The Miracle Of Wisarut : ปาฏิหาริย์โลกวิญญาณ

ตอนที่ 40 : ขอให้พระคุ้มครอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 27
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    10 พ.ค. 63

“…จะเอายังไงต่อดีล่ะคุณ” ผมเอ่ยปากถามเสียงเครียดระหว่างที่เราสองคนกำลังจดๆ จ้องๆ แผนที่อันซับซ้อนของชุมชนแอดอัดแห่งนี้ซึ่งปรากฏหลาอยู่บนแผ่นพลาสติกใสให้เราสองคนยืนงงกันเล่นๆ อยู่ตรงตีนบันไดหน้าบ้านพี่เทิดศักดิ์

ก็เดินไปตามทางนี้เรื่อยๆ อย่างที่คุณตาแกบอกนั่นแหละ” เธอตอบพร้อมกับลากปลายนิ้วชี้ไปเรื่อยประกอบคำอธิบาย “แล้วก็ไปทางซ้าย ตรงไป ก่อนจะเลี้ยวขวาตรงแยกนี้…”

ทว่าผมกลับฟังถ้อยคำเหล่านั้นไปเพียงผ่านหู และเงยหน้ามองท้องฟ้ารับสายฝนจากเบื้องบนที่พร่างพรมทะลุร่างของพวกเราตกลงสู่พื้นดิน โดยไม่อาจสัมผัสกับความฉ่ำเย็นของหยดน้ำนับร้อยนับพันนั้นได้อีก

ที่ฝนตกน่ะ เพราะใครบางคนข้างบนนั่นกำลังร้องไห้อยู่รึเปล่านะ?’ ผมคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย แลเห็นผืนเมฆสีหม่นที่กลืนกลบแสงดาวไปหมดสิ้นแล้วก็รู้สึกเหงาเศร้าขึ้นมาในเวลานี้ผมคิดถึงแม่และน้องสาวซึ่งอยู่ ณ ที่ๆ ไกลแสนไกลออกไปจากเมืองหลวงอันศิวิไล และภพแดนที่ผมอยู่ป่านนี้ทั้งสองจะรู้หรือยังว่าผมได้ตายจากโลกนี้ไปเสียแล้ว

...โดยที่ยังไม่ทันได้ล่ำรากันเลยสักคำด้วยซ้ำ

นี่นายฟังฉันอยู่รึเปล่าวิศรุฒิ ตั้งใจหน่อยสิ” อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมาเอ็ดใส่เมื่อเห็นผมมองเหม่อไปบนท้องฟ้า

ผมก็ฟังอยู่นี่ไงคุณ” ผมแก้ตัวแล้วจึงรีบก้มหน้ามองแผนที่ซึ่งกางอยู่ในมือของสาริกาอีกครั้งหนึ่ง ก่อนจะลอบชำเลืองมองไหล่เล็กๆ กลมมนผิวขาวนวลตัดกับเดรสยาวแบบคอปาดสลับสีม่วง ฟ้า น้ำเงินพันอกและเอวคอดอย่างสวยงามช่วงกระโปรงเล่นระบายเป็นชั้นๆ พลิ้วไหว ปล่อยชายยาวลากพื้นเล็กน้อย ติ่งหูเกี่ยวด้วยต่างหูระย้าซึ่งเป็นเพชรและไข่มุกเม็ดจิ๋วส่องประกายวิบวับแวววาวลงมาเป็นสาย

ส่วนของผมสีน้ำตาลเข้มถักเป็นเปียเล็กๆ สองข้างแล้วเกล้ารวบไว้ทางด้านหลัง เปิดรูปหน้าเรียวและเครื่องหน้าอันสะสวยซึ่งแต่งแต้มเฉดสีชมพูอ่อนเพียงบางเบาให้เห็นแจ่มชัด ดูงามพริ้งราวกับนักแสดงสาวผู้เฉิดฉายอยู่ในงานพรมแดงอย่างไรอย่างนั้น


ก่อนหน้านี้

หลังจากเราสองคนตัดสินใจที่จะเดินทางต่อโดยไม่มีประตูวิเศษอย่าง ‘เทวานิรมิต’ คอยอำนวยความสะดวกเหมือนดังเคย นางฟ้าสาวก็หันมายิ้มให้ผมที่กำลังขวัญเสียว่า

ฉันขอโทษนะที่เราคงต้องยุ่งยากกันหน่อยแต่อะไรมันก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้นแหละ” เธอพูดพลางยักไหล่ก่อนจะยื่นแขนชี้นิ้วไปบริเวณพื้นห้องที่มืดสลัวพร้อมกับทำสุ่มทำเสียงตกใจ

อุ๊ยนั่นเงินตก

ห๊ะไหน?” ผมรีบหันไปมองในทันที

คุณตาฝาดไปรึเปล่าไม่เห็นจะมีเลย” ผมบอกอย่างนึกเสียดายเมื่อเห็นว่าพื้นบริเวณนั้นว่างเปล่าไม่มีแม้แต่เหรียญสตางค์สักแดงเดียว

มนุษย์หนอมนุษย์แม้ตายไปแล้วก็ยังคงไม่ลืมคำว่าเงินได้เลยสินะ” เธอปรารภเสียงเรียบก่อนจะหัวเราะคิก

โธ่คุณก็…” ผมตั้งท่าจะแย้งแต่พอหันขวับมาอีกทีก็พบว่าเจ้าหล่อนแต่งองค์ทรงเครื่องใหม่เสียเรียบร้อย “อะอ่าวนี่คุณเปลี่ยนชุดอีกแล้วเหรอ

ก็ใช่น่ะสิ” เธอตอบพลางกอดอกเลิกคิ้วแล้วยิ้มยียวน

สปอนเซอร์คุณเยอะจังแหะ” ผมเปรยด้วยความทึ่ง ไม่คิดว่านางฟ้าสาวจะเสกอะไรต่อมิอะไรได้ดั่งใจปรารถนาง่ายดายถึงเพียงนี้

นั่นมันก็เรื่องของฉันย่ะ” เธอตอบพร้อมกับหันไปอีกทางหนึ่ง “ก่อนจะไปฉันขอไหว้พระก่อนนะ

ว่าแล้วสาริกาก็ยอบกายลงกราบพระพุทธรูปที่เรียงรายอยู่บนหิ้งพระอย่างนอบน้อม เมื่อเห็นดังนั้นผมจึงก้มลงกราบตาม แวบหนึ่งที่ผมเห็นแสงระยิบระยับสะท้อนออกมาจากสร้อยเพชรเม็ดเล็กๆ ที่เรียงร้อยต่อกันรอบข้อมือขวาของเจ้าหล่อนแล้วก็นึกสงสัยว่าเธอหาเสื้อผ้าอาภรณ์และเครื่องเพชรน้ำงามเหล่านี้มาได้อย่างไรกัน

นี่คุณทำอะไรน่ะ” ผมซึ่งเงยตัวขึ้นมาแล้วเอ่ยถามอย่างข้องใจเมื่อเห็นอีกฝ่ายยังคงนั่งพับเพียบพนมมือ หลับตานิ่งเหมือนตั้งจิตอธิษฐานอะไรสักอย่าง

ฉันก็ขอให้พระพุทธองค์ท่านช่วยปกปักษ์รักษาคุ้มครองพวกเราน่ะสิ” อัปสรสาวขยับริมฝีปากซึ่งเคลือบสวยด้วยสีชมพูอ่อนวาวตอบก่อนจะเปิดเปลือกตาขึ้นมาช้าๆ

คุณเป็นถึงนางฟ้านางสวรรค์ยังต้อมานั่งขอพรพระท่านอีกเหรอ” ผมท้วงติงด้วยความกังขา “ถ้าคุณจะหาใครช่วยสักคนทำไมไม่เรียกให้เพื่อนคุณบนสวรรค์ลงมาพาพวกเราออกไปจากที่นี่ล่ะ

ฉันทำแบบนั้นไม่ได้หรอกนะ….แค่ที่ทำอยู่ตอนนี้มันก็เสี่ยงมากพออยู่แล้ว หากองค์เทพเบื้องบนรู้ว่าฉันไม่ได้ลงมาแค่ทำงานอย่างเดียวแต่มาช่วยนายด้วยละก็ฉันคง” เธอกล่าวก่อนจะเงียบไปนิดหนึ่งแล้วพูดต่อเสียงอ่อยเหมือนคนรู้สึกผิดว่า “ต้องถูกลงโทษแน่ๆ

นี่คุณ…” พอได้ยินดังนั้นผมก็พลันซาบซึ้งใจขึ้นมา “แล้วคุณมาช่วยผมทำไม

เราคงเคยทำกรรมร่วมกันมาตั้งแต่ชาติปางก่อนละมั้ง” เธอตอบ

คุณกับผมเนี่ยนะ!” ผมร้องเสียงดังพลางชี้นิ้วเข้าหาตัวเองด้วยไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน สาริกาออกอาการอึกอักเล็กน้อยแล้วจึงแก้เกี้ยวพร้อมกับลดมือลงสำรวมไว้บนตัก

ฉันก็พูดไปเรื่อยปื่อยเอย่างนั้นเองแหละน่า เรื่องนั้นน่ะฉันคงบอกนายในตอนนี้ไม่ได้หรอกนะมันเป็นความลับ

ความลับ” พอได้ยินเช่นนั้นผมก็รีบซักไซ้เธอต่อในทันที “ความลับยังไงเหรอบอกผมหน่อยสิคุณ

ร่างเพรียวทำเป็นหูทวนลมก่อนจะก้มกราบพระอีกครั้งหนึ่ง เมื่อเงยตัวขึ้นจึงหันขวั่บมาแล้วออกปากตำหนิผมเสียยกใหญ่

นายนี่แย่จริงๆ เลยนะฉันกำลังขอพรพระอยู่ก็มาชวนคุยจนฉันเสียสมาธิไปหมดแล้ว ผู้ชายอะไรไร้มารยาททำอย่างนี้มันไม่ถูกกาลเทสะรู้มั๊ย” เธอบ่นพร้อมกับยืนพรวดขึ้น ผมเลยรีบลุกตาม

 “ก็ผมอยากรู้นี่คุณ” ผมอ้างขณะมองอีกฝ่ายเดินกระฟัดกระเฟียดทะลุประตูไม้หายวับไปด้านนอก

อะไรของเค้าวะ” ผมจึงได้แต่รำพึงออกมาเบาๆ พร้อมกับเกาหัวแกรกๆ ด้วยความงุนงง นึกโทษตัวเองแต่ก็มิวายข้องใจว่าผู้หญิงนี่อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ เข้าใจยากแบบนี้เหมือนกันหมดทั้งโลกมนุษย์และบนสรวงสวรรค์เลยหรือไร


B
E
R
L
I
N
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

45 ความคิดเห็น