Jungle : ผืนป่าสีดำ (yaoi)

ตอนที่ 31 : ตอนที่ 28 : ทางแยกที่ต้องเลือก 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 708
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    20 ธ.ค. 57

ตอนที่ 28 ทางแยกที่ต้องเลือก 1                                                  10/12/2557

 

 

 

          “คาโล”

 

          “คาโล”

 

          “คาเซอริโอ”ร่างทั้งร่างทะลึ่งพรวดจากเตียง เหงื่อมากมายไหลอาบใบหน้า  หายใจหอบแรงเหมือนไปวิ่งมาเป็นกิโลทั้งๆทีเขาเพิ่งตื่น  ตื่นขึ้นจากฝันร้าย

 

          “เจ้าเป็นอะไร”เสียงถามเบาๆพร้อมฝ่ามือที่เอื้อมสัมผัสไหล่ทำให้สมองเริ่มทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  เขาหลับไป  เพิ่งตื่นขึ้นมา นั้นหมายความว่าเขาฝัน

 

          “เจ้าฝันร้ายงั้นเหรอ  มีแค่เด็กเท่านั้นนะที่ฝันร้าย”

 

          “อืม”ครางรับในลำคอเบาๆก่อนจะใช้มือเสยผมที่ปรกหน้าผากออก เหนียวไปทั้งตัวจนอยากจะอาบน้ำ

 

          “เป็นยังไงบ้าง”

 

          “เริ่มมืดแล้ว”

 

          “แล้วพวกนั้นหละ”

 

          “เดินกันให้วุ่น แต่ก็ยังไม่ได้ทำอะไร”

 

          “อืม”ส่งเสียงตอบรับในลำคอก่อนจะปลดเสื้อออกจากตัว อย่างน้อยอาบน้ำล้างตัวสักหน่อยคงจะทำให้เขาหัวโล่งกว่านี้และบางทีอาจลืมความฝันนั้นไป

 

          “แกนอนบ้างก็ได้นะ”

 

          “เป็นห่วงข้างั้นเหรอ”เสียงที่ดูสดใสจนเกินพอดีทำให้คาเซอริโอตวัดมองเจ้าหมาในร่างคนที่นั่งนิ่งอยู่ข้างหน้าต่าง แต่รอยยิ้มกลับประดับเต็มหน้าและตาพราวระยับ

 

          “คืนนี้ฉันคงต้องใช้งานแกอีกเยอะ”

 

          “งานอะไรข้าก็เต็มใจทำให้เจ้าทั้งนั้น”รอยยิ้มบนใบหน้านั้นฉีกกว้างขึ้นและทำท่าเหมือนจะเดินเข้ามาหาเขา

 

          “หาทางให้ฉันกลับบ้าน”ปลายเท้าของคนฟังหยุดชะงัก รอยยิ้มที่เคยมีจางหายไปก่อนมันจะถูกจุดขึ้นมาอีกครั้ง รอยยิ้มดูฝืนไม่เหมือนเดิม

 

          “อืม  กลับบ้าน ข้าไม่ทิ้งเจ้าหรอก”หมาปีศาจทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้และหันออกไปดูสถานการณ์ที่หน้าต่างอีกครั้ง  ดวงตาสีเทามองแผ่นหลังกว้างที่ไม่ตั้งตระหง่านเหมือนเคยก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำและเปิดให้สายน้ำเย็นจัดราดลงบนหัว ภาพแผ่นหลังกว้างที่งองุ้มนั้นซ้อนทับกับภาพของเด็กคนหนึ่ง เด็กในความฝัน เด็กตัวเล็กๆที่วิ่งตามบางอย่างสุดฝีเท้า เสียงร้องเรียกที่ออกจากปาก แม้จะไม่ได้ยินแต่เขากลับรู้สึกได้ว่าเจ้าเด็กนั้นตะโกนสุดเสียง เพื่อให้ใครหรืออะไรสักอย่างที่กำลังวิ่งตามหันกลับมา  แม้จะล้มลุกคลุกคลานตามขาเปื้อนไปด้วยคราบโคลนและเลือดที่ไหลอาบเพราะหกล้มก็ไม่ยอมแพ้  น่าเสียดายที่เจ้าเด็กนั้นยังตามไม่ทันเขาก็สะดุ้งตื่นเพราะเสียงของเจ้าหมาซะก่อน  หมาที่เขากำลังจะทำให้มันกลายเป็นเด็กน้อยคนนั้น  เขากำลังจะทิ้งมัน  ทิ้งมันอีกครั้งหลังจากที่ความพยายามครั้งแรกไม่สำเร็จ ทั้งๆที่เขาไม่อยากให้มันตามออกจากกลุ่มเพราะเขากลัว  คนอย่างคาเซอริโอกำลังกลัว  กลัวการจากลา  จากลาจากมัน บางทีหากหายไปโดยไม่บอกลามันอาจจะดีกว่า  แต่เจ้าหมานั้นก็ยังตามมา  เฝ้ามองเขาทุกฝีก้าวแม้จะไม่ถึงจับจ้องตลอดเวลา แต่เขาก็รู้ว่ามันมากกว่าทุกครั้ง สายที่จับจ้องมา  อ้อมกอดที่รัดแน่นกว่าทุกคืน  เจ้าหมานั้นกำลังกลัวการจากลาที่เขากำลังจะหยิบยื่นให้มัน

 

          “แกหลับไปนานแค่ไหน”หมาปีศาจหันมาตามเสียงถามก่อนจะหันกลับไปมองที่นอกหน้าต่างอีกครั้ง

 

          “แค่หลับสั้นๆเท่านั้น แต่แค่นั้นก็พอแล้วหละ”

 

          “แกน่าจะเก็บแรงเอาไว้”คาเซอริโอเดินมายืนข้างๆที่หน้าต่าง ดวงตาสีเทามองลงจากชั้น 3 ของโรงแรมเก่าๆที่เขาเข้ามาพักเมื่อเกือบรุ่งเช้า โรงแรมเก่าๆที่หากมองออกไปก็จะเห็นตอกเล็กตันที่ด้านข้าง ด้านหน้าติดกับตัวตลาด คนละด้านกับทางที่เขามาถึง

 

          “ข้า  เจ้าไม่รู้รึไงว่าข้าแข็งแรงแค่ไหน”หมาปีศาจในคราบคนยิ้มกว้าง ตาเป็นประกายระยับแบบที่น่าเอานิ้วจิ้มให้ตาบอด

 

          “หึ  ไปกันได้แล้ว”

 

          “ไป  ไปไหน”คาเซอริโอแอบถอนหายใจ บางครั้งเขาก็รู้สึกว่ามันฉลาดแสนเจ้าเล่ห์  แต่บางครั้งกลับรู้สึกว่ามันโง่จนเกินบรรยาย  หากดูผ่านๆมันก็เหมือนผู้ชายวัยรุ่นประมาณด้วยสายตายังไม่ถึง 30 ดี แต่บางครั้งเขากลับรู้สึกว่ามันเด็กซะจน

 

          “หาข้าวกิน หิวแล้ว”

 

          “เจ้าจะลงไปสภาพนั้น”ดวงตาสีน้ำตาลที่เหลือบมองมาแบบสงสัยทำให้คาเซอริโอต้องก้มลงมองการแต่งตัวของตัวเองอีกครั้งก่อนจะตัดสินใจคว้าเสื้อคลุมตัวใหญ่ขึ้นมาใส่เพื่อปิดบังใบหน้า

 

          “บางทีฉันก็รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นผู้ร้าย”

 

          “อืม  เจ้าก็ดูเหมือนนะ”เสียงเรียบๆจากคนที่เดินตามมาข้างหลังทำให้ปลายเท้าหยุดชะงักก่อนหันกลับไปมองหมาที่อยู่ในชุมคลุมรุ่มร่ามไม่ต่างออกไปจากเขา

 

          “ถ้าฉันเป็นผู้ร้าย แล้วแกที่เดินตามฉันมันอยู่ในฐานะอะไรหละ”

 

          “อืม คนรู้ใจของผู้ร้ายหละมั้ง”

 

          “เหอะ”เสียงประหลาดดังรอดออกจากปากในหัวใจคันยิบๆจนต้องรีบสาวเท้าผ่านบันไดแคบไปเร็วๆ เหมือนหูจะแว่วได้ยินเสียงหัวเราะแผ่วๆจากด้านหลัง แม้เท้าจะอยากหันกลับไปประเคนถีบให้มันสักครั้งสองครั้งแต่จากสภาพการณ์บนบันไดแบบนี้ ยังไงเขาก็เสียเปรียบมันเป็นที่สุด

 

          “แล้วเจ้าจะตามหาเป้าหมายยังไง”เสียงถามจากเจ้าหมาที่นั่งลงประจันหน้า  จานเนื้อย่างที่มีกลิ่นคาวคุ้งและขนมปังที่แข็งจนแทบกินไม่ได้ทำเอาความอยากอาหารลดลงไปหลายจุด  แต่อย่างน้อยก็ยังมีกิน ดีกว่าตอนที่โดนไล่ล่าจากศัตรูจนไม่มีเวลาแม้แต่จะหาน้ำ

 

          “ตามลูกแมวน้อยไป”

 

          “แมวน้อย  เจ้าหมายถึงริวจิ”

 

          “อือหึ”แก้วเบียร์ในมือถูกยกขึ้นจิบเพื่อดับกลิ่นคาวเนื้อในปาก

 

          “แต่เจ้าปล่อยไปแล้ว  ปานนี้คงไม่อยู่รอเจ้าหรอก”

 

          “ใช่  แต่แกตามหามันให้ฉันได้ใช่ไหมหละ”ดวงตาสีน้ำตาลเบิกกว้างขึ้นข้างหนึ่งก่อนเจ้าของดวงตาจะขยับเข้ามาใกล้

 

          “เจ้าน่าจะรู้ว่าข้าไม่ค่อยสนใจกลิ่นใครนอกจากกลิ่นเจ้า อุ๊ก”ขนาดปังแข็งๆท่อนใหญ่ถูกยัดใส่ปากหมาๆเมื่อมันกำลังพ่นคำที่ทำให้หัวใจคันยิบๆอีกครั้ง

 

          “ตกลงแกหามันให้ฉันได้ไหม ถ้าไม่ได้ฉันจะไปหาคนอื่น”

 

          “เจ้าไม่ต้องไปหาใครทั้งนั้น”เสียงที่แข็งขึ้นมาทันควันทำให้คนฟังอย่างเขาขมวดคิ้วฉับ เป็นบ้าอะไรของมัน

 

          “แล้วตกลงว่าได้หรือไม่ได้”

 

          “ข้าทำให้เจ้าได้ทุกอย่างคาโล”เสียงเรียบตอบกลับมาก่อนที่อาหารมื้อเย็นจะดำเนินไปเงียบๆ ทำให้ได้ทุกอย่างงั้นเหรอ  ฟังแล้วทั้งรู้สึกดีและแย่ไปพร้อมกัน

 

 

          อาการเย็นๆของยามค่ำตามมาพร้อมหมอกหนาที่ค่อยๆพรางพรมลงมาโดยเฉพาะในตรอกแคบๆที่เต็มไปด้วยขยะ  ตรอกที่มีเพียงแสงไฟจากมุมถนนและแสงจันทร์ที่ส่องให้เห็นเพียงเงาตะคุ่มเท่านั้น  น่ากลัวจนแม้แต่มองเข้ามายังไม่กล้า แต่ถ้ามองดีๆกลับพบว่าผู้คนมากมายที่คลุมตัวเองด้วยเสื้อคลุมเก่าๆแต่กลิ่นน้ำหอมฟุ้งกลับทยอยเดินเข้ามาเรื่อยๆ

 

          “แกแน่ใจนะว่าไม่ผิดที่”กระซิบถามเจ้าหมาที่ยืนแอบอยู่ข้างๆตัว

 

          “ไม่ผิด ถึงจะมีกลิ่นหอมฉุนๆพวกนั้นเต็มไปหมดก็เถอะ”เจ้าหมายกมือขึ้นถูจมูกจนปลายจมูกโด่งนั้นแดงเรื่อ

 

          “เป็นหมาจมูกดีมันก็ลำบากเหมือนกันนะ”

 

          “นั้นอะไร”เสียงถามดังขึ้นเมื่อมองเห็นผ้าแถบผืนยาวในมือเขา

 

          “ปิดไว้ บางทีมันอาจจะช่วยได้ ข้างในอาจจะกลิ่นแรงมากกว่านี้”มือขาวตามเชื้อชาติเอื้อมไปด้านหลังกลุ่มผมสีน้ำตาลยุ่งเหยิงเพื่อผูกผ้าปิดจมูกให้  ระยะที่ห่างเพียงฝ่ามือคั้นและดวงตาสีน้ำตาลคมที่จ้องมาทำให้หัวใจกระตุกแปลก  รู้ตัวอีกทีก็เผลอประทับจูบเบาๆกับริมฝีปากหนานั้นผ่านผ้าแถบผืนยาว แม้จะแผ่วเบาแม้จะไม่ล้ำลึกแต่ก็ทำให้หัวใจอุ่นขึ้นได้อย่างประหลาด

 

          “มาคิดกันดีกว่าว่าเราจะเข้าไปยังไงโดยไม่ต้องเล่นงานเจ้าทึ่มสองคนนั้น”ดวงตาสีเทาหันมองเจ้าคนเฝ้าประตูสองคนที่ยืนหน้ายักษ์อยู่ที่ประตูเก่าๆที่แทบจะใช้การไม่ได้ แต่กลับมีคนเฝ้าร่างใหญ่เหมือนหมีถึงสองคน

 

          “พวกนั้นเอาบางอย่างให้สองคนนั้นดู”

 

          “บางอย่างแบบไหน”

 

          “ไม่แน่ใจ  ขนาดประมาณฝ่ามือ สีทองสะท้อนแสงเหมือนอัญมณี”

 

          “แบบนี้รึเปล่า”ป้ายทองคำขนาดเท่าฝ่ามือ ประดับด้วยอัญมณีสีสวยถูกหยิบขึ้นมา

 

          “ข้านึกว่าเจ้าขายไปแล้ว”

 

          “ก็เกือบ แต่พอดีนึกอะไรได้บางอย่าง”คาเซอริโอตอบเสียงเรียบขณะมองของในมือ  ของมีค้าที่ฉกได้มาจากขบวนรถม้าที่พวกเขาเพิ่งปล้นไป  ของมีค่าหลายอย่างเขาเอาไปแลกเป็นค่าที่พักและค่าอาหารจนเกือบหมด แต่ชิ้นนี้เขากลับไม่ขายไป  ป้ายทองคำทรงรีที่ประดับด้วยอัญมณีแวววาวมากมาย ป้ายที่ไม่ได้อยู่ในลังสมบัติแต่กลับไปซ่อนอยู่ในเสื้อผ้าเนื้อดีของเจ้าอ้วนนั้น

 

          “เจ้าคิดว่ามันอาจเป็นอะไรที่ทำให้เราผ่านไปได้”

 

          “ฉลาด”

 

          “แล้วถ้าไม่ใช่”

 

          “ก็ทำให้มันเข้าได้สิ  ในเมื่อแกบอกว่าเจ้าริวจิอยู่ด้านในยังไงก็ต้องเข้าไป  ไปกันได้แล้ว”

 

          “เดี๋ยว”

 

          “อะไร  อืม..”ฝ่ามือถูกคว้าจับแน่นพร้อมกับริมฝีปากที่จู่โจมลงมา ริมฝีปากที่ปราศจากผ้าแถบคั่น  ริมฝีปากอุ่นร้อนที่จู่โจมอย่างหิวกระหายจนเข้าต้องเปิดปากเพื่อให้ลิ้นมันควานเข้ามาภายใน  อ้อมแขนที่รัดแน่นและร่างที่บดเบียดเข้ามาทำให้เผลอยกมือคว้าลำคอหนานั้นเอาไว้แน่น เบี่ยงองศาหน้าเพื่อให้จูบได้ถนัด  นึกขอบคุณตรอกแคบๆที่พวกเขาแอบอยู่มันมืดและเหม็นซะจนไม่มีใครจะเข้ามาสนใจ

 

          “แฮ่ก  ไปกันได้แล้ว”

 

          “อืม จุ๊บ”สัมผัสอุ่นชื้นเฝ้าวนเวียนอยู่ที่ปากเนินนานกว่าจะยอมถอนออกไป  เจ้าหมาปล่อยตัวเขาให้เป็นอิสระก่อนจะเริ่มจัดเสื้อผ้าที่เขาเผลอดึงทึ้งให้เข้าที่ บ้าชิบ

 

          “ขอดูสัญลักษณ์ด้วย”เสียงห้าวดังพร้อมมือที่ยื่นมาขว้างทำให้คาเซอริโอต้องลอบถอนหายใจก่อนจะยื่นป้ายในมือไปให้ดูในขณะที่มืออีกข้างกำแน่นที่ด้ามของลูกรัก  ไม่จำเป็นเขาก็ไม่อยากใช้หรอกนะ

 

          “แล้วท่านเซอริคไปไหน ทำไมไม่มาเอง”คาเซอริโอเหลือบมองคนถาม  บัตรผ่านน่าจะใช้ได้แต่ตัวคนถือบัตรนี้สิ

 

          “ท่านไม่ค่อยสบาย  ก็นะ มีเมียสวยๆแบบนั้นจะเหนื่อยจนมาไม่ไหวบ้างก็ไม่ใช่เรื่องแปลก”คาเซอริโอยกยิ้มที่มุมปากหลังจากแต่งเรื่องโม้แบบสดๆออกไป ก็หวังว่ามันจะเชื่อ

 

          “เจ้าดูไม่คุ้นหน้า”

 

          “ไม่เอาน่าพี่ชาย คงไม่บอกหรอกนะว่าจำหน้าพวกฉันได้ทุกคนนะ  อีกอย่างเจ้านายฉันก็ไม่ชอบพวกพูดมากถามซอกแซกซะด้วยสิ”ดวงตาสีเทาสบนิ่งกับคนถามก่อนจะแอบเห็นลูกกระเดือกใหญ่ๆนั้นขยับจากการกลืนน้ำลายที่คงจะฝืดคอหน้าดู

 

          “เออๆ เข้าไปได้แล้ว”

 

          “ขอบคุณ”

 

          “เดี๋ยว ทำไมเจ้านั้นต้องปิดหน้าขนาดนั้น”ขาที่กำลังก้าวเข้าไปด้านในหยุดชะงักเมื่อคนด้านซ้ายปล่อยผ่านแต่เจ้าโง่ด้ายขวากลับไปยอม

 

          “มันไม่สบายนะ เป็นโรคแพ้น้ำหอมแพงๆ ปากบวม หน้าบวม น้ำมูกยืด คงไม่อยากให้มันเปิดออกให้ดูใช่ไหม”

 

          “เออๆ   ช่างมัน คงทุเรศน่าดูตัวก็โตแต่ดันแพ้อะไรปัญญาอ่อน”

 

          “ขอบคุณ”

 

          “นั้นมันโรคบ้าอะไรของเจ้านะ”เสียงกระซิบถามดังขึ้นเมื่อพวกเขาผ่านประตูเข้ามาด้านในได้

 

          “ช่างมันเถอะน่า  เข้ามาได้แบบไม่ต้องเปลืองแรงก็ดีแล้วไม่ใช่รึไง”คาเซอริโอพึมพำขณะเดินลงบันไดแคบๆไปยังชั้นใต้ดินและผลักประตูอีกบานเข้าไป

 

          “ว้าว”เบื้องหลังประตูเก่าโกโรโกโสคือภาพของคลับที่ค่อนข้างหรูหรา  เสียงดนตรีที่ดังกระหึ่มจนหัวใจสะเทือนไปตามจังหวะ สาวๆที่กำลังโยกย้ายไปตามเสียงเพลงทำเอาเผลอคิดไปว่าได้กลับไปใช้ชีวิตเดิมๆอีกครั้ง

 

          “นี้มันไม่ใช่แค่ลักลอบค้าอาวุธแล้วมั้ง”คาเซอริโอเผลอผิวปากด้วยความถูกใจหลังจากได้รับยิ้มหวานจากแม่สาวชุดแดง แบบนี้สิค่อยสนุกหน่อย นานแค่ไหนแล้วนะที่ต้องอยู่กับพวกหมาที่มีแต่ตัวผู้ถึกๆเป็นโขยง นานๆที่ได้กลับมาเห็นอะไรแบบนี้บ้างมันก็กระชุ่มกระชวยดีไม่น้อย

 

          “หนวกหู”เสียงบ่นจากข้างตัวทำให้อารมณ์ดีๆแทบดับวืด เมื่อกี้แอบเผลอลืมไปแวบว่ามีมันมาด้วย

 

          “หึ เรื่องธรรมดา”

 

          “ธรรมดายังไงไอ้เสียงโหวกเหวกพวกนี้”

 

          “ที่โลกฉัน ของแบบนี้มันเป็นเรื่องธรรมดาน่า”

 

          “เจ้าชอบมัน”

 

          “แล้วผู้ชายที่ไหนไม่ชอบบ้างหละวะ”

 

          “ตอนนี้ข้าก็ไม่ชอบ”น้ำเสียงที่ออกจากหงุดหงิดทำให้คาเซอริโอเหนื่อยเกินจะถามว่าที่มันไม่ชอบนะคือไม่ชอบเสียงดังหรือไม่ชอบอาหารตาวับๆแวมๆแถวนี้กันแน่ และแน่นอนการถามออกไปบางที่มันก็เข้าตัวแปลกๆ

 

          “แกได้กลิ่นริวจิบ้างไหม”

 

          “จางๆ แถวนี้มีแต่กลิ่นอะไรก็ไม่รู้เต็มไปหมด”

 

          “อือหึ”คงไม่พ้นกลิ่นน้ำหอมของพวกสาวๆนั้นหละ  ดูผ่านๆที่นี้ก็ไม่ต่างอะไรกับพวกสถานท่องเที่ยวยามราตรีทั่วไป แต่หากมองดีๆก็จะเห็นบาร์เทนเดอร์ที่มีกล้าแขนเป็นมัดๆที่ไม่น่าจะเกิดจากการเล่นเวท ดวงตาที่มองหลุกหลิกไปทั่วร้านจนเหมือนพวกกล้องวงจรปิด  กลุ่มผู้ชาย 2-3 ที่นั่งดื่มกันในมุมอับและคอยสอดส่องสายตาไปทั่วร้าน ลูกค้าที่เดินเปะปะไปมาแต่หากมองดีๆก็จะเห็นพวกผู้ดีที่แต่งตัวหรูเดินแยกไปอีกทาง

 

          “ขอแบบนั้น 2”ขวดเหล้าทรงคุ้นตาสองขวดถูกส่งมาก่อนขวดหนึ่งจะถูกยกขึ้นจิบ อีกขวดถูกส่งให้หมาที่พอเหล้าเข้าปากก็ดูจะอารมณ์ดีขึ้นบ้าง

 

          “ไปกันได้แล้ว”ขวดเหล้าเปล่าถูกวางลงบนพื้นเคาเตอร์แต่ขาที่ออกเดินนำไปก่อนก็ต้องหยุดชะงักเมื่อหมาปีศาจที่กำลังควรจะก้าวตามมาดันหยุดนิ่งอยู่กับที่

 

          “เป็นอะไรของแก”

 

          “เจ้าจะไปไหน”

 

          “ทางนั้น”

 

          “แต่ข้าว่าทางนี้”คาเซอริโอขมวดคิ้วฉับเมื่อเจ้าหมาข้างตัวดันชี้ไปคนละทางกับเขา ไม่ทันจะได้ค้านอะไรมันก็ลากแขนเขาเดินดุ่มๆไปแล้ว

 

          “เฮ้ย นี้แก..”คำประท้วงถูกกลืนลงคอเมื่อมันลากเขาจนมาเผชิญหน้ากับพี่เบิ้มสองคน ทำไมคนเฝ้าประตูของพวกมันถึงได้ตัวใหญ่เป็นยักษ์กันไปหมดนะ

 

          “จะไปไหน”

 

          “ด้านในนั้น”

 

          “ลูกค้าใหม่รึไงวะ ทางโน่นเข้าไม่ได้เข้าได้เฉพาะVIP เท่านั้น”

 

          “ใจเย็นน่า  โทษทีนะ พอดีเพื่อนฉันมันใจร้อนไปหน่อย”ฝ่ามือประทับลงบนช่วงไหล่แข็งเบาๆเชิงให้หมาข้างตัวมันใจเย็นแต่ดวงตาสีน้ำตาลที่เบือนมาสบกลับทำให้ต้องขมวดคิ้ว มันเห็นอะไรของมันกัน

 

          “ไม่แน่ใจว่าป้ายนี้มันจะ VIP พอรึเปล่า”ป้ายทองคำในมือถูกโชว์ให้ยักษ์เฝ้าประตูเห็น

 

          “ทีหลังจะไปไหนก็อย่าลืมบัตรผ่านหละ ไปได้แล้ว”

 

          “โทษทีนะ”คาเซอริโอยิ้มรับก่อนที่จะถูกหมาข้างตัวลากหลุนๆเข้าไปด้านใน

 

          “แกเป็นบ้าอะไรของแกห๊ะ”

 

          “ข้าไม่แน่ใจ”

 

          “ไม่แน่ใจแต่แกลากฉันเข้ามาแบบนี้ เกิดมันผิดทางฉันกับแกไม่กลายเป็นผีไปเลยรึไง”

 

          “หรือเจ้ากลัว”

 

          “แค่ยังไม่อยากจะหาเรื่องเท่านั้นแหละ”หมาปีศาจข้างตัวยกยิ้มขณะเดินไปตามทางเดินที่ปูด้วยพรมแดง  แม้จะมีทางแยกมากมายแต่มันกลับลากเขาเดินดุ่มไปเรื่อย เลี้ยวซ้ายขวาเหมือนมันรู้ทางหรือไม่ก็กำลังตามอะไรบางอย่างอยู่  เสียงบางอย่างที่ดังแว่วออกมาจากหลังประตูบานหนาทำให้จังหวะฝีเท้าแทบกลายเป็นวิ่ง

 

          “เฮ้ย..บ้าน่า”เสียงเหมือนถูกกลืนหายไปในลำคอเมื่อภาพเบื้องหลังประตูปรากฏให้เห็น  ห้องทรงกลมขนาดห้องประชุมเล็ก  พวกเขากำลังยืนอยู่บนพื้นยกระดับขนาดใหญ่ที่ประดับประดาด้วยชุดเก้าอี้หรูหราและอาหารเลิศรส ในขณะที่ด้านล่างของห้องคือพื้นไม้ยกระดับที่กำลังมีพิธีกรชายยืนพูดบางอย่างอยู่เบื้องหน้าด้านหลังคือกรงขังเหล็กขนาดใหญ่ที่ด้านในขังผู้หญิงและเด็ก 4 คนเอาไว้ ผู้หญิง 2 และเด็กอีก 2 บางคนก็นั่งสะลึมสะลือเหมือนโดนยา ในขณะที่บางส่วนกำลังขู่คำรามในร่างกึ่งสัตว์ที่ด้านบนเป็นคน ด้านล่างเป็นหมา   

 

          เสียงคำรามในลำคอทำให้คาเซอริโอตวัดตามองหมาข้างตัว  ฝ่ามือคว้าเข้าไหล่กว้างก่อนจะออกแรงเหวี่ยงเต็มกำลัง แผ่นหลังหนาปะทะเข้ากับแพงเนื้อดีเสียงดังสนั่น

 

          “หยุดความคิดบ้าๆของแกเดี๋ยวนี้”

 

          “ปล่อยข้าคาโล”

 

          “แกกำลังจะพาเราไปตายไม่รู้รึไง”

 

          “พวกนั้นมันจับพวกข้าไป”

 

          “ฉันเห็นแล้ว แต่แกไม่เห็นรึไงว่าพวกมันมีมากขนาดไหน อยากตายรึไงห๊ะ”

 

          “เฮ้ พวก มีอะไรรึเปล่า”เสียงเรียกจากด้านหลังทำให้ต้องปล่อยมือที่จับยึดไว้เพื่อให้ไปเผชิญหน้ากับการ์ดสองคนที่ถูกเรียกมาเพราะเสียงดังเมื่อกี้

 

          “โทษที พอดีเพื่อนฉันมันเมามากไปหน่อยนะ”

 

          “แน่ใจนะ”

 

          “อืม โทษทีแล้วกัน”

 

          “อย่าให้มีอีก  ไม่งั้นแกสองคนถูกโยนออกไปแน่”

 

          “โทษทีๆ”การ์ดสองคนยอมล่าถอยไปในที่สุดแต่ก็ไม่วายที่จะเหลือบมามองพวกเขาเป็นระยะ ถูกจับตาจนได้

 

          “แกนี้มัน..”

 

          “เราต้องไปช่วยพวกนั้น”

 

          “ห๊ะ แกรู้ตัวรึเปล่าว่าพูดอะไรออกมา”

 

          “ข้าไม่มีทางปล่อยให้พวกผู้หญิงกับเด็กเป็นอะไรไปแน่”

 

          “งั้นแกก็ไปคนเดียว”ถ้อยคำเรียบๆแต่กลับทำให้ฝ่าเท้าที่กำลังจะก้าวออกไปหยุดชะงัก  ดวงตาสีน้ำตาลหันกลับมาสบตากับเขาอีกครั้ง  ดวงตาที่กำลังส่อประกายสับสนระคนไม่แน่ใจ

 

          “คาโลนี้เจ้า..”

 

          “ฉันไม่เคยบอกว่าฉันจะช่วย  แกลืมไปแล้วรึไงว่าฉันมาที่นี้ทำไม ฉันมาตามริวจิ มาหาคนที่ชื่อลีโอ มาหาทางกลับบ้านไม่ใช่มาทำตัวเป็นวีรบุรุษช่วยทาส”

 

          “แต่พวกนั้นอาจกำลังจะ..”

 

          “แล้วยังไง จะตายจะถูกขายแล้วยังไง ซาเวียร์ฉันไม่ใช่คนดีอย่างที่แกคิดหรอกนะ”

 

          “เจ้ากำลังทำให้ข้าผิดหวัง”คำพูดเรียบๆแต่เจ็บหนึบได้ถึงใจคนฟัง

 

          “ดีใจที่แกตาสว่างสักที”

 

          “เจ้ากำลังบอกข้าว่าจะไม่ไปช่วยผู้หญิงกับเด็ก  ทั้งๆที่เจ้าเคยช่วยชินริ”

 

          “ชินริมีบุญคุณกับฉันแต่พวกนี้ไม่มี ถ้าแกอยากไปก็ไปเลย แต่ฉันจะไปตามทางของฉันไปหาริวจิ  ไปหาทางกลับบ้าน”

 

          “นี้เจ้า..”

 

          “เลือกมาซาเวียร์  เลือกมาว่าแกจะทำตัวเป็นวีรบุรุษช่วยพวกผู้หญิงกับเด็กหรือจะไปกับฉัน”

 


















     
สวัสดียามบ่ายคะนักอ่านทุกท่าน  ได้ฤกษ์ส่งตอนใหม่กันแล้ว

     จากตอนที่แล้วนางมารบอกว่าจะมีเซอร์ไพร์ก็มีจริงๆด้วย  แต่อาจเป็นเซอร์ไพร์ที่ใครหลายๆคนอยากปารองเท้ามา แต่อย่าเพิ่งปามานะคะ  แม้คาโลจะใจร้ายแต่ก็ไม่ได้ใจดำขนาดนั้นหรอกนะ(เอ๊ะ ยังไง) เนื่องจากตอนนี้ยาวไปหน่อย นางมารเลยจับหั่นออกไป 2 ตอน เซอร์ไพร์ในตอนนี้ก็มี ตอนหน้าก็มีเซอร์ไพร์อีกครั้ง หุหุ อย่าลืมติดตามอ่าน  แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าคะ

 ปล. นางมารขออนุญาตลบเรื่อง kiss the devil in the dark ไปก่อนนะคะ ขออภัยนักอ่านที่กำลังอ่านอยู่ทุกท่านคะ
 

ตอบ Comment (20/12/2557) 246-260

KonNexT    ยินดีต้อนรับสมาชิกใหม่คะ เลิฟซีนมีคะแต่ไม่ทุกตอนและไม่อยู่ในเด็กดีนะคะ ในเด็กดีขอแบบเด็กๆแค่จุ๊บธรรมดาไปก็แล้วกันเนอะ

LaLuZe      คำเฉลยในตอนเรื่องที่นอนอาจไม่ตรงใจเท่าไหร่ เพราะแค่นอนจริงๆอย่างเดียวเท่านั้นไม่มีอย่างอื่นปน และเหมือนหลังจากนี้จะเว้นนานพอสมควร อุ๊บ หลุด

นักอ่าน...lnwcool  จะเรียกว่าคู่แข่งได้รึเปล่าน๊า

MadCat       อ๊ะ ไอเดียสุดยอดคะแต่พอคิดว่าหมาที่วิ่งคาบเป็นซาเวียร์แล้วก็ -_-

ReD BoW   ยินดีต้อนรับคะ ขออนุญาตตอบcomment แบบรวบยอดนะคะ น้องซ็อคของเราอยู่ๆหายๆเป็นพักๆยอมรับว่าเป็นข้อผิดพลาดอย่างหนึ่งของนางมารคะ ฮ่าๆเรื่องนี้ไม่มีข้อแก้ตัว คุณ ReD BoW ก็ไม่ใช่นักอ่านคนแรกที่จิ้นซ็อคกับคาโล จินตนาการนักอ่านช่างลำลึก นางมารไม่เคยคิดถึงคู่นี้จริงๆ แต่ไม่เป็นไรคะจิ้นตามสบายเพราะผลสรุปแล้วคาโลก็มีคู่ที่แน่นอนแถมฟันธงแล้วว่าคาโลนั้นเคะ (ฝ่ายรับ)แน่นอนแล้วคะ ยังไงก็อย่าลืมติดตามอ่านกันไปนานๆนะคะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

369 ความคิดเห็น

  1. #349 Poohkyung (@Poohkyung) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 04:04
    แอบโกรธคาโลนิดๆนะเนี่ยไม่คิดว่าจะเห็นแก่ตัวขนาดนั้น
    #349
    0
  2. #270 momokuchan (@angelonia) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 15 มกราคม 2558 / 14:32
    อุแหม ต้องเลือกสินะซาเวียร์ว่าจะเอา"เมีย"(สุดเซกกุซี่ เวรี่ คิทต์ บอย&เดอะ สายโหด)รึจะเอา"ครอบครัว"(ร่วมสายพันธุ์ ที่เตรียมจะโดนขายออกตลาด)อ้ากกกมันเลือกยากอยู่นะคาโล้วววววว
    #270
    0
  3. #258 LaLuZe (@laluze) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2557 / 15:04
    ปวดตับอีกตอน
    เจ้าหมาน่าสงสาร มีเมียแบบแบบคาโลต้องทำใจ โดนทำร้ายจนตายต้องอดทน

    #258
    0