[Yaoi] เทพเจ้ากับสุราจอมมาร -- จบ

ตอนที่ 12 : ๑๒ วิธีคลี่คลายหายนะของมาร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,099
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 213 ครั้ง
    29 ก.ค. 60

 

๑๒ วิธีคลี่คลายหายนะของมาร

            แต่เดิมพลังธรรมชาติเวียนไหลหล่อเลี้ยงโลก ไม่มีเจ้าของครอบครอง เหล่าเทพคอยทำหน้าที่เฝ้าระวังสมดุลไม่ให้เข้าสู่จุดเสื่อม หากปล่อยให้ริปูครอบครองมหาธาตุได้ ริปูเพียงกระดิกนิ้วย่อมทำลายได้ทุกอย่าง คลื่นพลังเลวร้ายคลื่นใหม่จะกลืนกินเทพเจ้าทั้งมวลให้ตกต่ำล้มตายในพริบตา

            ค่ายกลเทพแปดชั้นล้อมจุดทำพิธีของหมู่มารในรัศมีเลี่ยงการฆ่าฟัน เทพดุริยางค์และคนธรรพ์บรรเลงศาสตร์แห่งเสียงกระหึ่มก้องดั่งแดนสรวงมีมหรสพ สร้างคลื่นรบกวนไม่ให้มหาธาตุไหลเวียนสู่แท่นบูชาสีดำ เล่นมานานจนเริ่มอ่อนแรง เครื่องสายบาดนิ้วเลือดอาบ บ้างสายขาดผึง เครื่องหนังเริ่มสึกเพี้ยน เครื่องเป่าก็ใช้ลมแทบสิ้น

            การรบกวนมหาธาตุไม่ต่างอะไรจากการเหยียบย่างเข้าสู่ความตาย

            ผลร้ายย่อมเกิดต่อกายสิบเท่า

            เทพนับร้อยถือคันฉ่องวิเศษเหาะเหิน บ้างนั่งสัตว์พาหนะบิน ช่วยสะท้อนแสงทองจากสวรรค์ลงสู่ผืนดินเบื้องล่าง แสงการชำระล้างผ่องแผ้วระยิบระยับ มารนับพันหมื่นมีตาพร่าเลือนบ้างชั่วขณะ ทว่าแสงนี้ยังไม่อาจเปลี่ยนเขตมารให้เป็นเขตแดนศักดิ์สิทธิ์ชั่วคราวได้อยู่ดี เพราะพลังชั่วร้ายของอัญญาวีร์ที่เจตจำนงได้ไปเหนือกว่าพลังสวรรค์ซึ่งอ่อนกำลังลงมาก

            พวกเขาทำได้แค่ถ่วงเวลาจริงๆ ...

            ถ่วงเอาไว้...โดยไม่รู้ว่าความช่วยเหลือหลักจะมาถึงเมื่อใด จะมาหรือไม่ ความหวังเป็นเพียงสิ่งเดียวที่หล่อหลอมใจทุกตนให้ฝืนยืนหยัด หรือว่าพวกตนต้องเอาแม้กระทั่งชีวิตมาพลีลงในท้ายที่สุด...

            เทพสงครามบัญชาการรบบนผืนดิน ส่งกองกำลังกระหน่ำก่อกวนตัวแท่นพิธีโดยตรง ประเมินจากรูปการ ทัพเทพย่อมยิ่งใหญ่กว่าทัพมาร ทรงกำลังกว่า แต่เมื่อเจตจำนงริปูปล่อยคลื่นพลังมาก็สำแดงอำนาจเหนือกว่าทัพเทพมากมายนัก หากปะทะกันมากกว่านี้คงยากเลี่ยงการสูญเสีย ล้มตาย ที่ปวงเทพสู้ไม่ได้ก็คือเจตจำนงแห่งริปูกับพลังอันชั่วร้ายรุนแรง แค่ทัพมารไม่ได้เป็นปัญหาต่อทัพใหญ่แต่อย่างใด

            หากจัดการเจตจำนงได้ที่เหลือย่อมไม่คณามือ

            ไอศูรย์ทะยานมาถึงจุดปักหลักของเทพสงคราม มองแสงตะวันรอนเป็นอย่างแรก เขารู้ว่าเทพสงครามอ่านรูปการและจัดทัพแตกฉาน  บางครั้งก็หมกมุ่นไปจนลืมมองให้กว้าง ส่วนหนึ่งอาจเพราะกำลังเคร่งเครียด แม้ทัพเทพจะบุกเข้าใกล้แท่นพิธีสำเร็จ เจตจำนงริปูกลับซัดพวกเขาออกมาได้ทุกครา ทหารเริ่มบาดเจ็บสาหัส ความสำเร็จจึงยังอยู่ห่างไกล

            “ขับไล่ราตรี” ไอศูรย์เอ่ยเสียงสงบ ยิ้มเมตตาปลอบขวัญ

            เทพสงครามผู้คร่ำเคร่งพลันได้สติ เพ่งสายตามองขอบฟ้า ก่นด่าตนเองที่มัวรบจนไม่ทันสังเกตเวลา พวกเขาต้องทำพิธีขับไล่ราตรีก่อนที่ฟ้าจะมืด ไม่เช่นนั้นทัพมารจะทรงพลังอำนาจขึ้นอีกจนน่ากลัว

            เมธาตามมาพอดี ร่วมทำพิธีด้วยฉับไว พิธีนี้ต้องใช้เทพผู้มีพลังแข็งแกร่ง หามาได้มากเท่าไรก็ยิ่งลุล่วงขับไล่ราตรีได้เร็วเท่านั้น รวมทั้งตรึงได้นาน ฝืนเอาไว้ไม่ปล่อยให้แสงตะวันลับหาย

            แต่ก็ทำได้แค่รบกวนพิธี ซื้อเวลา หาได้มองเห็นชัยชนะ...

            “ขับไล่ราตรีเสร็จสิ้นก็ยังไม่พอ” เทพสงครามค้อมกายทะมัดทะแมงให้แก่จ้าวสวรรค์ กัดฟันแน่นปิดซ่อนไม่ให้ผู้ใดเห็นแผลฉกรรจ์จากการรบที่หลังแขน “ได้โปรด...ท่านช่วยเร่งจ้าวนรกมาที่...”

            เปรี้ยง!

            ยังไม่ทันสิ้นเสียงดีฟากฟ้าก็ลั่นกัมปนาท แดงหลัวดุจปาดด้วยฤทธิ์อาเพศพุ่งฉิวมาทางนี้ หนึ่งเงาร่างที่นำหน้าพุ่งลงกลางวงมารใกล้แท่นพิธี คลื่นพลังยามฝ่าเท้ากระแทกพื้นแผ่กระจายดุดัน ฝุ่นดินฟุ้งขึ้นตลบอบอวล

            อีกหนึ่งตามไล่ล่าดุเดือด คำรามชื่อปราภพอย่างดูแคลนหยามเหยียด พุ่งลงจุดเดียวกับเดียวเงาร่างแรก จงใจใช้บาทาถีบอัด กะเหยียบย่ำให้เละคาดิน เขม่านรกลุกฮือดั่งเปลวไฟยักษ์คำรามอาละวาดแสดงความสะใจ

            ครั้นฝุ่นดินที่ฟุ้งคลายสิ้น ใต้ฝ่าเท้ากลับไม่พบร่างผู้ใด

            “จ้าวนรก!” หมู่มารร้องแตกตื่น กระโดดถอยห่างรอบรัศมี แทบไม่ต่างจากระลอกน้ำยามก้อนหินกระเด็นตกลงไป แสงเงาอาวุธฉายวูบวาบยามที่เหล่ามารยกขึ้นตั้งท่าเตรียมฆ่าฟันศัตรู แววตาล้วนจ้องเขม็งไม่ประมาท

            ชาลวัชฌ์กัดฟันกรอด เพิ่งรู้ตัวว่าถูกปราภพหลอกให้มาอยู่ในวงมาร เสียรู้ใหญ่หลวงจนแผ่นดินร้อนระอุ

            “มารขี้ขลาดเผ่นหนีไปเสียได้! หึ!

            “ควรมองให้รอบคอบ” เสียงของปราภพเอ่ยจากด้านหลัง

            ปราภพยืนตระหง่านน่าพรั่นพรึง หาได้คิดหนี ตัวเขาลงถึงพื้นก็ไถลมาด้านหลังในชั่วพริบตา อาศัยฝุ่นช่วยอำพราง เพราะรู้ว่าผู้แบกความคั่งแค้นอย่างชาลวัชฌ์จะตามลงมาบดขยี้เขาแน่นอน

            นัยน์ตาสีดำสนิทประเมินโทสะของชาลวัชฌ์อย่างสงบนิ่ง

            ชาลวัชฌ์แผดโทสะ ปล่อยเพลิงกัลป์ลุกโชติ กองเพลิงขนาดยักษ์เพียงแค่ร้อน ยังไม่คิดผลาญชีวิตผู้ใดให้เป็นเถ้าถ่าน แผ่นดินกลับร้อนขึ้นต่อเนื่องเริ่มแห้งแตกระแหง ขับเหงื่อไคลทุกผู้ทุกตนไหลซึมท่ามกลางอากาศอบอ้าว

            กระทั่งเจตละจากแท่นพิธีมาจ้องชาลวัชฌ์ ดั่งมหาวิบัติครอบงำฟ้าดิน

            ...ลางร้าย

            ไอศูรย์อยู่นอกวงรู้สึกถึงความผิดปกติได้เร็ว ขยับนิ้วทำนายอุปสรรค นัยน์ตาสีทองหรี่ลง มีบางสิ่งไม่ชอบมาพากล เทพองครักษ์รอบด้านเริ่มรับรู้ตามก็ประชิดเข้ามาตั้งท่าคอยคุ้มกัน

            ครืน!

            คลื่นพลังในอากาศปั่นป่วน ผืนดินเริ่มสะเทือนเตือนการมาของบางสิ่ง สั่นสะท้านแรงขึ้น! และแล้วกระแสพลังอันรุนแรงก็กวาดเปรี้ยงค่ายเทพแปดชั้นพินาศสิ้น คันฉ่องแหลกละเอียด เทพไท้กระเด็นกระดอนเจ็บหนัก

            คลื่นมหาธาตุถาโถม!

            มวลพลังเหล่านั้นถูกดึงดูดมารุนแรงและรวดเร็วเกินไป! ไอศูรย์รีบห้ามไม่ให้เทพสงครามเข้าปะทะ ปวงเทพพากันกลั้นใจ ปล่อยให้คลื่นลูกใหญ่ทะลุกายา ในสภาพไร้ตัวตนธรรมชาติย่อมไม่ทำอันตราย ก็เหมือนสายลมแรงพัดผ่าน

            หมู่มารหัวไวอาศัยลักจำทำตามเร็วรี่

            ผู้แปลกแยกเหลือตนเดียว จ้าวนรกคิดปะทะกับมหาธาตุไม่กลัวเกรง สายตาดุดันจะเอาเรื่องแม้แต่กับธรรมชาติ กระแสลมปั่นป่วนตีเกลียวเป็นพายุ จังหวะนั้นแท่นพิธีของริปูพลันระเบิดทลายลงโดยไม่มีผู้ใดแตะต้อง

            แท่นพิธีล้ม... ล้ม! ล้มได้อย่างไรช่างเหนือความคาดหมาย!

            ไอศูรย์อยากยินดีแต่ก็ยังไม่แน่ใจนัก

            ตามแผนแล้วสวรรค์จะยืมพลังจ้าวนรกแย่งสมดุลไปอีกด้าน ปราภพกลับพาจ้าวนรกไปใกล้แท่นพิธีเกินควร เมื่อพลังของจ้าวนรกอยู่บนตาชั่งฝั่งเดียวกับพลังชั่วร้าย มหาธาตุจึงถูกดึงดูดมากขึ้น เร็วขึ้นเท่าตัว ขณะเดียวกันจ้าวนรกกลับต่อต้าน หยิ่งยโสไม่ต้องการพลังใดอีก มหาธาตุที่ถูกรวบรวมไร้ที่ถ่ายเท พลังก็ยิ่งอัดแน่นรุนแรงจุดเดิม จนแท่นพิธีรับไม่ไหวพังทลายลง

            ที่ล่อชาลวัชฌ์ไป ปราภพเห็นจุดนี้แต่แรกแล้วกระนั้นหรือ?

            วางแผนเอาไว้?

            ไอศูรย์เพ่งสายตามองมารปราภพพุ่งทะยานเข้ามาหาตน รวดเร็วเทียบเท่าเทพลมเหนือ สภาพติดพิษยังไม่คลายเลยแท้ๆ คงทะลวงพลังได้เองบางส่วนถึงมีฤทธิ์เหาะเหิน กระแสพลังที่ทะลวงออกมาได้ไม่ธรรมดา ยืนยันอีกข้อว่าหากไม่มีพิษพลังย่อมกลับมาโดยสมบูรณ์ ความรักของอีกฝ่ายไม่ได้หลอกลวงเทพเจ้า แต่ไอศูรย์ก็ไม่ยินดียินร้าย เพราะปราภพมีจุดที่น่าสงสัยอื่นเพิ่มขึ้น

            ร่างสูงใหญ่มาตระหง่านอยู่ตรงหน้า ปล่อยให้ชาลวัชฌ์ได้สู้กับเจตจำนงแห่งริปู แม้กายม่วงช้ำปราภพก็ยังองอาจผ่าเผยเกินกว่าจะเรียกว่าผู้ป่วย นัยน์ตาสีดำสนิทดั่งวังวนลึกไร้จุดสิ้นสุดมองไอศูรย์

            “พิธีไม่สำเร็จริปูจะโจมตีเจ้าตรงๆ” ปราภพเตือน

            ใช่ เป็นเช่นนั้น เจตจำนงแห่งริปูสั่งทัพประจัญบาน

            ไอศูรย์ถอนหายใจยาว ขมวดผมสีทองยาวไว้หลังศีรษะหลวมๆ เมธาพลันตรงรี่เข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ร้องห้ามไม่ให้ลงสนามรบ จ้าวสวรรค์ไม่มีพลังพอป้องกันตัวหากลงไปย่อมตกเป็นเป้า

            ผิดแล้ว แม้ไม่ลงสนามไอศูรย์ก็คิดจะใช้ม้วนคาถาจากสำนักคอยหนุนทัพอยู่ตรงนี้ ถึงได้เตรียมตัว อย่างน้อยให้ได้ร่ายคาถาคุ้มครองทัพก็ยังดี

            “อยู่ตรงนี้ตามที่เมธาบอก” ปราภพเอื้อมมือมาลูบศีรษะไอศูรย์ มือเคลื่อนคล้อยมาด้านหลัง ปลดขมวดผมของไอศูรย์ให้ทิ้งตัวลงตามเดิม คอยเฝ้ามองยามมีสายลมคลอเคลียกายเทพเจ้าอย่างพึงพอใจ “สง่างามอยู่ตรงนี้ก็ตรึงใจแล้วเทพเจ้า ให้ข้าได้เห็นเจ้ายามมองมา ที่เหลือข้าจะจัดการแทนเอง”

            ปราภพบอกว่าจะจัดการแทนกระนั้นรึ?

            มารมั่นใจจนน่าสงสัย

            “หากท่านมีแผน พวกเราคงต้องรบกวนท่านแล้ว” เฒ่าขี้ระแวงอย่างเมธากลับมีสายตาคาดหวัง คล้ายถูกมารซื้อใจไปสำเร็จตั้งแต่เรื่องของชาลวัชฌ์กับเรื่องทำลายแท่นพิธี เทพสงครามที่เตรียมออกทัพยังขอบคุณและชื่นชมปราภพเต็มปาก

            ปวงเทพมองปราภพในแง่ดีเกินไปแล้ว

            นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญกระมัง นัยน์ตาสีทองหรี่ขบคิด ต้องการมองมารผู้นี้ให้กระจ่างชัด

            “ท่านพยายามเข้าไปอยู่ในใจพวกเขาหรือ” ไอศูรย์หยั่งเชิง

            ปราภพนิ่งขรึม คล้ายกำลังหยั่งเชิงกลับเช่นกัน ครั้นเห็นว่าไอศูรย์ไม่มีทางมองข้อกังขานี้เป็นอย่างอื่นแล้วก็ไม่ปกปิดอีก

            “ใช่ ข้าพยายามทำอย่างที่เจ้าว่า”

            “อา... ไยมารล่อลวงเทพเจ้าเก่งนัก ที่แท้ในใจล้วนปกปิดแผนการ ถึงชาลวัชฌ์ไม่รู้ว่าเป็นแผนดีหรือร้ายเขาก็มองท่านอย่างอคติแล้ว” ไอศูรย์ถอนหายใจยาว “อะไรบ้าง ท่านวางแผนอะไรไว้บ้าง”

            “...ถ้าแต่แรกเลยข้าจงใจบอกเจ้าเรื่องการเปลี่ยนเทพเป็นมาร”

            ไอศูรย์พยักหน้าก่อนจะตกตะลึงหนักเมื่อทวนคำตอบนั้น หืม?! วางแผนตั้งแต่แรกเริ่มเชียวหรือ มิหนำซ้ำยังเป็นการหลอกใช้เขาอีกต่างหาก

            “ข้า...จะยังไม่โกรธ จนกว่าท่านจะบอกเหตุผล” ไอศูรย์ข่มใจเย็น

            “ข้าแค่จงใจทำให้เจ้าระแคะระคายและไหวตัวทัน เพื่อทำลายแผนแรกของริปู ริปูจะได้ส่งฟานมาเป็นแผนสำรอง”

            “ฟาน...” ไอศูรย์ชะงัก “ฟานก็รู้ด้วยหรือ”

            “ไม่ ฟานเก็บความลับไม่เก่งพอที่จะแบกรับเรื่องทั้งหมดได้”

            แสดงว่ากับฟานก็เป็นไปตามแผน!

            แน่แล้วว่าปราภพเป็นมารที่น่ากลัวเกินข้องแวะ เพื่อให้ได้สิ่งที่ตนต้องการก็ฉวยโอกาสจากสถานการณ์ทั้งหมดได้แยบยล ที่สำคัญคือมองผู้อื่นแม่นยำ สามารถใช้นิสัยของทุกตนดำเนินตามแผนมาถึงจุดนี้ได้อย่างไม่มีใครทันรู้ตัว

            มารผู้นี้มองฟานออก รู้ว่าฟานจะดื้อ จะหัวรั้นทำทุกอย่างเพื่อช่วยผู้เป็นนาย มองออกว่าหัวหน้าริปูจะต่อรองเรื่องใด เพราะเมื่อครู่บอกเองว่าจงใจให้ไอศูรย์ทำลายแผนแรกของริปู

            ในหัวของไอศูรย์มีความคิดมากมายพรั่งพรูเพื่ออ่านมารผู้นี้

            “ท่านให้ฟานฆ่าเมธา...”

            รูปการตีความมาทางนี้เต็มที่ ทว่าสายตาของปราภพไม่ได้ชั่วร้าย

            “ไม่ ไม่ว่าอย่างไรระดับฟานก็ไม่มีทางฆ่าผู้มากวิชาอย่างเมธาได้”

            คำตอบกลับมานี่สิน่ากลัวยิ่งกว่า

            เมธาเป็นเทพสายผนึก ไม่มีทางสิ้นท่าด้วยฤทธิ์ของยาตัวใด

            “นี่ท่าน...รู้ว่านิสัยของฟานจะใช้ยาก่อน รู้อีกว่าเมธาจะไม่ตายแล้วสำนักทิพย์วิทยาก็ยอมช่วยท่าน เปิดใจยอมรับท่านเข้ามาเป็นพวก บวกกับเรื่องของชาลวัชฌ์ท่านได้ความดีความชอบไปไม่น้อย”

            “ข้าไม่มีเจตนาร้าย” ถ้อยคำยืนยันหนักแน่น

            “ถึงไม่ร้ายแต่บ้าหรือ ทำทุกอย่างก็เพื่อแค่...!” ไอศูรย์ชะงักกึก รู้ว่ามารผู้นี้ยอมทำก็เพื่อให้เทพเจ้ายอมรับเท่านั้น

            ปราภพไม่ปฏิเสธ พร้อมที่จะอธิบาย

            “ทิฐิที่เทพเจ้ามีต่อมารฝังแน่นมานับพันปี การทำลายมันลงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่หากไม่ทำลายทิฐิตัวนี้ ความรักของข้าก็คงไม่มีวันได้รับการยอมรับ ความจริงข้าไม่จำเป็นต้องห่วงสายตาผู้อื่น ทว่าผู้ที่ข้ารักกลับห่วงจุดนี้มาก เพราะเขาเป็นบุคคลสำคัญในสายตาของปวงเทพ”

            ...มารห่วงเทพเจ้าเองหรอกหรือ

            ไม่ใช่ห่วงความรู้สึกของตนเอง ทว่าห่วงความรู้สึกของไอศูรย์

            คำพูดของมารเหมือนกับสายลมอุ่น มิได้พัดชั่ววูบแล้วผ่านไป กลับอบอวลคลอเคลียให้ผู้ฟังรู้สึกลุ่มหลงได้อยู่ตลอดเวลา

            อ่อนลงแล้วใจหนอ ไอศูรย์ย่อมรู้ใจตนเองดี

            จะว่าไปแล้วปราภพก็ไม่ได้ทำผิด แค่อาศัยการก่อปัญหาของริปูสร้างความน่าเชื่อถือให้ตนเอง หากไม่มีมารผู้นี้ยื่นมือเข้ามา ปัญหาย่อมแผ่วงกว้างไปทั่ว ยากต่อการควบคุม ปวงเทพย่อมเหนื่อยและลำบากกว่าที่เห็น

            “แต่ท่านทำดีเพียงหนึ่งตน จะลบล้างทิฐิได้สักเท่าใดเมื่อเทียบกับมารนับพันที่กำลังก่อสงคราม” ไอศูรย์มองไปยังลานกว้าง สองทัพกำลังห้ำหั่นกันเสียงกึกก้อง เมื่อมีฝ่ายใดสูญเสียก็รังแต่จะเพิ่มความบาดหมาง ความสงบสุขไม่ต่างจากกองทราย เผชิญคลื่นลูกเดียวย่อมสลาย

            มุมปากปราภพคล้ายมีรอยยิ้ม มือเอื้อมมาลูบแก้มของไอศูรย์นุ่มเบา

            “การเอาชนะมารไม่ยาก ข้าจะคลี่คลายให้เจ้าเห็น”

            กล่าวเสร็จก็ละมือ พุ่งลงสู่สนามรบ อัดคลื่นพลังกระแทกริปูให้กระเด็นห่างทัพเทพออกไป พวกริปูทั้งโกรธแค้นทั้งระแวง ครั้นยืนตั้งหลักกันได้ก็เลือกที่จะดูเชิงปราภพก่อน

            “อย่ายุ่ง!” ชาลวัชฌ์หัวเสีย เข้าใจว่าปราภพมาก่อกวนการต่อสู้ของตน

            ปราภพซัดฝ่ามือสร้างรอยเส้นบนผืนดิน ตัดปัญหา เขากับชาลวัชฌ์ต่างยืนกันอยู่ตนละฝั่งของเส้นนี้ แม้ชาลวัชฌ์จะไม่พอใจ แต่ติดพันการต่อสู้กับริปูอยู่จึงหันกลับไปสำแดงฤทธิ์ของนรกก่อน สู้จนเลือดขึ้นหน้าก็บ้าคลั่งลืมเรื่องอื่นสิ้น ลืมเส้น ลืมว่าปราภพอยู่ไม่ไกลให้หักกระดูก

            ทุกอย่างอยู่ในสายตานิ่งน่ากลัวแต่ประเมินสถานการณ์ได้เสร็จสรรพของปราภพ ร่างกำยำพลันทะยานไปคว้าคอหัวหน้าริปู แล้วจับเหวี่ยงกระแทกลงดิ้นให้กลิ้งคลุกฝุ่น

            หัวหน้าริปูกระดูกหัวไหล่หักร้องลั่น ครั้นเห็นว่าปราภพเป็นตัวการก็โมโห

            “สภาพนั้นยังอุสสาหะเค้นพลังอีกรึ! ถุย!” หัวหน้าริปูเย้ยหยัน

            ปราภพเลื่อนสายตาจากหัวหน้าริปูไปมองเจต เจตกำลังรวบรวมพลังมืดก้อนใหญ่เล็งชาลวัชฌ์

            “ศรัทธาของริปูมันจอมปลอมนัก” ปราภพเอ่ยด้วยเสียงทรงอำนาจ มีพลังก่อกวนจิตผู้อื่นยิ่งยวด จนไม่มีผู้ใดกล้าเพิกเฉยต่อสิ่งที่ได้ยิน “ไหนต่อรองแล้วว่าจะปล่อยข้าแลกกับการทำลายผนึก ผนึกก็ทำลายแล้ว ข้าควรเป็นอิสระ แต่ริปูนั้นแสนสกปรกบิดพลิ้ว วางยาให้ข้าตายอยู่วันยันค่ำ หากสัจจะเพียงแค่นี้ยังรักษาไว้ไม่ได้ยังมีหน้าอ้างเจตจำนงใดได้อีก วาจาที่ลั่นไม่จริง ปฏิญาณใดก็ย่อมไม่จริง”

            “เหลวไหล!” เจตโกรธขึ้ง สะบัดหน้ามาจ้องปราภพเขม็ง ก้อนพลังที่รวมไว้สั่นรุนแรงเท่าทวี “ข้าพูดคำไหนคำนั้นไม่บิดพลิ้ว!

            ปราภพมีสีหน้าเคร่งขรึมไม่สั่นคลอน มีความนิ่งที่ทรงอำนาจกว่า

            “อย่าพูดเหมือนไม่มีตา หัวหน้าริปูรู้ว่าเจ้าจะปล่อยข้า มันเลยทำตัวเป็นหมาลอบกัดชิงวางยาก่อน นี่ไม่เรียกว่าบิดพลิ้วได้อย่างไร นายว่าอย่าง ขี้ข้าว่าอย่างก็ได้อย่างนั้นหรือ สุดท้ายแล้วคำของขี้ข้าก็มีค่ากว่าเพราะยังลอยชายได้ ไม่ต้องรับผิดในสิ่งที่ทำ...แม้ว่าจะทำขัดคำสั่งนายก็ตาม”

            “ช่างบังอาจ!” เจตตวาดกร้าว ไม่ได้ตวาดใส่ปราภพแต่อย่างใด ยามนี้สายตาของเด็กเพ่งมองหัวหน้าริปูอย่างไม่มีวันให้อภัย สะบัดคลื่นพลังในมือซัดใส่เป็นบทลงโทษอันอำมหิต

            หัวหน้าริปูปางตาย ตัวช้ำเลือดนอนหายใจพะงาบ

            มารตนอื่นเห็นเหตุการณ์ก็เริ่มอกสั่น ระส่ำระสาย นิสัยเจ้าเล่ห์ลอบกัดถือเป็นปกติของมาร จะห้ามตนเองไหวได้อย่างไรกัน ครั้นเห็นเจตจำนงลงโทษหัวหน้าตนแสนโหดร้ายก็ชักหวั่น เกรงว่าสักวันพวกตนจะโดนลงโทษด้วย ขืนติดตามเจตจำนงต่อมีแต่ต้องฝืนกมลสันดานมาร ที่พวกตนเข้าร่วมกลุ่มก็แค่ต้องการสงครามระบายความสะใจ ไม่ได้ต้องการเป็นทหารภายใต้กฎเกณฑ์น่าขยาด

            สันดานมาร การเสี้ยมให้แตกแยกย่อมทำง่ายกว่าขอให้สามัคคี

            ไอศูรย์คอยจับตาดูอยู่รอบนอก เห็นความเป็นไปก็ประหลาดใจ

            สิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่ริปูเสียแล้ว ปราภพใช้แค่คำพูดยั่วยุก็สามารถสร้างความแตกแยกได้ ที่เล่ากันว่านัยน์ตาสีดำไร้ชีวิตคู่นั้นอ่านใจผู้อื่นทะลุปรุโปร่งเป็นเรื่องจริง จอมมารมองออกว่าเจตจำนงจะไม่ยอมให้ผู้ใดดูหมิ่นคำสัตย์ แม้แต่หัวหน้าริปูก็ไม่มีละเว้น

            น่าเสียดาย เจตจำนงริปูกำเนิดจากก้อนศิลาหนึ่ง ความคิดเดียวที่มีคือสิ่งที่ต้องทำ มันเลยไม่เข้าใจความผันแปรง่ายดายของใจมาร

            มารพากันขยาดกลัว ลังเลสับสน ก้าวถอยหลัง

            เจตจำนงริปูรับรู้ว่าหมู่มารเริ่มเปลี่ยนท่าทีก็โกรธเกรี้ยวหนักข้อ ชิงชังการถูกทรยศที่สุด แม้มีท่าทีต่อต้านเพียงนิดก็ไม่ให้อภัย อัดพลังลงโทษเสียเดี๋ยวนั้นเฉียบขาด เสียงร้องโอดครวญของมารระงมมาถึงฝั่งเทพเจ้า ใจทหารมารไม่นิ่งพาลเสียถึงรูปทัพ ระบบระเบียบถูกละเลย

            ศึกนี้ไม่ได้โจมตีไปที่กาย แต่ตีจังๆ ไปที่จิตใจของศัตรู

            อาศัยเพียงรู้นิสัย รู้ความคิด ก็ตีกรอบสถานการณ์ได้แม่นยำ กระนั้นปราภพก็ยังไม่มีวี่แววยินดี บรรยากาศที่ล้อมกายสูงใหญ่ยังเต็มไปด้วยความกดดันน่าสะพรึง

          หวูด!

            เสียงจากขุนเขาเบื้องหลังแท่นพิธีดึงความสนใจฉับพลัน

            เสียงเป่าเขาสัตว์!

            เทพเจ้าที่ได้ยินพากันหวาดวิตก หายใจไม่ทั่วท้อง หากมีทัพมาเสริมฝ่ายศัตรู ริปูที่ดูใกล้สิ้นท่าอาจเห่อเหิมขึ้นมาอีก

            “พาเทพบาดเจ็บหลบพ้นสนามรบหมดหรือยัง” ไอศูรย์เร่งถามผู้ประสานงานที่เทียวเหาะไปมาจนวุ่น ผู้บาดเจ็บที่อยู่ในสนามอาจถึงตายเมื่อทัพเสริมของศัตรูมาถึง

            ผู้ประสานงานค้อมศีรษะรัวเร่งตอบ

            “ได้ยินว่าศัตรูเสริมทัพ เทพที่บาดเจ็บคิดจะช่วยออกศึกก่อน”

            ต้องฝืนกันอีกแล้วหรือ...

            ไอศูรย์พอเข้าใจความคิดของพวกเขา การรักษาใช้เวลานานเกิน หากละทิ้งไปจะไม่เหลือไพร่พลไว้ยันทัพเสริมกับต้านฤทธิ์เดชของเจตจำนง อันที่จริงศึกนี้ การสู้กับตัวของเจตจำนงสำคัญที่สุด ขอแค่โค่นล้มตัวการได้ทัพมารก็จะพ่ายทันที

            “นั่น?” ไอศูรย์ขมวดคิ้ว ใจเย็นมองกองกำลังไกลๆ อย่างละเอียด

            ไม่ผิดแน่ มีคชารีร่วมอยู่ด้วย

            ดูจากความเหน็ดเหนื่อย พวกเขาคงเร่งเดินทางทั้งวันคืนเพื่อมาที่นี่

            เมื่อกองกำลังใหม่มาถึงก็ล้อมพวกริปู ไม่ได้มาช่วยรบ ไม่ได้ถือแม้แต่อาวุธสักชิ้น กลับถือดอกไม้สีขาวกลิ่นละมุนมาสู่สนามรบ ความประหลาดใจสาดโครมใส่เทพเจ้าถ้วนทั่ว ยกเว้นชาลวัชฌ์ที่กำลังดุเดือดเลือดเข้าตา เกือบพุ่งไปจัดการมารที่มาใหม่เข้าให้

            ปราภพต้องพุ่งจับบ่ายับยั้งไว้ “ช้าก่อน!

            “นี่มัน...” ชาลวัชฌ์ชะงัก ไม่ได้หยุดเพราะยอมฟังใคร เพียงแต่บรรยากาศโดยรอบแปรเปลี่ยนฉับไว ก่อเกิดความอบอุ่นบางอย่างที่แม้แต่นรกภูมิยังต้องตรึกตรอง ไม่อาจเข้าขัดขวาง ต้องยอมจำนนแล้วถอยห่างออกมาเป็นผู้สังเกตการณ์ ยิ่งเป็นจ้าวนรกโดยสมบูรณ์แล้วยิ่งต้องยอมรับสิ่งเหล่านี้ให้ได้

            มันเป็นกฎที่นรกต้องให้โอกาส หากมารยังมีชีวิต คือยังมีโอกาส

            ...กลิ่นดอกไม้ขาวอบอวล

            ...กลิ่นอายความสำนึกผิดชอบชั่วดีอบอวล

            ...กลิ่นอายความรัก...อบอวล...

            มารที่รายล้อมริปูเป็นทหารกล้าจากปราสาททมิฬเพียงส่วนเล็ก ที่เหลือเป็นมารปุถุชนหลากอาชีพ การปรากฏตัวของพวกเขาสงบเรียบง่ายนัก แต่กลับเรียกน้ำตาจากเทพเจ้าบางองค์ คล้ายว่ามารบางตนกับเทพบางองค์นั้นมีความนัยต่อกัน น้ำตาจากความผูกพันลึกซึ้งเสมือนผูกหัวใจรวมไว้ พวกเขาเองก็แอบรักกันมาเนิ่นนาน อาจทุกข์ทรมานนานกว่าไอศูรย์ด้วยซ้ำ วันนี้หลายสิ่งเปลี่ยนไปแล้ว

            เสียงฮัมเพลงกล่อมเด็กของมารดังขึ้นช้าๆ เทพเจ้าทั้งหลายไม่เคยรู้ว่ามารมีเสียงเพลงที่อ่อนโยนนัก ความไพเราะอบอุ่นโอบล้อม พวกริปูฟังแล้วกล้ำกลืนฝืนใจทิ้งอาวุธ พวกเขาแพ้เสียแล้ว จำต้องปล่อยให้หัวใจตนถูกเห่กล่อม บทเพลงนี้คอยปลอบโยนกล่อมให้ความอ่อนแอในหัวใจยิ่งชัดเจน กระตุ้นเตือนความทรงจำ แม้ว่ามารไม่รักสามัคคีกัน แต่มีรักหนึ่งที่ทุกตนต่างเคยได้รับ เคยสัมผัส

            รักจากพ่อแม่...

            หรืออาจมีสักหนึ่งความรักที่พวกเขาจะนึกถึง

            เพราะมารมีกิเลส มีทุกความรู้สึก จะไม่มีรักเลยได้อย่างไร

            “หยุด! หยุดร้องเดี๋ยวนี้!” เจตจำนงผู้ไม่เข้าความรักกลับสับสนหวาดกลัว ปิดหูแน่น ทรุดหมอบด้วยความทรมานแสนสาหัส กายเด็กสั่นเทา ความกลัวสิ่งที่ตนไม่รู้จักกำลังเล่นงานจิตใจ กลัวว่าตนจะเลือนหาย กลัวการไม่มีตัวตน กลัวไม่เป็นตนเองอีก สายตาลนลานหวาดระแวงนัก

            ไอศูรย์เห็นสภาพแล้วรู้สึกเวทนา เทพเจ้าองค์อื่นก็คิดเช่นกัน ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากก็ยิ่งมองออกว่าเจตจำนงแห่งริปูนั้นอายุยังน้อย

            ...ความกลัวเช่นนั้นช่างเหมือนเด็กที่ไม่รู้จักโลก

            ไอศูรย์หันไปสบสายตาเมธาพอดี ทั้งสองเกิดความคิดตรงกัน

            เวลานั้นปราภพไขว้มือด้านหลัง เรียกดาบมาถือไว้เงียบเชียบ ก้าวเท้าสงบหากแต่น่าหวั่นกลัวไปหาเจตจำนงแห่งริปู มองด้วยสายตาที่ไม่แสดงความรู้สึกใด

            “เจ้าแพ้แล้ว”

            “ไม่ได้! ทำลายสวรรค์ ข้าต้องอยู่เพื่อทำลายสวรรค์!” เจตจำนงตวาดลั่น

            “การมีอยู่ของเจ้ามันเป็นไปไม่ได้ จงกลับไปเป็นสิ่งที่ไม่มีตัวตนเสีย”

            “เจ้าทอดทิ้งข้า! ยังปล่อยให้ข้าถูกริปูขโมย ท้ายที่สุดเจ้าก็จะทำลายข้า ทั้งที่ตนเองก่อตั้งริปู สร้างข้า เจ้านั่นแหละที่ทรยศข้ามากที่สุดปราภพ!” เด็กชายโกรธเกรี้ยว สายน้ำใสๆ ไหลออกมาจากนัยน์ตาแดงก่ำ เจ้าของน้ำตาตกใจ แม้ยามนี้เด็กชายก็ยังไม่รู้ว่านี่คือการร้องไห้ของตนเอง

            “ใช่...เพราะข้า” ปราภพยอมรับผิด “ข้าเลยต้องมาจบมัน”

            “ไม่!

            “เดี๋ยว เดี๋ยวก่อน!” ไอศูรย์ตะโกนห้ามเมื่อเห็นเงาของคมดาบ รีบพุ่งลงมากอดเด็กเอาไว้ สวรรค์จะลงโทษก็เชิญเถิด แต่ให้ทนดูคงทำไม่ได้ จ้าวสวรรค์มีพรสวรรค์ในการเข้าถึงจิตใจของผู้อื่น เจตจำนงแห่งริปูคิดว่าตนเองมีหน้าที่ทำลายแดนสวรรค์ และที่ต้องเป็นอย่างนี้ล้วนมีที่มา

            “หลบก่อนไอศูรย์ มันอันตราย” ปราภพเตือน

            “ไม่จำเป็นต้องฆ่า เขาเกิดมาจากจิตใจของมารไม่ใช่หรือ ความแค้นที่บ่มเพาะเกิดเป็นเจตจำนงแห่งริปู จิตใจถูกครอบงำให้เดินทางผิดยังขัดเกลาได้ เนื้อแท้แล้วเขาก็ใช้เหตุผลตลอดไม่ใช่หรือ ท่านถึงไม่ถูกหัวหน้าริปูฆ่าในทันที”

            ไอศูรย์พูดในสิ่งที่ควรพูด มิหนำซ้ำเพลงกล่อมเด็กยังมีผลต่อเจตจำนง หมายความว่าเจตจำนงตนนี้ก็มีหัวใจ เมื่อแรกเริ่มถูกจิตของหมู่มารขัดเกลาในตระหนักในหน้าที่ได้ ต่อจากนี้ไยผู้ใหญ่จะช่วยกันขัดเกลาเขาให้ไปในทางที่ดีกว่าไม่ได้ ทางออกไม่ใช่การฆ่า แต่เป็นการเลือกว่าพวกเราจะให้โอกาสหรือไม่ต่างหาก

            เจตจำนงเกรี้ยวกราดอาละวาดอยู่พักใหญ่ ครั้นสัมผัสความอบอุ่นจากจิตของไอศูรย์ได้ก็ค่อยๆ สงบลง จิตเทพที่ไม่เหมือนจิตมาร มีเมตตาปราณีเป็นที่ตั้งโอบอุ้มผู้อื่นเสมอ เทพองค์นี้ดูปลอดภัย... บรรเทาความหวาดกลัวในใจเจตจำนงได้ เด็กอ่อนแรงลงแล้ว เหนื่อยแล้ว ไม่นานก็ผล็อยหลับในอ้อมแขนของไอศูรย์

            เทพเจ้าสายผนึกรู้หน้าที่รีบมาประจำจุดห้อมล้อม วาดตราในอากาศเสร็จสรรพก็ร่ายคาถาผนึกคาถาใหญ่

            ไม่ได้ผนึกเจตจำนงแห่งริปู

            แต่ผนึกจิตชั่วร้ายที่เป็นพลังให้เจตจำนงก่อความวุ่นวาย

            “หลับเสีย เจ้าของร่างเดิมจะฟื้นขึ้นมาแทน” ไอศูรย์ลูบเส้นผมสีอ่อนของเด็กน้อยเบามือ “จงเรียนรู้โลกนี้ไปพร้อมกับเด็กผู้เป็นเจ้าของร่างเดิมเถิด การที่เจ้าต้องหลับใหลไม่ได้หมายความว่าเจ้าจะไร้ตัวตน”

            ไม่มีใครอยากถูกทอดทิ้ง ไม่มีใครอยากไร้ตัวตนทั้งนั้น

            บทเพลงเห่กล่อมจบลง ดอกไม้สีขาวถูกวางลงบนพื้นดิน กลิ่นหอมของมันตลบอบอวล มารบางตนวิ่งออกมาจากกลุ่มรวดเร็ว เข้าสวมกอดกับเทพเจ้าที่ต่างมอบใจให้กัน ไม่มีใครกล้าตำหนิหรือกีดกันพวกเขาอีกแล้ว สายลมคล้ายอวยพรพัดเอากลีบดอกไม้ปลิวกระจายไปทั่วลาน

            รักบริสุทธิ์เสมือนกลีบดอกไม้ขาว ไร้ความเลวร้าย ย่อมสวยงาม

            ไม่คิดเลยว่าจะได้เห็นสิ่งเหล่านี้ ไม่คิดเลยจะมีวันนี้...

            ไอศูรย์อิ่มเอมใจ ส่งเด็กให้เมธากับสำนักทิพย์วิทยาดูแลต่อ

            เมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของปราภพเดินเข้ามาหา ไอศูรย์ก็ยิ้มรับ

            “เด็กเจ้าของร่างจะฟื้นในไม่ช้า” ไอศูรย์บอก “ส่วนเจตจำนงแห่งริปู ท่านกับมารต้องใช้แท่นพิธีเดิมตอนปฏิญาณตนยกเลิกปฏิญาณเสีย มอบอิสระให้ผู้ที่ควรได้ ปฏิญาณกับสัญญาเป็นสิ่งที่สำคัญนัก เป็นตัวกำหนดจิต หากจะกล่าวควรตั้งจิตอยู่ในสิ่งที่ดีงาม แต่หากจิตคิดร้าย มันอาจย้อนกลับมาทำร้ายตัวเราสักวันหนึ่ง”

            “ถูกของเจ้า เรื่องทั้งหมดเกิดจากพวกข้า” ปราภพยอมรับอีกครั้ง

            เพราะเรื่องเลวร้ายเกิดจากกลุ่มริปูที่ตนก่อตั้ง ปราภพจึงมีสายตาเจ็บปวดยามนึกถึงตอนที่ไอศูรย์เอาชีวิตไปเสี่ยงปกป้องเจตจำนง เทพเจ้าช่างไม่รู้ตัวเลยว่าปราภพเป็นห่วงมากเพียงใด

            “ท่านแก้ไขมันด้วยตนเองแล้วไม่ใช่หรือ อย่างไรก็ขอบคุณที่คอยช่วยข้า” ไอศูรย์ยิ้มอ่อนนุ่ม พลางเอนกายซบกายปราภพ “เดี๋ยวต้องประชุมสรุปผลที่สำนักทิพย์วิทยาแล้ว หัวหน้าสำนักรับเด็กสายเลือดต้องห้ามเป็นศิษย์ พวกเขายังอยากรู้วิธีเปลี่ยนเทพให้กลายเป็นมารของท่าน หาทางยับยั้งไม่ให้เด็กตนนี้นำพาภัยพิบัติ ท่านจะช่วยพวกเขาใช่ไหม”

            “ไม่” คำตอบสมกับเป็นจอมมารเหลือเกิน “แต่ข้าจะยอมช่วยเจ้า”

            ...สมแล้วจริงๆ มารผู้นี้

 

 

 

ต.ใต้ต้นตาล : ขอบคุณที่ติดตามนะคะ เรื่องนี้ให้เดากันง่ายๆ เน้นกรุบกริบ (เขียนถูกป่าว?) เป็นสำคัญ ดราม่านิดๆ ๆ ๆ เอาไว้ตัดเลี่ยน อยากให้อ่านกันแบบสบายๆ > < 

ปล. เรื่องนี้ผ่านการพิจารณาของ สนพ.พบรัก นะคะ เฮ~ ดีใจ~

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 213 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

526 ความคิดเห็น

  1. #523 JAW_XCIX (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2563 / 02:49
    ชอบความคลั่งรัก555555
    #523
    0
  2. #433 Pitchayapak1302 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 14:09
    ร้องไห้กับตอนนี้อ่ะ ซึ้งมาก อินสุดๆ
    #433
    1
    • #433-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 12)
      8 มีนาคม 2561 / 16:03
      ขอบคุณที่ติดตามจ้า
      #433-1
  3. #427 bluexus (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:48
    ปราภพ รึ โคนัน คิดแผนซะแยบยล
    #427
    1
  4. #414 ฺBedroom (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:48
    อยากอ่านอีกจังเลยค่ะ ไม่อยากให้จบเลย
    #414
    0
  5. #328 Ageha Ling (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2560 / 00:09
    จบแล้วเหรอ แอบเสียดายนิดๆ ยังอยากเห็นความหวานของจอมมารที่มีให้ท่านไออยู่ ^^
    ตอนแรกคิดว่าตอนจบไอจะรับลูกฝห้มาอยู่ด้วยกันได้ซะอีก รอติดตามต่อนะคะ
    #328
    1
    • #328-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 12)
      27 กรกฎาคม 2560 / 19:43
      ขอบคุณมากๆ เลยจ้า ^ ^
      #328-1
  6. #324 patty-brw (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 20:57
    ชอบนิยายของไรต์เตอร์ทุกเรื่องเลยค่ะ จะติดตามต่อไปนะคะ
    #324
    1
    • #324-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 12)
      27 กรกฎาคม 2560 / 19:36
      ขอบคุณมากๆ เลยจ้า ^ ^
      #324-1
  7. #319 Blueheart (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2560 / 00:06
    ดีใจด้วยนะคะ
    #319
    1
    • #319-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 12)
      21 กรกฎาคม 2560 / 19:19
      ขอบคุณค่ะ ^ ^
      #319-1
  8. #314 ศศิธร (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 15:18
    มาอ่านอีกรอบหลังจากที่คุณตาลเปิดให้อ่านวันแรก. มีเพิ่มจากที่อ่านเดิมอีกนิด. ดีใจด้วยค่ะ ที่จะได้เป็นรูปเล่ม
    #314
    1
    • #314-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 12)
      21 กรกฎาคม 2560 / 19:11
      ขอบคุณค่าาา
      #314-1
  9. #313 parksunghyo (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 17:52
    จบแล้วววว จบแบบสวยงาม
    #313
    1
    • #313-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 12)
      19 กรกฎาคม 2560 / 20:53
      ขอบคุณที่ติดตามนะคะ ^ ^
      #313-1
  10. #312 ลิงน้อยสุดเอ๋อ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 23:17
    ไม่ได้มาอ่านนานเลย อ้าว จบซะแล้ว

    ขอบคุณสำหรับเรื่องดีค่ะ รอสูรยะ เป็นรูปเล่มน่ะค่ะ
    #312
    1
    • #312-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 12)
      19 กรกฎาคม 2560 / 20:53
      เพิ่งจบหมาดๆ เลยค่ะท่านลิงน้อย เรื่องนี้ก็จะได้เป็นรูปเล่มด้วยนะคะ แฮ่
      #312-1
  11. #311 jjr119 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 20:55
    สนุกมากๆๆเลย คู่ของลูกชายเทพกับมาร อยากให้คู่กับเจ้านรกจัง 5555เพ้อผีบ้าผีบอคนเดียว
    #311
    1
    • #311-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 12)
      19 กรกฎาคม 2560 / 20:52
      ขอบคุณที่ติดตามนะคะ ^ ^
      #311-1
  12. #310 N nana (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 19:22
    อยากให้ลูกคู่กลับเจ้านรก คือ เจ้านรกเหมาะเป็นเคะมากกกกนางเหมือนนางพญาเลย อยากให้ตัวเล็กปราบมาก
    #310
    1
    • #310-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 12)
      19 กรกฎาคม 2560 / 20:51
      อ่า ต้องบอกตามตรงว่าลูกไม่ได้คู่กับ-----
      #310-1
  13. #308 Merrychrista (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 17:38
    ขอบคุณค่าาา รอติดตามเรื่องต่อไปค่าาา
    #308
    1
    • #308-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 12)
      19 กรกฎาคม 2560 / 20:47
      แอร๊ยยย ขอบคุณค่าาา
      #308-1
  14. #307 Blue Min (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 15:58
    ในที่สุดดดดดดดด เกลียดความเจ้าเล่ห์เพทุบาย ทั่นจอมมารรรรรร อ้ากกกก
    #307
    1
    • #307-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 12)
      19 กรกฎาคม 2560 / 20:47
      ในที่สุดก็จบแล้วค่ะ ขอบคุณที่ติดตามมากเลยนะคะ
      #307-1
  15. #304 น้ำชาบ่ายสอง (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 00:00
    สนุกมาก ยอดเยี่ยมกระเทียมเจียวที่สุด
    #304
    1
    • #304-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 12)
      18 กรกฎาคม 2560 / 09:40
      สั่งร้านเดียวกับยอดเยี่ยมกระเทียมหมูทอดหรือเปล่าคะเนี่ย ฮ่าๆ มีคนเม้นต์ไว้ก่อนหน้า
      #304-1
  16. #303 เรนนี่ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 22:33
    อ่านแล้วกรี๊ดกร๊าดจอมมารมากมาย... พ่อคุณจะอบอุ่นจะมือไวจะฉลาดอะไรปานนั้น รุกแรงรักแรงจนจ้าวสวรรค์ต้านไม่อยู่เชียว ฮา

    ชอบมากค่ะ แถมมีตัวละครน่ารักน่าเอ็นดูตะมุตะมิอีกคับคั่ง ฮา

    ปล. จะมีตอนพิเศษไหมคะ

    ปล.2 ต่อไปจะมีภาคหลัก (เข้าใจว่าเป็นภาคของลูก) ใช่ไหมคะ
    #303
    1
    • #303-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 12)
      18 กรกฎาคม 2560 / 09:42
      ขอบคุณค่ะ ตอนพิเศษคิดไว้ ถ้าเป็นไปได้ได้รวมเล่มก็อยากใส่เล่มก่อนค่ะ
      ต่อไปจะเริ่มเขียนเรื่องของลูกค่ะ ใช่แล้ว ^ ^
      #303-1
  17. #302 Atk. S. (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 22:09
    มีภาค 2 ไ-ากอ่านต่อ
    #302
    1
    • #302-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 12)
      18 กรกฎาคม 2560 / 09:39
      ต้องรอก่อนนะคะ จะซุ่มเขียนให้เยอะๆ ก่อน > <.
      #302-1
  18. #301 malwar (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 21:49
    ต่อภาค2ได้ไหม มันน่ารักกวนใจคันปากที่สุด
    #301
    1
    • #301-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 12)
      18 กรกฎาคม 2560 / 09:38
      มีแพลนเขียนเรื่องของลูกเอาไว้ค่า ^ ^
      #301-1
  19. #300 donejaija (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 21:29
    จะมีตอนพิเศษมั้ย อยากเห็นจอมมารกะอนุของเขาหวานกัน 55555
    #300
    1
    • #300-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 12)
      18 กรกฎาคม 2560 / 09:38
      ที่คิดเอาไว้แต่ยังไม่ได้เขียน ถ้ามีโอกาสได้รวมเล่มก็ขอใส่เล่มก่อนค่ะ
      #300-1
  20. #299 tungminpe (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 20:40
    ยอดเยี่ยมกระเทียมหมูทอดมาก!
    #299
    1
    • #299-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 12)
      18 กรกฎาคม 2560 / 09:37
      ขอบคุณที่ติดตามนะคะ ^^
      #299-1
  21. #298 คาราเมลเกลือ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 20:32
    ขอบคุณนะคะะะ ถือว่าจบได้ดี///// ปมเรื่องลูกนี่ปูไว้โยงไปเรื่องต่อไปสินะคะะ จะรอนะคะะ
    #298
    1
    • #298-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 12)
      18 กรกฎาคม 2560 / 09:36
      ขอบคุณที่ติดตามค่ะ ปมเรื่องลูกโยงเรื่องต่่่อไปค่ะ ใช่แล้วววว
      #298-1
  22. #297 ศศิธร (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 17:44
    ขอบคุณค่ะ. สนุกมาก. เป็นเรื่องที่อ่านได้ไม่เบื่อ
    #297
    1
    • #297-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 12)
      18 กรกฎาคม 2560 / 09:35
      ขอบคุณที่ติดตามเช่นกันค่ะ
      #297-1
  23. #292 fronow (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 19:27
    ทำไมยังไม่มาาาาา
    #292
    1
    • #292-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 12)
      16 กรกฎาคม 2560 / 19:39
      แก้ถึงจันทราในราตรีแล้วค่ะ จะนั่งทำทั้งคืนจนกว่าจะจบเลยค่ะ T T เค้าขอโต๊ดน้าาาา
      #292-1
  24. #291 Wonderful 2016 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 21:25
    มีฉากแต่งงานไหม555
    #291
    1
    • #291-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 12)
      16 กรกฎาคม 2560 / 19:39
      ไม่มีค่า ๕๕๕
      #291-1
  25. #290 Atk. S. (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 18:19
    ปิดตอนแก้ไข...
    #290
    1
    • #290-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 12)
      15 กรกฎาคม 2560 / 18:30
      โฮ ขอโทษจริงๆ ไว้กลับมาอ่านอีกทีพรุ่งนี้เย็นๆ นะคะ
      มีสิ่งที่ไม่สบายใจมากๆ เลยต้องอ่านแก้ก่อนค่ะ T.T
      #290-1