The Miracle Of Wisarut : ปาฏิหาริย์โลกวิญญาณ

ตอนที่ 15 : ยื้อ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    1 มี.ค. 63

บ้าเอ้ย!’  ผมปริวิตกพลางเอี้ยวคอหันไปมองข้างหลังแวบหนึ่งเพื่อกะระยะที่ตั้งของบานประตู

ต้องหนีไปให้ได้ความกลัวขับดันให้ผมรีบแทงมือซ้ายพรวดเข้าไปในซอกหน้าของพวกมันซึ่งโผล่ผุดอยู่เต็มผนังด้านหลังเพื่อควานหาคานผลักประตูหนีไฟที่จมอยู่ใต้ธาราวิญญาณนั้น พร้อมกับมองคู่สนทนาไปด้วยเพื่อไม่ให้เกิดพิรุธ แต่ไม่รู้ว่าเผลอไปสะกิดโดนต่อมอะไรของพวกมันเข้า

ฮือ ฮือ ฮือจู่ๆ วิญญาณสวะต่างก็เปล่งเสียงดังอื้ออึงขึ้นมาพาลให้ผมตกใจจนร่างเกิดแสงขาววูบวาบขึ้นมาอีกหน แม้จะชะงักไปนิดหนึ่งแต่ผมก็ยังคงใส่เกียร์เดินหน้าแข่งกับเวลาแห่งความเป็นความตายที่หายใจรดต้นคออยู่เต็มกำลัง

อึ๋ย!’ ผมอุทานด้วยความขยะแขยงเมื่อปลายนิ้วสัมผัสถึงความหนืดเหนียวของมวลน้ำสีเข้มแล้วจึงคลำมือไปมานิดหน่อยพอรู้ว่าไม่พบก็รีบชักกลับก่อนที่แขนยาวๆ ของพวกมันจะคว้ามือผมเอาไว้ได้ทัน

ไม่ใช่แหะความเครียดและวิตกจริตยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณเมื่อรู้ตัวว่าคาดคะเนตำแหน่งของบานประตูนั้นผิดไป แม้จะจำได้ว่ามันอยู่แถวๆ นี้ก็เถอะแต่การหาคานเหล็กเล็กๆ ที่ฝังอยู่ใต้นทีสีดำซึ่งเต็มไปด้วยใบหน้าและท่อนแขนมากมายอีกทั้งยังถูกความมืดปกคลุมปิดบังสายตาไว้จนมิดแบบนี้มันก็คงไม่ต่างอะไรกับการงมเข็มในมหาสมุทรนั่นแหละ

แล้ว แล้ว แล้วไอ้มหาอเวจีนี่มันเป็นยังไงเหรอครับ?” ผมแสร้งทำเป็นเจ้าหนูจำไมไถ่ถามอีกฝ่ายพลางทิ่มมือพรวดลงไปอีกที่หนึ่งซึ่งต่ำลงมา

ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าอยากรู้นักหรือว่ามันเป็นเช่นไรเสียงก้องกังวานดังออกมาพร้อมกับลมกรรโชกแรงจนแทบล้ม สายโซ่สะบัดไหวพลอยทำให้แผลตรงข้อมือถูกบาดลึกเข้าไปอีก

โอ๊ย…” ผมโอดครวญก่อนจะรีบตอบละล่ำละลักกลับไป คะคะครับ ครับพลางควานหาคานผลักประตูอย่างลนลาน ทว่า

ไม่เจอ!’

ทำไมไม่เจอวะบ้าเอ๊ยผมเริ่มหมดหวัง รีบชักแขนออกมาอย่างทุลักทุเลแล้วจึงเสือกมือพรวดเข้าไปอีกครั้งหนึ่งในตำแหน่งที่ห่างออกไปและในคราวนี้เองที่นิ้วได้ปะทะเข้ากับวัตถุแข็งๆ คล้ายท่อนเหล็กยาวๆ ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้านูนเด่นออกมาจึงรีบจับๆ คลำๆ สำรวจดูในทันใด

เจอแล้ว!...ใช่จริงๆ ด้วย ผมดีใจจนแทบกระโดดแต่จำต้องเก็บอาการเหยียบมันเอาไว้ เพราะหากอีกฝ่ายรู้ว่าผมแอบมีลูกเล่นตุกติกแล้วล่ะก็คงไม่แคล้วตกที่นั่งลำบากเป็นแน่

ถ้าอย่างนั้นจงไปดูให้ประจักษ์สายตาแก่ตนเองเถิดฮ่า ฮ่า ฮ่าขาดคำร่างทะมึนนั้นก็กระตุกสายโซ่อย่างแรงทำให้ผมตัวถลันหน้าถลาไปจนเกือบล้มมือที่จมอยู่ในน้ำโสโครกหลุดพรวดออกมาทันที

อ๊าก!” ผมร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดก่อนจะวิงวอนน้ำตานองหน้า ทะท่าน ท่านได้โปรดเถอะ ผมไม่อยากตกนรก ผมไม่อยากไป

เจ้าต้องไปรับโทษทัณฑ์ที่เจ้าก่อไว้!” ท้าวมหายมตวาดน้ำเสียงเกรี้ยวกราด แล้วจึงออกแรงดึงอย่างไม่ปราณีปราศรัยราวกับเห็นผมเป็นแค่สุนัขตัวหนึ่งที่หลงเดินออกนอกฟุตบาทจึงกระชากสายจูงให้มันกลับขึ้นมาบนทางเท้า

ไม่ ปล่อยผมนะผมร้องอย่างเสียขวัญพยายามแข็งขืนหยัดกายไว้พร้อมกับโถมตัวเข้าหาผนังราวกับเห็นมันเป็นเบาะเตียงนุ่มๆ ก่อนที่ไอ้มือซีดๆ มากมายเหล่านั้นจะพากันโอบรัดร่างผมไว้แน่นทำให้เคลื่อนไหวไม่ถนัด บ้างก็ใช้ปากงับฟันขบตามร่างกายจนเจ็บเนื้อเจ็บตัวไปหมด ส่วนวิญญาณตนอื่นๆ ก็พร้อมใจกันประสานเสียงโฮ่ฮาเสียดแทงเข้ามาในรูหูฟังแล้วชวนหงุดหงิดรำคาญใจนัก แต่ผมก็กัดฟันสู้สุดชีวิตล้วงมือเข้าไปในตำแหน่งเดิมอีกหนระหว่างที่เจ้าของตรวนอันหนักอึ่งก็พยายามฉุดกระชากลากถูผมไปให้ได้เช่นกัน

ไปกับข้าบัดเดี๋ยวนี้!” ท่านท้าวสั่งเสียงกร้าวเกิดลมปานพายุพัดหวือเข้ามาอีกระลอก

อ๊าก!” ผมร้องเสียงหลงเมื่อเหล็กร้อนๆ ครูดกับเนื้อแดงจนเจ็บปวดรวดร้าวไปทั่วทั้งแขน แต่ก็ยังโชคดีที่แขนซ้ายเกาะคานผลักของบานประตูไว้ได้ทันท่วงที

 ไม่ ไม่ ไม่ ผมไม่ไปผมยังคงแข็งข้อ

ข้าไม่คิดว่าเจ้ามันจะดื้อด้านถึงเพียงนี้ ถ้าอยากรับรสความทรมานว่าเป็นเยี่ยงไรนักล่ะก็พูดเสร็จชายชราผู้เป็นใหญ่แห่งแดนโลกันต์ก็ทำปากขมุบขมิบแล้วจึงจรดไม้เท้าลงบนผนัง แสงไฟบนหัวไม้เท้าเปล่งแสงเรืองรองส่องให้เห็นใบหน้าซีดๆ ของมนุษย์ชายหญิงกำลังทำหน้าขยาดเมื่อมีเพลิงร้อนจี๋มาจ่ออยู่ใกล้ๆ

อย่าาาา  นายท่าน  อย่าาาา  ร้อนน  ข้าร้อนนเสียงโหยหวนของพวกวิญญาณชั้นต่ำบ่งบอกถึงความกลัวเหลือคณานับ เปลวไฟติดพรึ่บอย่างรวดเร็วก่อนจะลุกโพลงขึ้นแล้วโหมไหม้มาตามผนังพร้อมกับเสียงกรีดร้องแหลมสูงดังระงม ส่วนสะเก็ดไฟที่ร่วงหล่นก็ทำปฏิกิริยากับเชื้อเพลิงด้านล่างเกิดเป็นไฟลุกท่วมไล่ลามมาตามพื้นด้วยเช่นกัน

ซวยแล้ว!’ พ่อเจ้าประคุณเล่นย่างสดกันเลยรึนี่

ฮือ ฮือ ฮือพวกวิญญาณสวะพากันแตกตื่น บ้างก็น้ำตาไหลพรากออกมาอย่างน่าเวทนา

อ๊าาา!” เสียงหวีดร้องฟังโหยหวนปานจะขาดใจขณะที่เพลิงกัลป์แผดเผาพวกมันเป็นแถบๆ อย่างรวดเร็ว

ประเดี๋ยวเดียวพื้นผนังและเพดานก็ลุกเป็นไฟประหนึ่งโพรงอัคคีสีแดงส้มซึ่งขยายวงลุกลามเข้ามาเรื่อยๆ แขนดำเป็นตอตะโกหลายสิบท่อนสะบัดโบกไปมา นิ้วมือเหล่านั้นต่างกระตุกเต้นหงิกงอด้วยความทรมานอย่างแสนสาหัส ท่ามกลางเปลวเพลิงที่ลุกโพลง เห็นสภาพอันน่าสลดหดหู่นั้นแล้วก็อเนจอนาถสายตายิ่งนัก

แต่ที่น่ากลัวที่สุดก็คือใบหน้าอันเหี้ยมเกรียมอำมหิตของผู้ก่อการกลับกำลังเผยยิ้มน้อยๆ อย่างพึงใจ ราวกับฆาตกรโรคจิตที่พร่าผลาญชีวิตผู้อื่นได้อย่างเลือดเย็น

เหวออ!” ผมร้องลั่น เมื่อเห็นไฟลามลึกเข้ามาใกล้แล้ว ขณะคลื่นความร้อนที่โหมรุนแรงส่งผลให้ผิวหนังแสบร้อนจนแทบไหม้

ฮ่า ฮ่า ฮ่าเสียงหัวเราะอย่างผยองเดชของผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่าดังกึกก้องท่ามกลางเปลวไฟ น่าแปลกที่ท้าวมหายมกลับไม่ได้เป็นเดือดเป็นร้อนกับมหาอัคคีที่กำลังเผาผลาญวิญญาณสวะเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย ราวกับว่าเนื้อหนังกายาท่านไม่สะทกสะท้านต่อพระเพลิงกระนั้นแหละ

 มัวทำอะไรอยู่ตาบื้อทำไมไม่เปิดประตูสักทีเล่าฉับพลันนั้นเสียงติติงของสาริกาก็ดังสอดเข้ามาในรูหู แม้จะฟังแล้วชวนขุ่นเคืองแต่ความดีใจนั้นกลับมีมากกว่า




              { Winter Dark Theme }
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

45 ความคิดเห็น