The Miracle Of Wisarut : ปาฏิหาริย์โลกวิญญาณ

ตอนที่ 20 : 'ผม' และ 'เธอ'

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 27
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    13 มี.ค. 63

       

         วื้บบบบ

          ทันทีที่ตัวได้ผ่านเข้ามา ร่างผมก็ถลำลงกระแทกกับอะไรสักอย่างดังพลั่ก

           อุปส์!”

           ตอนแรกผมก็นึกว่ามันคือเบาะนุ่มๆ ที่นางฟ้าแสนสวยตระเตรียมเอามารองรับไว้เสียอีกแต่พอลืมตาตื่นก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าสิ่งที่ตนคิดว่าเป็นแอร์แบ็คชั้นดีแท้จริงแล้วก็คือหน้าอกหน้าใจของเจ้าหล่อนต่างหากเรียกได้ว่าคะมำลงไปซุกร่องปทุมถันคู่งามพอดีเป๊ะ

           มิน่าล่ะทำไมถึงนุ่มจังผมคิดอย่างเคอะเขิน

           เอ่อนายทับตัวฉันอยู่สาริกาที่นอนหงายปล่อยผมสีน้ำตาลเข้มดัดเป็นลอนยาวคลี่สยายกับพื้นบอกเสียงอ้อมแอ้มพร้อมกับใช้สองมือดันตัวผมซึ่งกำลังคร่อมร่างบอบบางอยู่อย่างไม่ได้ตั้งใจให้ออกห่างเนินเนื้อขาวๆ ขณะที่ผมซึ่งเปียกมะลอกมะแลกราวกับลูกหมาตกน้ำได้แต่กะพริบตาปริบๆ ด้วยงุงนงงต่อสถานการณ์

           นัยน์ตาคมโตใต้เรือนคิ้วเข้มเส้นเล็กเรียวมองสบมาในระยะที่สองเราใกล้ชิดกันทำให้ผมได้พินิจใบหน้าที่แต่งแต้มเพียงบางเบานั้นอย่างถนัดชัดเจน

         เปลือกตาของเธอปัดไล้จางๆ ส่วนพวงแก้มเรียวระบายเป็นสีชมพูระเรื่อดูเปล่งปลั่งรับกับริมฝีปากได้รูปเคลือบสวยด้วยเฉดชมพูที่เข้มกว่าหน่อยและชุ่มฉ่ำแวววาวคล้ายการแต่งหน้าสไตล์นู้ดที่ขับเน้นความเป็นธรรมชาติของผู้หญิงให้เผยเสน่ห์ออกมาดังบุษบาแรกแย้ม

          มองแล้วก็อดที่จะนิยมชมชอบในความงดงามของดวงหน้าใสที่ประดิษฐ์แต่เพียงน้อยขึ้นมาไม่ได้

          พลันตนเองก็บังเกิดความรู้สึกแปลกๆ พลุ่งพล่านกำจายไปทั่วสรรพางค์เกินกว่าจะระงับเมื่อเห็นสาวสวยหยาดเยิ้มอยู่ตรงหน้าหากเพียงมิใช่ด้วยแรงปรารถนาทางเพศรสหรือกามารมณ์แต่กลับเป็นสิ่งใดนั้นก็ยากที่จะเข้าใจ

          ผมขะขะขอโทษมันเป็นอุบัติเหตุน่ะผมซึ่งพึ่งจะตั้งสติได้รีบขอโทษขอโพยพลางถอยพรวดพราดจนล้มก้นจ้ำเบ้าอยู่ในท่านั่งชันเข่ามือยันพื้น ทันใดก็เกิดอาการปวดแปลบแล่นร้าวไปทั่วทั้งแขนทำให้ต้องรีบชักมือขึ้นแล้วมองที่แผลฉกรรจ์ซึ่งมีเลือดไหลโซมไปหมด

           โอะโอ๊ยย!” ผมอุทานพลางสะบัดน้อยๆ หวังให้คลายความเจ็บรู้สึกใจเสียกลัวเหลือเกินว่ามือขวาจะใช้การไม่ได้อีก

          เป็นอะไรมากรึเปล่า?” หญิงสาวซึ่งไว้หน้าม้าปัดไปข้างซ้ายชันกายขึ้นมาแล้วเอ่ยถามอย่างเป็นห่วงเป็นใยพลางเอื้อมมือมาจับท่อนแขนสีแทนพลิกไปมาเพื่อดูอาการ

           ที่คาดผมกุหลาบสีชมพูอ่อนดอกโตซึ่งสอดเข้ากับเรือนผมเงางามดูโดดเด่นรับกับชุดเดรสสั้นผ้าชีฟองคอถ่วงสีโอโรสแขนตุ๊กตาที่เจ้าหล่อนสวมใส่เป็นอย่างดีเปลี่ยนภาพลักษณ์ของสาวเปรี้ยวเข็ดฟันให้กลายเป็นอ่อนหวานน่ารักราวกับเจ้าหญิงในเทพนิยายราวกับเป็นคนละคน

          นะนะนี่คุณเปลี่ยนชุดใหม่เหรอ?” ผมตั้งข้อสงสัย พลางไล่สายตาตามร่างเพรียวที่ลุกยืนอวดเรียวขาสวยบนรองเท้าส้นสูงรัดข้อสีน้ำตาล ชายกระโปรงสั้นเหนือเข่าแต่งระบายเฉียงสามชั้นเลิกเปิดเล็กน้อยยามเคลื่อนไหว แม้หญิงสาวจะมีแสงออร่าสีขาวส่องสว่างรอบตัวอยู่ตลอดเวลาแต่ครั้งนี้ผมกลับรำคาญมันน้อยลง และรู้สึกอุ่นใจที่มีใครสักคนอยู่เป็นเพื่อน

          ฮึ่บเธอเปล่งเสียงออกมาเบาๆ แล้วจึงยื่นมือข้างหนึ่งมาให้จับ ผมวางมือซ้ายลงบนมือนุ่มๆ อย่างไว้เนื้อเชื่อใจก่อนที่สาริกาจะฉุดดึงร่างเปียกปอนให้ลุกขึ้นพร้อมกับพูดแก้ต่างว่า ไม่เคยได้ยินรึไงที่เขาบอกว่าเป็นผู้หญิงอย่าหยุดสวยฉันก็อยากแต่งตัวบ้างอะไรบ้างสิคะคุณผู้ชาย

          ว่าแล้วเจ้าหล่อนก็วางท่ากอดอก

           ขอบคุณนะผมบอกเหนียมๆ พยายามเก็บซ่อนความขวยเขินที่ชักกำเริบเมื่ออยู่ต่อหน้าสาวงาม หมายถึงเรื่องที่คุณช่วยผมไว้ให้หนีรอดออกมาได้

           อีกฝ่ายยกยิ้มนิดหนึ่งแล้วจึงกล่าวกับผมว่า

           หากนายจะขอบคุณก็คงต้องขอบคุณตัวนายเองมากกว่าที่ไม่ยอมถอดใจง่ายๆ ไม่เคยมีดวงวิญญาณตนไหนรอดพ้นเงื้อมมือของพวกยมทูตได้หรอกนะโดยเฉพาะท่านท้าวมหายมเธอบอกแล้วจึงเงยหน้ามองเพดาน ส่วนเรื่องกระแสสมุทรน่ะก็เป็นฝีมือเทพธิดาแห่งสาครเพื่อนสนิทของฉันบนชั้นฟ้าโน่นต่างหาก

            ขอบใจเธอมากนะแพรวภิตาร่างระหงปรารภออกมาเบาๆ ปานให้ใครบางคนเบื้องบนได้รับรู้

          จากนั้นสาริกาจึงลดหน้าลงมองผมก่อนจะเสสายตามองพื้นปูนเปลือยขัดมันสีเทาอย่างคนที่รู้สึกผิด

           ฉันเองซะอีกที่ช่วยอะไรนายไม่ได้เลยน่าอายจริงๆนางฟ้าสาวกล่าวตำหนิตนเองเสียงเศร้าๆ

           ไม่เป็นไรหรอกคุณเองก็ทำดีที่สุดแล้วผมตอบปะโลมใจเธอ แต่ในหัวกลับคิดเป็นอีกอย่าง

           ช่ายยย คุณมันไม่ได้เรื่องได้ความจริงๆ นี่คงเอาแต่แต่งหน้าทำผมเตรียมไปงานแต่งที่ไหนล่ะสิ ถึงไม่ยอมมาช่วยผมกลัวชุดเปียกรึไงแม่คุณ

           ทันใดนั้นหน้าสวยที่กำลังคลี่ยิ้มละไมก็หุบลง

          ทะทะทำไมคุณทำหน้าแบบนั้นล่ะ?” ผมถามเสียงตะกุกตะกักที่เห็นหญิงสาวท้าวสะเอวตีสีหน้าบึ้งตึงบรรยากาศมาคุลอยมาทันใด

           ฉันไม่ใช่คนไร้ความรับผิดชอบขนาดนั้นหรอกนะตาบื้ออยากโดนอีกเรอะไงเธอตอบเสียงฉุนหน้ายังคงงอง้ำเป็นม้าหมากรุก

          เฮ้ยลืมไปเธอได้ยินความคิดเรานี่หว่า  พลาดแล้วเรา!’  นึกได้ดังนั้นสายตาก็บังเอิญเหลือบไปเห็นอาวุธประจำกายของเธอเข้าเต็มสองตา ซึ่งไม่รู้ว่าโผล่มาอยู่ในมือของเจ้าหล่อนตั้งแต่เมื่อไหร่

          ฝากล่องคุ้กกี้ของยัยโหดทำให้ผมเย็นวะวาบไปถึงสันหลัง และยังไม่ทันได้เตรียมใจสาริกาก็ชูมันขึ้นสูงคงจะฟาดเปรี้ยงลงมาแน่แล้ว

           อึ๋ยยอย่านะ!” ผมร้องเสียงหลงพลางยกแขนขึ้นป้อง รู้สึกกลัวปนแขยงแผ่นเหล็กกลมๆ สีแดงเถือกไปเสียแล้วสิ

           อาราาายของนายยะอีกฝ่ายลากเสียงยาว พอมองไปก็เห็นเธอกำลังยกมันขึ้นมาพัดเฉยดังพึ่บพับๆ เส้นผมสลวยเผยิบขึ้นลงตามแรงลมกระพือทั้งยังวางท่าราวกับพวกอาซ้อขี้ร้อนพร้อมกับบ่นพึมไม่หยุดปาก

           บนโลกมนุษย์นี่มันร้อนเหลือหลายร้อนกันได้ร้อนกันดีร้อนทุกปีโอซงโอโซนถูกทำลายไปหมดแล้วรึไงก็อย่างว่าแหละตัดมันเข้าไปน่ะป่าไม้พวกนายทุนนี่ก็งาบกันจังเดือดร้อนท่านรุกขเทวดานางตานีเค้าต้องหอบข้าวหอบของอพยพย้ายถิ่นกันจ้าล่ะหวั่นไม่รู้บ้างรึไงทีไม้ป่าเดียวกันล่ะปลูกกันจังเฮ้อเออแล้วมือนายเป็นไงบ้าง

            ผมซึ่งยืนบิดผ้ารีดน้ำอยู่ปรื้ด ปรื้ดจำต้องชะงักเมื่อจู่ๆ เธอก็วกมาถาม

            ห่ะ ห๋าอ๋อก็ยังเจ็บอยู่อะดิผมบอกหน้าแหยพิษของบาดแผลทำให้มือบวมเป่งและเป็นสีม่วงคล้ำเหมือนกำลังจะเน่าส่วนฝ่าเท้ากับแข้งขาก็ยังคงแสบร้อนอยู่ไม่หาย ก่อนจะเหลียวหลังไปมองบานประตูไม้ทาสีขาวที่ตนเองพึ่งจะทะเล่อทะล่าออกมาอย่างหวาดหวั่นด้วยกลัวว่าจะมีตัวอะไรโผล่ตามมาอีกรึเปล่า 

            แล้วนี่สรุปว่าเรารอดแล้วจริงๆ ใช่มั๊ย?” ผมถามหญิงสาวซึ่งกำลังกอดอกอยู่แอบแปลกใจที่ถาดในมือนั้นถูกซ่อนไว้ไหนแล้วก็ไม่รู้

           ใช่เธอตอบสั้นๆ พร้อมกับพยักหน้ายืนยัน นายรอดแล้ว

            พอได้ยินเพียงเท่านั้นก็ฉีกยิ้มออกมาด้วยความดีใจเหลือประมาณ

B
E
R
L
I
N
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

56 ความคิดเห็น