[Yaoi] เทพเจ้ากับสุราจอมมาร -- จบ

ตอนที่ 11 : ๑๑ สุราขวดสุดท้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,877
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 226 ครั้ง
    17 ก.ค. 60

 

๑๑ สุราขวดสุดท้าย

            พิษร้ายสกัดกั้นพลังทั้งหมดของปราภพเอาไว้ ไม่ยอมให้ร่างกายได้รับการเยียวยา ตัวจึงร้อนดุจเตาหลอม ครู่หนึ่งเปลี่ยนเป็นเย็นเฉียบดุจภูเขาน้ำแข็ง ธาตุในกายป่วนปั่นย่อมเป็นอันตรายต่อชีวิต ที่พลังของปราภพไม่ฟื้นคืนแม้ว่าไอศูรย์แก้ไขวาจาสัตย์แล้วก็เพราะติดพิษไร้ชื่อตัวนี้ เคราะห์กรรมเกาะกินดวงชะตาหนักหนานัก

            อาจารย์แพทย์เริ่มจนใจ ส่ายหน้า ทำทุกวิถีทางยังไม่อาจช่วยถอนพิษร้าย ฟานคอยเฝ้าถึงกับปล่อยโฮลั่น

            รักษาไม่ได้...

            ยามได้ยินคำรายงานจากปากแพทย์ใหญ่ของสำนัก ไอศูรย์ไม่อาจอธิบายความรู้สึกของตนเองได้อีก ตัวชาไร้ปากไร้เสียงเนิ่นนาน

            ปราภพมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกินสองวัน เจ้าตัวกลับสงบเงียบ นัยน์ตาสีดำคู่นั้นมองมาที่ไอศูรย์ ทั้งสงบนิ่งและยังคงแข็งแกร่ง

            ไยไม่สนใจที่ต้องตายบ้างเลย ทั้งที่ไอศูรย์แทบเก็บความรู้สึกไม่อยู่

            หัวหน้าสำนักให้ปราภพพักในเรือนไม้ส่วนตัว ป้องกันความยุ่งยากวุ่นวายของบรรดาศิษย์รู้มาก ครั้นได้ยินว่าริปูเริ่มเคลื่อนไหวออกจากถิ่นกบดาน มุ่งหน้ามาใกล้ชายแดนมนุษย์ หัวหน้าสำนักก็ประกาศให้ศิษย์อายุน้อยกลับบ้าน ส่วนที่เหลือเตรียมรับคำสั่งจากแดนสวรรค์

            ไม่ใช่เวลาที่ไอศูรย์จะอยู่ข้างกายปราภพได้เลย

            “อยู่กับท่านปราภพเถิดข้าขอร้อง” ฟานร้องห่มร้องไห้ดึงแขนของไอศูรย์ไว้เหนียวแน่น ผิดกับปราภพที่ยอมอยู่อย่างเงียบสงบในเรือนไม้ ไม่คิดร้องขอสิ่งใด ไม่ยอมนอนพัก ทำตัวพร้อมตาย ไม่สะทกสะท้าน ใครเลยจะกล้าบอกกล้าสั่งจอมมารให้ทำนู่นนี่ได้

            นัยน์ตาสีมองทอดสายตามองปราภพก่อนจะเหลียวมาสบตาฟาน

            “ริปูเริ่มพิธีบูชามหาธาตุ” ไอศูรย์บอกเสียงแผ่วเบา มันยากที่จะควบคุมใจให้สงบ “สายลมหายนะเริ่มพัดพา หนักหนาเกินกว่าข้าจะนิ่งเฉย”

            “แต่...!” ฟานจะโต้แย้ง

            “ปล่อยเขา” ปราภพออกคำสั่งขณะเอนแผ่นหลังกว้างพิงหัวเตียง หลับตาลงสนิททำท่าจะพักผ่อน ไม่ต้องการให้ใครรบกวน ประกาศเป็นนัยว่าไม่จำเป็นต้องมีใครมาดูแล

            ...นึกจะพักก็พัก

            ไอศูรย์พยายามไม่มองให้ใจอ่อนอีก

            ฟานกล้ำกลืนน้ำตา จำใจปล่อยมืออย่างเสียมิได้ ยืนก้มหน้าก้มตาร้องไห้ ความดื้อรั้นก็มีไม่น้อย คำพูดมากมายออกมาพร้อมเสียงสะอื้นที่ยังอยากร้องขอให้ไอศูรย์อยู่เคียงข้างเจ้านาย

            แต่ไอศูรย์ทำตามไม่ได้จริงๆ

            ตกเย็นเมธาออกจากที่ซ่อนเพื่อเข้าประชุมตามกำหนด ครั้นมาเห็นไอศูรย์ฝืนทำงานก็เริ่มห่วง ฟานเล่าทุกอย่างให้เมธาฟัง เมธาเองก็พอเข้าใจ เทพเจ้าต้องเลือกสิ่งที่เกี่ยวพันต่อชีวิตผู้คนก่อนเสมอ หากไม่เป็นเช่นนี้ ไอศูรย์คงไม่มีวันถือกำเนิดมาเป็นจ้าวสวรรค์ได้ เหมือนถูกกำหนดให้ต้องเลือกส่วนรวมตั้งแต่แรกลืมตามองสรรพชีวิต

 

            เทพและตัวแทนมนุษย์มาประชุมพร้อมหน้า

            “จ้าวสวรรค์อ่อนพลังมิหนำซ้ำยังเสียเสี้ยวดวงจิตไป” เทพสักองค์รายงานสถานการณ์รีบเร่ง “ปราภพไม่อาจฟื้นพลัง เราเสียอำนาจเสาหลักไปถึงสองเชียว ที่สำคัญพิธีของริปูไม่อาจทำลายลงด้วยพลังของปวงเทพที่เหลืออย่างพวกเรา ต่อให้รวมพลังกันพร้อมเพรียงแล้วก็ตาม”

            มีแต่ข่าวร้าย

            “ธรรมชาติแปรปรวน” เทพลมเหนือพัดผ่านชายแดนบ่อย เห็นสิ่งผิดปกติจนพะวง “พลังของเจตจำนงริปูเด่นชัดในช่วงที่ธรรมชาติเสียสมดุลหนัก อีกไม่นานพลังทั้งมวลจะถูกดึงดูดให้โอนเอียงไปหาเจตจำนงเพื่อรักษาสมดุลใหม่ ถึงเวลานั้นจะไม่มีใครจัดการมันได้อีก”

            ผู้ร่วมประชุมพากันเคร่งเครียด นอกจากฟังข่าวร้ายก็ยังไม่เห็นทางออก

            “จอมมารยอมทำลายปราสาท เราต้องใช้โอกาสนี้ทำลายพิธีบูชามหาธาตุของริปู อย่าให้มันได้ประกาศิตเหนือมหาธาตุ” เทพสงครามวางหินเบี้ยลงบนแผนที่แดนวิปโยค ตรงจุดพิธีกรรม “หากทำลายพิธีไม่ได้ก็ต้องขัดขวางไม่ให้พวกมันทำพิธีสำเร็จ”

            ได้ยินคำว่าขัดขวาง ไอศูรย์ก็รู้ดีว่าต้องจัดการเร่งด่วน ควรเริ่มตั้งแต่ตอนนี้ไม่ควรแชเชือน

            เสียงเคาะประตูดังสองทีขัดจังหวะ

            ผู้เฝ้าประตูรีบเข้ามารายงาน  “แยกมารร้ายออกจากร่างอาจารย์อริยะได้แล้วขอรับ อาจารย์อริยะรออยู่ด้านนอกและพร้อมจะเล่าเรื่องทั้งหมดที่เขาทราบ”

            “ดี เชิญเขาเข้ามา” ไอศูรย์พยักหน้าอนุญาต

            บานประตูใหญ่เปิดออก ชั่วขณะนั้นกลับเสียงมีหนึ่งโพล่งเข้ามา

            “ท่านไอศูรย์!

            เสียงฟาน เจ้าหนุ่มหน้าละอ่อนถึงกับดันอริยะพ้นทาง แล้วแซงหน้าเข้ามาแทนอย่างลนลาน ตาแดงก่ำน้ำตาท่วมจนไอศูรย์เห็นแล้วใจไม่ดี

            “ท่านไอศูรย์!” ฟานร้องตะโกนซ้ำ ไม่สนว่าจะถูกผู้อื่นดุด่า พยายามขัดขืนไม่ให้ผู้เฝ้าประตูลากตนออก “ข้าไม่รู้ว่าท่านปราภพคิดอะไร ฮือ เขาส่งเขม่าพิษกลับนรก อาการเลยทรุดยิ่งกว่าเดิม ข้ารู้ว่างานของท่านสำคัญ แล้วท่านปราภพก็เข้าใจท่านจนไม่ขอสิ่งใด ถ้าอย่างนั้น...ข้าขอเองได้ไหม ขอให้ท่านช่วยไปอยู่ข้างกายท่านปราภพบ้าง ข้าขอเพียงแค่นี้”

            คำร้องขอทั้งน้ำตาทำให้ทั้งห้องประชุมเงียบกริบ

            ฟานคุกเข่าหมอบศีรษะลงกับพื้น ยอมทำทุกอย่างเพื่อความสุขของเจ้านาย

            ...ปราภพ

            ไอศูรย์หลุบตาลง พยายามควบคุมลมหายใจตนเอง ไม่อาจหลั่งน้ำตาแม้หัวใจจะถูกบีบให้เจ็บปวดอย่างหนัก

            “ได้โปรด...” เสียงของฟานแผ่วลง ท้อแท้สิ้นหวัง

            “ฟาน นี่...เป็นประชุมสำคัญ...” ไอศูรย์คุมเสียงไม่ให้สั่นอย่างยากลำบาก ประโยคสุดท้ายแทบแหบหาย “...ออกไปก่อน”

            “ไยใจดำนัก! ทั้งที่ท่านเป็นทุกอย่างของท่านปราภพ!” ฟานตัดพ้อ “ไม่รักท่านปราภพบ้างเลยหรือ พวกท่านรักกันไม่ใช่หรือ”

            เวลานี้ไอศูรย์ไม่ได้หวั่นกลัวเลยที่ความสัมพันธ์ถูกเผยท่ามกลางองค์เทพมากมาย มีเพียงความเจ็บปวดเท่านั้นที่คอยครอบงำกายใจ จมปลักอยู่ในห้วงทุกข์ คอยตระหนักจนใจบอบช้ำว่าผู้เป็นใหญ่ต้องไม่ละทิ้งหน้าที่ ต้องเป็นตัวอย่าง ไม่ให้เทพเจ้าหลงลืมว่าต่อให้ช้ำเพียงใดก็จงมีความรับผิดชอบ

            ไอศูรย์นิ่งเงียบ ถึงรู้ว่ามีหลายสายตาเพ่งมองมาหาตน และหนึ่งในนั้นคือสายตาเห็นใจจากเมธา เขาก็ไม่มีคำพูดแก้ตัว ไม่มีท่าทีใดจะแสดงออก รวมถึงไม่มีความลับใดจะปิดบังอีก

            รักษาหน้าที่...เพื่อไม่ให้ผู้อื่นมาดูแคลนความรัก...

            หากละทิ้งหน้าที่...ผู้อื่นก็จะมองความรักของเขาเป็นสิ่งเลวร้าย

            “ท่านควรไปหาเขา” เมธาเอ่ยขึ้นผิดแผกจากสิ่งที่เทพควรเอ่ย สายตาของเมธาไม่ได้ล้อเล่น “หากปราภพไม่มีเขม่าพิษช่วยชะลอความเสียหาย ก็เหลือเวลาไม่มากแล้ว ข้าพอเดาได้ว่าเหตุใดเขาปล่อยเขม่าพิษกลับนรก ถ้านับในฐานะบุรุษ เขาก็เป็นบุรุษที่รักท่านมากตนหนึ่งเท่านั้น วางแผนหาทางออกเอาไว้ให้ท่าน ไม่เกี่ยงว่าท้ายที่สุดตนเองจะยังอยู่หรือตายจาก”

            “ทางออกอะไรกัน?” ไอศูรย์หน่วงในใจยิ่งขึ้น

            “ปราภพเคยกำชับข้าเอาไว้ว่าเมื่อเขม่าพิษกลับนรก มันคือสัญญาณว่าจ้าวนรกครอบครองพลังโดยสมบูรณ์แล้ว ไฟแห่งนรกจะเผาผลาญเพียงสิ่งที่ถูกนรกพิพากษา ไม่ใช่ทำลายทุกอย่างที่มันสัมผัสเหมือนก่อน มารร้ายย่อมแพ้ไฟแห่งการพิพากษา”

            ครั้นทุกคนสงบลงก็รู้สึกถึงเปลวไฟรุนแรงจากนรกภูมิ ไอนรกแผ่ขึ้นมาบนพื้นดิน ประกาศอำนาจน่าเกรงขามกว่าทุกครา เสียแต่โทสะอันแรงกล้าก็แผ่ฮือมิได้ด้อยกว่าไฟ

            จ้าวนรกกระหายพลังอันสมบูรณ์ก็เพื่อเอาชนะ

            ใครเล่าจะกล้าเล่นกับไฟบ้าคลั่งนั่น...

            การยืมมือจ้าวนรกมีความเสี่ยงสูง แต่เป็นทางออกเดียวที่เหลือ

            “ข้ากับจ้าวนรกจะจัดการริปูเอง” เมธาตัดสินใจออกปากเอง “ท่านเสียจิตเทพบางส่วนเพื่อบัญญัติกฎ ไม่มีพลังสู้รบริปู ใช่ว่าพวกข้าไม่ต้องการท่าน แต่ยามนี้ท่านควรอยู่ข้างกายปราภพโดยไม่ต้องพะวงสิ่งใดอีก ข้าจะคอยรายงานทุกสิ่งให้ท่านทราบเป็นระยะ”

            เมธามีน้ำใจต่อไอศูรย์มากเหลือเกิน แต่ภาระที่กดเขาไว้หนักหนากว่า ถ้าเขาไม่อยู่แล้วใครจะเจรจาหว่านล้อมจ้าวนรก

            “ไปเถิด” หัวหน้าสำนักแย้มยิ้ม “ปวงเทพและมนุษย์ติดค้างจอมมาร ฝากกล่าวขอบคุณเขาแทนพวกเราด้วยจ้าวสวรรค์ ส่วนเรื่องของจ้าวนรกพวกเราจะลองเจรจาเองก่อน หากไม่สามารถทำอะไรได้จะรายงานท่านทันที”

            เทพเจ้าส่วนหนึ่งพยักหน้าเห็นด้วยตามกัน

            พวกเขายินยอม...

            หัวใจของไอศูรย์เต้นเร็ว ความยินดีเอ่อล้นแต่ก็ไม่แสดงออกให้น่าเกลียด เขายังรักษาความสงบเยือกเย็นภายนอก ยอมปล่อยวางภาระของตนแล้วออกจากหอประชุม

            ไอศูรย์พ้นไปแล้ว ทุกสายตาพลันมองที่เมธาอย่างอยากได้ยินคำอธิบาย พอเมธาอ้างถึงเทพยากรณ์ก็เหมือนทุกฝ่ายจะเข้าใจเรื่องราวได้ง่าย คำทำทายของพญาไก่ฟ้าไม่เคยพลาด ที่ผ่านมาไอศูรย์ทำให้เห็นว่าแม้มีรักก็หาได้หน้ามืดตาบอด สิ่งที่ตัดสินใจทำล้วนเพื่อส่วนมาก เรื่องบัญญัติใหม่ก็เช่นกัน

            หากเทพเจ้ายังทำลายหัวใจของจ้าวสวรรค์ได้ลงคออีกก็โหดร้ายเกิน

 

            ผลักประตูเข้ามาในห้องหับของเรือนไม้ หัวใจของไอศูรย์เจ็บปวดนัก

            ปราภพนั่งหลับตาสงบไม่รู้ทำสมาธิหรือคิดสิ่งใดอยู่มุมหนึ่ง ผิวกายสีม่วงช้ำหนักราวกับศพ น่ากลัวจนไอศูรย์ต้องรีบเอ่ยเรียกให้สบตากัน ครั้นได้เห็นนัยน์ตาสีดำสนิทที่ไม่ว่าอย่างไรก็ดูไร้ชีวิต ไอศูรย์บอกไม่ได้เลยว่ามารผู้นี้ยังอยากมีชีวิตต่อ หรืออยากตาย

            ...หรือไม่คิดอะไรเลย

            “จ้าวสวรรค์มีธุระจะถามความจากข้าหรือ” น้ำเสียงทุ้มมีเสน่ห์ชวนฟังเอ่ยสัพยอก ไม่มีอารมณ์ของผู้ใกล้ตายแอบแฝงสักนิด

            “ใช่ ข้ามาเพราะมีเรื่องจะถาม” ไอศูรย์ยิ้มอ่อนโยน

            ปราภพสบตานิ่งเงียบ ครั้นทิ้งระยะครู่หนึ่งก็ส่งเสียงอืมแสดงการรับรู้และยอมให้ไอศูรย์ถามได้

            “คำถามของข้าคือ...อยากได้สิ่งใดบ้างหรือไม่ อาหาร? หนังสือ?”

            “ไม่มี” ตอบกลับมาเหมือนไม่แม้แต่จะคิด

            ...เป็นเสียอย่างนี้ จะให้ไอศูรย์เข้าใจว่าอะไรได้อีก

            “มารไม่โลภมากนี่ผิดมารโดยแท้ ท่านต้องเป็นพระอิฐพระปูนกลับชาติมาเกิดแน่” เทพเจ้าหัวเราะแผ่ว ทว่าใจกลับไม่ไหวเสียแล้ว เผลอมีน้ำตาที่อุตส่าห์กลั้นเอาไว้หลั่งรินขัดแย้ง เขาไม่ได้อยากร้องไห้เลย ไม่คิดจะร้องไห้เลยสักนิด แต่น้ำตา... น้ำตามันดื้อรั้นออกมาเอง

            ปราภพตกใจ ลุกจากม้านั่งเข้ามากอดปลอบโดยไว ไอร้อนสลับเย็นของผู้ติดพิษร้ายแผ่มากระทบกายไอศูรย์ยามชิดใกล้ แม้มีไอเย็นปะปนไอศูรย์ก็ยังรู้สึกอบอุ่น ชอบสัมผัสของอีกฝ่ายเช่นเดิม

            “ข้าไม่รู้แล้วว่าควรทำตัวอย่างไรเพื่อไม่ให้เจ้าห่วง” ปราภพกล่าว แนบหน้าผากกับหน้าผากของไอศูรย์ก่อนจะจูบรอยน้ำตา “สุดท้ายก็ยังทำเจ้าเสียใจ ข้านี่ใช้ไม่ได้เลยจริงๆ”

            ใครกันใช้ไม่ได้...

            ไอศูรย์หลับตาลง พยายามสงบเย็นให้ได้อย่างเคย

            “กล่าวโทษตนเองไปไย ไม่ว่าท่านจะทำอะไร เมื่อข้ารักท่านอย่างไรก็ต้องเสียใจที่จะไม่ได้พบท่านอีกไม่ใช่หรือ”

            ปราภพได้ฟังแล้วยิ้ม รอยยิ้มของมารผู้นี้ทำลายได้ทุกสิ่งนัก ใจไอศูรย์ทั้งหวั่นไหวทั้งสั่นคลอนนับครั้งไม่ถ้วน

            “ได้ยินคำรักของเจ้าก่อนตายถือว่าใช้ชีวิตคุ้มแล้ว”

            “ยังพูดแช่งตนเองอีก ข้าเดาอารมณ์ท่านไม่ได้เลย”

            “อยากรู้หรือว่าข้าอยู่ในอารมณ์ใด” ใบหน้าคมสันดุดันเคลื่อนเข้ามาใกล้อีกครา นัยน์ตามารน่ากลัวกลับสื่อความนัยใคร่เสน่หาทดแทน เป็นวังวนที่ดึงดูดนัก ไม่มีท่าทีของผู้จำนนต่อความตายกรายก้ำ กลับเป็นท่าทีของผู้ที่ไม่คิดว่าตนเองจะตายเลยต่างหาก

            แปลกเกินไปแล้ว...

            ไอศูรย์ชั่งใจ ลองกวัดปลายนิ้วเขียนอาคมอ่านวิถีดาราในอากาศ จนบัดนี้ดวงชะตาของปราภพก็ยังมีเมฆหมอกบดบัง อ่านไม่ได้ว่าดีร้ายหรือใกล้ถึงฆาต

            ปราภพเอื้อมมือจับปลายนิ้วมือของไอศูรย์เอาไว้

            “สงสัยอะไรก็ถามข้า”

            “ท่านต้องรอให้ข้าถามก่อนเสมอค่อยพูดหรือ” ไอศูรย์หลุบตาลง

            “ทุกสิ่งที่มารทำย่อมมีความเห็นแก่ตัว ไม่เว้นข้า”

            เห็นแก่ตัว?

            “ท่าน...ทำอะไร” ไอศูรย์ถึงกับกลั้นใจถาม

            ความลึกลับอธิบายท่าทางของปราภพได้ดีพอๆ กับคำว่าคลุมเครือ

            “ข้าไม่ได้ยอมให้ริปูสังหาร เพียงแต่แกล้งติดกับพวกมัน ใช้พวกมันช่วยทำให้เทพทั้งปวงยอมรับข้า ยอมให้ข้าได้ตัวเจ้า ตัดข้ออ้างของเจ้าทุกทางเพื่อให้เจ้าอยู่กับข้าตลอดไปได้ แค่คิดไม่ถึงว่าหัวหน้าริปูจะใช้พิษเพราะกลัวข้าไม่ตาย”

            ทำให้ปวงเทพยอมรับ ไอศูรย์จะได้สิ้นข้ออ้าง?!

            ผีบ้าตนใดดลใจมารผู้นี้!

            ไอศูรย์เข้าใจสิ่งที่ปราภพบอก ทว่ามีความหมายแฝงที่เขาไม่เข้าใจจนต้องมุ่นคิ้วแน่น ก้าวถอยห่างออกมาจากอ้อมกอด

            ทว่าสองแขนกำยำของอีกฝ่ายยอมให้เขาถอยเสียที่ไหน!

            “ข้าไม่สนใจว่าริปูจะทำการใด พวกมันกลับคิดเล่นงานเจ้า ข้าจึงหลอกล่อจ้าวนรกเผื่อไว้ กันไม่ให้พวกมันเหิมเกริมจนทำอันตรายเจ้าได้ บุรุษมารตนนี้เห็นแก่ตัวนัก ไม่รู้เทพเจ้าฟังแล้วจะยังเมตตาปรานีอีกหรือไม่” สารภาพไม่กลัวฟ้าดิน กลับลงท้ายด้วยถ้อยคำเกี้ยวพาได้เจ้าเล่ห์

            ไอศูรย์หรี่ตาจดจ้อง แสร้งยกมือคลำใบหน้ามาร

            “นี่มารตนใดปลอมตัวมา ใช่ท่านปราภพแน่หรือ”

            “หากคิดว่าไม่ใช่ ข้าคงต้องทำให้เจ้ารู้สึกถึงตัวข้าแล้วกระมัง” ปราภพโน้มศีรษะลงมากระซิบ ปลายจมูกพลอยเกลี่ยแก้มของไอศูรย์ให้รู้สึกวูบวาบ ลมหายใจร้อนเย็นรดใบหู กระนั้นเทพเจ้าก็ไม่ได้ขวยเขินอย่างที่มารต้องการ

            ยามอยู่เฉยดูไม่เคยมีอารมณ์ใด ไฉนยามคว้าตัวเทพเจ้าได้มารกลับไม่คิดเก็บซ่อนอารมณ์อีก มารนี่จะแสดงออกเป็นอยู่อารมณ์เดียวหรือ ไอศูรย์ถอนหายใจยาวออกมาอย่างคิดไม่ตก พิษในตัวปราภพเป็นของจริง มันกำลังจะคร่าชีวิตไปจริงๆ เจ้าตัวก็บอกเองว่าคิดไม่ถึงเรื่องพิษ ไยยังสบายอารมณ์ ยังมีแก่ใจโอ้โลมเทพเจ้าอีก

            ไอศูรย์เลื่อนมือจากใบหน้าอีกฝ่ายขึ้นไปแตะที่รอยแผลยาวข้างศีรษะ

            ...เจ็บมาถึงเพียงนี้...กลับยังแข็งแกร่ง...

            ใจไอศูรย์อยู่ในภวังค์เสียแล้ว ไม่ได้ต่อต้านเลยยามปราภพใช้จังหวะนี้ก้มมาจูบ จูบลงช้าๆ หากเทพเจ้าจะเบือนหนีก่อนย่อมหนีพ้น ทว่าการหนีไม่ได้อยู่ในความคิดของไอศูรย์สักนิด

            “ข้า...ห่วงท่านมาก” ไอศูรย์พูดแผ่วยามอีกฝ่ายคลายริมฝีปาก

            คงเป็นเพราะคำว่าห่วงกระมัง เขาจึงถูกปราภพจูบย้ำอีกครั้ง ถูกฝังความรู้สึกลงมาด้วยการจูบ หากพิษร้ายแพร่ผ่านริมฝีปากได้เขาจะไม่คิดโทษใครทั้งนั้น ไม่โทษแม้แต่ตัวเอง

            กระนั้นพิษร้ายก็ยังเกาะกินปราภพผู้เดียว

            “ได้ยินว่าเจ้าแก้ไขวาจาสัตย์” อยู่ดีๆ ปราภพก็เอ่ยขึ้น

            ไอศูรย์ชะงัก พยายามเดาเจตนาที่อีกฝ่ายเอ่ยถึงกฎการมีสัมพันธ์

            เรื่องสัมพันธ์... เอ่อ คงไม่ใช่ว่าจะทำ...เรื่อง...พรรค์นั้น...

            “อ่านใจข้าอยู่หรือ” นัยน์ตาสีดำสนิทกลับยิ่งแฝงนัยเป็นเสน่ห์ยามไอศูรย์จ้องมอง ปราภพเปิดเผยความคิดที่อยากกอดเกี่ยวผ่านสายตา ติดแกล้งในทีแต่ถ้าได้คงเอาจริง

            อันตราย...

            ขืนสบตาต่อก็เหมือนเหยียบเข้ากรงเสือ ไม่รู้เหยื่อจะกลับออกมาได้ครบส่วนหรือไม่

            “มีเรื่องที่ท่านยังไม่บอกข้า” ไอศูรย์ย้อนซักถาม

            ปราภพนิ่งมองชั่วขณะหนึ่ง

            “ข้ารู้วิธีแก้พิษ หรือถ้าแก้ไม่ได้...ข้าก็ไม่ตาย”

            “หืม?!” เทพเจ้าตระหนก คำตอบทำเอาไม่เข้าใจอีกตนมากขึ้น “ไยท่านไม่ปริปากบอกสักคำ มีดอกพิกุลในคำตอบหรือ”

            “ไอศูรย์...แววตาของเจ้าเมตตา ไม่อาจซ่อนเล่ห์โป้ปด” ปราภพอธิบายกึ่งปรามให้เทพเจ้าสงบจิตใจ “หากพวกริปูไม่เชื่อว่าข้าตาย พวกมันจะหาทางเล่นงานพวกของข้าทันที ไม่มีเวลาพอให้พวกเขาหนี และที่ข้าปล่อยให้ถูกวางยาก็เพราะอยากทิ้งตำแหน่งจอมมารด้วย หากเจ้ารู้ความจริงก่อนหน้า เจ้าคงไม่คิดช่วยลวงเทพองค์อื่น ความนี้ก็อาจรู้ไปถึงหมู่มาร”

            ปราภพคิดตรงข้ามกับไอศูรย์นัก!

            ไอศูรย์เห็นงานเป็นสำคัญ มารตรงหน้ากลับทิ้งได้ทุกอย่าง ขอเพียงได้ในสิ่งที่ตนเองพึงพอใจ

            “ไยยังไม่รีบแก้พิษ ท่านยังต้องรออะไร” เขาเค้นถาม

            “รอเทพมารทั้งหลายคิดว่าข้าตาย...ตามเวลาที่แพทย์ใหญ่ของสำนักแจ้งเอาไว้ หลังปล่อยเขม่าพิษกลับนรกคงเหลืออีกไม่กี่ชั่วยาม สุราจอมมารของข้าธาตุบริสุทธิ์ ช่วยขับพิษได้ ข้ายังเหลือขวดสุดท้าย” ปราภพหยิบขวดสุราเล็กจากลิ้นชักข้างเตียงมาตั้งบนโต๊ะ ขวดเล็กมีลายดอกบ๊วยเล็กๆ

            อย่างน้อยไอศูรย์ก็โล่งใจที่ยังได้ยินข่าวดีบ้าง

            “จะไม่แย่งดื่มใช่ไหม” ปราภพเผยยิ้มกล่าวดักคอ

            แรกพบ ไอศูรย์เคยแย่งดื่มสุราหมดสี่ขวด ที่ปราภพจะพูดเช่นนี้ก็ไม่แปลก เทพเจ้ากระดากอายขึ้นมา ข่มเสียงสงบเย็นตอบรับ

            “ข้ารู้”

            กล้ามองว่าเทพเจ้าเป็นผีสุราได้อย่างไรหนอมาร

            ครืน!

            ทั้งห้องสั่นสะเทือนฉับพลัน อยู่ดีไม่ว่าดีลมกลับกระแทกหน้าต่างทุกบานเปิดปิด ข้าวของในห้องถูกพัดปลิวว่อน เครื่องไม้ล้มพังระเนระนาด ปราภพเอื้อมคว้าขวดสุราเพราะเกรงว่ามันจะล้ม กลับมีเขม่าดำโผล่มาไวกว่าปัดขวดตกแตก เสียงเพล้งแสนทำร้ายหัวใจไอศูรย์ด้วย ความร้อนระเหยสุราสิ้น

            เหนือเศษซากขวดคือเขม่านรกที่กำลังหลอมรวมเป็นจ้าวนรก

            “หึ! สุราขวดสุดท้ายแตกเสียแล้ว น่าสงสาร” นัยน์ตาเพลิงลุกวาวน่ากลัว มุมปากยกยิ้มพอใจ

            ปราภพละสายตาจากเศษขวด สีหน้าเงียบขรึม

            บรรยากาศภายในห้องมีแรงกดดันหนาแน่นและเริ่มอบอ้าว

            “ชาลวัชฌ์ ทำอะไรลงไป!” ไอศูรย์ติ

            “ไหนว่าแก้พิษไม่ได้ก็ไม่ตายไงเล่า เครียดทำไมรึ” ผู้กระทำการสนุกสนานอยู่ผู้เดียว ฝ่าเท้าเหยียบซากขวดซ้ำ “อ้อ ถึงไม่ตายแต่ผลของพิษจะทำลายร่างกาย ทิ้งไว้นานเกินผิวจะถูกกัดกร่อน สภาพแย่ยิ่งกว่าศพเน่าเฟะ อยากรู้นักว่าสหายของข้าจะทำอย่างไรกับศพเดินได้ต่อ จะกอดลงโดยไม่อ้วกได้หรือไม่”

            ...ชาลวัชฌ์ทำเกินไปแล้วจริงๆ

            ไอศูรย์ถอนหายใจแรง ความเครียดครอบงำ

            จะว่าเขาห่วงใยปราภพออกนอกหน้าก็ไม่ถูกเสียทั้งหมด สิ้นสุราขวดสุดท้ายก็เหมือนฆ่าปราภพ อีกอย่างเขาเพิ่งหวังว่าหากปราภพฟื้นพลังได้ การหยุดยั้งริปูก็ง่ายขึ้น ไม่ต้องเสี่ยงกับผู้ที่เอาแน่ด้วยไม่ได้จนน่ากลัวอย่างจ้าวนรกอีก

            ความหวังสูญสิ้นไปพร้อมกับหัวใจที่ปวดร้าว

            นัยน์ตาสีทองมองปราภพ อยากพูดขอโทษแทนแต่พูดไม่ออก แค่คำขอโทษจะทดแทนชีวิตได้อย่างไร

            หัวหน้าสำนักรับรู้ว่าจ้าวนรกขึ้นมาบนพื้นดิน ก็นำพาเทพส่วนหนึ่งเข้ามาในเรือนเพื่อเชิญตัว เมธาตามมาด้วยเพราะห่วงไอศูรย์ ครั้นเปิดประตูแล้วพบความตึงเครียดก็พากันชะลอฝีเท้า เพ่งมองจ้าวนรกผู้มีกลิ่นอายภัยพาลโดดเด่น

            ชาลวัชฌ์หัวเราะกร้าว ประกาศออกมาว่าปราภพไม่มีทางตายด้วยเจตนาร้ายของริปู มันเป็นพรและคำสาปจากจ้าวนรกตนก่อน ที่หวั่นเกรงสายเลือดตนเป็นภัยร้าย คำสาปสาปไว้ว่าหากปราภพเป็นพาล จะถูกฆ่าตายได้ด้วยผู้ที่มีเจตนาดีต่อความถูกต้อง ส่วนพรคือหากปราภพไม่ใช่มารเลวร้าย จะได้รับการละเว้นความตายจากน้ำมือของผู้ที่มีเจตนาชั่วช้า

            แดนสวรรค์ไม่เคยรู้ความลับข้อนี้มาก่อน อีกอย่างก็ไม่คิดก้าวก่ายอำนาจของแดนนรก การที่พ่อจะทิ้งคำสั่งสอนไว้ควบคุมลูกแทนตนย่อมไม่ผิด เทพที่มาจึงไม่ได้มีท่าทีเปลี่ยนแปลงสักเท่าใด ตรงกันข้ามหากปราภพไม่ตายเพราะริปูก็ถือเป็นข้อพิสูจน์ว่าปราภพไม่ใช่มารร้าย

            ที่แท้ปราภพจะไม่ถึงตาย ไอศูรย์รู้เสียที ความเบาใจก่อเกิดส่วนหนึ่ง ใจยังคงห่วงอยู่ดี ถ้าหากแก้พิษไม่ได้ปราภพก็ยังเหมือนต้องตายทั้งเป็น

            “ดังนั้นคงรู้ตัวแล้วว่าเจ้าเองก็ฆ่าข้าไม่ได้” ปราภพพูดกับชาลวัชฌ์อย่างไม่ใส่ใจ

            “ช่างสิ ดูเจ้าทุกข์ทรมานย่อมสนุกกว่า” ชาลวัชฌ์ยิ้มเหี้ยมสบประหม่า

            ศึกนอกว่าร้าย ศึกในซ้ำร้ายไม่แพ้กัน

            ไอศูรย์กระแอมไออยู่หลายที เพื่อให้ชาลวัชฌ์ยอมลดราวาศอก การที่ไอศูรย์ไม่โกรธก็ทำให้ชาลวัชฌ์ไม่พอใจด้วย ชาลวัชฌ์ไม่คิดบ้างเลยว่าตนเองต่างหากสมควรเป็นฝ่ายถูกโกรธที่สุด

            “จ้าวนรก พวกเรามีการใหญ่ที่ต้องพึ่งพาท่าน” เมธาทนรอจนสบโอกาสจึงเอ่ยเชิญ บรรดาเทพอาจารย์ด้านหลังเมธารีบค้อมศีรษะพร้อมกัน “โปรดตามพวกเราไปหอประชุมด้วย”

            สวรรค์ขาดแค่อำนาจของจ้าวนรกพวกเทพก็จะดำเนินตามแผนได้

            ชาลวัชฌ์แสยะยิ้มเลวร้าย พยักหน้าส่งๆ อย่างเข้าใจ

            เข้าใจหรือ? ความจริงไม่ง่ายเช่นนั้น

            จ้าวนรกผู้ยิ่งใหญ่กลับทิ้งตัวนั่งบนเก้าอี้ เสียงหัวเราะเหี้ยมอันน่ากริ่งเกรงกึกก้องเรือน แววตาฉายทิฐิสูงส่งยากจะทลายลง

            เมธาหน้าตึงเครียดฉับพลัน พยายามที่จะไม่ด่า อดทนอดกลั้นได้อย่างน่าทึ่งแล้วหันมาค้อมศีรษะให้ปราภพแทน

            “ท่านปราภพ เหลือเพียงท่านแล้ว หากท่านไม่ตายย่อมเรียกพลังกลับคืนได้ใช่หรือไม่ พวกเราจำเป็นต้องยืมพลังจากสักขั้วอำนาจ เวลานี้ส่งกองทัพไปขัดพิธีล่วงหน้าอยู่ คงถ่วงเวลาได้อีกไม่นาน สวรรค์จำเป็นต้องใช้อำนาจมหาศาลดึงมหาธาตุกลับมาในสมดุลเดิม”

            “ขับพิษต้องใช้สุราจอมมาร เมื่อครู่ลมแรงพัดเข้ามา สุราขวดสุดท้ายของข้าจึงหล่นแตกก่อน” ปราภพตอบโดยไม่โทษผู้ใด

            ชาลวัชฌ์ได้ฟัง โมโหร้ายยิ่งกว่าถูกกล่าวโทษ ถูกมารที่เกลียดช่วยปิดบังไม่ต่างจากถูกดูแคลน เพราะคิดแง่ร้ายจึงยืนผงาดง้ำ ใส่อารมณ์ถีบโต๊ะพลิกคว่ำ มีจิตสังหารคิดฆ่าโพยพุ่งมือก็พุ่งจับคอของปราภพหมับ อยากขย้ำให้เละต่อหน้าเสียเดี๋ยวนั้น นัยน์ตาลุกวาวจ้องเขม็ง

            “ข้าทำลายขวดสุราเพราะพอใจจะทำ เจ้ามันสมควรตาย!

            คำพิพากษาของจ้าวนรกไม่ได้ผล ปราภพเลยยังต้องมีชีวิต ทว่านัยน์ตาของปราภพนิ่งมืดมิดเหมือนตายอยู่ตลอด

            “ชาลวัชฌ์” ไอศูรย์จับแขนชาลวัชฌ์เอาไว้แน่น ใช้สายตาเย็นเยือกจ้อง ชาลวัชฌ์จึงยอมปัดแขนออกกัดฟันกรอด

            ทุกคนหวังพึ่งพา ไฉนเลยจ้าวนรกไม่เคยเป็นดั่งใจ เอาแต่ตนเป็นใหญ่

            เมื่อเทียบกันแล้ว ใจของผู้เห็นเหตุการณ์ทั้งหลายเอนเอียงไปทางปราภพเต็มที่ ไม่สนอีกแล้วว่าพวกตนเป็นเทพ ปราภพเป็นมาร แน่นอนว่าหากต้องการให้ผู้หนึ่งช่วยเหลือ พวกเขาจะเลือกปราภพ

            “สุราจอมมารไม่มีเหลือแล้วจริงหรือ” หัวหน้าสำนักหลีกเลี่ยงการกล่าวถึงจ้าวนรกในแง่ลบ ถึงรู้ว่าจ้าวนรกผิดแต่ไม่ใช่เวลาใส่ฟืนเข้ากองฟอน

            “ทำลายปราสาทก็ไม่มีเหลืออีก” ปราภพยอมรับ

            “สุราที่ท่าน...” เมธาหันมาหาไอศูรย์

            กะแล้วเชียวว่าต้องถูกถาม หากมีเขาคงไปหยิบมานานแล้ว

            “ดื่มหมด เหลือแค่ขวดเก็บไว้” ไอศูรย์ตอบโดยไม่ปิดบัง

            ก็แอบจิบวันละนิดละหน่อยไม่นานย่อมหมด ของดีมีหรือจะเหลือ เขาคิดว่าสามารถไปเอาสุราที่ปราสาททมิฬได้ทุกคราหากต้องการ ไม่ทันคิดว่าวันนี้จะขาดแคลน

            นัยน์ตาสีทองเหลือบมองปราภพ เสียดายสุราดีก็ส่วนเสียดาย แต่ใช่ว่าขาดแล้วจะตาย มารตรงหน้านี่สิหากไม่มีสุราขับพิษย่อมอยู่เหมือนตายทั้งเป็น ชาลวัชฌ์ก็วู่วามเหลือเกิน

            แต่ก็น่าแปลกนัก ปกติแล้วชาลวัชฌ์จะเกิดอคติรุนแรงกับผู้ที่มีเจตนาซ้อนเร้น คล้ายเป็นสัญชาตญาณจับเท็จ

            หรือปราภพยังมีเรื่องปิดบัง...

            กรุ้งกริ่ง

            เสียงกระดิ่งกังวานใสแว่วจากด้านนอกดั่งดนตรีสวรรค์ ตรงบานหน้าต่างมีพญาไก่ฟ้ากำลังลอยลอดเข้ามาอ้อยอิ่ง ปลายเท้าลงเหยียบพื้นอย่างนุ่มนวล เผยยิ้มสง่างาม ขนไก่สีเหลือบเขียวที่เกราะไหล่กวัดไกว

            “ไม่ต้องห่วง สุราขวดสุดท้ายของจอมมารอยู่กับข้า” พญาไก่ฟ้ากวัดนิ้วให้ขวดเคลือบขาวมาปรากฏบนมือ “นี่สิถึงจะเรียกว่าขวดสุดท้าย”

            สุราขวดใหญ่เด่นชัด ลายเคลือบขึ้นเงา

            สวรรค์เข้าข้างพวกเขา!

            “ดี เราต้องรีบไปยังแท่นพิธีของริปู” ไอศูรย์พยักหน้ารับ

            พญาไก่ฟ้ายิ้มแย้ม หยิบถ้วยไผ่ขัดจากโต๊ะรับรองมุมห้องมารินสุรา ชะตาคงเล่นตลกเสียแล้ว สิ่งที่ออกมาจากขวดหาใช่น้ำ กลับเป็นลูกเจี๊ยบกลิ้งหลุนๆ หล่นตุบลงในถ้วย มันตาปรือมองก่อนจะล้มตัวลงนอนเมาแอ๋ต่อ

            ทุกฝ่ายเงียบกริบ อ้ำอึ้ง

            แม้ผัดหน้ามาสวยงามยามนี้พญาไก่ฟ้าก็หน้าซีด ไม่มีแม้ข้อแก้ตัว จำต้องกลั้นใจช้อนตัวลูกเจี๊ยบยื่นให้ปราภพ ตนเม้มปากแน่นเบือนหน้าหนีอย่างไม่อาจทนดูต่อ

            “มันเพิ่งกินสุราขวดสุดท้ายหมด ท่านต้องรีบกินมันแทน”

            พญาไก่ฟ้าบอกให้ปราภพกินลูกเจี๊ยบ?!

            ไอศูรย์ปรับอารมณ์ตามไม่ถูก

            ปราภพไม่ได้ตกใจ กลับยิ้ม แค่มือใหญ่ยอมรับตัวลูกเจี๊ยบไปพญาไก่ฟ้าก็ร้องห่มร้องไห้คล้ายวิมานจะถล่มสวรรค์จะทลาย เหล่าเทพช่วยกันปลอบ จนไอศูรย์ต้องส่งสายตาห้ามไม่ให้ปราภพรังแกพญาไก่ฟ้าอีก เขารู้ว่าปราภพไม่มีทางกิน ที่รับไปก็แค่อยากเห็นเจ้าของลูกเจี๊ยบเป็นอย่างที่เห็น

            ไอศูรย์มองชาลวัชฌ์ต่อ เฮ้อ! มองแล้วเหนื่อยใจนัก ที่ตนมาอยู่ตรงนี้ก็เพราะคิดว่าทุกคนจัดการปัญหากันได้ เมื่อเมธาเป็นผู้ออกปากเองเขาก็อยากไว้ใจสักครั้ง แต่ดูเอาเถิด สิ่งเดียวที่ไม่มีผู้ใดควบคุมได้ก็คือจ้าวนรก นี่ไอศูรย์ใจเย็นอย่างที่สุดแล้ว ไม่โทษใครทั้งนั้น ทว่าเขาจะไม่เสียเวลาตอแยจ้าวนรกอีกแน่หากรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ใช้เหตุผลเลย

            ผิดแผนก็ต้องเปลี่ยนแผน

            “เราเสียเวลามากไม่ได้ กำลังที่ส่งไปจะขัดพิธีได้นานสักเท่าใดกัน” ไอศูรย์ถอนหายใจยาว ในความเยือกเย็นยังมีความร้อนรุ่มสุมอยู่ “หากยังไร้ทางออกข้าจะไปแท่นบูชาของริปูเอง”

            ไม่ต้องรอฟังคำห้าม ไอศูรย์ใช้ม้วนคาถาพาตนเองบินพุ่งไปยังตำแหน่งที่เทพองค์อื่นสร้างเขตอาคมรองรับไว้ มันอยู่ใกล้แท่นพิธี เมธารู้ว่าห้ามไม่ทันก็รีบบินทะยานไล่หลัง หวั่นเกรงว่าไอศูรย์จะสละแม้ชีพตนทำลายแผนของริปู

            เหลือคู่กรณีตัวฉกาจในห้อง

            ปราภพวางลูกเจี๊ยบให้มันนอนสบายบนเตียง สายตาดุดันน่ากลัว

            “ถึงข้าไม่ได้ทำร้ายสหายของเจ้า” ปราภพเอ่ยกับชาลวัชฌ์ “กระนั้นเจ้าก็ไม่อาจรักษาสหายเพียงหนึ่งเดียวของตนได้อยู่ดี ไอศูรย์มีเจ้า ก็เหมือนไม่มี ไม่คิดว่าจ้าวนรกจะไร้ค่านัก”

            น้ำเสียงไร้อารมณ์ความรู้สึก กลับบันดาลให้ผู้ฟังมีอารมณ์คั่งแค้นลุกโหม ปราภพไม่มองชาลวัชฌ์ แต่สายตากลับดูมีจุดประสงค์แยบยล สะบัดม้วนคาถาพาตนเองทะยานไล่ตามไอศูรย์กับเมธาทันที ชาลวัชฌ์คิดฆ่าปราภพสุดกำลังพลันพุ่งตาม ใจร้อนมุทะลุไม่มีใครกล้าขัดขวาง

            สายเขม่าดำและเพลิงโลกันตร์วาดยาวบนฟากฟ้าจนฟ้าแดงหลัว

            หัวหน้าสำนักถอนหายใจเฮือกใหญ่ นึกชมความเฉียบแหลมของมาร เทพทั้งหลายมองออกว่าปราภพจงใจยั่วยุให้ชาลวัชฌ์ไปที่นั่นด้วย อย่างน้อยที่สุดพวกเขาก็หวังว่าชาลวัชฌ์จะยอมทำอะไรบ้างในยามคับขัน

            “แท่นพิธีฝ่ายเราคงใกล้เสร็จแล้ว เร่งไปประจำตำแหน่ง” หัวหน้าสำนักสั่งอาจารย์เทพที่เหลือ เทพเจ้าในสำนักทิพย์วิทยาก็เหมือนฝ่ายบุ๋น ไม่ได้รับอนุญาตให้ลงสู่สมรภูมิเพราะต้องใช้วิชาทำสิ่งที่สำคัญกว่าออกรบ นั่นคือพิธีชำระล้างมหาธาตุให้บริสุทธิ์ มันเป็นคาถาที่ใหญ่ที่สุด ไม่ว่าเทพสวรรค์จะดึงมหาธาตุกลับมาสมดุลเดิมได้หรือไม่ อย่างไรก็ต้องคอยยับยั้งไม่ให้สิ่งอื่นใดก่อเกิดเติบโตจากความมืดดำของภัยพิบัติ



ต.ใต้ต้นตาล : ต...ตีสองครึ่งแล้ว ถ้าเค้าขอไปนอนก่อนเค้าจะผิดไหม T T สติสตางค์เค้าไม่ไหวแล้วนี่สิ... ฮือๆ ๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 226 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

526 ความคิดเห็น

  1. #522 JAW_XCIX (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2563 / 02:37
    คนคลั่งรัก5555555
    #522
    0
  2. #506 Ruruka Buta (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 16:44
    จากเครียดๆ ดราม่าๆ อื้อหือ เจอลูกเจี๊ยบเข้าไป ฮาท้องแข็งเลย 55555
    #506
    0
  3. #446 ปาล์ม (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 19:06

    ตอนนี้ตลก น่ารัก

    #446
    0
  4. #413 ฺBedroom (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:29
    ขอบคุณมากนะคะ คุณตาล นิยายสนุกมาก มากกกกกก
    คือจากที่เครียดๆกันอยู่ พอพญาไก่ฟ้ามา ความเครียดปลิวหายไปเลยจ้า
    #413
    0
  5. #405 thifu:') (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 15:14
    เนื้อหาเจ้มจ้นมาก ไม่คิดว่าพญาไก่จะออกมาเหมือนจังหวะซิสคอมขนาดนี้โอ๊ย เครียดแต่ก็ยิ้มมุมปาก
    #405
    0
  6. #375 moony+lilac (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 / 19:33
    แค่อ่านยังเหนื่อยขนาดนี้เลยค่ะ ซับซ้อนมากๆ จนอยากขอปรบมือพันครั้ง เราโกรธชาลมากเลย นิสัยเด็กมากกกก บึนปากแรงๆ

    ลูกเจี๊ยบนี่อะไรอะรูก จอมมารไม่กินแต่เราเนี่ยแหละจะกินแทน ท่านไก่ฟ้าก็ร้องไห้ไปเถอะ 555555555555 จำได้ว่ามีสุราจอมมารอยู่กับโยธีอีกขวดไม่ใช่เหรอ หรือเราจำผิด
    #375
    1
    • #375-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 11)
      11 ธันวาคม 2560 / 21:04
      มีสุราอยู่กับโยธีค่ะ ตอนแรกกะเขียนว่าไอศูรย์นึกขึ้นได้ไปขอจากโยธี แต่โยธีจะดื่มหมดไปนานแล้ว มันก็จะยืดเรื่องเกินและกลัวคุมอารมณ์เรื่องไม่อยู่ด้วยค่ะ เลยตัดข้ามไม่ได้เขียน แฮ่ XD
      #375-1
  7. #295 ศศิธร (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 05:40
    อ่านตามถึงบทนี้. นอนพักก่อนค่ะ. บทสุดท้ายต้อง ให้ลงตัวสวยงาม. บ่ายๆเจอกันค่ะ
    #295
    1
    • #295-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 11)
      17 กรกฎาคม 2560 / 10:43
      ขอบคุณทีอยู่เป็นเพื่่่่่อนนะคะ ตื่่นสายเลย T T
      #295-1
  8. #280 คาราเมลเกลือ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 15:45
    เฟบเรื่องนี้ดองไว้ตั้งแต่ประมาณตอนที่3-4 เพราะติดตามงานของคุณนักเขียนมาทุกเรื่อง เมื่อวานเพิ่งมาไล่อ่าน อ่าว จะจบซะแล้ว555555555 งานดีจริงค่ะ กระซิก/// ชอบบบ แอบมึนๆงงๆ แต่ก็เข้าใจ หลอกกันไปหลอกกันมา สมองแตกตายเจ้าค่ะ 5555555 / ตอนจบลูกของไอกับปราภพจะโผล่มาไหมหนอ จะได้กลับมาอยู่ด้วยกันไหมนะ ลุ้นจังค่ะ จะรอนะคะะะะ ปล. โถเจ้าลูกเจี๊ยบตะกละ
    #280
    1
    • #280-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 11)
      12 กรกฎาคม 2560 / 18:42
      ขอบคุณที่ติดตามค่ะ เรื่องของลูกนี่ยังบอกอะไรมากไม่ได้เพราะมันเป็นเรื่องหลักจริงๆ ที่จะเขียนค่ะ ^ ^
      #280-1
  9. #279 ทิกเกอร์แอล (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 21:28
    เราขำคือเหมือนลูกเจี๊ยบบ่มตัวเองให้พร้อมถอนขนแล้วจับโยนลงกระทะได้เลยอะค่ะ สงสารก็แค่พญาไก่ อุตส่าห์บ่มเลี้ยงมาอย่างดี เกือบจะโดนกินเสียแล้ว 555555555555 
    เด็กชายชาลคะ คือคราวนี้เราก็ว่าชาลทำเกินไป แต่ด้วยต่อมลำเอียงของเรา เราก็พร้อมที่จะเข้าใจชาล ฮี่ๆๆๆๆๆๆ แต่เราขัดใจน้องฟานเอาตรงๆ คือก็เข้าใจสถานะน้องนะ แต่บางทีก็รู้สึกว่าความหวังดีของน้องฟานนี่ไม่ได้ดูตาม้าตาเรือเล๊ยยยยยยยยยย ด้วยความรำของเราอีกนั่นแหละค่ะ 5555555 คือท่านไอปฏิเสธก็เพราะนึกถึงคนอื่น เราว่าไม่ใช่แค่เทพ แต่มนุษย์หลายๆ คนก็จะทำแบบท่านไอนะ บางทีต่อให้เป็นจอมมารเองก็ไม่แน่ น้องฟานเข้าสำนักแพทย์มาก็น่าจะมีจิตเมตตาต่อสิ่งมีชีวิตอื่นๆ 
    ดีนะที่เมธาอยู่ด้วย สูงวัยนี่ไม่ได้มาด้วยอายุอย่างเดียว ความคิดความอ่านยังสมกับอายุผู้สูงวัย ฮืออออ (กอดขาเมธา) 
    #279
    1
    • #279-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 11)
      12 กรกฎาคม 2560 / 18:47
      เจี๊ยบทอดเหล้า 555
      โอ้ ข้ามิเห็นความลำเอียงของท่านเลยเเม้แต่นี้สสสสสสสสเดียว 555555555
      #279-1
  10. #277 ศศิธร (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 14:33
    อ่านแล้วเหนื่อยแทนคนเขียนค่ะ ต้องคิดงานหลายตรลบ สนุกมาก มีขำนิดๆแต่ เป็นมุข ที่เกร๋ น่าเอ็นดู
    #277
    1
    • #277-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 11)
      12 กรกฎาคม 2560 / 18:53
      ตอนคิดว่าคนอ่านจะติดกับเราไหมก็สนุกดีนะคะ แฮ่ XD
      #277-1
  11. #276 Blue Min (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 09:28
    จะจบแล้วววววว อีกใจนึงก็ดีใจอ่ะ แต่อีกใจนึงก็เสียดายยยยยย เราชอบบบบบ
    #276
    1
    • #276-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 11)
      12 กรกฎาคม 2560 / 18:54
      ไว้เขียนเรื่องใหม่มาอีกจ้าถ้าคนเขียนยังอยู่ในสภาพที่เขียนได้นะคะ > < เฮ่
      #276-1
  12. #275 tungminpe (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 08:11
    ่ลูกเจี๊ยบบบบบบ กินเหล้าหมดคนเดียวได้ไง...ทำไมไม่เหลือไว้บ้างงงงงงงง 555555+
    #275
    1
    • #275-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 11)
      12 กรกฎาคม 2560 / 19:00
      ลูกเจี๊ยบแค่อยากการันตีว่าสุราจอมมารคือสุรารสเลิศไงคะ 55555
      #275-1
  13. #274 Blueheart (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 02:34
    นี่คือนิยายตลก55555 ขรรมลูกเจี๊ยบ คือพีคมากเลยค่ะ นับถือคนเขียน
    #274
    1
    • #274-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 11)
      12 กรกฎาคม 2560 / 19:10
      เห็นด้วยแล้วใช่ไหมคะว่านี่คือนิยายตลก 555555
      #274-1
  14. #271 Irotawin (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 01:09
    ลูกเจี๊ยบกินสดๆไม่น่าจะอร่อยนะคะ แนะนำว่าให้ย่างเกรียมๆหน่อยค่อยกิน(?) พี่ชาละวันมาแล้วววววว ทำไมต้องทำตัวชั่วตลอดเลยยยยยย แต่น่ารัก ให้อภัยก็ได้
    #271
    1
    • #271-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 11)
      12 กรกฎาคม 2560 / 19:12
      ขอบคุณสำหรับ How to การกินลูกเจี๊ยบให้อร่อย 5555
      #271-1
  15. #270 33565 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 22:49
    ลูกเจี๊ยบน่ารักน่าถีบ(?)มาได้ไงอะ
    #270
    1
    • #270-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 11)
      13 กรกฎาคม 2560 / 20:07
      แฮ่ มาเพื่อมุกคนเขียนค่ะ ๕๕๕๕
      #270-1
  16. #269 y_pps (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 21:02
    55555555 จับลูกเจี๊ยบ?ต้มกินเลยค่ะ 555555555
    #269
    1
    • #269-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 11)
      13 กรกฎาคม 2560 / 20:08
      กินลงคอเลยหรอคะ //ให้น้องลูกเจี๊ยบทำตาโตใสวิ้งๆ ๆ ๆ อ้อนวอน
      #269-1
  17. #268 jjr119 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 20:57
    คืออออ ลูกเจี๊ยบดื่มทำไมมมลูกTOT
    #268
    1
    • #268-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 11)
      13 กรกฎาคม 2560 / 20:09
      ตอนนั้นอาจจะหิวก็ได้ ๕๕๕๕
      #268-1
  18. #267 I.amNanna (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 20:47
    อัลไลคือลูกเจี๊ยบดื่มเหล้าาาาา น่าจับไปต้มกินซะให้เข็ด
    #267
    1
    • #267-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 11)
      9 กรกฎาคม 2560 / 20:55
      จะกินเหล้าต้มหรือลูกเจี๊ยบต้มนะคะ //แฮร่! สงสารพญาไก่ฟ้าเถิด เจี๊ยบน้อยอุตส่าห์รอดจากปราภพ ๕๕๕๕๕
      #267-1
  19. #266 parksunghyo (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 20:24
    โลกจะถูกทำลายเพราะลูกเจี้ยบตัวเดียว -_-+
    #266
    1
    • #266-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 11)
      9 กรกฎาคม 2560 / 20:41
      ฮ่า อ่านเม้นต์นี้แล้วขำหนักมาก โลกจะถูกทำลายเพราะลูกเจี๊ยบตัวเดียว ๕๕๕
      #266-1
  20. #265 yohyoh120 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 19:49
    มันคือนิยายตลกจิงด้วย -_-จะสงสารจอมมารก็กระไรอยุ่ เงิบเบย
    #265
    1
    • #265-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 11)
      9 กรกฎาคม 2560 / 20:44
      เรามีความจริงของจอมมารอีกนะ เดี๋ยวรู้ในบทถัดไป
      #265-1
  21. #264 donejaija (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 18:47
    จ้าวนรกสมควรอยู่คนเดียว ทำตัวงี้ไม่มีใครอยากคบนะจ้ะ
    #264
    1
    • #264-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 11)
      9 กรกฎาคม 2560 / 20:45
      ฮ่า เพราะงี้ถึงอยู่ในนรกแล้วอยู่กับสาวคนไหนไม่เกินวันไงคะ ๕๕๕๕
      #264-1
  22. #263 ทิกเกอร์แอล (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 18:35
    แวะเข้ามากรีดร้อง ยังไม่ได้อ่านค่ะ คือเห็นใน fb ตอนนี้มีแต่มือถือ เม้นไม่สะใจจจ
    #263
    1
    • #263-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 11)
      9 กรกฎาคม 2560 / 20:47
      ขอบคุณจ้า
      #263-1
  23. #262 Atk. S. (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 18:24
    งะยังไม่จบ
    #262
    1
    • #262-1 จินต์ ลี.(จากตอนที่ 11)
      9 กรกฎาคม 2560 / 20:47
      จบบทหน้าแบบ...ค่ะ ^ ^
      #262-1