The Miracle Of Wisarut : ปาฏิหาริย์โลกวิญญาณ

ตอนที่ 23 : กล่องไม้ (กับความคาดหวัง)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    21 มี.ค. 63

แก๊ก  แก๊ก   แก๊กจู่ๆ เสียงอะไรบางอย่างก็ดังขึ้นขณะที่นางฟ้าแสนสวยกำลังทำหน้ายุ่งและผมกำลังหน้ามุ่ยด้วยความขัดใจ

หญิงสาวลดแผ่นพลาสติกในมือลงแล้วจึงก้าวเดินไปยังทิศทางของเสียง ผมตามเธอไปแล้วก็ต้องตกใจสะดุ้งโหยง 

เหวอ ผีหรือคนเนี่ย…!?”

อยากรู้ก็ลองจับดูสิถ้าเป็นวิญญาณเหมือนกันนายจะสามารถสัมผัสเขาได้อีกฝ่ายท้าทายสีหน้ายียวนแต่ใครมันจะกล้าหาญชาญชัยขนาดนั้นเล่าคนรู้จักรึก็ไม่ใช่

ผมมองทอดไปยังร่างของคุณลุงคนหนึ่งซึ่งกำลังก้มหน้านั่งยองๆ อยู่อีกด้านหนึ่งของเตียงนอนด้วยความงุนงง สังเกตจากชุดผู้ป่วยสีฟ้าอ่อนที่เขาสวมใส่อยู่แล้วคงไม่ต้องบอกว่าแกเป็นคนไข้เจ้าของห้องนี้อย่างไม่ต้องสงสัย

แม้จะเห็นเค้าโครงเครื่องหน้าไม่ถนัดนัก แต่เรือนผมสั้นกุดสีขาวโพลนและรอยยับย่นบนหน้าผากกับคิ้วหนาสีดอกเลาและดวงตาโตลึกที่จดจ้องอยู่แต่ตัวต่อไม้รูปตัวแซดในมือนั่นแล้วก็พอจะคาดเดาอายุได้ว่าไม่น่าจะน้อยกว่าห้าสิบปีเป็นแน่ 

กึก…” ชายชราจะบรรจงเสียบมันเข้ากับกองไม้ซึ่งแต่ละชิ้นก็มีลักษณะเป็นรูปทรงต่างๆ แตกต่างกันไปทั้งตัวแอล ตัวที ตัวเอส ฯลฯ คล้ายจำลองมาจากเกมเตอร์ติส ประกอบกันเกือบเป็นกล่องทรงลูกบาศก์ได้สมบูรณ์แล้ว

บุคลิกซึมเซาเหงาหงอยกอปรกับการที่แกลุกขึ้นมาเล่นของเล่นยามดึกๆ ดื่นๆ แบบนี้ทำให้ผมพอจะมองออกว่าที่นี่คงไม่ใช่โรงพยาบาลสำหรับรักษาบุคคลทั่วไปเป็นแน่

ถูกต้องแล้วล่ะสาริกาซึ่งยืนอยู่ทางด้านซ้ายกล่าวย้ำความคิดของผมแล้วจึงพูดต่อ ที่นี่คือโรงบาลจิตเวชส่วนผู้ชายคนนี้ชื่อว่านายบวรภพ  วัลลาห์ดี อายุห้าสิบหกปี

ผมเอียงคอฟังเธอพูดด้วยความสนใจ

ก่อนที่เขาจะถูกส่งมาอยู่ที่นี่เขาเคยเป็นเจ้าของโรงแรมในจังหวัดยะลาและมีธุรกิจอื่นๆ อีกมากมายที่นั่น แน่นอนว่าเขาเคยเป็นเศรษฐีผู้มั่งคั่งร่ำรวย มีรถยนต์ราคาแพงขับ ชีวิตความเป็นอยู่ที่แสนสะดวกสบายได้กินอาหารที่ปรุงสำเร็จจากพ่อครัวชั้นดีและยุ่งอยู่ตลอดทั้งวันตามวิสัยของคนที่ทำงานหนักเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว 

นางฟ้าในชุดสีโอโรสยังคงเล่าเรื่อย

ใครจะไปรู้ว่าวันหนึ่งทุกสิ่งทุกอย่างจะเปลี่ยนไปจากเหตุการณ์การก่อการร้าย และเศรษฐกิจตกต่ำอย่างรุนแรง

ช่างน่าสงสารจริงๆเธอกล่าวเสียงสลดหดหู่ แล้วจึงเท้าความถึงชายชราที่อยู่ตรงหน้าเราต่อ 

 นักท่องเที่ยวที่เคยมี ผู้คนที่เคยเข้าพักจองกันข้ามเดือนข้ามปี รายได้ที่เคยเข้ามือเข้ากระเป๋าอย่างไม่ขาดสายกลับหดหายไป หนี้ก้อนมหาศาลที่ตนเองต้องแบกรับไว้ส่งผลให้เขากินไม่ได้นอนไม่หลับชีวิตจมอยู่ในห้วงทุกข์อย่างแสนสาหัส และสุดท้ายจึงลงเอยด้วยการมานั่งอยู่ตรงนี้

โจรใต้ไอ้พวกสาระเลวผมระบายคำพูดด้วยความเจ็บแค้นแทนพี่น้องร่วมชาติอยากให้พวกมันตายโหงตายห่าตกนรกหมกไหม้ไปเสียให้หมด

ชีวิตไม่มีอะไรแน่นอนเราไม่รู้หรอกว่าวันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างเธอเปรยก่อนจะไล่เรียงความคิดออกมา คนเราเมื่อคาดหวังสูงเดิมพันชีวิตก็ย่อมสูงตามไปด้วย เหมือนกับคนที่เรียงกล่องไม้ซ้อนขึ้นไปเป็นชั้นๆ เพียงเพื่อป่ายปีนหวังเด็ดเอาผลไม้สุกงอมตรงปลายยอดกิ่งนั่นแหละวันใดก็ตามที่คลื่นปัญหาสูงใหญ่ซัดโถมเข้ามา กล่องไม้เล็กๆ ที่ซ้อนโย้ไปเย้มามีหรือจะทานทนได้ไหว

แกรกกกเสียงของตัวต่อไม้หลายชิ้นที่ร่วงหล่นลงกับพื้นทำให้คุณลุงออกอาการหงุดหงิดหน้าบึ้งตึงเกาหัวแล้วทึ้งดึงผมแรงๆ ปากก็บ่นงึมงำส่ายหน้าหันรีหันขวางก่อนจะใช้มือขวาปัดตัวต่อไม้ที่เกือบจะเสร็จสมบูรณ์อยู่รอมร่อกระจัดกระจายด้วยความโมโห

บ้า  บ้า  ไอ้บ้า!” คุณลุงแผดเสียงออกมา แล้วจึงค่อยๆ ยื่นแขนออกไปเก็บตัวต่อไม้ที่เกลื่อนพื้นยัดใส่มือทีละชิ้นสองชิ้น

หากนายรู้ว่ากล่องนั้นจะล้มลงมา นายจะทำยังไงสาริกาผินหน้ามาถาม

ถ้าเป็นผม ผมก็คงพยายามเกาะกล่องไม้นั้นไว้มั้งผมตอบไปซื่อๆ เท่าที่จะคิดได้จะได้มีอะไรรองรับ

หรืออย่างน้อยที่สุดก็เอาหลังหรือแขนลงอีกฝ่ายพูดขึ้นมาบ้าง แต่สำหรับคนที่ตั้งสติรับกับภาวะแห่งความล่มสลายนั้นไม่ได้ก็เหมือนกับคนที่เอาหัวโหม่งพื้นนั่นแหละสุดท้ายถ้าไม่บ้าก็ตาย

ผมพยักหน้าอย่างเห็นด้วยแล้วจึงเสนอความคิดเห็นว่า

ถ้าเราไม่อยากเจ็บตัวก็คงต้องสร้างฐานให้แข็งแรง” 

หญิงสาวพยักหน้าพร้อมกับยิ้มน้อยๆ ให้เห็นแล้วจึงยื่นกระจกอนันตยกรรมเหนือศีรษะของชายชราก่อนจะกล่าวว่า

การสร้างฐานให้แข็งแรงถึงแม้จะต้องใช้เวลานานหน่อยแต่โอกาสที่จะตกลงมาก็มีน้อยกว่า แต่คนส่วนใหญ่เมื่อหิวมากก็ย่อมอยากคว้ามันให้ได้เร็วๆ จนลืมคิดหน้าคิดหลัง

และอย่างที่ฉันบอกไม่มีใครล่วงรู้อนาคตหรอกบางทีไอ้ผลไม้ที่เราคิดว่ามันสวยงามน่าทานแท้จริงแล้วอาจจะมีพิษหรือถูกหนอนชอนไชเน่าเสียไปเกือบครึ่งค่อนลูกแล้วก็ได้ หรือไม่มันก็อาจหล่นน้ำหายต๋อมไปเสียก่อนที่เราจะทันได้เอื้อมมือไปเด็ดมันเสียอีก อะไรๆ มันก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้นแหละ

นั่นสินะเราคงไม่อาจคาดหวังอะไรได้เลยผมปรารภออกมาเบาๆ

ประเดี๋ยวหนึ่งตัวเลขดิจิตอลก็ปรากฏขึ้นมาตรงกลางบานกระจกใส

ห้าสิบแปดเปอร์เซ็นต์อย่างนั้นเหรอนางฟ้าสาวเปรยพลางกางแผ่นพลาสติกดูแล้วจิ้มกดหาข้อมูลประกอบกัน อีกนิดเดียวสินะยังดีที่ก่อนหน้านี้ทำบุญทำทานเอาไว้มาก ถือว่ายังมีโอกาสผ่านว่าแล้วเธอก็จรดนิ้วชี้ลงไปบนแบบสำรวจอีกครั้ง

ปึ๊งวี้บเสียงนั้นดังขึ้นก่อนที่ระบบต่างๆ จะปิดการทำงานตัวอักษรมากมายดับแสงลง เห็นแต่เพียงแผ่นพลาสติกใสไร้อักขระ

การคาดหวังไม่ใช่สิ่งที่ผิด แต่ที่สำคัญคือการเผื่อใจ หรือทำใจให้เป็น เพราะไม่ว่าเราจะสุขสมหวังหรือผิดหวัง ท้ายที่สุดแล้วเราก็ต้องปีนกลับลงมาอยู่บนพื้นดินอยู่ดีสาริกาบอกพร้อมกับใช้สองมือม้วนมันเก็บอย่างคล่องแคล่ว

คุณหมายถึง…”

ความตายยังไงล่ะเธอตอบพลางใช้มือรวบของวิเศษทั้งสองกำไว้ในมือขวา หลังจากนั้นแสงสีเขียวเรืองก็เจิดจ้าขึ้นมาอีกครั้งก่อนที่มันจะหดวืบลงแล้วหายไป

เอาล่ะประตูเปิดแล้วร่างเพรียวบอก ไปกันเถอะ

ปะปะไปไหนเหรอ?” ผมไถ่ถามเสียงตะกุกตะกักพลางหันตัวกวาดสายตามองไปรอบๆ แล้วก็พบแสงสีขาวเรืองรองส่องออกมาจากร่องประตูห้องน้ำเล็กๆ ภายในห้อง 

เพียงแค่ไม่กี่ก้าวร่างของผมก็ไปรอเธออยู่ที่หน้าห้องนั้นแล้ว

ฉันก็ไปทำงานของฉันต่อน่ะสิอีกฝ่ายยืนเท้าสะเอวบอกผมก่อนจะค้อมตัวก้มหน้ากล่าวลาชายสติฟั่นเฟือนที่ยังคงนั่งเล่นตัวต่อไม้อยู่ตรงนั้นด้วยน้ำเสียงอันอ่อนโยนและแผ่วเบาว่า

ไปก่อนนะคะคุณลุง แล้วเจอกันบนสวรรค์ค่ะ

หลังจากนั้นเจ้าหล่อนจึงเงยตัวแล้วเดินยิ้มร่ามาแต่ไกล สองแขนขาวแกว่งสลับกระฉับกระเฉง ร่างเพรียวระหงในชุดสีโอโรสดูสวยสง่าและอ่อนหวานยิ่งนัก ยามก้าวเดินชายกระโปรงบางเบาก็พลิ้วไหวระไปตามต้นขาเรียวงามดึงดูดสายตาเสียจนผมออกอาการสะเทิ้น

แต่ก็ยิ้มตอบรับไมตรีจิตของอีกฝ่ายไปเช่นกัน ในวินาทีนั้นแววตาแห่งมิตรภาพได้เกิดแก่เราทั้งสอง และถ้าจะมีมุมใดมุมหนึ่งในความรู้สึกจะแอบหวั่นไหวในความน่ารักน่าทะนุถนอมของเธออยู่บ้างผมคิดว่าก็คงไม่ผิดจนเกินไปนัก

คุณจะพาผมไปไหนเหรอ?” ผมถามขึ้นระหว่างเราทั้งสองยืนเคียงข้างกันอยู่หน้าประตู

เดี๋ยวก็รู้เองล่ะน่าตาบื้อ

คุณเลิกว่าผมแบบนี้สักทีได้มั๊ยเนี่ยผมท้วงเสียงขุ่น

นายเองก็เป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้วไม่ใช่เหรอซื่อบื้อเสียจนไม่ค่อยจะทันเกมคนอื่นเขาน่ะเธอกล่าว

คุณรู้ได้ยังไงผมสวนกลับไปทันควัน

ก็ฉันน่ะดูนายมาตลอดนั่นแหละถ้อยคำปริศนาของหญิงสาวทำให้ผมงุนงง

เอ๋….?” นี่เธอหมายความว่าอย่างไรกัน

เอาเป็นว่าฉันขอโทษด้วยละกันนะและจะพยายามระมัดระวังให้มากกว่านี้โทนเสียงอ่อนและท่าทีรู้สึกผิดของอีกฝ่ายทำให้ผมใจเย็นลง และไม่คิดจะถือสาหาความอะไรอีก

อืมไม่เป็นไรผมตอบ คนเราทุกคนก็มีโอกาสทำผิดพลาดได้ทั้งนั้นแหละ แต่สิ่งสำคัญคือคนที่ทำผิดนั้นจะรู้สำนึกหรือไม่ กล้าพอไหมที่จะยอมรับผิดแค่เพียงเรากล่าวขอโทษและอภัยกันให้เป็นผมว่าปัญหาความขัดแย้งต่างๆ ที่เกิดขึ้นมันก็คงจะลดน้อยถอยลงไปกว่านี้มากเลยทีเดียว

ไปกันเถอะนางฟ้าสาวพูดก่อนจะเอามือขวาของเธอมากุมมือซ้ายของผมไว้ เราหันมามองหน้ากันเจ้าหล่อนเลิกคิ้วให้นิดหนึ่งผมพยักหน้าเป็นสัญญาณแห่งความพร้อมสำหรับการผจญภัยครั้งใหม่

ชักอยากรู้แล้วสิว่าบานประตูนี้จะพาเราไปแห่งหนใดกันอีกหนอ?’ คำถามนั้นผุดขึ้นมาในหัว ก่อนที่เราทั้งคู่จะเดินเข้าไปค้นหาคำตอบนี้ด้วยกัน


 

B
E
R
L
I
N
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

45 ความคิดเห็น