DearMEBAEKHYUN (Chanbaek christmas project)

ตอนที่ 1 : 7 days before christmas day

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 88
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    31 ธ.ค. 58

               




 7 days before Christmas day






ต้นไม้สีเขียว คุณรู้สึกยังไงเวลาที่เห็นมัน?


            สำหรับเขา...มันเปี่ยมไปด้วยเวทมนต์บางอย่างที่ซ่อนเร้นมากกว่าต้นสนธรรมดาๆ ที่เราเห็นทั่วไป


            แสงระยิบระยับเปล่งประกายอยู่โดยรอบต้นไม้สีเขียวขนาดใหญ่ซึ่งใกล้เคียงกับความสูงอีกฝ่ายไม่มากนัก แต่ถึงอย่างนั้นสำหรับ บยอนแบคฮยอนมันยิ่งใหญ่พอที่จะเป็นอ้อมกอดให้แก่เขาแทนชุดไหมพรม หรือผ้าพันคอสีแดงสดก็ยังได้ แต่ผลเสียก็คือรอยเจ็บที่ต้องร้อง เอ๊าของอ้อมกอดตรงหน้าเนี้ยสิ...


            คนตัวเล็กยืนฮัมเพลงเป็นทำนองอันไพเราะพริ้งตามแบบฉบับเพลงคริสต์มาสที่พวกเขามักจะร้องประสานเสียงกันที่โรงเรียน แบคฮยอนว่าไอ่การฮัมเพลงแบบนี้มีความสุขกว่าเป็นไหนๆ เมื่อทียบกับต้องร้องประสานเสียงกับเพื่อนข้างๆ ที่ไม่ชอบหน้า พวกนั้นจะกลบเสียงเขาไปหมดด้วยเสียงช้างวิ่งหนีหนูละสิไม่ว่า


            ค่อยๆ เขย่ง ปลายเท้าตัวเองให้ใกล้กับต้นคริสต์มาสตรงหน้าก่อนจะใช้มือเล็กทั้งสองข้างจัดวางผ้าสีสวยแดง เขียว และสีทอง รวมถึงถุงเท้าอันเล็กลายต่างๆ ให้เด็กน้อยได้แขวนไว้อย่างทั่วถึง


            เอ๊ะ...” เด็กน้อยเลิกคิ้วขึ้น เมื่อสะดุดสายตาเข้ากับตุ๊กตาแขวนแซนต้าตัวอ้วนเล็กที่ยืนอ้าแขนกว้างพร้อมกับรอยยิ้ม แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่เขาต้องการจะพูดถึงหากบนหัวล้านๆ ของลุงพุงพุ้ยๆ ควรจะมีหมวกสีแดงอย่างที่คาดคิด จริงๆ ที่แซนต้าใส่หมวกก็เพราะต้องการปิดบังหัวล้านนี่เอง


            จบคำนั้นชายหนุ่มซึ่งนั่งย่อตัวอยู่ตรงทางเข้าบ้านก็ถึงกับหัวเราะร่าออกมาอย่างห้ามไม่ไหว มือใหญ่ของอีกฝ่ายยกขึ้นปิดใบหน้าที่กำลังหัวเราะเกินหน้าเกินตากับอีแค่ประโยคของเด็กผู้ชายอายุสิบสองขวบที่บอกว่า แซนต้าใส่หมวกเพราะปิดบังความหัวล้านๆ


            “หัวเราะอะไร


            “จะไม่ให้หัวเราได้ไง...ใครที่ไหนกันคิดว่าแซนต้าผมล้านพูดประโยคเมื่อครู่นั้นซ้ำเสร็จก็ขำกลิ้งหัวเราะไปนอนกับพื้นทางเข้าบ้านต่อประหนึ่งผู้ชายรับแก๊สหัวเราะเกินขีดจำกัด


            ก็ผมเห็นอยู่เนี้ยคนตัวเล็กชี้นิ้วไปยังตัวการของเสียงหัวเราะในยามเช้าวันนี้ซึ่งก็คือแซนต้าพุงตุ้ยๆ ตัวน้อยที่ยังคงไม่เลิกอ้าแขนยิ้มกว้าง แหงล่ะ ถ้าเป็นอย่างนั้นคุณลุงเขาก็น่าจะยืนกอดอกย้ำเท้าเป็นจังหวะเขม็งมองมาที่พวกเขาไปตั้งนานแล้ว น่าอายจะตาย...เพื่อนคงหัวเราะผมแน่ถ้าพวกเขาดึงหมวกสีแดงนั่นออก


            “แต่แบคฮยอนไม่ได้ผมล้านซะหน่อย จะคิดอะไรมาก


            “...ผมหมายถึงแซนต้า


            “โอเค โอเค งั้นเดี๋ยวเย็นนี้น้าจะไปซื้อแซนต้าตัวใหม่ให้แบคฮยอนล่ะกันเนอะ


            “...ช็อกโกแลตด้วย


            “หืม?”


            ร่างสูงลากเสียงจับผิดประโยคที่อีกฝ่ายเรียกร้องมาโดยไม่มีเหตุและผลเกี่ยวกับบทสนทนาที่เรากำลังคุยกันอยู่ก่อนหน้านี้เลย ให้ตายสิ พวกเขาไม่รู้บ้างเลยเหรอว่าการกินช็อกโกแลตติดต่อกันทุกวันจะทำให้ฟันผุถึงแม้มันจะหวานในปากมากแค่ไหนก็ตาม...


            “...ช็อกโกแลตอ่ะ สองวันก่อนไม่ได้กินเลย เด็กน้อยบ่นขมุบขมิบ


            “แต่เมื่อวานก็กินแล้วนิ


            “นั่นมันเมื่อวานเด็กเอาแต่ใจยังคงเถียงไปเรื่อยๆ เสมือนกับเรื่องที่เด็กน้อยพูดมีเหตุผลเสมอ และผู้ใหญ่อย่าง ปาร์คชานยอลก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะมาโต้แย้งสิ่งที่เขาคิดเด็ดขาด!


            สุดท้ายผู้ใหญ่อย่างเขาก็ต้องยกธงขาวอย่างยอมแพ้เหมือนดั่งเคย ถึงยังไงมันก็ไม่ได้ทำให้คนตัวสูงต้องอารมณ์เสียแล้วเก็บมาคิดเหมือนแบคฮยอนหรอกนะ


ชานยอลรู้สึกได้ถึงการมาถึงของเด็กน้อยจนกระทั่งอีกฝ่ายย่อตัวนั่งลงกับขอบทางเข้าบ้านข้างๆ เขาซึ่งเช้านี้ได้กลายเป็นที่ขัดรองเท้าไปแล้ว


รองเท้าผมจะสวยกว่ารองเท้าของคุณครูใช่ไหม?” คนถามแฝงความอยากรู้อยากเห็นพลางจ้องรองเท้านักเรียนของเขาที่ถูกขัดเป็นมันวาวเหมือนพึ่งถอยมาจากร้านเมื่อครู่


รอยยิ้มมั่นใจปรากฏบนใบหน้าหล่อก่อนจะตามมาด้วยคำตอบจากน้ำเสียงหวานทุ้มต่ำของอีกฝ่าย แน่นอนอยู่แล้ว แล้วนี่หยิบขนมปังที่น้าปิ้งไว้ให้หรือยัง


            “ผมกินหมดตั้งนานก่อนที่น้าจะตื่นอีก


            “ว่าไปนั่น แล้วใครจะตื่นมาทำขนมปังปิ้งที่เจ้าชายน้อยอย่างนายกินกันล่ะหืม?”


            “แซนต้าทำให้ผมไง


            “แซนต้าหัวล้านของนายงั้นเหรอ?” จบคำนั้นทั้งคู่ก็หัวเราะออกมาเหมือนกับเป็นยามเช้าอันสดใสที่ขาดไม่ได้หากไม่มีเสียงหัวเราะของพวกเขา “...ไม่ใช่ความคิดที่ดีแน่


            “แซนต้าก็ทำขนมปังปิ้งเป็นนะ ถึงผมจะเห็นเขาเอาแต่ปืนปล่องไฟตลอดเวลาก็เหอะ


            แน่นอนว่าทุกเช้าในยามอากาศหนาวช่วงเดือนธันวานี้ควรจะเป็นช่วงที่คนทั่วไปเลือกที่จะเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำ และตื่นสายประจำสม่ำเสมอ แต่ผิดคาดกับบ้านนี้ เด็กน้อยแบคฮยอนไม่ใช่เด็กดื้อที่ชอบนอนตื่นสาย ซึ่งนั่นจะเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับเขาหากได้ตื่นจากเตียงมาดูหิมะตกในยามเช้าช่วงตี 5 รวมไปถึงกิจกรรมหลายๆ อย่างให้เล่นได้ในช่วงวันคริสต์มาสเองก็น่าสนใจไม่แพ้กัน


            พอคิดถึงเทศกาลคริสต์มาสที่จะถึงอีกอาทิตย์นึงข้างหน้านี้ก็แทบจะรอไม่ไหวอยู่แล้ว...


เด็กน้อยคิดในใจพร้อมกัดฟันเป็นเสียงจังหวะแล้วจึงรวบแขนทั้งสองกอดเข้าหาตัวเองอย่างตื่นเต้น เท้าทั้งสองข้างก็พลางขย้ำเป็นจังหวะทหารไปด้วยจนผู้ใหญ่ตัวสูงต้องหันไปถามอย่างสงสัย


ท่าแบบนั้นมันอะไรกัน


ผมตื่นเต้นอ่ะ น้าไม่ตื่นเต้นเหมือนผมเหรอ


รอยยิ้มผู้ใหญ่ปรากฏขึ้นอีกครั้ง ตื่นเต้นไหมน่ะเหรอ? เขาคิดคำถามจากเด็กข้างๆ ในใจก่อนจะยื่นรองเท้านักเรียนคู่เก่งให้แก่เด็กน้อยเป็นคำตอบ ก็เห็นทำแบบนั้นอยู่ทุกปีหรือเปล่า


ตื่นเต้นทุกปีก็ได้นี่นา


บ้าเหรอ...”


เสียงหัวเราะเบาๆ ดั่งระฆังที่กังวานให้ได้ยินแค่คนสองคนก็เพียงพอที่จะทำให้เด็กข้างๆ รู้สึกมีความสุขตามไปด้วยกับความคิดอีกฝ่าย ร่างสูงยันมือลุกขึ้นจากพื้นที่ต่างระดับก่อนจะตามมาด้วยแบคฮยอนที่ลุกขึ้นตามหลังจากที่สวมรองเท้าที่คนตรงหน้ายื่นให้เสร็จ


โตแล้วเดินไปคนเดียวได้ใช่ไหม?”


เด็กตัวเล็กถลาวิ่งลันล้าทันทีที่ประตูบ้านเปิดออก หิมะกองใหญ่ทับถมพื้นหญ้าสีเขียวไปเกือบหมด มันจึงยากที่จะวิ่งเล่นได้เหมือนตอนฤดูร้อนไม่ก็ฤดูใบไม้ร่วง แต่ถึงอย่างนั้นเจ้าเด็กดื้อในชุดเสื้อกันหนาวตัวหนาก็ยังคงกระโดดย้ำเท้าลงบนพื้นหิมะรัวๆ โดยไม่มีท่าทีว่าจะเหนื่อย


รอยยิ้มเห็นฟันเหมือนเมล็ดข้าวโพดเรียงสวย ลักยิ้มหวานเชื่อม หันไปพยักหน้าเป็นคำตอบเมื่อเห็นชานยอลยืนกอดอกมองดูอยู่หน้าประตูบ้าน เพราะเสื้อกันหนาวตัวเดียวคงไม่พอสำหรับความอุ่นที่ร่างสูงมีอยู่



            แบบนี้แหละ วันคริสต์มาสธรรมดาๆ ที่แบคฮยอนต้องการให้มันเป็น...

 

 

<><><>


            บรรยากาศด้านนอกของโซลในวันนี้ให้ความรู้สึกแตกต่างจากเมืองโซลที่เคยเป็นที่รู้จักเรื่องความสวยความงามในอดีต เด็กน้อยรู้สึกว่ามันไม่ใช่เมือโซลแบบที่เขารู้จักอีกต่อไปเมื่อได้เห็นแสงไฟประดับอยู่บนต้นสนระหว่างทาง


            คนตัวเล็กในเสื้อกันหนาวตัวหนาค่อยๆ กระชับอ้อมกอดตัวเองให้แน่นยิ่งขึ้นทันทีที่สายลมหนาวเมื่อครู่พึ่งผ่านไป รอยยิ้มฝืนปรากฏบนใบหน้าถึงแม้ว่าเขาจะรู้สึกหนาวมากก็ตามที...


            “ฮู้ยยยย...นี่ขนาดใส่เสื้อกันหนาวสามชั้นแล้วนะเนี้ย


            เด็กน้อยบ่นด้วยน้ำเสียงออดแอดก่อนจะเหลือบมองรอบบริเวณร้านค้าข้างๆ ที่เริ่มเติมเต็มความว่างเปล่ารอบกระจกร้านด้วยสเปย์สีขาวกับต้นโอ๊กและผ้าพันสีหลากหลายที่เป็นบ่งบอกถึงเทศกาลที่กำลังจะมาถึง... แม้แต่ร้านสุราข้างทางที่เคยเดินผ่านก็ถูกปรับแต่งเป็นคริสต์มาสสไตล์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน


            สวัสดีครับคุณป้า!”


            “อ้าว สวัสดีจ๊ะแบคฮยอน ไม่ได้เจอกันตั้งนานเลยนะคุณป้ามีอายุซึ่งกำลังวุ่นอยู่กับการทาสีร้านของเธอใหม่หันมาทักทายเด็กน้อยจากมุมสูง


            ผมตื่นเช้าน่ะฮะ ก็เลยลองเปลื่ยนเส้นทางไปโรงเรียนมาทางนี้บ้าง


            ฮ่าๆ แต่หนาวๆ แบบนี้คุณปาร์คน่าจะมาส่งจะดีกว่านี่นา ดูสิ ขนาดป้า ออกมาข้างนอกแปปเดียวก็แทบอยากจะวิ่งกลับไปหลบที่เตาผิงแล้วเธอลูบแขนทั้งสองพร้อมเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่ดูแปรปรวนตลอดเวลา เด็กน้อยเพียงแค่ยิ้มแหะๆ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป...


            เขาแค่ไม่อยากจะกวนน้าชานยอลต่างหาก


            แล้วนี่ทานอะไรมาหรือยังจ๊ะ


            “ฮะ มีขนมปังปิ้งที่น้าชานยอลทำให้เมื่อเช้า เด็กน้อยกล่าวพลางเผลอเหลือบมองข้างร้านของคุณป้าซึ่งเป็นกระจกโชว์ของจากในร้านที่เธอนำมาวางไว้  คุณลุงจะมาไหมฮะ


            “ช่วงคริสต์มาสอีฟน่ะจ๊ะ แกฝากมาบอกถึงแบคฮยอนด้วยว่าแกคิดถึงหนูมากๆ เลยร่างเล็กยิ้มกว้างจนตาเป็นรูปสระอิเมื่อได้ฟังประโยคที่คุณลุงฝากบอกถึงเขา


คุณป้าเธอเป็นผู้หญิงที่ชอบเทศกาลคริสต์มาสมากๆ จึงเปิดร้านขายช็อกโกแลตขายอยู่ที่โซล ส่วนคุณลุงซึ่งก็คือสามีของเธอต่างต้องทำงานอยู่ที่ลอนดอนเพราะอะไรหลายๆ อย่าง ทำให้พวกเขาไม่ค่อยมีเวลาได้เจอกันเสียที



            เพราะอย่างนั้นเขาจึงยิ้มกว้างทันทีเมื่อรู้ว่าทั้งคู่จะได้พบกันเป็นครั้งแรกในรอบหนึ่งปีเต็ม...



            “เข้ามาในร้านก่อนก็ได้นะ เดี๋ยวน้าจะไปเอาช็อกโกแลตร้อนมาให้เด็กน้อยทำท่าจะปฏิเสธเมื่อหญิงสาวยื่นข้อเสนอให้แต่ก็ไม่ทันเสียแล้วเมื่อเธอพูดจบก็รีบลงมาจากบันไดก่อนจะวิ่งเข้าไปในบ้านคับคล้ายกับกลัวว่าเขาจะปฏิเสธเธอไว้...ซึ่งมันก็จริง


            แบคฮยอนทำอะไรไม่ได้นอกจากตั้งใจจะยืนรออยู่นอกร้านตามคำสั่งของคุณป้ายกเว้นแต่ข้อที่ต้องให้ไปนั่งในร้าน เขาขอปฏิเสธ


            คนตัวเล็กเอามือทาบกระจกข้างร้านก่อนจะโน้มหน้ามาดูของโชว์ตรงหน้าใกล้ๆ จนไออุ่นๆจากปากก่อฝ้าขึ้น การจัดของของคุณป้าทำให้เขานึกถึงบรรยากาศวันคริสต์มาสที่ลอนดอนขึ้นมาทันที บิ๊กเบนจำลองซึ่งตั้งอยู่ริมๆ กระจก ผ้าปูสีแดงแทนพื้น หิมะจำลองซึ่งทำจากสำลี และของโชว์หน้าร้านอย่างช็อกโกแลตซึ่งก็เป็นของในร้านของคุณป้านั่นเอง


            ขณะที่เด็กน้อยกำลังเพลิดเพลินกับการจัดแต่งความสมจริงของเมืองลอนดอนให้ออกมาอยู่ในตู้กระจกเล็กๆ คนตัวเล็กเผลอสะดุดตาเข้ากับสิ่งประหลาดตัวหนึ่งที่อยู่ริมๆ กระจก คำถามคำแรกแวบมาในหัวทันทีที่เห็นว่า มันไม่ใช่ตัวใดตัวอื่นนอกจาก...กวาง?



          กวาง? เรนเดียร์น่ะนะ???



            เขาต้องคิดไปเองแน่ๆ ที่เห็นคนในชุดกวางเรนเดียร์กำลังนอนขดหลับเหมือนแมวในตู้โชว์ มันเป็นไปไม่ได้เลยต่างหาก... อย่าบอกนะว่าจะเป็นตัวมาสคอสที่คุณป้าจ้างมาให้โปรโมตหน้าร้านแต่ปรากฏว่าแอบมาหลับในตู้โชว์ ที่สำคัญกว่านั้น ทำไมคุณป้าถึงไม่เอะใจเลย หรือใครก็ได้ที่เดินผ่าน


            คำถามมากมายแทรกเข้ามาในหัวจนคนตัวเล็กต้องเดินลัดมุมตรงไปดูเจ้าเรนเดียร์ขี้เซาใกล้ๆ มันกำลังหลับสบายแถมท่าทางก็ไม่ต่างจากแมวที่เขาเห็นทั่วไปอีกต่างหาก


เด็กน้อยทำท่าจะเคาะกระจกจากด้านนอกเพื่อปลุกให้เจ้าตัวมาสคอสเลิกอู้งานเสียที แต่ก็ต้องหยุดท่าอยู่ตรงนั้นเมื่อเสียงคุณป้ายื้อเขาไว้เสียก่อนจะทำอะไรแบบนั้นลงไป


          อยู่ตรงนั้นก่อนเถอะเจ้าเรนเดียร์...


            “ขอโทษที่ทำให้รอนานนะจ๊ะหญิงสาวยื่นแก้วช็อกโกแลตร้อนให้แก่เด็กน้อย เขากล่าวขอบคุณก่อนจะรับแก้วช็อกโกแลตขึ้นจิบเพื่อทดสอบความร้อนจากปากแก้ว ร้อน...


            ขณะที่ดื่มช็อกโกแลตร้อนที่คุณป้านำมาให้ก็แอบชะเง้อมองดูว่ามันยังอยู่ที่เดิมอยู่รึเปล่า ก่อนจะหันไปให้คำตอบอีกฝ่ายที่ถามขึ้นมากลางคัน แล้วทำไมไม่เข้าไปในร้านล่ะจ๊ะ


            “ไม่เป็นไรหรอกฮะ ผมเกรงใจคุณป้า...” เวลานั้นเองที่เด็กน้อยเห็นว่าเหมาะสมจึงใช้โอกาสนั้นรีบบอกทันทีที่มีโอกาส คุณป้าครับ...คือว่า...”


            แต่ยังไม่ทันได้บอกความจริงอะไรทั้งสิ้น คุณป้าก็โพล่งมาก่อนเมื่อเธอยกข้อมือดูเวลาของเธอ จะเก้าโมงแล้วนะแบคฮยอน หนูไม่ต้องไปโรงเรียนเหรอ


            จะเก้าโมงแล้วนะแบคฮยอน หนูไม่ต้องไปโรงเรียนเหรอ





          เฮ้ย!!!!!


            “จริงด้วย! ลืมไปได้ยังไงเนี้ย ถ้าอย่างนั้นผมไปก่อนนะฮะคุณป้า ขอบคุณสำหรับช็อกโกแลตร้อนฮะ!” เด็กน้อยยื่นแก้วช็อกโกแลตร้อนที่เหลือครึ่งแก้วซึ่งยังอุ่นๆ อยู่ให้แก่หญิงสาวก่อนจะรีบปลีกตัววิ่งไปตามเส้นทางโดยไม่ลืมกล่าวลาคุณป้าใจดีด้วยรอยยิ้มถึงแม้ตอนนี้จะไม่มีเวลามาทำอะไรแบบนั้นก็ตาม




            สุดท้ายสิ่งที่อยากจะบอกกับคุณป้าก็ได้กลายเป็นเทปที่อัดทิ้งไว้อยู่อย่างนั้น ปล่อยให้เป็นปริศนาต่อไป...

 


write on : 21/12/15


TALK WITH ME 

ในที่สุดก็ได้มีโอกาสมาเปิดเรื่องสั้นอบอุ่นๆ ในฤดูหนาวเดือนธันวานี้เสียที

หวังว่าจะชอบกันนะคะ :) 

เจอกันตอนที่ 2 หลังสอบเสร็จค่ะ 

บอกให้น้องเขารู้สิ #ถึงผมเเบคฮยอน


©
t
h
e
m
y
b
u
t
t
e
r

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13 ความคิดเห็น

  1. #2 SeALu (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 มกราคม 2559 / 23:13
    เด็กน้อยแบคฮยอนสดใสจัง เจ้าเรนเดียร์ในตู้นั้นแบคฮยอนเห็นคนเดียวงั้นหรอ.. คุณป้าทำไมไม่เห็นเลยอะ น่าแปลกจัง
    #2
    0