The Miracle Of Wisarut : ปาฏิหาริย์โลกวิญญาณ

ตอนที่ 25 : ผู้เคราะห์ร้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    27 มี.ค. 63

ใช่แล้วเหตุการณ์ในวันนั้นสมัยที่ผมยังเรียนอยู่มหาลัยปีสอง 

‘…………’

เคยเจอเขามาก่อนจริงด้วยสินะ

จำได้ว่ามันเป็นช่วงระหว่างที่ผมกับกลุ่มเพื่อนกำลังเดินเตร็ดเตร่อยู่ในซอยปะริธนท์ซึ่งขึ้นชื่อลือชาว่าเป็นถนนบันเทิงยามราตรีที่ฮอตฮิตที่สุดของบรรดานักศึกษามหาวิทยาลัยของเรา เสมือนดังจุดนัดพบของเหล่าเพื่อนพ้องน้องพี่ในรั้ว คำแสดซึ่งแทบทุกคนต้องเคยมาสัมผัส หรือสร้างสัมพันธ์ไมตรีกันที่นี่ บ้างก็ร่ำสุรากันหัวราน้ำมาแต่ไหนแต่ไร

เนื่องจากทำเลที่ตั้งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากหอพักมากนักประกอบกับมีสินค้าให้เลือกชมเลือกซื้อหลากหลาย มองไปทางใดก็เห็นร้านรวงต่างๆ เรียงกันแน่นขนัดเต็มสองฟากฝั่งถนนสี่เลนซึ่งมีรถยนต์จำนวนมากจอดเรียงกันเป็นแถวตลอดแนวยาวของริมฟุตบาท

แต่ละคนต่างก็เดินทางมาพักผ่อนหย่อนอารมณ์ ณ สถานบันเทิงที่หาง่ายใกล้ตัวแห่งนี้เพื่อแลกซื้อความรื่นรมย์โสมนัสเพียงชั่วครั้งชั่วคราวกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่งแม้ว่าจะเป็นเวลาเกือบสี่ทุ่มแล้วก็ตาม

หลอดไฟหลากสีและป้ายไฟกะพริบที่ถูกติดตั้งตามคีออสหรือร้านค้าต่างๆ อย่างบรรจงดึงดูดสายตาให้เหล่าคนเดินทางเท้าแลมอง เช่นเดียวกับสปอรต์ไลท์ และโคมไฟกระดาษซึ่งทำหน้าที่เปล่งแสงสีสันอันเย้ายวนได้อย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง

จะมองไปทางใดก็เห็นแต่คนคุ้นหูคุ้นตาเดินกันขวักไขว่ หลายคนกำลังต่อคิวซื้อของปิ้งย่างจำพวกบาร์บีคิว (เนื้อ หมู ไก่) ส่งกลิ่นยวนยั่วลอยมาชวนน้ำลายสอ แม่ค้าขายน้ำผลไม้ปั่นหุ่นท้วมผิวดำแดงซึ่งตั้งร้านอยู่ข้างทางก็รับออเดอร์กันไม่หวาดไหว

เช่นเดียวกับแขกผิวคล้ำร่างผอมแกร็นใส่ชุดเชิ้ตขาวตัวโคร่งคล้องคอด้วยผ้ากันเปื้อนสีม่วงสดใสเจ้าของรถเข็นขายโรตีที่เปิดไฟนีออนสว่างโล่จอดอยู่ใกล้ๆ ก็ดูจะขายดิบขายดีไม่แพ้กันเลยแม้แต่น้อย

ลูกค้าวัยรุ่นเกือบทั้งหมดแต่งกายด้วยชุดแฟชั่นสำหรับเที่ยวกลางคืนกันเสียเต็มยศน้อยนักที่จะมีใครหลงใส่ชุดนักศึกษาโผล่มาให้เห็น อาจด้วยทางมหาวิทยาลัยมีกฎระเบียบอันเคร่งครัดไม่ให้นักศึกษาสวมใส่เครื่องแบบของสถาบันเข้าไปใช้บริการในร้านเหล้า หรือร้านอาหารกึ่งผับเหล่านี้

กอปรกับพวกเหยี่ยวราตรีทั้งหลายแหล่มักชอบมาฟังดนตรีสดกัน ซึ่งกว่าจะเริ่มตั้งวงแสดงก็ตอนดึกดื่นค่อนคืนไปแล้วจึงมีเวลาเหลือเฟือที่แต่ละคนจะกลับไปอาบน้ำอาบท่า จัดแต่งเสื้อผ้าหน้าผมและประพรมน้ำหอมเสียจนตัวหอมฟุ้ง

สาวๆ หน้าตาจิ้มลิ้มพริ้มเพรานุ่งกระโปรงสั้นรัดรูปเดินกรีดกรายโชว์ขาอ่อนสวนกันไปมา บางคนก็น่ากลัวยิ่งกว่าผีขนุนแต่ก็กล้าสวมชุดอะร้าอร่ามเผยส่วนเว้าส่วนโค้งกันแบบสู้ไม่ถอย

สำหรับผู้ชายคนไหนถ้าหน้าตาผิวพรรณดี มีรถเก๋งขับแต่งกายแบบเปิ๊ดสะก๊าด (หรูหรา) หน่อยก็จะถูกสาวๆ เหล่มองตาเป็นมัน ต่างจากพวกผมทั้งสี่ที่ไม่ค่อยมีใครแลเหลียวสักเท่าไหร่

หากจะมองมาก็คงด้วยสายตาฉายแววประหลาดใจแกมตำหนิเสียมากกว่าเพราะไอ้โต้ง กับ แฉ่งชอบจับคู่คุยกันโขมงโฉงเฉงบ้างก็เย้าแหย่ชาวบ้านชาวช่องด้วยความคะนองปากอยู่เป็นนิจ ผมกับ ชาญยศก็ได้แต่เตือนพวกมันเป็นครั้งคราวไม่ให้เล่นเลยเถิดไปก็เท่านั้น

เท่าที่สังเกตดูโดยมากวัยรุ่นเหล่านี้จะมาดื่มกินกันเป็นก๊วนแล้วมาพบปะสังสรรค์กันตามประสาเพื่อนคอเดียวกันที่ร้านอาหารกึ่งผับขนาดย่อมสามร้านซึ่งมีทั้งแบบเป็นห้องกระจกและเปิดโล่ง

ภาพของบรรดาวัยรุ่นที่นั่งหัวร่อต่อกระซิกกันสนุกสนาน บางคนก็กระดกแก้วใสทรงสูงจิบเบียร์ไปพลางทานกับแกล้มไปพลางพร้อมกับเอนกายฟังเสียงดนตรีสไตล์อคูสติคที่เล่นกันสดๆ  จากนักร้องชาย-หญิงที่ล้วนถูกคัดสรรมาสร้างความบันเทิงเริงรมย์กันอย่างเพลิดเพลินดื่มด่ำความสุขเสียจนแทบสำลักไปยันตีสอง

บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยแสงสีพร่างพราย เสียงเพลงอึกทึกที่คอยปลุกเร้าอารมณ์ให้ครึกครื้น และผู้คนเนืองแน่นจนล้นร้านออกมายืนออบนทางเท้ากลายเป็นภาพชินตาของพวกเราสี่คนไปเสียแล้ว เป็นเช่นนี้อยู่ทุกเมื่อเชื่อวันราวกับว่าถนนสายเล็กๆ แห่งนี้ไม่เคยหลับใหล และยังคงรอคอยให้นักเที่ยววัยกำดัดทั้งหลายมาลิ้มลองรสชาติชีวิตยามราตรีนี้อยู่เสมอ

 

เพียงแต่ในคืนนั้น

ผัวะ ผัวะโอ๊ย!”

นี่แน่ะมึงเก่งนักใช่มั๊ย น้ำเสียงอวดดีระคนแข็งกร้าวของชายคนหนึ่งที่ดังแว่วเข้ามาในโสตประสาททำให้ผมซึ่งกำลังเดินทอดน่องชมแสงสียามราตรีอยู่เพลินๆ เกิดอาการชะงักงันขึ้นมาทันใดพลอยให้เพื่อนอีกสองคนที่ตามมาโดยไม่ทันระวังชนแผ่นหลังผมเสียเต็มแรงจนตนเองซวนเซ 

ไอ้ย้งมึงเบรกทำเชรี้ยไรวะ ล่อซะกูเกือบหัวทิ่มบ่อ” ‘โต้งชายหนุ่มร่างสูงเพรียวใบหน้าเสี้ยมคางแหลมไว้ผมยาวปรกต้นคอราวกับพวกศิลปินซึ่งมีอุปนิสัยพูดจาโผงผางเป็นทุนเดิมต่อว่าเสียงขุ่น

แผงคิ้วเข้มหนาที่พาดเป็นแนวตรงลักษณะเฉียงขึ้นเล็กน้อยเหนือดวงตาโตเรียวเลิกสูงด้วยความฉงนฉงาย ช่างตัดกันดีเหลือเกินกับผิวขาวราวไข่ปอก และริมฝีปากเหยียดบางสีชมพูซีดใต้เรียวหนวดเข้มแต่แลดูสะอ้านและจมูกเล็กปีกแคบนั้น ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมมันถึงมีผู้หญิงชม้ายตามองกว่าใครเพื่อน

ย้งมีอะไรเหรอ?” ‘ชาญยศเด็กหนุ่มรูปร่างผอมแห้งหน้าตาเจี๋ยมเจี้ยมผิวเหลืองตัดทรงผมม้ากะลาครอบ (bolw cut) สวมแว่นตาทรงกลมเลนส์หนาเตอะตามวิสัยของหนอนหนังสือซึ่งเดินอยู่ข้างๆ เอ่ยถามเสียงเรียบด้วยความสงสัยเช่นกัน

เฮ้ยๆ โทษๆ  แต่พวกมึงได้ยินอะไรกันมั๊ยวะ?” ผมซึ่งใส่เสื้อเชิ้ตแขนสั้นลายสก็อตตาเล็กตีตารางถี่สีออกดำ-น้ำเงินสวมกางเกงยีนผ้ายืดขาเดฟสีดำคู่กับรองเท้าผ้าใบสีขาวหม่นดูเยินๆ กล่าวเป็นเชิงให้คนอื่นๆ ลองเงี่ยหูฟังดู

น่าแปลกนักที่ท่วงทำนองเพลง ความจริงในใจของวงเครสเซ็นโด ในสไตล์อคูสติกซึ่งดังก้องมาจากร้านเหล้าข้างๆ  ในยามนี้กลับมีเสียงครวญครางของใครบางคนลอยแทรกสอดเข้ามาให้พวกเราได้ยิน ทำเอาผมและเพื่อนๆ หูตาสว่างขึ้นมาทันทีก่อนจะมองหน้ากันเลิกลัก 

โอ๊ย พอแล้ว พอหยุด หยุด 

เป็นไงล่ะมึงทำเป็นเก่งดีนัก ไอ้เชรี้ยเป๋

เสียงเหมือนคนทะเลาะกันว่ะ” ‘แฉ่ง เพื่อนอีกคนในกลุ่มซึ่งมีผิวคล้ำตัวโตสูงใหญ่ไว้ผมรองทรงไถข้างหวีผมเสียเรียบเปล้อีกทั้งยังเจาะหูใส่จิวไว้หนวดเครารกครึ้มแบบสาดลูกคางสวมเสื้อยืดสีดำไสตล์เมทัลสกรีนภาพจำพวกหัวกะโหลก โครงกระดูก หลุมศพ ดูน่ากลัวราวกับพวกขาร็อกจอมโหดแต่แท้ที่จริงแล้วกลับเป็นคนอารมณ์ดียิ้มง่ายที่สุดในกลุ่มปรารภขึ้นเบาๆ

พวกแกก็ได้ยินใช่ป่ะ?” ผมถามย้ำอีกหน พอเห็นคนอื่นๆ พากันพยักพเยิดหน้าเท่านั้นแหละหัวใจก็พลันเต้นไม่เป็นส่ำ

กูว่าในนี้วะผมพูดแล้วจึงรีบหันตัวก้าวเท้าฉับฉับย้อนไปยังปากตรอกเล็กๆ ที่เพิ่งเดินผ่านมาเพื่อหาต้นตอของเสียงในทันใด

กำลังมีคนถูกทำร้าย

แม้จะไม่รู้ด้วยว่าเป็นเพราะเหตุใด หรือใครก็ตามทว่ามโนสำนึกภายในกลับร้องบอกตนเองเช่นนั้น

เฮ้ยๆ รอกูด้วยไอ้โต้งที่อยู่ในชุดเสื้อยืดคอวีสีเขียวแก่สวมทับด้วยแจ็คเก็ตยีนแขนยาวสภาพเก่าช่วงเอวคาดเข็มขัดหนังแท้ฟอกฝาดไร้ลายสีน้ำตาลอ่อนอมเหลืองส่วนหัวทำจากเงินวาววับสวมกางเกงยีนสีมิดไนท์บลู (น้ำเงินเข้มจนเกือบดำคล้ายสีกรมท่า) ขากระบอกและรองเท้าหนังหุ้มข้อสีน้ำตาลอ่อนผิวถลอกตะโกนไล่หลังมา ผมซึ่งรุดมาถึงก่อนก็มีอันต้องตื่นตกใจกับภาพความรุนแรงที่ประจักษ์ขึ้นแก่สายตา


B
E
R
L
I
N
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

45 ความคิดเห็น