[Yaoi] เทพเจ้ากับสุราจอมมาร -- จบ

ตอนที่ 3 : ๓ ยาจกกำมะลอไร้เสน่ห์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,124
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 327 ครั้ง
    16 ก.ค. 60

 

๓ ยาจกกำมะลอไร้เสน่ห์

            กลับมาที่นี่อีกครั้ง ปราสาททมิฬ...

            แอบหวั่นวิตกกับการต้องพบใครบางตน

            รูปกายของไอศูรย์ต่างไปจากครั้งเดิมมากนัก เคยมาดั่งโฉมสะคราญงามยิ่ง บัดนี้ไม่ต่างจากซากผีแห้งดำเดินได้ เสื้อผ้าซอมซ่อ แต่ไม่ว่าครั้งนี้หรือครั้งนั้นก็ล้วนจอมปลอมหลอกลวง ไม่เคยเป็นความจริงให้มารได้ยล

            กระแสเวทที่ส่งตัวไอศูรย์มามีกลิ่นอายของฟานเจือจางอยู่ มารในปราสาทเอะใจไม่ผลีผลามทำอะไรรุนแรง พวกเขาเค้นข้อมูลได้ว่าเทพเจ้าองค์นี้มาจากสำนักทิพย์วิทยา นำกระจกร่วมโลหิตมาให้จอมมารยืมก่อนกำหนด มารทั้งหลายก็ยังไม่วางใจนัก คอยตามประกบพร้อมจะเข่นฆ่าเทพเจ้าได้ทุกเมื่อ

            ไอศูรย์มีหน้าที่เพียงยิ้มและก้าวเดิน ลอบใช้โอกาสเหมาะขับยาคำสัตย์ออกทางเหงื่อ ทหารพาเขามาถึงห้องใหญ่ด้านบนสุดของปราสาททมิฬ ห้องที่กายเคยคุ้น ทาสผู้พิทักษ์หนึ่งในสี่ของจอมมารกำลังยืนแผ่รังสีทะมึนขวางประตู ร่างสูงใหญ่ดูน่าครั่นคร้าม สวมชุดคลุมสีดำมิดชิดมองไม่เห็นผิวหน้าหรือผิวกาย เห็นเพียงเส้นผมสีดำด้านหน้าทิ้งตัวลงเล็กน้อยมีลูกปัดเทาร้อยเรียง

            “มันเป็นใคร” เสียงทาสผู้พิทักษ์ถามดุดันสั่นประสาท

            หากเป็นมนุษย์ธรรมดาได้ยินคงตัวสั่น จุกแน่นไม่เป็นอันโต้ตอบ

            “มันนำกระจกร่วมโลหิตมาจากสำนักทิพย์วิทยาขอรับท่านคชารี มาเพียงลำพังไม่กลัวตาย” ทหารมารตนหนึ่งรายงาน ผลักไอศูรย์ออกมาด้านหน้าให้คชารีตรวจสอบ

            สายตาที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าคลุมดำนั้นให้ความรู้สึกดุร้ายเหมือนสัตว์ป่า

            “มาผิดเวลาสมควรเป็นสำนักทิพย์รึ ให้มันรอจนกว่าจะถึงเวลานัดวันพรุ่ง ยามพักผ่อนของท่านปราภพเราไม่รับแขก” คชารีตนนี้ไม่ใคร่ใส่ใจผู้ใด อาจมองไม่เห็นหัวผู้อื่นเสียด้วยซ้ำ ตั้งแต่มายืนตรงนี้ไอศูรย์ยังไม่เห็นว่าคชารีจะขยับเขยื้อน

            “เรื่องกระจกร่วมโลหิตไม่สำคัญหรือ” ไอศูรย์ไต่ถามอ่อนน้อม

            “สำคัญที่เวลา การไม่เคารพเวลาของผู้อื่นมิต่างจากการหมิ่น”

            “ไยไม่ลองถามจอม...”

            “ท่านจอมมารใช่ผู้ที่เจ้าควรรบกวนหรือ” เสียงดุดันน่ากลัวขัด

            “ก็...ตามที่ท่านเห็นสมควรแล้วกัน”

            งัดข้อด้วยยากนัก

            ไอศูรย์ยอมถอยก่อน พลังเทพไม่เพียงพอ อยู่ท่ามกลางกลิ่นอายมารคละคลุ้งอาจทำลายจิต ต้องสงบสติอารมณ์รักษาสภาพร่างจำแลง

            ช่วยไม่ได้ พักในปราสาททมิฬสักงีบคงไม่เลวร้าย จะได้วางใจว่ายาคำสัตย์สิ้นฤทธิ์ สิ่งที่จะเอ่ยต่อจอมมารนับแต่นี้ไม่จำเป็นต้องใช้ความจริงเข้าใส่ ขอเพียงจอมมารเลิกตามล่าตัวเขา จะอะไรก็ช่าง ไม่มีสิ่งใดบังคับให้เขาพาลูกกลับมาได้แน่นอน

            เขายืดเส้นสายเล็กน้อยก่อนนั่งพิงกำแพง หงายฝ่ามือให้สบายแล้วค่อยๆ หลับตาลงเนิบช้า พยายามตัดความคิดวุ่นวาย

            แค่หลับงีบหนึ่ง ไม่ว่าใช้เวลาสั้นหรือยาวยาก็คลาย

            จิตดำดิ่งสู่ห้วงนิทราทีละน้อยจนไม่รับรู้อื่นใด หากสติยังคิดนั่นนี่คงเป็นฝัน

            ไม่แน่ใจหลับไปนานเท่าใด รู้สึกตัวอีกทีเพราะกลิ่นสุรา...

            กลิ่น...สุราจอมมาร!

            ห้วงคะนึงในคืนชมจันทร์ดีดเปลือกตาเทพเจ้าเบิกกว้าง

            ตัวเขานอนอยู่บนเตียงที่คุ้นเคยเสียแล้ว ไม่ทันรู้สึกตัวก่อนสักนิด มาได้อย่างไรกัน พอลุกขึ้นนั่งก็ชะงักค้างคล้ายถูกเทพีสายฟ้าตบฉาดให้หน้าชาตัวชา ความอับอายในคืนก่อนหวนเล่นงานจนใบหน้าด่างดำขึ้นสีแดงก่ำ

            จอมมารนั่งถือขวดสุราอยู่ตรงหน้า กายนั้นสวมเพียงกางเกงกับเสื้อคลุมนอก เผยให้เห็นกล้ามเนื้อแน่นของบุรุษผู้แข็งแกร่งองอาจเหนือบุรุษมารทั้งหลาย บรรยากาศโดยรอบไม่ได้ขุ่นเคือง แต่ใช่ว่าอารมณ์ดี คล้ายอยู่ในอารมณ์ครุ่นคิดจนผู้อื่นไม่ควรล่วงล้ำคาดเดา

            สิ่งที่น่ากลัวคือนัยน์ตาไร้แววไร้ชีวิตที่กำลังเพ่งมองไอศูรย์

            นัยน์ตาประหลาดทว่ามีเสน่ห์ลึกลับคู่นั้น...

            เพียงแค่สบตากันจอมมารก็โน้มตัวเข้ามาจุมพิตต้อนรับแสนแผ่วเบา นิ่มนวลราวกับการหลอกล่อให้ใจหลงติดกับ ครั้นมารได้ลิ้มรสความหวานคุ้นเคยจนแน่ใจ ก็โน้มตัวไอศูรย์ให้เอนหงายลงนอนดังเดิมด้วยเรี่ยวแรงของมารผู้เป็นใหญ่

            ภายใต้ร่างกายแกร่งนั้นเทพเจ้าแทบไม่ต่างอะไรจากการถูกคุกคาม

            ไอศูรย์ใจสั่นรัว ความตื่นตะลึงยังไม่เท่าความป่วนปั่นหวั่นไหวที่ก่อเกิด มือใหญ่แตะมาที่แก้ม เริ่มลูบปลอบขวัญชักชวนหวั่นไหว ตะล่อมโลมไล้ไม่ยอมให้เขาตื่นหนีจากห้วงอารมณ์ปรารถนา สัมผัสอุ่นร้อนทางกายแสนคุ้นเคยเทียวซ้อนทับกับภาพอันมัวเมาในคืนนั้น ทยอยหลอมละลายปัจจุบันกับความทรงจำให้กลับสู่อารมณ์เดียวกัน หัวใจไม่อาจเชื่อมโยงกับสติ ความรู้สึกดีเท่านั้นที่พันธนาการร่างกายเหนียวแน่นเฉกเช่นอ้อมกอด

            ใบหน้าคมสันดุดันประชิดใกล้ลงมาเทียวแนบจูบร้อนผ่าว

            อา...จูบรสสุราที่แสนหวานร้อนเช่นคืนชมจันทร์...

            คืนชมจันทร์ที่เขา...!

            เดี๋ยว!

            ไอศูรย์ลืมตาที่เกือบคล้อยปิดขึ้นโพลงรีบหันหน้าหนีฉับไว พอตื่นตกใจก็คุมลมหายใจลำบาก เขาดันแขนข้างหนึ่งของจอมมารออกแล้วพลิกตัวลุกก้าวลงจากเตียง ทั้งสับสนทั้งเสียหน้า เกือบทำตนเองจมปลักอยู่กับความอัปยศอีกหนแล้ว คิดไม่ตกไยเขาหลงใหลคล้อยตามสัมผัสจากบุรุษด้วยกัน

            มารนี่ก็ช่างมือไวด่วนได้นัก!

            “เห็นเทพเจ้าท่านก็ตรงเข้าลวนลามหมดเลยรึ” ไอศูรย์หรี่ตามองจอมมาร ส่ายหน้าเอือมระอา “ขนาดเทพไร้เสน่ห์อย่างข้า มิหนำซ้ำยังเป็นบุรุษด้วยกัน ท่านยังมีอารมณ์ทำพรรค์นั้นอีก”

            “ถึงไร้เสน่ห์ แต่ยามเจ้ามีอารมณ์ก็มีเสน่ห์ดึงดูดมาร เอาไว้จะให้ส่องกระจกดูสีหน้าตนเองยามเจ้าถูกสัมผัส ข้าคงไม่อาจห้ามใจหยุดยั้งอีก”

            บ้านัก! ใช่คำตอบที่ดีแล้วหรือจอมมาร?!

            คำพูดนั่นทำเอาความภูมิใจในการจำแลงกายหนนี้ของไอศูรย์พังครืน ขนาดเบ้าตาลึกคล้ำ แก้มตอบไม่มีเนื้อหนัง อัปลักษณ์เยี่ยงผีจอมมารยังคิดจะทำลงคอ ตัณหาหนาหรือจอมมารสติไม่ดีกันแน่ อาจสายตาย่ำแย่ไร้แววจนมองผิดเพี้ยน ควรหมดอารมณ์ต่างหากไม่ใช่มีอารมณ์กระเหี้ยนกระหือรือ ไม่ใช่เอะอะกอดเกี่ยวเคี้ยวกิน

            “ต่อต้านไปไยในเมื่อก็เจ้าชอบ” จอมมารเอ่ยถามเสียงทุ้มต่ำลง สบสายตาคล้ายต้องการคำตอบและฟังเสียงของไอศูรย์อีก

            ถามเหมือนเห็นเขาเป็นเทพเจ้าใจง่าย?

            ไอศูรย์หัวเราะแก้เก้อรับหน้า อยากตอบแต่พูดอะไรไม่ออก

            หากปลอบตนเองว่าคืนชมจันทร์เมาหนัก ไม่มีสติหยุดยั้งกิเลสตัณหา แล้วที่ยอมให้กอดจูบอีกเมื่อครู่เล่าจะเรียกว่าเมาสุราด้วยได้อย่างไร

            ระหว่างที่เขาคิดไม่ตกต้องเลื่อนสายตามองบุรุษผู้แข็งแกร่งกำยำก้าวลงจากเตียงฉับไว จอมมารไม่ยอมอยู่นิ่ง กลับเหยียบย่างเข้ามาใกล้อีกหนึ่งก้าว น่าหวาดหวั่นประหนึ่งเมฆครึ้มแผ่ความมืดมนเข้ามาหา อยากกลืนกินครอบงำผู้ที่กำลังจะตกอยู่ภายใต้เงาเมฆเสียทั้งตัว

            ไอศูรย์เผยยิ้มค้างไว้ ถอยหลังหนึ่งก้าวทิ้งระยะห่าง

            “ข้าเป็นแขก ท่านควรให้เกียรติแขกของท่าน” เขาโน้มน้าวอย่างสุภาพ

            “ไม่มีแขกคนใด...ได้นอนบนเตียงเจ้าของบ้านหรอก”

            โถ ใช่เขาอยากขึ้นไปนอนเองเสียที่ไหน

            “สัมพันธ์เทพมารเป็นสิ่งต้องห้าม ท่านอาจตายเพราะเข้าใกล้ข้า”

            “ข้าไม่เป็นอะไรหรอก หากไม่ได้แตะเจ้า คงทรมานยิ่งกว่าตาย” จอมมารพูดไม่เกรงสวรรค์แช่ง คอยหว่านล้อมให้ได้สิ่งที่ตนต้องการครอบครองไม่หยุดหย่อน

            ถึงร่างกายจอมมารจะยังปกติดี แต่เว้นความคิดกระมัง

            เดี๋ยวก่อน...ไยจอมมารอยากแตะเทพเจ้าแปลกหน้าและหน้าแปลกนัก?

            “ขออภัยมาเข้าเรื่องกันดีกว่า” ไอศูรย์ตัดบท พยายามคุมความเป็นปกติของตนเอง “ข้าเป็นตัวแทนนำกระจกร่วมโลหิตมาให้ยืมก่อนเวลา เวลานี้สำนักทิพย์วิทยาเกิดเหตุจนกำหนดการผิดเพี้ยน หวังว่าท่านจะไม่ถือโทษ เชิญท่านใช้งานของสิ่งนี้ตามสะดวก”

            ค้อมกายตามมารยาทส่งกระจกร่วมโลหิตให้โดยยืดออกไปสุดแขน จอมมารจะได้ไม่เข้ามาใกล้ตัวเขาเกินควรอีก

            นัยน์ตาสีดำสนิทนิ่งมอง มือเอื้อมมาหยิบกระจกโดยไร้คำพูด

            ความเงียบก่อตัวอย่างมีสมาธิ ตัวตนของสมาธิเข้มข้นเงียบเชียบ สายตาและความสนใจของจอมมารเพ่งยังของวิเศษเพียงสิ่งเดียว ความห่วงหาของบุพการีแสดงชัดเจนแล้วว่ายามนี้สิ่งใดแสนสำคัญ แม้แต่มารยังทิ้งกามตัณหา เพื่อให้เวลากับผู้เป็นสายเลือดเดียวกันเหนือเรื่องอื่น

            กระจกร่วมโลหิตสำแดงฤทธิ์ด้วยกระแสจิตของมาร เงาสะท้อนไหวดั่งระลอกคลื่นของการหยดน้ำลงไป มันค่อยๆ ฉายภาพทารกน้อยคุ้นตากำลังหลับปุ๋ยในเปล แก้มยุ้ยสีชมพูน่ารักน่าชัง เนื้อตัวสะอาด เสื้อผ้ามีการเอาใจใสดูแลให้ใส่อุ่นตัว เปลถูกแกว่งไกวคลอเสียงเห่กล่อมแสนอบอุ่นอ่อนโยน

            ไอศูรย์ทยอยผ่อนลมหายใจออกโล่งอก อดยิ้มไม่ได้ เพียงแค่นี้เท่านั้นที่ต้องการ เพียงรู้ว่าลูกน้อยของเขายังมีชีวิตอยู่ มีครอบครัวใหม่ที่ดีคอยเลี้ยงดู

            จอมมารมองกระจกนานเช่นกัน มุมปากยิ้มเล็กน้อยอย่างพอใจกับสิ่งที่ได้เห็นได้ยิน ถึงทรมานที่ไม่อาจอยู่ใกล้แต่กลับเข้าใจเหตุผลของเทพเจ้า หากลูกน้อยยังอยู่ที่นี่ทุกแดนคงเดือดร้อนวุ่นวายนัก เด็กน้อยอาจต้องโทษถูกผู้คุมกฎสวรรค์กำจัดทิ้ง หากเป็นเช่นนั้นจอมมารย่อมไม่ปรานีแดนสวรรค์แน่

            การมองผ่านกระจกบานนี้ ยามนี้ มีทั้งความสุขทั้งความปวดร้าวลึกๆ

            จุดประสงค์การมาปราสาททมิฬของไอศูรย์หมดสิ้น เขาต้องเตรียมหาทางกลับสำนักทิพย์วิทยา ในสัญญาของสำนักระบุว่า จอมมารจะได้ยืมกระจกตั้งแต่พรุ่งนี้เช้ายันเช้าอีกวัน สัญญายังคงมีผลเช่นเดิม ไอศูรย์จึงไม่ทวงกระจกคืน

            “ได้เวลาที่ข้าต้องกลับ” เขาขอตัวไม่รอช้า ห้องนอนของจอมมารไม่ใช่ที่ที่ควรอยู่นาน เตียงนอนใหญ่ก็ไม่ควรมอง

            จอมมารสบสายตา หยิบขวดสุราสีขาวส่งมาให้เขา

            “ข้าให้เจ้า”

            “ไม่ดีกว่า ข้างดดื่มมาพักหนึ่งแล้วเพราะมันไม่ดีต่อร่างกาย”

            “สุราไม่สำคัญ ข้าให้ขวดสุราแก่เจ้า ปั้นจากดินขาว วาดลายดอกไม้ที่ไม่แน่ใจว่าเจ้าจะชอบหรือไม่” มือใหญ่หมุนขวดสุราขาวที่เคลือบเงาแล้วให้เห็นลายวาดดอกบ๊วยเบ่งบาน

            ...ประณีตจนน่าประหลาด ของทำมือโดยเฉพาะยากที่จะปฏิเสธ

            ไอศูรย์ยอมรับมา

            “ท่านลงมือทำเองเลยหรือ ลายงดงามยิ่ง ราวมันเบ่งบานอยู่จริง”

            “หาได้งดงามเท่าดอกบ๊วยยามติดอยู่บนเส้นผมเจ้าสักนิด” จอมมารก้าวเดินขณะมองสบตาไม่ละ หยิบดอกบ๊วยจากโต๊ะเล็กข้างเตียงติดมือมาเกี่ยวกับผมสีทองสั้นของไอศูรย์ไว้ กลิ่นของมันหอมเย้ายวนตามลมโชย

            ดอกบ๊วยนี่... หรือว่า...

            ไอศูรย์เอะใจ ช่วงเวลานี้กายก็ถูกกายอุ่นของอีกฝ่ายสวมกอดเสียแล้ว กระทำการราวกับเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ คิดจะจูบมาบนเส้นผมสีทองก็จูบแนบนุ่ม คิดจะจูบหน้าผากอีกก็จูบทะนุถนอม

            ที่แปลกกว่าคือการที่ไอศูรย์ยอมให้อีกฝ่ายจูบอยู่ได้นี่กระมัง

            “จูบเป็นค่าขวดสุราขวดนี้หรือ” ไอศูรย์แสร้งถาม ไม่ลืมยิ้มปรานีอย่างเคย

            “ค่าขวดไม่คิด ข้าทอนของเดิมให้ต่างหาก” จอมมารไม่ได้ยิ้มตอบสักนิด แต่ไยมีความอบอุ่นแผ่ล้อมกาย โอบหลังศีรษะให้ไอศูรย์เอนตัวซบกับกายแน่นของตน “เจ้าจ่ายค่าสุราสี่ขวดคืนนั้นด้วยกายน่าเสน่หานัก เลยจำเป็นต้องทอนให้เจ้าบางส่วน ไม่สิ ข้าติดหนี้เรื่องลูกอีกด้วย ปล่อยให้เจ้าเสียพลังไปมากฝ่ายเดียว”

            ที่แท้จอมมารมองเขาออก รู้ว่าเขาคือเทพสตรีนางนั้น

            “ท่านรู้ได้อย่างไร ฟานแจ้งหรือ”

            “ข้านอนไม่หลับเลยออกจากห้อง ได้ยินคชารีแจ้งว่าเจ้านำกระจกร่วมโลหิตมา พอมองเจ้า...” สายตานั้นจ้องมองไอศูรย์ด้วยความผูกพันห่วงใย “ข้าก็จำได้ดี ไม่ว่าเจ้าจะอยู่ในร่างใดเมื่อเรามีสัมพันธ์กันแล้วข้าย่อมจำเจ้าได้เสมอ รู้หรือไม่ยามได้ยินเหล่าเทพตอบเป็นเสียงเดียวว่า...ไม่เคยมีเทพสตรีนัยน์ตาสีฟ้า ข้าอยากบ้าคลั่งเพียงใด เจ็บปวดกลัวว่าเจ้าจะไม่มีอยู่จริง ไม่อาจได้พบกันอีกแล้ว...”

            จอมมารคิดถึงเขา เขาเจ็บแปลบในใจขึ้นมาทันที

            ไม่แน่ใจว่าใครกันกำลังถลำลึก

            ความเจ็บปวดนั้นไอศูรย์ไม่อาจปลอบโยนได้ ไอศูรย์หักห้ามใจตนเอง เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อยืดเยื้อสัมพันธ์ นัยน์ตาเศร้าหลุบตาลง ถอนหายใจยาวก่อนจะผละตัวออกห่าง

            “อย่างที่ท่านเห็นข้าเป็นบุรุษ” เจรจาพาทีพลางค้อมศีรษะให้เกียรติอีกฝ่ายด้วย “ข้าชื่อภัพ กร่อนจากคำว่าอาภัพ เป็นเทพเจ้าชั้นสูงก็จริงทว่ายาจกนัก เทพเจ้าแห่งความสิ้นไร้ไม่มีอันจะกิน อยู่ที่ใดที่นั่นจะพบความล่มจมข้นแค้น เมื่อท่านรู้อย่างนี้แล้วควรอยู่ห่างกันเอาไว้ดีกว่า อย่างไรบุรุษก็ไม่ได้ถูกสร้างมาให้คู่บุรุษ”

            ละอายนักที่ต้องโกหกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่อาจเอ่ยความจริง

            “อยากพูดสิ่งใดกันแน่” จอมมารเริ่มนิ่งน่าพรั่นพรึงไม่เหลือความเป็นมิตร

            ใช่แล้ว เขาควรทำให้จอมมารเกลียดเพื่อตัดปัญหา

            “ตัวข้าไม่ควรอยู่ที่นี่นาน นิสัยปกติคือสำเริงสำราญตามประสายาจกไปเรื่อย ง่วงที่ใด ก็ล้มตัวนอนที่นั่น ไม่เคยชอบพอสิ่งใดเป็นพิเศษ ไม่ต้องการสิ่งใด เพราะท้ายที่สุดแล้วเทพเจ้ายาจกจะเหลือเพียงตัวข้าเอง สิ่งอื่นใดได้มาล้วนต้องสูญเสีย หรือไม่ก็ต้องละทิ้ง”

            “จะละทิ้งสามีของเจ้าอย่างนั้นรึ”

            หือ?!

            ไอศูรย์หรี่ตาจ้อง นี่จอมมารกล้าใช้คำว่าสามีกับเขาเชียว?!

            “จอมมารผู้ยิ่งใหญ่ควรระวังคำพูด”

            “สัญญาสิว่าจะยอมมาหาข้าอีก แล้วข้าจะปล่อยเจ้าไป...โดยดี” มารช่างเน้นคำได้ถูกจุด นัยน์ตาไร้ชีวิตนิ่งสะกดสรรพสิ่งเสียจนน่าหวั่นเกรง

            ไอศูรย์ขยับมือที่ถือขวดสุราให้แน่นขึ้นอย่างระวังตัว จอมมารกล้าขู่เทพเจ้ากระนั้นหรือ เอาสิ เทพเจ้าก็กล้าขู่กลับเช่นกัน

            “ไม่กลัวความเป็นยาจกของข้าใช่ไหม อยากจนนัก?”

            “สมบัติข้ามีเยอะแยะ อยากผลาญอะไรก็ผลาญไป แลกกับตัวเจ้า”

            สวรรค์ได้ยินไหม! จอมมารนี่เสียสติไปแล้ว!

            “ทำอย่างไรท่านถึงจะยอมตัดใจ” ไอศูรย์เปลี่ยนเป็นถามตรงๆ

            “มาหาข้าบ่อยๆ จนกว่าข้าจะเบื่อ”

            ...กล้าตอบมาได้! มิหนำซ้ำตอบด้วยสีหน้านิ่ง!

            “ข้าไร้เสน่ห์ ท่านควรเบื่อข้าเสียเดี๋ยวนี้”

            “กอดเกี่ยวโฉมงามมามากจนน่าเบื่อ” จอมมารเอื้อมมือมาลูบแก้มของไอศูรย์ ระรานถึงใบหู ใบหน้าดุดันทว่าแฝงยิ้มเคลื่อนเข้ามาใกล้ แล้วกระซิบ “หากลองกอดบุรุษไร้เสน่ห์บ้าง...ก็นับว่าแปลกใหม่ไม่ใช่หรือ”

            เทพเจ้าปัดมืออีกฝ่ายออกอย่างเหลืออด

            “ข้าไม่พร้อม”

            “แค่ยอมมาใช้เวลาร่วมกับข้าก็พอ ไม่จำเป็นต้องยอมกอดเกี่ยวเคียงหมอน อะไรที่ฝืนใจเจ้าข้าจะไม่บังคับ ขอแค่เจ้ามาอยู่กับข้าบ้าง” จอมมารยังเทียวเอื้อมมือมาไล้แก้มของไอศูรย์อีก สัมผัสอ้อยอิ่งเต็มไปด้วยรักและห่วงหา

            “ข้า...” แข็งใจไว้ “ต้องจัดการงานของสวรรค์ ไม่ค่อยมีเวลา”

            “อีกสิบวันข้าจะจัดเทศกาลสุราในเมือง”

            “นั่นแหละพอดีเลยข้าว่าง ข้าจะมาหาท่านในอีกสิบวัน” ไอศูรย์สีหน้าเบิกบานตอบรับฉับไว แล้วค่อยๆ รู้สึกอยากกระโดดช่องหน้าต่างปราสาทตายขึ้นมาทีหลัง เผลอทำตัวน่าระอาจนได้ ยามนี้ใจเขาเหมือนเทพสุรามากกว่าเทพยาจกเสียอีก อีกฝ่ายก็ช่างจับทางเก่งนักหลอกล่อสำเร็จจนได้

            จอมมารดูพอใจในคำตอบ คงอารมณ์ดีมากกระมัง ถึงได้เลื่อนมือจากแก้มตอบที่แทบไร้เนื้อหนังขึ้นลูบศีรษะของไอศูรย์แทน สัมผัสอุ่นลูบประโลมเนิบช้า ดั่งคอยทะนุถนอมกล่อมเกลี้ย

            ไอศูรย์ไม่ชิน พยายามสบตามองเดาใจมารตรงหน้า

            จอมมารคงไม่รู้ ไม่มีทางรู้ ไม่เคยมีใครกล้าทำเช่นนี้กับจ้าวสวรรค์ ประมุขแห่งสวรรค์อยู่ในจุดที่ต้องเมตตาเอ็นดูผู้อื่น หาใช่เป็นฝ่ายถูกเมตตาเอ็นดูเสียเอง

            พอแล้ว...

            พอสิ อย่ามาทำให้เขารู้สึกดี...

            “ให้ข้าส่งเจ้ากลับใช่ไหม” จอมมารยิ้มเพียงนิดกลับมีเสน่ห์ชวนใจสั่น

            ไม่ค่อยดีเลยที่มารมาคอยเอาใจใส่ตลอด เพราะเขาดันโป้ปดเรื่องของตนเอง ยิ่งคิด ยิ่งรู้สึกผิด ยิ่งอีกฝ่ายมาทำดีด้วยก็ยิ่งทรมานใจทีละเล็กทีละน้อย ปวดหัวใจไปหมดแล้ว

            หัวใจ...หลงชอบสิ่งที่อีกฝ่ายทำไปเสียทุกอย่าง...

            “หากท่านจะกรุณา” ไอศูรย์ตอบรับ ยอมหลับตาลงยามจอมมารโน้มตัวลงมาจูบเขาอีกหน นึกเพียงแค่ว่าเป็นคำขอบคุณและการกล่าวลาสำหรับวันนี้ รสสุราที่ติดลิ้นจอมมารไม่ได้ร้อนรุนแรงแล้ว แต่ก็มีรสชาติที่หวานแปลกซึมเข้ามาในความรู้สึก ราวกับจะฝังลงมาในความทรงจำส่วนลึกที่ต้องซ่อนไว้จากผู้อื่น

            สัมผัสอ้อยอิ่งในภวังค์คล้อยเคลิ้ม หัวใจคงล่อยลอยอยู่ภายใต้เมฆครึ้มเสียแล้ว ยอมจำนนไม่นานเท่าไรจอมมารก็ส่งเขากลับสำนักทิพย์ทั้งอย่างนั้น ทั้งที่เรากำลังจูบกัน...

            มันเหมือนสายลมพัดล้อมชั่วขณะหนึ่ง

            สัมผัสนั้นก็หายไปโดยทิ้งความรู้สึกไว้ให้เขาเทียวคิดถึงมันอีก...

            ตัวไอศูรย์มาปรากฏบนลานกว้างหน้าเรือนพยาบาลของสำนักทิพย์วิทยาเพียงลำพัง ยืนนิ่งสงบ บรรดาดอกไม้ในฤดูกาลอบอุ่นเริ่มแย้มบาน หอมไปทั่วลานจนมาแตะจมูก เตือนว่าแต่อีกไม่นานดอกบ๊วยคงร่วงโรย

            เขาลืมตาขึ้นทอดสายตามองมวลดอกไม้ ค่อยๆ มุ่นคิ้วแน่นอย่างไม่เข้าใจตนเอง ทบทวนว่าทำผิดสิ่งใดลงไปบ้าง จอมมารควรตัดใจตามที่เขาต้องการไม่ใช่หรือ ไยกลายเป็นเขาที่ไม่เป็นตัวของตัวเองยามถูกสัมผัส

            นี่กี่หนแล้ว

            กี่หนที่รู้สึกดีจนไม่สมควรให้อภัยตัวเอง

            ร่างกายเริ่มต้องการสัมผัสจากอีกฝ่าย ไม่ผิดจากอารมณ์หลงใหลสุรา สิ่งที่มัวเมาตัวเขา ไม่ใช่น้ำ ไม่ใช่อาหาร ต่อให้ดื่มกินเพียงใดย่อมไม่ใช่เพื่ออิ่มท้อง ไม่มีผู้ใดดื่มสุราแล้วหยุดเมื่ออิ่มหรอก

            สองเท้าเริ่มก้าวเดิน พาใจสับสนตรงไปยังหอของหัวหน้าสำนักทิพย์วิทยา ตั้งใจจะรับผิดเรื่องนำกระจกร่วมโลหิตไปให้จอมมารก่อนกำหนด กลับเห็นเทพเฒ่าเมธาดักรออยู่ก่อนเลยชะงักฝีเท้า

            “ท่านจะไปไหนอีก” เสียงเครียดของเทพเฒ่าเอ่ยถาม เพ่งสายตามา

            “ทำสิ่งที่ควรทำ เจ้าไม่ควรเดือดร้อนแทนข้า”

            “ไม่ได้ ท่านให้ผู้อื่นรู้ว่าจ้าวสวรรค์อยู่ที่นี่ในขณะที่พลังอ่อนแอมากไม่ได้”

            เมธารีบเข้ามาเตือน ไม่ยอมให้ไอศูรย์แสดงตัวต่อหัวหน้าสำนักท่าเดียว มิหนำซ้ำจัดการรับมือทุกอย่างแทนเสร็จสรรพ ก็บอกแล้วแท้ๆ ว่าจ้าวสวรรค์อยากรับผิดชอบเอง ไม่คิดเอาเปรียบ เมธากลับบอกให้เชื่อใจ มีขู่เสียงเครียดอีกว่าหากไม่เชื่อใจจะไม่มายุ่งเกี่ยวอีก เจอไม้นี้เข้าจ้าวสวรรค์ก็ต้องยอม

            คิดอีกทีคงถูกตามที่เมธาพูด หากความเรื่องการเป็นจ้าวสวรรค์รั่วไหลในสำนัก คนอื่นในสำนักอาจระแคะระคาย ฟานหูไวตาไวอาจรู้เข้าแล้วนำไปบอกจอมมารปราภพ นั่นไม่ใช่เรื่องดีเอาเสียเลย

            ปิดไว้ให้สนิทเองคงดีที่สุด

 

            สามวันมาแล้ว ที่ไอศูรย์เทียวนั่งมองขวดสุราจอมมารในห้องพักหลังจากอบสมุนไพร ปลายนิ้วเกลี่ยลายดอกบ๊วยพลางถอนหายใจยาว

            ชักอยากแก่ชราอีกองค์

            เฮ้อ ไยเขาต้องมาอยู่ในสภาพน่าอดสู เป็นเพราะเจ้าของสุราแท้ๆ

            ไอศูรย์คว้าขวด ยกขึ้นจะเอาไปเก็บให้ลืมเลือนเหนือตู้ กลับต้องชะงักเมื่อเห็นตราสัญลักษณ์ที่ใต้ก้นขวด มันเป็นลายเส้นสีดำในช่องสี่เหลี่ยม

            

            ตราเจ้าของขวดหรือ?

            เขาหมุนขวดอย่างพินิจพิเคราะห์ มองหาทิศทางที่ถูกต้อง พยายามอ่านลายเส้นแล้วตีความ กระทั่งหมุนได้ตราในแนวหนึ่งใบหน้าก็พลันแดงร้อน รีบวางขวดสุรานั่งซบหน้าที่แสนน่าอายลงกับโต๊ะ ถอนหายใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า

            ปัดโธ่เอ๋ย จอมมารหนอจอมมาร ท่านยังจะเลี่ยนได้อีก

            ท่านเป็นมารอย่างไรกันแน่...

            อารมณ์ใดกล้าเขียนไว้ใต้ขวดที่ปั้นให้ ไม่กระดากอายหรือไร

            ไอศูรย์ยกขวดสุราขึ้นอีก เหลือบตามองลายเส้น เห็นปุ๊บก็รีบวางขวดลง ทำซ้ำอยู่ประมาณสี่ที ก็ยังไม่แน่ใจกับสิ่งที่เห็น

            จอมมารให้ขวดผิดหรือเปล่า

            “กายท่านยังไม่คลายความร้อนจากการอบสมุนไพรอีกหรือ” เมธาเปิดประตูเข้ามา ตั้งบันทึกสวรรค์กองสูงไว้บนโต๊ะไม้ ต่อให้เป็นตาเฒ่าก็ยังมีเรี่ยวแรงแข็งขัน “ข้านำรายงานของทุกชั้นฟ้ามาให้แล้ว ความจริงพักผ่อนเฉยๆ ก็ได้ ขยันเกินไปจ้าวสวรรค์ก็หาได้มีเบี้ยเลี้ยงเพิ่ม ท่านพักฟื้นอยู่ไม่รู้ตัวหรือ”

            งานมาถูกจังหวะพอดี

            “นั่งว่างฟุ้งซ่านเท่านั้น ควรหาอะไรทำให้ใจจดจ่อ”

            ไอศูรย์หยิบบันทึกเล่มบนสุดลงมาไล่สายตาอ่านก่อน เอนกายพิงพนักให้สบายตัวโดยเร็ว ครั้นสมาธิจดจ่ออยู่กับงานการแล้วก็เยือกเย็น

            ห้องพักเงียบงันไปนาน ขนาดเสียงพลิกหน้าบันทึกยังเบาแทบไม่ได้ยิน

            “จ้าวสวรรค์ แล้วเรื่องของจอมมาร...” เมธาทำท่ากระดากใจจะเอ่ย

            “ข้าบอกเขาไปว่าตัวเองเป็นเทพยาจก” ไอศูรย์ตอบโดยไม่พักสายตาจากบันทึก “บอกไปอีกว่าข้านำพาความยากจน รูปไร้เสน่ห์ มิหนำซ้ำยังเป็นบุรุษเหมือนเขา คิดว่าแค่นี้พอทำให้จอมมารยอมตัดใจหรือยัง”

            “ได้ข่าวว่ามารเลิกการค้นหา คงตัดใจได้” เมธามีสีหน้าโล่งอก

            สายตาที่ไล่อ่านบันทึกของไอศูรย์ชะงักวูบหนึ่ง

            “ไม่รู้เลิกค้นหาเพราะตัดใจ หรือเลิกเพราะได้ในสิ่งที่ต้องการแล้ว”

            “จริงหรือ ยังไม่จบกันอีกหรือ” เมธาตกใจ

            “...เขาชวนข้าไปเทศกาลสุราอีกเจ็ดวันข้างหน้า ข้าตอบตกลง”

            “นี่ท่านบ้าไปแล้ว?!

            “ที่บ้าคือจอมมารนั่นต่างหาก เจรจาด้วยยังถูกฉวยโอกาส เขาสนแค่สิ่งที่ตนเองต้องการ...” ไอศูรย์นึกถึงสิ่งที่จอมมารต้องการแล้วก็นิ่งเงียบ ตราอักษรสามตัวที่ก้นขวดสุราดันลอยเข้ามาในห้วงคิด พาเสียสมาธิ เขาต้องบอกตัวเองทันทีว่ามันก็แค่คำลอยๆ ไม่ได้หมายความว่าจอมมารต้องการบอกคำนั้นแก่เขา หากเผลอสำคัญตนผิดจะมีแต่อายกับอาย

            สวรรค์ไม่ได้เล่นตลก จอมมารนี่เองที่เล่นตลกกับเขาอยู่

            กระแสอากาศในห้องป่วนปั่นเล็กน้อยตามจิตเจ้าของห้อง เมธารู้สึกได้แต่ยังพยายามนั่งเป็นเพื่อน ยอมเงียบปากไม่สะกิดอารมณ์เพิ่มเติม เอาแต่เทน้ำใส่แก้วไผ่ขัด ดื่มจนน้ำเต็มกระเพาะ อึดอัดอยู่กับสถานการณ์ที่น่าขนลุกขนพองจนไม่ทันนับว่าดื่มน้ำกี่แก้วแล้ว

            กระทั่งบัณฑิตฟานเปิดประตูพรวดเข้ามาหอบหายใจตัวโยน

            ไอศูรย์เลื่อนสายตามองฟาน “เดี๋ยวนี้เจ้าไม่ต้องเคาะประตูรึ”

            “ขะ ขออภัย” ฟานรีบพูดรีบเว้นจังหวะเพื่อหายใจต่อ ใบหน้ามีเลือดฝาดแดงเหงื่อชุ่ม พอเริ่มหายใจคล่องก็รีบตรงมายื่นกล่องไม้ “จอมมารมอบให้ท่าน”

            “ข้า?” ไอศูรย์เลิกคิ้ว

            ชักไม่แน่ใจว่าจอมมารมีลูกไม้ใดอีก เห็นฟานพยักหน้าตอบรัวไม่อยากถือไว้นานเขาก็จำใจรับกล่องมาเปิดออก

            ภายในคือน้ำตาลปั้นขึ้นรูป...กิ่งดอกบ๊วย

            ไม่ใช่มีเพียงกลิ่นหวานของน้ำตาล ยังผสมกลิ่นดอกบ๊วยเสียด้วย กิ่งก้านดูสมจริงมีไม้จับเสียบไว้ให้ ไม่ต้องเปื้อนมือ ดอกบ๊วยใหญ่น้อยเบ่งบานได้เกือบดี บิดเบี้ยวไปหน่อย คาดว่าจอมมารคงวาดเก่งกว่าปั้น

            “ข้าไม่ชอบของหวาน” ไอศูรย์ถอนหายใจ ปิดกล่องไม้ส่งคืน

            “อูย รับไว้เถิดท่าน เห็นแก่ชีวิตของข้า” ฟานโบกไม้โบกมือถอยหนี “ท่านควรได้เห็นว่าจอมมารตั้งใจทำของสิ่งนี้มากเพียงใด ขวดสุราที่มอบให้ท่านก่อนหน้าก็เช่นกัน จอมมารทำมันซ้ำๆ ไม่รู้กี่ร้อยครั้งเพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุด การที่เขาไม่ได้เก่งทุกอย่างไปเสียหมด ทำให้ทาสรับใช้ที่เฝ้ามองอยู่อย่างพวกข้าได้เห็นว่าเขามีความพยายามมากจนน่าปลื้มใจ ได้โปรดรับเอาไว้ด้วย”

            ความพยายามก็ส่วนความพยายาม ความเหมาะสมก็ต่างหาก

            “น้ำตาลปั้นนี่รึ ใช่สิ่งที่ควรให้ข้ารึ” ไอศูรย์ยังแคลงใจ

            “แน่นอน” ฟานพยักหน้ารัวอีก

            “ข้าควรเชื่อบัณฑิตแพทย์ว่านี่ไม่ใช่การล่อลวง?”

            “ขอรับ ความหวานทำให้ท่านกระชุ่มกระชวย”

            “น้ำตาลแม้มิใช่น้ำเมา หวานมากก็เมาได้” เมธาแหงนหน้าเอ่ยกับเพดาน

            ถ้าเป็นเช่นนั้น จอมมารคิดมอมเมาเทพเจ้าอยู่สินะ...

            “อย่าชักใบพาเรือเสียสิอาจารย์ ท่านภัพเป็นนายของข้าแล้ว!” ฟานแยกเขี้ยวใส่เทพเฒ่าทันควัน หาได้เกรงว่านั่นอาจารย์ผู้ชราภาพมาก “จอมมารสั่งให้ข้าคอยดูแลรับใช้ท่านภัพอย่างดี ต่อไปอาจารย์ก็ห้ามอยู่สองต่อสองกับท่านภัพอีก ห้ามบุรุษและสตรีเข้าใกล้ท่านภัพเด็ดขาด”

            “ข้าแก่แล้ว” เมธานั่งกระทุ้งไม้เท้าย้ำ

            “ข้าก็ไร้เสน่ห์สุดๆ ในตอนนี้” ไอศูรย์สมทบ

            “อาจารย์ ท่านรอบรู้ย่อมรู้ว่าแม้แก่ชราก็ไม่ใช่ปัญหาหากคิดจะทำ” ฟานเถียงคอเป็นเอ็น “ส่วนท่านภัพต้องระวังตัวอยู่ดี จอมมารยังสนท่าน ผู้อื่นจะไม่สนท่านได้อย่างไร”

            เฮ้อ...

            ไอศูรย์กับเมธาทอดถอนใจพร้อมกัน

            ขนาดไอศูรย์ใช้ร่างกายไร้เสน่ห์ ผอมแห้งเป็นไม้เสียบผี น่าส่งลงโลงมากกว่าส่งขึ้นเตียง จอมมารเข้าใจยากนั่นยังคิดจะหวงอีก ไอ้ที่ตัณหาหนักแม้แต่บุรุษหน้าตาเช่นนี้ก็กอดรัดได้ น่าจะมีแค่จอมมารเองนั่นแหละ

            ไอศูรย์ยกกล่องไม้กับขวดสุราไปเก็บเหนือตู้ ตรงจุดอับสายตา

            แอบยกขวดสุราขึ้นมองอักษรอีกแวบหนึ่ง

            เห็นอีกครั้งก็ก่นด่าความบ้าบอของจอมมารในใจอีก มารบ้าอะไรทำไปได้ ทำอย่างกับว่าเขาจะชอบของเลี่ยนน่าขนลุก นึกละอายแทนแดนวิปโยคนัก

            ทว่าการมีจ้าวสวรรค์คลั่งไคล้สุราก็ละอายแทนแดนสวรรค์เช่นกัน

            ย้อนกลับมานั่งอ่านบันทึกที่เก้าอี้ตัวเดิม ถอนหายใจอีกหนึ่งเฮือก

            ได้ยินฟานพูดเรื่องอบสมุนไพรอีกไม่กี่ประโยค เป็นหน้าที่ที่ผู้รับผิดชอบต้องรายงานเมธาทุกวัน หน้าละอ่อนของบัณฑิตแพทย์เป็นกันเองมากกว่าเมื่อก่อน ด้วยพื้นฐานนิสัยและจิตใจของแพทย์แล้ว ฟานค่อนข้างเป็นมิตรกว่ามารตนอื่นนัก ไม่แปลกเลยหากเมธาจะทำเป็นมองข้ามการแฝงตัวเข้ามาเล่าเรียนวิชา

            ไอศูรย์ลำบากใจก็ตรงจอมมารให้ฟานมาจับตาดูเขา

            “ว่าแต่ท่านภัพ” ฟานหันกลับมาหา ยิ้มมีลับลมคมนัยแอบแฝง นัยน์ตามีประกายระริก “ไม่มีสิ่งใดตอบแทนน้ำใจท่านจอมมารบ้างหรือ ข้ายินดีนำส่งให้”

            ของตอบแทน?

            น่าคิด ต้องให้จอมมารผู้นั้นรับของน่าอายบ้างกระมัง

            “เห็นว่าสำนักทิพย์มีร้านขายงานฝีมือของบรรดาศิษย์” ไอศูรย์เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม ใช้ความคิดอย่างไม่รีบร้อน “ข้าจะไปดูของที่นั่น ค่อยรบกวนเจ้าส่งให้จอมมารทีหลัง”

            “ยินดีอย่างยิ่ง ไปเลยดีไหม” ฟานกระตือรือร้น

            ทว่าเหลืออยู่คนที่ไม่เห็นด้วย เมธากระแอมเสียงดัง ส่ายหน้าหน่ายระอาต่อพวกเขาแล้วขอแยกไปสอนวิชาผนึกที่หอเรียนเหนือ ไม่ยอมพูดยอมจาอีก

            นั่นคือท่าทีคัดค้านว่าไอศูรย์ไม่ควรสานสัมพันธ์ต้องห้ามต่อแน่แท้

            ไอศูรย์ฝืนยิ้ม

            ก็เมื่อเขาหนีไม่พ้นเงื้อมมือมารจะให้ทำอย่างไรได้อีก รับปากจอมมารไปแล้วว่าจะพบกัน รับของมาด้วย หากไม่มีอะไรตอบแทนเลยจอมมารอาจมองเทพเจ้าใจจืดใจดำ อีกอย่างจอมมารมิใช่หรือที่ช่วยให้เขาเห็นลูกน้อยอีกครั้ง เขาสบายใจว่าลูกปลอดภัย หนี้ติดค้างอย่างยิ่งไม่ชดใช้คืนบ้างค้างคาใจเสียเปล่า

            จะคืนให้จอมมารลืมไม่ลงเชียว

            ทว่าพอชั่งใจดูแล้ว การให้ของน่าอายพลอยทำลายให้เขาอายด้วยนี่สิ

            เปลี่ยนใหม่...

            สิ่งที่ไอศูรย์ออกไปซื้อจากร้านค้าของสำนักทิพย์คือกระปุกกระเบื้องเคลือบ ลายด้านข้างของมันเป็นเส้นขมวดพันกันยุ่งเหยิงวุ่นวาย เหมือนฝีมือเด็กเล็กวาดก้อนหญ้าเล่นกัน และคงเป็นก้อนหญ้าที่สิ้นคิดมากทีเดียว ถึงจะเสียดายที่ไม่ใช่ของน่าอายนัก แต่ความน่าตลกผิดปกติของมันก็เหมือนหยอกล้อจอมมารอยู่ในที

            เขาให้ฟานส่งของ ส่วนตนเองพักผ่อนสบายใจที่ห้อง

            ใครเลยจะคิดว่าของสิ้นคิดชิ้นเดียวสามารถนำเคราะห์ร้ายมา

            ค่ำคืนดึกสงัด หอพักบัณฑิตแทบไร้ผู้คนจนเงียบเชียบ จันทร์เหลือเพียงครึ่งดวงสาดแสงผ่านช่องหน้าต่างเข้ามาภายในห้องพัก อากาศเย็นสบายจนไม่ต้องการผ้าห่ม ไอศูรย์กลับถูกจูบรุกเร้าปลุกให้ตื่นจากห้วงนิทรา เขาตระหนกขัดขืน แสงจันทร์คอยส่องให้เห็นร่างของจอมมารปราภพที่ยังโอบกอดและจูบลงมาอีกหน เป็นสัมผัสจากความพึงพอใจอันอบอุ่น ไม่ใช่ใคร่อยากคุกคาม

            เมื่อริมฝีปากถูกคลายจูบให้เป็นอิสระไอศูรย์ก็มุ่นคิ้วสบตามาร

            “เข้ามาได้อย่างไร นี่สำนักทิพย์วิทยา”

            “ใช้วิชาผนึกมารที่เหล่าเทพเจ้าคิดค้นกับตัวข้าเอง” จอมมารตอบโดยดี เกลี่ยเส้นผมที่ปรกหน้าผากให้ “เจ้าแทบไม่มีพลังสวรรค์เหลือ ข้าเข้ามาใกล้ยังไม่รู้ตัว แล้วจะไม่ให้ห่วงได้อย่างไรกัน สำนักทิพย์วิทยาไม่เป็นปัญหาหรอก ฟานรู้วิธีทำให้ยันต์คุ้มภัยไร้ผล สำคัญคือข้ามาดี ได้รับของขวัญจากเจ้าเลยต้องมาขอบคุณ”

            ของ...

            ไอศูรย์ทำท่านึก มือคลำแล้วออกแรงดันบ่าอีกฝ่ายถอยห่างก่อนจะลุกนั่ง แสงจันทร์ยังคอยตามราวีให้ยังมองเห็นร่างสูงใหญ่ที่คอยนั่งอยู่ใกล้ชิด

            “อ้อ ท่านคงชอบความพิลึกของมัน” เขานึกถึงของที่ฝากฟานส่งได้

            “ที่แท้เทพเจ้าดูไม่ออก” เสียงฉาบอำนาจแข็งแกร่งกลับเอ่ยอย่างเอ็นดู “เจ้าควรรู้ว่าสัญลักษณ์ของราคะคืองู”

            “งู? งูอะไร?”

            “ลายบนกระปุกที่เจ้าให้มา”

            “งูรึ!

            “นับร้อยตัวเชียว ยามเข้าฤดูผสมพันธ์ตัวผู้มากมายจะพากันรุมกอดรัดตัวเมีย แน่นอนว่านั่นคือภาพบนกระปุก ผู้วาดไม่ได้วาดเป็นงูชัดเจน มันเป็นศิลปะเชิงสัญลักษณ์ รู้ไหมว่าเหตุใดตัวผู้มากมายถึงมา ก็เพราะตัวเมียที่พร้อมแล้วจะส่งกลิ่นเฉพาะเชิญชวน” เรื่องเล่าแห่งค่ำคืนชวนสะท้านนัก

            ไอศูรย์ฟังแล้วตะลึงงันหน้าเสียหนัก

            “ได้...ได้โปรด...เอามันไปทิ้ง...” เขาพยายามเค้นเสียงที่เกือบแหบหายขอ ใบหน้าดำด่างพลันแดงเรื่อเห่อร้อน หันหน้าหนีหลบตาจอมมารด้วยความอับอายสุดแสน

            “ใครจะทิ้งของที่เจ้าอุตส่าห์ให้ลง” จอมมารยังคงจ้องมองไม่ละสายตา

            “โธ่เอ๋ย ท่านควรเลิกสนใจข้าเสียที ข้าไม่มีอะไรเลย มีแต่รูปอัปลักษณ์”

            “อัปลักษณ์ก็ช่าง ขอเพียงไม่มีใครแย่งเจ้าไปเป็นพอ”

            “ไม่ตลกสักนิด ข้าเห็นตราใต้ขวดสุราที่ท่านให้แล้ว” ไอศูรย์เอ่ยสวนกลับ ไหนๆ ก็กระดากอายแล้วคงไม่มีเหตุผลต้องรักษาหน้าอีก “ท่านให้ผิดขวดหรือ”

            “ไม่” จอมมารตอบ สายตานิ่ง

            “เขียนข้อความผิดใช่หรือไม่”

            “ไม่”

            คำยืนยันที่ไม่สั่นคลอนกลับสั่นความรู้สึกของผู้เอ่ยถามเสียเอง ไอศูรย์นิ่งเงียบ ไม่อาจหยุดความร้อนผ่าวในหัวใจ กายพลันถูกโอบเอนเข้าไปในอ้อมกอดของจอมมาร ความรู้สึกว่าตนเองหนีจากอีกฝ่ายไม่เคยพ้นเริ่มชัดเจน ยิ่งสบสายตาก็ยิ่งชัดเจน ค่ำคืนนี้ไม่ได้เมามายสุราเลยสักนิด ดวงจันทร์มีเพียงครึ่งถึงกระนั้นก็ยังสาดแสงคล้ายเดิม

            “เทศกาลสุราค่อยพบ ท่านควรรีบกลับ” ไอศูรย์เตือน “เรื่องลายบนกระปุก ข้าขอโทษสำหรับความไม่เหมาะสม”

            จอมมารโน้มศีรษะลงมาคล้ายจะจูบอีก สายตานิ่งดุดันคอยจ้องมองท่าที คงเห็นไอศูรย์เครียดจึงยอมเบี่ยงจูบมากระซิบแทน

            “ขอโทษหรือ เทพเจ้าที่กล้าเมาต่อหน้าข้า มิหนำซ้ำยังพยายามเจรจาเอาสุราทั้งสี่ขวดให้ได้ไปไหนเสียแล้ว เจ้าว่าสิ่งใดไม่เหมาะสม ทั้งที่มันเป็นปกติธรรมดาของโลก อาจมีแต่เทพเจ้ากระมังที่เก็บกดอารมณ์มองว่ามันไม่ถูกไม่ควรเอง คิดฟุ้งซ่านผิดเรื่องนักภัพ ถ้าคิดให้ถูกเราเป็นสามีภรรยากันมิใช่หรือ จะมีอะไรไม่เหมาะสมอีก”

            ยังกล้าย้ำความเป็นสามีภรรยาอีก มันถูกต้องตามครรลองเสียที่ไหน!

            ได้โปรด พอทีเถิดความสัมพันธ์นี่...

            ใครกล้าอยู่กับจอมมารสองต่อสองก็บ้านัก!

            “ท่านรีบกลับไปได้แล้ว” ไอศูรย์ใช้สายตาปรานีจ้องเตือน หากจอมมารปราภพไม่ยอมฟังคำ ไม่ยอมกลับไปโดยดี เขาคงไม่ยินดีแม้แต่จะเป็นมิตรด้วยอีก เมื่อสายตาของเขาหนักแน่น จอมมารก็หัวเราะในลำคอไม่รู้ขำสิ่งใด เอื้อมมือมาลูบศีรษะเขาอย่างยอมตามใจแล้วกลับปราสาท ทิ้งไออุ่นไว้ที่ศีรษะของเขาให้รู้สึกราวกับว่ายังถูกลูบปลอบโยนอยู่

 

 

ต.ใต้ต้นตาล : นิยายรักกุ๊กกิ๊ก (?) ๕๕๕๕ ใช่ไหมนะ~ ว่าแต่ใครมองอักษรใต้ขวดออกบ้างคะ ไอศูรย์เห็นอะไรเอ่ย ? ติ้กต่อก ติ้กต่อก ปิ๊ง! คำตอบคือ ---- ตี๊ด! สัญญาณขาดหาย กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้งหลังจากคนเขียนได้สติแล้วค่ะ... ใช้โปรแกรม sai ลองทำตราขึ้นมาเองเลยทีเดียว เดี๋ยวขยายให้ดูอีกทีเผื่อในบทไม่ชัด

 

น้ำเน่าเบาๆ ทว่าเก๊ามักนี่นา... (เขี่ยพื้น)

 

ดอกบ๊วยคล้ายกับดอกซากุระเลยเน๊าะ แต่ว่าบานก่อนซากุระประมาณหนึ่งเดือน (น่าจะ?) มีทั้งสีแดง สีชมพู และสีขาวค่ะ (อา...ใครเห็นที่ไหนขายขวดแบบขวดสุราโบราณสีขาวลายดอกบ๊วยบอกทีนะคะ)

 

คชารี (คะ - ชา - รี) หมายถึง “ศัตรูแห่งพวกช้าง” คือ สิงโต.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 327 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

526 ความคิดเห็น

  1. #524 Vanila_ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2563 / 19:04
    งูนับร้อยเลยนะ
    #524
    0
  2. #516 Windy velvet (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2563 / 02:01

    จอมมารผู้คลั่งรัก

    #516
    0
  3. #498 Ruruka Buta (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 23:08
    เลี่ยนเบาๆ
    #498
    0
  4. #496 Im your v (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 14:46
    ชอบบบบบ แหมมมท่านจอมมาร
    #496
    0
  5. #487 ♣hotchoc♣ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 / 12:07
    อ่านว่าชอบบบบบบบ
    #487
    0
  6. #479 Sspringlove (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 13:29
    'ชอบ' 5555ท่านจอมมาร จริงๆ เลย😂
    #479
    0
  7. #477 ununchuahong (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 14:04
    ชอบบบบบบบ
    #477
    1
    • #477-1 ต.ใต้ต้นตาล(จากตอนที่ 3)
      28 สิงหาคม 2561 / 20:46
      ขอบคุณที่ติดตามจ้า ^^
      #477-1
  8. #471 SayonaraMasaaki (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2561 / 18:59
    ลืมไปแล้วว่าจะเม้นอะไร555เอาเป็นสงสารเมธาขำฟานหมั่นจอมมารละกันโอ้ยยย
    #471
    1
    • #471-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 3)
      10 สิงหาคม 2561 / 11:14
      ขอบคุณที่คอมเม้นต์ให้ตาลนะคะ
      #471-1
  9. #449 Ragdoll (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2561 / 20:20
    ตอนเห็นในตอนมันเล็กๆ เรามองไม่ออก มาเจอข้างล่าง อันใหญ่ๆรู้ละค่ะ โอ้ย ท่านจอมมาร ทำไมเป็นหยั่งงี้ น่ารักเกินภปแล้ว แอบขำจ้าสวรรค์ด้วย อะไรคือการแพ้ใหสุราอีกละ
    #449
    1
    • #449-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 3)
      25 พฤษภาคม 2561 / 20:26
      ยินดีต้อนรับสู่ดินแดงมุ้งมิ้งเจ้าค่ะ มันก็จะชมพูหน่อยๆ (ฮา)
      #449-1
  10. #442 Hideto chan (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2561 / 16:30

    ฮืออออ ขอโทษนะคะ สัญลักษณ์นั้นมองตอนเเรกนี่เราอ่านเป็น "ขมิบ" เเต่รู้ว่าไม่น่าใช่ ต้องเลื่อนลงมาดูคอมเม้น ๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕

    #442
    0
  11. #440 Theethi (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 20:25
    นั่งมองพลิกไปพลิกมานานมาก เลื่อนดูเมนท์ อ๋ออชอบบบ 5555555
    #440
    0
  12. #435 พชรพล ประทุมรัตน์ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 16:30
    ชอบ???
    #435
    1
    • #435-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 3)
      25 มีนาคม 2561 / 15:36
      แอร๊ย ถ...ถูก!
      #435-1
  13. #434 พชรพล ประทุมรัตน์ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 16:29
    ตกลงไอใต้ขวดคืออะไรง่าาา
    #434
    1
    • #434-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 3)
      25 มีนาคม 2561 / 15:36
      คืออะไรเอ๋ย? ติ๊กต่อกติ๊กต่อก-----
      #434-1
  14. #400 thifu:') (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 11:34
    ฮึ่ยยยยยย หวานจนอยากให้ไปอยู่ด้วยกันสะะ แง้ แง้
    #400
    0
  15. #398 giftfully (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 17:55
    ชั้นชอบเขา ชั้นรักเขา
    #398
    0
  16. #388 PopPo Asuna (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 21:30
    เขินแรงมากค่ะะะ 555 นอนกรี๊ดแล้วก็บิดไปบิดมาคนเดียย
    #388
    0
  17. #377 AhnA* (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 21:10
    จอมมารกุ๊กกิ๊กมุ้งมิ้งเหลือเกิน
    #377
    0
  18. #371 moony+lilac (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 / 11:37
    ตราสัญลักษณ์อ่านยากมากก แต่เก๋มาก เรานึกว่าเป็นภาษาจีนหรือภาษาอะไรที่ไม่ใช่ภาษาไทยเลยมองข้าม พอขยายแล้วหมุนจอดูเห็นชัดเลยค่ะ เขินเว่อ
    #371
    0
  19. #325 Ageha Ling (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 12:54
    อร๊ายยย เขินมากบอกเลย
    ตอนเห็นสัญลักษณ์นี่ พยายามกลับหัวกลับหางอ่านกันเลย
    น่าจะเป็นคำว่า"ชอบ" แหมๆท่านปราภพนี่รุกหนักใช่เล่น แล้วอย่างนี้ท่านเทพเราจะรอดมั้ยเนี่ย ^^
    #325
    1
    • #325-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 3)
      27 กรกฎาคม 2560 / 19:37
      ถูกต้องนะคร๊าบบบบ จอมมารสายเปย์ก็ดีนะ
      #325-1
  20. #322 patty-brw (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 12:41
    โอ๊ยมดขึ้นมือถือกันเลยทีเดียว
    #322
    1
    • #322-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 3)
      27 กรกฎาคม 2560 / 19:34
      หวานนิดๆ มีชีวิตขาดหวานไมได้ แฮร
      #322-1
  21. #318 PEANDA (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 18:44
    โอ้ยยยย ตอนนี้หวานน้ำตาลขึ้นมากค่า55555 ขไที่ท่านจ้าวส่งรูปน่าเกลียดไปแต่กลับกลายเป็น แค่กกกกก
    สัญลักษณ์นั้นอ่านว่าชอบใช่ไหมคะ น่ารักมากๆๆเลยค่ะ ฮืออออ รอตอนต่อไปค่ะ จะมีมาม่าไหมนะ..
    #318
    1
    • #318-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 3)
      21 กรกฎาคม 2560 / 19:17
      ม่าติ๊ดๆ ๆ ๆ ติ๊ดเดียวจริงๆ ค่ะ (เชื่อ ต.ใต้ต้นตาลไหมคะ?) ^ ^ ~
      #318-1
  22. #261 tataryne (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 23:12
    พระเอกละมุนมากก ฮืออ
    #261
    1
    • #261-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 3)
      9 กรกฎาคม 2560 / 20:50
      ขอบคุณนะคะ ^ ^
      #261-1
  23. #217 ทิกเกอร์แอล (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2560 / 01:12
    โธ่ๆๆๆ ท่านไอก็ไปอ่อยเขาแบบไม่รู้ตัวว ปราภพเลยตามมา เพราะคิดว่าเขาอ่อย 555555555
    ตอนนี้ยังหวานๆ อยู่เพราะว่าชลาวันยังไม่มา ขอโทษค่ะ เราจำชื่อเขาไม่ได้ ฮือออออออ

    #217
    1
    • #217-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 3)
      22 พฤษภาคม 2560 / 15:02
      มิเป็นไร ท่านมิใช่คนแรกที่เรียกเขาว่าชลาวัน ๕๕๕๕๕๕
      #217-1
  24. #209 ศศิธร (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2560 / 08:33
    ตรงนี้ ถ้าพูดถึงเติมแยะก็แยะนะคะ แต่ไม่แน่ใจว่ามาเติมช่วงรีไรท์ครั้งไหน คือเดิม ไม่มีเรื่่องกระปุกลายปมหญ้า ไอศ์แค่ตัดบทว่าจะหาให้ภายหลัง จอมมารไม่ได้แอบเข้ามา หา ช่วงนี้คล้ายเสริมเพื่ออธิบาย บทที่เพิ่มด้วย และคงจะเติมเหตุผลที่ปราเข้ามาช่วย ไอศ์ ตอนเขม่านรกได้
    #209
    1
    • #209-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 3)
      16 พฤษภาคม 2560 / 09:45
      เรื่องกระปุกในตอนแรกยังไม่มี พอดีว่าอยากให้ตัวละครมันผูกพันกันมากขึ้นเรื่อยๆ เลยเพิ่มเข้ามาค่ะ อิอิ
      #209-1
  25. #174 nanmalaew (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 เมษายน 2560 / 11:01
    มีส่งของแทนใจด้วย โอยยย...คนอ่านหัวใจจะวาย แค่กๆ/สำลักเลือด
    #174
    0