The Miracle Of Wisarut : ปาฏิหาริย์โลกวิญญาณ

ตอนที่ 43 : มื้อนี้จากผลบุญ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    20 พ.ค. 63

ผมคิดว่าในช่วงชีวิตของใครคนหนึ่ง คงจะมีอย่างน้อยสักครั้งที่เราเคยได้ทำเรื่องอะไรที่แปลกประหลาด หรือพิลึกพิลั่นเกินกว่าที่ตนเองจะคาดคิด

ทว่าใครจะไปนึกไปฝันเล่าว่าคนที่มีชีวิตอันแสนราบเรียบเสียจนเกือบเรียกได้ว่าน่าเบื่ออย่างผมจะต้องมาเจอกับสิ่งเหล่านี้ก็เมื่อตอนตายไปแล้ว อย่างการเสกอาหารนี่มันก็ดูไม่ง่ายเหมือนการเลือกซื้อโบโลน่าแซนด์วิชในร้านสะดวกซื้อเลยแม้แต่น้อย  แต่ก็เอาเถอะ

ได้ผมจะลองดูใช่ผมพูดไปแบบนั้น พร้อมกับตั้งท่าประหนึ่งผู้เชี่ยวชาญการเสกอาหาร  (คล้ายๆ กับกำลังร่ายเวทย์มนต์) ทั้งๆ ที่ในหัวมีแต่คำถามเต็มไปหมด ผมจะทำมันได้อย่างไร  แล้วไอ้อาหารที่ว่านั่นมีหน้าตาอย่างไรกันเล่า ต้องท่อคาถารึเปล่า ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตนเองจะสามารถทำสิ่งที่น่าอัศจรรย์นั้นได้จริงๆ

พอเหลือบไปทางนางฟ้าสาวก็เห็นว่าเธอกำลังเฝ้ามองดูอยู่ ประหนึ่งลองเชิงว่าผมจะทำได้หรือเปล่า ก็ยิ่งทำให้ตะขิดตะขวงใจเข้าไปใหญ่

อาหารเอ๋ย จงปรากฏขึ้นมา ณ บัดนี้  ผมพูดมันออกไปอย่างจนปัญญา และแน่นอนว่าผมเองก็ไม่ใช่พวกนางฟ้าเทวดาที่จะมีอิทธิฤทธิ์เวทย์มนต์เสกอะไรต่อมิอะไรได้ในพริบตาแต่จะทำอย่างไรได้ล่ะก็มันหิวนี่นา

 คุณ ไม่เห็นมันจะได้ผลเลยเนี่ยผมเริ่มบ่นและชักสีหน้าหงิกงอด้วยความหงุดหงิด ผมจะต้องท่องหรือร่ายคาถาอะไรรึเปล่าคุณบอกผมหน่อยสิ

ถ้านายอยากจะทำแบบนั้นก็ได้นะอีกฝ่ายบอกพลางยักไหล่เอียงคอเป็นเชิงเชื้อเชิญพร้อมกับทำปากยื่นหน่อยๆ เหมือนเด็กๆ

โอเค เข้าใจล่ะผมบอกพร้อมกับพยักหน้าหงึก แล้วจึงเปล่งคาถาที่ตนเองจดจำขึ้นใจได้มากที่สุดออกไป

วิงการ์เดียม  เลวีโอซ่า

ทันใดนั้นสาริกาก็ปิดปากหัวเราะคิกคักขึ้นมาก่อนจะสัพยอกแบบทีเล่นทีจริง

ซ่า บ้านป้านายเหรอยะ นั่นมันแฮรี่พอตเตอร์!”

พอถูกว่าเข้าให้ก็ทำเอาผมขาดความมั่นใจหน้าหดเล็กลงเหลือสองนิ้ว เกิดมาพึ่งเคยถูกนางฟ้าหัวเราะเยาะใส่ก็คราวนี้เอง

โถ่คุณ ผมจะไปรู้ได้ยังไงเล่าผมตวัดเสียงตอบกลับไป

มันก็ไม่ได้ยากตรงไหนเลยนะเธอเปรยอย่างตัดความรำคาญแล้วจึงจับมือผมทั้งสองข้างมาประกบกันเหมือนตอนที่เรากำลังขอ หรือรองน้ำฝนจากนั้นจึงกล่าวต่อไปว่า

ลองตั้งจิตอธิษฐานถึงสิ่งที่นายอยากจะกินในตอนนี้ดูสิ

เอ่อคือมันง่ายขนาดนั้นเลยเหรอคุณผมถามด้วยท่าทีงงงัน ในหัวผุดภาพอาหารนานาชนิดล่องลอยอยู่เต็มไปหมด ทั้งพิซซ่าถาดใหญ่ ข้าวมันไก่ไหหลำ แกงเผ็ดเป็ดย่าง หูฉลามน้ำแดง ไอศกรีมข้าวเหนียวมะม่วง บัวลอยไขหวาน ฯลฯ มีแต่ของน่าทานทั้งนั้น

อืม…” เธอบอกพลางหยุดยืนตรงโคนสะพานแล้ววางท่ากอดอกอธิบาย นายสามารถเสกอาหารทุกอย่างได้ตราบเท่าที่นายจะนึกออกโดยใช้มูลค่าความดีที่นายเคยได้กระทำไว้เมื่อตอนยังมีชีวิตแลกมา

แล้วมูลค่าความดีที่ว่านี่มันเท่าไหร่กันคุณผมถามต่อด้วยนึกสงสัยว่าความดีนั้นมันมีมูลค่าด้วยหรือ

ไม่มากนักหรอก ถ้าเปรียบเป็นเงินก็คงไม่กี่บาท แค่เศษเสี้ยวความดีของนายหญิงสาวตอบเสียงเรียบ

ผมหยักหน้ารับฟัง แล้วจึงถามคำถามสำคัญออกไป

นี่คุณหมายความว่า ผมสามารถกินหูฉลาม กุ้งล็อบสเตอร์ หรือ คาร์เวียร์ก็ได้งั้นเหรอ

อืมใช่สิเธอบอก มันก็คงคล้ายๆ กับโลกมนุษย์นี่ละมั้งที่บรรดาอาหารจะมีป้ายราคาติดไว้ และต้องใช้เงินจ่ายเพื่อแลกมาเพียงแต่ในภพแดนหลังความตายเนี่ยเราใช้จ่ายสิ่งต่างๆ ได้ด้วยผลบุญหรือ ค่าความดีที่เราได้เคยทำไว้เมื่อตอนที่ยังมีชีวิตแทน

แล้วถ้าผมเกิดมาแล้วตายเลยล่ะ อย่างนี้ผมจะมีค่าความดีได้ยังไง

มีสิก็จากในชาติก่อนๆ ของนายยังไงล่ะ

ชาติก่อนอย่างนั้นเหรอ…” ผมทวนคำพลางนึกสงสัยอยู่ข้างในลึกๆ ว่าถ้าเช่นนั้นในชาติก่อนนั้นตนเองได้เกิดเป็นใคร หรืออะไรกัน ผมไปทำอะไรไว้หรือถึงต้องมาตกระกำลำบากเหลือเกินในภพปางนี้

  นี่แล้วผมต้องใช้ค่าความดีเท่าไหร่กันล่ะคุณผมรีบยิงคำถามต่อในทันทีเนื่องเพราะยังค้างคาใจกับรูปแบบของค่าผลบุญหรือความดีที่ตนเองเพิ่งจะได้ยินและรู้จักเป็นครั้งแรก

ฉันกำลังจะอธิบายต่ออยู่พอดี…” เจ้าหล่อนบอก ที่นี่น่ะมันก็ต่างจากโลกมนุษย์ก็ตรงที่ไม่ว่านายจะเสกอะไรมาทุกอย่างราคาค่างวดก็เท่ากันหมดนั่นแหละไม่มีสิ่งใดที่ต้องจ่ายมากกว่า หรือน้อยกว่า

และถึงแม้ว่านายจะไม่ได้ทานอะไรเลยนายก็ไม่ตายหรอก อย่างมากก็แค่รู้สึกหิวโหย และทรมานหมดเรี่ยวหมดแรงเหมือนเมื่อตอนเป็นมนุษย์ก็เท่านั้นเองแต่นายคงรู้ดีว่าตอนที่หิวมากๆ น่ะมันแย่แค่ไหนหญิงสาวสาธยายยืดยาวเป็นคำตอบ

ผมพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของสาริกา รู้สึกลิงโลดดีใจ ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้ทานอาหารเลิศหรูเมนูภัตตาคารได้ง่ายดายโดยไม่ต้องจ่ายสักสตางค์แดงเดียว ก่อนจะถูฝ่ามือไปมาแล้วตั้งสมาธิเอาฝ่ามือซ้ายขวาประกบกัน นึกถึงกุ้งล็อบสเตอร์ตัวขาวๆ อวบๆ เนื้อแน่นในจานใบสวยที่ราดด้วยซุปหูฉลามชิ้นโต โรยด้วยคาร์เวียร์เม็ดเล็กๆ สีออกดำๆ เทาๆ ดูน่าทานอย่างที่สุด

ความหิวโหยถาโถมเข้ามาทำให้ผมอยากจะกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างพร้อมกันในคราวเดียว และทันใดนั้นความปรารถนาของผมก็กลายเป็นจริงเมื่ออาหารจานเด่นปรากฏขึ้นบนสองฝ่ามือของผม

ว้าวว สุดยอดเลย!”

ผมร้องอุทานตาโต เมื่ออาหารมื้อนี้สั่งได้ดั่งใจ ตรงกับมโนภาพในหัวที่คิดไว้เป๊ะ

อย่างน้อยโลกวิญญาณนี่ก็มีเรื่องดีๆ กับเขาบ้างเหมือนกันนะผมกระหยิ่มยิ้มย่องจากนั้นจึงใช้มือขวาคว้าหางกุ้งที่ติดเปลือกสีส้มขึ้นมาจากจานใบรียาวก้นลึกแล้วยัดเนื้อขาวสดซึ่งมีไข่ปลาคาร์เวียร์และซุปหูฉลามข้นเหนียวเข้าใส่ปากเคี้ยวตุ้ยๆ เพื่อลิ้มรสโอชาอย่างกระหายหิว รู้สึกถึงความฉ่ำหวานของตัวเนื้อกุ้ง รสเค็มปะแล่มๆ ของไข่ปลาราคาแพง และชิ้นหูฉลามที่คลุกเคล้าอยู่ในปาก

อร่อยมั๊ยนายสาริกาถามเสียงใส

ผมยิ้มขณะกำลังบดเคี้ยวเนื้อกุ้งอย่างเอร็ดอร่อย น้ำตาเล็ดรื้นปานจะไหลด้วยความตื้นตันดีใจกับอาหารคำแรกในชีวิตหลังความตาย

รสชาติเป็นยังไงบ้างอีกฝ่ายถามไถ่

อหย่อยมากเลยอุน ผมตอบขณะที่มีอาหารอยู่ต็มปากจนเนื้อกุ้งแทบพุ่งออกมาถูกใบหน้าสะสวยของนางฟ้าสาวเข้า

 ฉันก็นึกว่ามันจะเหมือนแป้งซะอีกนะเธอเปรย

เอ๋แป้งงั้นเหรอพอคิดตามนั้น จู่ๆ รสชาติในปากก็เปลี่ยนแปรไปเป็นฝืดเฝื่อนซึมแทรกเข้ามาแทนที่เนื้อกุ้งอันหวานฉ่ำ และเละเหลวในบัดดล

แหวะ…” ผมรีบคายมันลงพื้นและเห็นเป็นก้อนแป้งขาวขุ่นผสมน้ำลายดูแหยะๆ

นะนะนี่มันอะไรกันคุณผมร้องถามด้วยสีหน้าตระหนก แล้วจึงยกหลังมือขึ้นมาเช็ดปาก

แล้วนายกินอะไรเข้าไปล่ะเธอตอบกวนๆ

ไม่ใช่ผมหมายถึงทำไมจู่ๆ เนื้อกุ้งถึงกลายเป็นแป้งได้ล่ะผมกล่าวแล้วพยายามขย้อนเอาเศษแป้งที่ติดอยู่ตรงโคนลิ้นออกมา

ถุ้ย ถุ้ย ถุ้ยทว่าน้ำลายหนืดเหนียวกลับย้อยยืดออกมาจนตนเองจำต้องใช้หลังแขนปาดมันทิ้ง จานในมือหายวับไปในพริบตา

มันก็แค่ภาพมายาที่ถูกปรุงแต่งจากความคุ้นเคยของนายเมื่อตอนมีชีวิตสาริกากล่าว แต่อย่าลืมว่าตอนนี้นายตายไปแล้ว อาหารก็เป็นเพียงปัจจัยหนึ่งที่ทำให้วิญญาณอย่างนายรู้สึกอิ่มท้อง และมีเรี่ยวมีแรงต่อไปเท่านั้นไม่ได้มีความหมายอื่นใด

รูป รส กลิ่น เสียง มันก็แค่ภาพลวงตาที่สะท้อนสิ่งที่นายอยากจะเห็น หรือคาดหวังให้มันเป็น เมื่อจิตไม่นิ่งก็ย่อมเลื่อนไหลไปตามความคิดไม่ใช่ความเป็นจริงและสลักสำคัญอะไรอีกต่อไปแล้ว

 ภาพลวงตา อย่างนั้นเหรอผมสำทับออกมา รู้สึกจุกในใจจนพูดไม่ออกก่อนจะก้าวเดินต่อ

นายจะเสกมันมากินอีกก็ได้นะถ้านายต้องการ 

ผมส่ายศีรษะก่อนจะตอบปฏิเสธด้วยความผิดหวัง

ไม่อ่ะ…”ผมกล่าวแล้วจึงถามต่อ แล้วคุณล่ะ พวกเทวดานางฟ้าบนสวรรค์นั่นเค้าจะรู้สึกหิวเหมือนกันมั๊ย

 พวกเราก็หิวได้เหมือนกันนะแต่พอตั้งจิตอธิษฐานแล้วก็หายหิวได้ทันทีซึ่งก็เหมือนกับไม่หิวนั่นแหละ ไม่จำเป็นต้องกินก็อยู่ได้นายคงเคยได้ยินคำว่าอิ่มทิพย์บ้างละมั้ง

อ่อใช่ อย่างนี้นี่เอง

 พวกเทวดานางฟ้าน่ะอยู่เบื้องบนนั่นก็เพื่อเสวยสุขกับผลบุญที่เคยทำมา พอหมดบุญแล้วก็ลงมาเกิดใหม่แต่จะเป็นมนุษย์หรือตัวอะไรนั้น ก็แล้วแต่ท่านพญายมราชจะตัดสินความ

 อืมผมเข้าใจแล้วผมเปรยก่อนจะเดินคอตกตามหญิงสาวไป  


B
E
R
L
I
N
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

45 ความคิดเห็น