The Miracle Of Wisarut : ปาฏิหาริย์โลกวิญญาณ

ตอนที่ 34 : รัก&ยม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    20 เม.ย. 63

ข้ามาแล้วว ข้ามาแล้ววววเสียงเนิบนาบลากคำยาวดังกึกก้องแข่งกับเสียงท้องฟ้าคะนองภายนอก ก่อนที่เจ้าผีเด็กตัวดำมะเมื่อมจะค่อยๆ เอาฝ่ามือทั้งสองแปะลงบนแผ่นไม้ถีบเท้าส่งตัวลงมาหมอบราบอยู่บนพื้นได้ในที่สุดแล้วจึงหยัดกายยืนขึ้นทำให้เห็นได้ว่าแท้จริงแล้วรูปร่างของเด็กน้อยนั่นก็สูงชะลูดเอาการอยู่

ไอ้เจ้าปานี่มันชอบเล่นอะไรแผลงๆ แบบนี้เสมอแหละครับ ดูสิเป็นผีดีๆ ไม่ชอบนึกอุตริเลียนแบบเดรัจฉานชายในชุดพราหม์ค่อนว่าอย่างใส่อารมณ์คงหวังให้พวกเราคลายความกลัว แต่พอมองไปยังเงาดำสูงที่เดินโผเผมาแล้วก็ยังไม่น่าไว้วางใจอยู่ดีนั่นแหละ

ผอมอย่างกับลูกกรอกแน่ะสาริกาวิจารณ์หุ่นที่ผอมกะหร่องจนเห็นซี่โครงบานและไหปลาร้าชัด โหนกแก้มโปนแหลม ขาแขนยาวแต่ก็ลีบเล็กราวกับไม้ท่อนน้อยที่ดูเปราะบางเหลือเกิน

ลูกกรอก กับ กุมารทอง แล้วก็รักยมนี่มันต่างกันยังไง?” ผมเอ่ยปากถามขึ้นมาด้วยความสงสัย แม้จะพอได้ยินได้ฟังเรื่องพวกนี้มาบ้างแต่ก็ไม่เคยสัมผัสในระดับถึงลูกถึงคนเห็นจะจะตาแบบนี้มาก่อน

นางฟ้าสาวนึกนิดหนึ่งแล้วจึงขยับริมฝีปากเคลือบสีชมพูอ่อนวาวเพื่ออธิบาย

เท่าที่ฉันรู้มาลูกกรอกก็คือคนหรือสัตว์ที่คลอดออกมาแล้วมีขนาดเล็กผิดปกติ คือตายตั้งแต่อยู่ในท้องแม่แต่ทางด้านไสยวิชชาแล้วถือว่าศพเด็กพวกนี้เนี่ยยังคงมีวิญญาณสิงสถิตอยู่ร่างกายก็เลยไม่เน่าเปื่อย เป็นวิญญาณกทรัพย์ชั้นดีที่หายากมากๆ ทีเดียวเชียวล่ะ

พอเอามาแล้วพวกอาจารย์ หรือผู้มีวิชาอาคมทั้งหลายก็จะนำมาใส่พานบูชากราบไหว้กัน ถ้าคนที่เป็นพ่อแม่เลี้ยงดูดีๆ ลูกกรอกก็จะคอยอุปถัมภ์ค้ำชูในด้านต่างๆ โดยเฉพาะให้โชคลาภ ทรัพย์สิน เงินทอง 

อ้ออย่างนี้เองผมพยักหน้าหงึกหงัก

ส่วนกุมารทองและรักยมก็มีลักษณะคล้ายกันคือเป็นสิ่งที่จอมขมังเวทย์ซึ่งมีวิชาอาคมปลุกเสกขึ้นมา โดยกุมารทองเกิดจากพวกหมอผีซึ่งทำพิธีทางไสยศาสตร์ผ่าท้องศพผู้หญิงที่ตายทั้งกลมควักเอาเด็กทารกในครรภ์มาย่างไฟให้แห้งไม่ให้เน่าเปื่อย

จากนั้นจึงลงรักปิดทองก่อนที่จะเรียกวิญญาณเข้าสิงสู่แล้วเสกมนต์คาถาให้มีฤทธิ์เดชแก่กล้ากว่าผีอื่นๆ ทั้งปวงเพื่อนำมารับใช้ให้ทำงานต่างๆ ตามคำสั่ง

แล้วรักยมล่ะ?” ผมถามต่อด้วยความสนอกสนใจ

รักยมก็มีลักษณะเป็นผีเด็กเหมือนกับลูกกรอก หรือกุมารทองนั่นแหละเพียงแต่สร้างขึ้นโดยการนำไม้จากต้นรักที่ตายพราย (ตายตั้งแต่ยังไม่ออกผล) หรือ เหี่ยวเฉามาแกะเป็นกุมาร รักซึ่งมีสีดำส่วน ยมนั้นก็มักใช้ไม้มะยมป่านำมาแกะเป็นรูปกุมารอีกตนซึ่งมีสีขาว

ทำพิธีปลุกเสกเรียกวิญญาณเด็กเข้ามาสิงแล้วค่อยนำมาแช่ไว้ในขวดที่ใส่น้ำมันจันทน์หอมและคอยเลี้ยงดูให้อาหารให้ของเล่นเหมือนเลี้ยงเด็กคู่หนึ่งนั่นแหละ เจ้าของจะพกติดตัวหรือเก็บไว้ที่บ้านก็ได้ตามสะดวก เวลาใช้งานก็ว่าคาถาเรียกมาเจ้าตัวเล่าเป็นคุ้งเป็นแคว 

พวกนี้น่ะมีคุณทางด้านเมตตามหานิยม ใครมีไว้ครอบครองก็จะมีแต่คนรักใคร่ชื่นชม

ผมพยักหน้าหงึก แต่ก็นึกสงสัยอยู่ว่าถ้าครอบครัวนี้เลี้ยงรักยม แปลกๆ อย่างไอ้เด็กสองคนนี้เจ้าของบ้านไม่ปวดหัวตายหรือนี่ 

ยิ้มอะไรกันคุณผมเอ่ยปากถามอย่างข้องใจเมื่อมองไปทางหญิงสาว

ฉันก็คิดเหมือนที่นายคิดนั่นแหละเธอบอกก่อนที่ลูกบอลยางกลมๆ จะกลิ้งส่งเสียงกริ๊ง กริ๊งออกมาจากความมืดสลัวเฉียดขาผมกลับเข้าไปสู่ความมืดทางด้านหลัง จากนั้นร่างอวบอ้วนของผีเด็กตัวขาวราวกับทาแป้งก็ทะเล่อทะล่าไล่ตามมาตะครุบของเล่นชิ้นโปรด 

หมับ

จับได้แล้ว ฮิฮิเจ้าหัวจุกยองตัวลงหยิบลูกบอลขึ้นมาแล้วเดาะให้มันกระดอนขึ้นลงระหว่างฝ่ามือและพื้นไม้ไปมาด้วยความซุกซนตามประสาเด็กพลางหัวเราะคิกคักอย่างสนุกสนาน

ป็อก!” เสียงไม้เท้าที่ถูกเคาะลงบนศีรษะทำให้อุมชิฬาที่กำลังก้มหน้าเล่นลูกบอลอยู่ถึงกับสะดุ้งโหยง

โอ๊ย!...ตาตีหนูทำไมอ่ากุมารร่างขาวในชุดโจงกระเบนสีแดงตวัดหน้าหันมาถามด้วยความข้องใจพร้อมกับคลำหัวตนเองป้อยๆ

นี่ยังทำเป็นไขสืออีกรึเจ้าอุม เอ็งไม่เห็นหรือว่าใครมา หวัดดีพี่ๆ เค้าซะสิแล้วก็ขอโทษพี่นางฟ้าเสียด้วยเร็วผู้เฒ่าสั่งเสียงขรึม พอได้ยินดังนั้นผมกับสาริกาเลยวางมาดกอดอกพร้อมกับทอดมองไปยังร่างอวบอ้วนนั้นเขม็ง

ดูซิว่าเจ้าเด็กจอมแก่นนี่จะต่อปากต่อคำอะไรอีก

อุมชิฬาแหงนหน้าขึ้นมามองเราสองคนก่อนจะเลิกคิ้วทำหน้ายียวนกวนประสาท แล้วยกมือไหว้แบบขอไปทีซึ่งเร็วเสียจนมองแทบไม่ทัน

นี่มันไหว้หรือตบยุงวะนั่นผมนึกตำหนิ

หวัดดีป้าเด็กน้อยกล่าวสวัสดีเสียงห้วน

สวัสดีจ้ะนางฟ้าสาวรับไหว้ทันควันก่อนจะได้สติรีบทักท้วงยกใหญ่ เอ้ยไม่ใช่นะ บอกแล้วไงจ้ะว่าให้เรียกพี่น่ะ

เรียกเค้าพี่สิเจ้าอุมชายชรากำชับพร้อมเขม้นสายตามองด้วยสีหน้าขรึม ทำให้อีกฝ่ายจำต้องประณตมือไหว้ใหม่อีกครั้งหนึ่ง

สวัสดีขอรับพี่คนสวยยยในที่สุดอุมชิฬาก็ยินยอมน้อมศีรษะลงอย่างว่าง่าย กริยาสุภาพอ่อนน้อมถ่อมตนแบบนี้สิเห็นแล้วดูน่ารักน่าชังขึ้นเป็นกอง 

อร๊ายยย น้องคะอย่าพูดความจริงแบบนั้นสิคะพี่เขินสาริการับลูกเยินยอทันควัน เธอเกือบจะหลงในคำชมของเด็กหัวจุกนี่เข้าให้แล้วถ้าเจ้าตัวแสบไม่ด่วนถามคำถามแบบขวานผ่าซากขึ้นมาเสียก่อน

แล้วนี่ใครอ่ะผัวพี่เหรอ?”

อุ๊ยตายแล้ว ไม่ใช่จ้ะ ไม่ใช่คนถูกถามรีบปฏิเสธก่อนจะยิ้มจืดเจื่อน

เฮ้ยๆ พี่ไม่ใช่แฟนเค้านะน้องผมตอบเสียงแข็งพลางชำเลืองมองสาวสวยแอบรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจขึ้นมานิดๆ หากจะเปรียบสารรูปและสถานภาพระหว่างผมกับเธอในตอนนี้แล้วก็คงไม่ต่างไปจากสำนวนดอกฟ้ากับหมาวัดเลยแม้แต่น้อย ใช่แล้วผมมันก็แค่วิญญาณกระจอกงอกง่อยธรรมดามันไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้วล่ะ

แล้วพี่เป็นใคร หน้าตาท่าทางแบบนี้ เป็นขี้ครอกสิท่า

เป้ก!” ไม้เท้าเนื้อแข็งถูกเขกลงบนศีรษะของเด็กหัวจุกอย่างแรงก่อนที่ผีเด็กตัวขาววอกจะเริ่มร้องไห้กระซิกๆ  

ฮือ ฮือ ฮือ

ตาครับอย่าไปตีน้องเค้าเลยครับผมบอกด้วยความสงสารเมื่อเห็นหยดน้ำใสๆ เอ่อท้นกบสองตาเด็กร่างอ้วนที่ถึงแม้จะปากปีจอไปหน่อยแต่อย่างไรก็ยังไร้เดียงสานัก

เอ็งนี่มันทำอะไรไม่ไว้หน้าข้าบ้างเลยนะ ไปพูดจาหยาบคายกับผู้ใหญ่แบบนั้นได้ยังไงหึทีอย่างนี้ล่ะทำเป็นร้องห่มร้องไห้ หยุดเดี๋ยวนี้เลยเจ้าอุมอย่าให้ปู่มีน้ำโหนะพ่อเฒ่าเอ็ดหลานชายตัวดีเสียงเขียวแล้วจึงผินหน้ามาพูดกับพวกเราด้วยท่าทีนบนอบเช่นเคย

กระผมต้องขอโทษแทนเด็กคนนี้มันด้วยนะขอรับที่มันลามปามใส่พวกคุณคุณไปแบบนั้น เจ้าสองคนนี้นี่มันเป็นพวกเด็กมีปัญหาน่ะขอรับ ถูกพ่อแม่เลี้ยงทิ้งๆ ขว้างๆ ไม่ค่อยเอาใจใส่เท่าที่ควร ผมเองก็ไม่รู้จะอบรมบ่มนิสัยมันสองคนยังไงดีแล้วดื้อด้านกันทั้งพี่ทั้งน้องเลยจริงๆชายชรากล่าวแล้วมองซ้ายมองขวากวาดสายตาเหมือนมองหาอะไรบางอย่างก่อนจะบ่นออกมาด้วยความไม่ได้ดั่งใจ

 แล้วนี่เจ้าปาลีนังมันไปมุดหัวใต้ตู้กับข้าวอีกแล้วใช่มั๊ยละนี่ เจอเจ้าอุมทีไรชอบหายหัวไปทุกทีสิน่า

ผมแอบสะดุดหูกับชื่อเรียกแปลกๆ นั้นก่อนที่ความอยากรู้อยากเห็นจะฉุดดึงให้ตนเองก้มศีรษะตะแคงคอมองลอดเข้าไปใต้ตู้กับข้าวด้วยอารามกึ่งกล้ากึ่งกลัวและพลันได้สบกับดวงตาคู่โตที่กำลังมองมาอย่างหวั่นหวาด 

สีผิวดำสนิทที่กลมกลืนไปกับความมืดและร่างผอมบางที่คู้ตัวหมอบแอบอยู่ไม่ไกล นั้น แค่เห็นเงาดำตะคุ่มๆ ก็ทำให้ผมตกใจจนแทบผวาเรียกได้ว่าถ้ายังเป็นมนุษย์หัวใจคงร่วงไปที่ตาตุ่มไม่ก็ช็อกซีนีม่าไปแล้ว

            อึ๋ย!’ ผมรีบเงยตัวขึ้นมาโดยพลันทว่าภาพใบหน้าอันหลอนหลอกของผีเด็กก็ยังคงติดตาอยู่ไม่หาย จึงกระเทิบเท้าเข้าไปยืนข้างๆ คู่หูสาวในทันใดเพื่อความอุ่นใจ

พ่อแม่?” สาริกาซึ่งคุยอยู่กับคุณตาเปรยออกมาด้วยความสงสัย

ก็เจ้าของที่นำมันสองคนมาเลี้ยงดูยังไงล่ะขอรับ ผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงนั้น พ่อเฒ่ากล่าวพร้อมกับพยักพเยิดไปทาง นายช่างที่กำลังลงมือซ่อมวิทยุอย่างขะมักเขม้นก่อนจะผินหน้าบุ้ยปากมาทางมุ้งนอนซึ่งมีร่างของสตรีผิวสีน้ำผึ้งรูปร่างอวบอั๋นไว้ผมดกดำดูกระเซอะกระเซิงยาวประบ่าสวมเสื้อคอกระเช้าพื้นขาวลายพิมพ์จุดสีดำเล็กๆ นอนตะแคงข้างหันหลังให้พวกเราอยู่ข้างในนั้น กับผู้หญิงที่นอนอยู่ในมุ้งนี่

 ไอ้คนผัวไปพาเจ้าสองตนนี้มาจากวัดละแวกนี้แหละขอรับชายชราผู้เป็นผีบ้านผีเรือนยังคงขยับปากเล่าเรื่อยเจื้อย ตอนใหม่ๆ ก็ดูแลอย่างดีเรียกให้ข้าวให้น้ำหาขนมมาบูชาไม่ขาดปากคอยชวนคุยสารพัดสารพัน

แต่พอนานวันเข้าด้วยงานที่มีมากขึ้นหรือยังไงกระผมก็ไม่ทราบจึงทำให้สองผัวเมียนี่เปลี่ยนไปจากแต่ก่อน จนเดี๋ยวนี้ก็วางอาหารใส่พานให้พวกเด็กๆ แค่วันล่ะครั้งเท่านั้นเองขอรับ นานๆ ถึงจะเอ่ยปากทักทายเจ้าสองคนนี้สักครั้งหนึ่งพ่อเฒ่าเท้าความพร้อมกับก้าวเดินไปทางมุ้งนอนก่อนจะเบนหน้าไปทางขวามืออีกหน

 ที่เห็นกองสุมอยู่นั่นก็มีทั้งของที่ยังไม่ได้ซ่อม ไม่ก็ตัวเจ้าของยังไม่มีเวลามารับของกลับ บ้างก็ยังไม่มีเงินมาจ่ายก็เลยต้องทิ้งไว้ให้รกบ้านเขาอย่างนี้ว่าแล้วคนเล่าก็ส่ายศีรษะด้วยความอิดหนาระอาใจ

 เด็กมันก็เหงา น้อยอกน้อยใจจะหนีกลับวัดไปตั้งหลายครั้ง กระผมก็ได้แต่อธิบายให้พวกมันเข้าใจว่าพ่อแม่เค้าก็ต้องทำมาหาเลี้ยงปากเลี้ยงท้องตัวเองเหมือนกัน อีกอย่างหนึ่งก็เพราะผมเห็นว่าผัวเมียคู่นี้ต่างก็เป็นคนดีแม้ไอ้คนเป็นเมียนี่ออกจะปากร้าย แต่ก็มีน้ำใจไม่ต่างกับผัวที่คอยช่วยเหลือชาวบ้านแถวนี้อยู่บ่อยๆ

หลายๆ ครั้งที่ไปซ่อมนู่นซ่อมนี่ให้คนที่เดือดร้อน ก็ไม่ได้ไปคิดสะตุ้งสตางค์เค้าหรอกที่นี่ก็มีแต่คนจนๆ ทั้งนั้นแหละขอรับ หากไอ้เด็กสองตนนี้มันหนีเตลิดไปก็คงเกิดเรื่องใหญ่แน่ๆ

ยังไงเหรอครับ?” ผมซึ่งยืนฟังอยู่ถามแทรกขึ้นในทันทีด้วยความสนใจ

พวกผีกเฬวรากมันเยอะน่ะขอรับ กระผมคนเดียวเอาไม่ค่อยอยู่หรอกพวกมันชุมอย่างกับยุง คุณผู้ชายกับคุณนางฟ้าพึ่งมาก็คงไม่ทันสังเกต พวกมันซ่อนตัวอยู่นอกบ้านกันเต็มไปหมดดีแล้วที่มีเจ้าอุมกับเจ้าปาคอยเฝ้าอยู่ด้วยพวกมันเลยไม่กล้าแหยมเข้ามา

ฉันก็รู้สึกได้อยู่เหมือนกันค่ะเพียงแต่ไม่แน่ใจหญิงสาวเอ่ย พอเห็นสีหน้าจริงจังของอีกฝ่ายแล้วก็พาลให้เกิดอาการขวัญหนีดีฝ่อขึ้นมาทันใด

ถะถะแถวนี้มีผะผะผีดะดะด้วยอย่างนั้นเหรอ?” ผมถามเสียงตะกุกตะกัก พลางมองฝ่าความมืดไปรอบตัว ได้ยินแต่เสียงลมพัดหวีดหวิว และฟ้าคำรามครืน ครืน ช่างเป็นบรรยากาศที่ไม่น่าอภิรมย์เอาเสียเลยให้ตายเถอะ

นี่นายย้ง นายยังปรับตัวไม่ได้อีกรึไงพวกนั้นก็เป็นวิญญาณเร่ร่อนพเนจรเหมือนนายนั่นแหละจะไปกลัวทำไมกันเล่านางฟ้าสาวยกแขนเท้าสะเอวกล่าวเหมือนกับว่ามันเป็นเรื่องที่สุดแสนจะปรกติธรรมดาอย่างนั้นแหละ

 แค่เจอไอ้ผีเวรตะไลพวกนั้นกับท่านท้าวมะยมนั่นก็แทบแย่แล้ว อย่าให้ผมต้องเจออะไรที่มันสยดสยองมากกว่านี้เลยคุณผมตอบอย่างใส่อารมณ์แล้วจึงเลื่อนสายตาไปมองเด็กน้อยที่กำลังร้องไห้ฟูมฟาย

ฮือ ฮือ ฮือดวงหน้าที่เปื้อนไปด้วยน้ำตาของอุมชิฬาทำให้ท่าทีแข็งกร้าวของพ่อเฒ่าอ่อนลง ไม่ทันไรแกก็ล้วงหยิบข้าวโพดต้มจากกระเป๋ากางเกงออกมาฝักหนึ่งแล้วยกขึ้นสูดดมกลิ่นอันหอมหวนเข้าไปลึกแรงเสียจนริมฝีปากยกหนวดยาวเฟิ้มกระดก

อ่าหอมฉุยเลยยชายชรารำพึงดวงตาเปล่งประกาย แถวเมล็ดสีเหลืองอ่อนทีเรียงกันสวยเต็มฝักแม้จะเล็กไปสักนิดแต่ก็ดูน่าทานใช่ย่อย

แหม่ช่างเป็นเจ้าบ้านที่แสนดีจริงๆ หาอาหารว่างมาให้พวกเรารองท้องเสียด้วยผมนึกกระหยิ่มในใจ ก่อนจะยื่นมือออกไปหมายจะรับแต่แล้วก็ต้องชะงักดึงแขนกลับแทบไม่ทันเมื่อเห็นคุณตายื่นมันให้แก่เด็กน้อยแทนเสียนี่

เอานี่ ไปแบ่งกันกับเจ้าปานะ กินดีๆชายชราบอกด้วยน้ำเสียงห่วงใยก่อนจะกำชับกับเจ้าหนูตัวแสบอีกครั้งหนึ่งว่า 

อย่าเอาไปกินคนเดียวล่ะ

ฮึก ฮึกกุมารน้อยสะอึกซะอื้น ดวงตารีเรียวแฉะไปด้วยน้ำตาที่ไหลหยดเผาะ เผาะ แต่กลับเผยรอยยิ้มกว้างเมื่อได้ตระกองข้าวโพดฝักงามไว้ในสองมือแล้วจึงก้มหน้าก้มตาแทะทานอาหารที่ได้รับมาอย่างเอร็ดอร่อย

หลังจากนั้นชายชราจึงเป็นฝ่ายเอ่ยถามพวกเราบ้าง

ว่าแต่คุณผู้ชายท่านนี้คือ…?”

“……”

ผมมองหน้าสาริกาด้วยอาการอับจนถ้อยคำไม่รู้จะอธิบายเรื่องราวทั้งหมดที่ผ่านมาให้คุณตาแกฟังอย่างไรดี ส่วนเธอเองก็มองตอบผมด้วยสีหน้าเสมือนกำลังชั่งใจอยู่ในที เราสองคนได้แต่นิ่งเงียบฟังเสียงฝนขาดเม็ดร่วงหล่นดังเปาะแปะๆ เคล้าคลอมาเบาๆ อยู่ครู่หนึ่งจนในที่สุดหญิงสาวจึงตัดสินใจสารภาพมันออกมา

ฉันพาเขาหนีมาน่ะค่ะตา พวกเราหนีท่านท้าวมหายมมา

เพียงได้ยินดังนั้นสีหน้าของชายชราก็แปรเปลี่ยนไปในบัดดล ดวงตาของแกเบิกโต อ้าปากค้างราวกับเห็นผี พร้อมกับร้องอุทานสียงดังเสียดรูหูพาให้เราสองคนหน้าเบ้ไปตามๆ กัน

ห๊าาาา!”

ท่าทางตื่นตระหนกตกใจของคุณตาทำให้ผมอดที่จะฉงนสนเท่ห์ขึ้นมาไม่ได้ แต่ที่สัมผัสได้มากกว่านั้นคือดวงตาที่ฉายแววประหวั่นพรั่นพรึงโดยไม่มีปิดบังนั่นต่างหาก

ทำไมแกถึงต้องตื่นตกใจเสียขนาดนี้ด้วยนะผมนึกแล้วก็เสมองไปทางสาวสวยที่กำลังยืนคลี่ยิ้มแห้งๆ ทำหน้าเจื่อนอยู่ข้างๆ ด้วยความสงสัยที่มีต่อเธอไม่แพ้กัน


 

           

 

B
E
R
L
I
N
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

45 ความคิดเห็น