Love Me Love My H

ตอนที่ 3 : เวรกรรม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    21 ก.พ. 64

วันที่ 3มกราคม เป็นวันเกิดผมครับ และแน่นอนแก๊งสัตว์โลกต้องชวนกันไปกินชาบูร้านประจำ ซึ่งเราเรียกว่าชาบูร้านหลัว ก็เพราะเจ้าของร้านหล่อ ขาว น่ารัก อัธยาศัยดี ชื่อพี่มิน ทุกคนเลยตั้งให้เป็นร้านหลัวประจำแก๊ง

พี่มิน:หวัดดีครับมากันตั้งแต่หัววันเลยนะครับ

พี่มอลลี่:ใช่แล้วแล้วครับวันนี้เป็นวันเกิดไอ้จักรมันนะครับ เลยมาฉลองกันหน่อย (แหมพออยู่ต่อหน้าหลัวนี่แอ๊บแมนเชียว ประเด็นคือมึงเดินมาพันเมตรเค้ายังรู้เลยว่ามึงเป็นกระเลย)

พี่มิน:จริงดิ!! วันเกิดจักรเหรอเนี่ย งั้นเดี๋ยวมื้อนี้จักรกินฟรีนะ พี่เลี้ยงวันเกิด แต่ทุกคนยังราคาเต็มเหมือนเดิมนะครับ 555 เต็มที่นะครับทุกคน สั่งได้เหมือนเดิมครับ

แพร:ได้ไงกันนึกว่าจะฟรีทั้งหมด อะโด่ (แล้วมันก็ทำเป็นงอน หน้ามุ่ยๆ แต่เอ่อ ไม่เข้ากับบุคลิกทอมบอยของมันเลย มันคงคิดว่าน่ารักมากมายครับ)

พี่มิน:ไว้ถึงวันเกิดน้องแพรคนงาม เดี๋ยวพี่เลี้ยงนะ

แพร:วันหลังไม่มากินแล้ว หนูต้องหล่อสิพี่ อะโด่

พี่มิน:ครับๆ หล่อครับ555 สั่งอาหารกันตามสบายนะครับ

ชะเอม:มาคร๊า มาแฮปปี้เบิร์ดเดย์ทูพี่จักรคร๊า พี่มินคะมาถ่ายรูปรวมหน่อยค่ะ แต่มาอยู่ข้างๆ ชะเอมนะคะ เอมอยากได้ไออุ่นค่ะ

พี่มิน:ได้ครับผม

พี่มอลลี่:ตัวยังกะควายน้ำ ยังจะต้องการความอบอุ่นอีกเหรอ

ชะเอม:แหมเราก็ไม่ได้ต่างกันเลยนะคะพี่ม่อน เอ๊ยพี่มอลลี่ เราถึงได้คบกันได้ แล้วคุยกันรู้เรื่องไง

สองคนนี้เป็นคู่ขาคู่กัดประจำแก๊ง แต่ก็เรียกเสียงหัวเราะจากทุกคนได้ประจำที่กัดกัน เรากินชาบูที่ร้านหลัวกันตั้งแต่สามทุ่มยันตีสาม แล้วแยกย้ายกันกลับบ้านใครบ้านมัน คือกินแบบร้านเจ๊งกันกันเลยทีเดียว

วันที่ 4 ม.ค.ผมรู้สึก เหมือนต่อมน้ำเหลืองตรงคอจะบวมขึ้นมาทั้งสองข้างแต่จริงๆ มันบวมมาตั้งcidแล้วครับ แต่เพิ่งสังเกตแบบจริงจังไม่นานนี้เอง แต่ไม่ได้รู้สึกเจ็บอะไร แถมผมยังท้องอืด หายใจไม่ทั่วท้องยังไงไม่รู้ ในปากที่เป็นฝ้าใต้ลิ้นผมมันก็ยังไม่หายสักที แถมมันยังแข็ง และไม่รู้สึกเจ็บเหมือนแผลร้อนในอื่นๆ ที่เคยเป็นมา เลยลองเสิร์ชหาข้อมูลใน Google ว่าฝ้าใต้ลิ้นแข็งๆ ปรากฏว่าผมอยู่ในกลุ่มเสี่ยง hiv ครับ ตอนนั้นรู้สึกได้ว่าใจมันเริ่มไม่อยู่กับตัว อยากร้องไห้มาก ได้แต่ภาวนาว่าอย่าให้ผมมีเชื้อนี้เลย

ในวันถัดมาผมตัดสินใจโดดงานเลยครับ แล้วไปตรวจเลือดที่ที่นึงครับ ก่อนจะได้ตรวจก็กรอกประวัติโน่นนี่นั่น ซักถามทำแบบสอบถาม และให้ผมเข้าไปคุยกับพี่สาวประเภทสองคนหนึ่ง ซึ่งผมคิดว่าน่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ที่นั่น คอยซักถามและยิ้มให้ผมตลอด ระหว่างนั้นก็นั่งตัวสั่นในใจภาวนาว่า ขอร้องอย่าเป็นผม ขอร้องอย่าเป็นผมเลย และแล้วก็ถึงเวลาเจาะเลือดครับ ใจผมตอนนี้ตุ้มๆ ต่อมๆ แทบจะออกมาจากอกแล้ว

ผม:อย่าเจาะผมเจ็บนะครับผมกลัวเข็ม

พี่พยาบาล:น้องไม่ต้องกลัวนะคะ ไม่เจ็บแป๊บเดียวเอง ลองหันไปทางอื่นนะคะ จะได้ไม่เห็นและไม่กลัว

ผ่านไปไม่ถึงนาที เธอก็บอกกับผมว่าเสร็จแล้วค่ะ เห็นมั้ยไม่เจ็บเลย

ผม:ขอบคุณครับ

พยาบาล: เดี๋ยวลงไปนั่งรอผลข้างล่างนะคะ

ผม:ครับ (พร้อมยกมือไหว้เธอและออกจากห้องนั้นไป และไปนั่งรออย่างใจจดใจจ่อ ภายในใจก็ยังภาวนาอยู่ว่าขออย่าให้เป็นผมเลยนะ ผลอย่าเป็นบวกนะ)

หลังจากผมนั่งรอ เล่นโทรศัพท์ ไปประมาณ ชม. กว่าๆ ได้เวลาเรียกเข้าห้องดำอีกรอบครับ ครั้งนี้ผมก็ยังตื่นเต้น สั่น มันสั่นไปหมด ไม่ไหวแล้วครับ เข้าไปถึงพี่สาวประเภทสองผู้น่ารักคนเดิมก็ยิ้มให้กับผมเหมือนเคย และให้ผมบอกชื่อจริง นามสกุล เผื่อทบทวนว่าผลที่จะดูคือของผมจริงๆ ครับ

พี่สาวประเภทสอง:เดี๋ยวเราดูผลพร้อมกันเลยนะคะ คุณน้อง พี่ยังไม่ได้ดูผลเหมือนกัน ต้องดูพร้อมกับเจ้าของ ไม่ต้องตื่นเต้นนะ มันไม่ได้ติดกันง่ายๆ ค่ะ (เธอพยายามพูดให้ผมผ่อนคลาย)

ผมยิ้มพร้อมบอกกับเธอว่า ตื่นเต้นจังครับ แต่พี่นี่น่ารักนะครับแถมยังใจดีด้วย 555

พี่สาวประเภทสอง:บ้าจริง พี่เขินนะ มาค่ะ มา เปิดกันเลยเนาะ

ผม:ได้ครับ (ผมคลายกังวลลงไปบ้าง)

และแล้วเมื่อเธอเปิดผลให้กับผม และผมได้เห็นผลนั้น เธอยิ้มให้กับผม และผมก็ยิ้มตอบกลับครับ แต่มันเป็นรอยยิ้มแบบจุกในอก ผมอยากร้องไห้มาให้ดังที่สุด แต่มันร้องไห้ไม่ออก ผมไม่มีแม้แต่น้ำตาแม้แต่หยดเดียว ในหัวมันตื้อ มันจุกแน่นในอกไปหมด ทำได้แค่ยิ้ม และยิ้ม ให้กับตัวเอง เพราะผลมันคือ Positive นั่นคือผมได้รับเชื้อ Hiv ครับ เธอยิ้มให้ผมด้วยความอบอุ่นและบอกผมว่า

พี่สาวประเภทสอง:ไม่เป็นไรนะคะ เดี๋ยวนี้มียาดี แค่ต้องกินยาทุกวัน ดูแลตัวเองเพิ่มขึ้นหน่อยก็ได้แล้วค่ะ น้องจะลองตรวจใหม่อีกรอบมั้ยคะ

ผมพยายามฝืนยิ้ม และบอกกับเธอว่า ไม่เป็นไรครับ แล้วผมติดมานานแค่ไหนแล้วครับ

พี่สาวประเภทสอง:น้องติดมานานแล้วนะคะ ดูจากค่า CD4 แค่บางคนมันจะแสดงอาการเยอะน้อยไม่เท่ากัน แต่ก็อย่างที่บอก มันดีกว่ามะเร็ง คล้ายๆ กับเบาหวานที่ต้องกินยาประจำ แต่พี่ว่ามันดีกว่าตรงที่น้องยังกินทุกอย่างได้ปกติ ยกเว้นบางอย่างพวกของดอง ของดิบ แอลกอฮอล์ ให้ออกกำลังกายบ่อยๆ เพื่อเพิ่มภูมิต้านทาน และต้องกินยาในเวลาเดิมทุกวันแค่นั้นค่ะ อย่างที่บอกยามันดี เราสามารถใช้ชีวิตได้เหมือนคนทั่วไปและมีอายุได้ยืนเท่ากับคนปกติเลยค่ะคุณน้อง (เธอพูดด้วยรอยยิ้มที่จริงใจ ราวกับมันไม่ได้ร้ายแรงมากนัก) เดี๋ยวพี่จะให้คุณน้องติดต่อกับพี่คนนึงนะ เค้าจะพาน้องไปรับยาที่คลินิกนิรนาม และคอยดูแลน้องต่อ (เธอยกหูโทรศัพท์และคุยกับคนคนนึงและบอกให้เข้ามาในห้องที่ผมอยู่) น้องคะนี่พี่ต๊ะนะคะ จะคอยดูแลน้องและพาน้องไปคลินิก นิรนามเพื่อรับยาต้านนะ

พี่ต๊ะ:น้องสะดวกวันไหนครับ

ผม:ไปวันพรุ่งนี้ได้เลยมั้ยครับผมอยากรับยามากินให้เร็วที่สุด

พี่ต๊ะ:พี่จะว่างอีกทีอาทิตย์หน้านะครับ วันพุธหน้าได้มั้ยครับ

ผม:วันพุธนี้ไม่ได้เหรอครับ ผมกลัว

พี่ต๊ะ:พี่มีอบรมอะครับน้อง ที่ว่างคือวันพุธหน้าเลยครับ แต่น้องไม่ต้องกลัวนะครับ CD4 มันไม่ได้ลดลงแบบรวดเร็วขนาดนั้น

ผมทำอะไรไม่ได้นอกจากบอกพี่ต๊ะว่า ครับงั้นผมขอวันพุธหน้านะครับ

พี่ต๊ะ:ได้ครับ งั้นเดี๋ยวเราเจอกันที่คลินิกนิรนามนะครับ (แล้วพี่เค้าก็บอกทางให้กับผม และเราได้แลกเบอร์โทรกันไว้เพื่อใช้ติดต่อกันครับ)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น