DearMEBAEKHYUN (Chanbaek christmas project)

ตอนที่ 6 : 2 days before Christmas day

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    18 มี.ค. 59




2 days before Christmas day





"อยู่โรงเรียนแล้วอย่าดื้อนะแบคฮยอน" เด็กน้อยพยักหน้าไปมาเบาๆ มองอีกฝ่ายจากด้านในตัวรถก่อนจะเลื่อนสายตามายังผู้หญิงตัวสูงซึ่งไปนั่งอยู่ด้านหลังเบาะรถ...ทำไมก็ไม่รู้ "ตอบน้าซิว่าจะไม่ดื้อ"


            ถ้าเป็นเมื่อก่อนที่เราสองคนนั่งรถไปโรงเรียนด้วยกัน เขาคงจะปั้นยิ้มหวานใส่อีกฝ่ายแล้วก็ตอบกลับว่า จะไม่ดื้อครับ แล้วผู้ชายตรงหน้าก็จะยื่นมือมายีหัวเขาเหมือนที่ชอบทำ



            เหมือนที่มันควรจะเป็น



            คนตัวเล็กเพียงแค่มองหน้าคนขับรถก่อนจะเลื่อนสายตาดุส่งไปยังผู้หญิงหลังรถ แล้วจึงหันหลังเดินเข้าไปโรงเรียนโดยไม่พูดอะไรซักคำ เผื่อมันจะทำให้น้าชานยอลสำนึกผิดบ้างหรือไม่ก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้แล้ว รู้ไหมว่าเขาไม่อยากเล่นบทนี้แล้ว


            เด็กน้อยอยากหัวเราะนะ...แต่ทำไมน้าชานยอลถึงต้องทำแบบนี้


            ขาเล็กทั้งสองก้าวเข้าไปในเขตโรงเรียนประถม สายตานิ่งเฉยมองไปที่เป้าหมายตรงหน้าซึ่งก็คือประตูทางเข้า แอบได้ยินเสียงรถขับออกจากบริเวณ เด็กน้อยถึงได้หันกลับไปมองเพื่อให้แน่ใจว่ามันจะไม่ใช่ในสิ่งที่เขาคิดไว้...แต่มันถูก น้าชานยอลขับรถออกไปแล้วโดยไม่มีท่าทีจะวิ่งออกมากอดเขา ปลอบเขา แล้วพูดว่า ขอโทษบ้างเลย...




            งี่เง่า

 

 


<><><><> 

 


            “สวัสดีค่ะ ครูชื่อครูซานดาร่า...จะมาเป็นครูสอนศิลปะแก่พวกเธอตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ครูขอฝากตัวด้วยนะครูสาวกล่าวแนะนำตัวเองหน้ากระดานดำโดยมีเด็กนักเรียนหลายสิบพากันให้ความสนใจ มิสฮวังซึ่งยืนอยู่ข้างๆ พูดคุยกับครูคนใหม่เบาๆ ก่อนจะเดินออกจากห้องไปแล้วปล่อยให้ครูซานดาร่าเริ่มสอน


            เด็กน้อยเอาแต่หมุนดินสอของตัวเองด้วยสายตาเหม่อลอยอย่างน่าเบื่อพลางเอาหน้าเท้าศอกลงกับโต๊ะเรียนขนาดเล็ก ความรู้สึกในตอนนี้มีแต่อยากให้วันนี้ผ่านไปเร็วๆ เท่าที่จะเป็นไปได้ สายตาก็ชำเลืองมองเวลาบนนาฬิกาแขวนหน้าห้องตลอดเวลาจนรู้สึกหงุดหงิด...อีกแล้ว


            เบื่อเหรอ?”  น้ำเสียงเรียบนิ่งแฝงความสงสัยอันคุ้นเคยของอีกฝ่ายทำให้แบคฮยอนได้แต่พยักหน้างึกงักเหมือนคนไม่มีชีวิตชีวา กวางน้อยจมูกแดงกระพริบตาพริบๆ เหมือนที่ชอบทำ ก่อนจะเหลือบมองไปยังกระดานดำที่ถูกใช้งานตั้งแต่คาบเช้า นายน่าจะตั้งใจเรียนกว่านี้นะ


            “มาเป็นฉันก่อนสิ แล้วจะรู้ว่ามันแย่มากแค่ไหน


            “นายก็เอาแต่พูดแบบนี้ตลอดนิ


            “นั่นก็เพราะนายไม่เคยเป็นแบบฉันไง...มินซอกคนตัวเล็กเอาหน้าจมลงกับขอบโต๊ะอย่างหมดแรง เขาแอบเห็นอีกฝ่ายแกว่งเท้าไปมาอย่างสนุกสนานจนต้องทักขึ้นเพราะตัวเองเริ่มจะรำคาญกับท่าทางแบบนั้น ทำไมนายไม่นั่งดีๆ


            กวางน้อยหันกลับมามองตัวเองซึ่งดูเป็นจุดเด่นท่ามกลางห้องเรียนขนาดเล็กนี้อย่างมาก เขาควรจะรู้ตัวเองได้แล้วว่าการทำแบบนี้จะทำให้แบคฮยอนได้ไปยืนหน้าห้องอีกไม่ช้า



            มินซอกก็คือมินซอกน่ะแหละ ยังไงก็ตามหมอนั้นก็ยังคงนั่งอยู่ท่านั้นเหมือนเดิม

 


          จะนั่งอยู่อย่างนั้นก็ได้ แต่ฉันจะบอกกับครูว่าฉันไม่รู้จักนาย


            “นายรู้จักฉันสิ


            “ไม่ ฉันไม่รู้จักนาย โอเค๊?”


            “...”


            “มองแบบนั้นทำไม? ฉันไม่ใช่เพื่อนเล่นนายนะ ตอนนี้ฉันอารมณ์เสียแบคฮยอนถอนหายใจออกมาพลางกลอกตาบนอย่างเหลืออดเมื่อเห็นว่าเจ้ากวางตัวน้อยไม่มีท่าทีจะสนใจสิ่งที่เขาบอกอยู่เลย นอกจากจะไม่ฟังแล้วยังแกว่งเท้าต่ออีก


            เอาล่ะค่ะ วันนี้เราจะมาวาดรูปกันเล่นๆ ก่อนเพราะครูพึ่งมาวันนี้วันแรก หัวข้อของวันนี้คือ สิ่งที่อยากได้ในวันคริสต์มาสวาดเสร็จแล้ว ครูจะให้ออกมาอธิบายหน้าชั้นเรียนด้วยนะ


เสียงของครูซานดาร่าแว่วผ่านหูมาเป็นระยะๆ ถึงอย่างไร ในหัวแบคฮยอนก็ยังคงมีแต่คำว่า ขี้เกียจและ ไม่อยากทำชนกันเต็มไปหมดด้วยเหตุผลง่ายๆ ก็เพราะวันนี้เจอแต่เรื่องไม่ดีเต็มไปหมด...


            กระดาษเอสี่ถูกส่งต่อไปเรื่อยๆ ตามแต่ละโต๊ะ คนตัวเล็กยืดหลังตรงก่อนจะรับกระดาษเอสี่ว่างเปล่าสะอาดแผ่นนึงมาแล้วจึงส่งต่อไปยังโต๊ะหลัง มือเล็กเผลอขยี้หัวเบาๆ ทันทีที่ครูซานดาร่าเริ่มเขียนหัวข้อลงบนกระดานดำอีกครั้งกันเด็กๆ จะลืม


            ถึงจะเขียนตัวใหญ่เท่าช้าง มันก็ไม่ได้ช่วยให้เขาอยากจะทำอะไรดีขึ้นหรอก เด็กน้อยคิดอย่างนั้น


            นายจะวาดรูปอะไร?”


ร่างเล็กเอาคางเกยลงกับโต๊ะอย่างใช้ความคิดขณะที่ดินสอแท่งหนึ่งกำลังถูกร่างภาพลงบนกระดาษเอสี่พร้อมถูกใช้งานทันที เสียงฝืดของดินสอดังขึ้นต่อเนื่องยิ่งทำให้กวางจมูกแดงสงสัยไปกว่าเดิมว่าสิ่งที่แบคฮยอนอยากได้ในวันคริสต์มาสจะออกมาเป็นรูปแบบไหนกัน


            เด็กน้อยไม่ได้สนใจหัวข้อหรืออะไรก็ตามที่ครูซานดาร่าบอกเลย เขาเพียงแค่สนใจอย่างเดียวว่าสิ่งที่เขาต้องการมากที่สุด ที่มันไม่ใช่อยู่ในกล่องของขวัญหรือต้องมีโบว์ประกอบอย่างที่คิดไว้


            ของขวัญที่เขาอยากได้จะต้องไม่ใช่อะไรที่ใหญ่โตมโหฬาร ไม่ใช่ของที่แพง ต้องเป็นของขวัญที่เป็นอ้อมกอดให้กับเขาได้ตลอดเวลา และที่สำคัญต้องทำให้เขายิ้มได้ในทุกๆ วัน ต้องไม่ดื้อ ต้องไม่งี่เง่า และต้องรักเขาเหมือนเขาเองก็รักของขวัญสิ่งนั้น...



            ของขวัญที่เขาอยากได้ในวันคริสต์มาส...

 





            “โอ้! นั่นรูปอะไรน่ะแบคฮยอนรอยยิ้มอย่างภูมิใจหดหายลงทันทีที่กระดาษเอสี่ถูกมืออีกคนคว้าไปจากมืออีกฝ่ายต่อหน้าต่อตา “...ขอดูหน่อยซิ


            “ไม่ได้! เอาคืนมานะ มิโน!” เด็กน้อยพยายามกระโจนเข้าไปคว้ากระดาษจากมือของอีกฝ่ายแต่มันยากเย็นมากเพราะเจ้านั่นสูงกว่าตัวเขาหลายเท่าเลย แถมหมอนั้นยังยกกระดาษแผ่นนั้นขึ้นสูงอีก บ้าเอ๊ย...


            “ถ้าไม่ให้แล้วจะทำไม? ไปนั่งคุยกับตุ๊กตากวางงี่เง่าของนายต่อไปเหอะเด็กตัวสูงแสยะยิ้มน่าเกลียดใส่เด็กไม่มีท่าสู้ก่อนจะเงยดูรูปที่แบคฮยอนวาดโดยไม่มีท่าทีลังเลใดๆ ทั้งสิ้น โอ้~ นี่มันตัวอะไรเนี่ย...หน้าตาน่าเกลียดจังว่ะ...โอยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!!”

           


<><><><> 

           


            ในตอนนี้มีแค่ความเงียบ และความอึดอัด...


            แบคฮยอนถูกครูซานดาร่าและมิสฮวังเรียกตัวเข้าห้องพักครูตั้งแต่ที่เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น เขาเองก็ไม่คิดเหมือนกันว่าตัวเองจะเผลอทำเรื่องแบบนั้นต่อหน้าเพื่อนทุกคนในห้อง ต่อหน้าครูที่ปรึกษา ไหนจะต่อหน้าตัวเองอีก...


            ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง ผู้ปกครองของฝ่ายผู้เสียหายก็มาถึง เด็กน้อยเอาแต่หุบขาเข้าหากันเฝ้าภาวนาอยู่กับตัวเองให้เรื่องนี้ผ่านไปได้ด้วยดีโดยที่ไม่ต้องมีใครโดนว่าหรือโดนไล่ออกจากโรงเรียน เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นขึ้นมาจริงๆ แบคฮยอนคงจะรู้สึกแย่และไม่อยากมองหน้าน้าชานยอลอีกเลย


            ถ้ารู้ว่าหงุดหงิดแล้วทำอะไรบ้าๆ แบบนี้ เขาเลือกที่จะถูกล้อยังจะดีกว่าซะอีก...


            ฝ่ายผู้เสียหายซึ่งนั่งอยู่เก้าอี้ริมสุดซึ่งถูกกะระยะทางความห่างด้วยเก้าอี้จำนวนมากเป็นรางรถไฟ เขาแอบเห็นสีหน้าไม่พอใจของแม่มิโนแสดงออกมาชัดเจนทันทีที่เห็นลูกตัวเองมีรอยถูกต่อยแดงบางๆ ที่ใต้แก้ม ขอเถอะ อย่างน้อยก็ไม่ได้ออกแรงมาก ต่อยเตออะไรก็ไม่เป็นซักอย่าง ปล่อยเขาไปเถอะ...


            คุณแม่ตัวสูงตวัดสายตาไปยังเด็กน้อยเป็นรายที่สองหลังจากพิจารณาดูใบหน้าลูกตัวเองผ่านสายตา ขนแขนคนตัวเล็กนี่แทบจะพร้อมใจกันสะดุ้งขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัวเมื่อเธอเดินทอดน่องมาทางนี้


            เธอเหรอ ที่ต่อยหน้าลูกชายฉันน่ะ!?”


            “เอ่อ...ผม ผมไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะเขาพยายามแล้วจริงๆ กับสิ่งที่เกิดขึ้น โดยหวังว่าคุณแม่ตัวสูงคนนี้จะเข้าใจความรู้สึกเขาและฟังเหตุผลของเรื่องบ้าง เขาแย่งภาพผมไปโดยที่ผมไม่ได้บอก...” น้ำเสียงคนตัวเล็กอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัดแม้กระทั่งท่อนสุดท้าย ด้วยความกลัวว่ามันจะทำให้คนตรงหน้าไม่บ้ามากระชากคอเสื้อแบคฮยอนเข้าจริงๆ


            “ ‘ภาพ?’ ภาพอะไร??” คราวนี้เธอหันมาทำตาดุใส่ลูกชายตัวเอง มิโนสะดุ้งตัวโหยงแต่ก็ยังคงอธิบายต่อได้แม้จะเจ็บตัวอยู่ก็ตาม


            ภาพวาดของแบคฮยอนไงม๊า...ผมก็แค่ขอเขาดูเฉยๆ อ่ะ


            “ขอโทษนะคะ คุณนายซง แต่ดิฉันคิดว่าคุณควรจะรอผู้ปกครองน้องแบคฮยอนมาเสียก่อนมิสฮวังดูจะเป็นคนมีสติมากที่สุดในห้องพักครูในเวลาแบบนี้ และดูท่าทางแม่มิโนจะเชื่อฟังสิ่งที่มิสฮวังพูดถึงได้ย้ำเท้าหันกลับไปนั่งที่เก้าอี้ข้างๆ ลูกชายสุดที่รักอย่างใจเย็นลงได้อีก


            มิสฮวังหันไปสบตาเด็กน้อยด้วยสายตาที่แฝงไปด้วยคำถามจนเขาเผลอกลืนน้ำลายเหนียวลงคอ แบคฮยอน...ครูอยากให้หนูพูดตามความจริงนะ ไม่ต้องกลัวว่าใครจะว่าอะไรเธอย่อตัวลงให้เท่ากับความสูงอีกฝ่ายก่อนจะยื่นมือไปวางบนกลุ่มผมอย่างเบามือ ครูจะอยู่ข้างๆ เธอ


            เขาเริ่มเข้าใจถึงความรู้สึกที่แท้จริงของมิสฮวังก็ตอนที่เธอมองไปที่ตาอีกฝ่ายด้วยแววตาของความเป็นแม่ฉายแววอย่างชัดเจน จู่ๆ น้ำตาใสๆ ก็คล้ายจะไหลออกมาแต่แบคฮยอนก็เลือกที่จะเก็บมันไว้ด้วยการยื่นมือไปเช็ดมันออก


เพราะความรู้สึกตรงหน้านี้ต่างหากที่ทำให้เขาคิดถึงเหมือนครั้งที่ใครคนหนึ่งก็เคยทำแบบนี้แล้วพูดกับเขาว่าจะอยู่ข้างๆ เสมอ...












            “แบคฮยอน!” เสียงเรียกอันคุ้นเคยดังขึ้นจนคนตัวเล็กรีบหันขวับไปมองเจ้าของร่างสูงที่กำลังวิ่งมาทางนี้ด้วยอาการรีบร้อน อีกฝ่ายก้มหน้าลงจับเข่าพร้อมกับปล่อยหอบออกมาทันทีที่เห็นว่าเด็กน้อยยังอยู่ดีครบสามสิบสองไร้บาดแผล


            เขาทำให้น้าชานยอลเป็นถึงขนาดนี้เลยเหรอ...


            “น้าชานยอล...”


            “คุณมาก็ดีแล้วคุณปาร์ค! คุณคงจะเป็น...น้าของเด็กบ้านี่ใช่ไหม?” ยังไม่ทันได้พูดอย่างที่ตัวเองคิด เจ้าของส้นสูงก็ขึ้นเสียงชวนหาเรื่องทันทีเมื่อได้โอกาส คนมาใหม่ยังคงหอบแฮกๆ พร้อมกับสีหน้าที่แสดงออกว่ายังงงกับเหตุการณ์ตรงหน้าอยู่ แต่ดูท่าว่าคุณแม่ปากแดงแปร๊ดจะไม่มีคำว่า ให้เกียรติใดๆ ทั้งสิ้น ดูสิว่าหลานคุณทำอะไรไว้บนหน้าของลูกชายฉัน!?”


            “แบคฮยอน...ทำอะไรครับ...”


            “คุณนายซงคะ ดิฉันขอเตือนอีกครั้งนะคะ...” มิสฮวังทำท่าจะเตือนอีกฝ่ายแต่ก็ถูกตัดบทด้วยสายตาชวนหาเรื่อง


            เลิกใจเย็นซะทีเถอะค่ะ พวกคุณนี่เป็นผู้ใหญ่ซะเปล่า ปล่อยให้เด็กทะเลาะวิวาทใส่กัน แล้วโยงมาลูกชายฉันได้ยังไงกัน??” จบคำนั้นเธอก็หันมาเล่นจ้องตาใส่หนุ่มร่างสูง หลานคุณไปหาเรื่องชกต่อยกับลูกชายฉันกับอีแค่เพราะเรื่อง รูปมันไม่ปัญญาอ่อนไปหน่อยเหรอคะคุณปาร์ค!?”


            คนตัวเล็กมองไปยังชายหนุ่มซึ่งยืนฟังอีกฝ่ายร่ายยาวด้วยท่าทางเรียบนิ่งจนน่ากลัว เหงื่อไหลท่วมหน้าของน้าชานยอลคงจะเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความสับสนในจิตใจได้ดี แววตาสั่นเทาเครือกับคิ้วหนาที่ค่อยๆ ขมวดเข้าหากันเรียบๆ นั้นยิ่งจะทวีความเจ็บจี๊ดในใจเด็กน้อยมากกว่าเดิม


            น้าชานยอลต้องรู้สึกแย่มากแน่ๆ


            ผมต้องขอโทษแทนแบคฮยอนด้วยนะครับคุณนายซง ผมจะชดใช้ค่ารักษาให้ลูกของคุณเองครับน้ำเสียงเรียบนิ่งที่พยายามพูดออกมาให้เป็นปกติมากที่สุด กลับกันกลับทำให้ความรู้สึกแบคฮยอนแย่ลงไปทุกทีเหมือนต้องยอมรับผิดทั้งๆ ที่ตัวเองไม่ได้เป็นคนทำอะไรเลย...


            “น้าชานยอล! แต่ผมไม่ได้ทำ...”

 






            “หยุดพูดเถอะแบคฮยอน







            น้าชานยอล...




            “น้าไม่เคยสอนให้แบคฮยอนเป็นคนทำผิดแล้วไม่ยอมรับผิด




            “ก็ผมไม่ได้ทำจริงๆ นิ!!” น้ำตาใสเอ่อคล้อออกมาหลังจากที่พยายามเก็บมันไว้นานแต่ตอนนี้มันไม่สามารถต้านไว้ได้อีกแล้ว... ก่อนที่มือเรียวยาวของมิสฮวังจะทาบลงกับไหล่คนตัวเล็กเป็นการเตือนไม่ให้พูดอะไรออกไปมากกว่านี้


            เหตุการณ์กลับมายังปัจจุบันอีกครั้งเมื่อน้าชานยอลค่อยๆ หันไปโน้มตัวโค้งขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่มันไม่ทันแล้วเพราะเด็กน้อยได้วิ่งไปห้ามอีกฝ่ายก่อนที่จะทำแบบนั้นเข้าจริงๆ


            น้าห้ามขอโทษเขานะ!”


            “...”


            “เราไม่ได้ทำอะไรผิดซะหน่อย! อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของน้าด้วย!”


คนตัวเล็กกางแขนออกทั้งสองข้างกันไม่ให้น้าเขาทำตามความคิด พวกเขาทั้งสองสบตากันโดยไม่มีใครคิดจะพูดอะไร แต่สำหรับแบคฮยอน สายตาของน้าที่กำลังมองมา...มันด้านชาพอที่จะทำให้แบคฮยอนลดมือลง


            ใครที่เป็นคนเริ่มก่อนก็ผิดทั้งนั้นแหละค่ะน้องขา!~” เสียงยั่วยุของคุณนายซงเหมือนกับเป็นแรงยุยงมากกว่าเดิม เด็กน้อยพยายามที่จะไม่ฟังแล้ว แต่สุดท้ายพอเห็นสีหน้าของผู้ชายตรงหน้า เด็กน้อยถึงได้ส่ายหน้าออกมาอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ตัวเองเห็น ครั้งแล้ว ครั้งเล่า และอีกครั้ง...







            ออกไปแบคฮยอน

           

 

 







            ทำไม...”



            “...”



            “ทำไมน้าชานยอลถึงไม่ฟังเหตุผลคนอื่นบ้าง!”



            “...”



            “เอาแต่เชื่อที่คนอื่นบอก ไม่เคยเชื่อที่แบคฮยอนพูดบ้างเลย!”



            “...”



            “น้าไม่ใช่น้าชานยอลคนเดิมที่ผมรู้จักอีกต่อไปแล้ว...”



            “...”

 

 

 

 






            “ผมจะไม่เชื่อใจน้าชานยอลอีก...”

           

 






write on : 17/3/16





TALK WITH ME

ฮืออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ

ณ จุดนี้ อินหนักมาก TTTTTTOTTTTTT

แบบยิ่งมีเพลง Heart ของ IU อีก อินดับเบิ้ลสิรอไร~

อีกตอนเดียวจะจบแล้วอ่ะ TT_TT

 

เราต้องขอโทษด้วยจริงๆ นะคะ ที่ไม่ได้มาอัพนานมากเลย

 (หมดไปกับการอ่านหนังสือสอบเนี้ยแหละ T_T)

สุดท้ายนี้ต้องขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน...ทุกคนเลย!

T
B

เพราะฉะนั้น...คอยติดตามข่าวดีกันเร็วๆ นี้นะคะ <3

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13 ความคิดเห็น

  1. #10 kkimmaggurren (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 มีนาคม 2559 / 22:28
    แล้วจะอยู่ยังไงแบคเอ๊ย เอาเค้ามาเลี้ยงแล้วจะทิ้งขว้างง่ายๆไม่ได้นะคุณชาน
    #10
    0
  2. #9 멍령이 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 มีนาคม 2559 / 18:03
    สงสารแบคฮยอนอ่ะ รู้สึกถึงความโดดเดี่ยวอ้างว้าง ความเป็นเด็กนะอยากให้น้าเข้าใจหน่อย
    #9
    0