The Miracle Of Wisarut : ปาฏิหาริย์โลกวิญญาณ

ตอนที่ 18 : กระแสสมุทร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    10 มี.ค. 63

           ฉับพลันนั้นเองประตูหนีไฟก็เปิดผางออกกระแทกกับผนังดังปึงใหญ่ด้วยแรงดันจากมวลน้ำมหาศาลที่โถมทะลักเข้ามาอย่างยากจะต้านทาน พวกวิญญาณสวะทั้งหลายรีบปล่อยมือโสโครกออกจากตัวผมในทันทีที่ถูกกระแสน้ำอันเชี่ยวกรากโหมเข้าใส่พาลให้ตนเองร่วงผล็อยแต่ไม่ทันที่จะหล่นลงพื้นสายน้ำก็ซัดสาดร่างผอมๆ ให้กระเด็นไปไกลพาหลังกระแทกเข้ากับผนังดังอั๊กเกิดเป็นพรายน้ำแตกฟองก่อนจะลากผมหกคะเมนตีลังกาลงสู่ท้องน้ำ

            ชลาลัยใสสะอ้านบาดผิวกายให้หนาวยะเยือกขึ้นมาโดยพลันขณะเดียวกันก็ดาหน้าเข้าโจมตีทุกสรรพสิ่งที่ขวางทางของมันอย่างรวดเร็วและรุนแรงส่งผลให้มหาอัคคีที่โหมกล้าหมดฤทธิ์สิ้นลายในชั่วพริบตาแม้แต่ท่านท้าวเองก็ยังหงายหลังตึงไม่เป็นท่าเมื่อถูกกองทัพวารีถั่งโถมเข้าใส่และท่วมทลายไปหมดรอบด้าน จะเหลือก็แต่เปลวเพลิงบนเพดานที่ยังคงเต้นไหววูบวาบอยู่เช่นนั้น

            “คลื่นกระแสสมุทรของฝากจากผลิกสาคร ณ แดนสรวงเจ้าค่ะ” สาริกาปรารภออกมาเบาๆ  “ขอโทษจริงๆ นะคะท่านท้าว” เธอกล่าวเสียงเก้อเขินแฝงแววสำนึกผิด

            ไม่ถึงอึดใจน้ำก็ท่วมสูงขึ้นมามิดหัวก่อนจะไต่ระดับเลยไปเกือบค่อนผนังในนาทีต่อมา ผมจมลงอย่างรวดเร็วและเผลอกลืนกินมันเข้าไปหลายอึกสัมผัสได้ถึงรสเค็มปร่าของน้ำทะเลที่เกลือกกลิ้งอยู่บนลิ้นแล้วจึงไหลพรวดพราดลงสู่กระเพาะจนแทบล้นปรี่  พอเหลียวมองที่ข้อมือก็พบว่าตรวนเหล็กร้อนๆ นั้นได้อันตรธานไปอย่างไร้ร่องรอยแต่บาดแผลฉกรรจ์ยังคงมีเลือดทะลักออกมาอย่างต่อเนื่องผสมปนเปไปกับน้ำใสแจ๋วเห็นกระจ่างตาราวกับอยู่ในสระคอนกรีต

            ที่บนพื้นและผนังเหล่าวิญญาณที่จมอยู่ใต้น้ำดูอ่อนระโหยโรยแรงหมดสภาพไปตามๆ กันซึ่งก็คงไม่ต่างอะไรกับผมที่แม้จะรอดจากเงื้อมมือของพญาอสุเรศในเมืองนรกมาได้แต่ก็สะบักสะบอมแทบปางตาย โดยเฉพาะมือขวาที่สาหัสรวมถึงหน้าแข้งและฝ่าเท้าที่โดนไฟลวกเสียจนปวดแสบปวดร้อนไปหมด

หลังจากนั้นผมจึงรีบถีบขาพาตัวพุ่งขึ้นสู่เหนือน้ำ การที่ตระหนักได้ว่าตนเองนั้นตายไปแล้วทำให้ลดทอนความกลัวลงไปได้มากโข ผมไม่ต้องขวนขวายเอาอากาศเข้าไปในปอดเพื่อหายใจอีกแล้ว ร่างกายรึก็เบาโหวงจนน่าประหลาดใจ ส่วนระบบการทำงานของกลไกอวัยวะต่างๆ ที่ทำให้สามารถเคลื่อนไหวได้อยู่นี้ก็ยังเป็นปริศนาที่ชวนให้พิศวงและคงมีแต่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้วเท่านั้นกระมังจึงจะเข้าถึงความมหัศจรรย์เช่นนี้ได้

            “เฮื้อก!”  ผมอ้าปากพะงาบกินลมโดยอัตโนมัติเมื่อทะลึ่งพรวดขึ้นมาลอยคอได้สำเร็จ น้ำเค็มๆ ไหลย้อยมาจากปลายผมอันเปียกปอนบ้างเกาะพราวตามดวงหน้าแล้วหยดลงมา ติ๋ง ติ๋ง พอเงยมองเพดานที่ห่างขึ้นไปประมาณคืบหนึ่งก็เห็นไฟดาวน์ไลท์ที่อยู่เหนือบานประตูนั่นกลับมาเปล่งแสงขาวสว่างจ้าตามเดิมแล้ว ส่วนพวกวิญญาณสวะบนนั้นก็ถูกเผาเสียเรียบวุธผิวหนังไหม้เกรียมกลายเป็นตอตะโกเหนียวๆ จับกันเป็นก้อนเมือกสีถ่านแลดูอุจาดตา หลายจุดเห็นเป็นท่อนแขนห้อยต่องแต่งลงมาในสภาพนิ้วมือหงิกงอชวนสมเพชเวทนาและสยดสยองระคนกัน

            “ฮู้วว…” ผมเป่าลมออกจากช่องปากด้วยความโล่งอก

           แต่ไม่ทันที่จะได้ฉีกยิ้ม ความรู้สึกเสมือนถูกใครหรืออะไรบางอย่างจับจ้องอยู่ไม่ไกลก็สะกิดใจให้หันไปมอง

ทันใดนั้น!

สายตาก็ปราดไปเห็นดวงเนตรสีแดงวาวโรจน์คู่นั้นลอยเรี่ยอยู่ระดับผิวน้ำก่อนที่ใบหน้าและศีรษะดำมะเมื่อมจะมุดลงไปใต้กระแสวารีที่ไหลแรงต่อหน้าต่อตา

            ‘เหวออ…งานเข้าแล้วกู!’          

            ไม่รอช้าผมรีบหันตัวว่ายหนีอย่างไม่คิดชีวิตพยายามใช้มือซ้ายพุ่งแหวกสายอุทกที่เชี่ยวกรากพร้อมทั้งตีเท้าส่งตัวเองออกห่างจากยักษ์ชราร่างสูงใหญ่ที่กำลังตามกวดมาให้มากที่สุด

            ‘ยังตื้อไม่เลิกอีกเหรอเนี่ย…บ้าชิบ’ ผมนึกหงุดหงิดระคนหวาดกลัว พอเหลือบเหลียวไปก็เห็นมวลมหรรณพแหวกออกเกิดเป็นคลื่นซัดผนังทางเดินแคบๆ ดังซู่ซ่าไปทั่วก็ยิ่งเสียขวัญ

            ‘ย้งนายต้องลอดผ่านประตูนั้นเข้ามา’  สาริการ้องบอกผ่านโทรจิตด้วยเสียงที่ตื่นตระหนกตกใจไม่แพ้กัน

            ฉับพลันมืออันมโหฬารนั้นก็เอื้อมคว้ามา

            “วืบบบ”

             ‘ว้าย…ระวังนะ!’ หญิงสาวอุทานเสียงสูง

             คงเป็นความโชคดีอย่างมหาศาลที่ทำให้ผมกระตุกขาหลบนิ้วเขื่องซึ่งแฉลบปลายเท้าไปได้อย่างเฉียดฉิว

            ‘แล้วคุณอยู่ไหน ทำไมไม่มาช่วยผมเล่าผมจะแย่อยู่แล้วเนี่ย’ ผมต่อว่าต่อขานเธออย่างหัวเสียพลางเบี่ยงตัวหนีมือยักษ์อีกข้างที่วาดเข้ามาหมายจะจับ  ร่างกายอันใหญ่โตเทอะทะนั่นทำให้ถูกแรงต้านของกระแสน้ำซัดสาดเข้าโครม โครมอย่างหนักหน่วง แต่อีกฝ่ายก็ไม่มีทีท่าว่าจะถอยเลยแม้แต่น้อยทว่ากลับยังคงไล่ตามมาอย่างไม่ลดละ

‘เหวอออแย่แล้วไง…เสร็จมันแน่’

“ฉันเข้าเทวานิรมิตมาแล้วเลยกลับไปไม่ได้น่ะสิ ขอโทษด้วยนะ” สาวเจ้าอ้างเสียงอ่อยแล้วจึงเอ่ยเตือน “นายรีบว่ายมาเร็วๆ เข้าเดี๋ยวถ้าพวกมันโผล่มาจะยิ่งอันตรายไปมากกว่านี้”

‘นี่คุณหมายถึงอะไร?!’ ผมยิงคำถามสวนกลับไปแต่ไม่ทันไรคำเฉลยนั้นก็โผล่ออกมาให้เห็นเต็มสองตา

‘โอ้…พ่อแก้วแม่แก้วช่วยลูกด้วย!!!’  ภาพของปลาขนาดใหญ่พร้อมกับฝูงปลาตัวเล็กๆ ที่พากันลอดช่องประตูเข้ามาทำผมตะลึงตะลานแทบอยากกลั้นใจตายให้รู้แล้วรู้รอด 

เท่าที่เห็นไอ้จ่าฝูงสองตัวที่เลื้อย…เอ้ยว่ายนำมานั้นเป็นปลายักษ์ลำตัวยาวบรื้ดดไม่ต่ำกว่าสามถึงสี่เมตรจุดเด่นคือปากที่ยื่นแหลมและฟันคมๆ เต็มแผงปากเหมือนพวกอริเกเตอร์การ์ หรือปลาจระเข้เพียงแต่มีเกล็ดใหญ่สีน้ำเงินเหลือบเขียวเป็นมันวาวคล้ายสีแมลงทับ ครีบตะเกียบ ท้อง และครีบลำตัวค่อนข้างเล็ก

ส่วนปลายเห็นเป็นริ้วเป็นสายยาวเฟื้อยผิดกับส่วนหางที่มีขนาดใหญ่และแผ่บานเป็นทรงพัดคล้ายหางปลากัดเปล่งสีเขียวอมน้ำเงินเรืองๆ กำลังหัวส่ายหัวคลอนพุ่งตรงมาทางนี้ดูท่าพวกมันคงจะกำลังหงุดหงิด หรือไม่ก็โมโหหิวเป็นแน่แท้!

“กุมภิลายมัจฉา เพชฌฆาตปากแหลมแห่งน่านน้ำตะวันตก” สาริกาปรารภออกมาก่อนจะแสดงความเห็น “ปลา ณ แดนตรัยตรึงศ์จำพวกนี้แม้จะมีจมูกไวแต่ดวงตากลับมีขนาดเล็กเท่าหัวเข็มหมุดและฝ้าฟางนัก อีกทั้งยังเลือกกินแต่สัตว์ใหญ่มันคงไม่สนอกสนใจเหยื่อตัวกระจ้อยอย่างนายหรอก”

ถ้อยคำที่เสมือนการปลอบขวัญนั้นไม่ได้ช่วยให้ผมรู้สึกปลอดภัยขึ้นเลยแม้แต่น้อย ก็ดูฟันคมกริบเหมือนใบเลื่อยนั่นสิหากโดนกัดทีมีหวังร่างขาดกระจุย คิดแล้วก็เสียวสยองเข้าไปถึงทรวง

           ผมรีบกวาดสายตามองซ้ายแลขวาอย่างจวนตัว สิ่งเดียวที่จะทำให้ผมหลุดรอดไปจากที่นี่ได้ก็คือ…

            ประตูบานนั้น’       

            ไม่ทันได้ปล่อยความคิดให้เลื่อนลอยออกจากหัว ผมก็ว่ายป๋อมแป๋มไปที่นั่นในทันใดโดยพยายามประคองตัวให้ลอยอยู่เหนือผิวน้ำและหลบชิดผนังไปแถบหนึ่งเพื่อหลีกทางให้พวกมัน  แล้วก็จริงอย่างที่นางฟ้าสาวได้พูดไว้ เจ้าปลายักษ์คู่นั้นว่ายเลยผ่านตัวผมไปราวกับมองไม่เห็นทั้งๆ ที่ร่างของผมเฉียดลำตัวด้านข้างของมันไปแค่เส้นยาแดงผ่าแปด

             ก่อนที่พวกมันจะตีคู่ปรี่เข้าหาก้อนเนื้อชิ้นโตอย่างท้าวมหายมซึ่งกำลังชะงักงันโดยไม่รีรอ ส่วนปลาตัวเล็กๆ ขนาดสองฝ่ามือลำตัวสั้นแบนปากเล็กจู๋ดูไม่มีพิษมีภัยคล้ายปลาโนรีแต่มีเกล็ดสีเงินล้วนแวววาวระยิบระยับราวกากเพชรที่ว่ายคลอเคลียมาฝูงใหญ่นับร้อยๆ ตัวกลับสนใจเหยื่อซึ่งเป็นวิญญาณสวะใกล้ตายพวกนั้นมากกว่า

             “มยุระมัสยา” นางฟ้าสาวขานนามพวกมันอย่างคล่องปากแล้วจึงอธิบาย “พวกนี้เป็นอนุมัจฉาที่คอยแทะเล็มกินเศษอาหารหรือซากศพที่เหลือจากปลาตัวใหญ่อีกทอดหนึ่ง โดยปกติแล้วไม่ทำอันตรายใครหรอกนะสบายใจได้”

            ผมฟังเธอเล่าพร้อมกับมองดูฝูงปลาแสนสวยที่กระจายตัวกันไปตอดเนื้อไหม้ๆ ที่ติดตามพื้นและผนังกันหนุบหนับอย่างสนุกสนาน ยามพลิกตัวแต่ละทีเกล็ดสีเงินแวววาวเหล่านั้นก็ล้อกับแสงของมวลน้ำที่ใสสว่างราวผลึกแก้วส่องประกายวิบวับแยงตาดูเพลิดเพลินดีอยู่หรอก หากไม่ติดว่ากำลังหนีหัวซุกหัวซุนอยู่เช่นนี้ผมคงเฝ้าชมมันแหวกว่ายไปมาได้อย่างไม่รู้เบื่อ

พอเอี้ยวคอไปดูข้างหลังอีกทีก็ต้องตกตะลึงเมื่อเห็นท่านท้าวกำลังปลุกปล้ำต่อสู้กับสองปลายักษ์เป็นพัลวัน มือสีนิลข้างขวาจับปากเรียวแหลมของกุมภิลายมัจฉาตัวหนึ่งไว้อยู่ แต่มันก็สะบัดตัวแรงจนลำตัวยาวพาดไปโดนข้างฝาก่อนจะดิ้นไปดิ้นมาเกิดวงน้ำกระจายเป็นคลื่นกระแทกกระทั้นดังตูมตาม ส่วนมืออีกข้างก็เหวี่ยงวาดซ้ายทีขวาทีกันไม่ให้ปลาอีกตัวเข้าโจมตี ซึ่งคงเป็นความโชคดีของผมจริงๆ ที่พวกมันโผล่หัวมาได้ถูกจังหวะพอดิบพอดี

           “แต่ก็ยังชะล่าใจไม่ได้นะ” สาริกากล่าวเตือน

           “ที่นายต้องระวังก็คือปลานักล่าที่ชื่อ ‘พยัคฆ์อัมพุชชา’ ซึ่งอยู่รวมกันเป็นฝูงอีกทั้งยังปราดเปรียวและกระหายเลือดราวกับไฮยีน่าทีเดียวเชียวล่ะ” เสียงใสกล่าวเตือนดังก้องหูแล้วจึงสำทับอีกหน “ระวังไว้นะพวกมันใกล้เข้ามาแล้ว”

           ‘ตะตะตะตัวนั้นใช่มั๊ย?’ ผมถามพลางเบิกตาโพลงด้วยความตื่นกลัวเมื่อเห็นร่างลิบๆ เหล่านั้นว่ายฉวัดเฉวียนพุ่งปราดเข้ามาอย่างรวดเร็วและเมื่อยกข้อมือขวาขึ้นมองดูก็ต้องผงะตกใจที่เห็นโลหิตสีแดงสดยังคงทะลักออกมาจากบาดแผลไม่หยุด

           ฆานสัมผัสหรือผัสสะทางกลิ่นที่ขาดหายไปทำให้ตนเองไม่ทันได้ระวังระไวโลหิตที่ไหลเจือจางไปกับสายน้ำซึ่งคงลอยไปแตะจมูกของพวกมันเข้า

          ‘นี่พวกมันคงได้กลิ่นเลือดเราแหง’ ผมคิดอย่างหวาดหวั่น

          “นายรีบว่ายเข้าประตูมาเร็วๆ เข้า!” อีกฝ่ายพูดย้ำ แต่เท่าที่กะระยะดูคงไม่ทันแน่แล้วผมจึงตัดสินใจในวินาทีสุดท้ายดำดิ่งเข้าไปหลบอยู่หลังประตูบานเหล็กได้ทันก่อนที่ฝูงปลาเพชฌฆาตลำตัวเพรียวยาวสีดำสามสี่ตัวจะโผล่หัวตามกลิ่นเลือดเข้ามาแล้วอ้อมมาดักตรงช่องระหว่างผนังกับบานประตูที่ผมซ่อนอยู่อย่างรู้ทัน


 

TB
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

45 ความคิดเห็น