Love Me Love My H

ตอนที่ 2 : ชะตากรรม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 27
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    20 ก.พ. 64

ในช่วงที่ผ่านมาตั้งแต่ก่อนวันเกิดผม ผมเกิดวันที่ 3 ม.ค. เกิดอะไรขึ้นบ้างนะเหรอครับ เริ่มจากวันที่ 1 ม.ค. ผมฉลองปีใหม่ด้วยการขึ้นรถเมล์ไปหาไอ้เพื่อนเลวที่คอนโด แต่แล้วระหว่างที่ผมกำลังก้าวขึ้นรถเมล์ พร้อมกับฟังเพลงพี่โต๋ ศักดิ์สิทธิ์อย่างเพลิดเพลินจากหูฟังอันใหญ่เท่ากะละมังครอบหูซะมิดชิดของผมไม่เหลือที่ให้หูได้หายใจนั้น ผมก็ได้ยินเสียงกรีดร้องเล็ดลอดเข้ามาในชั้นขี้หูของผมจากผู้หญิงเอ๊ะ ผู้ชาย เอ๊ะ หรือไม่ใช่ผู้ชาย มันผสมกันไปหมด แต่ไม่ใช่ประเด็นครับ ก็อะไรนะเหรอครับ ไม่รู้ผีตัวไหนผลักผม หรือผมก้าวขาผิดเองสะดุดบันไดรถเมล์ล้มหน้าเกือบจูบพื้น ดีนะที่ผมพยายามยกหน้าตัวเองไว้เพื่อไม่ให้ใบหน้าอันหล่อเหลาเสียโฉม แต่หูฟังเจ้ากรรมกระเด็นไปที่เท้าใครคนหนึ่งที่นั่งข้างๆ หน้าต่าง

ผม:คนเชี่ยไรว่ะหล่อฉิบหาย (ผมพูดเบาๆ กับตัวเอง แอบเห็นมันน่าจะเป็นลูกครึ่งฝรั่งด้วย แต่ไอ้เจ้าหางตาของผมดันเห็นมันแอบหัวเราะ)

แต่นี่ไม่ใช่เวลามาชมคนอื่น หรือคาดโทษใคร สิ่งที่ทำได้ตอนนั้นคือกูจะแบกหน้ายังไงไม่ให้อาย เอาวะมึงต้องรีบลุกขึ้น ฮึบๆๆๆ ไปเก็บหูฟัง และเดินขากะเผลก ไปหาที่นั่งก่อน สายตามองหาที่นั่ง นั่นไงฝั่งตรงข้ามไอ้คนหล่อที่หูฟังตกไปที่เท้ามัน นั่นแหละที่ที่สำหรับเรา หลังจากคิดได้ก็เดินไปนั่งและรีบใส่หูฟังเปิดเพลง ก้มหน้ากลบเกลื่อนความอาย แต่แล้วเจ้ากรรมนายเวรก็มีจริง เมื่อได้ยินเสียงเล็ดลอดเข้ามาให้โซนประสาทหู และสะกิดการเรียก

พี่ๆ ตังค์ค่ารถเมล์ด้วยค่ะ ด้วยหูฟังบลูธูทอันใหญ่มันครอบหูทำให้ผมไม่ได้ยินเจ้าหล่อนตั้งแต่แรก ทำให้เจ้าหล่อนน่าจะเรียกผมมาสองสามครั้งแล้ว และคิดว่าเสียงน่าจะดังขึ้นเรื่อยๆ ขอบคุณความอายจ้า ที่ไม่ยอมหนีหายผมไปสักที ผมค่อยๆ ถอดหูฟังอันใหญ่แล้วมองหน้าเธอช้าๆ พร้อมกับหยิบเงินให้กับกระเป๋ารถเมล์ไป แต่แล้วเจ้าความอายก็ตอกหน้ามาอีกระลอกเมื่อเธอถามผมว่า

กระเป๋ารถเมล์:ที่ล้มหน้าทิ่มเมื่อกี้ เป็นอะไรมั้ยคะ (แต่ความรู้สึกเหมือนจะเน้นคำว่าหน้าทิ่มเป็นพิเศษนะ ไอ้หางตาเจ้ากรรมก็ดันเห็นไอ้หล่อมันแอบขำอีกแล้ว ห่านี่ คิดว่หล่อแล้วจะทำไรก็ได้เหรอ แม่ง แต่พอมองๆ ไปคงไม่ใช่แค่ไอ้หล่อแล้ว รู้สึกเหมือนจะมองกันทั้งคัน อายสิครับอายก้มหน้าอย่างเดียว ต้องหาเพลงฟัง เอาเป็นพี่โต๋ละกัน น่าจะช่วยได้ แต่ยังไม่ทันจะใส่หูฟังก็มีเสียงดังจากกระเป๋ารถเมล์ดังขึ้นมาอีก

ว้าย!!! เลือดที่ขา

ผมค่อยๆก้มลงมองบาดแผลอันมีอยู่น้อยนิดเท่าเม็ดถั่วเขียวและเลือดเท่าเม็ดเหงื่อ

ผม:ไม่เป็นไรครับผมโอเค นิดเดียวเองครับ (แต่ในใจผมกลับบอกว่าพอเถอะไปเก็บตังค์คนอื่นบ้างก็ได้ 555 กูอาย) ผมค่อยๆ หยิบทิชชูในกระเป๋าเป้มาเช็ดเลือดอันน้อยนิดแต่แฝงด้วยความอายอันมหาศาลของผม และหยิบหูฟังอันใหญ่มาบังหูไว้ ต้องขอบคุณพี่โต๋ที่ทำให้ความอายผมลดลง

หลังจากผมแบกสาระร่างกะเผลก มาถึงหอไอ้ไทม์ ทันทีที่มันเห็นผมเดินกะเผลก มันก็ถามผมด้วยความเป็นห่วง

ไทม์:มึงไปทำเชี่ยไรมา ใครทำอะไรมึง บอกกูมา เดี๋ยวกูจัดเอง แม่ง อย่าบอกนะว่าไปไล่กัดกับหมา

ผม:รถเมล์

ไทม์:ใครวะ ไอ้รถเมล์เนี่ย มึงจำหน้ามันได้มั้ย (ผมแอบขำในความตลกของมันพร้อมเล่าเรื่องทั้งหมดให้มันฟัง กลับเป็นมันที่ขำผมแทนพร้อมกับคำพูดสรรเสริญจากเพื่อนคนนี้) มึงนี่แม่งโง่ฉิบหาย ขนาดรถเมล์มึงยังสะดุดได้ โง่ชิบ 555555 (ดูมันครับหัวเราะผมตัวกลิ้งเลยห่านี่)

ผม:เออ!! แล้วมีอะไรให้กูกินบ้าง กูหิว แม่งซวยฉิบหาย

ไทม์:.มาม่านะมึงทำกินเอาเองละกัน เผื่อกูด้วย กูยังไม่ได้กินอะไรเลย มัวแต่รอคุณชายเนี่ย

ผม: เหรอ!!! ไม่ใช่มึงเพิ่งตื่นเหรอ สัส!! ไปอาบน้ำไปมึงอะ มึงอาบเสร็จมาม่าเสร็จพอดีเพราะมึงแม่งอาบน้ำไม่น่าเกินสองนาที 555 ซกมกชิบ

ไทม์:ห้านาทีเว้ย กูผิดเหรอที่ช่วยโลกประหยัดพลังงาน

ผม: เออๆๆ ไปได้ละ

หลังจากผมกลับมาจากหอเพื่อนสุดซี้มาที่หอตัวเองผมเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติของตัวเอง คือผมรู้สึกมีฝ้าใต้ลิ้น มันเป็นฝ้าแข็งๆ แต่มันไม่ได้รู้สึกเจ็บแต่อย่างใด ผมไม่ได้เอะใจอะไรคิดว่าเป็นร้อนในปกติ ก็เลยปล่อยทิ้งไว้คิดว่าเดี๋ยวมันก็หายเอง ในตอนเที่ยงคืนวันที่ 2 มกราคม เพื่อนๆ ทยอยอวยพรผมทางเฟสบุ๊ค รวมทั้งแก๊งของผม และไอ้ไทม์หน้าหล่อ ออ!! ผมลืมบอกไปแก๊งผมจะมีที่สนิทๆ อยู่สี่คนที่จะไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดนอกจากไอ้ไทม์แล้วยัง มีแพร สาวร่างเล็ก ทอมบอยประจำกลุ่ม ชะเอมสาวน้อยแต่ร่างไม่น้อยหญิงคนเดียวประจำกลุ่มครับ สองคนนี้เป็นเพื่อนน้องเล็กที่สุดในแก๊งสวนสัตว์ คนต่อมา พี่กัสคนนี้เป็นรุ่นพี่ผมประมาณสองปีแต่ชอบเรียกผมว่าพี่ เรียกพี่กันไปมา สรุปไม่รู้ตอนนี้ใครเด็กกว่าใคร ตัวไซส์ใหญ่เรียกได้ว่าเป็นพี่หมี แต่เค้าบอกว่าตัวเองมิได้อ้วนนะจ้า อีกคนนึงเป็นเกย์สาวเฒ่าประจำกลุ่มที่อาวุโสที่สุด แต่อยู่ในจุดต่ำสุดของห่วงโซ่อาหารยังไงนะเหรอครับ ก็ชอบโดนพวกผมรุมแกล้ง และรุมด่า แต่ด่าหยอกๆ นะ 555 แกชื่อพี่มอลลี่ จริงๆ แกชื่อม่อนครับแต่กระแดะอยากได้สองพยางค์เลยให้เรียกมอลลี่ ไอ้ไทม์มันชอบเรียกพวกผมว่าแก๊งสัตว์โลก มีพี่มอลลี่เป็นเก้ง ผมเลือกเป็นกวาง พี่กัสเป็นบ่าง แพรเป็นชะนีเพราะตัวเล็ก ส่วนชะเอมเป็นแรดเพราะตัวใหญ่ ครบเครื่องเรื่องสัตว์คร๊าบบบบบ 5555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น