The Miracle Of Wisarut : ปาฏิหาริย์โลกวิญญาณ

ตอนที่ 17 : เสียงจากสวรรค์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    7 มี.ค. 63

คิดจะหนีเหรอ!” ตาลุงยักษ์นั่นตะเบ็งเสียงใส่แล้วสาวสายโซ่แรงขึ้นเร็วขึ้นอีก

พวกแกก็แค่ผีชั่วกระจอกๆ กัดคนไม่เลือกที่ มีปัญญาทำได้แค่นี้แหละสมควรแล้วที่โดนแบบนี้ผมเอ่ยปากด่าทอเหล่าวิญญาณสวะอย่างรังเกียจเดียดฉันท์พยายามสะบัดตัวให้หลุดจากพันธนาการ ปล่อยฉันนะฉันจะไปหาท่านท้าว ให้ท่านจับไปดีกว่าตกเป็นเหยื่อไอ้พวกชั้นต่ำอย่างพวกแก

ข้าไม่ปล่อย แกจะต้องได้ลิ้มรสความทรมานเช่นเดียวกับพวกเราใบหน้าของชายผู้หนึ่งซึ่งโผล่ออกมาตรงเหนือศีรษะของผมประกาศกร้าวราวกับเจ็บแค้นเคืองโกรธมาแต่ชาติปางไหนก่อนที่ฝ่ามือซีดๆ มากมายจะลงน้ำหนักรัดผมจนแน่นจุกยิ่งไปกว่าเดิม

นายจะทำอะไรน่ะบอกแล้วไงว่าอย่าไปยุ่งกับพวกนั้นหญิงสาวปรามเสียงเข้ม ทว่าผมยังคงไม่หยุด

พะพะพวกแกมีแรงกันแค่นี้เหรอผมดูแคลนพวกมันน้ำเสียงขาดห้วงด้วยความเหนื่อยอ่อนแม้จะพยายามดิ้นรนขัดขืนสักเพียงไรแต่ก็เหมือนเหนื่อยเปล่า

ทันใดนั้นเองก็สัมผัสถึงความร้อนที่แผ่มาถึงฝ่าเท้า ผมคิดจะกระโดดหนีแต่ก็ทำได้แค่ยกเท้าสลับไปมาราวกับกำลังเต้นแท็ปเพราะส่วนขาถูกพวกมันตรึงไว้หมดจนแทบกระดิกกระเดี้ยไปไหนไม่ได้เลย

ไอ้พวกหมาหมู่ ปล่อยนะเว้ย!” ผมตะคอกใส่ด้วยโกรธจัด  กระจอกๆ อย่างพวกแกทำอะไรฉันไม่ได้หรอกผมยังคงยั่วเย้าพวกมันอย่างคะนองปาก แม้จะเป็นแผนการที่ไม่ฉลาดนักแต่ในนาทีวิกฤติเช่นนี้ถ้าไม่ลองเสี่ยงดูก็คงไม่รู้ว่าหมู่หรือจ่า ซึ่งสุดท้ายแล้ว

คำปรามาสแค่ไม่กี่คำก็สามารถจุดชนวนอารมณ์ให้อีกฝ่ายเดือดดาลได้เป็นผลสำเร็จ วิญญาณเหล่านั้นต่างบีบรัดผมแน่นขึ้นอีกจนร่างผอมๆ นี้แนบติดไปกับผนังตามที่ได้คาดการณ์ไว้ไม่มีผิด ซึ่งมันคงจะดีกว่านี้มากถ้าพวกมันจะไม่แสดงความโกรธเกลียดออกมาด้วยการใช้ปากและแผงฟันทื่อๆ กัดทึ้งดึงเนื้อผมกันเป็นว่าเล่น แม้จะต้องทนเจ็บตัวอยู่บ้าง

แต่แค่นี้ก็พอใจแล้ว

คราวนี้ตาข้าบ้างล่ะ

ฮื้ดดด!”ผมร้องเสียงดังลั่นพร้อมกับออกแรงพยายามในเฮือกสุดท้าย น้ำใสๆ หยดย้อยลงมาจากปลายหางตาผ่านใบหน้าตะแคงข้างซึ่งปูดเกร็งด้วยแรงบีบรัดอันมหาศาลจากแขนและมือของพวกมันที่พาดพันตัวผมเต็มไปหมด

อ๊าาก!” ความเจ็บปวดประดังประเดเข้ามาจนมิอาจสะกดกลั้น ทนไม่ไหว จะทนไม่ไหวแล้วโว้ยย!

สาริกา…’ ผมตั้งจิตสื่อสารกับนางฟ้าจากแดนสวรรค์คนนั้นในห้วงความคิดคุณยังอยู่ใช่มั๊ย

ฉันฟังนายอยู่นายเป็นยังไงบ้างอดทนไว้นะอีกฝ่ายตอบเสียงสั่นเครือเหมือนคนกำลังร้องไห้ ผมไม่รู้ว่า ณ ตอนนี้เธอกำลังอยู่ที่ไหนทว่า

ผมดีใจนะที่คุณยังอยู่กับผมผมนึกน้ำตาปรอย

นายอย่าพึ่งยอมแพ้นะ จะยอมแพ้ตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาดนะอีกฝ่ายรีบกล่าวด้วยความห่วงใย

ผะผะผมจะทำอย่างที่คะคะคุณบอก

ขณะนั้นเอง วิญญาณอาแปะที่อยู่บนพื้นนั่นก็ร้องโหยหวนเมื่อถูกไฟคลอกก่อนที่พระเพลิงจะลามมายังใต้ฝ่าเท้าผม

ย้งนี่นาย…?”

ผมจะทำตามหน้าที่ของผมจะต้องทำมันให้ได้ผมย้ำอีกครั้งด้วยความมุ่งมาด  ถึงขนาดนี้แล้วผมไม่มีวันถอดใจอย่างเด็ดขาด

อื้มรออยู่แล้วล่ะเสียงนั้นตอบกลับมาด้วยความเข้าใจ ส่วนที่เหลือฉันจะจัดการดับไฟให้เองนะไม่ต้องเป็นห่วง

พอได้ยินดังนั้นก็หมดกังวลศีรษะน้อยๆ ที่ยกเกร็งอยู่เป็นนานค่อยๆ ฟุบลงกับผนังด้วยความเหนื่อยอ่อนจากนั้นผมจึงกระชากข้อมือขวาอย่างแรงเป็นเชิงท้าทายฝ่ายตรงข้ามทำให้ผู้ที่กุมปลายสายโซ่อยู่อีกข้างหนึ่งโกรธเกรี้ยวและกระตุกมันกลับไปในทันใด แต่เมื่อตัวผมถูกตรึงแน่นติดกับผนังเหมือนตะขอเกี่ยวอยู่เช่นนี้ จึงทำให้ทุกอย่างง่ายดายยิ่งขึ้น ที่เหลือก็แค่เกาะคานผลักประตูให้แน่นๆ แล้วส่งตัวไปตามแรงกระชากจากทางด้านหลังนั้น

อ๊าาก!” ผมแผดร้องสุดเสียง เมื่อถูกไฟคลอกเท้าและแขนขวาถูกรั้งไปจนหัวไหล่แทบฉีกมองไปทางใดก็เห็นแต่เพลิงลุกท่วมสูงลามเลียจากพื้นจรดฝ้าเพดาน

ในช่วงนาทีสุดท้าย

นอกเสียจากเสียงโหยหวนของเหล่าวิญญาณผู้เคราะห์ร้ายแล้ว หูของผมก็ยังได้ยินเสียงครืนใหญ่ดังแว่วมาจากอีกฝากฝั่งหนึ่งของผนัง

ผมรู้ดีว่าที่สุดแล้วผมก็ทำมันได้สำเร็จจึงคลี่ยิ้มแห้งๆ ออกมานิดหนึ่งอย่างหมดเรี่ยวแรง ความดีใจทั้งหมดกลั่นกลายเป็นหยาดน้ำใสๆ ย้อยหยดลงมาจากปลายหางตา

แวบหนึ่งที่ความตื้นตันเอ่อท้นขึ้นมาในความรู้สึก

ถึงตอนนี้ผมได้แปะมือให้เธอแล้ว

เสียงนั้นดังขึ้นและชัดขึ้นในทุกเสี้ยววินาทีราวกับมีอะไรบางอย่างกำลังถาโถมเข้ามาอย่างรวดเร็วและรุนแรง

 ครึกกกเป็นไปตามคาดแรงกระชากจากพละกำลังอันมหาศาลทำให้บานประตูเหล็กเล็กๆ ได้แง้มออกพาร่างของผมที่ติดแหงกอยู่ตรงนั้นราวกับจิ้งจกตุ๊กแกเอียงตามไปด้วย

หนังตาทั้งสองข้างเริ่มหนักอึ่งจากความพยายามดิ้นรนเหน็ดเหนื่อยเสียจนแทบขาดใจ

ผมได้แต่หลับตาพักและแนบใบหูกับแผ่นเหล็กเฝ้ารอฟังเสียงของมันซัดสาดเข้าหา

แม้บานประตูจะเคลื่อนขยับออกมาไม่มากนัก แต่ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เกิดหายนะครั้งใหญ่

ครืนนน!” เสียงๆ นั้นดังกึกก้องกัมปนาทเต็มไปด้วยพลังแห่งการทำลายล้างที่ยากเกินจะหยั่งถึงฟังแล้วน่าประหวั่นพรั่นพรึงยิ่งนักทว่า

สำหรับผมมันกลับเป็นเสียงที่ไพเราะเสนาะหูที่สุดเท่าที่ในชีวิตหลังความตายนี้ได้เคยยลยินมา

ซ่าาาาา!”

ใกล้แล้วสินะ

ผมนึกด้วยความลุ้นระทึก รู้สึกตื่นเต้นตื่นตัวราวกับว่าได้รอคอยการมาถึงของมันมานานแสนนานแล้ว


 

 



              { Winter Dark Theme }
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

45 ความคิดเห็น