The Miracle Of Wisarut : ปาฏิหาริย์โลกวิญญาณ

ตอนที่ 8 : ท้าวมหายม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 27
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    12 ก.พ. 63

          ‘……………………’

            ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันเธอตอบพลางละสายตาจากใบหน้าผมแล้วเพ่งพิศไปยังทิศทางเบื้องหน้าปล่อยให้ผมที่อยากรู้คำตอบใจแทบขาดค้างเติ่งอยู่อย่างนั้น

            ปัดโธ่เว้ยยผิดคาดแหะผมก็นึกว่าเธอจะแจงสี่เบี้ยได้ทุกเรื่องซะอีก

            ท่านท้าวมหายมเดินผ่านมุมตรงนั้นมาแล้ว ปรากฏกายด้วยลักษณะเหมือนชายชราร่างท้วมผิวดำมะเมื่อมราวสีถ่าน เกล้ามวยผมไว้กลางศีรษะครอบด้วยเกี้ยวทองรูปหัวกะโหลก ที่ชวนน่าสะพรึงยิ่งกว่านั้นคือนัยน์ตาสีแดงวาวโรจน์ ราวกับมีดวงไฟจุดเล็กๆ ในเบ้าตาซึ่งกำลังกลอกกลิ้ง กายาสูงใหญ่นับสี่เมตร มือโตเท่าใบพาย เท้าใหญ่หนา เปลือยท่อนบนจนเห็นพุงหลาม

สวมด้วยเครื่องถนิมพิมพากรณ์อะร้าอร่ามวิจิตรพิสดารคล้ายหลุดออกมาจากโรงลิเก หรือหนังจักรๆ วงศ์ๆ  ทั้งกรองคอทองคำลายกนกชดช้อยแผงใหญ่ประดับอัญมณีสีแดงสุกสว่าง ใส่ทองกรหรือเรียกอีกอย่างว่ากำไลแผงตรงข้อมือ แต่ละนิ้วเขื่องสวมธำมรงค์หลากสีสันแตกต่างกันไปทั้ง เขียวบ้าง แดงบ้าง น้ำเงินบ้างล้อแสงวิบวับไปมายามเคลื่อนไหว

ฝ่ามือขวากำไม้เท้าหัวกะโหลกน่าสยดสยองซึ่งลุกโชติช่วงด้วยเปลวพระเพลิงอยู่ตลอดเวลาราวกับคบไฟ คาดสร้อยสังวาลสะพายแล่งไขว้กันเป็นรูปกากบาทและประดับด้วยทับทรวงทองคำทรงขนมเปียกปูนติดทับทิมเม็ดเล็กๆ อีกชั้นหนึ่ง

รัดเอวด้วยปั้นเหน่งหรือเข็มขัดทองนุ่งโจงกระเบนสีดำสนิท กำไลข้อเท้าหัวบัวเหลืองอร่ามเส้นหนาผิวเกลี้ยง ส่งเสริมให้ร่างสูงที่เห็นดูสูงศักดิ์ยิ่งใหญ่น่าเกรงขามระคนประหวั่นพรั่นพรึงไปในคราวเดียวกัน

            ทันใดนั้นเองก็มีท่อนแขนซีดๆ และศีรษะของคนตายจำนวนมากเบียดเสียดโผล่ผุดขึ้นมาจากน้ำสีดำหนืดเหนียวนั่นไปทุกทิศทุกทาง  แม้จะมองไม่เห็นถนัดนักจากมุมที่เราแอบอยู่แต่เสียงร้องโหยหวนจากปากพวกมันก็คงทำให้ผู้ที่พบเจอสติกระเจิดกระเจิงเป็นบ้าได้อย่างไม่ยากเย็น

เอาวิญญาณมันมาาา  เอาวิญญาณมันมาาาเสียงเหล่านั้นร้องระงมไม่หยุด  ชวนให้หงุดหงิดรำคาญใจชะมัดพวกมันจะร้องหาพระแสงของ้าวอะไรกันวะนี่

            แค่เพียงพริบตาเดียว ร่างสูงราวยักษ์ปักหลั่นก็โผล่มายืนอยู่หน้าประตูห้องของผมเสียแล้ว

             ถ้าเมื่อกี๊เรายังอยู่ในห้องจะเป็นไงมั่งเนี่ยผมนึกกลัวจนตัวสั่นงันงก รู้สึกได้เลยว่าร่างตนเองมันปั่นป่วนไปหมด

            ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าบนโลกนี้จะมีพวกยมทูต ยมบาลอยู่จริงโอ้พ่อแก้วแม่แก้วช่วยลูกด้วย 

            ทันใดนั้นดวงตาปูดโปนสีแดงเรืองประหนึ่งมีดวงไฟในนั้นก็หันมองมาทางนี้ ทำเอาเราสองคนหดหัวหลบวูบแทบไม่ทัน

            ขณะที่ไอ้พวกเวรตะไลนั่นยังคงร้องเชียร์ไม่ได้หยุด

             เอาวิญญาณมันมาาา  เอาวิญญาณมันมาาา

            อย่ามองตานะ แค่เพียงสบสายตากับเขานายก็จะถูกจับในทันทีหญิงสาวกระซิบเตือน พวกยมทูตนั้นมีฤทธิเดชมากโดยเฉพาะต่อวิญญาณด้วยแล้วนายไม่มีทางหนีเขาพ้นได้ง่ายๆ หรอก

              คุณเองก็ควรจะดับไฟด้วยนะ เดี๋ยวลุงแกก็เห็นเข้าหรอก ผมเตือนอีกฝ่ายด้วยความเป็นห่วงเป็นใยเช่นกัน พลางก้มๆ เงยๆ หาสวิตช์ที่อาจจะอยู่ที่ไหนสักแห่งบนตัวเธอ

            ขอบใจนายนี่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยสินะเธอหันมาพูดประโยคแปลกๆ กับผมก่อนจะยิ้มหวานให้ พื้นที่เรากำลังเหยียบอยู่ค่อยๆ มีมือ ท่อนแขนยาวๆ อีกทั้งศีรษะของชายหญิงมากมายในสภาพทุเรศทุรังโผล่ขึ้นมาบ้างแล้ว

            อื้อหือกลิ่นของไอ้พวกนี้เหลือทนจริงเชียวนางฟ้าสาวบ่นพึมพลางยกนิ้วชี้ขึ้นมาอังจมูก

            ทำไมผมไม่เห็นได้กลิ่นอะไรเลยผมเอ่ยถาม

            พอเป็นวิญญาณก็แบบนี้แหละเหมือนตอนที่เราฝันยังไงล่ะแม้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะสมจริงแค่ไหนแต่ก็ไม่มีวันที่เราจะได้กลิ่นต่างๆ ในความฝันได้ ผัสสะตรงนี้จะหายไปโดยปริยายเธออธิบาย

            จริงด้วยสินะผมเห็นด้วยแต่ก็มิวายตั้งข้อสังเกต แล้วทำไมผมยังได้ยินเสียง ยังมองเห็น แถมยังพูดได้อีกต่างหาก

            มันเป็นเพียงดวงจิตที่ยังหลงเหลือเพียงแต่นายไม่ได้อยู่ด้วยระบบกลไกทางชีวภาพอีกต่อไปแล้ว สื่อสารกับพวกมนุษย์ก็ไม่ได้ ไม่มีใครมองเห็นนาย ได้ยินเสียงนาย หรือสัมผัสตัวนายได้ นอกจากผู้ที่อยู่ภพภูมิเดียวกับเราเท่านั้น

แล้วพวกที่เห็นผีล่ะ?” ผมถามต่อ

ปัจจัยของการเห็นวิญญาณมีเยอะแยะมากมาย ส่วนใหญ่ก็เป็นไปตามข้อสันนิษฐานของมนุษย์นั่นแหละเรื่องของคนที่มีคลื่นสื่อวิญญาณ

คุณหมายถึงคนที่เห็นผีได้ก็คือคนที่มีกระแสจิตสอดรับกับวิญญาณตนนั้นได้ใช่มั๊ย

ใช่เหมือนกับที่เราปรับคลื่นสัญญาณวิทยุ-โทรทัศน์ยังไงล่ะเพียงแค่เค้าส่งมาแล้วเรารับได้ก็จะเห็น ส่วนอีกกรณีที่มักจะเกิดขึ้นได้บ่อยก็คือการสื่อจิตกับมนุษย์ในยามหลับหรือที่เรียกว่าเข้าฝันนั่นแหละซึ่งเป็นช่วงที่ภาวะจิตของมนุษย์นิ่งสงบที่สุดในกรณีหลังนี้มักเกิดจากการบันดาลของพวกผีสางเทวดานางฟ้าบางตนฉันเองก็ไม่เคยไปเข้าฝันใครได้เหมือนกันเธอร่ายยาวอย่างรวดเร็วจนผมแทบฟังไม่ทัน

 เรารีบหนีกันเถอะร่างเพรียวบอก

            จะหนีไปไหนกันดี?” ผมเอ่ยถามอย่างงงๆ พร้อมกับชะโงกหน้ามองไปที่หน้าประตูห้องผมอีกครั้ง ท่านมะยม เอ้ยมหายมอะไรนั่นเดินหายเข้าไปในนั้นแล้วจริงๆ ด้วยสิ! แต่ที่ขวัญผวาที่สุดในตอนนี้ไม่ใช่คนที่อยู่ไกลนั่นหรอกแต่เป็นไอ้พวกวิญญาณสวะพวกนี้มากกว่าเพราะเผลอแผล็บเดียวมันก็ขึ้นกันมาเต็มพรืดไปหมด มือมากมายพยายามไขว่คว้าข้อเท้าผม


TB
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

45 ความคิดเห็น