DearMEBAEKHYUN (Chanbaek christmas project)

ตอนที่ 3 : 5 days before christmas day

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    10 ม.ค. 59

©
t
h
e
m
y
b
u
t
t
e
r




5 days before christmas day




แต่ละวันที่ต้องไปโรงเรียน... เด็กน้อยขอบอกไว้เลยว่า มันไม่เคยมีวันไหนที่เขารู้สึกว่าตัวเองมีความสุขมากเท่าที่ต้องการ


            ทำไมแบคฮยอนถึงต้องเกิดมาเป็นเด็กผู้ชายโชคร้ายหลายซ้ำหลายซ้อนอย่างนี้ด้วย


            คนตัวเล็กบ่นพึมพำกับตัวเองในใจก่อนจะพาลอารมณ์เสีย เตะกองหิมะตรงหน้าด้วยแรงเตะอันน้อยนิดที่ตัวเองมีระหว่างทางกลับจากโรงเรียน


            เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อเดือนก่อน วันนั้นอาจารย์บอกพวกเราในชั้นเรียนเกี่ยวกับกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ซึ่งก็คือวันคริสต์มาสอีฟในอีก 5 วันต่อจากนี้น่ะเอง


            กิจกรรมพวกนี้มีอยู่ทุกปี ซึ่งแต่ละชั้นจะต้องจับฉลากเลือกกิจกรรมที่จะแสดงในงาน หนึ่งหัวข้อต่อระดับชั้น ปรากฏว่าห้องเราได้กิจกรรมแสดงละคร เป็นอันว่า อาจารย์ได้ทำการโหวตละครที่อยากเล่น สุดท้ายก็จบลงด้วยเรื่องซินเดอเรลล่าโดยเสียงค่อนมากของผู้หญิงในห้องซะส่วนใหญ่


            เรื่องนั้นเขารู้ชะตาตัวเองตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่าจะต้องมาจบในบทต้นไม้ข้างทาง หรือไม่ก็ฟักทองให้นางเอกขี่ไปงานเต้นรำ แต่ปรากฏว่าสิ่งที่เขาคิดมันดันเกินความคาดหมายกว่าที่ตัวเองคาดการณ์ไว้สูงมาก...


           


            ลูกสาวแม่เลี้ยงใจร้าย

 



            รู้สึกอยากจะขย่ำกระดาษขว้างใส่กล่องเช่นเดิม...

 


            เด็กน้อยล่ะเกลียดการจับฉลากเลือกบทบาทแทนที่อาจารย์จะเป็นคนเลือกตามศักยภาพการแสดงของเด็ก หรือไม่ก็จัดโหวตกันเองอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่การเสี่ยงดวงแบบนี้...


แล้วดูสิ ได้บทอะไรมาก็ไม่รู้ ไหนจะต้องดัดเสียงเป็นผู้หญิงอีก แตกต่างกันจากบุคคลิกเขาดั่งขั้วโลกเหนือขั้วโลกใต้... จะให้ทำวิธีไหนมันก็ไม่มีทางมาบรรจบลงด้วยกันดี แฮปปี้เอนดิ้งหรอกปีเตอร์แพน...


            บอกกับตัวเองดังๆ ว่าแค่ทำให้มันจบลงด้วยดีทั้งตอนซ้อมและตอนแสดงจริงก็โอเคแล้ว แต่พอเริ่มซ้อมบทกันไปพลางๆ มันก็เละเทะละเถิงไม่เหลือซากให้เรียกเค้าโครงเรื่องซินเดอเรร่าอีกต่อไป



            สงสัยความสุขในวันคริสต์มาสจะหมดลงเพียงแค่นี้แล้วล่ะมั้ง...



            ขาทั้งสองข้างหยุดยืนที่หน้าร้านค้าร้านหนึ่งแถบย่านกรุงโซล ป้ายชื่อร้านที่ถูกตบแต่งด้วยสีแดงสด และรอบๆ ร้านที่ถูกเติมเต็มด้วยต้นโอ๊กต่างๆ นานาหลากหลายสี แต่ดูเหมือนกลิ่นหอมของช็อกโกแลตร้อนซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของร้านคุณป้าจะยังคงไม่เลือนหายจางไป...



            กลิ่นหอมหวานพวกนั้นแหละที่ทำให้ใจเขานิ่งสงบลงอย่างน่าแปลก



            มือทั้งสองข้างเผลอทาบกับตู้กระจกของร้านคล้ายกับต้องมนต์สะกด แสงไฟจากในร้านกับเสียงครึกครื้นของลูกค้าด้านในทำให้บรรยากาศเริ่มสลึมสลือคับคล้ายว่าเด็กน้อยหูอื้อไปชั่วขณะนึง...


แสงไฟของตู้กระจกจำลองค่อยๆ ซ้อนทับกับภาพเหตุการณ์ปัจจุบันเหมือนจะดูดกลืนกินเข้าไป ไออุ่นๆ จรดลงกับริมฝีปากจนเกิดเป็นฝ้า ความหนาวของหิมะด้านนอกกำลังปกคลุมร่างคนตัวเล็กช้าๆ แต่ถึงอย่างนั้นเขากลับรู้สึกไม่สะทนสะท้านต่อมันเพียงเพราะภาพตรงหน้าที่ทำให้รอยยิ้มบางนั้นขยับยกขึ้น...


            แซนต้ากำลังยิ้มให้เขาจากด้านในตู้กระจกร้าน พุงพุยของชายแก่ในชุดสีแดงกับเครายาวรกบนใบหน้าเหี่ยวย่นนั้นทำให้เด็กน้อยเลิกหุบยิ้มไม่ได้...





            ผมเหนื่อยมากเลยครับแซนต้า...

           

           

 



            คนตัวเล็กกระพริบตาปริบๆ พร้อมกับภาพซ้อนตรงหน้าเริ่มชัดเจนมากขึ้น แซนต้าซึ่งเคยนั่งอยู่บนรถลากภายใต้แสงสว่างแสบตาค่อยๆ จางลง แซนต้าไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว... หากแต่เป็นเด็กหนุ่มในชุดเรนเดียร์จมูกแดงยืนสบตากับเขาอยู่...


            ถ้าจำไม่ผิด นี่มัน...กวางเรนเดียร์เมื่อเช้าไม่ใช่เหรอ?


            “นายมาทำอะไรที่นี่น่ะ...” คนตัวเล็กถามเสียงเบา เพราะเขาเอง ก็ชักจะเริ่มไม่แน่ใจเหมือนกันว่าตัวเองกำลังพูดอยู่กับโลกแห่งความเป็นจริงหรือฝันหวานๆ กันแน่ เจ้าเด็กหนุ่มในชุดกวางเรนเดียร์ยิ้มกว้างออกมาอย่างกับรอยยิ้มของพระอาทิตย์ก่อนจะตอบสั้นๆ ว่า


            “ฉันเห็นนายยืนจ้องฉันอยู่


            “จ้อง? จ้องเนี้ยนะ??”


            “ก็ฉันเห็น ...จากในนั้นกวางน้อยชี้ไปยังตู้กระจกซึ่งเคยเป็นที่นอนของเขาก่อนหน้านี้ แล้วฉันก็เดินออกมาจากร้าน...เพราะนายจ้องฉัน


            “ฉันไม่ได้จ้องซะหน่อย...”


            “...นายจ้องเจ้ากวางน้อยชี้นิ้วคาดโทษอีกฝ่าย และฉันก็เห็นนายจ้องฉันตาไม่กระพริบด้วยพร้อมกับคำพูดซ้ำไปซ้ำมาเหมือนเทปที่เสียแล้ว แต่คนเล่นก็เลือกที่จะกดดูต่อไปเพราะความน่าสนใจของมัน ไม่เว้นแม้แต่ตัวเขาเอง


            ฉัน...ฉันหิวข้าว


ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังคิดอะไรอยู่ถึงเผลอพูดประโยคนั้นออกไป คนตรงหน้าเลิกคิ้วข้างนึงอย่างไม่เข้าใจถึงสิ่งที่เขาต้องการจะสื่อ หากนี่เป็นเกมตอบคำถาม แบคฮยอนคิดว่าเขาคงจะตกรอบไปตั้งแต่ด่านแรกแล้วให้ตายสิ


            งั้นก็กินข้าวสิ


            “ก็...” เด็กน้อยเว้นจังหวะคำพูดไปชั่วครู่นึงก่อนจะล้วงมือควักเงินออกมาจากกระเป๋าเสื้อกันหนาวเพื่อดูจำนวนเงินเล็กน้อยที่เหลืออยู่ไม่กี่บาท เสียงถอนหายใจออกมาพร้อมกับความหวังน้อยนิดที่เขารับรู้ได้ “...ลองไปหาอะไรกินดูล่ะกัน



 <><><><>

 


            การเดินตามหาร้านขายขนมรองท้องระหว่างทางกลับบ้านจึงกลายเป็นภารกิจหลักของค่ำคืนนี้ไปโดยปริยาย ระหว่างนั้นคนตัวเล็กก็ยังคงไม่หายสงสัยในสิ่งที่เขาเห็นก่อนหน้านี้...


ไหนจะเรื่องแซนต้า แสงสว่างนั่นอีก แล้วยังจะกวางเรนเดียร์...หมายถึงคนในชุดกวาง ทั้งสามอย่างเหมือนมีอะไรเหมือนกัน แต่เขาก็ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ตัวเองคิดอยู่


            คนตัวเล็กเหลือบมองคนข้างตัวซึ่งอยู่ห่างกันไม่กี่เมตรเสมือนพวกเรารู้จักกันดี เอาล่ะ เขาควรจะเริ่มต้นยังไงดีนะ...


            ฉันชื่อคิมมินซอกเด็กหนุ่มในชุดกวางพูดขึ้นอย่างกับรู้ในสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังคิดอยู่ จมูกแดงแวววับเป็นอีกสิ่งที่เด็กน้อยไม่สามารถละสายตาได้เลย มันคับคล้ายคับคากับ...ลูกแอปเปิ้ล


            ไม่ก็เชอรรี่...


            โครกกก...


            “เราใกล้ถึงแล้วล่ะมินซอกว่าพลางชี้ไปยังจุดพิกัดใกล้ๆ นี้ แบคฮยอนเองก็จำได้ว่าระหว่างทางมาโรงเรียน เขาผ่านทางพวกนี้มาก่อน แต่ก็ไม่เคยเข้าไปในร้านซักกะครั้ง นี่อาจจะเป็นครั้งแรกที่เขาจะได้ซื้อของกินด้วยตัวเองหลังจากที่ปล่อยให้น้าชานยอลซื้อให้ตลอดเวลา...


            อยากให้น้าชานยอลอยู่ตรงนี้ด้วยจัง...


            เด็กน้อยยกมือทั้งสองข้างทาบกับขอบกระจกหน้าร้านพลางโน้มหน้าประจบ พยายามดมกลิ่นหอมหวานจากในร้าน... อา ไก่อบมันฝรั่ง...


            โครกกก...


                ร่างเล็กก้มหน้าลงจับท้องตัวเองที่กำลังคำรามอย่างต่อเนื่องและคาดว่าจะอีกยาวหากเขายังไม่เอาอะไรลงท้องในตอนนี้ แล้วยิ่งมาส่องอาหารจากนอกร้านโดยไม่เข้าร้านอีกเนี้ยสิ...


            “ทำไมไม่หาอะไรกิน?” อีกฝ่ายถามอย่างสงสัยพลางชะเง้อหน้ามองตามสายตาเด็กน้อยที่ตาจะละห้อยไปกับกลิ่นชวนหิวพวกนั้น แต่จะให้พูดยังไงดีล่ะ อยากกินมันก็อยากอยู่นะ...


            “...มันแพงนิ


            “เรากินฟรีไม่ได้เหรอ?”


            “พูดเป็นเล่น...ถ้าเป็นงั้นจริง ฉันคงไม่มายืนอยู่ด้านนอกเอาหน้าแนบกระจกแบบนี้หรอกดูก็รู้ว่าผู้ชายคนนี้กำลังแข่งยั่วโมโหเขาอยู่ผ่านคำพูดติดตลกพวกนั้น มาด้วยกันแล้วยังพูดแบบนั้นอีก มันสมควรเหรอ...


            “ถ้าอย่างนั้นก็ไปร้านอื่นสิกวางน้อยว่าพร้อมกับชี้ไปจุดหมายปลายทางที่ดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด...

            นายจะบ้าเหรอมินซอก ร้านพวกนั้นมันก็ร้านหรูๆ เหมือนกันหมดน่ะแหละ จะมีก็...”


            “...”




            มันมีอยู่นี่นา...

 


<><><><>


            ซ่า...ซ่า...


            กลิ่นหอมกรุ่นกับไอร้อนลอยขึ้นสู่อากาศหนาวจับใจในยามราตรีย่านกรุงโซล แสงไฟข้างถนนคืออีกหนึ่งสิ่งที่แบคฮยอนรับรู้ว่าตัวเองไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวท่ามกลางความมืดพวกนั้น...



            อ่า มีมินซอกอยู่นี่นา



            หนาวเนอะ...” คนตัวเล็กว่าพลางลูบแขนทั้งสองข้างที่ถูกปกคลุมด้วยเสื้อกันหนาว มือข้างนึงถือมันเผาร้อนที่ซื้อจากร้านหมุนล้อของลุงเซโฮ ลุงแกชอบขับผ่านไปเรื่อยๆ ซึ่งในทีแรกแบคฮยอนไม่เคยสนใจของพวกนั้นเพราะคิดว่ามันพองปาก


จนกระทั่งวันหนึ่งเขาได้ซื้อมันด้วยเงินน้อยนิดที่เหลืออยู่...


            พวกเขาทั้งคู่เลือกที่จะหลบความหนาวมานั่งจุมปุอยู่ซอกถนนซึ่งมีพอทั้งกล่อง (ที่ทิ้งไว้) สองกล่องสำหรับเก้าอี้เด็กสองคน ยังดีที่ตรงนี้ไม่ใช่ซอกทิ้งขยะ ไม่อย่างนั้นมีหวังคงแย่ไปกว่าเดิมแน่...


            “แล้วนายไม่กลับบ้านเหรอมินซอก


คนตัวเล็กรอฟังคำตอบจากอีกฝ่ายระหว่างรอมันเผาในมือร้อนน้อยลงพอที่จะกัดเข้าปากได้ เขาซื้อมันเผาให้มินซอกอีกหนึ่งอันแต่ผู้ชายคนนั้นกลับถือมันไว้เฉยๆ เสมือนกับไม่เคยเห็นมันเผา แต่ก็ช่างเถอะ สำหรับตอนนี้มีคนอยู่ข้างๆ ก็อุ่นใจพอแล้วล่ะ...


            จะว่าไป...พอพูดถึงเรื่องกลับบ้านก็เกือบลืมไปเลยว่าจุดประสงค์ของแบคฮยอนตั้งแต่แรกมันไม่ใช่การเดินหาอะไรกินแก้หิว แต่มันคือการเดินกลับบ้านอย่างที่ควรจะเป็นต่างหาก


นี่เขาทำบ้าอะไรอยู่เนี้ย นอกจากจะละเลยเส้นทางแล้ว ยังพาลจูงมินซอกมาร่วมนั่งกินด้วยกันอีก ทั้งๆ ที่ผู้ชายคนนั้นควรจะกลับบ้านไปหาครอบครัวตั้งแต่ตอนแรกแล้ว ตอนนี้ก็ดึกมากแล้วด้วย ทำยังไงดี...


“...ฉันต้องกลับบ้านตอนนี้เด็กน้อยทำท่าจะยันตัวลุกจากกล่องแต่ก็ถูกสายตาของกวางมองมาเหมือนกับการที่เขาทำแบบนั้นไม่ใช่เหตุผลที่ดีเท่าไหร่


นายรู้เหรอว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ที่ไหน?”




            จริงด้วย...

          งั้นตอนนี้เขากับมินซอกก็ไม่ต่างจากเด็กที่หลงทางหาทางกลับบ้านไม่เจอน่ะสิ... โอย!




            คนตัวเล็กค่อยๆ ย่อตัวทรุดนั่งกับกล่องเช่นเดิมเพื่อดึงสติให้กลับมาก่อนที่จะกระเจิดกระเจิงพาลไปไกลกว่านี้ เขาต้องใจเย็น ตอนนี้จะให้ทำอะไรลงไปมันก็เสียเปล่าแล้ว ทางที่ดี ถ้านั่งรออยู่ตรงนี้จนกว่าจะมีใครเดินผ่านมา อาจจะเป็นการตัดปัญหาที่ดีที่สุดก็ได้


            เขาเชื่ออย่างนั้น...


แล้วนายล่ะ จะนั่งเป็นเพื่อนฉันอยู่อีกงั้นเหรอ?” เด็กน้อยพยายามสงบสติตัวเองโดยการเปลื่ยนเรื่องคุย


            “ฉันก็หลงทาง...เหมือนนาย


            “อะไรกัน ก็นายทำงานอยู่ที่ร้านคุณป้าไง นายจำอะไรไม่ได้เลยเหรอว่ามาที่นี่ได้ยังไง?”


แบคฮยอนถามอีกฝ่ายเหมือนเรื่องพวกนั้นเป็นเรื่องง่ายที่ใครๆ ต่างก็รู้ว่ายังไงซะก็ไม่มีการหลงระหว่างทางเด็ดขาด ตลกดีเนอะ ทั้งๆ ที่เขาคิดแบบนั้น แต่ตัวเองก็ไม่ต่างจากสถานการณ์ที่อีกฝ่ายกำลังเผชิญอยู่เลยซักเปอร์เซ็นเดียว... เฮ้อ พูดแล้วก็เศร้า


ป่านนี้น้าชานยอลต้องบ่นหูชาแล้วแน่ๆ เลย


            “น้าชานยอล?”


 

            “น้าของฉันเอง เขาเป็นน้าที่ตัวสูงมากๆ ตอนฉันเด็กฉันคิดว่าเขาตัวสูงเท่าโลก แต่พอโตขึ้นหน่อยฉันก็คิดว่าเขาตัวสูงเท่าทวีปเอเชียอยู่ดี


            “...”


            “น้าชานยอลดูแลฉันมาโดยตลอด วันที่น้าชานยอลไปเรียน เขาจะวาดรูปกวางให้ฉันเป็นเพื่อน มันหน้าคล้ายๆ กับนายเลยแหละ


            “...”


            “ฉันบอกน้าว่าฉันไม่ชอบกวางตัวที่น้าวาดเพราะเขามันไม่สวย แต่น้าก็ยังวาดอยู่เหมือนเดิม...”

 

            คนตัวเล็กก้มหน้าลงกัดมันเผาในมือ แก้มตุ่ยๆ ทั้งสองข้างกับความร้อนอ่อนๆ ใต้กระพุ้งแก้มทำให้เขารู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก มินซอกนั่งฟังเด็กน้อยพูดอยู่กับตัวเองพร้อมยกมือขึ้นสัมผัสเขากวางของตัวเองอัตโนมัติ กวางน้อยหวังว่าเขาของเค้าจะสวยกว่าที่เด็กคนนั้นพูดนะ




            ในเวลาสับสนวุ่นวายแบบนี้...บางทีการพูดคุยกันอาจจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุดสำหรับพวกเขาตอนนี้ก็ได้




            นายไม่กินมันเผาเหรอมินซอก?”


            “ฉัน...ไม่รู้ว่ามันกินได้...แต่มันอาจจะกินได้กวางเด็กกลอกตาแสดงความไม่แน่ใจที่เกิดขึ้นในความคิด แต่สุดท้ายมินซอกก็ก้มลงกัดมันเผาคำเล็กๆ เข้าปากหลังจากที่ลังเลอยู่เนิ่นนาน เคี้ยวอยู่นานสองนานจนแบคฮยอนไม่สามารถละสายตาจากภาพตรงหน้าได้เลย


            ถ้าเขามีกวางเรนเดียร์ เขาก็จะตั้งชื่อว่ามินซอก


            หวานอ่ะ...” นั่นคือคำแรกจากปากของกวางอ่อนต่อโลก ก่อนจะตามมาด้วยอาการเบะปากเหมือนอยากจะคายเศษที่ตัวเองกินเข้าไปเต็มทน ...กินเข้าไปได้ยังไง


            อีกฝ่ายหัวเราะออกมาเมื่อเห็นท่าทางกวางอยากจะอ้วกสิ่งที่ตัวเองกินเข้าไป มันก็นานมากแล้วที่เขาไม่ได้มีบทสนทนาร่วมกับเด็กวัยใกล้เคียงกัน และมินซอกก็เป็นอีกคนที่อยู่ในลิสต์นั้น


            ที่บ้านนายเป็นยังไงเหรอมินซอก


            “มันอบอุ่นนะ ฉันชอบนอนบ่อยๆ ตรงพรม ว่างๆ ก็นั่งคุยกับคุณลุงมีเครา ลุงเขาคุยสนุกดีมินซอกเผยรอยยิ้มออกมาเมื่อเขานึกถึงช่วงเวลาที่เคยมีความสุขในอดีต แต่มันก็มีความสุขได้แค่ช่วงคริสต์มาสเท่านั้นแหละ


            “...”


            “คุณป้ามักจะร้องเพลงให้ฉันฟังช่วงคริสต์มาสอีฟ มันร้องยังไงน้า...” ดูเหมือนอีกฝ่ายกำลังพยายามนึกท่อนทำนองที่คุณป้าเจ้าของร้านเคยร้องให้ฟัง แต่นึกยังไงมันก็ไม่ออกมาเป็นเพลงนอกจากเสียงครางที่ไม่เป็นท่วงทำนอง


            ให้ฉันช่วยคิดไหม


            “เอาสิ


            กวางจมูกแดงปล่อยหน้าที่นั้นให้เป็นของแบคฮยอนต่อ เด็กน้อยหลับตาพริ้มพลางพยกหัวไปมาช้าๆ ตามทำนองเพลงที่เกิดขึ้นตามความรู้สึก แล้วค่อยๆ เปิดปากออกมาเป็นเสียงทำนองเพราะพริ้งเหมือนกับเเซกโซโฟนที่ถูกเล่นเป็นเพื่อนแก้เหงา...


            ถ้าถึง เพลงนั้นเมื่อไหร่...บอกฉันด้วยนะ


            “อื้ม


            มินซอกพยกหัวไปตามท่วงทำนองเหล่านั้นช้าๆ รอยยิ้มทั้งคู่ปรากฏออกมาเมื่อเพลงหวานๆ เริ่มขึ้น มันให้ความรู้สึกเหมือนตัวโน้ตที่กำลังเต้นรำอยู่รอบตัวพวกเขา เสียงกระดิ่งดังเป็นจังหวะในวินาทีถัดมากับเสียงฉิ่งที่ดังบ้างเป็นบางจังหวะ


เสียงร้องของแซนต้าดังก้องอยู่ในหูทั้งสองข้างเหมือนกำลังหัวเราะให้กับความผิดหวังทุกอย่างบนโลกที่ไม่มีวันสิ้นสุด...




            หากวันนี้คือวันผิดหวังที่สุดของโลก แบคฮยอนเชื่อว่าเขาจะสามารถยิ้มออกมาได้และหัวเราะไปพร้อมกับแซนต้า...

 

 

 

           


 write on : 10/1/16




TALK WITH ME

บอกก่อนเลยว่าตัวละครตัวนี้ (หมายถึงเจ้ากวางมินซอก) สำคัญมาก

เหมือนเป็นไฮไลต์ของเรื่องนี้เลยก็ว่าได้

ลืมภาพความสุขที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ไปได้เลย

เพราะตอนหน้าเราจะพาคุณเข้าสู่ดราม่าแล้ว ;)

 

ถ้ามีข้อผิดพลาดอะไรยังไง ติเตียนชมได้เลย!

*เราอาจจะได้ลงตอน 4 ช้าหน่อยนะคะ

 เพราะอาทิตย์หน้ามีงานเยอะมากรออยู่ (ลาก่อย TOT)

แต่รับรองว่าไม่ควรพลาด ;)

 

ผมอยากกลับบ้าน #ถึงผมแบคฮยอน

 


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13 ความคิดเห็น

  1. #4 SeALu (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มกราคม 2559 / 12:59
    ดูน่ารักกันจังเด็กน้อยหลงทาง แล้วต่อไปจะเป็นยังไงนะ เจ้ากวางสำคัญยังไง
    #4
    0