The Miracle Of Wisarut : ปาฏิหาริย์โลกวิญญาณ

ตอนที่ 55 : Worthless life (ชีวิตอันไร้ค่า กับ ความภาคภูมิใจที่หล่นหาย)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    27 มิ.ย. 63

           “คนเราก็มีโอกาสทำผิดพลาดได้ด้วยกันทั้งนั้นน่ะแหละ อย่าไปคิดมากเลยอีกฝ่ายหนึ่งปลอบพร้อมกับยกมือข้างซ้ายวางบนไหล่ผม หากรู้ว่าทำผิดแล้วก็อย่าทำมันซ้ำอีก นี่ล่ะคือสิ่งสำคัญฉันเองก็ยังเคยทำงานพลาดเหมือนกัน แต่ไม่เล่าให้ฟังหรอกนะ เดี๋ยวนายจะหัวเราะเยาะฉันแย่

            แล้วเป็นไงบ้าง โลกหลังความตายสนุกดีมั๊ยล่ะ   เธอถามด้วยรอยยิ้ม

            สนุกผมตอบออกมาสั้นๆ ก่อนจะประชดใส่ สนุกกะผีอะไรเล่าคุณถ้าผมรู้ว่ามันน่ากลัวแบบนี้ผมคงไม่…”

            แล้วทำไม….?” เธอถามต่อโดยเว้นคำแสลงหูเอาไว้

            ผมหยุดคิดนิดหนึ่งแล้วจึงระบายออกมาว่า    

            ผมคงอ่อนแอเกินไปมั้งโลกมันเลวร้ายนะคุณ มันโหดเหี้ยมกับเราเสมอแม้ว่าเราจะพยายามวิ่งหนีมันสักเท่าไหร่ก็ตาม วันหนึ่งเมื่อเราชนะเราก็โห่ร้องดีใจ แต่พออีกวันมันก็หักหลังเราแล้วกระทืบซ้ำ การมีชีวิตอยู่บางทีมันก็ยากเกินไป ผมเหนื่อยกับความผิดหวัง สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง และแทบไม่เคยได้อะไรเลย

          ผมอายุจะสามสิบแล้วแต่ก็ยังไม่เป็นโล้เป็นพาย ไม่มีอะไรสักอย่างที่ควรจะมีแฟนผมถึงทิ้งผมไปเพราะผมมันไม่มีอนาคต

            แต่ถ้านายได้ลองคิดดู ความเลวร้ายที่นายได้เจอ มันไม่ได้แย่ไปกว่าสิ่งที่หลายๆ คนต้องเจอเลยนะ อย่างเหตุการณ์ที่นานกิง ทุ่งสังหารของพวกเขมรแดง หรือการฆ่าล้างเผ่าพันธ์ชาวยิว ที่มีคนตายเป็นแสนเป็นล้าน นายเองก็คงเคยได้ยินใช่มั๊ย…” สาริกากล่าวเสียงเรียบพร้อมกับกอดอก

            คนเหล่านั้นต่างถูกกระทำอย่างโหดร้ายทารุณ แย่เสียยิ่งกว่าสิ่งที่นายต้องเจอมาทั้งชิวิตเสียอีก แต่นายน่ะเอาแต่คิดว่าปัญหาที่นายเจอมันใหญ่มาก มันแก้ไขไม่ได้ ไม่มีทางออกเองต่างหาก แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่านายสมควรจะต้องตายไม่ใช่เหรอ

            แล้วผมควรจะอยู่ต่อไปเพื่ออะไรกันล่ะคุณ…” พูดแล้วน้ำตาก็ซึมออกมาด้วยไม่รู้จริงๆ ว่าการมีชีวิตอยู่อย่างน่าสมเพชกับการตายอย่างน่าเวทนาสิ่งไหนที่ดูจะมีค่ามีราคามากกว่ากัน

            พวกเราไม่เคยคิดว่านายไร้ค่าย้ง นายแค่อ่อนแอในช่วงที่กำลังตกทุกข์ได้ยาก แต่ไม่ใช่คนไร้ค่าเธอตอบแล้วเงียบไปอึดใจหนึ่ง

            สักวันหนึ่งในวันที่นายเข้าใจอะไรๆ ได้มากกว่านี้นายจะรู้เองว่าทำไมสาริกากล่าวอย่างใส่อารมณ์ก่อนจะผายมือขึ้นเล็กน้อย แต่ตอนนี้สิ่งที่นายรู้แล้วก็คือการตัดสินใจของนายมันไม่ได้ทำให้ทุกอย่างมันดีขึ้น ความตายไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นซึ่งนายก็เห็นแล้วว่ามันเป็นยังไง

            จากนั้นนางฟ้าสาวที่เริ่มอ่อนเยาว์และมีน้ำมีนวลขึ้นก็สอดแขนกอดอกแล้วแสดงทัศนคติของตนออกมาให้ผมฟัง

            ย้งไม่เคยมีมนุษย์คนไหนหรอกนะที่เข้มแข็งอยู่ได้ตลอดเวลา ไม่มีใครบนโลกนี้หรอกที่ไม่เคยโดนดูถูก หรือรู้สึกต่ำต้อยด้อยค่า ทุกคนย่อมมีวันที่ล้มเหลว หรือพ่ายแพ้ มีวันที่โชคร้าย หรือเจอเรื่องแย่ๆ เข้ามาในชีวิตทั้งนั้นแหละ สิ่งที่นายควรทำก็คือยอมรับมันหรือก้าวผ่านมันไปให้ได้

            คำพูดดีๆ ใครก็พูดได้ทั้งนั้นแหละคุณ แต่มันทำยาก ถ้าคุณได้ลองมาเป็นผม ชีวิตเจอแต่ปัญหาเข้ามาทุกวี่ทุกวัน เงินก็ไม่มี งานก็ไม่ได้ทำ คุณอาจทำแบบผมก็ได้ ผมแย้งเสียงขุ่น

            ไม่ฉันจะไม่มีวันทำแบบนั้นสาริกาโต้ทันควันด้วยน้ำเสียงเรียบขรึม เพราะฉันรักชีวิตของฉัน กว่าจะได้เกิดมาเป็นมนุษย์มันก็ไม่ใช่ง่ายๆ เลยนะแถมได้เกิดแล้วก็ต้องมาคอยลุ้นว่าจะครบ 32 ประการด้วยรึเปล่า จะมีโอกาสได้ทำบุญทำทานเหมือนใครเค้ามั๊ย ถ้าฉันได้เป็นมนุษย์ฉันจะไม่ทำร้ายตัวเองแบบนาย ฉันต้องมีสติให้มากกว่านี้  และมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุขให้มากที่สุด อย่างน้อยที่สุดถ้าไม่ใช่เพื่อตัวของฉันเอง ก็เพื่อคนที่รักฉัน

             ที่นายบอกว่าทำยากก็ไม่ได้แปลว่าทำไม่ได้นี่นาเธอกล่าวต่อ นายผ่านอะไรมาเท่าไหร่แล้วย้ง ไม่เสียดายบ้างเหรอ กว่าจะอดทนอยู่มาได้จนถึงวันนี้ต้องเสียน้ำตามามากเท่าไหร่ เจ็บปวดมามากแค่ไหน จนถึงตอนนี้นายก็ยังอายในสิ่งที่ได้ทำลงไปอยู่เลยไม่ใช่เหรอ เพราะนายเองรู้แก่ใจดีว่ามันไม่ใช่เรื่องที่น่าภาคภูมิใจ

            นายทำไปเพราะแค่ต้องการประชดคนอื่น ประชดโลกใบนี้ เหมือนที่นายใช้เวลาทั้งชีวิตของนายเพื่อชื่นชมคนอื่น เปรียบเทียบตัวเองกับคนนั้นคนนี้  ทำเพื่อให้คนอื่นพอใจหรือยอมรับในตัวนาย แต่ตัวเองกลับเป็นทุกข์ และรู้สึกต่ำต้อยด้อยค่าลงไปทุกวัน ความภาคภูมิใจในตัวนายมันหายไปไหนหมดละย้ง

            “……” เมื่อได้นิ่งฟังแล้วลองคิดทบทวน ผมเองก็รู้สึกกระอักกระอ่วนใจที่จะยอมรับมันอย่างที่สาริกาว่าไว้จริงๆ นั่นแหละ แต่ยังมีสิ่งหนึ่งที่เธอไม่อาจเข้าใจในตัวผม

            มันจะมีได้ยังไง ก็ในเมื่อผมแทบไม่เคยได้รับมันเลยผมตอบออกมาสั้นๆ ให้กับคำถามที่ว่านั้น

            ตั้งแต่จำความได้ผมก็ลืมตาตื่นขึ้นมาบนโลกที่มีแต่การแข่งขัน ชิงดีชิงเด่นกัน มีแต่สิ่งที่ต้องทำ และห้ามทำ ไม่เช่นนั้นตนเองก็จะดูแปลกแยก ผิดเพี้ยน และหล่นหายไปจากสังคมแวดล้อม เหมือนกับที่ผมทำความภาคภูมิใจหล่นหายไปจากชีวิตนานมากแล้วนั่นแหละ ด..วิศรุฒิคนนี้ไม่เคยสอบได้คะแนนที่ดีเหมือนกับใครคนอื่นเขา

            ไม่เคยถูกเลือกให้เป็นตัวแทน หรือหัวหน้าใคร และไม่เคยได้รับรางวัลใดๆ ประดับเกียรติให้แก่ชีวิตตนเองเลยแม้แต่น้อย ผมไม่ได้เป็นที่เชิดหน้าชูตาของครอบครัวต่างจากน้องสาวที่ค่อนข้างเก่งและได้อย่างใจป๊าไปเสียทุกเรื่อง ยามที่แกคุยกับเพื่อนหรือลูกค้าประจำ ก็มักจะพูดถึงหยกก่อนผมเสมอ

             แม่เองก็ดูเหมือนกระดากอายที่จะเล่าเรื่องผมให้ใครคนอื่นฟัง เช่นเดียวกับรอยยิ้ม และคำชื่นชมยินดีจากป๊าที่เลือนหายไปเมื่อผมค่อยๆ เติบโตขึ้นและกลายเป็นคนธรรมดาที่ไม่ได้มีอะไรเลวร้าย แต่ก็ไม่โดดเด่นพอที่ใครควรจะจดจำ

             และถึงผมจะพยายามอย่างหนักจนสอบเข้ามหาวิทยาลัยรัฐบาลในกรุงเทพฯ ได้ก็ตาม กระนั้นก็เป็นเพียงสถาบันอุดมศึกษาที่ไม่ได้มีชื่อเสียงเลื่องลือหรืออยู่ในลำดับต้นๆ ของประเทศจนสามารถยืดอกบอกใครต่อใครได้อย่างลำพองใจ จบมาก็มาทำงานเป็นพนักงานต็อกต๋อยในบริษัทขายอุปกรณ์สำนักงานแห่งหนึ่ง ทำมานานจนสุดท้ายต้องระเห็จออกมาเพราะจับได้ว่าไอ้หัวหน้าสารเลวนั่นแต่งงบจัดซื้อขึ้นมาเกินจริงเพื่อยักยอกเงินบริษัท

            ตัวเลขพวกนี้มันไม่ใช่ที่ผมทำมาให้หัวหน้านี่ครับผมทักท้วงหลังจากก้มหยิบเอกสารสำคัญชุดหนึ่งที่ร่วงลงมาจากแฟ้มขึ้นมาดูและเผอิญสังเกตุเห็นข้อมูลในเอกสารการจัดซื้อ/จัดจ้างประจำไตรมาสแรกของบริษัทผิดเพี้ยนไปหลายรายการ ผมซึ่งเป็นคนนั่งหลังขดหลังแข็งทำมันเองมากับมือย่อมรู้ดีว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น

           ลายเซ็นต์กำกับของหนึ่งในผู้บริหาร และของมัน รวมถึงชื่อของผมซึ่งเป็นผู้เสนอและจัดทำเอกสารพร้อมรอยประทับตราอนุมัติดำเนินการปรากฏหลาอยู่บนนั้น ทำเอาผมได้แต่นิ่งงัน งุนงง และตกใจกับสิ่งไม่คาดฝัน

            หะหะหัวหน้าทำแบบนี้ได้ยังไง ผมพูดเสียงสั่นด้วยอารมณ์อันหลากหลายที่ระคนกันอยู่ภายในใจ  

            ขอบคุณมากคุณย้งมันรีบฉวยเอาแผ่นกระดาษจากมือที่กำลังสั่นกึกๆ ไปในทันที ผมยังจำนาทีที่ได้เงยหน้าขึ้นมาสบดวงตาหยีๆ อันแสนเจ้าเล่ห์เพทุบายนั้นได้ น่าแปลกที่มันดูไม่สะทกสะท้านใดๆ เลยกับความเลวที่ได้ก่อขึ้น แต่กลับวางตัวได้นิ่งเฉย ราวกับมองเห็นผมเป็นลูกไก่ในกำมือ แต่แรกมันพยายามใช้ไม้อ่อนกับผม ชื่นชมผมอย่างนู้นอย่างนี้

            คุณเป็นคนทำงานดี

            ผมรู้ว่าคุณรักบริษัท

            ผมวางใจในตัวคุณมากเลยนะ

            และแล้วมันก็หว่านล้อมให้ผมกลายเป็นพวกเดียวกับมัน

            “ถ้าคุณไม่พูด เรื่องนี้ก็คงไม่มีใครรู้หรอก ปล่อยให้ทุกอย่างมันผ่านไป เชื่อผมเถอะ”

            ผมก็คิดไว้นานแล้วว่าจะเสนอเพิ่มเงินเดือนแล้วก็โอทีให้คุณ

            จากนั้นจึงเตือน และข่มขู่ผมแบบกลายๆ ว่า

             ผมรู้ว่าคุณต้องเข้าใจผม ผมอยู่ที่นี่มานานกว่าคุณเสียอีก ใครๆ ก็รักผมทั้งนั้นแหละ รวมถึงMD บางคนก็ด้วย ถึงคุณจะพูดอะไรไปมันก็ไม่มีประโยชน์หรอก คุณว่าจริงมั๊ย

            มันก็แค่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่เลยคุณย้ง

            อย่าลืมว่าคุณเองก็มีชื่ออยู่ในนี้เหมือนกัน นี่ไงลายเซ็นต์คุณ

            แต่ผมไม่ได้ทำนะผมพยายามโต้ ผมจะร้องเรียน

            ก็เอาสิ ถ้าคุณอยากมีปัญหา แค่คำพูดน่ะ มันเชื่อได้ด้วยเหรอแต่เนี่ยผมมีหลักฐานนะ ผมรับรองว่าถ้าคุณรนหาที่ คุณจะต้องติดร่างแหไปด้วยแน่ๆ  ถามจริงๆ ชีวิตคุณยังวุ่นวายไม่พออีกเหรอคุณย้ง

            และก่อนที่ผมจะเดินหน้าซีดตัวสั่นออกมาจากห้อง ไอ้เจ้าสุนัขจิ้งจอกภายใต้ชุดสูท ผูกไทค์ดูโก้หรูที่คอยปั้นหน้าเป็นผู้จัดการใจดีแย้มยิ้มเป็นกันเองกับทุกคน ก็สำรอกวาจาทุเรสๆ ให้ผมฟัง

            คุณเป็นคนดีนะวิศรุฒิ แต่โลกมันก็เป็นแบบนี้แหละ เราจะได้รับประโยชน์ก็ต่อเมื่อเราทำตัวให้มีประโยชน์  ถ้าคุณช่วยผมเราก็Win Win กันทั้งสองฝ่าย ผมหวังว่าคุณจะเข้าใจในคำพูดของผมนะ 

            ปึง

            สิ้นเสียงประตูปิดลง ผมก็ได้ตระหนักถึงความจริงด้านหนึ่งของโลกใบนี้

            ขึ้นชื่อว่า มนุษย์ย่อมทำได้ทุกอย่างเพื่อตัวเอง แม้ว่าจะต้องหักหลังหรือทำร้ายคนอื่นก็ตาม และผมเองก็เช่นกัน ผมตัดสินใจเก็บงำความลับนั้นไว้เพราะไม่ต้องการตั้งตนเป็นอริกับหัวหน้างาน และใช้ชีวิตอันแสนน่าเบื่อต่อไปภายใต้ความแคลงใจที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นทีละนิดๆ จนผลสุดท้ายก็ไม่อาจกลบเกลื่อนความรู้สึกผิดหวังในตัวหัวหน้างานได้อีกต่อไป

            ผมเริ่มแข็งข้อ บ่ายเบี่ยงงานที่มันมอบหมายให้ทำ โดยเฉพาะเรื่องของพวกตัวเลข งบจัดซื้อ เอกสารการเบิกจ่ายต่างๆ ด้วยกังวลว่าจะถูกปลอบแปลงข้อมูลอีกหรือไม่ และนั่นอาจเป็นชนวนเหตุที่ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างเลวร้ายลงกว่าเดิม

             แท้จริงแล้วคำพูดหวานหู ที่ยกยอปอปั้นผม บอกว่าจะเพิ่มเงินเดือนให้หรืออะไรต่างๆ นั่นก็เป็นแค่คำลวงให้ผมตายใจ มันเริ่มหาวิธีที่จะกำจัดผมไปให้พ้นทางอย่างเลือดเย็น ด้วยการบีบให้ผมทุกข์ทรมาน เพิ่มแรงกดดันต่างๆ นานา ทั้งให้ออกภาคสนามบ่อยๆ ดึงเรื่องให้ช้าจนถูก MD คอมเพลน แก้เอกสารกันวุ่นวายหลายตลบ

              ทำงานน่าเบื่อซ้ำซ้อน ประเมินผลงานให้ต่ำ รวมถึงตำหนิ บ้างก็แกล้งแซวแรงๆ เมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่นๆ ใส่ไฟผมเสียจนยับเยิน ผมต้องทนอึดอัดเรื่อยมา จากคนที่ประหยัดคำพูดอยู่แล้วก็ยิ่งเงียบขรึมเคร่งเครียดขึ้นไปอีก จนท้ายที่สุดก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ยื่นซองขาวลาออกจากบริษัทที่ผูกพันกันมายาวนานอย่างไม่เหลือเรื่องราวดีๆ ให้คนอื่นได้จดจำ

            นี่หรือคือสิ่งที่ผมควรจะได้รับ

                                                                         ________________________

         

            “ไม่ใช่ว่านายไม่เคยได้รับมันหรอกเสียงของสาริกาที่ดังขึ้น ปลุกผมให้ตื่นจากภวังค์อันน่าเศร้า แล้วตั้งใจฟังเธอจริงๆ จังๆ อีกครั้งหนึ่ง

            แต่ความภูมิใจ จะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยตัวของนายเองต่างหาก

            ผมมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยนั้น ก่อนจะหลุบสายตาลงเพื่อคิดตาม

             หากนายมองทุกอย่างที่เกิดขึ้นในแง่ร้าย และเอาแต่คิดว่าตนเองต้อยต่ำอยู่อย่างนี้แล้วนายจะมีวันที่ได้พบกับความภูมิใจ หรือความสุขในชีวิตได้ยังไง ย้งฉันจะบอกอะไรให้นะ ถึงนายจะเกิดมาโดยไม่มีอะไรทัดหน้าเทียมตาคนอื่นเค้า แต่นายเองก็มีดีในแบบของนาย

           มีคนมากมายในประเทศนี้ที่คอยพร่ำบ่น ตำหนิ สังคม หรือผู้คนรอบตัวว่าทำไมถึงแย่ เลวร้าย แล้งน้ำใจอย่างนั้นอย่างนี้ แต่จะมีใครสักกี่คนที่ลุกขึ้นมาทำ และเปลี่ยนแปลงมันด้วยสองมือของตัวเองได้เหมือนอย่างนาย

            คำพูดของอีกฝ่ายพาเอาผมสะดุดใจ

            คนรวยๆ ที่นายเห็น ชาติก่อนเขาอาจทำบุญทำทานมาเยอะก็ได้ชาตินี้จึงมีวาสนาดีได้ใช้ชีวิตที่มั่งคั่งเพียบพร้อมไปด้วยความสะดวกสบายแบบนั้น แต่อย่าลืมว่าบางคนก็สามารถสร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาจนร่ำรวยได้ด้วยตนเองก็มีนะ ไม่ใช่ว่าทุกอย่างในชีวิตของเราจะเป็นผลจากบุญทำกรรมแต่งทั้งหมด ส่วนใหญ่ก็เกิดขึ้นจากสิ่งที่เราทำในปัจจุบันด้วยเหมือนกัน

           ขอเพียงนายมีความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างแท้จริง อดทน และเข้มแข็งขึ้นได้มากกว่านี้ ฉันก็เชื่อนะว่าคนดีๆ อย่างนายจะผ่านพ้นปัญหาทุกอย่าง และพบกับความสำเร็จได้ในที่สุด ถึงฉันจะไม่ได้เป็นนาย แต่ฉันก็เฝ้ามองและคอยให้กำลังใจนายอยู่เสมอนะวิศรุฒิ

            ขอบคุณนะผมพูดอย่างเคอะเขิน และซาบซึ้งจนน้ำตาพาลจะไหล แต่พอสังเกตุจากคำพูดต่างๆ นานาของเธอที่เหมือนจะรู้เรื่องราวอะไรหลายๆ อย่างของผมแล้วก็ทำให้ระลึกถึงถ้อยคำปริศนาที่เจ้าตัวได้เคยกล่าวเอาไว้ว่า เราคงเคยทำกรรมร่วมกันมาตั้งแต่ชาติปางก่อนละมั้ง ขึ้นมาในทันใด

            หรือว่าที่คุณมาช่วยผม ก็เพราะ ผมกับคุณ…”

            ร่างเพรียวหยักหน้านิดหนึ่งด้วยคงทราบแล้วว่าสันนิษฐานของผมนั้นถูกต้อง

            ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นย่อมมีต้นสายปลายเหตุเสมอ เจ้าหล่อนสารภาพแล้วจึงเอ่ยปากเล่าเรื่องราวระหว่างผมกับเธอให้ฟัง


              

B
E
R
L
I
N
   
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

45 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 27 มิถุนายน 2563 / 23:31

    อ้วาววว จบแบบนี้ก็ค้างสิคะะะะ (555555)

    ทุกคนสมควรได้รับทุกอย่างตามกรรมที่ได้ทำมาแล้วแหละย้ง เปลี่ยน mind set แล้วจะมีความสุขได้เอง หัวหน้างานทำกรรมชั่วฉันใด ในอนาคตย่อมได้อกุศลวิบากฉันนั้น ชาติหน้าเขาอาจจะเกิดมาเป็นคนดีบนผลกรรมชั่วของเขา และก็อาจลงเอยอย่างนายก็ได้นะย้ง! (มาเป็นตุเป็นตะ คนอ่านท่าจะอิน เอ้ย! 55555)

    /ข้ามคอมเม้นต์นี้ไปเถิด m(。>__<。)m



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 27 มิถุนายน 2563 / 23:51
    #37
    1