The Miracle Of Wisarut : ปาฏิหาริย์โลกวิญญาณ

ตอนที่ 47 : นาที หนี...โว้ย!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 43
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    1 มิ.ย. 63

พวกพรากบุญน่ะก็คือวิญญาณบาปทั้งหลายที่หลบเลี่ยงจากการจับกุมของเหล่ายมทูตยังไงล่ะ และที่นี่ก็คงเป็นแหล่งซ่องซุมของพวกมัน จำที่ฉันเคยพูดไว้ได้มั้ยเมื่อมนุษย์เราตายไปก็จะกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนถูกมั้ย

ผมพยักหน้ารับ

นายเองตอนนี้ก็อยู่ในสถานะนั้นแหละ วิญญาณทั้งหลายต่างก็มีความโหยหิวไม่ต่างอะไรกับเมื่อตอนยังมีชีวิตหรอกเพียงแต่นายมีสิ่งที่เรียกว่าผลบุญยังไงล่ะ จึงสามารถเก็บเกี่ยวเอากรรมดีที่เคยได้ทำไว้มาปันเป็นปัจจัยต่างๆ ได้เช่นอาหาร หรือเครื่องนุ่งห่ม สิ่งของแล้วแต่จะเนรมิต นางฟ้าสาวอธิบายด้วยความรวดเร็ว

ผิดกับพวกวิญญาณเหล่านี้ที่ระหว่างมีชีวิตอยู่กระทำแต่สิ่งชั่วช้าสามานย์ มีแต่จิตอันอกุศล ทำบุญแต่เพียงน้อย หรือไม่ก็ไม่เคยให้ทานผู้ใด เมื่อตายไปก็จะเป็นวิญญาณที่อดอยากทนทุกข์กับความหิวโหยและขาดแคลนทรมานอยู่ร่ำไป

สรุปคือ?”

พวกมันต้องการผลบุญจากนาย เข้าใจรึยัง เธอตอบพลางวางท่ากางขาออกเล็กน้อย เอนกายไปข้างหน้านิดหนึ่งสายตาจับจ้องกลุ่มวิญญาณในเงามืดที่พะงาบปากขึ้นลงเหล่านั้น ยกแขนซ้ายขวาขึ้นมาระหว่างอกปลายมือเหยียดตรงเหมือนอยู่ในอิริยาบถเตรียมพร้อมต่อสู้

พวกมันจึงให้วิญญาณเด็กตายโหงตนนั้นมาล่อลวงให้นายใช้พลังของผลบุญยังไงล่ะ ยิ่งใช้ผลบุญมากเท่าไหร่ พวกมันก็จะยิ่งจับกระแสพลังผลบุญที่นายปล่อยออกมาได้มากเท่านั้น

แล้วพวกมันทำอย่างนี้เพื่อ?”

เรียกพวกมารุมกินโต๊ะนายน่ะสิ

พอได้ยินเธอบอกดังนั้นผมเองก็ถึงกับหน้าเจื่อนลงทันใด

 ระวังตัวนะย้งเดี๋ยวฉันจะพานายฝ่าพวกมันไป อย่าให้มันจับได้ อย่าโดนตัวพวกมันเข้าใจที่ฉันพูดมั๊ย นางฟ้าสาวกำชับ

ผมพยักพเยิดด้วยสีหน้าขึงขัง กลัวเหลือเกินว่าจะฝ่าฝูงพรากบุญเหล่านี้ไปไม่ได้ ก็พวกมันเล่นแห่กันมาเป็นโขยง เท่าที่ประเมินสายตาดูก็หลายสิบตนเข้าไปแล้ว

นี่ๆ แล้วชุดราตรีคุณมันไม่รุ่มร่ามเกินไปเหรอคุณ ผมออกปากด้วยความห่วงใยกับชุดเดรสกระโปรงระบายชั้นที่ปล่อยชายยาวลากพื้นหน่อยๆ ว่าจะเป็นอุปสรรคต่อการฝ่าดงพรากบุญพวกนี้ไปรึเปล่า

ฉันไม่มีเวลามาเปลี่ยนอะไรตอนนี้หรอกนะเธอกล่าวเสียงเครือเล็กน้อยแต่ดวงตาโตยังคงจ้องมองวิญญาณบาปที่รายล้อมตาไม่กะพริบ

ทันใดนั้นเองพรากบุญตนหนึ่งก็โผตัวเข้ามาหาเธอ

สาริกาซึ่งตั้งรับไว้อยู่แล้ววาดมือขึ้นเป็นเชิงสะบัด ฉับพลันชายร่างท้วมก็ลอยหวือกระเด็นไปก่อนที่พรากบุญร่างผอมแห้งไว้ผมกระเซอะกระเซิงซึ่งสวมเสื้อเชิ้ตมอซอไม่ได้กลัดกระดุมจะพุ่งเข้ามาหาผม

หว๋า…” ผมร้องพลางเบี่ยงตัวหลบทันควันทันกับที่นางฟ้าสาวรีบวาดมืออีกข้างใส่

ฟุ่บ

ให้วิญญาณสีดำตนนั้นลอยละลิ่วหายลับไปกับความมืดยามราตรีในบัดดล

ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่าหญิงสาวร่างเพรียวบางในชุดราตรีอันงดงามจะมีอิทธิฤทธิ์มากมายถึงเพียงนี้

จากนั้นสาริกาจึงใช้มือขวาจับมือซ้ายผมไว้แน่นแล้วใช้อีกมือวาดไปรอบตัวเพื่อเปิดทาง พวกสันตนาปานบุญแตกฮือเป็นวงกว้างบ้างก็กระเด็นออกไปไกลราวกับปุยนุ่นที่ต้องลมแรง จากนั้นเธอจึงยกชายกระโปรงขึ้นก่อนจะออกเท้าวิ่งไปพร้อมกับผม

เราสองคนสับเท้าหนีกันอย่างไม่คิดชีวิต ฝ่าความมืดที่รายล้อมวิ่งไปตามพื้นปูนที่กว้างเพียงเมตรสองฝั่งเต็มไปด้วยบ้านไม้มุงสังกะสีซอมซ่อสนิมเขรอะตั้งเรียงเบียดเสียดกันเป็นแนวยาว

แม้ตอนแรกสาริกาจะชี้มือชี้ไม้เหมือนรู้ว่าทางออกอยู่ตรงไหนแต่พอถูกพวกพรากบุญที่ตามมาดักซ้ายดักขวา บ้างก็กระโจนลงมาจากรั้วบ้านเข้าขวางทางก็ทำให้เธอต้องตัดสินใจพาผมวิ่งผลุบทะลุเข้ากลางบ้านหลังนู้นหลังนี้ ผ่านร่างคนนอน ห้องหับมากมายหลายครัวเรือนเพื่อหลีกเร้นจากการถูกไล่ล่าด้วยความระทึก จนโผล่ออกมายังทางเดินเล็กๆ เส้นหนึ่ง

พวกมันหายไปหมดแล้วคุณผมบอกอีกฝ่ายหน้าตาเหยเกเพราะเหน็ดเหนื่อยจนแทบยืนไม่อยู่ เมื่อชำเลืองสายตาไปก็เห็นว่าหญิงสาวก็ออกอาการอ่อนล้าหมดแรงไม่ต่างอะไรจากผม

เป็นไงบ้างผมไถ่ถามพลางคลายมือจากสาริกาแล้วเลื่อนขึ้นไปกุมหัวไหล่เป็นเชิงโอบประคองไม่ให้ล้มด้วยความเป็นห่วง แต่แล้วก็ต้องตกใจเมื่อเห็นสภาพร่างกายของอีกฝ่ายเปลี่ยนแปลงไปเป็นหญิงสูงวัยประหนึ่งผู้ใหญ่วัยสี่สิบห้าสิบกระนั้นแหละ

คะคะคุณ

ฉันไม่เป็นไรไม่ต้องเป็นห่วงฉันหรอกหญิงสาวตอบระคนเสียงหอบเหนื่อย

ผมว่าคุณลองส่องกระจกดูก่อนดีกว่าผมบอกอีกฝ่ายซึ่งแสดงสีหน้ากังขาก่อนเจ้าหล่อนจะเสกกระจกอนันตยกรรมขึ้นมาสำรวจใบหน้าและริ้วรอยชราของตัวเอง

ตายแล้วฉันไม่นะเธอปรารภพร้อมกับใช้นิ้วแตะผิวหนังอันหย่อนคล้อย ริ้วรอยเหี่ยวย่นตามร่องแก้ม หน้าผาก มุมปากและตีนกาบริเวณหางตาด้วยอารามตระหนกตกใจระคนเศร้า

คุณไม่เป็นไรใช่มั๊ยผมถามย้ำอีกทีเมื่อเห็นอีกฝ่ายทำหน้าเหมือนจะร้องไห้

สงสัยจะใช้พลังมากเกินไปหน่อย แย่จริงๆ เลย เธอพึมพำยังคงกังวลอยู่กับใบหน้าของตนเองอยู่จนผมต้องยื่นมือไปฉวยเอากระจกมาไพล่ไว้ด้านหลัง

พอเถอะคุณ ผมไม่อยากอยู่ที่นี่แล้วล่ะ รีบออกไปกันดีกว่าผมรีบเปลี่ยนเรื่องด้วยไม่อยากให้เจ้าหล่อนพะวงกับสิ่งที่เกิดขึ้นจนเกินไป

แป๊ะสาริกาดีดนิ้วก่อนที่กระจกส่องกรรมจากเมืองสวรรค์จะเรืองแสงแล้วหายวับไปจากมือของผม หลังจากนั้นเธอก็เสกแผนที่ขึ้นมากางแผ่บนมือพร้อมกับพินิจพิจารณาโดยละเอียด

ถ้าเราไปทางทิศเหนือ แล้วเลี้ยวไปทางนี้ ก่อนจะตรงไปอีกหน่อยก็จะพบทางออก จุดสังเกตคือมีร้านเซเว่นฯเปิดอยู่หน้าปากซอยอีกฝ่ายกล่าวแล้วเคาะนิ้วย้ำตำแหน่งบนแผ่นพลาสติกใสเบาๆ แล้วจึงชี้นิ้วไปยังเบื้องหน้า เดินไปตามทางเดินนี่แล้วจะเจอทางแยก

ผมพยักหน้าเข้าใจแต่แล้วเมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็ต้องสะดุ้งสุดตัว เมื่อเห็นเงาดำตะคุ่มๆ เป็นรูปเป็นร่างสูงต่ำของคนจำนวนหนึ่งแต่ไม่ค่อยชัดนักแฝงอยู่ในความมืดจนแทบแยกไม่ออกกำลังเคลื่อนไหวมาทางนี้

พวกมันตามเราเจอแล้วคุณผมร้องบอกเสียงตื่นด้วยความตกใจไม่คิดว่าวิญญาณบาปเหล่านั้นจะกัดไม่ปล่อยเช่นนี้

สาริการีบม้วนเก็บแผนที่ก่อนเสกให้มันหายไปอย่างรวดเร็ว ทว่าขณะที่เราสองคนจะออกเท้าวิ่งนั้นเองอะไรบางอย่างก็ตรึงขาของเราสองคนไว้ทำให้ร่างของผมและนางฟ้าสาวในชุดเดรสยาวล้มลง

ผมกับเธออุทานออกมาด้วยความตกใจ โชคดีที่ไม่ได้รู้สึกเจ็บ แต่ก็คิดไม่ถึงว่าพวกพรากบุญจะมีเล่ห์เพทุบายโผล่มาจากใต้ดินได้โดยที่เราสองแทบไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด

หนึ่งในพวกมันจับข้อเท้าเราเอาไว้แน่น แม้ว่าผมกับสาริกาจะพยายามดิ้นรนเตะถีบแค่ไหนก็ดูเหมือนจะเปลืองแรงไปเปล่าๆ  สิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นก็คือจำนวนพวกมันที่กำลังก้าวเดินเข้ามาพร้อมกับพะงาบปากขึ้นลงๆ บางตัวก็โผ่ลออกมาจากรั้วบ้านข้างๆ บางตัวก็ป่ายปีนลงมาจากหลังคา ส่วนบางตนก็ค่อยๆ โผล่พ้นขึ้นมาจากพื้นผิวปูนชวนให้ขวัญหนีดีฝ่อ

ไม่อยากจะคิดเลยว่าพวกมันซุมซ่อนตัวอยู่เพื่อรอฉวยจังหวะเข้าจับพวกเราหรือนี่

ไม่น่าเป็นไปได้จะทำยังไงกันดี

พวกเราจะทำยังไงกันดี?!


B
E
R
L
I
N
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

45 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 09:03

    หนีทั้งเรื่องอะวิศรุต ฟื้นขึ้นมาได้ไปเป็นนักวิ่งนะ 55555

    #30
    1
    • #30-1 วัชรกาญจน์ (@watcharakarn) (จากตอนที่ 47)
      2 มิถุนายน 2563 / 19:20
      5555+ เป็นกำลังใจให้ทั้งสองด้วยนะคร้าบ ^-^
      #30-1