The Miracle Of Wisarut : ปาฏิหาริย์โลกวิญญาณ

ตอนที่ 28 : พรหมลิขิต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 43
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    5 เม.ย. 63

หลังจากเอนหลังพิงเบาะได้ไม่นานนักพวกเราก็ถ่อสังขารมาถึงหน้าห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดอย่างทุลักทุเลแล้วจึงได้ทราบว่าชายเคราะห์ร้ายรายนี้ชื่อว่าพี่ เทิดศักดิ์  อ่อนสาเมื่อผมช่วยค้นเอาบัตรประจำตัวประชาชนของแกจากกระเป๋าสตางค์เก่าๆ สีดำแลดูกระดำกระด่างขึ้นมาให้นางพยาบาลหน้าตาหวานหยดกรอกข้อมูลยิก ยิกลงในใบบันทึกเวชระเบียน

ส่วนตัวเจ้าของก็เอาแต่ร้องครวญครางพลิกซ้ายพลิกขวาอยู่บนเตียงรถเข็นสำหรับผู้ป่วยมาตลอดทางจนผู้คนพากันตกอกตกใจชะเง้อชะแง้แลมองกันยกใหญ่ และยิ่งแตกตื่นเมื่อเห็นคอเสื้อแจ็คเก็ตไล่ไปถึงช่วงบ่าของแกนั้นชุ่มโชกไปด้วยเลือดเต็มไปหมด

ผู้ป่วยประสบอุบัติเหตุมาเหรอคะ?” นางฟ้า เอ้ยนางพยาบาลรูปร่างสะโอดสะองผิวขาวผ่องเป็นยองใยเอ่ยถามระหว่างจรดปลายปากกาลงบนเอกสารเหนือแผ่นรองสีเขียวอ่อน ท่าทางอันแช่มช้อยและน้ำเสียงอ่อนหวานของเธอสร้างความประทับจิตประทับใจแก่ผมตั้งแต่แรกเริ่ม

ผมซึ่งมัวแต่ตะลึงงันกับรูปโฉมโนมพรรณของอีกฝ่ายอยู่จึงเผลอตอบออกไปอย่างลืมตัวว่า

พอดีแกกินยำตีนมาน่ะครับ

เจ้าของคำถามซึ่งกำลังนั่งอยู่ข้างๆ ผมหน้าห้องฉุกเฉินรีบย้อนถามทันควัน

หือ...อะไรนะคะ?”

เอ่อไม่ใช่ครับผมตอบพลางโบกมือโบกไม้เป็นเชิงปฏิเสธ หัวใจเต้นแรงเร็วอย่างประหลาดราวกับว่าหญิงสาวริมฝีปากบาง คิ้วโก่ง ผมดำขลับในชุดพยาบาลสีขาวสะอาดที่อยู่ตรงหน้านั้นมีแรงดึงดูดอันมหาศาลที่ทำให้ผมถึงกับหวั่นไหวไปถึงทรวงใน ฮอร์โมนของความเป็นชายพลุ่งพล่านไปหมด

 คือผู้ชายคนนี้เขาถูกพวกขี้ยามันซ้อมมาน่ะครับ ชาญยศซึ่งเพิ่งนั่งปุลงบนเก้าอี้ที่อยู่ถัดจากผมช่วยตอบ

แล้วนี่ไปแจ้งความรึยังคะ?” เธอซักต่อ

แจ้งความจำนงเหรอครับตรงไหนครับพอสบนัยน์ตาโตหวานซึ้งของเจ้าหล่อนแล้วพาลให้เผลอพูดพล่อยๆ ออกไปเสียแล้วสิโธ่

แจ้งความน่ะค่ะที่สถานีตำรวจอีกฝ่ายกล่าวซ้ำด้วยสีหน้าแปลกใจ

อ่อ โทษทีครับ ยังครับยังผมบอกพลางเกาหัวแกรกๆ ไม่รู้ว่าเธอจะนึกว่าผมเป็นพวกสติไม่เต็มเต็งรึเปล่านะ

แล้วคุณเป็นญาติของผู้บาดเจ็บใช่มั๊ยคะ

เปล่าครับ เปล่าพอดีผมกับเพื่อนๆ ไปเห็นแกถูกทำร้ายเลยเข้าไประงับเหตุน่ะครับแต่ไล่จับไอ้พวกกุ๊ยนั่นไม่ทันก็เลย…”

อ๋อค่ะหญิงสาวพยักหน้าก่อนจะก้มหน้ากรอกข้อมูลไปตามหน้าที่แล้วจึงปรารภขึ้นมาเบาๆ

โชคดีจังเลยนะคะ

เอ๋…” ผมซึ่งกำลังมองอากัปกิริยาอันงามสง่านั้นเพลินๆ ก็พลันอุทานออกมาด้วยความฉงนสนเท่ห์

โชคดีที่แกได้เจอคุณกับเพื่อนๆ ช่วยไว้ยังไงล่ะคะเธอกล่าวเสียงเรียบเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มให้ แค่นั้นก็ทำให้หัวใจผมแทบหยุดเต้นร่างอ่อนระทดระทวยเหมือนขี้ผึ้งลนไฟโลกพลันสว่างไสวขึ้นมาทันตา

หลังจากนั้นนางพยาบาลสาวคนสวยจึงค่อยๆ ป้อนคำถามให้ผมกับเพื่อนช่วยกันตอบอีกสองสามเรื่อง รวมถึง ชื่อเสียงเรียงนามของพวกเราก่อนที่อีกฝ่ายจะกดปุ่มเก็บปากกาหมึกแห้งเตรียมลุกขึ้นพาเอาผมใจหายวาบ

แล้วพี่เค้าจะเป็นอะไรมากมั๊ยครับผมโพล่งถามออกไปอาจไม่ใช่เพราะความห่วงใยเสียทีเดียวแต่เป็นเพราะอยากจะเหนี่ยวรั้งเธอไว้ให้นานกว่านี้มากกว่า

นางพยาบาลสาวเหลียวไปมองประตูกระจกฝ้าบานหนาซึ่งมีเสียงพี่เทิดศักดิ์ดังโหวกเหวกออกมาจากห้องที่ลึกยาวเข้าไปแล้วจึงกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มละไมว่า

แกคงไม่เป็นอะไรมากหรอกมั้งค่ะ

เอ่อครับผมตอบรับ ภายในหัวตื้อตันอับจนถ้อยคำที่จะสรรมากล่าวประวิงเวลาไว้อีก

มันคงเป็นความจริงที่ว่าปฏิกิริยาที่คนเรามักจะแสดงเมื่อได้สนทนากับใครสักคนที่ถูกตาต้องใจหากไม่ชวนอีกฝ่ายคุยจนน้ำไหลไฟดับก็มักเกิดอาการประหม่า ไม่กล้าแม้เพียงสบตา พูดจาอ้ำๆ อึ้งๆ  ราวกับหาทางไปต่อไม่ถูก

และผมคงจะเป็นเหมือนอย่างหลัง

ฟังจากเหตุการณ์ที่คุณสองคนเล่าแล้วแกคงจะมีแค่อาการฟกช้ำกับมีแผลแตกตรงหัวคิ้วที่ต้องเย็บละมั้งคะ แต่ยังไงทางเราจะเช็กดูให้อีกทีนะคะ คุณสองคนนั่งรอผู้ป่วยกันตรงนี้ก่อนนะเดี๋ยวคุณหมอทำแผลให้เสร็จแล้วถ้าไม่มีอาการอะไรร้ายแรงก็คงให้ผู้ป่วยกลับบ้านได้ค่ะอีกฝ่ายกล่าวเสริมแล้วจึงลุกยืนขึ้น

ผมซึ่งเปรียบเสมือนหมาวัดผู้ต้อยต่ำไม่เคยคาดคิดเลยว่าจะมีสิทธ์เด็ดดอกฟ้ามาเคียงตน ถ้าเพียงแต่ในนาทีนั้นผมปล่อยให้เธอเดินจากไปทุกสิ่งทุกอย่างคงไม่กลับกลายมาเป็นเช่นนี้ ผมคงไม่ได้รู้จักเธอ และไม่ต้องมาบาดเจ็บเจียนตายในภายหลัง

ถ้าเพียงแต่

ดะดะเดี๋ยวครับ คุณพยาบาลชื่ออะไรเหรอครับ…” ผมตัดสินใจร้องถามอีกฝ่ายที่อายุอานามดูจะมากกว่าผมไปไม่กี่ปีด้วยใจเต้นระรัว ไม่รู้ว่าในตอนนั้นตนเองขุดเอาความกล้าบ้าบิ่นมาจากไหนกัน แต่พอรู้ตัวอีกทีผมก็พลั้งปากโพล่งออกไปแล้ว

หญิงสาวที่กำลังก้าวท้าวจากไปหยุดกึกในทันใด ในใจผมปรารถนาเพียงอย่างน้อยได้เห็นใบหน้าสวยหวานนั่นอีกสักครั้งก่อนที่เธอจะลับหาย

ค๊ะ…?” เธอเหลียวมามองผมด้วยสีหน้าประหลาดใจ

ผมรีบเลื่อนสายตาลงมองป้ายชื่อเล็กๆ สีดำบนอกด้านขวาอย่างจับสังเกตแลเห็นตัวอักษรสีทองสลักไว้ว่า

พิมพ์ภาพร  เกศรานุรักษ์

 ผมจดจำชื่อนั้นฝังไว้ในสมองอย่างรวดเร็วแอบนึกชื่นชมในความไพเราะของนามหญิงสาวที่ผู้เป็นบิดามารดาบรรจงตั้งให้

อ่อๆ ไม่มีอะไรครับผมกล่าวพลางหลุดท่าทางเก้อเขินออกไปเป็นพรวน ทั้งเกาศีรษะ ก้มหน้าหลุบสายตาหันรีหันขวางแล้วจึงเงยหน้ายิ้มแหยๆ  ผิดกับอีกฝ่ายที่ส่งรอยยิ้มหวานหยดย้อยมาให้ช่างเป็นรอยยิ้มพิมพ์ใจที่งดงามยิ่งนัก 

และไม่รู้ว่าเป็นเพราะความบังเอิญหรือโชคชะตาก็ไม่ทราบ เพื่อนพยาบาลร่างกะทัดรัดผิวคล้ำก็ได้เข้ามาเผยชื่อเล่นของคุณนางพยาบาลคนสวยให้ผมได้ยิน

อ้าวนุ่น มัวทำอะไรอยู่รีบเข้าไปดูเคสช่วยคุณหมอสิ

ค่ะพี่เธอผินหน้าไปตอบก่อนทั้งสองจะพากันก้าวเท้าฉับฉับแล้วผลักบานประตูห้องฉุกเฉินเข้าไปอย่างรีบร้อน

นุ่น…” ผมทวนคำนั้นเบาๆ  ประหนึ่งว่าได้ตอบรับคำทักทายของความรักที่พัดผ่านมา ไม่น่าเชื่อว่าแค่ได้พบพักตร์เพียงครั้งแรกหญิงสาวซึ่งมีกิริยาแช่มช้อยผู้นั้นจะทำให้ผมหวั่นไหวและเสียกระบวนได้ถึงเพียงนี้

บางทีรอยยิ้มที่ส่งมาอาจเป็นแค่วิถีอย่างหนึ่งในหน้าที่การงานของเธอเท่านั้นกระมังผมตั้งคำถามเพราะไม่อยากทึกทักไปเองได้แต่คะนึงถึงใบหน้าหวานริมฝีปากบางสีชมพูระเรื่อและดวงตาโตเสมือนตากวางคู่งามนั้นที่เชิญชวนให้ผมเข้าหาปรารถนาทำความรู้จักเจ้าตัวให้มากกว่านี้

เพ้อใหญ่แล้วนะนาย ถ้าชอบก็จีบเลยสิครับชาญยศพูดกรอกอยู่ข้างๆ ผมที่ยังคงเหม่อมองเข้าไปในห้องที่มีกระจกกั้นราวกับจะล่องลอยตามเธอเข้าไปด้วยกระนั้นแหละ

เค้าคงมีแฟนอยู่แล้วมั้งผมคาดคะเนแล้วตอบออกไปเรื่อยเปื่อยโดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่า ณ ขณะนั้นพรหมลิขิตได้ขีดเส้นทางความรักของชายหญิงคู่หนึ่งเอาไว้ให้แล้ว


 

B
E
R
L
I
N
>
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

45 ความคิดเห็น