Jungle : ผืนป่าสีดำ (yaoi)

ตอนที่ 23 : ตอนที่ 21 : บางครั้งเรื่องบางเรื่องก็วุ่นวายเกินทำความเข้าใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,187
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    2 ก.ย. 57

ตอนที่ 21 บางครั้งเรื่องบางเรื่องก็วุ่นวายเกินทำความเข้าใจ            03/08/2557

 

            

 

 

 

          แสงแดดสีส้มจางสาดส่องผ่านช่องแตกของน้ำเข้ามาภายในถ้ำที่เคยมืดมิด  มอบแสงสว่างและความอบอุ่นให้แก่สองร่างที่กอดกายกันอยู่บนฟูกนิ่ม  ดวงตาสีเทาคู่สวยเปิดลืมขึ้นรับแสงแดดก่อนจะขยับกายไล่ความเมื่อยขบแล้วพบว่าเขาขยับไม่ได้เพราะแขนและขาที่กอดก่ายอยู่บนตัว

 

          จมูกโด่งพ่นลมหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยหน่ายก่อนจะยกท่อนแขนสีน้ำผึ้งและท่อนขาขนาดใหญ่ออกจากตัว  เจ้าหมาในร่างมนุษย์ขยับตัวเหมือนรำคาญแต่ก็ยังไม่ตื่น นี้อาจเป็นครั้งแรกที่เขาเห็นว่ามันขี้เซาและถือโอกาสได้พิจารณาหน้ามันชัดๆ ทั้งเส้นผมสีน้ำตาลยุ่งๆ  คิ้วเข้มสีเดียวกัน  ขนตายาวสีน้ำตาล  จมูกโด่งและริมฝีปากหนานั้น  ไม่นับรวมดวงตาที่เมื่อก่อนมักทอประกายสดใสจนหน้าหมั่นไส้แต่ตอนนี้ในบางครั้งเขากลับเห็นมันหม่นลงและทอประกายเศร้าซึ่งทั้งหมดก็เกิดจากเขาเอง

 

          จากมาเฟียคนหนึ่งที่หลงเข้ามาในป่าบ้าๆและจับพลัดจับพลูเข้ามาอยู่ในกลุ่มหมาปีศาจเพียงเพราะช่วยลูกหมาตัวหนึ่งเอาไว้   เขาไม่เคยรู้ว่าเมื่อก่อนมันเป็นแบบไหน  นิสัยยังไง มีแววตาแบบไหนเพราะมันไม่เคยเล่าและเขาไม่เคยถาม  ครั้งแรกที่เห็น มันก็มองเขาด้วยดวงตาเป็นประกายคู่นั้นแล้ว  เขาไม่รู้ว่ามันรักเขาตรงไหนและไม่รู้ว่าคำว่ารักที่มันบอกหนักแน่นและเชื่อได้มากแค่ไหน แต่ตอนนี้เขาอยากจะภาวนาวิงวอนกับพระเจ้าที่ไม่เคยเชื่อว่ามีจริง  ขอให้ความรักที่มันบอกกับเขาเป็นแค่เรื่องขำขันหรือไม่ก็เป็นรักที่ไม่นานก็ลืมลง แม้จะคิดแบบนั้นแล้วหน่วงในอกแต่มันก็ดีแล้ว  มันไม่สมควรมารักคนแบบเขา  คนแบบคาเซอริโอ ซิสิอาโน ที่ไม่เหลือหัวใจไว้รักใครอีก

 

          “แกควรเลิกโง่ได้แล้วเจ้าหมา”มือขาวลูบเบาๆที่เส้นผมสีน้ำตาลก่อนจะยันตัวลุกขึ้น  เจ้าตัวด้านข้างส่งเสียงึมงำเหมือนขัดใจแต่ไม่นานก็นิ่งไปเหมือนเดิม  แม้จะขัดยอกไปทั่วร่างแต่ในที่สุดเขาก็สามารถสะสางทำความสะอาดร่างกายที่เหมือนผ่านสงครามจากเมื่อคืนไปได้ พอเดินออกไปที่หน้าถ้ำก็พบว่ามีเจ้าหมาตัวเล็กกำลังนอนหมอบมองเขาด้วยแววตาเศร้า  นั้นสินะเมื่อคืนมันโดนขู่ไล่ออกมานี่น่า

 

          “ไปเดินเล่นเป็นเพื่อนฉันหน่อยสิ”มือขาวฉวยเอาตัวกลมอ้วนขึ้นมาโดยไม่รอคำตอบ แล้วออกเดินโดยมีเจ้าหมาขนหยิกอยู่ในมือข้างหนึ่ง

 

          “แกกับฉันมาอยู่ที่นี้นานแค่ไหนแล้วนะ  คิดถึงบ้านที่โน่นแล้วรึยัง”มืออีกข้างที่ว่างเอื้อมไปลูบหัวกลมนั้นเบาๆ

 

บ็อก!!

 

          “นั้นสิ กลับบ้านกันดีกว่า  แกอยากไปอยู่กับฉันไหม”

 

บ็อก!!

 

          “ฮ่าๆ เอางั้นเหรอแต่ที่นั้นมีแต่หมาตัวใหญ่ๆนะ มันอาจจะกัดแกเล่นก็ได้”

 

หงิ๊ง

 

          “เอาเถอะ บางทีเฟอร์ดินน่าจะช่วยดูแกได้”คาเซอริโอยกยิ้มแม้จะไม่แน่ใจนักว่าเจ้าเด็กเฟอร์ดินนั้นจะชอบ  แต่ถ้าเป็นคำสั่งเขาเจ้าหนูนั้นขัดไม่ได้อยู่แล้ว  ส่วนเรื่องกลับไป เขาเองก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงแต่คงมีใครบางคนที่ช่วยเขาได้แน่ๆ  ไม่รู้จะยอมช่วยเขาดีๆรึเปล่า ถ้าไม่ก็คงต้องขู่ ถึงเขาจะไม่ชอบขู่พวกลูกกระจ๊อกที่จับได้เพราะความอดทนไม่ถึงจนยอมยิงทิ้งก่อนก็เถอะ  ภาวนาให้มันไม่หาเรื่องเขาจนเกินพอดีก็แล้วกัน

 

          เป้าหมายที่ยืนอยู่ตรงหน้าทำให้คาโลทั้งอยากถอนหายใจและอมยิ้มในเวลาเดียวกัน เมื่อหมอหน้าขาวที่เป็นเป้าหมายยืนอยู่ข้างเจ้าหมาร่างยักษ์ที่ตวัดตาสีทองแดงคู่นั้นมองเขาทันทีที่เข้ามายืนใกล้ในระยะ 2 เมตร

 

          “ไงฮิโตะ”คนที่กำลังง่วนอยู่กับการตากกองเศษไม้อะไรสักอย่างเงยหน้าขึ้นมาตามเสียงเรียกก่อนจะยิ้มกว้างแล้วเดินเร็วๆมาหา เหมือนหมาเวลาที่ถูกเจ้าของเรียก  น่าเอ็นดูปนหมั่นไส้นิดๆ

 

          “คุณคาโลเป็นยังไงบ้างครับ”

 

          “ก็ดี  คิดว่าไม่ได้เป็นไรอะไรมาก”

 

          “แน่ใจแล้วเหรอครับ ผมว่ายังไงทานยา..”

 

          “อย่าทำตัวเป็นหมอเรื่องมากแถวนี้น่า”

 

          “ก็ผมเป็นหมอจริงๆนี้ครับ”คนที่อ้างตัวว่าเป็นหมอเริ่มนิ่วหน้าเมื่ออดีตคนไข้อย่างเขาเริ่มดื้อ

 

          “เอาเป็นว่าฉันรู้ตัวเองดีว่าไหวไม่ไหวและไม่ต้องบังคับให้ฉันกินยาอีกถ้าไม่อยากโดนเหมือน..”

 

          “ก็ได้ครับ”คนหน้าขาวที่บัดนี้หน้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อสวนขึ้นทันควัน

 

          “ซาเวียร์ไปไหน”เจ้าตัวที่ยืนเงียบอยู่นานเปิดปากถามขึ้น

 

          “นอน”คำตอบสั้นๆของเขาทำให้เจ้าหมาตัวยักษ์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งจะด้วยไม่เข้าใจหรือสงสัยอะไรก็แล้วแต่  ส่วนหมอข้างๆก็ดันหน้าแดงหนักขึ้นไม่รู้คิดไปไกลถึงไหนกับแค่คำว่านอนคำเดียวของเขา

 

          “นึกว่ามันจะตามเจ้าต้อยๆ”

 

          “ฉันคิดว่าตัวเองคงไม่ต้องการผู้คุมประพฤติแบบมัน”

 

          “คุมประพฤติ อ๋อ เจ้านั้นขอเป็นคนดูเจ้าตอนเข้ามาใหม่ๆสินะ”คำพูดเรียบๆของเจ้าหมาเยอร์เซ็พทำให้คาเซอริโอเข้าใจอะไรบ้างอย่างได้มากขึ้น  เจ้าหมานี่มันไม่ได้สนใจที่จะเป็นผู้คุมเขาแต่แรก ก็แค่โดนหางเลขจากเจ้าซาเวียร์ลากมาเอี่ยวพอให้น่าเชื่อถือเท่านั้นสินะ

 

          “แล้วคุณคาโลลงมาที่นี้มีอะไรรึเปล่าครับ”

 

          “ฉันอยากคุยกันนาย ตามลำพังได้ไหม”หมอหน้าขาวทำหน้านิ่วเหมือนเขาขอในเรื่องที่ตัดสินใจยาก ก่อนจะหันไปมองเจ้าหมายักษ์ข้างตัวที่กลับมาทำหน้านิ่วคิ้วขมวดอีกครั้ง

 

          “ก็ได้”เสียงผู้คุมออกปากอนุญาตก่อนเจ้าตัวจะเดินไปยืนพิงต้นไม้ที่อยู่ห่างตัวบ้านออกไปเล็กน้อย

 

          “งั้นเชิญข้างในก่อน  คุณคาโลรับชาไหมครับ”

 

          “ไม่หละ  ฉันไม่ถนัดเท่าไหร่”

 

          “เออ  คงเหลือแค่น้ำเปล่า  ยังไงผม..”หมอหน้าขาวทำท่าลำบากใจที่มีของมารับแจกดังใจคิด

          “มีอะไรก็เอามาเถอะ”คาเซอริโอตอบตัดปัญหาเพราะเป้าหมายของเขาในการมาครั้งนี้ไม่ใช่มากินแต่มาหาข้อมูลอะไรบางอย่างต่างหาก

          “ครับ  งั้นนั่งก่อนนะครับ”เจ้าบ้านเชื้อเชิญให้เขานั่งลงที่เก้าอี้ไม้ข้างโต๊ะรกๆที่เจ้าของรีบกวาดบรรดาเศษไม้ทีเรียกว่าสมุนไพรมากมายออกจากโต๊ะก่อนจะเดินว่อนไปทั่วบ้านเพื่อหาน้ำมาให้เขา

 

          “ได้แล้วครับ  แล้วเรื่องที่เออ..”


          “เรื่องของริวจิ”

 

          “ครับ”คิ้วของหมอหน้าขาวขมวดฉับก่อนใบหน้านั้นจะฉายแววกังวล

 

          “ฉันรู้ว่ามันอาจเป็นเรื่องที่ไม่ควรพูด แต่ถึงฉันไม่พูดตอนนี้เดี๋ยวก็มีคนพูดอยู่ดี”

 

          “คุณคาโลหมายถึง..”

 

          “ริวจิเป็นสายให้มนุษย์ที่เข้ามาล่าพวกหมา”

 

          “ล้อเล่นใช่ไหมครับ”


          “หน้าฉันเหมือนล้อเล่นรึไง”คาเซอริโอตอบเรียบๆแต่ดวงตาของคนตรงหน้ากลับไหวระริกเหมือนคนคิดอะไรบางอย่างในใจ

 

          “แต่ว่าคุณริวจิเขาอยู่ที่นี้มานานแล้ว  แม้จะไม่นานเท่าผมแต่ผมคิดว่า ไม่มี...”

 

          “แล้วเวลาสำคัญยังไง ในเมื่อทรยศก็คือทรยศ”

 

          “คุณมีหลักฐานอะไร”คนตรงหน้าเริ่มขึ้นเสียง

 

          “ไม่มี”คาเซอริโอตอบเสียงเรียบ  แน่นนอนว่าเขาไม่มี เขาไม่ใช่พวกตำรวจที่ต้องหาหลักฐานมาก่อนจะจับคนร้าย  เขามันผู้ร้ายที่ทำตามสัญชาตญาณและสัญชาตญาณของเขาก็บอกออกมาแบบนี้  เจ้านั้นมีหลายอย่างให้เข้าสงสัยทั้งบุคลิกแปลกๆ ดวงตาที่ดูหลุกหลิกนั้น 

 

          “ถ้าไม่มีคุณก็ไม่ควรปรักปรำเขา”

 

          “ฉันก็ไม่ได้จะปรักปรำ แค่พูดไปตามที่คิดเท่านั้น”

 

          “คุณคาโล”ดวงตาสีดำคู่นั้นมองเขาด้วยความตกใจและผิดหวัง

 

          “ฉันแค่บอกให้รู้ในฐานะที่นายรู้จักเจ้านั้น แล้วก็อยากถามอะไรบางอย่างด้วย”

 

          “แล้วถ้าผมไม่บอกหละครับ”

 

          “ฉันก็คงต้องไปหาทางเค้นเอาจากเจ้าตัวแทน”

 

          “คุณกำลังขู่ผม”

 

          “เปล่าเลยฮิโตะ  ฉันแค่พูด นายไม่อยากโดนมาเฟียอย่างฉันขู่หรอกจริงไหม”ร่างผอมที่นั่งอยู่ตรงข้ามเกร็งตัวขึ้นมาทันที

 

          “ฉันแค่อยากรู้ว่าเจ้านั้นเข้ามาในกลุ่มนานแค่ไหนแล้ว”

 

          “เออ..ราวๆ 3 ปีครับ”หมอหน้าขาวตอบเสียงอ่อน

 

          “เข้ามาได้ยังไง”

 

          “ผมไม่ทราบเรื่องดีนัก รู้แค่ว่าเขาถูกพาเข้ามาในกลุ่ม ในสภาพเออสะบักสะบอมเหมือนโดนซ้อม เออเขา..”

 

          “ใครเป็นคนพาเข้ามา”คาเซอริโอตัดบทคำพูดที่น่าจะยาวยืดออกไปไกล  เพราะมันจะเข้ามาแบบไหนไม่ใช่เรื่องที่เขาจะสนใจสักเท่าไหร่

 

          “เออ  เหมือนจะเป็นคุณแซมเบอร์นะครับ”

 

          “แซมเบอร์”คาเซอริโอขมวดคิ้วเมื่อได้ยินชื่อที่เหมือนจะคุ้นหู

 

          “เขาเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกับคุณจายาแล้วก็คุณซาลูกิ”

 

          “อ๋อ”ใบหน้าพยักขึ้นลงน้อยๆเหมือนเข้าใจ เจ้าหัวนกแก้วซาลูกิเป็นแนวหน้าของพวกหมาปีศาจ เจ้าเพื่อนของมันก็ไม่น่าจะต่างกัน แนวหน้าจะออกไปเจอมนุษย์ในป่าบ้างมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

 

          “แล้วเจ้าริวจิสนิทกับแซมเบอร์อะไรนั้นแค่ไหน”

 

          “เออผมก็ไม่แน่ใจครับ แต่เคยได้ยินมาว่าพวกเขา..”พูดไปคนพูดก็เขินน่าแดงไป เท่านี้ก็นิยามความสัมพันธ์พิลึกของพวกนั้นได้แล้ว ในตอนที่ประชุมกันเจ้าหมาซาเวียร์ก็พูดอกมาว่าแซมเบอร์เลือกคู่เป็นมนุษย์และเวลาที่อยู่ที่นี้มาก็ทำให้รู้ว่าในกลุ่มตอนนี้มีมนุษย์แค่ 3 คนเท่านั้น 1 คือเขา 2 ก็เจ้าหมอฮิโตะ 3 ก็ริวจิ

 

          “เข้าใจหละ  ขอบใจ”

 

          “แต่ว่าคุณคาโลครับ  คุณริวจิเขาเป็นคู่ของคุณแซมเบอร์ไม่มีทางที่เขาจะทรยศ”

 

          “อย่าเพิ่งตัดสินใจอะไรง่ายๆแบบนั้นสิเด็กน้อย  โลกนี้น่ากลัวกว่าที่นายคิด”

 

          “คุณคาโลหมายถึง..”

 

          “ถ้าริวจิทำอย่างที่ฉันพูดจริง เจ้านั้นก็อันตรายที่สุดและที่น่าสงสารที่สุดคงไม่พ้นเจ้าหมาแซมเบอร์นั้น  ลาละ”คาเซอริโอเดินออกไปที่ประตูเงียบๆทิ้งให้หมอหน้าขาวนั่งจมอยู่กับความคิดของตัวเอง  แน่นอนว่าทันทีที่ก้าวออกมาจากบ้านเขาก็เจอดวงตาคู่หนึ่งที่จ้องเขม็งมองมาก่อนเจ้าตัวจะหันหลังเดินจากไป เหมือนจะส่งสัญญาณให้เขาตามไป และแน่หละเขาไม่มีเหตุผลอะไรต้องปฏิเสธ

 

          “เจ้ากำลังคิดจะทำอะไร”ออกมาได้ห่างจากบ้านพอที่คนข้างในจะไม่ได้ยินมันก็เปิดปากถามขึ้น

 

          “ทำเรื่องที่สมควรทำ”

 

          “เจ้าจะไม่บอกข้า”

 

          “ไม่ใช่เรื่องสำคัญที่ต้องบอก ที่แน่นอนคือฉันไม่ดึงฮิโตะเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย”

 

          “ก็ดี”

 

          “มีแค่นี้ใช่ไหมเรื่องที่แกอยากถาม ฉันมีธุระต้องไปจัดการ”

 

          “เรื่องซาเวียร์ เจ้าตัดสินใจแล้วงั้นเหรอ”

 

          “หืม  ตัดสินใจเรื่องอะไร”

 

          “ซาเวียร์เลือกเจ้า  คิดว่าเจ้าไม่น่าจะลืม  และเรื่องที่เจ้ากำลังคิดจะทำ”ประโยคยาวๆของเยอร์เซ็พทำให้เขาเงียบไป

 

          “มันเคยอยู่มาได้โดยไม่มีฉันยังไง มันก็อยู่ต่อไปแบบนั้นหละ”

 

          “เจ้ากำลังคิดจะไป”คาเซอริโอเลิกคิ้วก่อนจะถอนหายใจปลงๆ เขาเพิ่งปล่อยไก่เรื่องที่จะทำให้มันฟัง  เป็นไก่ตัวใหญ่ที่น่ายิงทิ้งซะด้วย

 

          “ฉันก็บอกไว้ตั้งแต่แรกแล้วนิ”

 

          “เจ้าไม่คิดจะเปลี่ยนใจ”

 

          “ทำไมคิดว่าฉันถึงต้องเปลี่ยนใจ”

 

          “ซาเวียร์ไม่น่ามารักคนแบบเจ้า”ประโยคเรียบๆแต่เจ็บหน่วงในใจคนฟังอย่างเขา  ใช่ มันไม่สมควรมารักคนแบบเขาตั้งแต่แรก

 

          “งั้นก็ฝากแกช่วยหาคนหรือหมาที่คู่ควรให้ด้วยก็แล้วกัน”

 

          “หากเจ้าจะทำอะไรก็รีบทำเพราะฝั่งนั้นเองก็เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว”

 

          “แกแอบฟังฉัน”เจ้าหมาตรงหน้านั้นไม่ตอบแต่เคาะนิ้วที่หูตัวเองเบาๆแทน  นั้นสิเขาก็ลืมไปว่าเจ้าหมาปีศาจพวกนี้มันหูดี  เขาเองก็ไม่ได้คุยแบบกระซิบกระซาบมันจะได้ยินก็ไม่แปลก  แต่เรื่องที่มันพูดนั้นหละ

 

          “แกสงสัยเรื่องนี้ตั้งแต่แรก”

 

          “ไม่ใช่แค่ข้า  ทุกคนก็สงสัย ตั้งแต่ตอนที่ได้แผนที่แผ่นนั้นจากเจ้า”

 

          “อ๋อ”คาเซอริโอส่งเสียงในลำคอ เริ่มสงสัยกันแล้วสินะแล้วก็สงสัยคนเดียวกับเขาด้วย

 

          “งั้นทำไมไม่ทำอะไรสักอย่างหละ”

 

          “แซมเบอร์เลือกเขาเป็นคู่”

 

          “หืม”  คราวนี้คาเซอริโอส่งเสียงในลำคอด้วยความสงสัย  เลือกเป็นคู่แล้วยังไงทำผิดแล้วเล่นงานไม่ได้รึไง จะปล่อยเมียที่ฆ่าพวกพวงของตัวเองไปงั้นเหรอ

 

          “พวกแกนี้มันชอบมีเรื่องมาให้ฉันประหลาดใจอยู่เรื่อย”

 

          “เราไม่มีหลักฐานเรื่องนี้  หากฝืนทำอะไรลงไปเราอาจเสียแซมเบอร์และมือดีหลายคน ตอนที่กำลังมีปัญหาแบบนี้การรวมกลุ่มกันไว้สำคัญที่สุด”ประโยคยืดยาวของมันอธิบายเรื่องได้หลายอย่าง มันรู้มากพอกับที่เขารู้  สงสัยอย่างที่เขาสงสัยแน่นอนว่าการพุ่งเป้าไปสงสัยที่คนนอกมันง่ายกว่าที่จะสงสัยพวกเดียวกัน  แต่ถึงจะเป็นคนนอกแต่ก็เป็นคนนอกที่เป็นคู่ของหมาปีศาจ  เขาไม่รู้ว่าคำว่าคู่ของพวกมันสำคัญแค่ไหน  จะแค่คู่นอนวันเดียวแบบของมนุษย์  คู่แต่งงานที่แค่จดทะเบียนแล้วพร้อมเซ็นต์ใบหย่าหรือคู่แท้ชั่วฟ้าดินสลาย แต่การที่พวกมันไม่บุ่มบ่ามทำอะไรลงไปก็คงเพราะคำว่า “คู่” นั้นแหละนะ  แม้จะสงสัยแต่ถ้าไม่มีหลักฐานก็ไม่ควรทำอะไรเพราะหากแซมเบอร์ไม่เล่นด้วยงานนี้คงได้มีพังกันไปข้าง  แตกคอกันเพราะมนุษย์คนเดียวที่ยังไม่รู้ว่าทำผิดจริงหรือเปล่ามันก็ไม่คุ้ม  แต่หากมนุษย์นั้นหายไปเพราะมนุษย์ด้วยกันมันก็อีกเรื่องสินะ

 

          “แกมีหลักฐานเรื่องนี้มากแค่ไหน”

 

          “ไม่มี  มีแค่คำบอกเล่าที่เห็นริวจิหายออกไปตอนกลางคืนบ่อยๆและกลิ่นมนุษย์คนอื่นที่ติดมาบนเสื้อเท่านั้น”

 

          “แค่นั้นก็มากพอแล้ว ไม่เห็นต้องมายืมมือฉัน”

 

          “เจ้าต่างหากที่ต้องยืมมือพวกข้า”คาเซอริโอหรี่ตามองหมาในร่างคนยักษ์ตรงหน้า  ใครบอกว่าหมาฉลาดน้อยคงไม่จริงแล้วสินะโดยเฉพาะหมาที่แปลงเป็นคนได้แบบนี้

 

          “งั้นก็แสดงว่าเจ้านั้นเป็นของฉันแล้วสินะ”

 

          “ถ้าเจ้าอยากให้เป็นแบบนั้น”

 

          “หึ  งั้นก็ขอบใจล่วงหน้าแล้วกันที่จะอำนวยความสะดวกให้”

 

          “เจ้าจะลงมือเมื่อไหร่”

 

          “เร็วที่สุดหลังจากที่ทุกอย่างลงตัว  หากเป็นแบบที่แกพูดจริงมันคงเร็วกว่าที่คิด”

 

          “ข้าจะรอ”เจ้าหมาเยอร์เซ็พพูดเสียงเรียบก่อนจะหมุนตัวจากไปเงียบๆ ไม่ได้กลับเข้าไปที่บ้านหมอฮิโตะแต่กลับมุ่งตรงเข้าไปที่กลางกลุ่มคงไปรายงานใครสักคน คงไม่พ้นทีเบอริส

 

          เขาเองก็มีอีกที่หนึ่งตรงไปเหมือนกันอย่างน้อยก็ไปลาสักหน่อยก่อนหายไป  เขายังไม่ได้ขอบใจเจ้าหล่อนเลยสักนิดที่ช่วยดูแล

 

          “ไงชินริ”

 

          “อ่ะ  ท่านคาโล”ภาพสาวน้อยที่เงยหน้าขึ้นมาจากราวไม้ข้างบ้านเพื่อมายิ้มให้เขาเป็นภาพที่ดูเจริญหูเจริญตาเป็นที่สุดยามที่แขนเสื้อและกระโปรงยาวนั้นถูกถลกขึ้นเพื่อไม่ให้เปื้อนน้ำจากการตากผ้าที่ทำพื้นดินรอบๆแฉะ

 

          “ฉันแวะมาเยี่ยมนะ”

 

          “อ่ะคะ  เข้าไปด้านนั้นก่อนไหมคะ”

 

          “ไม่หละฉันแค่แวะมาแป๊บเดียวเท่านั้น”

 

          “อ่ะคะ  ข้า..”ใบหน้างดงามนั้นสลดลงพร้อมกับใบหน้าที่ก้มต่ำ

 

          “ไม่เอา อย่าทำหน้าแบบนั้นสิเดี๋ยวไม่สวยนะ”มือขาวของเขาวางปุบลงบนหัวของเจ้าหล่อนคนที่เขานึกเอ็นดูแบบน้องสาว

 

          “ข้า  ข้าแค่..”

 

          “อย่าขี้แยสิสาวน้อย”ปลายนิ้วโป้งเอื้อมไปปาดน้ำตาที่ข้างแก้มใสนั้นให้  บางทีพวกผู้หญิงก็แสนจะดูออกง่ายว่าคิดอะไรอยู่แต่บางทีก็ดูยากยิ่งกว่าการดูลายแทงขุมทรัพย์

 

          “ข้าไม่ได้ขี้แยนะคะ  ข้าแค่..”

 

          “เอาเถอะข้าเชื่อว่าเจ้าเป็นคนเข้มแข็ง  และแข็งแกร่งมากพอที่จะดูแลตัวเองได้”ดวงตากลมโตคู่นั้นเงยขึ้นมองเขาก่อนน้ำใสๆจะไหลออกมาอีกครั้ง

 

          “เป็นจริงสินะคะที่ท่านซาเวียร์พูด เรื่องที่ท่านกับท่านซาเวียร์....”คาเซอริโอลอบถอนหายใจที่การล่ำลาของเขาเพราะจะกลับบ้าน เจ้าหล่อนดันเข้าใจกลายเป็นอีกเรื่อง ให้มันได้แบบนี้สิน่า

 

          “เธอเสียใจงั้นเหรอ”

 

          “อ๊ะ  ไม่  ไม่คะข้า  ข้าดีใจเพราะท่านคาโลเป็นคนดีแล้วท่านซาเวียร์ก็เป็นคนดี”

 

          “งั้นเหรอ  แต่ฉันอาจไม่ใช่คนดีแบบที่เธอคิดหรอกนะ”

 

          “เอ๊ะ  ทำไมท่าน..”

 

          “เพราะคนดีๆเขาคงไม่หักอกสาวน้อยน่ารักแบบเธอหรอก”

 

          “คือ  ข้า ข้าไม่เป็นไรคะ  บางทีความรักก็กำหนดไม่ได้นี้คะ  ขอแค่ท่านคาโลมีความสุขข้าก็.”

 

          “เด็กโง่”ร่างบอบบางนั้นถูกเขาดึงมากอดก่อนที่เจ้าหล่อนจะสะอื้นแล้วเริ่มร้องไห้กับอกเขา  นี่เขาหักอกเจ้าหล่อนเข้าให้จริงๆแล้วสินะ  แม้จะแอบเสียใจที่ทำสาวน้อยแสนสวยร้องไห้แต่เหตุผลที่เจ้าหล่อนเข้าใจผิดจนร้องไห้โฮนี้สิมันไม่น่าปลื้มใจสักนิด แต่ก็เอาเถอะ ถึงชินริจะเข้าใจไปแบบไหนผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับเธอก็คงไม่ต่างกัน เป็นแบบนี้บางทีมันอาจจะดีแล้วก็ได้

 

         

 

          “ขอบโทษคะ  ข้าทำเรื่องขายหน้าแล้วยังเสื้อท่าน”เนินนานกว่าที่ชินริจะหยุดร้องไห้และเขารู้สึกว่าอกเสื้อตัวเองเหนอะไปด้วยคราบน้ำตา

 

          “ร้องไห้ไม่ใช่เรื่องขายหน้าหรอกนะ”คาเซอริโอจ้องตอบดวงตาคู่นั้นที่บัดนี้เริ่มแดงก่ำ

 

          “คะ”

 

          “ดูแลตัวเองด้วยนะชินริ”

 

          “เออ  ท่านคาโลคะ”

 

          “หืม  มีอะไรรึเปล่า..”

 

          “เปล่าคะ”

 

          “งั้นข้าไปก่อนนะ”

 

          “คะ  แล้วพบกันใหม่นะคะ”คาเซอริโอไม่ตอบทำเพียงโบกมือให้เจ้าหล่อนเท่านั้น  เจอกันใหม่งั้นเหรอ ไม่รู้จะมีโอกาสรึเปล่านะสิ

 

          “จะไปไหนเหรอชินอู”เจ้าเด็กหัวน้ำตาลหยุดตามเสียงเรียกก่อนจะตวัดตาขวางๆนั้นมองเขา

 

          “ข้าก็จะไปทำเรื่องที่ผู้ใหญ่อย่างข้าสมควรทำนะสิ”

 

          “เรื่องของผู้ใหญ่งั้นเหรอ”คาเซอริเปรยเรียบๆก่อนจะยิ้มให้เจ้าเด็กที่สูงไม่ถึงคอเขาดี

 

          “นี้เจ้า ชิ  อย่างน้อยข้าก็ได้เข้าร่วมกับการตามนางงูนั้นหละ”

 

          “อ๋อ  ฟังดูหน้าสนใจ  งั้นก็แสดงว่าเห็นนางแล้วสินะ”

 

          “เออ  อืมมีคนเห็นงูแว๊บๆนะพวกข้าก็เลยจะไปดู”

 

          “อืม งั้นเหรอคงไม่ใช่เจ้าตัวที่ตายแล้วใช่ไหม”

 

          “ใช่ซะที่ไหนกันหละเจ้าตัวนั้นตายที่หน้าผาพวกข้าเพิ่งเห็นมันเมื่อสาย  ส่วนตัวนี้นะ..”

 

          “เป็นอีกตัวงั้นสิ”

 

          “เจ้ารู้ได้ยังไง”

 

          “ก็เจ้าเพิ่งบอกข้าไปเองว่าเจ้าตัวนั้นตายอยู่หน้าผา ส่วนตัวนี้..”

 

          “ชิ อึ๊ย  เจ้ากำลังทำข้าเสียเวลา ไปรวมไม่ทันนะรู้ไหม”

 

          “อ๋อ งั้นเหรอ ตามสบายนะ”คาเซอริโอเอื้อมมือไปขยี้ผมสีน้ำตาลนั้นจนยุ่งไม่สนใจเสียงโวยวายที่ดังลั่นมาตามหลัง  เด็กยังไงก็ยังเป็นเด็กอยู่วันยันค่ำ

 

          เจ้างูตัวนั้นตายจริง  หากนางงูนั้นรู้ ไม่นานก็คงมาถล่มที่นี้แน่ๆคงได้วุ่นวายกันใหญ่ เจ้าพวกหมาเจอซากงูแล้วเมื่อตอนสายๆแล้วงูอีกตัวที่เห็นแว๊บๆนั้นหละนางงูหรือเจ้าตัวประหลาดคูลาตัสหรือจะเป็นงูตัวอื่น  แต่ไม่ว่ายังไงตอนนี้พวกนั้นก็กำลังยุ่งเป็นโอกาสที่เขาจะลงมือทำอะไรบางอย่าง

 

          ขาสองข้างออกแรงพาเจ้าของเดินไปตามที่ใจหมายและเมื่อไปถึงถ้ำเขาก็ไม่เห็นเจ้าหมาซาเวียร์เหมือนจะถูกเรียกไปอย่างที่เจ้าหนูนั้นบอก แบบนี้ก็ทางสะดวกเขาไม่ต้องล่ำลาไม่ต้องคอยหาเรื่องปลีกตัวแบบนี้หละดีแล้ว

 

          ข้าวของไม่กี่ชิ้นที่ติดตัวมาจากโลกโน้นถูกกวาดใส่กระเป๋า  ปืนลูกรักและกระสุนสำรองอยู่ในสภาพพร้อมใช้  ดวงตาสีเทาคู่คมกวาดมองไปรอบๆถ้ำก่อนจะระบายลมหายใจเพื่อบรรเทาอาการอัดแน่นในอก การพักร้อนของเขาสิ้นสุดลงถึงเวลาต้องไปแล้ว

 

        “กำลังจะไปไหนงั้นเหรอ”


















       
สวัสดีนักอ่านที่น่ารักทุกท่านคะ  หลังจากไม่ได้เจอกันนานในที่สุดนางมารก็ได้ออกมาพบกับทุกท่านคะ
         แต่ก่อนอื่นขอพื้นที่เล็กๆในการอธิบายและบ่นคะ  พื้นที่
สีเขียวคือการบ่นไม่สำคัญไร้สาระแค่อยากระบาย  ใครไม่อยากอ่านก็ข้ามไปอ่านสีแดงได้ตามปกติใครว่างๆก็อ่านเล่นๆได้คะ

         
เรื่องของการระบายนี้สืบเนื่องมาจากวันที่ 10 สิงหาคม (เริ่มต้นแบบเป็นงานเป็นการมากๆ) นางมารในตอนนั้นที่ยังไม่ถึงกำหนดอัพนิยาย(นิยายเรื่องนี้มีกำหนดอัพในตัวคะ  มีใครสังเกตไหมเอ่ย เเม้ส่วนมากจะไม่สามารถอัพได้ตามกำหนดก็เถอะ..)กำลังหานิยายอ่านและนึกครึ่มแต่งตอนพิเศษสำหรับวันแม่ก็เลยเข้ามาเล่นเด็กดีและพบความผิดปกติบางอย่างคะ  แต่นางมารก็ไม่ใส่ใจ รอจนวันที่ 12 ตรงกำหนดอัพตอนพิเศษเลย log in เข้ามาปรากฏว่า error 404 ตลอดคะ (ที่เห็นว่าอัพเดทตอนล่าสุดวันทที่ 19 นั้นฝีมือเว็บมาสเตอร์หลังนางมารเเจ้งเรื่องเข้าไปคะ)ด้วยความงงก็นั่งรอผ่านไปหลายวันไม่มีอะไรดีขึ้น จึงแจ้งไปทางบอร์ดเเจ้งปัญหาเว็บมาสเตอร์ก็แสนดีเข้ามาถามนั้นนี้แก้ไขให้เรา  แต่เวลาผ่านไปนับ 10 วันก็ไม่ดีขึ้น นางมารจึงเริ่มเหนื่อย  โชคยังเข้าข้างที่จากตอนแรกเข้าหน้า writer ไม่ได้ก็กันเข้ามามา comment ได้เลยถือโอกาสแจ้งเรื่องให้นักอ่านทราบใน comment ที่ 210 หลังจากนั้นก็พยายามหาทางเข้าจนสามารถเข้ามาหน้าอัพเดทนิยายได้ แต่ไม่สามารถกดบันทึกการเปลี่ยนแปลงบทนี้ได้เลย  ปรี๊ด ขึ้นหัวเลยคะเป็นอย่างนี้มาหลายครั้งมาก  หาคำตอบไม่ได้ว่าผิดที่เว็บ ผิดที่เน็ตเราหรือผิดที่ใคร  แต่วันนี้ลองเสี่ยงเข้ามาเหมือนเดิม พิมพ์ชื่อตอนไปตามปกติแต่ที่ไม่ปกติคือเผลอกดenter ทั้งๆที่เคอร์เซอร์ยังค้างอยู่ที่ชื่อตอนปรากฏว่ามันอัพได้คะ  ด้วยความแปลกใจจึงลองใหม่อีกครั้งรอบนี้ลองพิมพ์ภาษาบ้าๆลงในส่วนของเนื้อหาแล้วลองกดบันทึกการเปลี่ยนแปลงบทนี้ก็ปรากฏว่าทำไม่ได้แต่พอลองเอ็นเตอน์ที่ชื่อเรื่องเท่านั้นมันอัพเดทได้คะ  เท่านั้นหละ  ทั้งเสียงหัวเราะแบบโคตรประสาทและสารพัดคำพูดหลุดมาแบบห้ามไม่อยู่  แล้วตูรอมา 20 กว่าวันเพื่อไรวะ  เฮ้อ  นี้หละคะเรื่องที่อยากบ่น ว่าเเล้วก็กลับเข้าเนื้อเรื่องของเรากันดีกว่าคะ

        
สำหรับตอนนี้เป็นตอนที่ 21 ของเนื้อเรื่องแล้ว ความจริงน่าจะมาช้าหลังตอนพิเศษของวันแม่  แต่ไหนๆก็เลยวันแม่มาแล้วก็เอาตอนหลักมาอัพให้ค้างแทนตอนพิเศษก่อนก็แล้วกัน  หุหุ

      ตอนนี้เป็นตอนที่เขียนขึ้นมาเพื่อบอกล่าโดยเฉพาะ  เพราะพ่อหนุ่มคาโลตัดสินใจแล้วว่าจะหยุดการลาพักร้อนที่แสนยาวนานของตัวเองกลับไปทำงานสักที  การเริ่มต้นการลาและหาทางหนีจึงเกิดขึ้น  แน่นอนว่าหนีไปคนเดียวไม่มีทางรอดแน่ๆ พ่อหนุ่มเราเลยหาเพื่อนเพิ่มแน่นอนว่ายังไม่เฉลยว่าเป็นใครแม้จะเเง้มมาแล้วบ้าง พ่อหมาของเราก็หายไปทำงาน  พ่องูก็หายเข้าป่า ไม่รู้ว่างานนี้ใครจะตามใคร  ใครจะหนีไปกับใครต้องติดตามกันต่อคะ  

      ตอนหน้าเป็นตอนพิเศษคั่นเวลาสะบั้นอารมณ์คะ  กับตอน
มาเฟียพี่เลี้ยงเด็ก แล้วพบกันตอนหน้าเมื่อถึงกำหนดคะ

ปล.มีใครลองเดาเล่นๆไหมคะว่ารูปน้องหมาด้านบนนั้นคือรูปน้องหมาตัวไหน  คำตอบคือ  น้อ
งหนูซ็อคของเรานั้นเอง


 

ตอบ Comment (02/09/2557) 203-213

นักอ่าน...lnwcool  NC มีเก็บไว้ที่กรุอีกหลังคะ ไม่ปล่อยทางอีเมล์และในเด็กดี ขออภัยในความไม่สะดวกคะ

MadCat      NC คือส่วนประกอบรองคะไม่ใช่ส่วนประกอบหลัก มีให้อ่านที่บ้านอีกหลัง ขออนุญาตไม่แจกทางเมล์และในเด็กดีคะ

ทุกๆอย่างของชีวิต คือ 'เราที่ผิด'       ยินดีต้อนรับคะ ศึกชิงนายหรือคะ เอ๊ะ จะเรียกว่าเป็นศึกชิงนายได้ไหมต้องติดตามต่อคะ

มิ้งกิจัง        เรื่องนี้ขอพอเพียงที่ 2P ส่วน 3P ขอเรื่องอื่นแล้วกันนะคะ 

P.LeeHae   น้องหมาของเราน่าสงสารคะแต่ก็ถึกและทนเอาการ น่าจะทนได้อีกนานพอสมควร ส่วนมาม่าตอนนี้ก็เริ่มสุกได้ที่มีคะ เตรียมปิดเตาแก๊สรอได้เลย ส่วนอืดนั้นคงต้องรออีกนิดคะไม่นานเกินรอ

Trista Lannette     คาโลเลข 3 แล้วคะ สามมานานพอสมควรแล้วแต่พ่อคุณเขายังไม่ค่อยจะรู้สึกว่าตัวเองแก่ แถมยังเป็นหน่วยบู๊ก็เลยบู๊ล้างผลาญซะเต็มที่ ดีใจคะที่ชอบรูปน้องหมาซาเวียร์ 

moopiing            ยินดีต้อนรับคะ อย่าลืมติดตามอ่านกันไปนานๆนะคะ

Selear       ไม่ปวดเอวไม่นอนซมคะ แค่ยอกไปทั้งตัวเท่านั้นเอง

Pair p.       ยินดีต้อนรับคะ ดีใจที่ชอบอย่าลืมติดตามอ่านกันไปนานๆนะคะ

 

Ika Analis Sarasa หายเพราเหตุขัดข้องทางเทคนิค ตอนนี้กลับมาแล้วคะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

369 ความคิดเห็น

  1. #263 momokuchan (@angelonia) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 มกราคม 2558 / 11:24
    หือออออครายยอ้าาาาา
    ฮ่าๆๆๆๆ

    งือจะไปจริงๆอ่ะ ไม่เอาพ่อหมาเราติดไม้ติดมือไปด้วยเหรอ
    #263
    0
  2. วันที่ 20 กันยายน 2557 / 20:12
    แหม่ น่ารักเบาๆ(?) แล้วแม่เฟอร์ดินไปไหนอ่ะ
    #225
    0
  3. #213 P.LeeHae (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 กันยายน 2557 / 21:51
    กลับมาแล้ววววววว! แล้วก็ทำให้ค้างอีกแล้ววววว!! 555

    ตอนนี้ดูหน่วงๆดีนะ เดี๋ยวดราม่านำซาเวียร์ก่อน 5555 แต่การตัดสินใจแบบนี้ก็สมกับที่เป็นคาโลน่ะแหละ(ดอนคือที่สุดของหัวใจ ใช่ไหม?//เลี่ยนนน ฮา)

    ประโยคสุดท้ายนั่นใครพูดน่ะ? พ่องู?(ก็คิดถึงง่ะ!) หมาสักตัว? แต่ที่แน่ๆเราว่าไม่น่าจะใช่ซาเวียร์(หรือเราจะเดาผิด)
    #213
    0
  4. #211 LaLuZe (@laluze) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 กันยายน 2557 / 18:57
    แง!!!
    ค้างอ่ะ ตกลงคาเซอร์ริโอรู้แล้วเหรอว่าจะกลับยังไง
    แล้วซาเวียร์อ่ะ อย่าทิ้งไปน้า

    #211
    0