ผิดหรือไงถ้าจะรักคุณแม่จอมมารน่ะ

ตอนที่ 2 : ลูกของจอมมาร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 111
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    1 ส.ค. 62


     จอมมารเดินเข้ามายังสวนขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ด้านหลังห้องบัลลังก์เพราะที่กลางสวนดอกไม้แห่งนี้ติดตั้งเครื่องเคลื่อนย้ายเอาไว้และตอนนี้ตัวเครื่องก็กำลังทำงานอยู่

     “เตรียมการพร้อมแล้วสินะ”

     จอมมารพูดพร้อมกับถอดผ้าคลุมของตัวเองออกก่อนจะส่งให้คนรับใช้ที่อยู่ข้างๆ

     “คะท่านจอมมารส่วนพิกัดนี่....”

     “ตั้งไว้ที่ปราสาทของตระกูลผู้กล้าอโมรี่สะ”

     “เข้าใจแล้วคะ”

     ลีน่าตอบรับก่อนที่เธอจะรัวนิ้วมือไปที่หน้าจอสี่เหลี่ยมข้างๆ เครื่องเคลื่อนย้ายทันทีพอดีกับจอมมารที่เดินมาหยุดอยู่ตรงกลางเครื่อง

     “งั้นเดียวฉันมานะ”

     “คะท่านจอมมาร”

     ลีน่ากดปุ่มที่เครื่องทันทีกับที่ร่างของจอมมารถูกวงเวทย์เคลื่อนย้ายระยะไกลทำงานส่งร่างของเธอไปที่ริมทะเลสาบใกล้ๆ ปราสาทของตระกูลอโมรี่

     “ที่นี่เหรอเมืองหลวงของสหพันธรัฐแห่งแสง”

     เธอกล่าวออกมาพร้อมกับหันหน้าไปรอบเพื่อเช็คว่ามีผู้คนหรือไม่ซึ่งคำตอบคือไม่มีเพราะแบบนั้นเธอจึงเริ่มร่ายเวทย์เพื่อทำให้ไม่มีใครเห็นเธอ

     “มิติกระจกที่สะท้อนทุกอย่างให้กลายเป็นภาพลวงตาจงปกคลุมร่างของเรา”

     [วิชาเร้นกาย : เกราะกระจก]

     หลังยืนยันว่าเวทย์มนต์ใช้ได้ผลเธอก็เรียกปีกของเธอออกมาและนั้นรวมถึงเขากับหางที่คล้ายมังกรเพราะเธอเป็นลูกครึ่งเผ่ามังกรกับเผ่าเทพนี่นะแถมพ่อแม่ของเธอก็ถูกฆ่าโดยผู้กล้ารุ่นแรกๆ ของโลกนี้เพราะความเข้าใจผิด

     “ท่านพ่อท่านแม่ไม่รู้จะต้องใช้เวลาเท่าไหร่แต่ลูกจะทำให้ดีที่สุดคะ”

     พรึบๆ

     เสียงกระพือปีกทั้งหกดังขึ้นพร้อมกับส่งร่างของจอมมารลอยขึ้นไปในอากาศเธอหันไปมองปราสาทของตระกูล อโมรี่ ก่อนจะบินเข้าไปใกล้ๆ ทันทีและพอยิ่งเข้าไปใกล้ก็ได้เห็นว่ามีทหารคอยยืนถือแซ่ฝาดพวกคนงานบางคนด้วยความสนุกและพอเข้ามาในปราสาท

     ‘ตรงตามที่สายลับส่งข้อมูลมาเลย’

     เธอแอบมองอยู่ที่ขอบประตูแต่เธอยังคงลอยตัวอยู่ตลอดเพราะไปอยากให้เกิดเสียงและสิ่งที่เธอเห็นก็คือคนที่น่าจะเป็นขุนนางของปราสาทหรืออาจจะเป็นคนใหญ่โตที่กำลังข่มขืนคนที่น่าจะเป็นทาสอยู่แต่ทาสคนนั้นก็พยามขัดขืนเต็มที่เธอคงบินไปจากที่นี่แล้วถ้าไม่บังเอิญเห็นว่าทาสคนนั้นมีหูกลมๆ กับหางฟูๆ เหมือนแร็กคูน

     ‘ต้องช่วยสินะ’

     จอมมารพูดออกมาในใจก่อนจะบินตรงเข้าห้องพร้อมกับเรียกมีดพกออกมาแทงเข้าที่คอของขุนนนางคนนนั้น

     ฉึก!

     “เฮือกก!”

     ร่างของขุนนางดิ้นอย่างทรมาณก่อนจะหล่นลงไปจากเตียงและเด็กสาวครึ่งแร็กคูนก็กำลังจะร้องออกมาด้วยความตกใจแต่จอมมารปิดปากเธอไป

     “กรีด-”

     “เงียบไว้”

     จอมมารค่อยๆ ปลดเวทย์เร้นกายเมื่อแน่ใจแล้วว่าขุนนางคนนั้นได้ตายไปเป็นที่เรียบร้อย

     “ท...ท่านจอมมาร”

     “เธอชื่ออะไร”

     “อ...เออ เอลลี่ คะ”

     “นอกจากเธอแล้วยังมีชาวแฟรี่คนอื่นอยู่ที่นี่อีกไหม”

     “อะ...เออคะนอกจากฉันก็มีอีก 2 คนคะ”

     “เหรอ”

     จอมมารพูดพร้อมกับเรียกอาวุธดาบเวทย์ออกพร้อมกับส่งให้ เอลลี่ ถือเอาไว้ก่อนที่เธอจะสั่ง

     “เธอไปช่วยอีกสองคนที่เหลือสะ ใช่เวทย์เป็นใช่ไหม”

     “คะ....ถ้าเป็นเวทย์พื้นฐานละก็”

     เวทย์พื้นฐานในสถานการณ์แบบนี้คงเอาตัวรอดได้ยากแน่นอนเพราะแบบนั้นจอมมารเลยให้ลูกแก้วที่บรรจุธาตุเอาไว้ให้กับ เอลลี่ อีกสองสามลูก

     “แค่นั้นไม่พอหรอกเอานี่ไปนะ”

     “ขอบคุณค่ะท่านจอมมาร”

     “ว่าแต่ทำไมเธอถึงถูกจับมาหละยังเด็กอยู่เลยนิ”

     “คือสองวันก่อนฉันกับเพื่อนอีกสองคนไปเยี่ยมญาติที่ค่ายทางตอนเหลือนนะคะแต่ก็ถูกพวกมนุษย์โจม...ตี....ฮึก....ฮึก....”

     เอลลี่ เล่าเรื่องราวให้จอมมารฟังแต่พอยิ่งเล่าเธอก็ยิ่งร้องไห้เพราะคิดถึงเหตุการณ์ที่ทำให้เธอกับเพื่อเจอเรื่องที่น่ากลัวสำหรับเด็กวัย 11 – 12 ปีอย่างนี้เพราะงั้นจอมมารจึงกอดร่างของเด็กน้อยเอาไว้ก่อนจะลูบหัวเหมือนปลอบใจเธอ

     “ไม่เป็นไรนะเอลลี่เธอไม่เป็นไร....ขอโทษที่ฉันช่วยเธอในตอนนี้ไม่ได้เพราะฉันต้องไปหาตัวลูกของผู้กล้า”

     พอได้ยินแบบนั้น เอลลี่ ก็ได้สติขึ้นมาเหมือนนึกอะไรได้

     “ท่านจอมมารคะถ้าเป็นลูกของผู้กล้าน่าจะอยู่ชั้นบนอาคารตรงข้ามนะคะ”

     “ทำไมถึงรู้หละ”

     “คือก่อนมาที่ห้องนี้ฉันได้ยินพวกคนใช้คุยกันนะคะว่าให้พาคุณหนูไปนอนที่ห้องชั้นบนสุด”

     “อย่างงั้นเหรอขอบใจนะ เอลลี่ ช่วยได้มากเลยเอาหละเธอรีบไปช่วยเพื่อนเธอแล้วมาเจอฉันที่ดาดฟ้าเข้าใจนะ”

“คะ!”

     หลังจากแยกกับเอลลี่จอมมารก็ใช้เวทย์เร้นกายกับตัวเองและเอลลี่โดยไม่ลืมบอกเด็กสาวถึงวิธีใช้เบื้องต้นและวิธีปลดปล่อยเพื่อให้เธอไปสอนเพื่อนๆ เธอต่อจะได้หนีกันได้ง่ายๆ และโชคดีของจอมมารที่ เอลลี่ กับ เพื่อนเป็นเด็กนักเรียนของโรงเรียน M.A.S ซึ่งเด็กโรงเรียนนี้ขึ้นชื่อว่าเรียนรู้ไวและก็เป็นตามราคาคุย

“เอาหละต้องขึ้นข้างบนสินะ”

     ถึงจะบ่นแบบนั้นแต่เธอก็เดินไปเปิดหน้าต่างพร้อมกับบินออกไปจากห้องนั้นทันทีก่อนที่เธอจะบินไปใช้บนสุดของปราสาทและเข้าไปทางหน้าต่างที่เปิดทิ้งไว้

     “ถึงจะว่ามาหาลูกของผู้กล้าก็เถอะแต่สายเราก็ยังไม่ได้ส่งภาพของลูกผู้กล้ามาให้เลยสินะน่าจะให้สำรวจให้เสร็จแล้วค่อยสั่งให้ถอยเมื่อ 3 วันก่อนจริงๆ ”

     จอมมารยืนกุมขมับของตัวเองทันทีที่คิดเรื่องสายลับแถมพอสายลับกลับไปได้ไม่นานเจ้าพวกมนุษย์นั้นก็ไปจับตัวเด็กสาวมาถึง 3 คนนับว่าครั้งนี้เธอพลาดแต่ก็เป็นโชคดีที่พวก เอลลี่ ได้เจอเธอและเธอก็ได้ช่วย เอลลี่ ไว้ได้ทันก่อนที่เด็กคนนั้นจะเจอเรื่องร้ายๆ และนี่ถือเป็นบทเรียนอีกบทของจอมมาร

     แงๆ แงๆ

     ระหว่างที่กำลังใช้ความคิดจอมมารก็ได้ยินเสียงของเด็กทารกร้องไห้และไม่รู้เพราะอะไรทำให้เธอค่อยๆ เดินไปตามเสียงร้องไห้นั้นก่อนเธอจะไปหยุดอยู่ที่ประตูคู่บานใหญ่สีขาวและพอเธอเข้าไปข้างในเธอก็เห็นบรรดาคนรับใช้ที่กำลังสนใจเสียงร้องของเด็กทารกตรงหน้าโดยไม่มีใครสนใจเสียงประตูเลย

     “รีบๆ ทำให้หลายชั้นหยุดร้องสิ”

     “คะ...นายท่าน”

     “โอๆ คุณหนูคะหยุดร้องนะคะ”

     “แงๆ ....แงๆ ”

     “เห้อ~~ขอโทษพวกท่านด้วยนะครับ”

     “ช่างเถอะท่านดยุค เด็กมันคงจะเสียใจที่พ่อแม่มันตายนะ”

     จอมมารยืนฟังสิ่งที่เหล่าขุนนางพูดโดยที่เธอยังใช้เวทย์เร้นกายอยู่ตลอดเวลาเพื่อไม่ให้ใครสังเกตเห็นเธอและเธอก็เดินไปยังเตียงของเด็กทารกที่บรรดาคนรับใช้กำลังกล่อมให้เด็กน้อยหยุดร้อง

     ‘เด็กผู้หญิง?’

     จอมมารพูดออกมาในใจเพราะทันทีที่เธอก้มหน้ามองทารกที่อยู่บนเตียงเธอก็ตกใจเพราะตรงหน้าเธอคือทารกเพศหญิงที่กำลังถูกเปลี่ยนผ้าอ้อมโดยคนใช้ที่คิดว่าเธอน่าจะฉี่หรืออึก็ได้แต่เปล่าเลยเธอไม่ได้เป็นแบบนั้นเลยทำให้คนใช้รีบสวมผ้าอ้อมให้เธอเหมือนเดิม

     “ทำไงดีคุณหนูไม่หยุดร้องเลย”

     “ไม่รู้สิหมดปัญญาแล้วเนี่ย”

     “แง!!”

     ทารกน้อยยังคงร้องไห้ออกมาอย่างต่อเนื่องจอมมารเลยเอื้อมมือเพื่อลูบหัวเด็กน้อยอย่างลืมตัวและสิ่งที่เหลือเชื่อก็คือพอเธอได้สัมผัสเด็กน้อยก็หยุดร้องแล้วลืมตาหันมามองเธอราวกับมองเห็นเธอ

     “อะ...อุ...อะ...อ่า”

     เด็กน้องยิ้มออกมาอย่างร่าเริงทันทีนั้นทำให้บรรดาคนใช้ถอนหายใจโล่งอกทันทีส่วนเด็กน้อยพอถูกจอมมารลูบหัวไปเรื่อยๆ เธอก็หลับอย่างว่าง่ายทันที

     ‘น่ารักดีนะเด็กคนนี้...ดวงตาก็เหมือนแม่มาก’

     จอมมารพูดในใจพร้อมรอยยิ้มที่ดูอบอุ่น

     “ว่าแต่ครั้งนี้ก็ผิดผลาดอีกแล้วสินะ

     คำพูดของดยุคดังขึ้นมาทันทำให้จอมมารรีบหันไปมองอีกคนทันทีและภาพที่เธอเห็นก็คือบรรดาขุนนางกำลังเอาแผ่นกระดาษที่มีรายชื่อมากมายวางลงบนโต๊ะแถมมีถุงที่ใส่เหรียญทองวางไว้ด้วย

     “ใช่ครั้งนี้ข้าแพ้พนันท่านดยุคว่าแต่จะเอาไงต่อหละท่าน”

     “เรายังมีหมากให้ใช้อีกตั้งเยอะท่านจะกลัวอะไรไป”

     “นั้นสินะแถมเรายังมีสายเลือดของผู้กล้าคนที่แล้วนอนอยู่ตรงนั้นด้วยนี่น่า”

     “ถูกต้องเด็กคนนี้จะต้องกลายเป็นแหล่งเงินแหล่งทองให้กับตระกูลนี้เหมือนที่แม่กับพ่อมันเคยเป็น ฮะฮ่าๆ

     จอมมารถึงกับตกใจกับสิ่งดยุคพูดเธอเดินไปฟังใกล้ๆ ดยุคเพื่อฟังรายละเอียดแต่พอเธอออกห่างจากเตียงของทารกมากเท่าไหร่เด็กน้อยที่กำลังหลับก็เริ่มลืมตาขึ้นมาทีละนิดราวกับความอบอุ่นค่อยๆ ห่างเธอไป

     “ว่าแต่ท่านดยุคไม่สงสารเด็กนั้นเหรอครับอาจจะตายตั้งแต่วันแรกที่เข้าเรียนก็ได้นะครับ ฮะฮ่า”

     “ข้าไม่กลัวหรอก ก็ขนาดคนที่คลอดเด็กคนนี้ให้ข้านะยังไม่ใช่ลูกข้าเลยนิ!”

     “ฮะฮ่าๆ แล้วเด็กนั้นก็เชื่อว่าท่านเป็นพ่ออย่าไม่สงสัยอะไรเลยเหรอครับ”

     “ถูกต้องทุกครั้งที่มันอยู่กับข้าจะต้องแกล้งเป็นครอบครัวอบอุ่นเพื่อให้มันตอบแทนข้าด้วยเงินจากการเข้าคณะผู้กล้ายังไงหละ”

     “ท่านนี่ได้ใจข้าจริงท่านดยุค”

     จอมมารทนฟังสิ่งที่พวกเขาพูดจนตอนนี้เธอกำลังโกธรและโกธรมากด้วยกะบสิ่งที่พวกเขาทำเธอไม่คิดว่าสถานการณ์ที่นี่จะเลวร้ายกว่าที่เธอคิดเอาไว้ในแผนเดิมเธอแค่จะเอาอาวุธมาให้ลูกของผู้กล้าและค่อยๆ ปลอมตัวมาเป็นอาจารย์เพื่อสอนผู้กล้าแต่ตอนนี้เธอกลับคิดว่าเธอไม่อยากเอาเด็กคนนี้มาอยู่ในสังคมของพวกเลวนี่ไม่งั้นประวัติศาสตร์ได้ซ้ำรอยอีกแน่นอนเพราะงั้นเธอจึงค่อยๆ คลายเวทย์ไร้ตัวตน

     “ ความเลวของพวกท่านก็ได้ใจเราเหมือนกันนะ

     ทุกสายตาต่างจ้องมองมายังจอมมารที่จู่ๆ ก็ปรากฏตัวต่อหน้าพวกเขาแน่นอนว่าต่อให้เคยออกรบพวกมนุษย์ก็รู้จักหน้าตาของจอมมารดี

     “จ....จอมมาร!”

     “ใช่เราเองสวัสดีและลาก่อนพวกหนอนโสโครก”

     พรึบ!

     ฉับ!

     สิ้นเสียงจอมมารเธอก็เรียกอาวุธออกมานั้นคือดาบประจำตัวเธอพร้อมกับที่เธอออกแรงเล็กน้อยในการพุ่งไปฟันพวกมนุษย์ทุกคนในห้องจนพวกเขาตายในดาบเดียวก่อนเธอจะเดินมายังเตียงนอนแล้วอุ้มเด็กทารกขึ้นมาอย่างถนุถนอม

     “อุ...แอ...อุ...แอ้”

     “อารมณ์ดีเชียวนะ”

     จอมมารใช้ดาบของเธอฟันไปที่กำแพงห้องจนเกิดช่องสี่เหลี่ยมขนาดพอให้เธอเดินออกไปอย่างง่ายดาย

     “งั้นไปกันเถอะ”

     จอมมารกางปีกทั้งหกของเธอก่อนจะกระโดดลงจากรูที่เธอสร้างพร้อมกับบินไปยังดาดฟ้าของอาคารที่อยู่ตรงข้าม

     “ยังไม่มาเหรอ”

     “อุ...อุ...อุ...”

     จอมมารที่กำลังมองหาร่างของเด็กอีกคนที่เธอพึ่งช่วยไว้วันนี้แต่กลับไม่เจอจนทารกน้อยที่อยู่ในอ้อมกอดของเธอร้องพลางเอื้อมมือไปที่หลังคาใกล้ๆ ดาดฟ้า

     “หืม....อ้อเจอละ”

     จอมมารเห็นร่างของเด็กน้อยสองคนกำลังยืนอยู่ด้านหลังของเด็กสาวที่จับมีดชี้ไปทางพวกผู้ใหญ่กลุ่มหนึ่งเพื่อป้องกันตัวเองกับเพื่อนๆ

     “หนอยพวกปีศาจนี่”

     “อย่าเข้ามานะ!”

     ฟิ้ว!

     จอมมารไม่อยากเสียเวลามากไปกว่านี้เธอเธอบินลงผ่านกลุ่มผู้ใหญ่เพื่อสร้างแรงลมพัดร่างของพวกเขาให้ตกจากหลังคาและมันได้ผลกลุ่มคนพวกนั้นตกจากหลังคาชั้น 5 ทันทีและเธอก็ค่อยๆ ร่อนลงหน้าพวกเด็กๆ

     “ท่านจอมมาร!”

     “จับตัวเราไว้เด็กๆ ”

     พวกเด็กๆ รีบวิ่งมากอดเอวของท่านจอมมารทันทีและเป็นจอมมารที่หยิบคริสตัลออกมาพร้อมกับเปิดหน้าจอสื่อสารของตัวเอง

     “ลีน่า!”

     ‘คะท่าจอมมาร’

     “จับพวกมันเอาไว้!”

     เสียงของกลุ่มคนกลุ่มใหม่วิ่งมาสมทบคนที่เหลือรอดบนดาดฟ้าแต่สายไปเพราะตอนนี้ร่างของจอมมารกับพวกเด็กๆ ได้ถูกเวทย์เคลื่อนย้ายส่งกลับไปยังปราสาทจอมมารเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

     …

     ..

     ..

     “ยินดีต้อนรับกลับคะท่านจอมมาร”

     ล่าน่ากว่าพร้อมกับก้มหัวลงพอเป็นพิธีเมื่อจอมมารปรากฏตัวขึ้นบนเครื่องเคลื่อนย้ายและเธอไม่ได้มาคนเดียว

     “ท่านจอมมารเด็กพวกนี้”

     “อืมช่วยพาไปส่งบ้านด้วยนะลีน่า...อ้อแล้วก็เตรียมเตียงเด็กอ่อนไว้ในห้องฉันด้วย”

     “เด็กอ่อน?”

     ลีน่ามองเด็กทารกที่กำลังลืมตาจ้องหน้าเธอและลีน่าจำได้ว่าดวงตานี้เหมือนกับสมาชิกของผู้กล้าที่ชื่อ อโมรี่ เพราะงั้นเธอจึงรู้ทันทีว่าเด็กคนนี้คือลูกของผู้กล้า

     “ท่านจอม-”

     “ชู่~อย่าเสียงดังลีน่าเดียวเด็กร้องไห้เอาเป็นช่วยทำตามที่เราขอก่อนเถอะแล้วจะเล่ารายละเอียดให้ฟัง”

     “ข....เข้าใจแล้วคะเด็กๆ ตามพี่มาทางนี้”

     ลีน่าเดินนำพวกเด็กออกไปจากสวนแห่งนี้ส่วนจอมมารก็เดินไปที่ห้องนอนของตัวเองเธอวางเด็กทารกเอาไว้บนเตียงซึ่งเด็กน้อยก็นั่งดูเธอเปลี่ยนชุดเป็นชุดที่สบายๆ เวลาอยู่ในห้องและตอนที่จอมมารกำลังจะใส่เสื้อเธอก็สบตาเด็กน้อยพอดี

     “ไม่บอกก็รู้ว่าฉันสวยน่า...เพราะงั้นเลิกมองได้แล้วแก่แดดแต่เด็กเลยนะเรา”

     “อุ...อุ...แอ”

     จอมมารพูดพร้อมกับเดินใช้นิ้วชี้พลักเจ้าเด็กน้อยล้มลงบนเตียงปล่อยให้เด็กน้อยนอนคลานเล่นตอนที่เธอใส่เสื้อ

     “อุ...อุ...”

     “ว่าไงหิวเหรอ”

     “แอ้”

     “เอาจริงเหรอเนี่ย!”

     เด็กน้อยคลานมาหาจอมมารพร้อมกับตบที่หน้าอกของเธอแต่ไม่แรงมากนักส่วนจอมมารที่ไม่เคยมีลูกไม่สิ ถึงจะคิดแบบนั้นแต่เด็กในวัยนี้ก็ควรกินนมแม่เพื่อพัฒนาการในการเติบโตแถมภายในห้องก็ไม่มีใครให้นมได้นอกจากเธอ

     “อู้....แอ...”

     “เข้าใจแล้วน่า”

     จอมมารบ่นพร้อมกับอุ้มทารกน้อยขึ้นมาพร้อมกับจัดท่าทางเพื่อให้เธอสามารถดื่มนมได้สดวกโดยไม่ลืมเลิกเสื้อเพื่อเปิดอกด้านซ้ายด้วย

     “.....”

     “ย....อย่าจ้องได้ไหมรีบๆ กินได้แล้ว”

     “แอ้ว!”

     จุ๊ฟ

     “งื้ม!”

     จอมมารพยามกลั้นเสียงของตัวเพื่อไม่ให้ตัวเองสติแตกแต่พอทารกน้อยเริ่มดูดนมเธอก็ถึงกับตัวสั่นขนลุกซู่จนเผลอกางปีกออกมาทันที

     “น...นี่อย่าดูดแรงนักสิ....”

     จ๊วบ จ๊วบ จ๊วบ

     เด็กน้อยยิ่งดูดแรงขึ้นเรื่อยๆ ราวกับเธอไม่ได้กินอะไรมานานหลายปีส่วนจอมมารนั้นก็พยามกลั้นอารมณ์เต็มที่ไม่งั้นคงเผลอโยนเด็กแน่นอน

     จ๊วบ จ๊วบ จ๊วบ

     “นี่ก็บอก-โอ้ย! ฉันเจ็บนะ!”

     จอมมารร้องออกมาทันทีที่เด็กน้อยในอ้อมกอดเธอได้กัดยอดอกของเธอแม้ว่าฟันของเธอจะยังไม่คมมากก็ตาม

     จ๊วบ จ๊วบ จ๊วบ

     “อึก....งื้ม!!!”

     ป็อก!

     จอมมารพยามกลั้นไว้จนถึงวินาทีสุดท้ายที่เจ้าทารกน้อยหยุดดูดนมเธอและเหลือไว้เพียงความเหนื่อยส่วนเด็กทารกก็เอาแต่จ้องเธอตาแบ๋ว

     “นี่ไม่ต้องมองเลยยัยแสบ”

     “แอ้ว!”

     “เห้อ”

     ก๊อก ก๊อก

     ระหว่างที่จอมมารนั่งถอนหายใจจู่ๆก็มีใครบางคนมาเคาะประตูห้องของเธอจนเธอต้องรีบใส่เสื้ออย่างเร็ว

     “ท่านจอมมารคะ ลีน่าคะ”

     “ข....เข้ามา”

     สิ้นเสียงร่างของหญิงสาวผมทองหูยาวเผ่าเอลฟ์ก็เดินเข้ามายังห้องของจอมมารทันทีพร้อมกับเตียงนอนของเด็กอ่อน

     “ส่งเด็กๆ กลับบ้านแล้วเหรอ”

     “ยังคะเพราะฉันเห็นว่ามันดึกแล้วเลยให้พวกเธอนอนที่ห้องรับรองไปก่อน”

     “อย่างงั้นเหรอ”

     “คะแล้วสรุปเด็กคนนี้”

     “อืมลูกของผู้กล้านะ”

     เป็นอย่างที่ลีน่าคิดเอาไว้ไม่มีผิดแต่เพราะเหตุผลอะไรจอมมารถึงเอาลูกของผู้กล้ามาเลี้ยงที่นี่ซึ่งจอมมารก็ดูลีน่าออกเพราะอยู่กันมานาน

     “ที่ฉันเอาเด็กคนนี้มาเลี้ยงก็เพราะฉันไม่อยากให้เด็กคนนี้โตมาในปราสาทแห่งนั้น ก็เท่านั้น”

     “แสดงว่าที่นั้นแย่มากเหรอคะสถานที่ที่ทำธุรกิจผู้กล้านั้นนะ”

     “เลวร้ายกว่าที่เราคิดกันเพราะงั้นฉันเลยพาตัวเด็กคนนี้ออกมาไง”

     จอมมารพูดพร้อมกับอุ้มเด็กทารกมากอดเพื่อไม่ให้เดินไปไหนมากนัก

     “ถ้างั้นจะรับเป็นลูกเหรอคะ”

     “อืมใช่แล้วล่ะ”

     จอมมารพูดพร้อมกับรอยยิ้มที่อบอุ่นเช่นเดียวกับลีน่าที่ยิ้มออกมาเพราะชอบภาพตรงหน้ามากและเธอก็เลยถามจอมมารเรื่องชื่อของเด็กคนนี้

     “แล้วเรื่องชื่อของเด็กคนนี้หละคะ”

     “ ชื่อของเด็กคนนี้เหรอ

     จอมมารก้มลงมองหน้าของเด็กน้อยในอ้อมกอดของเธอที่ตอนนี้กำลังจ้องหน้าเธอด้วยดวงตาสีโกเมนกับเรือนผมสีขาวอมม่วงเพราะอย่างงั้นจอมมารจึงยิ้มแล้วหอมแก้มของเด็กน้อยก่อนจะเอ่ยชื่อของเธอออกมา

     “ฟิโอน่า


T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

3 ความคิดเห็น