The Miracle Of Wisarut : ปาฏิหาริย์โลกวิญญาณ

ตอนที่ 21 : ขนมวิเศษ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    15 มี.ค. 63



 อ๊าาากไม่น่าเชื่อเรารออออดแล้วววว!”  ผมตะโกนโหวกเหวกเสียงดังลั่นพร้อมกับเหยียดแขนทั้งสองชูขึ้นเหนือศีรษะอย่างลืมตัวส่งผลให้บาดแผลเปิดกว้างเลือดไหลทะลักออกมาอีก

 โอ๊ยยเจ็บ!” ผมร้องครวญรู้สึกถึงความทรมานที่กรีดลึกเข้ามา 

เอ้านี่…” สาริกาบอกพร้อมกับยื่นบางสิ่งบางอย่างที่ดูเหมือนจะเป็นถ้วยไม้เล็กๆ ลงลวดลายทองคดโค้งประดับอัญมณีเม็ดเขื่องแพรวพรายทั้งมรกต(เขียว) เพทาย(แดงเข้ม) ไพลิน(น้ำเงิน) บุษราคัม(เหลือง) ล้อแสงวิบวับแวววาวมาให้ผม

นายลองหยิบขนมในผอบนี้ไปสักเม็ดสิ ถือเป็นคำขอโทษจากฉันละกันนะเธอกล่าว

คนบนฟ้าบนสวรรค์นี่ใช้แต่ของสวยๆ งามๆ กันทั้งนั้นเลยเนอะผมเปรยพลางชะโงกหน้ามองลงไปด้วยความสงสัยเห็นขนมเยลลี่เจลลาตินคล้ายเมล็ดถั่วแดงแต่มีหลากเม็ดหลายสีแล้วก็อยากลิ้มลอง อะไรน่ะ สีสันน่ากินดีนะเนี่ย

แต่ไม่ดีกว่า ผมยังไม่อยากกินตอนนี้น่ะผมปฏิเสธอย่างนุ่มนวลด้วยเกรงใจ

สักเม็ดสิอร่อยนะ แล้วนายจะรู้สึกดีอย่างไม่น่าเชื่อเลยเชียวเธอเอ่ยชวน ถ้าจะให้แนะนำฉันว่าเม็ดสีแดงสิเด็ดสุดว่าแล้วสาวเจ้าก็ยิ้มหวานเสียจนคนฟังแอบเคลิ้มแต่ก็มิวายแคลงใจ อยู่ๆ จะให้ทานของส่งเดชหากผิดสำแดงขึ้นมาจะทำอย่างไรกัน

ไม่เอาหรอกคุณ นี่ผมกำลังเจ็บอยู่นะไม่มีอารมณ์มากินขนมหรอกผมบอกปัดพร้อมกับดันมันออกห่างทว่าพอเงยหน้ามองก็พลันรู้สึกถึงรังสีอำมหิตแผ่กระจายออกมาจากใบหน้าถมึงทึงนั้น  

               ‘……….’

              อ๊ะ ก็ได้ก็แค่ขนมผมกลับลำในทันทีแล้วจึงหย่อนนิ้วหยิบเม็ดขนมสีแดงๆ  เข้าปากเคี้ยวหนุบหนับอย่างจำยอมสัมผัสรสชาติหวานอมเปรี้ยวเหมือนผลไม้รวมผสมความเย็นซาบซ่าแทรกซ่านอยู่บนลิ้นแล้วก็ติดใจ

            ก็เท่านั้นแหละเธอพูดแล้วจึงปิดฝาก่อนที่ผอบใส่ขนมเยลลี่จะเรืองแสงสีเขียวอ่อนแล้วจึงย่อขนาดลง พอสาริกากำมือแล้วแบอีกทีมันก็หายวับไปประหนึ่งเล่นมายากลทำเอาผมอ้าปากค้างตะลึงจนขนมแทบร่วงหล่น สงสัยนี่คงเป็นวิธีการเดียวกันกับการเสกถาดแดงๆ นั่นให้หายไปเป็นแน่

            เอื้อกผมกลืนมันลงไปอย่างรวดเร็ว ในใจร่ำๆ อยากจะทานอีกแต่ก็ทำเฉยไว้

            อร่อยใช่มั๊ยล่าาาา อิอิเธอแซวอย่างรู้ทัน ไม่พูดเปล่ายังยกมือซ้ายทุบเปรี้ยงลงมาที่ไหล่ขวาผมเป็นเชิงหยอกอีก

            เฮ้ยผมเจ็บอยู่ไม่เห็นรึไงว่าอ้าวผมโพล่งออกมาอย่างฉุนเฉียวพร้อมกับสะบัดท่อนแขนขึ้นกันแต่ก็ต้องตกใจที่เห็นว่าบาดแผลและคราบเลือดที่ไหลอาบอยู่กลับอันตรธานไปอย่างน่ามหัศจรรย์

            ปะปะเป็นไปได้ยังไงเนี่ยผมเปรยออกมาตาเบิกโพลงด้วยอัศจรรย์ใจพลางแกว่งข้อแขนไปมาแต่ก็ไม่รู้สึกเจ็บปวดใดใดอีก

            ไม่น่าเชื่อเลย

            เอาล่ะไปกันได้แล้วนางฟ้าสาวกล่าวแล้วจึงเดินนำไป

            ดะดะเดี๋ยวก่อนคุณจะพาผมไปไหนกันเนี่ย?” ผมตั้งข้อสงสัยพร้อมกับมองซ้ายมองขวาเห็นผนังสีขาวสะอ้านและทางเดินพื้นปูนเปลือยขัดมันที่พาเราไปได้ทั้งสองทาง ดูจากสภาพแวดล้อมแล้วน่าจะอยู่ในอาคารที่ไหนสักแห่งหนึ่ง ใกล้ๆ นั้นมีบอรด์แปะข่าวสารประชาสัมพันธ์ติดอยู่แต่ไม่ทันจะเดินเข้าไปหยุดดูสาริกาก็เหลียวหน้ามาเรียกผมเสียก่อน

            ตามมาสิ ฉันกำลังจะไปพบใครคนนึง

            อื้มไปเดี๋ยวนี้แหละผมบอกก่อนจะก้าวเท้าตามเธอไปอย่างงุนงง

            เธอจะพาผมไปไหน แล้วใครกันที่เจ้าตัวพูดถึงผมเองก็อยากทราบเช่นกัน


 

 

B
E
R
L
I
N
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

45 ความคิดเห็น