The Miracle Of Wisarut : ปาฏิหาริย์โลกวิญญาณ

ตอนที่ 12 : วิญญาณสวะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    23 ก.พ. 63

มือข้างหนึ่งของไอ้วิญญาณโสโครกพวกนั้นคว้าหมับเข้าที่ข้อเท้าซ้ายของผม

เหว๋ออ!” อารามตกใจทำให้ผมร้องลั่นสะดุ้งโหยงยิ่งในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ด้วยแล้วยังมาซวยถูกเล่นงานเข้าอีกบ้าชะมัด

ปล่อยนะเว้ย ฉันบอกให้ปล่อย!” ผมตะคอกใส่มันอย่างโกรธจัด ใบหน้าซีดๆ อันหลอกหลอนของชายชราหัวล้านเลี่ยนแบบทุ่งหมาหลงโผล่ขึ้นมาจากธารน้ำดำข้นเหนียวตรงข้างๆ เท้าซ้ายของผมพร้อมกับจ้องเขม็งขึ้นมาชวนให้อกสั่นขวัญผวาอยากถอยหนี ทว่าแม้จะพยายามออกเรี่ยวแรงชักขาเท่าใดมันก็หน่วงหนึบเท้าจนแทบยกไม่ไหว

อื้ดดฮึ่บคราวนี้ผมลองใช้มือดึงต้นขาอีกแรงแต่ก็ไม่เป็นผล

ฮ่าฮ่าฮ่าจะหนีไปไหนจับได้แล้ว ไปอยู่กับพวกเราเถอะ ไปอยู่กับพวกเราาาาเจ้าของใบหน้าเหี่ยวๆ ผอมตอบดวงตาเล็กรีเหมือนพวกอาแปะอากงหัวเราะร่วนจนตาหยีก่อนจะพูดพล่ามอะไรก็ไม่รู้ซึ่งผมไม่อยากจะฟัง  

หุบปากนะไอ้ผีสวะ!” ผมแผดเสียงลั่น เจ็บใจเหลือเกินที่เสียรู้พวกมันทั้งๆ ที่เกือบจะรอดไปได้อยู่แล้วเชียว อีกนิดเดียวแท้ๆ เวรเอ้ยน่าเจ็บใจนัก

ฉันไม่ไปไหนกับพวกแกทั้งนั้นแหละผมตวาดซ้ำ

ฮึ่บแม้จะลองพยายามดูอีกหนแต่ก็ไม่สำเร็จ มือเรียวใหญ่นั้นยังคงกำข้อเท้าผมไว้แน่น

ทำไงดี ทำไงดีผมคิด คิด คิด อย่างร้อนรนขณะที่เหล่าใบหน้าชายหญิงเหล่านั้นพากันอ้าปากหัวเราะเยาะเย้ยเสียงดังอื้ออึง

ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า

ฮิ ฮิ ฮิ ฮ่า ฮ่า ฮ่า

 ภายใต้ความมืดและแสงไฟวับแวมมีแต่ใบหน้า ท่อนแขนยาวๆ และฝ่ามือของพวกมันเต็มฝาผนัง  แน่นขนัดอยู่ตามพื้น ผุดโผล่ลงมาจากฝ้าเพดานพรืดไปหมด ช่างเป็นภาพที่น่าขนผองสยองเกล้ายิ่งนัก

ช่วยด้วย สาริกาช่วยผมด้วย ผมถูกมันจับได้!” ผมเอียงตัวหันไปร้องเรียกหญิงสาวผ่านบานประตูซึ่งในตอนนี้ถูกพวกวิญญาณสวะกลบกลืนไปหมดแล้วอย่างอับจนหนทาง ปรารถนาให้เสียงจากผู้ขลาดกลัวสะท้อนไปถึงหูของนางอัปสร แต่ไอ้พวกเวรนั่นก็ยังขัดคอผมไม่เลิก

ไม่มีใครช่วยแกได้หรอก มาอยู่กับพวกเราเถิดดดด พวกเราเหงา  เหงาเหลือเกินนนมันคร่ำครวญแล้วจึงเปล่งเสียงดังฮือ ฮือ ออกมาจากช่องปากเสียงโหยหวน

พวกแกเหงาแล้วมาเกี่ยวอะไรกับฉันเนี่ยไอ้ผีบ้า

สาริกาช่วยด้วยผมภาวนาด้วยความกลัวจับใจแต่ก็ไร้วี่แวว อีกฝ่ายจากไปแล้วโดยทิ้งผมไว้ให้เผชิญชะตากรรมแต่เพียงผู้เดียว

พอตระหนักถึงความพลั้งพลาดแล้วก็คิดเสียดายจนน้ำตาคลอ

เราช้าไป  ช้าเกินไป

ปล่อยนะโว้ย!” ผมตะคอกขู่พลางดึงเท้าขวาขึ้นพรวดหวังจะกระทืบหน้าให้มันเจ็บปวดจนต้องยอมปล่อยทว่าสถานการณ์กลับเลวร้ายลงไปอีก เมื่อแรงกระชากทำให้ร่างที่ยืนอยู่เสียการทรงตัวเอนไปแอ่นมาเหมือนต้นไม้ที่กำลังโงนเงนจะล้มมิล้มแหล่สองมือแผ่กางราวกับตีนจิ้กจกตุ๊กแกที่กำลังหาที่ยึดเกาะ แต่เมื่อมองไปรอบด้านก็เห็นแต่ใบหน้าซีดราวกับศพ ท่อนแขนและอุ้งมือมากมายพยายามไขว่คว้าหมายจะจับผม

หึ๋ยย!” ผมอุทานลั่นเมื่อไม่อาจประคองตัวได้อีกต่อไป

ปึ้ก!” หัวเข่าขวาที่ปักทิ่มลงไปใส่หน้าของวิญญาณสวะอีกตนอย่างจังทำให้มันทำหน้าเหยเกหลับตาปี๋ แน่นอนว่ามันคงเจ็บที่ถูกกระแทกเต็มแรงจนน้ำสีดำอุ่นๆ ไหลออกมาจากโพรงจมูกนั่นราวกับเลือดกำเดาไหล แต่ผมกลับไม่รู้สึกดีใจเลยแม้แต่น้อยเมื่อต้องอยู่ในท่าน่าอึดอัดทรมานแบบนี้โดยเฉพาะเมื่อมองเห็นมันลืมตาโพลงขึ้นมาและอ้าปากใช้แผงฟันผุกร่อนสีคล้ำดูเน่าๆ งับหัวเข่าผมไว้แล้วก็

เฮ้ยอย่านะ ฮ่า ฮ่า จั๊กกะจี้ผมหลุดออกอาการเมื่อถูกมันใช้ลิ้นดุนๆ และเลียแผล็บระรัว ส่วนปากพะงาบงับขึ้นลงฟันแข็งๆ ครูดไปบนผิวเนื้ออ่อนแทะเล็มเข่าผมประหนึ่งดังเด็กน้อยที่กำลังโลมเลียอมยิ้มอย่างเอร็ดอร่อยให้ความรู้สึกเจ็บแปลบและเย็นๆ คันๆ ในคราวเดียว

ทันใดนั้นเองที่ผมเผลอเหลือบสายตาขึ้นมองข้างหน้าอย่างลืมตัว

อ๊ะ!’ ซวยแล้ว

วืบบฉับพลันดวงเนตรสีแดงเรืองคู่นั้นก็ปิดลงแล้วกลืนหายเข้าไปในความมืดมิดพร้อมกับเปลวเพลิงบนมหาไม้เท้าอันเรืองฤทธิ์เหลือเพียงเวิ้งอากาศสีนิลและกลิ่นอายอันน่าสะพรึงที่แผ่ปกคลุมไปถ้วนทั่ว ครู่หนึ่งที่สรรพเสียงเงียบลงราวกับมหรรณพที่ไร้คลื่นลม

ก่อนที่ชั่วพริบตาจะปรากฏตรวนเหล็กร้อนฉ่าจนเห็นเป็นสีแดงส้มล็อกข้อมือขวาของผมเอาไว้พร้อมกับสายโซ่ระอุไฟราวกับถูกแผดเผาในอุณหภูมิที่ร้อนจัดลากโยงเข้าไปในความมืดมิดดั่งรัตติกาลนั้น

อ๊าาาาาาก ร้อนนน!!!” ผมร้องลั่นด้วยความตกใจระคนเจ็บปวดทรมาน รู้สึกแสบร้อนจนดิ้นพล่านน้ำตาไหลนองอาบหน้า รีบใช้มืออีกข้างแกะออกตามสัญชาติญาณแต่แค่เพียงแตะก็ต้องสะบัดมือหนีเพราะมันร้อนเหลือจนนิ้วมือพองไปหมด

เกิดอะไรขึ้นกันวะเนี่ย

วื้บบบ!” ไม่ทันไรสายเหล็กก็ขึงตึงแล้วกระชากไปข้างหน้าอย่างแรงจนตัวผมโยนไปตามทิศทางที่ถูกกระตุก

โอ๊ยยย!” ผมโอดครวญเมื่อถูกแผ่นเหล็กร้อนๆ จี้ผิวหนังบริเวณข้อมือจนไหม้ลึกไปถึงเนื้อใน เลือดไหลโซมลงมา จากบาดแผลเหวอะ ก่อนที่มันจะถูกดึงอีกครั้งราวกับว่ามีบางสิ่งบางอย่างภายใต้ความมืดกำลังสาวลากโซ่เส้นนี้อยู่

โอ๊ยยย เจ็บนะโว้ยยย!” ผมตะเบ็งเสียงอย่างโกรธจัด ความเจ็บปวดแล่นร้าวไปทั่วทั้งแขนขณะที่ผมพยายามขืนตัวยันกายไว้อย่างสุดกำลังก่อนที่เสียงทุ้มเปี่ยมพลังอำนาจจะดังขึ้นอีกครั้ง

 

TB
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

45 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 21 เมษายน 2563 / 22:39
    สม ชักช้าอยู่น่านแหละ
    #21
    2
    • #21-1 วัชรกาญจน์ (@watcharakarn) (จากตอนที่ 12)
      21 เมษายน 2563 / 23:29
      ขอบคุณที่เข้ามาอ่านและคอมเม้นต์ให้นะคร้าบบ

      ^-^
      #21-1