DearMEBAEKHYUN (Chanbaek christmas project)

ตอนที่ 7 : 1 days before Christmas day [THE END]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    2 เม.ย. 59





1 days before Christmas day


 

 

 

 

            เสียงเคลื่อนยนต์ของเครื่องบินคงจะเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ปาร์คชานยอลรู้สึกว่าโลกนี้ยังมีเสียงเพลงประหลาดพวกนี้อยู่...

 

            เขาปล่อยตัวเองให้จมอยู่กับความคิดมานานมากเท่าไหร่ก็ไม่รู้ จนกระทั่งเสียงหวานของหญิงสาวในชุดเสื้อยืดแขนยาวเข้ารูปของเธอเรียกสติเขาไว้... สีหน้าแสดงความเป็นห่วงของเธอฉายแววเด่นชัดแต่เขากลับไม่รู้สึกดีใจกับภาพตรงหน้าเลย นอกจากความว่างเปล่าที่ก่อขึ้นท่ามกลางความสับสน...

 

            “ชานยอล ถ้าไม่ไหวไม่ต้องมาส่งฉันก็ได้นะชายหนุ่มปฏิเสธด้วยรอยยิ้มบางเท่าที่เขาพยายามจะทำได้ แต่ดูเหมือนเขาจะพยายามได้แค่นี้จริงๆ...


            ขอโทษนะ...” น้ำเสียงสั่นเครือคล้ายกับโทษตัวเองอยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า กระทั่งเขาเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตัวเองอยู่ในภวังค์อีกแล้ว ให้ตายสิ อีกแล้วนะอีกแล้ว... “ขอโทษที่ทำให้เธอรู้สึกไม่ดีไปด้วยนะ...”


            ฉันก็บอกนายแล้วไงว่ามันไม่ใช่ความผิดของนาย และก็ไม่ใช่ความผิดของใครทั้งนั้น ไม่มีใครผิดเข้าใจไหมเธอทาบมือลงบนไหล่กว้างของอีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน แต่มันก็ยังไม่ช่วยทำให้เขารู้สึกดีขึ้นเลยนอกจาก...ความรู้สึกผิดที่มากนับไม่ถ้วน



            ถ้าเป็นไปได้ เขาจะไม่ทำแบบนั้นต่อหน้าแบคฮยอนเด็ดขาด ถ้ารู้ว่า...การทำแบบนั้นจะทำให้ตัวเองได้เห็นหน้าแบคฮยอนเป็นครั้งสุดท้าย...



            “...ฉันก็แค่อยากจะสอนแบคฮยอนให้เป็นเด็กที่ดี


            “...”


            “เป็นเด็กที่โตขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ...เป็นเด็กที่ไม่โกหก และ...”


            “...”


            “...ฉันผิดมากเหรอซูจอง?”

           



            ครั้งนึงเขาเคยตั้งคำถามกับตัวเอง...ว่าการเลี้ยงเด็กที่ไม่ใช่ลูกตัวเอง...ไม่ใช่หลานตัวเอง...ไม่ใช่ตะกูลเดียวกับตัวเอง อาจจะลำบาก ยาก และ...มีอะไรหลายอย่างที่เขาต้องการเรียนรู้อีกเยอะ อะไรหลายอย่างที่เรียกว่าประสบการณ์



เพราะตัวเองไม่ใช่ทั้งพ่อ ไม่ใช่ทั้งน้า



แต่เป็นแค่ 'ปาร์คชานยอล' เด็กหนุ่มนักศึกษาปี 3 คนหนึ่ง...

 


แบคฮยอนจะมีความสุขมากกว่านี้...ถ้าน้าคนนั้นไม่ใช่ ฉัน’ ”


“...”


            ลองคิดดูสิ...ถ้าฉันไม่ได้อยู่กับแบคฮยอน ถ้าฉันไม่ได้เลี้ยงเด็กคนนั้น แบคฮยอนคง...”



           ไม่ต้องพูดอะไรต่อแล้วชานยอล...



            “...”


            “อย่าขอร้องในสิ่งที่เรียกกลับมาไม่ได้แล้ว...เพราะมันไม่ได้ช่วยทำให้นายแก้ไขปัญหาได้หรอกนะ


            “...”


ทุกคนกำลังช่วยตามหาแบคฮยอนอยู่ นายต้องเชื่อใจพวกเขา...และก็ตัวแบคฮยอนเองด้วย เข้าใจที่ฉันพูดไหม


            ชายหนุ่มพยักหน้าด้วยรอยยิ้มปนเศร้า พลางมองหน้าอีกฝ่ายที่ดูเป็นพี่สาวคนโตขึ้นมาทันใด แต่เวลานี้มันไม่ใช่เวลาที่จะมานั่งอมทุกข์ไม่ใช่หรือไง เขาเฝ้ารอ...ที่จะพูดกับเธอมาโดยตลอดถึงสิ่งที่เขารู้สึกกับเธอ...จองซูจอง อย่าทำให้เรื่องนี้เป็นภาระต่อตัวเองสิปาร์คชานยอล




            นายต้องบอกเธอตอนนี้นะ...




            ซูจอง...คือฉัน...” คนตัวสูงทำท่าจะพูดมันออกไป แต่ก็ต้องค้างคำพูดไว้ที่ประโยคเดิมทันทีที่เห็นว่าเธอเผยรอยยิ้มบางออกมาราวกับยอมรับในผลที่จะเกิดขึ้นก่อนหน้านี้อยู่แล้ว



 

นี่เธอรู้อยู่ก่อนแล้วงั้นเหรอ?

 



            “ฉันรู้ว่านายจะพูดอะไร แต่เวลานี้...ฉันไม่อยากให้ความสัมพันธ์ของนายกับแบคฮยอนต้องจบลงเพราะฉันคนเดียว


            “...”


            “มันไม่ได้ฟังดูเหมือนคนเห็นแก่ตัวหรอก นายเป็นคนดีนะชานยอล และฉันก็รู้ว่านายจะทำให้แบคฮยอนมีความสุขได้


            “...”


            “...มีหลายครั้งที่คนเราสับสนกับสิ่งที่ตัวเองกำลังเผชิญอยู่ ฉันรู้ว่านายรู้สึกยังไงเวลาที่ต้องตัดสินใจกับความรู้สึกของตัวเองตัวคนเดียว...เพราะฉันก็เคยเจอมาหลายครั้งแล้วนับไม่ถ้วน


            “...”


            “แต่ฉันอยากให้นายรู้เสมอว่า...เมื่อนายตัดสินใจกับเรื่องใดเรื่องนึงไปแล้ว...นั่นหมายความว่านายอาจจะต้องเสียใจกับการตัดสินใจของตัวเองในภายหลัง และฉันก็ไม่อยากให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นกับนาย


            “...”


            “ชีวิตไม่ได้เหมือนธุรกิจหรอกนะชานยอล ในบางครั้งเราก็ต้องยอมรับและเลือกสิ่งที่ส่งผลเสียต่อเราน้อยที่สุด แต่นั่นก็จะไม่ได้หมายความว่านายจะไม่มีความสุขตลอดไปนิ ถูกต้องไหม?”


            “...”


            “ถึงนายจะเลือกฉัน สุดท้ายนายก็จะกลายเป็นคนเสียใจมากที่สุด




 

            เพราะนั่นก็หมายความว่า...เขาจะไม่ได้เจอแบคฮยอนอีกตลอดไปเช่นกัน

 

 

           


            “นายจะเจอฉันเมื่อไหร่ก็ได้...แต่แบคฮยอนน่ะ อาจจะไม่ได้เจออีกแล้วนะ


            “...”


            เพราะฉะนั้น...”


            “...”

 

 








            “ไปหาแบคฮยอนเถอะ

 

           


<><><><> 

 

           

            ชายหนุ่มร่างสูงก้าวขายาวออกมาจากตัวสนามบินก่อนจะหันกลับไปมองเครื่องบินที่กำลังทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าสีสวย จากนั้นรอยยิ้มบางเบาที่หาเหตุผลมาอธิบายไม่ได้ก็ปรากฏขึ้น... ความคิดมากมายถลาเข้ามาเป็นคำถามที่แม้จะไม่ต้องตอบก็คงจะรู้อยู่ในใจอยู่แล้ว



            ว่าเธอไม่ได้มีความรู้สึกเหมือนที่เขารู้สึกอยู่เลย...นอกจากความเป็นเพื่อน




          คตรเฟลหนักเลยว่ะปาร์คชานยอล





          แต่ก็ช่างมันเถอะ...

            


 



จะว่าไปก็...




คุณเห็นรูปนี้ไหมคะมิสฮวังเลื่อนรูปภาพรูปหนึ่งมาทางอีกฝ่าย ชายหนุ่มกดสายตาสั้นของตัวเองไปยังรูปภาพไม่เป็นรูปไม่เป็นร่างของเจ้าของรูปวาดปริศนา มันไม่ได้เดายากเท่าไหร่เมื่อเขานึกขึ้นได้ว่าในตอนนี้มีอยู่คนเดียวที่มิสฮวังกำลังพูดถึง


            ‘ผม...ไม่เข้าใจ



            มันก็แค่รูปของผู้ชายคนหนึ่งที่ตัวสูงผิดมนุษย์มนา หูกาง ยิ้มกว้างอย่างมีความสุขในชุดคริสต์มาสก็เท่านั้นเอง...



มันไม่ได้ต่างจากรูปทั่วไปเลยมากกว่า



            ครูซานดาร่าบอกว่าเขาวาดรูปนี้ตอนคาบศิลปะก่อนเกิดเหตุการณ์เธอค่อยๆ อธิบายอย่างช้าๆ เพื่อไม่ให้ผู้ใหญ่ตัวสูงต้องทำใจลำบากเวลาที่ฟังเธอพูด หัวข้อก็คือ สิ่งที่อยากได้ในวันคริสต์มาส’’


            ‘...’


            ‘และแบคฮยอนก็วาดรูปนี้ออกมา คุณคิดว่ายังไงคะ?’



 

            ถึงมันจะดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ที่จะเจอแบคฮยอนอีก และเขาก็รู้ว่ายังไงซะเด็กนั่นคงไม่กลับมา...ซึ่งมันตรงกันข้ามกับความรู้สึกของปาร์คชานยอลที่เชื่อมั่นอย่างนั้นว่าแบคฮยอนยังอยู่ที่เดิม


เพราะฉะนั้นเขาจึงขับรถตรงกลับมายังบ้านของตัวเองซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นความทรงจำที่ทั้งเขาและแบคฮยอนร่วมกันสร้างขึ้นมา...

 



แล้วตุ๊กตากวางตัวนี้...’ เธอเว้นจังหวะการพูดก่อนที่ผู้ใหญ่ทั้งสองจะหันไปมองตัวการรายที่สองซึ่งวางเด่นอยู่ริมโต๊ะทำงาน ฉันไม่เข้าใจอยู่เหมือนกันว่ามันจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องทั้งหมดนี้หรือเปล่า...


‘...’


พักหลังนี้แบคฮยอนเอาแต่เก็บตัวเล่นกับตุ๊กตาตัวนี้ เพื่อนพวกเขาเล่าให้ฟังว่าเด็กคนนั้นเองเหมือนจะคุยกับตุ๊กตาได้ราวกับ...’



 


มี 'ชีวิต' จริงๆ

 




            ชายหนุ่มหยุดยืนอยู่หน้าตัวบ้านแล้วปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับบ้านหลังยุโรปตรงหน้าอย่างเหม่อลอยขณะที่มือหนึ่งถือตุ๊กตากวางจมูกแดงไว้โดยมีความหวังอันน้อยนิดว่ามันอาจจะเป็นปริศนาบางอย่างที่นำไปสู่คำตอบของคำถามก็เป็นได้


 สิ่งที่สัมผัสได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เขาตัดสินใจเลือกบ้านหลังนี้นั่นก็เพราะแบคฮยอน มันไม่ได้เป็นบ้านที่สวยงามกว่าบ้านหลังอื่น ไม่ได้ใหญ่โตหรูหรา แต่มันก็เป็น บ้านที่มีความทรงจำของพวกเรารวมอยู่...


            เด็กหนุ่มชานยอลตอนอายุสิบแปดปีได้ตัดสินใจเก็บเงินซื้อบ้านเป็นของตัวเองครั้งแรกด้วยงานพิเศษที่ทำอยู่มาตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมา ผสมกับค่าช่วยเหลือของทางบ้านเลี้ยงเด็กกำพร้าซะส่วนใหญ่ ซึ่งแน่นอนว่ามันยังไม่เพียงพอ อย่างไรก็ตาม เพราะเจ้าของบ้านซึ่งเคยอยู่ที่นี่อยู่ก่อนแล้วเห็นถึงความพยายามของเขา จึงลดหย่อนให้ครึ่งนึงพร้อมกับให้ดาวน์ได้อีกต่างหาก


            นั่นเกือบจะเป็นฝันที่สมบูรณ์แบบที่เขาตั้งใจไว้เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ แต่สุดท้ายเมื่อเขาได้ข่าวเรื่องที่คุณลุงคนสนิทหรือก็คือพ่อของแบคฮยอน ที่ทำให้รู้ว่าต่อจากนี้แบคฮยอนจะต้องมาอยู่ในบ้านเด็กกำพร้า เพราะข่าวหน้าเศร้าของคุณลุงที่เกิดขึ้น


            มันเหมือนกับเป็นการตัดสินใจที่แปลกประหลาดที่สุดในชีวิตหนึ่งของเขาที่รับแบคฮยอนมาดูแลที่บ้านคุณลุง ก่อนที่บ้านหลังนั้นจะกลายเป็นบ้านของพวกเขาสองคนในปัจจุบัน


ความคิดแรกที่เข้ามาทันทีที่เห็นแบคฮยอนยืนร้องไห้หน้าหลุมศพของคุณลุงพร้อมกับเอาหน้าซุกแขนซิสเตอร์แล้วปล่อยโฮออกมาในวันนั้นยังตราตรึงในความรู้สึกเขา ว่าความรู้สึกที่เขาเคยถูกพ่อแม่ทิ้งให้อยู่ตัวคนเดียว...กับความรู้สึกตอนที่แบคฮยอนเป็นอยู่ตอนนั้น



มันไม่ได้มีส่วนไหนที่บ่งบอกว่าแตกต่างเลย...

 


            ชายหนุ่มค่อยๆ ก้าวเข้าไปในบ้านหลังไม่ใหญ่มาก ขณะที่ภาพความทรงจำสมัยเก่าถูกฉายขึ้นอีกครั้งเหมือนกำลังนั่งดูภาพยนต์ข่าวดำเรื่องนึง


ภาพความทรงจำแรกคือตอนที่แบคฮยอนยืนจับมือเขาอยู่ทางเข้าบ้านแล้วมองมาด้วยแววตาของเด็กกลัวการเผชิญหน้าอนาคต แต่เด็กหนุ่มชานยอลในตอนนั้นกลับบอกกับอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มปลอบว่า ไม่มีใครจะมาทำอะไรพวกเราได้


ร่างสูงเหลือบมองไปยังห้องนั่งเล่นมุมซ้ายมือ และภาพความทรงจำที่สองก็เริ่มขึ้นอีกครั้งซึ่งเป็นตอนที่แบคฮยอนอายุ 7 ขวบกำลังนั่งดูการ์ตูนอยู่กับเขาสองคน ทั้งสองกำลังแย่งป๊อปคอร์นถุงเดียวกันจนมันกระจัดกระจายหล่นเกลือนห้อง มองทีไรก็คิดถึงทุกครั้ง...


ขายาวก้าวตรงไปยังห้องถัดไปซึ่งก็คือห้องครัว ภาพทรงจำที่สามเริ่มขึ้นซึ่งเป็นตอนที่แบคฮยอนเตรียมตัวจะไปโรงเรียนเป็นครั้งแรก นับว่าตอนนั้นเด็กนั่นตื่นเต้นมากกับการได้ไปเรียนหนังสือ อีกฝ่ายยืดหลังตรงอย่างตื่นเต้น ในขณะที่เขากำลังทอดไข่ดาวในกระทะจนคนตรงหน้าบ่นว่า เมื่อไหร่จะเสร็จและ ถ้าไปสายจะโทษน้าชานยอล


มือใหญ่แตะขอบบันไดเนื้อไม้สีเก่าและภาพความทรงจำครั้งที่สี่เริ่มขึ้นต่อเนื่อง เป็นตอนที่แบคฮยอนสะดุดหกล้มหน้าบันได เพราะรีบวิ่งเล่นไม่ระวังตัวเองสุดท้ายก็เจ็บตัวอีกจนได้ แบคฮยอนร้องไห้ออกมาไม่หยุด แต่เขาซึ่งอยู่ตรงนั้นก็ช่วยปลอบโดยการทาบมือลงบนกลุ่มผมบางแล้วลูบไปมาพร้อมกับปลอบโยนด้วยรอยยิ้มอบอุ่นนั้นว่า แบคฮยอนต้องเข้มแข็งนะ



จนกระทั่งถึงภาพความทรงจำสุดท้าย...



ชายหนุ่มหยุดก้าวเท้าสุดท้ายที่หน้าห้องอีกฝ่ายแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา มันเคยเป็นห้องของเด็กผู้ชายคนหนึ่ง แต่ปัจจุบันนั้นกลับว่างเปล่าเพราะเด็กคนนั้นไม่ได้อยู่ที่ห้องนี้...อีกต่อไปแล้ว


เขาใช้เวลาอยู่หน้าประตูห้องนอนอีกฝ่ายนานพอสมควรก่อนจะคลายความกังวลที่ค้างอยู่ในจิตใจออกไปให้หมด โดยการเปิดประตูบานนั้นเข้าไปประจันหน้า คล้ายกับผู้ใหญ่ที่พร้อมจะเผชิญกับความจริงอีกครั้ง เขาแค่แอบหวังว่าเมื่อเปิดเข้าไปแล้วอาจจะเจอกับใครบางคน แต่ก็กลับพบแต่ความว่างเปล่าอย่างที่มันควรจะเป็น...


ควรจะโทษตัวเองดีไหมที่เอาแต่หวังมากเกินไปว่าแบคฮยอนอาจจะอยู่ในห้องนี้และรอเขาอยู่ ชายหนุ่มชำเหลืองมองไปยังเตียงขนาดเล็กซึ่งถูกพับผ้าเรียบร้อยเหมือนไม่เคยมีใครพักอาศัยอยู่ที่นี่มาก่อน แม้แต่ของเล่นที่เคยกระจัดกระจายก็ถูกจัดเก็บเข้าที่เหมือนไม่เคยมีเด็กเอาออกมาเล่นเช่นกัน


ร่างสูงตรงไปยังเตียงนอนเรียบอันว่างเปล่าก่อนจะสัมผัสมือใหญ่ลงบนผ้าห่มสีเนื้ออย่างถนุถนอม แสงไฟถนนในเวลากลางคืนจากด้านนอกสาดส่องเข้ามาในห้องที่ถูกปกคลุมด้วยความมืด กลิ่นหอมหวานของความทรงจำสุดท้ายผุดขึ้นมาคล้ายกับจิ๊กซอร์นำไปสู่ก้นเบื้องลึกของหัวใจที่ถูกไขออก...





กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเด็กผู้ชายคนหนึ่งชื่อว่าแบคฮยอน...’


อ่า ทำไมต้องใช้ชื่อผมด้วย ทำไมไม่ใช้ชื่อน้าอ่ะเด็กน้อยยื่นปากไม่ชอบใจที่ชื่อตัวเองผุดขึ้นมาในนิทานที่อีกฝ่ายกำลังเล่า ความหนาวจากด้านนอกไม่ยั้งจะสะทนสะท้านเมื่อเทียบกับความอบอุ่นระหว่างคนสองคน


นั่นสินะ...ทำไมถึงต้องใช้ชื่อตัวเอกว่าแบคฮยอนด้วย...


น้าไม่ใช่เด็กดื้อเหมือนใครบางคนซักหน่อยพูดแหย่พร้อมกับแอบหรี่ตามองเจ้าเด็กดื้อที่ขดตัวอยู่กับผ้าห่มบนเตียงข้างๆ อีกฝ่าย แต่ถึงอย่างนั้นเด็กดื้อนามว่าแบคฮยอนก็ยังคะยั้นคะยอให้เล่าต่อ





ชายหนุ่มหลับตาพริ้มให้กับเตียงนุ่มพร้อมกับรอยยิ้มบางอ่อนที่ปรากฏขึ้นเมื่อคิดถึงช่วงเวลาที่เรามีความสุขด้วยกัน...ที่บ้านหลังนี้



บ้านของเรา...

 

 

ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาพลางเหลือบมองไปยังข้างตัวซึ่งถูกมือเล็กอุ่นของใครบางคนข้างตัวประสานเข้ากับมือยาวเย็นยะเยือกของเขา...หากแต่ภาพของเด็กข้างตัวนั้นกลับดูเลือนลางไม่ต่างจากเทปเก่าๆ ที่หมดอายุการใช้งาน


พวกเราอยู่ในที่เดียวกันแต่แตกต่างกันในช่วงเวลา ถึงอย่างนั้นในช่วงเวลาที่แตกต่างกันเหล่านั้นก็มักจะมีรอยยิ้มของพวกเราปรากฏอยู่เสมอ




 









สุขสันต์วันคริสต์มาสนะ...ปาร์คชานยอล

 












ตลอดไป...

 

 

 










สุขสันต์วันคริสต์มาสนะ...บยอนแบคฮยอน

 



write on : 2/4/16




 

THE END

 

#เสียงปรบมือดังสนั่นฮอลล์

สุขสันต์วันคริสต์มาส!! (หมายถึงในเรื่อง55555)

ฟิคของเราอาจจะมีบางส่วนที่ผิดพลาด ยังไม่ชำนาญในการแต่งเท่าไหร่

 แต่เราก็ขอขอบคุณนักอ่านทุกคนที่เข้ามาอ่าน มาแชร์ความรู้สึกให้อ่านกัน

เราขอขอบคุณจากใจจริงๆ ค่ะ! ^__^

และข่าวดีที่เราจะนำมาบอกก็คือ...

ฟิคเรื่องนี้จะมี Special part ทั้ง 2 part

ให้ได้ลิ้มรสความเป็นคริสต์มาสก่อนจะจากกันในเรื่องสั้นเรื่องนี้ด้วยนะ ;)

 (เป็นข่าวดีได้ไหมเนี้ย?555555)

 #ถึงผมเเบคฮยอน


ที่สำคัญ ทุกเรื่องราวต้องมีข้อคิดเสมอถูกต้องไหมคะ? คือจะว่าไงดี5555 มันมีข้อคิดเยอะมากเลยอ่ะ หลายคนอาจจะได้ข้อคิดแตกต่างแล้วแต่มุมมองของแต่ละคน แต่สำหรับเรานะ ขอเป็นข้อคิดในวันคริสต์มาสเกี่ยวกับ การให้แล้วกันนะคะ

อาจจะสงสัยว่า การให้ในความหมายนี้หมายถึงอะไร การให้ก็คือ การให้ อภัยต่อกัน เราคิดว่าในโลกนี้คงไม่มีใครที่หัวเราะตลอดเวลาหรอก มันต้องมีบ้างที่คนสองคนมีปัญหากันในเรื่องต่างๆ แต่สุดท้าย สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการให้อภัยเนี้ยแหละ เพราะถ้าต่างคนต่างเก็บไว้กับตัวเอง ไม่พูดจาและหันหลังใส่กัน บางทีนะ...เขาอาจจะหายไปจากชีวิตเราตลอดกาลเลยก็ได้...

เพราะฉะนั้น...อยู่เคียงข้างกันนะ ;)

 


 

#เป็น TALK ที่ยาวมากราวกับมหากาพย์จริมๆ 5555555

 

           

 

            

 

T
B

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13 ความคิดเห็น

  1. #13 멍령이 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 เมษายน 2559 / 12:00
    น้าชานจะได้เจอแบคมั้ยคะ อยากอ่านต่อ เราชอบมากเลยเรื่องนี้ มันแปลก ไม่เคยอ่านแนวนี้
    #13
    0
  2. #11 kkimmaggurren (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 เมษายน 2559 / 21:20
    ยังไม่จบบริบูรณ์ใช่มั้ยคะ คือถ้าบริบูรณ์ตั้งแต่ตอนนี้เราจะเข้าใจว่าแบคตายแล้วอะ อะไรทำให้เข้าใจไปแบบนั้นเนี่ย ไม่โอเคกับชานยอลมากๆ
    #11
    0