The Miracle Of Wisarut : ปาฏิหาริย์โลกวิญญาณ

ตอนที่ 9 : เขฬะนาคา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 29
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    15 ก.พ. 63

ฮือ  ฮือ  ฮือเสียงครางน่าขนลุกขนผองของพวกมันดังระงม

            เหว๋ออ!” ผมเผลอร้องออกมาก่อนที่จะตะปบปากตัวเองไว้ อารามตกใจทำให้ถอยกรูดจนเกือบจะเสียหลัก รู้สึกถึงฝ่าเท้าที่เหยียบย่ำพรืดพราดไปบนพื้นผิวขรุขระลื่นๆ ซึ่งคงเป็นใบหน้าหรือมือ แขนของใครต่อใคร

            ระวังกางเกงนายจะถูกดึงนะเธอเอ่ยปากเตือน ผมก้มลงดูแวบหนึ่งเห็นไอ้มือผีลามกพยายามทึ้งชายกางเกงผ้าร่มสีแดงแช้ดขาสามส่วนให้หลุดออกให้ได้

            เวรจริงไอ้พวกผีบ้าผมนึกอย่างหัวเสียพลางกระชากกางเกงให้หลุดออกจากมือหยาบลื่นสีซีดคล้ำของมัน

            ประตูหนีไฟที่ใกล้ที่สุดเธอกล่าวออกมาสั้นๆ

            มาเดี๋ยวผมพาไปเองผมขันอาสาเป็นผู้นำทางเพราะรู้ดีว่ามันอยู่ที่ไหน แล้วจึงเงยหน้ามองย้อนขึ้นไปตามทางขั้นบันได

ก็ข้างบนนี้อย่างไรล่ะ

มาาานอยู่นี่ มาาานอยู่ทาางนี้คราวนี้พวกวิญญาณบ้าพากันส่งเสียงขรม ผมกับสาริกามองหน้ากันด้วยอารามตกใจไม่คิดว่าพวกมันจะมีสันดานขี้ฟ้องแบบนี้ซวยแล้วเรา

ให้ตายเถอะ

จะทำยังไงกันดีล่ะเสียงโหวกเหวกของเหล่าวิญญาณทำให้ผมกลัวเสียยิ่งกว่าผิวซีดๆ และใบหน้าราวกับศพของพวกมันนั้นอีก หากจะเปรียบสถานการณ์ในตอนนี้ก็คงไม่ต่างอะไรกับผู้ต้องหาที่กำลังหลบหนีการจับกุมของผู้คุมเรือนจำอย่างหัวซุกหัวซุนอย่างไรอย่างนั้น ผมไม่อยากถูกจับ  ไม่อยากลงนรก  ผมกลัว!

ทันใดนั้นเองสาริกาก็สาดน้ำบริสุทธิ์ในคนโทเบญจรงค์ขนาดใหญ่ซึ่งงดงามวิจิตรด้วยลายเทพพนมล้อมกรอบด้วยลายดอกไม้ลงสีดำ ขาว แดง ทองแวววาว และน้ำเงินครามตัดกันงดงามชดช้อย ลงโครมใส่เหล่าวิญญาณ  ส่วนกลางของภาชนะที่ป่องออกถูกยกขึ้นตามท่าทางการเทเผยให้เห็นรูปนูนสูงตัวพญานาคทองคำขนาดใหญ่ดวงเนตรฝังเม็ดทับทิมสีแดงวิบวับเหยียดกายยาวพันล้อมคนโทไว้อยู่ชวนให้ผมอัศจรรย์ใจเป็นอย่างยิ่ง

อะไรน่ะ?” 

เขฬะนาคาเธอตอบ แต่ผมก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีเลยถามซ้ำอีกหน

แล้วไอ้เขฬะนาคานี่มันคืออะไรเล่า 

มันคือน้ำลายพยานาคร่างเพรียวขยายความ ฉันใช้พลังของฉันเพื่อเสกมันมา คงพอจะถ่วงเวลาไอ้พวกนี้ได้บ้างแต่ก็คงไม่นานนัก รีบไปเถอะฉันไม่ไหวแล้วพาฉันไปหน่อยประตูหนีไฟเธอกล่าวเสียงอ่อนระโหยก่อนจะมีอาการคอตกหน้าคว่ำเหมือนจะเป็นลม

เฮ้คุณนางฟ้า อย่าพึ่งเป็นอะไรไปตอนนี้นะ โธ่ผมเรียกเจ้าหล่อนเบาๆ ก่อนจะจับมืออันนุ่มนวลและบอบบางนั้นไว้แล้วจูงหญิงสาวในสภาพโงนเงนโซเซค่อยๆ เดินขึ้นบันไดไปทีละขั้นทีละขั้นอย่างทุลักทุเลเพราะน้ำสีดำเหนียวเหนอะนั้นยังคงเปรอะเต็มฝ่าเท้า ยกขาทีก็ติดหนืดตามมาด้วย

แปะ แปะ แปะผมก้าวไป ก้าวไป ช้าๆ ฝ่าเท้าเปลือยหนักอึ่งจากยางเหลวๆ ที่เกาะแน่น พอมองไปโดยรอบก็เห็นพวกวิญญาณสวะพากันหลับใหลกันไปหมดแล้วนี่สินะคงเป็นอิทธิฤทธิ์ของน้ำศักดิ์สิทธิ์นั่น

คุณระวัง!” ผมอุทานเมื่อร่างของหญิงสาวทรุดยวบลงไปราวกับจะล้ม จึงต้องถือวิสาสะเข้าไปประคองร่างเพรียวและโอบกระชับไหล่กลมมนไว้ก่อนที่สาวเจ้าจะไถลลงไปกองอยู่กับพื้น 

แผ่นหลังของเราทั้งคู่ไต่ระดับสูงขึ้นไปสู่ชั้นสี่ของตัวอาคารแม้จะเป็นเพียงแค่ชั้นเดียว บันไดแค่ไม่กี่ขั้นแต่ก็กลับรู้สึกถึงความเหนื่อยล้าซึ่งกว่าที่จะขึ้นไปถึงจุดหมายได้ก็ดูเป็นเรื่องยากเย็นกว่าที่มันเคยเป็น

ผมมองไปข้างหน้าและหันมองอีกฝ่ายเป็นครั้งคราว ข้างบนสุดสายตานั้นคือผนังสีขาวแถบเขียวอันว่างเปล่า แต่ถ้าเดินเยื้องไปนิดหนึ่งก็จะเจอซอกทางหนีไฟซึ่งมีบานประตูเล็กๆ สีเทารอเราอยู่ตรงสุดทาง สาริกาคอพับคออ่อนซบศีรษะอิงซอกไหล่ผม เส้นผมดำสนิทยาวปรกลงมาปิดหน้าปิดตาบดบังวงหน้าขาวและเครื่องหน้าสวยๆ ไปเสียหมดสิ้น เช่นเดียวกันกับแสงออร่าสว่างไสวที่ล้อมรอบตัวเธอก็ดูเหมือนจะอ่อนกำลังลงด้วยเช่นกัน

เพราะเธอช่วยเราไว้แท้ๆ ถึงเป็นแบบนี้ผมนึกสะท้อนอยู่ในใจ

ฮึ่บ ฮึ่บถึงแล้วคุณไม่นานเราสองคนก็มาถึงหน้าประตูบานเล็กสีเทาเข้ม แม้ด้านบนมีหลอดไฟดาวน์ไลท์ซึ่งฝังอยู่บนฝ้าเพดานฉายส่องกระทบผนังแคบๆ อยู่แต่ก็มิอาจสู้แสงสีขาวเจิดจ้าที่ลอดออกมารอบวงกบประตูได้เลยแม้แต่น้อย

นี่มันอะไรกัน…?’

ในตอนนั้นเองที่แผ่นหลัง รู้สึกเย็นวะวาบขึ้นมาวูบหนึ่งบรรยากาศความไม่ชอบมาพากลแปลกๆ ทำให้ผมใจคอไม่ดี บางทีคุณลุงแกอาจจะกำลังคุ้มคลั่งอยู่ข้างล่างนั่น เขาจะรู้ไหมนะว่าผมอยู่ข้างบนนี้ถ้ากลิ่นของความตายโชยลงไปถึงในนรกจริงไม่แน่ว่าท้าวมหายมก็อาจจะได้กลิ่นของวิญญาณด้วยก็เป็นได้ พอนึกถึงนัยน์ตาสีแดงทอแสงเรืองคู่นั้นแล้วก็ 

อึ๋ย…!” ผมสะดุ้งโหยงเมื่อน้ำหนักมือของอีกฝ่ายกดลงตรงต้นแขน กระชับแน่นราวกับจะจับยึดไว้และพอหันไปมองก็ต้องพบกับความสะพรึงปรากฏแก่สายตา 

แทนที่จะเป็นมือเรียวผิวขาวผ่องเป็นยองใยทว่าสิ่งที่เห็นกลับกลายเป็นฝ่ามือและท่อนแขนของหญิงชราที่มีผิวหนังเหี่ยวแห้งสีซีดเผือดเต็มไปด้วยเม็ดกระกระจายเต็มไปหมด

เฮ้ย!” ผมหลุดปากอุทานเสียงหลง พลันปรากฏแสงวูบแล่นวาบไปทั่วทั้งตัวด้วยอารามตื่นตกใจ

ฮือ ฮือ…” เสียงที่เค้นออกมาจากลำคอเหนียงยานฟังหลอนยะเยือก พร้อมกับที่อีกฝ่ายค่อยๆ เงยขึ้นมาภายใต้เส้นผมดำที่ยาวรกปรกหน้าทว่าผมกลับมองเห็นความสยดสยองนั้นเต็มสองลูกตา

 

TB
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

45 ความคิดเห็น