The Miracle Of Wisarut : ปาฏิหาริย์โลกวิญญาณ

ตอนที่ 51 : เปรตยักษ์ภุควันท์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 66
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    16 มิ.ย. 63

          “แพรวภิตาเหรอ เธอเรียกแท็กซี่มาให้ฉันแล้วใช่มั๊ยจากนั้นสาริกาก็ยกมือข้างขวาขึ้นป้องหูส่งโทรจิตคุยกับเพื่อนสาวบนสวรรค์ที่ติดต่อเข้ามาพอดี พร้อมทั้งชี้มือชี้ไม้ให้ผมจัดการหุบปากเจ้าด่างซะ

            เห็นทีว่าผมต้องแสดงฝีมือกำราบสุนัขปากเปราะนี่ให้ได้เสียแล้ว

            ผมคิดหาวิธีการพลางกวาดสายตามองไปถ้วนทั่ว พลันเหลือบเห็นกระป๋องน้ำอัดลมนอนนิ่งอยู่บนพื้นปูนก็นึกออกขึ้นมาทันที จากนั้นจึงเขยิบปลายเท้าเข้าไปสอดใต้กระป๋องแล้วตั้งสมาธิเพ่งจิตอธิษฐาน

            เป๊งเอ๋งๆๆผมเตะมันกระเด็นไปโดนตัวเจ้าด่างอย่างจังจนมันตกใจร้องลั่นแล้วลุกหนีไปอย่างรวดเร็ว

            ฮ่าๆ เป็นไงล่ะผมหัวเราะอย่างสะใจแล้วพูดไล่หลังเจ้าด่างที่วิ่งเปิดแน่บไปตรงลานกรวดด้านล่างก่อนจะเดินไปชะเง้อคอมองหารถแท็กซี่ที่สาริกาบอกบริเวณริมฟุตบาท

            เอไม่เห็นมีแท็กซี่สักคันเลยว่ะ

            เพื่อนบอกฉันว่าแท็กซี่มาถึงแล้ว…” สาริกาที่เดินยักแย่ยักยันตามมากล่าว

            โอยชักเริ่มคันเหงือกหยากกินหมากขึ้นมาแล้วแหะเธอบ่นพึมพำแล้วจึงเสกตะกร้าเชี่ยนหมากแบบสานขึ้นมาคล้องแขนแล้วค่อยใช้อีกมือล้วงหยิบหมากพลูที่จัดไว้เป็นคำคำเข้าปากเคี้ยวหยั่บหยั่บน่าเอร็ดอร่อย

            พอได้ยินเธอพูดมาแบบนั้นผมก็ยิ่งสงสัยไปกันใหญ่เพราะแม้จะมองซ้ายแลขวาอย่างไรก็ไม่เห็นวี่แววรถยนต์จอดรอใครอยู่แถวนี้เลยสักคัน มีก็แต่มอเตอร์ไซค์สามสี่คันของเด็กๆ กลุ่มนั้น ส่วนบนถนนก็เป็นพวกรถราวิ่งกันไปมาปกติ

            คำว่ามาถึงแล้วของอีกฝ่ายทำให้ผมรู้สึกสะดุดอยู่ในใจ

            โฮ่งๆๆ โบร๋วว…”

            จะเห่าอะไรกันนักกันหนาว่ะผมหันไปเอ็ดใส่สุนัขลายด่างด้วยความหงุดหงิด แต่กลับพบว่ามันไม่ได้เห่าใส่พวกเราเหมือนที่คิดไว้ ทว่าเจ้าสี่ขานั่นมันกำลังเห่าหอนให้กับบางสิ่งบางอย่างที่ยืนตระหง่านสูงชะลูดสุดลูกหูลูกตาขึ้นไปเหนือยอดต้นไม้ใหญ่ที่กำลังไหวเอนนั่น

            อ๊ะ….!” ผมอ้าปากค้างช็อกตะลึงอยู่ในท่านั้นทันทีที่ได้เห็นสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า

            ฮู้ฮวี้ดดดดดเสียงหวีดหวิว ดังกึกก้องไปทั่วอาณาบริเวณ ผมมองเห็นแต่นิ้วเท้าอันใหญ่โตและท่อนขาขนาดสองคนโอบสีคล้ำคู่หนึ่งที่ยาวตรงขึ้นไปนับสิบเมตร เมื่อได้ลองเงยหน้าก็เห็นมันมีลักษณะคล้ายมนุษย์นุ่งห่มผ้าโจงกระเบนสีมอๆ ดึงชายกระเบนให้สูงขึ้นแบบหยักรั้งและมีพุงห้อยย้อยส่วนลำตัวผอมแห้งหนังติดกระดูก

           ส่วนมือที่แนบข้างนั้นมโหฬาร ช่วงนิ้วเรียวยาวจนกินพื้นที่ฝ่ามือเข้ามาเหลือนิดเดียวและมีเล็บแหลมคม แม้จะไม่ได้เห็นใบหน้าชัดแจ้ง เพราะอยู่สูงมากแต่เท่าที่สังเกตุจากลักษณะภายนอกแล้วเปรตตนนี้น่าจะเป็นเพศชายมากกว่าหญิง

            โบร๋ววววทันใดนั้นเจ้าหมาซ่าก็โก่งลำคอเปล่งเสียงหอนยาวพาให้ผมตระหนก ถอยกรูดจนแทบล้ม

            ปะปะเปรตนี่คุณ ผมร้องลนลาน ตั้งท่าเผ่นแต่นางฟ้าชราที่ยืนอยู่ข้างหลังก็ยกมือซ้ายขึ้นมาจับบ่าผมไว้ เบี่ยงหน้าไปบ้วนน้ำหมากทิ้งลงพื้น แล้วจึงกล่าวทักทายเปรตร่างยักษ์ราวกับคุ้นเคยกันดี

            มาถึงแล้วเหรอภุควันท์” 

            ฮวีดดดดด วิ๊ดดอีกฝ่ายหนึ่งตอบกลับด้วยการส่งเสียงร้องแหลมสูงอยู่ด้านบน

            คุณรู้จักมันด้วยเหรอผมถามหน้าเจื่อนด้วยความหวาดหวั่นกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า นะนะนี่มันเปรตนะ ตะตะตัวใหญ่มากเลย

            อะไออ๊ะสาริกาตอบเสียงอู้อี้ยังคงอร่อยปากอยู่กับหมากพอดีคำที่เพิ่งจะรับประทานเข้าไป

            ผมถามว่าคุณรู้จักเปรตตนนี้ด้วยเหรอ คราวนี้ผมเสียงเข้มขึ้นเจืออารมณ์หงุดหงิดเล็กน้อย ด้วยความที่เจ้าหล่อนทำเป็นเล่นไม่รู้จักเวล่ำเวลาว่ามันหน้าสิ่วหน้าขวานขนาดไหน

            การมีเปรตตัวสูงใหญ่เท่าภูเขาเลากามายืนอยู่ตรงหน้ามันไม่ใช่เรื่องตลกเลยนะ

            อู้อะอินางฟ้าพูดก่อนจะคายหมากคำที่สองทิ้ง แล้วจึงเสกตะกร้าสานหายวับไปกับตา

            เธอใช้ฝ่ามือถูกันเมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อย 

            นี่ล่ะ แท็กซี่ชั้นเฟิรส์คลาสจากปรโลก พาหนะของพวกฉันเวลาลงมายังโลกมนุษย์มีแต่พวกเทพยดานางอัปสรเท่านั้นน้าถึงจะได้นั่ง

            นี่คุณไม่ได้ล้อผมเล่นใช่มั๊ยเนี่ยแล้วเรากำลังจะไปไหนกัน ผมว่าคุณพาผมกลับห้องดีกว่านะป่านนี้ท่านท้าวฯคงไม่อยู่แล้วล่ะ ผมเสนอไอเดียรู้สึกว่าการออกมาผจญภัยข้างนอกนี่ไม่สนุกเอาเสียเลย ถ้าเก็บตัวอยู่แต่ในห้องน่าจะปลอดภัยกว่า

            นายไม่รู้เหรอว่าเรามาไกลแค่ไหนแล้ว เทวานิรมิตเองก็ยังซ่อมไม่เสร็จเลยยังไงก็ต้องไปด้วยเจ้านี่แหละหญิงชราบอกพลางลูบไปที่ผิวเท้าอันใหญ่โตของเปรตที่ชื่อภุควันท์นั่นเบาๆ  อย่างเอ็นดู

            ฮวีดดดดดและดูเหมือนฝ่ายที่ถูกลูบจะส่งเสียงออกมาด้วยความพึงใจอยู่ไม่น้อย

            ฉันยังต้องไปตรวจงานต่ออีกที่นึงแล้วก็พานายไปพบกับใครคนนั้นที่ฉันเคยบอกไว้สาริกาแจงเสียงเรียบแล้วจึงกวักมือเรียกผมให้เข้าไปใกล้เธอ ไม่รู้ว่าตาฝาดไปหรือไม่แต่ผมว่าผมเห็นเธออ่อนเยาว์ขึ้นจากเมื่อครู่นี้เล็กน้อย

            พลังเริ่มฟื้นคืนแล้วละมั้ง ผมคิดเล่นๆ

            พร้อมจะไปกันรึยังอีกฝ่ายผินหน้ามาถาม ส่วนผมนั้นก็ได้แต่ยืนลังเลด้วยความหวาดหวั่นแต่เราสองคนก็ตกกระไดพลอยโจนกันมานักต่อนักแล้วนี่นะ ไม่ว่าจะต้องพบพานกับอะไรที่น่ากลัวกว่านี้ผมก็เริ่มอยากจะเชื่อแล้วว่าเราจะสามารถผ่านมันไปได้

            อื้ม…” ผมพยักหน้าตอบ แม้จะรู้สึกแปลกๆ ระคนพรั่นพรึงอยู่มากแต่ก็อยากจะเดินทางต่อไปมากกว่า ยิ่งพอหันมองกลับเข้าไปในซอยมืดๆ ที่มีแสงไฟสาดส่องอยู่สลัวรางแล้วก็ชักจะกลัวๆ ว่าอาจจะมีพวกพรากบุญซุกซ่อนตัวอยู่ในเงื้อมเงาอันมืดดำนั้นก็เป็นได้

            แค่คิดก็ไม่อยากอยู่แล้วบรึ๋ย

            พอสิ้นเสียงตอบรับเปรตร่างยักษ์ก็ยอบกายลงคุกเข่าขวาลงข้างหนึ่งแล้วค่อยๆ วางมือลงกับพื้นเพื่อให้เราสองคนที่ตัวเล็กกระจิ๋วหลิวเท่ามดขึ้นไปนั่ง ผมพึ่งเห็นว่ามันมีสีผิวขาวซีดอมฟ้าและมีเล็บแหลมคมดูน่ากลัวมากแต่ก็มีท่าทีพินอบพิเทาต่างจากภาพลักษณ์ของเปรตที่เคยได้ยินได้ฟังมาว่าน่ากลัว บ้างก็ว่าดุร้ายอยู่เหมือนกัน

            เกาะไว้ดีๆ ล่ะหญิงชราที่นั่งข้างๆ กล่าวเตือนพลางคลี่ยิ้มเล็กน้อย

            เหว๋อออ…” ผมถึงกับหลุดอุทานออกมาเมื่อภุควันท์เลื่อนมือขึ้นอย่างรวดเร็วแล้วมาเทียบอยู่ในระดับเดียวกับร่องไหปลาร้าของมันเพื่อส่งผมกับสาริกาให้มานั่งอยู่ข้างบนนี้ พอได้เห็นใบหน้าด้านข้างของเปรตร่างสูงชะลูดแบบชัดๆ แล้วก็อกสั่นขวัญแขวนจนร่างเกิดไฟแวบวาบขึ้นมาโดยพลัน

            ลงไปสิ แล้วเกาะไว้ดีๆ นี่ล่ะที่ของเรา เธอบอกก่อนจะบุ้ยปากให้ผมรีบปฏิบัติตาม

            ห๋าตรงนี้เนี่ยนะผมร้อง แล้วจึงแหย่ขาลงไปช้าๆ ฝ่าเท้าเปลือยเปล่าสัมผัสกับพื้นผิวแข็งๆ ด้วยความแขยงแต่พอลงมาได้อีกข้างหนึ่งก็รู้สึกอุ่นใจขึ้น

            ย้ง รับฉันทีสิหญิงชราบอกผมจึงเข้าไปประคองตัวเธอลงมา แม้จะเก้ๆ กังๆ ไปสักหน่อยแต่สุดท้ายเราสองคนก็หย่อนก้นนั่งลงร่องไหล่หรือเนินกระดูกไหปลาร้าได้ด้วยดี

            เธอส่งยิ้มบางๆ ให้แก่ผมที่กำลังทำหน้าตื่นๆ ด้วยความกังวลสารพัดสารเพที่ประดังประเดเข้ามา

            ไม่ต้องกลัวหรอกนะสาริกากล่าวเสียงอ่อนพลางเลื่อนมือขวามากุมมือซ้ายของผมไว้เป็นเชิงปลอบใจแล้วจึงชูมือซ้ายขึ้นเพื่อส่งสัญญาณ

            ไปกันเลยยยย

            ภุควันท์ชูคอขึ้นกู่ร้องแหลมดังฮวีดดด วิ๊ดดดคล้ายเสียงลมพายพัดเล็ดลอดออกมาจากรูปากขนาดจิ๋วที่ยื่นยาวก่อนการเดินทางครั้งใหม่ของหนึ่งนางฟ้าชราภาพและวิญญาณพเนจรสุดซอมซ่ออย่างผมจะดำเนินต่อไป


B
E
R
L
I
N
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

45 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 10:11

    ยยานพาหนะรุ่นใหม่ น่าหวาดเสียวจัง 55

    ป.ล.ไรท์เขียนสะใจเป็นซะใจอะ บนๆ
    ป.ล.2 หมากพลูเขาไม่ได้เคี้ยวเฉย ๆ แล้วคายทิ้งกันหรอ แม่นางเล่นกลืนลงคอไปแร้ว



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 16 มิถุนายน 2563 / 10:14
    #33
    2
    • #33-1 วัชรกาญจน์ (@watcharakarn) (จากตอนที่ 51)
      16 มิถุนายน 2563 / 11:50
      แก้ไขแล้วคร้าบบ ขอบคุณมากเลยเน้อออ (โค้งงง)

      ป.ล. ตอนแรกไรท์เคยวางแพลนไว้ว่าจะมีสองเล่มจบ บทนี้คือจบเล่มแรก แต่ตอนนี้เล่มเดียวยาวๆ ไปเลยดีกว่า ^0^v
      #33-1
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(