The Miracle Of Wisarut : ปาฏิหาริย์โลกวิญญาณ

ตอนที่ 19 : ปลาเพชฌฆาต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    12 มี.ค. 63

             เหวออ!” ผมเผลอหลุดร้องอุทานด้วยความตกใจทำให้น้ำเข้าปากเกิดเป็นฟองอากาศผุดพรายขึ้นมากมายก่อนที่ร่างจะเซถอยพรวดพราดไปจนติดมุมซอกด้านใน 

          ฉับพลันนั้นเองสัญชาติญาณก็ร้องบอกให้ผมรีบคว้าเอาคานเหล็กดึงเข้าหาตัวในทันทีประหนึ่งว่ามันคือเกราะคุ้มภัยเพียงชิ้นเดียวที่เหลืออยู่ หากถูกงัดง้างออกไปได้เมื่อไรก็คงจบเกมเมื่อนั้น และดูเหมือนว่าไอ้ฝูงปลานักล่าพวกนี้คงอยากจะปิดฉากเกมนี้เสียเร็วๆ

           พวกมันจึงผลัดกันเถือกหน้าแหลมๆ ไถเข้ามาชนขอบประตูดังปึง ปึงพลางพลิกซ้ายตะแคงขวาอ้าปากงาบงับฉับ ฉับ จนเห็นซี่ฟันแหลมเรียงห่างๆ ประจักษ์เต็มสองตาพร้อมสะบัดครีบหางซึ่งมีลักษณะเว้าลึกปลายแยกเป็นสองแฉกวืดวาดไปมาอย่างเกรี้ยวกราด

             ‘แม่งเอ้ยเราตายแน่ผมนึกหวาดหวั่น พอได้พินิจดูลักษณะรูปร่างหน้าตารวมทั้งลวดลายของพวกมันชัดๆ แล้วจะว่าไปก็คล้ายกับปลาสากยักษ์ในท้องทะเลอยู่มาก เพียงแต่ว่าไอ้ฝูงปลานักล่าพวกนี้กลับมีหนังสีดำมันปลาบอีกทั้งยังดุร้ายน่ากลัวและกระเหี้ยนกระหือรือจะกินแต่ผมท่าเดียว

             แค่เห็นในระยะประชิดก็ตกใจแทบสิ้นสติอยู่แล้วแต่นี่พวกมันยังเล่นหมาหมู่รุมต้อนให้จนมุมแบบนี้สงสัยผะผะผะผมคงไม่รอดแน่

             “ปึง ปึง ปึง!” มันยังคงไถลเถือกเสือกหัวเข้ามาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ส่วนหางกับลำตัวยาวกระแทกแผ่นเหล็กอย่างหนักหน่วงจนบานประตูเกิดเป็นรอยบุบบุ๋มเข้ามา ความกลัวพุ่งปรี๊ดถึงขีดสุด ศีรษะของผมพลันขาวโพลนและตื้อตันไปหมด ไม่รู้จะหาทางหนีรอดจากสถานการณ์อันระทึกขวัญสั่นประสาทนี้ไปได้อย่างไร สิ่งที่ทำได้ก็แค่พยายามใช้พละกำลังที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดยื้อเวลาไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ก็เท่านั้นเอง

            สาริกาช่วยผมด้วย ผมจะไม่ไหวแล้ว ผมเว้าวอนอีกฝ่ายซึ่งไม่รู้ตอนนี้หายไปอยู่ที่ไหนอย่างอับจนหนทาง

           อดทนเข้าไว้นะ อย่าปล่อยมือเด็ดขาด เธอบอกเสียงเครียด

          ปึง ปึง ปึง!” เสียงฟาดครีบฟาดหางของพวกมันยังคงดังอื้ออึงอยู่ในหู ผมได้แต่ตะแคงหน้ามองแผงฟันสีขาวงาช้าง ของพวกมันอย่างประหวั่นพรั่นพรึง และเสียวไส้ราวกับมีปลายมีดแหลมมาจ่ออยู่ตรงคอหอย

          พาผมออกไปจากตรงนี้ทีผะผะผะผมกลัวภาพเรียวปากของมัน ฟันคมๆ อีกทั้งดวงตากลมๆ สีดำนั่น โอ้มันช่างชัดเจน  ชัดเจนเสียจนตัวผมสั่นกึก กึก ร่างเกิดแสงแล่นวูบวาบไปหมดแล้ว

          “สัพเพ สัตตา อะเวราโหนตุ  อัพพะยาปัชฌา  โหนตุ…” จู่ๆ คำสวดอันคุ้นหูก็ดังเจื้อยแจ้วมา ถ้าจำไม่ผิดนี่มันบทแผ่เมตตานี่นา         

         ‘นี่คุณกำลังทำอะไรน่ะผมส่งความคิดไถ่ถามอีกฝ่ายด้วยความข้องใจ

          ฉันก็กำลังช่วยนายอยู่นี่ไงเธอตอบทื่อๆ

         ช่วยยังไงก็ผมได้ยินคุณสวดมนต์อยู่เนี่ยผมดุใส่น้ำเสียงฉุนเฉียว นี่ขนาดผมตกอยู่ในอันตรายถึงเพียงนี้เธอยังมีกะจิตกะใจล้อเล่นกันอีกหรือนี่พับผ่าสิ

         ก็ฉันไม่รู้จะช่วยนายยังไงนี่นาสาริกาโอดครวญแล้วจึงแจงเหตุผล ที่สวดแผ่เมตตาให้เนี่ยก็เผื่อร่างใหม่ของนายจะได้รับอานิสงค์จากฉันบ้างยังไงล่ะ

          ‘งั้นแสดงว่าผมตายซ้ำสองได้อย่างนั้นเหรอ?’

          “พวกวิญญาณน่ะไม่ดับสูญหรอกนะ ถึงนายตายไปก็จะฟื้นคืนชีพขึ้นมาใหม่จนกว่าจะรับโทษทัณฑ์ในนรกจนหมดบาปหมดกรรมนั่นแหละถึงจะได้ไปเกิดใหม่นางฟ้าสาวรีบอธิบายก่อนจะรำพึงรำพันออกมาเพียงแต่ว่าถ้านายตายคราวนี้ฉันก็ไม่รู้ว่านายจะไปโผล่อยู่ที่ไหนในโลกวิญญาณและฉันคงอาจจะช่วยอะไรนายอีกไม่ได้แล้ว

           ‘คุณอย่าพึ่งคิดไปไกลเลยตอนนี้คุณหาทางอะอะอ้าว เฮ้ย!’ ผมแปลกใจที่เห็นพวกปลามีท่าทีหยุดชะงัก ก่อนที่เหล่าพยัคฆ์อัมพุชชาจะแตกฝูง เผลอแวบเดียวไอ้ปลาปิศาจเหล่านั้นก็หายไปไหนกันหมดก็ไม่รู้

          ฉับพลันนั้นเอง!

         ก็บังเกิดกระแสน้ำมหาศาลโถมกระแทกเข้ามาอย่างรุนแรงจนบานประตูสั่นกราว เสียงร้องคำรามของผู้เป็นใหญ่ในเมืองนรกดังกึกก้องไปทั่วก่อนที่วารีสีดำขุ่นคลั่กจะแผ่กระจายเข้าบดบังทัศน์วิสัยพาลให้ต้องหลับตาปี๋ ทว่าท้ายที่สุดแล้วด้วยความอยากรู้อยากเห็นก็ขับดันให้ผมกลับเผยอเปลือกตาขึ้นมาอีกแล้วผลักบานประตูให้เปิดออกเล็กน้อยเพื่อหวังแง้มดูเหตุการณ์

         มันเกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย?’ คำถามนั้นผุดพลุ่งขึ้นมาในหัว กำหนดให้สายตามองกวาดออกไปเพื่อไขคำตอบหวังความกระจ่าง

          แล้วก็พบว่าสาเหตุที่ทำให้น้ำใสๆ กลับกลายเป็นสีดำแท้ที่จริงแล้วก็คือ                                                   

           เลือด!

         ‘นี่มันเลือดนี่นาภาพอันน่าระทึกขวัญที่เห็นตรงหน้าทำให้ผมเบิกตาโพลงอย่างลืมตัว

          โลหิตมากมายที่ทะลักล้นออกมาจากบาดแผลเหวอะหวะเกิดเป็นมวลของเหลวสีดำคลุ้งกระจายไปทั่วอาณาบริเวณจนแทบมองไม่เห็น ขณะที่ท้าวมหายมยังคงดิ้นรนสะบัดขัดขืนให้หลุดจากคมเขี้ยวของปลาตัวมหึมาที่ฝังจมอยู่ในเนื้อแขนและสีข้างอย่างเอาเป็นเอาตาย

           พื้นที่แคบๆ กับร่างอันใหญ่โตจนเต็มขวางทางเดินทำให้ความพยายามทั้งหมดดูเหมือนจะสูญเปล่า โดยเฉพาะเมื่อถูกฝูงปลาสีดำมะเมื่อมเข้ารุมกินโต๊ะอีกด้วยแล้วก็ชวนให้สลดสังเวชใจเข้าไปใหญ่

           แต่ถึงกระนั้นก็ยังแอบรู้สึกพึงใจอยู่ไม่น้อย ที่สถานการณ์กลับกลายเป็นเช่นนี้และการที่อีกฝ่ายกำลังเพลี่ยงพล้ำถูกผีซ้ำด้ำพลอยก็ยิ่งเปิดโอกาสให้ผมสามารถหลบหนีไปง่ายดายยิ่งขึ้น

          แสงสว่างจากปลายอุโมงค์นั่นถึงแม้จะไม่ถึงกับใสสว่างและบริสุทธิ์งดงามทว่าอย่างไรเสียผมก็อยากจะก้าวเดินออกไป หากแม้นโลกนี้จะมีเพียงผู้ชนะที่ได้ไปต่อ และผู้แพ้ต้องตกไปตามยถากรรมสุดท้ายแล้วเราก็คงจะไปเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้

          ความจริงมันก็เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้วมิใช่หรือ

         ขอบคุณสวรรค์ ที่เปิดทางให้ผม

           ไม่รอช้า

           ผมรีบโผล่หัวออกจากกระดองแล้วเกาะแผ่นเหล็กคลำเปะปะไปยังจุดหมายที่อยู่ใกล้แค่เอื้อมอย่างรวดเร็ว ออร่าสีขาวยังคงเจิดจ้าแยงตา ชั่วแวบหนึ่งที่ผมได้ยืนอยู่ตรงช่องประตูแล้วเหลียวหลังมองกลับไปและทันได้เห็นสีหน้าอันรวดร้าวของท้าวมหายม ดวงเนตรแดงเรืองฉายแววเคืองแค้นจ้องเขม็งมา

          ท่ามกลางโลหิตสีดำมากมายที่พุ่งกระฉูดออกจากบาดแผลที่ถูกฉีกกระชากจากนักล่าผู้กระหายหิว  ก่อนที่ฝ่ามือมหึมาข้างขวาจะเอื้อมมาราวกับจะไขว่คว้าหรือวิงวอนให้ช่วยเหลือ

          แต่ผมคงทำแบบนั้นไม่ได้

          “อื้อออ่าาาา!!!”

            เสียงคำรามด้วยความเจ็บปวดระคนโกรธเกรี้ยวดังโหยหวนยามที่ฝูงปลาเข้ารุมกัดทึ้งร่างนั้นอย่างโหดเหี้ยมทารุณและโถมทับยักษ์ชราให้หงายผลึ่งลงกระแทกพื้นสะเทือนเลื่อนลั่นก่อนความมืดดำจะแผ่กระจายขึ้นสูงราวกับควันไฟพวยพุ่งกลบกลืนกายาสีนิลนั้นไปเสียสิ้นในช่วงวินาทีสุดท้าย

            ทุกสิ่งทุกอย่างเบื้องหลังพลันขุ่นมัว

             ผมหันกลับมามองแสงสว่างอันฉาดฉาย กระแสน้ำไหลแรงยังคงปะทะใบหน้าให้กลุ่มเส้นผมสะบัดพลิ้ว ดวงตาโตหรี่ลงเล็กน้อยด้วยมิอาจทานทนความเจิดจ้านั้นได้ไหว นึกลังเลใจอยู่นิดหน่อยเพราะไม่รู้ว่าปลายทางของเทวานิรมิตนี้จะไปอยู่ที่ไหนกันแน่ ก็ได้แต่คาดหวังอยู่ลึกๆ ว่าในฝากฝั่งนั้นคงจะมีที่ใดที่หนึ่งซึ่งผมควรจะไปรออยู่ และ….

             ‘มันคงจะไม่มีอะไรที่เลวร้ายไปมากกว่านี้อีกแล้วละมั้ง?’

            เอาวะเป็นไงเป็นกันผมเรียกกำลังใจให้ฮึดสู้เพื่อข่มความประหม่า

           หลังจากนั้นจึงตัดสินใจโผนตัวเข้าสู่ช่องประตูเล็กๆ ซึ่งทอดทอลำแสงขาวอันงดงามตระการตาและปล่อยให้ร่างผอมๆ ในชุดเสื้อยืดสีขาวและกางเกงผ้าร่มสีแดงหายวับเข้าไปในประตูมิตินั้น

 

TB
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

46 ความคิดเห็น