช่วงแรกค่อนข้างชัน ไม้สูงยืนต้นห่างกันตามลักษณะป่าผสมผลัดใบ ศิษย์สำนักทิพย์วิทยาถูกแบ่งเป็นกลุ่มย่อยคอยเดินตามอาจารย์แต่ละวิชา ศึกษาต่างหัวข้อกันก็แยกกันไปต่างทิศทาง ไอศูรย์อยู่กลุ่มสุดท้ายกับพวกบัณฑิตแพทย์ คนพวกนี้วางแผนมุ่งหน้าเข้าป่าลึกศึกษาสมุนไพรหายาก

            “ข้าอยากอบสมุนไพรอยู่ที่สำนัก” ไอศูรย์เอ่ยขณะเดินข้างฟาน

            “ท่านควรเดินเหินให้กำลังวังชาเพิ่มพูนบ้าง” ฟานยิ้มกรุ้มกริ่มส่งสายตาเจ้าเล่ห์เจ้ากล “อ้อ ไม่ต้องกลัวหลงนะ ข้ารู้ว่าท่านหาพวกข้าได้หากคลาดกัน หรือไม่เดี๋ยวข้าจะมาตามหาท่านเองหากไม่สะดวกตามพวกข้าไป”

            มีไม่สะดวกตามด้วยรึ...

            ไอศูรย์หรี่ตามอง แล้วส่งยิ้มกลับ

            “ซ่อนเลศนัยนักฟานน้อย”

            “เชื่อสิ ข้าไม่ชอบเลยยามท่านภัพรู้ทัน” ฟานหัวเราะร่วนทำสายตาลอกแลก

            ไอศูรย์ส่ายหน้าระอา ไม่ได้อยากรู้ทันอีกฝ่ายนักหรอก

            “ไอ้ที่บอกก็เผื่อท่านอยากหยุดสักที่ชมดอกไม้ป่า อาจงามไม่แพ้ดอกไม้สวรรค์” ฟานโพล่งขึ้นอีกครั้งยังยิ้มเจ้าเล่ห์ไม่หยุด

            “บุรุษหรือจะชมชอบดอกไม้” ไอศูรย์แย้ง

            ตัวเขาเป็นจ้าวสวรรค์มายาวนาน เห็นดอกไม้งามมาก็มาก แต่ยังไม่เคยมีดอกไม้ใดสะกดใจเท่ากับที่เบ่งบานอยู่ในจอกสุรา

            “บุรุษรำพึงถึงดอกไม้มีเยอะแยะ” ฟานไม่ละความพยายาม

            “ลองคิดดูก่อนฟานน้อย บุรุษจะมองดอกไม้ก็ยามคิดถึงนวลนาง เช่นดอกสีแดงเปรียบริมฝีปากแต้มชาดยั่วเย้า ดอกสีชมพูเปรียบพวงแก้มเรื่อ หรือเป็นดอกไม้ที่นางเคยใช้ทัดหู...”

            “แล้วท่านคิดอย่างไรยามเห็นดอกบ๊วย”

            ดอกบ๊วย?

            ช่างกล้าถาม ไอศูรย์ก็กล้าตอบ

            “หากเจ้ามีชีวิตยืนยาวย่อมเห็นมันเบ่งบาน แล้วร่วงโรยนับร้อยพันหน จนกลายเป็นความชินชา ชีวิตที่ดีคือไม่ยึดติด ไม่ถือสิ่งนั้นสิ่งนี้ให้ใจทุกข์”

            “โอย ท่านถูกอาจารย์เมธาครอบงำหนักแท้” ฟานส่ายหน้า

            ไอศูรย์หัวเราะลั่นเมื่อบทสนทนากระทบถึงผู้เฒ่าที่ไม่ได้มาอยู่ตรงนี้

            สองเท้าจดจ่อกับการเดินทางต่อ ให้อากาศบริสุทธิ์ของป่าช่วยผ่อนคลายอารมณ์ ผืนดินเริ่มราบเรียบมากขึ้น

            ระหว่างทางผ่านป่าดอกเสี้ยวกลิ่นหอม ดอกเสี้ยวขาวบานเด่นเต็มต้นนับร้อยต้น ดาษดื่นงามตาเนรมิตผืนป่าให้เปรียบปานพนาสวรรค์ ดอกสีขาวมีเพียงห้ากลีบแซมซ่อนด้วยสีชมพู

            ไอศูรย์หยุดฝีเท้าอาศัยร่มเงาไม้หลบแสงแดด ทอดสายตามองกลุ่มดอกเสี้ยวชูช่อล้อลม เขาเคยมาเยือนขุนเขานี้นับครั้งไม่ถ้วน ไม่ทันเห็นดอกเสี้ยวบานเต็มต้นเลยสักครา เมธาบอกว่าดอกของพวกมันกินได้ พ่อครัวสำนักทิพย์วิทยาเคยนำไปปรุงเป็นอาหาร ได้ยลแล้วเขาก็เพิ่งรู้ว่ามันคล้ายดอกกล้วยไม้นัก น่าลองเก็บไปให้พ่อครัวทำอะไรสักอย่างให้กิน

            ครั้นลองเอื้อมมือออกไปแตะสัมผัสกลีบขาว กลับมีมือใหญ่จากใครอื่นช่วยเด็ดทั้งดอกลงมายื่นให้

            “ดอกเสี้ยว...แม้เพียงเสี้ยวก็ยังหอม” เสียงทุ้มต่ำมีเสน่ห์เอ่ยกระซิบ

            “...ท่านปราภพ ท่านไม่ควรเด็ดมันลงมา”

            อีกคราแล้วที่ไอศูรย์จับสัมผัสการมาของจอมมารล่วงหน้ามิได้

            กายสูงใหญ่กำยำซ่อนกลิ่นอายมารมหาศาลแนบเนียน มีเพียงกลิ่นดอกเสี้ยวขาวฟุ้งป่า จอมมารแต่งกายสีดำทึบคล้ายชนเผ่านักรบ ผิดแผกตัดสีกับหมู่ดอกเสี้ยวขาวนัก คงจะลงอาคมผนึกมารกับตนเองอีกตามเคย กลุ่มบัณฑิตเคร่งวิชาพากันเดินทิ้งห่างไอศูรย์ไกลออกไปเรื่อย ไม่มีใครเหลียวหลังสังเกตการมาเยือนของมารสักคน คงเพราะมีฟานคอยดึงความสนใจบัณฑิตพวกนั้นอยู่

            ฟาน...เจ้าตัวดี...

            ไอศูรย์เพ่งสายตามองระยะไกลให้เจ้าตัวเสียวสันหลังวูบวาบ แล้วค่อยชายตามองจอมมารปราภพที่ยืนตระหง่านคุกคามบรรยากาศอันสุขสงบ สิ้นวันนี้เขาคงต้องคุยกับเทพเจ้าแห่งโชคดีสักหน่อย ว่าเดี๋ยวนี้ไม่เห็นจ้าวสวรรค์อยู่ในสายตาแล้วหรือ ถึงปล่อยให้เทพเจ้าแห่งโชคร้ายมาดูแลชะตาจ้าวสวรรค์แทน

            “นี่ท่านคิดตามราวีข้ารึ” ไอศูรย์ทัก

            ใบหน้านิ่งดุดันอยู่นานของจอมมารคล้ายมียิ้มขำเล็กน้อย

            “ข้าจะมาพบหน้าเจ้าเท่าที่มาได้”

            โธ่ ไอ้เท่าที่มาได้นั่นแหละปัญหา! ไอศูรย์อยากหัวเราะประชดให้ลั่นขุนเขา ชะรอยฟานคงแจ้งข่าวแก่จอมมารทุกฝีก้าว มารตอแยเก่งเสียจริง

            ทำอย่างไรถึงจะสลัดพ้น มารต้องการสิ่งใดกันแน่

            หรือว่า...

            “หากท่านพอใจสตรีเทพคืนนั้น” ไอศูรย์ยิ้มสบตาทว่าใช้น้ำเสียงเน้นชัดจริงจัง “ต่อให้ท่านยังตอแยข้าตลอดร้อยปี หรือพันปี ข้าก็ไม่มีวันแปลงเป็นนางเพื่อทำให้ท่านพอใจอีกเด็ดขาด เลิกฝันถึงนางผู้ไม่มีอยู่จริงเสีย ข้าเป็นบุรุษขี้ริ้วขี้เหร่ ไม่อาจเป็นโฉมงามหลอกลวงตนเองหรือท่านต่อ อย่าหวังว่าจะได้ยลนางอีกเลย ตรองด้วย”

            จอมมารกลับเงียบ นัยน์ตาสีดำสนิทนิ่งสงบนักกลายเป็นวังวนลึกลับไม่อาจคาดเดา พลันยื่นมือหนึ่งมาเชยปลายคางของไอศูรย์ ไม่แคล้วโน้มใบหน้าเข้ามาชิดคิดจะจูบ...

            นั่นประไร

            ไอศูรย์รู้ทันก้าวถอยหนีจนพ้นก่อน แต่ก้าวได้เพียงสามก้าว แผ่นหลังและท้ายทอยกลับติดต้นไม้ ไม่อาจถอยหลบได้อีก ความใจเย็นยังคงรักษาสติได้นิ่ง เลือกเอื้อมแขนโน้มกลุ่มเสี้ยวดอกขาวเบ่งบานเต็มกิ่งลงมากั้นขวางเฉพาะหน้า

            กระนั้นจอมมารก็ยังไม่คิดหยุดเข้ามาใกล้ สายตานิ่งสะกดเอาแต่มองสบตาไอศูรย์ไม่ละ ริมฝีปากแตะจูบหมู่ดอกเสี้ยวเหล่านี้ไม่คล้อยลังเล

            กลีบบางของดอกไม้อุตส่าห์กั้นขวางดูไร้ผลเสียแล้ว น้ำหนักจูบผ่อนผ่านเสี้ยวดอกขาว แทรกซึมให้เริ่มรู้สึกถึงแรงสัมผัสที่สืบทอดมาถึงริมฝีปากของไอศูรย์ แรงจูบเพิ่มขึ้นทีละน้อย ทีละน้อย จนแนบแน่นแผ่นกลีบบาง ลมหายใจอุ่นละมุนพากลิ่นหอมอ่อนอบอวล

            ...กาลเวลาเดินช้าลงกระนั้นหรือ อ้อยอิ่งเหมือนกลิ่นหอมที่โอบล้อม หรือใจไอศูรย์จดจ่ออยู่กับมันนานเกินไปเอง

            ไม่สิ! เขาต้องการคำตอบไม่ใช่จูบ!

            ไอศูรย์เบี่ยงหน้าหันหลบ ถอนหายใจแรงเหนื่อยใจ

            “ต้องการสิ่งใดกันแน่จอมมาร” ถามตรงๆ เสียเลย

            “ข้าทำให้ดูว่าแม้ไม่ใช่สตรีงามข้าก็ยังปรารถนาชิดใกล้” จอมมารปราภพยอมเอ่ยตอบ คอยรั้งกิ่งดอกเสี้ยวขาวให้กลับคืนที่เชือนช้า “หากข้าหลงรูปลักษณ์ แรกเห็นสตรีงามคงพะเน้าพะนอไม่ต้องรอเสียสุรา สิ่งที่ข้าสนใจคือถ้อยคำเจรจาของเจ้าต่างหาก แม้ภายนอกดูแปลกปลอมแต่ถ้อยคำของเจ้าเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ข้าสัมผัสได้ ยามเจ้าพูดเรื่องข้า พูดว่าข้าแตกต่างจากคำคนประหนึ่งอยากรู้จักกัน หัวใจข้าก็อยากให้เจ้ารู้จักข้ามากขึ้น และข้าเองก็อยากรู้จักเจ้ามากขึ้นเช่นกัน”

            แต่เขาไม่อยากให้จอมมารรู้จักเลยสักนิด!

            ไอศูรย์เค้นเสียงหัวเราะกลบเกลื่อนความคิด วาดรอยยิ้มเทพเจ้าไว้บนหน้า เดินเบี่ยงออกมายังที่โล่งสูดลมหายใจ

            “กับเรื่องแค่นี้ท่านจะมาตามข้าให้ผู้อื่นตำหนิว่าจอมมารไม่มีอะไรทำหรือ”

            “งานของข้าคือความพอใจของข้า”

            อืม...ปกติมารก็มักทำตามความพอใจ ใครเล่าจะเถียงออก

            ...ได้กลิ่นดอกเสี้ยวใกล้ๆ

            ไอศูรย์ก้มมองอกเสื้อสีเก่าหมองของตน มีดอกเสี้ยวขาวที่จอมมารเด็ดในคราแรกติดอยู่เด่นตา คงฉวยโอกาสติดยามจูบ โธ่เอ๋ย ก็คิดเอาดอกไม้นี่มาผูกใจเขา จะไม่ให้ตั้งแง่ว่าอยากเห็นเขาเป็นสตรีได้อย่างไร

            “พรุ่งนี้เทศกาลสุราแล้วไยไม่รอก่อน” ไอศูรย์ถามรวบรัด

            “ไม่ใช่ว่าไม่รอ ข้ามารอรับตัวเจ้า ฟานมีธุระยุ่งไม่อาจใช้พลังส่งเจ้าไปแดนวิปโยค ข้าเลยมาเอง เผื่อเจ้าอยากเห็นงานก่อนมันจะพลุกพล่าน อีกอย่างหนึ่งคือ...”

            จอมมารนิ่งเงียบน่ากลัว สายตาน่าพรั่นพรึงกวาดมองรอบด้าน ดั่งจะควานหาเข่นฆ่าศัตรูผู้แอบซ่อนแนบเนียน

            ลมพลันโหมแรง ปรากฏมารนับสิบตนคุกเข่านอบน้อมต่อจอมมาร แล้วเร่งแยกย้ายกันออกไปค้นหาบางสิ่งฉับไว กระแสจิตมารทุกตนโชยเป็นไอสีดำรุนแรง แทบสาปส่งให้หมู่ดอกเสี้ยวหม่นสีตามอารมณ์พวกตน

            มารมาหาสิ่งใด?!

            “ที่นี่มีอาจารย์กับศิษย์สำนักทิพย์วิทยา ควรหรือที่มารจะก้าวก่ายเหิมเกริมข้ามแดน” ไอศูรย์รีบเตือน

            “ข้าต้องกำจัดมารนอกรีต” คำตอบคล้ายไม่แยแสผู้ใดเลย

            แต่มารนอกรีตจะมาอยู่บนเขาเนื้อทองรึ!

            “ชื่อว่ามารย่อมไม่เกี่ยวข้องกับสำนัก โปรดอย่าทำร้ายผู้บริสุทธิ์” ไอศูรย์ขอ แทบอยากถอดจิตติดตามควบคุมมารทุกตนที่ล่วงล้ำเขตแดน เสียแต่พลังอ่อนเกินจะแบ่งจิตตนออก ต้องเสี่ยงส่งกระแสจิตเตือนอาจารย์ผู้มีพลังเทพแทน มารไม่รู้สึกถึงคำเตือนนี้ หากจอมมารปราภพมองหามาร คงไม่แตะเทพเจ้ากับมนุษย์ธรรมดาให้บาดหมางวุ่นวาย

            หวังเช่นนั้น...

            จอมมารปราภพกลับไม่รับปากสักคำ กลับไม่ตอบ เพียงแค่เอื้อมมือมาลูบแก้มซึ่งไม่ช่วยปลอบให้ไอศูรย์สบายใจขึ้นเลย

            ไอศูรย์หันหน้าหนี ลงอาคมอ่านวิถีดาราบนฝ่ามือตนทำนายชะตา

            ...มฤตยูห้อมล้อมรอพิพากษาโทษ สองดาราบนขุนเขาเนื้อทองหม่นแสง

            นี่มัน...เทพกลายเป็นมารหรือ!

            นอกจากฟานแล้วยังมีมารอีกตนปะปนกับคนสำนักทิพย์วิทยา สองดาราหม่นแสง... ทั้งฟานและมารตนนั้นต่างก็เคยเป็นเทพเจ้ามาก่อนหรือ เห็นทีว่าไม่เกี่ยวข้องวุ่นวายกันเลยคงยาก

            ไอศูรย์หงายฝ่ามือส่งพลังขึ้นสู่ชั้นฟ้า แจ้งเมธาถึงคราวเคราะห์ของสำนัก

            เรื่องนี้ช่างน่าคิด มีเทพเจ้าผู้เป็นอาจารย์ของสำนักทิพย์วิทยากลายเป็นมารไปนานแล้ว พลังมารไม่น้อย ไยสำนักกลับไม่รู้ถึงความเปลี่ยนแปลง เป็นไปไม่ได้ที่อาจารย์ท่านอื่นจะไม่รู้กันบ้าง

            เสียงระเบิดพลังห้ำหั่นกันดังก้องจากอีกฟากฉับพลัน กลิ่นอายมารปะทุรุนแรง ละอองสีดำแผ่ฟุ้งทั้งป่า เสี้ยวดอกขาวแสนสวยหมองดั่งโศกศัลย์ พากันสละกลีบลาโรย แผ่นดินสะเทือนไหวสะท้านทั้งขุนเขา

            มารสู้กันล้วนมีแต่ความวิบัติ!

            ไอศูรย์ต้องรีบไปหยุดการต่อสู้ อย่างไรนี่ก็เขตมนุษย์ อย่างไรมารเคราะห์ร้ายก็เคยเป็นเทพเจ้า เขาต้องทำอะไรสักอย่าง

            จอมมารกลับคว้าแขนเขาเอาไว้ มือกำยำจับแน่นไม่ปล่อย นัยน์ตาสีดำสนิทนิ่งงันจนน่ากลัวกำลังจ้องทางทิศที่ไอศูรย์อยากไป

            ไอศูรย์สะบัดแขนสุดแรง “ปล่อยเสียท่านปราภพ!

            “อยู่กับข้าเจ้าจะปลอดภัย”

            “ปลอดภัยอย่างไร ท่านกำลังจุดชนวนสงครามไม่รู้หรือ!

            จอมมารไม่ตอบ กลับกระชากตัวไอศูรย์เข้ามาเป่าอาคมกระทบหน้าผาก

            อาคมสะกดให้หลับ!

            ความร้อนถาโถมมาที่กลางหน้าผาก แผ่ซ่านอย่างหนักอึ่ง ร่างกายไอศูรย์อ่อนแรงทรุดฮวบ อาศัยเพียงอ้อมกอดของจอมมารคอยโอบประคอง เปลือกตาอ่อนเพลียดูคร้านจะขึงเปิด จวนแจจะคล้อยหลับ พลังสองส่วนที่ฟื้นคืนพยายามไหลเวียนขับไล่อาคมแปลกปลอม ริมฝีปากจะขยับร่ายอาคมต้านกลับถูกขืนบังคับให้ต้องกระชับรับจูบจากอีกฝ่าย

            ไอศูรย์ขมวดคิ้วแน่น เพ่งจิตไปยังการเดินพลังแทน ขอแค่มีสมาธิการขจัดอาคมสะกดย่อมไม่ใช่เรื่องยาก ทว่า...

            อื้อ! ลิ้นมารชักจะรบกวนสมาธิเขาเกินไปแล้ว!

            เขารีบกวัดนิ้วเชื่อมโยงเวทแล้วอัดปะทะเข้ากลางแผ่นอกอีกฝ่าย กายสูงใหญ่ของมารไถลถอยไปแค่ไม่กี่ก้าว เป็นไอศูรย์เองที่กระอักเลือดเพราะพลังส่วนใหญ่ตีกลับ แต่มันก็ช่วยทำให้ตาสว่างโล่หลุดพ้นจากอาคมนิทรา เขาเร่งหยัดยืนตั้งหลักให้มั่นคงก่อนเพ่งมองจอมมาร

            ความนิ่งสงบของนัยน์ตามารมองมาคล้ายแผ่อำนาจเหนือกว่า

            “...ดื้อ”

            โธ่! เรื่องอะไรมารมาว่าเทพเจ้าที่ทำถูกต้องแล้วว่าดื้อ!

            “ออกไปจากเขตมนุษย์เสีย” ไอศูรย์ปัดมือเป็นแสงเวทยาวเตรียมปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย ความรู้สึกของเขากระจายคลุมขุนเขา เหล่าอาจารย์และศิษย์สำนักทิพย์วิทยาผู้มีสายเลือดเทพเจ้าต่างรับรู้ได้ พากันปัดมือวาดลำแสงบริสุทธิ์ตามจุดที่ตนยืนอยู่ เริ่มปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายพร้อมเพรียง กวัดนิ้วเคลื่อนฝ่ามือเป็นกระบวนท่าเดียวกันทั้งที่ไม่มีการนัดหมาย

            พลังเทพอบอุ่นโอบอุ้มห้อมล้อม สลายละอองสีดำในอากาศอันเกิดจากจิตมาร

            การต่อสู้ที่อีกฟากยังไม่จบ ไอศูรย์ได้ยินสัตว์ร้ายทรงพลังขู่คำรามลั่น เสียงฟาดฟันกระเทือนมาถึงป่าดอกเสี้ยวดั่งสายอสุนีบาตฟาดกระหน่ำ ฟ้าแดงหลัวดั่งอาบโลหิต

            ไอศูรย์ตึงเครียด เร่งอ่านวิถีดาราอีกหน ไล่ได้เพียงสามจุดก็ตระหนก

            สิงโตดำตัวใหญ่พุ่งทะยานมาด้วยกำลังขาสูงส่ง ฝีเท้าหนักกระแทกลงผืนดินดุดัน กรามแกร่งกัดเหวี่ยงร่างที่คาบมาลงคลุกฝุ่นฟุ้ง แผงขนคอยาวสีดำเข้มร้อยลูกปัดเทาสะบัดตามศีรษะที่หันจ้องทุกสิ่งโดยไม่ลังเล มันกลับคืนเป็นมารซ่อนกายใต้ผ้าคลุมดำทึบ คุกเข่าลงทำความเคารพจอมมาร เครื่องประดับเงินตรงแผ่นอกวาวแสง

            นั่นคชารี

            “จับมันมาได้แล้ว” คำรายงานห้วนนักแต่ก็บรรลุเป้าหมาย

            จอมมารรับฟังด้วยท่าทีที่เงียบขรึมน่ากลัว เลื่อนสายตาดุดันไปมองสภาพเหวอะแหวะของ มันที่คชารีเรียก

            มันที่ว่าคืออาจารย์อริยะ ผู้สอนวิชางานปั้นในสำนักทิพย์วิทยา เป็นเทพเจ้ารุ่นเดียวกับเมธา บัดนี้ซมอยู่ในสภาพย่ำแย่ พลังเทพเหือดหาย แทนที่ด้วยกลิ่นอายมารคละคลุ้งหนาแน่น ผิดจากภาพลักษณ์ของอาจารย์ที่ไอศูรย์เห็นก่อนแยกกลุ่มขึ้นเขามากทีเดียว เดาว่าอาคมพรางตาและผนึกมารที่ใช้กับตนเองคงคลายออก อาจารย์อริยะคงปลดปล่อยพลังมารเพื่อสู้กับคชารี

            จอมมารเริ่มก้าวเท้าเดินเข้าไปหาอริยะ ฝีเท้าราวมีมัจจุราชร้ายติดตาม

            “ฆ่าไม่ได้!” ไอศูรย์กังวลรีบรุดหน้าบังอาจารย์อริยะไว้ กระทืบเท้าอัดคลื่นพลังเทพปลุกเจ้าป่าเจ้าเขา

            พลังศักดิ์สิทธิ์ตามธรรมชาติมิได้มีรูปเป็นเทพเจ้าเสมอไป ผู้อารักษ์ขุนเขาเนื้อทองเป็นดวงจิตนับล้าน คล้ายดอกอ้อผุดลอยจากดินจากต้นไม้ใบหญ้า เมื่อนับรวมกับพิธีขจัดสิ่งชั่วร้ายเหล่ามารย่อมอ่อนแรง ย่อมเสียเปรียบ หากยังฝืนอยู่ในม่านศักดิ์สิทธิ์นานเกินควรจะต้องทรมานเสนสาหัส

            เมฆเบื้องบนเปลี่ยนเป็นสีทองผ่องฉับพลัน เสียงกำซาบอาคมของเมธาดังก้องฟ้า เสาขับไล่ถูกส่งลงปักกลางขุนเขาเนื้อทองสมทบ

            ครืน!

            ระลอกแห่งการชำระล้างเข้มข้นกระจายกว้างเป็นลูกคลื่น

            ไอศูรย์จับแขนอาจารย์อริยะเอาไว้ คอยช่วยกางม่านปกป้องจากพลังขับไล่

            “ไปเดี๋ยวนี้จอมมาร” เขาเค้นเสียงเตือนผู้ที่ยังทนยืนนิ่งขรึมอยู่

            จอมมารไม่ขยับ เป็นคชารีที่กัดฟันกรอดบ้าคลั่งพุ่งไปยังเสาขับไล่ฉับไว อสุนีบาตทองฟาดเปรี้ยงสกัดกั้น เมธาลงจากสวรรค์พร้อมกระแสอสุนีบาต ตวัดไม้เท้ารวดเร็วกลางอากาศ สายลมถูกแหวกปั่นป่วนกระแทกให้มารบ้าคลั่งถอยกลับ กายเทพเฒ่าหาได้อ่อนแอกว่าคชารี ทั้งสองทะยานเข้าต่อสู้ฟาดฟันกันไม่มีฝ่ายใดยอมลดละ

            ไอศูรย์ประเมินสถานการณ์ สลับอ่านวิถีดาราที่แปรปรวนไม่หยุดนิ่ง เม็ดเหงื่อผุดเต็มหน้าผากคล้อยไหล อาจารย์กับศิษย์สำนักทิพย์วิทยาบนเขากำลังตรงมายังป่าดอกเสี้ยว หากทั้งหมดปะทะกันคงหนีไม่พ้นการเสียเลือดเสียเนื้อ ถ้าเทพไท้ลงมาประทับเพิ่มก็หวั่นกลายเป็นสงครามลุกลามใหญ่โต

            นัยน์ตาสีเขียวปลอมทอแววเหนื่อยอ่อนทั้งกายใจ สบตาจอมมาร เพียงแค่สบประสาน ไม่ถึงขั้นต้องเอ่ยคำร้องขอซ้ำแล้วซ้ำเล่า จอมมารก็ยอมยกมือใช้คำสั่งบอกเหล่ามารยุติและไล่ให้ออกไปจากขุนเขาเนื้อทอง คชารีคำรามกร้าวดั่งสัตว์ดุร้ายเลือดขึ้นหน้า แต่ก็ไม่อาจขัดคำสั่งผู้เป็นนายชีวิต ทุ่มเทเรี่ยวแรงเข้าซัดกับเมธาอีกหนึ่งกงเล็บก่อนจะยอมล่าถอยกลับปราสาท

            เหลือจอมมารตนเดียว

            ไอศูรย์ขอบคุณจากใจจริงที่จอมมารยอมรับฟัง ไม่ว่าจะรับฟังเพราะสงสารหรือใคร่เสน่หาก็ตามที หลายคราแล้วที่จอมมารยอมโอนอ่อนถนอมความรู้สึกเขา ถูกเอาใจใส่ดูแลประหนึ่งคนสำคัญเขาพลอยหวั่นใจตนเอง ไม่ได้คิดดูถูกหัวใจของมารเลยแม้แต่น้อย

            “ภัพ” จอมมารก้าวเดินเข้ามาใกล้ ร่มเงาต้นดอกเสี้ยวป่าพาดกาย ภายใต้เงาช่างเหมาะแก่จอมมารมากกว่าแสงสว่าง น้ำเสียงทรงพลังหากแต่ทุ้มนิ่งเอ่ยต่อ “ผู้ที่เจ้าปกป้องกลายเป็นมารไปแล้ว ย่อมเป็นความชอบธรรมของข้าหากจะนำตัวมันกลับแดนวิปโยค”

            “ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ จะไม่ให้ข้าช่วยเขาเลยก็ใช่ที่” ไอศูรย์ตอบ

            เมธารีบวิ่งเข้ามาดูอาการอาจารย์อริยะผู้ร่วมสำนัก ช่วยถ่ายพลังขับโลหิตคั่งกับรักษาบาดแผล อาจารย์อริยะฟื้นคืนสติกลับตะลึงพรึงเพริด รีบพุ่งหนีห่างไปโดยไม่ดูเลยว่าตนอยู่กับฝ่ายใด ท่าทางสั่นโกรธหวั่นเกรงเสียทุกฝ่ายทั้งอย่างนั้น สภาพร่อแร่ยังพยายามแข็งขืน

            “อริยะ ไยเจ้ากลายเป็นมาร!” เมธาถามเสียงเครียด

            เมธาไม่รู้สึกถึงพลังเทพของอริยะมาเกือบเดือนแล้ว เป็นไปได้ที่เทพเจ้าจะผนึกตนเองใช้ชีวิตเยี่ยงมนุษย์จึงไม่เคยเอะใจ บัดนี้ความกระจ่างทำเอาความคิดขุ่นมัว อาจารย์ท่านอื่นสนิทกับอริยะควรมองออก นี่ข่าวกลับเงียบเชียบ ราวคนในสำนักก็ช่วยกันปิดบัง

            “ข้าแค่...หลงรักสตรีมารนางหนึ่ง...” อริยะกัดฟันตอบเสียงสั่นทรมาน น้ำตารินหลั่งทรุดกายนั่งบนดิน “เทพเจ้าไม่อาจใกล้ชิดมารใครกันกำหนด หากร่วมเรียงเคียงหมอน มารจะอ่อนแอลงจนตายจาก ใครกันบัญญัติ เพื่อรัก...ข้ายอมสละความเป็นเทพ ยอมทำตามคำเชื้อเชิญของนาง แปรเปลี่ยนเป็นมารก็เพื่อให้ได้คู่เคียงฉันสามีภรรยา...”

            ความเศร้าสะท้อนออกมา เหล่าดอกเสี้ยวขาวโปรยกลีบราวสายน้ำตา

            ไอศูรย์เจ็บแปลบ รักหนอ...เสกสรรให้แม้แต่เทพเจ้าก็โง่เขลาได้ ยอมเป็นมารแล้วได้คู่เคียง ควรมีสุขมิใช่หรือ เขากลับเห็นบุรุษมารตรงหน้าเจ็บปวดอาดูรไม่จบสิ้น

            “ข้า...โง่เอง” อริยะแทบจะหมดเสียงพูด ราวกับความเสียใจก้องดังยิ่งกว่า “ไม่เคยรู้เลยว่าถูกนางหลอก มารก็แค่ทดสอบว่าวิธีการนั้นเปลี่ยนเทพเจ้ากลายเป็นมารได้หรือไม่ นางแค่ต้องการคำตอบ ไม่ใช่ความรัก เมื่อข้ารู้ตัวก็สูญสิ้นที่ให้กลับไปเสียแล้ว เสียความรัก เสียทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่อาจโทษใครนอกจากความโง่เขลาของตนเอง ข้ามันโง่เองที่หลงรักนาง น่าจะรู้ว่ามารนั้นเลวร้ายและชอบเล่นสนุกกับการล่อลวงผู้อื่นมากเพียงใด”

            เล่นสนุกกับการล่อลวง...

            ไอศูรย์เหลือบตามองจอมมารปราภพก่อนหลุบตาลง ยิ่งฟังยิ่งเจ็บ

            เทพกลายเป็นมารได้ แต่มารกลับเป็นเทพไม่ได้ ต้องละสังขาร กำเนิดเป็นมนุษย์ชดใช้เคราะห์กรรมบำเพ็ญเพียรใหม่ ถึงจะขึ้นสู่การเป็นเทพอีกครั้งตามแต่กรรม

            อริยะเล่าความต่อด้วยใจเจ็บปวดรวดร้าว ยามซวนเซไร้ที่พึ่งเขาได้กลับสำนักทิพย์วิทยา เล่าความจริงแก่หัวหน้าสำนักพร้อมรับโทษทัณฑ์ สิ่งที่ได้กลับเป็นการให้อภัย เป็นน้ำใจดีงาม หัวหน้าสำนักยอมรับเขาที่เป็นมารโดยไม่ต่อว่า บอกให้ใช้วิชาความรู้สอนศิษย์ต่อตามปกติ มีความเป็นอาจารย์ของอาจารย์ทั้งหลายยิ่งนักจนอริยะตื้นตัน แม้ไม่อาจมีความรักที่ดีได้ เขาก็สาบานตนขอเป็นอาจารย์ที่ดีให้ได้นับแต่นั้น

            เพียงแค่กายเป็นมาร หัวใจหาได้แปดเปื้อนมืดดำ...

            อาจารย์ผู้นี้และหัวหน้าสำนักล้วนน่ายกย่อง

            “แล้วเหตุใดท่านตามล่าเขา” ไอศูรย์เอ่ยถามจอมมารทันที

            จอมมารปราภพแทบไม่แสดงความรู้สึกต่อผู้อื่น ค่อนข้างนิ่งจนน่ากลัว

            “เป็นมารอยากมาอยู่แดนมนุษย์ข้าไม่ว่า แต่ขโมยของมาด้วยควรรึ” เสียงของปราภพเยือกเย็นพอๆ กับเลือดเย็น

            “ขโมย?” อริยะทบทวนเหตุการณ์ “เมื่อวานข้าไปแดนวิปโยคเก็บของสำคัญ ก็มีแต่ของของข้าที่นำกลับมายัง...!

            ยังพูดไม่ทันจบ ปราภพก็พุ่งตัวฉับไวเห็นเป็นสายละอองสีดำพาดผ่าน มือกำยำกระชากคอเสื้ออริยะ ไอศูรย์รีบไล่ตามจับแขนจอมมารเอาไว้

            “อย่าฆ่าเขา!” ไอศูรย์ห้าม

            “นำกระปุกกระเบื้องเคลือบนั่นมาคืนข้า!” ถ้อยความที่จอมมารเค้นเสียงสั่งอริยะเหมือนฟ้าผ่าผาด นิ่งชากันสิ้น

            ไอศูรย์ตะลึงค้าง

            เดี๋ยว... กระปุก...

            มีกระปุกอันหนึ่งผุดเข้ามาในความคิด ไอศูรย์พยายามเถียงว่ามันไม่น่าใช่ ความวิปริตผิดปกติของอะไรบางอย่างกลับยิ่งทำให้ผิวหน้าดำด่างของเขาเห่อร้อน บ้าเถิด หากจอมมารมาเพื่อกระปุกบ้าบออันเดียว บ้าไปเลยเถิดสวรรค์

            อริยะสำลักโลหิตไอค่อกแค่ก หน้าซีด เริ่มตั้งสติใหม่อีกหน

            “กระปุกที่ส่งให้ช่างมารทำเลียนแบบอันนั้นมาจากท่านเองหรือ?” คิ้วของอริยะแทบจะมุ่นชิดกัน “มันเป็นงานที่ข้าปั้นขึ้นรูปเองกับมือ สตรีมารนางนั้นเป็นผู้วาดลาย เมื่อข้าผิดหวังก็หักใจขายมันทิ้งไม่คิดว่าจะมีใครซื้อ ครั้นเห็นมันอีกครั้งก็แสลงใจนัก ใครกันจะอยากให้ความรักจอมปลอมถูกเลียนแบบ ข้าเลยนำมันกลับมาเพื่อทำลายให้สิ้นซาก”

            กระแสลมแน่นิ่งในบัดดล ทว่าความกดดันเพิ่มขึ้นมหาศาล ความมืดแทบจะกลืนกินป่าเมื่อจอมมารบันดาลโทสะ

            “เจ้าว่าข้าเลียนแบบความรักจอมปลอมของเจ้าหรือ เจ้าว่าทำลายมันให้สิ้นซากหรือ มารโอหังเอ๋ย...กล้าดียังไง!

            “มันก็แค่กระปุกโง่ๆ!” อริยะตอกกลับ

            นัยน์ตาสีดำสนิทของปราภพน่ากลัวยิ่งขึ้น โทสะร้อนกลับเปลี่ยนผันเป็นเย็นเฉียบประดุจไฟเย็น ความนิ่งสงบแผ่อำนาจคุกคามล้นกาย โชยเป็นละอองดำ เขาโค้งบนศีรษะเริ่มปรากฏเลือนราง

            “หากความรักทำให้เจ้ากลายเป็นมารโง่ๆ ได้...” น้ำเสียงตอบนั้นค่อนข้างมีสติไม่ประทุด้วยอารมณ์อีก นัยน์ตาน่าพรั่นพรึงละจากอริยะมาสบตากับไอศูรย์ ความมืดมนคล้ายมีแววอ่อนโยนเจืออยู่อย่างน่าประหลาด “ไยข้าจะพยายามเก็บรักษา...กระปุกโง่ๆ อันหนึ่งเอาไว้ไม่ได้”

            ไอศูรย์มั่นใจทันทีว่าจอมมารหมายถึงกระปุกใด

            ไม่อยากให้ใช่ ก็ดันใช่!

            กระปุกโง่ๆ อันเดียวเกือบก่อสงครามเทพมารมันใช่เหตุอันควรที่ไหน

            “ของนอกกายเอาไว้ข้าซื้ออันอื่นให้ท่านก็ได้” ไอศูรย์ปรามให้จอมมารคลายมือเสียก่อน แล้วมานึกได้ว่าตนไม่ควรให้ของแก่อีกฝ่ายอีก มันยิ่งเป็นการผูกมัดไม่จบสิ้นโดยแท้ สีหน้าแย่ของเขาในเวลานี้คงทวีความอัปลักษณ์น่าตลก

            กระนั้นจอมมารก็ยังคิดเบี่ยงจากอริยะมาก้มลงจูบเขาด้วยความพอใจ...

            แค่นี้ก็เอา?

            ใช่หรือจอมมาร!

            เขารีบย่อตัวหลบออกมายืนห่าง หัวเราะแก้เก้อต่อ ได้ยินเสียงเมธาเทียวกระแอมไอหนักติเตียนเป็นนัย อริยะเองก็ตะลึงงัน เพราะมองรู้ว่าบุรุษแต่งกายเป็นชนเผ่านักรบคือจอมมารปราภพ คงไม่คิดว่าแม้แต่จอมมารก็มีใจใฝ่ปองเทพเจ้า เหลือที่อริยะยังไม่รู้คือไอศูรย์เป็นถึงจ้าวสวรรค์ด้วย

            ส่วนเรื่องกระปุกที่ไอศูรย์ซื้อ มอบให้จอมมาร ถือเป็นของจอมมาร การที่อริยะนำมันกลับมาย่อมไม่ถูกต้อง อริยะยอมรับความผิดโดยดี สารภาพว่ายังไม่ทำลายเพราะยังอาวรณ์ในความรัก จะรีบส่งคืนจอมมารแน่นอน

            คิดดูเถิดวุ่นวายกันกับกระปุกพิลึกอันเดียว

            สำนักทิพย์วิทยาร้อยกว่าชีวิตบนเขาเนื้อทองพากันมารวมตัวที่ป่าดอกเสี้ยว มีเสียงถามไถ่ว่าเกิดเหตุใดกันไปมา อาจารย์แพทย์ช่วยสมานแผลให้อริยะก่อน ไม่มีใครกล้าถามถึงบุรุษสวมชุดชนเผ่านักรบ ส่วนหนึ่งก็มัวตื่นตกใจเมื่อรู้ความจริงว่าอริยะกลายเป็นมาร

            หัวหน้าสำนักมีคำสั่งให้ยุติภารกิจทั้งหมดในขุนเขาเนื้อทอง สั่งทุกคนตรงกลับสำนักทิพย์วิทยาเร่งด่วน เมธาถอนหายใจแรงหรี่ตามองไอศูรย์ก่อนจะถอนเสาขับไล่กลับไปสวรรค์ ทุกคนต่างทยอยเดินทางลงจากเขา เสียงบ่นดังเนือยแทรกเสียงฝีเท้ารีบร้อนเป็นระยะ

            ไอศูรย์ยังยืนอยู่ในป่าดอกเสี้ยว เพ่งสายตามองจอมมารปราภพ

            “ท่านต้องรอให้ข้าเอ่ยไล่เรื่อยเลยใช่ไหม” เขาพูดเบาให้แค่จอมมารได้ยิน

            “ลืมแล้วหรือ...ข้ามารอรับเจ้า” สีหน้าที่มองว่านัดหมายระหว่างพวกเขาสำคัญนักทำเอาไอศูรย์ลำบากใจทีเดียว

            ไยต้องให้ความสำคัญแก่เขานัก

            ไอศูรย์ยังไม่ตอบสิ่งใด ยังไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรด้วยซ้ำ รอจนคนของสำนักทิพย์วิทยาออกไปจากป่าหมดเสียก่อน ดวงตาหลุบต่ำอ่อนใจ กลีบเสี้ยวดอกขาวโปรยสายแล้วสายเล่า ระหว่างพวกเขาไม่ใช่ความว่างเปล่า ไม่ใช่เลย... มันเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย

            “ลืมเรื่องกระปุกเสียเถิดจอมมาร” ไอศูรย์หว่านล้อมยามไร้ผู้อื่นรบกวนแล้ว ป่าดอกเสี้ยวเหลือเพียงพวกเขาสบสายตากัน

            “กิเลสมารหนา แปลกหรือที่ข้าจะยึดติด”

            “ไม่ใช่เช่นนั้น ท่านมอบของที่ทำด้วยฝีมือมาถึงสองชิ้น ข้าสิเลือกของที่ผู้อื่นทำ มิหนำซ้ำยังเป็นตัวแทนความรู้สึกที่ไม่ดีของเขาผู้นั้นอีก ไม่สมควรมอบให้ท่านเลยสักนิด เมื่อข้าพูดแล้วว่าจะมอบให้ใหม่ ท่านจะไม่ยอมให้ข้าได้แก้ไขความผิดพลาดเลยหรือ”

            จอมมารก้าวเข้ามายืนชิดใกล้ นิ้วมือหนาไล้ริมฝีปากของไอศูรย์อย่างพึงพอใจ

            “ภัพ... ยามที่เจ้าพูดจากใจ...ไม่ว่ารูปกายภายนอกของเจ้าจะเป็นอย่างไร คำจากใจของเจ้าก็สะกดใจข้าเสมอ”

            จอมมารเองก็ช่างหว่านล้อมเอาใจเขาเสมอเช่นกัน

            ใบหน้าคมสันดุดันของปราภพเผยยิ้มเล็กน้อย ครั้นปลายนิ้วเกลี่ยไล้ถึงแก้มก็โน้มตัวลงมาจูบไอศูรย์ ริมฝีปากมีกลิ่นดอกเสี้ยวขาวติดอยู่อ่อนบาง มันเป็นจูบผ่อนคลายอารมณ์จนไอศูรย์ไม่ต่อต้าน แทบอยากปล่อยใจกายอ้อยอิ่งอยู่ในภวังค์สุขสงบ กลิ่นหอมของดอกเสี้ยวขาวโชยผ่านมา ดลให้หัวใจหวั่นไหวยิ่งดำดิ่งลุ่มหลง

            แต่เมื่อไอศูรย์คิดถึงสิ่งที่ตนเป็น คิดถึงการเป็นจ้าวสวรรค์ หน้าที่มันสำคัญกว่าหัวใจมากนัก สำคัญจนใจเจ็บ เขาก็ต้องถอนริมฝีปากตนเองออกห่าง

            ห้ามใบหน้าแดงก่ำไม่ได้ ห้ามความรู้สึกไม่ได้...

            ที่ยังห้ามได้และต้องห้ามเอาไว้คือการกระทำ

            ปราภพไม่ได้ไล่ตามกดดันอะไร กลับเอื้อมมือมาลูบศีรษะปลอบราวมองออกว่าเขาทุกข์ใจ นี่ยิ่งทำให้เขาเจ็บปวดหนักกว่าเก่าอีก

            “มารับข้ามิใช่หรือ ไปกันได้แล้ว” ไอศูรย์เอ่ยตัดบท

            นัยน์ตามารยังเป็นวังวนอันน่ากลัว แต่มืออุ่นคอยลูบศีรษะเขาต่อเนิบช้า

            “ไม่เป็นไร...อยู่ตรงนี้จนกว่าเจ้าจะสบายใจก่อนก็ได้”

            “เห็นข้าเป็นเด็กน้อยหรือ?”

            “เห็นเป็นภรรยา ข้าถึงต้องดูแลเอาใจใส่เจ้า ไม่รู้ฐานะตัวเองบ้างรึ”

            ฐานะบ้าอะไรวิปริตผิดเพี้ยน!

            ไอศูรย์หน้าแดงก่ำอีกหน ใบหน้าร้อนมิหนำซ้ำยังปั่นป่วนสับสน ผิดกับจอมมารที่ทำหน้าสงบไม่รู้ร้อนรู้หนาว

            “กลับไปดูแลภรรยาเอกของท่านเถิด อย่านับรวมข้า”

            “ข้าเล่าเรื่องของเจ้าให้นางฟังแล้ว นางอยากพบเจ้า”

            กล้าเล่าให้นางฟังอีก! ไม่ห่วงเลยว่าเทพเจ้าจะเป็นบ้าอยู่รอมร่อ

            ว่าแต่ภรรยา?

            จ้าวสวรรค์นี่รึเป็นภรรยาของจอมมาร มิหนำซ้ำยังเป็นภรรยาน้อยอีก สวรรค์ถล่มเลยเถิด! ยังไงเสียเขาก็ไม่มีทางยอมรับฐานะสิ้นคิดแน่

            สัมพันธ์เทพมารเป็นเรื่องต้องห้าม ถึงไม่รู้ว่าเหตุใดจอมมารไม่อ่อนแอลง หรือมีเคล็ดวิชาช่วงชิงพลัง? ไอศูรย์ก็หาได้อ่อนแรงยามถูกสัมผัส แสดงว่าจอมมารไม่ได้ใช้เคล็ดวิชานอกรีตนั่นเลย แต่อย่างไรเสียเทพมารก็ไม่ควรคู่เคียงกัน อริยะเป็นตัวอย่างความพลั้งเผลอให้เห็นแล้ว เสียความเป็นเทพไปเมื่อใดย่อมไม่อาจเรียกกลับคืน

            “ว่าแต่ไยฟานกลายเป็นมาร ด้วยวิธีการที่พวกท่านคิดหรือ” ไอศูรย์ถาม

            ปราภพส่ายหน้า

            “ตอนข้าพบฟาน เด็กนั่นก็กลายเป็นมารแล้ว” เสียงเล่าทุ้มชัดไร้ท่าทีเสแสร้งบิดเบือน สายตาที่จ้องมองไอศูรย์ราวกับบานประตูแห่งความจริง “เขากำลังเกรี้ยวกราดเข่นฆ่ามนุษย์ ตัวชโลมโลหิตแดงคล้ำ ทว่าใบหน้าอาบน้ำตาดูน่าเวทนา ตอนนั้นเขาแค่สิบขวบเองกระมัง”

            “สิบขวบ? เทพเจ้าเด็กฆ่ามนุษย์จนกลายเป็นมารรึ!

            “เทพเจ้าของหมู่ฟานย่อมกำเนิดในป่าฟาน ถูกพวกฟานเลี้ยงดูจนเติบโต กระทั่งมีมนุษย์รุกล้ำเข้าไปในป่าล่าเนื้อฟานอันเป็นครอบครัวเหล่านั้นมาขาย มีเหตุผลมากพอให้จิตใจของเทพเจ้ามืดมนแล้วหรือยัง” จอมมารเล่าความพลางจับมือพาไอศูรย์หลบแดดเข้าใต้ร่มไม้ แม้ได้ที่ยืนพอดีแล้วก็ยังไม่ปล่อยมือ

            “ที่แท้เกิดเรื่องกระทบกระเทือนใจตั้งแต่เด็ก...” ไอศูรย์นึกสลด

            “วางใจเถิด ถึงเป็นมารข้าก็ไม่ปล่อยให้เด็กนั่นเติบโตอยู่ในความมืด ใช้เวลานานทีเดียวกว่าเขาจะยอมเปิดใจและเป็นบัณฑิตร่าเริงอย่างที่เจ้าเห็น หัวรั้นจะเป็นแพทย์อีกต่างหาก คงฝังใจยามเห็นพวกฟานล้มเจ็บ”

            ถ้อยความที่จอมมารเล่าไม่เพียงสะท้อนเรื่องของฟาน กลับยังสะท้อนถึงจิตใจของผู้เล่าเอง มีความเมตตาอย่างที่ผู้เป็นใหญ่พึงมี

            ฟานโชคร้ายนัก สิ่งที่นำพาหายนะมาให้เทพเจ้าไม่ใช่มาร แต่เป็นมนุษย์ที่เทพเจ้าคอยอวยพร ความรู้สึกคงคล้ายถูกทรยศหักหลัง โทสะเดือดพล่านผลาญใจให้อาฆาตแค้น เพื่อให้ได้ฆ่ามนุษย์ถึงกับยอมเป็นมารร้าย

            ความโกรธทำให้เทพเจ้ากลายเป็นมารอย่างฟาน

            ความรักก็ทำให้เทพเจ้ากลายเป็นมารอย่างอริยะ

            การมีความรู้สึกล้วนทำลายเทพเจ้า...

            ไอศูรย์เลื่อนสายตาลงมองมือที่ถูกจอมมารจับเอาไว้

            ไม่อยากรู้สึกอะไรเลยแท้ๆ กลับยังรู้สึกได้อย่างชัดเจนมากขึ้น...



ต.ใต้ต้นตาล : ในบทนี้มีดอกไม้เมืองเหนือมาอีกแล้ววว นั่นก็คือเสีี้ยวดอกขาวนั่นเอง จะบานเต็มต้นช่วง มีนา-กุมภา พบได้ในป่าผลัดใบ เป็นดอกไม้ที่ทำให้ตาลต้องกลับไปดูทุ่งแสงตะวันเพื่อหาข้อมูล เหมือนได้ย้อนวัย---- สิ่งที่ตาลมักทำในการเขียนนิยายก็คือการสร้างเงื่อนหลายๆ ทางเพื่อให้คนอ่านเดาได้หลายแบบ ก็มีสักทางที่ต้องเดาถูก อิอิ

เอ้อ! ถ้าไปเที่ยวชมดอกไม้ตามเส้นทางท่องเที่ยว อย่าเด็ดนะคะ! เพื่อให้มันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามต่อไป เอาไว้ให้คนอื่นได้ชมได้ถ่ายรูปบ้าง


บทต่อไปก็คือ บท ๕ ดอกบ๊วยที่ไม่มีวันโรย จะดราม่า หรือจะหวานซึ้ง หรือจะตลดโปกฮากันนะ? โปรดติดตามค่ะ!!~


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 297 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

526 ความคิดเห็น

  1. #517 Windy velvet (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2563 / 02:32

    หวานอมขมกลืนจริงๆเลย ไม่สุดซักทาง😭

    #517
    0
  2. #499 Ruruka Buta (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 23:38
    นี่เป็นยายดราม่าช่ายม๊ายยย ทำไมรู้สึกว่าความรักไปไม่รอด หรือต้องให้จ้าวสวรรค์กลายเป็นมารหรอ อันนี้ก็ทำใจไม่ได้เข้าไปอีก เง้อ
    #499
    0
  3. #474 Littleflake (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2561 / 18:49
    คิดแล้วก็เออเนอะ จ้าวสวรรค์เป็นเมียน้อยนี่หว่า 5555555
    #474
    1
    • #474-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 4)
      12 สิงหาคม 2561 / 21:47
      ช่าย ลูกเลยเป็นลูกอนุ ติดตามอ่านต่อได้ใน อนุฝึกหัด ค่ะ #ขายตรงมากกก
      #474-1
  4. #441 BE BRAVE (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 15:27
    มันสวยมากเลยนะตอนที่ดอกเต็มต้น เคยพยายามหาชื่อหลายครั้งรู้แต่ชื่อภาษาอังกฤษ หลายเรื่องของคุณต.ชี้ทางให้เราเดาหลายทางแต่ไม่เคยเดาถูกซักครั้ง
    #441
    0
  5. #401 thifu:') (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 11:53
    หวั่นใจในทุกก้าว แค่ตอนนี้ก็เริ่มแง้มๆหม้อต้มล่ะ
    #401
    0
  6. #372 moony+lilac (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 / 13:10
    น่าติดตามทุกฝีเก้าเลยค่ะ กลัวดราม่ามากๆ ใจบาง ได้แต่ภาวนาว่าอย่าดราม่ามาก ดีนะมาอ่านตอนจบแล้ว 5555
    #372
    0
  7. #356 cookieredritz (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 00:14
    สนุกมากเลยค่ะะะะะ
    #356
    1
    • #356-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 4)
      2 ตุลาคม 2560 / 18:52
      ขอบคุณมากๆ เลยนะคะ
      #356-1
  8. #350 YisTheBEST (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2560 / 00:31
    เราติดตามนิยายของไรต์ ซื้อทุกเรื่องที่ออกรูปเล่มเลย เรื่องนี้ก็รอให้จบก่อนสักระยะแล้วค่อยมาอ่าน(เผื่อมีตอนสเปเราจะได้อ่านรวดเดียว 5555)
    เรื่องนี้แบบว่ารู้สึกเหมือนอ่านแนวพีเรียดลูกกวาดอยู่ มีความละมุนกุ้กกิ้กๆ
    แอบกลัวดราม่าเบาๆ แต่เราก็จะสู้! หึๆ
    ขอให้เรื่องนี้ออกเล่มเถอะ จะซื้อเก็บบบบ <3
    #350
    1
    • #350-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 4)
      28 สิงหาคม 2560 / 21:30
      ขอบคุณมากนะคะ ดีใจ เรื่องนี้ได้พิมพ์กับสนพ.พบรักค่าาา รอซื้อได้เลยนะจ๊ะ
      ปล. โทษทีค่ะของเก่าตอบผิดเรื่อง นึกว่าเป็นเรื่องอิออน ;w;

      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 29 สิงหาคม 2560 / 11:59
      #350-1
  9. #323 patty-brw (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 13:11
    รู้สึกแปลกๆกับจอมมารจังเลย ต้องมีอะไรแน่ๆ
    #323
    1
    • #323-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 4)
      27 กรกฎาคม 2560 / 19:35
      จุ๊ๆ ๆ ๆ ต้องรอดูไปอีกนิด อีกนิด ถึงตอนจบเลยนะคะ //โปรโมทๆ
      #323-1
  10. #225 lynxhex (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 11:01
    ไม่ได้เข้าเด็กดีมานานมากๆๆๆๆๆ พอเข้ามาอีกป่าดอกเสี้ยวเปิดให้อ่านแล้ว แถมยังมีถึงตอนที่8อีก ใจน้องยินดีนัก! นี่รีบกดมาอ่านด้วยความไวแสง คิดถึงพี่ตาลคิดถึงจ้าวสวรรค์คนดีและจอมมารคนเจ้าเล่ห์ ฮอล หัวใจเยอะๆให้พี่ตาลไปเล้ยยย
    #225
    1
    • #225-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 4)
      22 พฤษภาคม 2560 / 14:50
      ขอบคุณจ้า รอให้อัพเยอะๆ ก่อนค่อยเข้ามาอ่านก็ได้นะ พี่เขียนไม่ทัน อะฮือ
      #225-1
  11. #218 ทิกเกอร์แอล (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2560 / 01:29
    ถึงภรรยาเอกของปราภพจะรับได้ แต่ไอศูรย์รับไม่ได้ก็จบ ปราภพพูดง่ายจัง
    แต่หวานมากเลยค่ะ หวานจน โอยยยยยยย พรุ่งนี้เราไม่ต้องเติมน้ำตาลแล้ว ฮ่าาาาา ดูแลในฐานะภรรยา ก็จริง ที่เทียวไปเทียวมานี่ก็คงเพราะคิดว่าไอศูรย์เป็นภรรยาไปแล้ว แต่ถามแม่ของลูกก่อนมั้ยคะ 

    เอาจริงๆ เหตุผลเรื่องกระปุกมันอาจจะฟังดูงี่เง่า แต่เหมือนปราภพจะบูชาความรักมั้ยคะ หรือว่าแค่เห่อไอศูรย์ก็ไม่รู้
    แต่ของสำคัญของเรา ไม่ว่ามันจะดูไร้ค่าในสายตาคนอื่นขนาดไหน มันก็สำคัญเนอะ

    #218
    1
    • #218-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 4)
      22 พฤษภาคม 2560 / 15:07
      ที่ปราภพเป็นเช่นนี้ก็เพราะเขาไม่ใ---------- //สัญญาณขาดหาย
      #218-1
  12. #210 ศศิธร (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2560 / 08:36
    บทนี้เดิมคือบทนรกมาเยือน เปิดตัวชาล เด็กมีปัญหา(มาก)

    ส่วนที่เพิ่มนี่ช่วยให้มีความสัมพันธ์ระหว่างไอศ์กับปราให้เด่นชัด ให้รู้สึกว่าความรักของทั้งคู่มีเหตุปัจจัยหลายด้านเสริม แหมชอบค่ะ
    #210
    1
    • #210-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 4)
      16 พฤษภาคม 2560 / 10:12
      ขอบคุณที่เม้นต์ให้นะคะ > <.
      #210-1
  13. #182 นักอ่าน...lnwcool (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 13:44
    อยากรู้ว่าถ้ามารรู้ว่าภรรยาคือจ้าวสรรว์นี้ยังไม่ตัดใจอีกไหม
    #182
    1
    • #182-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 4)
      6 พฤษภาคม 2560 / 15:25
      อันนี้ต้องติดตามอ่านไปเรื่อยๆ จ้า อิอิ
      #182-1
  14. #175 nanmalaew (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 เมษายน 2560 / 13:28
    โหยยยย มีติดดอกไม้ให้กัน หื้มมมม
    #175
    0
  15. #166 selena (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 มีนาคม 2560 / 09:17
    มาอ่านบทที่เนพิ่มใหม่ค่ะ ชอบจังเลย อารมณ์แบบนี้ คือตามนักเขียนไปพร้อมกับนิยาย
    #166
    0
  16. #162 YuNNuTJae LoVe (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 มีนาคม 2560 / 14:59
    เกลียดจ้าวนรกเลย เพื่อนกันทำงี้เหรอ? โหยยยยยยย ใจชื้นที่จอมมารมาช่วย....ว่าแต่เฮียเค้ายังไม่รู้ว่าเมียตัวเองป็นเทพเจ้าจริงดิ 5555555
    #162
    1
    • #162-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 4)
      24 มีนาคม 2560 / 11:54
      ขอบคุณที่ติดตามค่ะ
      #162-1
  17. #153 Prawpak (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 01:38
    นึกว่าจอมมารจะเป็นอะไรไปด้วยอีกคน โล่งใจมากกก
    #153
    1
    • #153-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 4)
      19 มีนาคม 2560 / 18:57
      เฮียอยู่มานานหนังเหนียว แฮร่
      #153-1
  18. #136 slilahs (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 20:47
    ชอบบบบบ บอกได้คำเดียว
    #136
    1
    • #136-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 4)
      15 มีนาคม 2560 / 23:45
      ขอบคุณที่ติดตามค่ะ ^ ^
      #136-1
  19. #97 ทิกเกอร์แอล (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มีนาคม 2560 / 23:24
    ตอนแรกเราอ่านเป็นชาละวันค่ะ 5555555555 
    นั่นคือชื่อเหรออออออ คือสกิลภาษาไทยในการสะกดชื่อคนอื่นเรากากมากเลยค่ะ เลยชอบชื่อน้องฟานกับเมธาอยู่สองคน อ้อ ปราภพด้วย แต่ไอศูรย์นี่ก็เลื่อนขึ้นไปดูตั้งหลายรอบ 555555555
    จ้าวนรกมาแนวพระเอกเกาหลีมากกกกกกก คือซึนๆ งี้ แล้วจอมมารนี่อัลไลลล พระเอกไทย เราเชียร์ไม่ถูกเลยยยย
    เพราะเวลาจ้าวนรกมาปรากฏตัว มีเขม่ามาด้วยตัลหลอดดดดดดดด มันดูอลังการดีค่ะ ไม่มีเหตุผลอื่น คือดูไฮโซ ดูคูลๆๆ แหมะ  แล้วจอมมารมีอะไรนอกจากความเสี่ยว หยอดอยู่นั่นแหละ ให้ไอศูรย์สำลักความหวานกันไปเลยข้างนึง กี๊ดดดดดดดดดดดดด 
    ไอศูรย์ก็ดูเหมือนไม่เคยโดนจีบไปได้ อ้อ น่าจะไม่เคยโดนผู้ชายจีบ XDXD สำลักความเขินนนนนนนนนนน
    แต่จ้าวนรกดูตัวป่วนอยู่นะคะ เราอาจจะเอ็นดูในอนาคต ตอนนี้คือการเปิดตัวอลังการ แต่พี่ยังไม่ปลื้มพอจะเอ็นดูวววววว 55555555555 

    #97
    1
    • #97-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 4)
      8 มีนาคม 2560 / 13:46
      ชาลเรากลายเป็นจระเข้ไปเสียแล้ว ๕๕๕๕
      อย่าว่าแต่คนอ่านเลย คนเขียนต้องมองชื่อไอศูรย์เพราะพิมพ์ผิดตั้งสามสี่รอบค่าาา
      #97-1
  20. #84 ลิงน้อยสุดเอ๋อ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 มีนาคม 2560 / 22:06
    อ่า ได้ใจมากท่านจอมมาร

    พวกได้ตรง และจริงใจมาก หย่ากับชายาเอกเหอะ

    แล้วรับไอศูรย์ไปเป็นชายาเอกซะ
    #84
    1
    • #84-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 4)
      7 มีนาคม 2560 / 16:28
      เรายังไม่เจอชายาเอกของจอมมารเลยค่ะ แต่เดี๋ยวนางก็มา ๕๕๕
      #84-1
  21. #83 doremefaseol (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 มีนาคม 2560 / 22:01
    เขินแรงค่ะ ตอมมารจะละมุนไปไหน ฮือออ เจ้านรกนี่รู้สึกกับเทพเจ้าอย่างไรหนอ เพื่อนเร้ออออ? รอค่าาา
    #83
    1
    • #83-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 4)
      7 มีนาคม 2560 / 16:27
      ขอบคุณที่ติดตามนะคะ เขาเป็นเพื่อนกันจริงจิ๊งงง (สูงปี๊ด) ค่ะ
      #83-1
  22. #82 bbpatjirakorn (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 มีนาคม 2560 / 18:03
    ดิ้นสิรออะไร เขินแทนเทพแล้ว ????????
    #82
    1
    • #82-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 4)
      7 มีนาคม 2560 / 16:24
      จะเต้น (ดิ้น) ใช่ไหมคะ โอเคเพลงมา! อ่ายอาย อิยะอิยะอิยา---- เพลงแอบเก่าไปนิด
      ขอบคุณที่ติดตามมากๆ เลยนะคะ
      #82-1
  23. #80 Blueheart (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 มีนาคม 2560 / 13:05
    เจ้านรกมันก็แค่เด็กมีปัญหาคนนึงนั่นแหละ สู้ทั่นจอมมารของเรา(?)ก็ไม่ได้ มีความเป็นสัมมีย์~
    #80
    0
  24. #78 Atk. S. (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 มีนาคม 2560 / 09:12
    ขอขึ้นรถด้วยไร555
    #78
    1
    • #78-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 4)
      6 มีนาคม 2560 / 11:17
      มาค่ะมา ป้ายต่อไปบท ๕ ค่ะ เชิญค่ะ รับเสมอ อิอิ
      #78-1
  25. #77 artemis (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 มีนาคม 2560 / 08:59
    ท่านอาจารย์ปู่ทวดทางภาษาไทย ท่านว่า ชื่อ จริงแล้วไม่ต้องแปล หรือไม่มีคำแปลยังได้ เพราะเป็นการเรียกเฉพาะ บุคคลนั้น อย่างที่เราตั้งว่าหมา ว่าแมว บางครั้งเราก็ว่าแปลได้แล้วความหมายดีก็อยากแปลนะคะ แต่ความหมายแบบของ ปรา หรือชาล เนี่ยเรียกไปตามนั้นดีกว่า อย่าแปลเล้ย

    อ้อทัวร์ คุณตาลเนี่ย ขอหิ้วน้องฟานไปกอดด้วยสองตนนะคะ
    #77
    1
    • #77-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 4)
      6 มีนาคม 2560 / 11:16
      ขอบคุณท่านอาจารย์ปู่ทวดทางภาษาไทยของท่านยิ่งนัก ข้าเข้าใจแล้ว
      น้องฟาน ได้ค่ะ ขอให้ไปด้วยกัน~
      #77-1