The Miracle Of Wisarut : ปาฏิหาริย์โลกวิญญาณ

ตอนที่ 10 : เทวานิรมิต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    17 ก.พ. 63

ว๊าาากอีผีจูออน!” ผมร้องลั่นตัวสั่นขวัญผวาก่อนจะปล่อยหมัดตุ๊ยท้องแฟบๆ เข้าไปเต็มรักจนมันตัวงอ ใบหน้าขาววอก ริมผีปากซีดเซียวและกลุ่มผมยาวสีนิลนั่นพานให้ผมคิดเตลิดถึง คายาโกะผีแม่ลูกอ่อนสุดเฮี้ยนที่เต็มไปด้วยแรงอาฆาตในภาพยนตร์แนวระทึกขวัญสั่นประสาทของญี่ปุ่น เพียงแต่ไอ้ผีตัวนี้ที่ผมเจอดูแก่ชรากว่ามาก

อุ๊ก!” มันร้องอุทานพลางเลื่อนมือขวากุมหน้าท้อง ส่วนมือซ้ายทำทีเป็นยกมือขึ้นเป็นเชิงห้ามแต่ไม่ทันที่ผมจะปล่อยให้มันได้พูด

ฉันกะแล้วว่าแกต้องเป็นนังผีร้ายผมประกาศเสียงกร้าวไม่รอช้าวาดกำปั้นชกเปรี้ยงเข้าใส่ใบหน้าเหี่ยวย่นด้านข้างอย่างจังจนอีกฝ่ายหน้าหันร่างผอมๆ ล้มโครมลงไปกองกับพื้น

ไม่ผิดจากที่สังหรณ์ใจไว้จริงๆ ด้วย มันคงพยายามล่อลวงผมให้ติดกับโดยจำแลงกายเป็นนางฟ้าแสนสวยอกสะบึมหลอกล่อยั่วยวนให้เราตายใจ ถึงตอนนี้คงต้องยอมรับเลยว่า

มันน่ากลัวจริงๆ

หยะหยะหยุดก่อนน ฟังฉันก่อนนนมันแกล้งอ้อนวอนเสียงแหบแห้ง  โถดูน่าเวทนาชะมัดแต่ไม่สำเร็จหรอกนังผีหงำเหงือก

หนอยแน่ทำเป็นสำออยเรอะ

ป้าบ!” ผมเตะอีกดอกเข้าตรงชายโครงจนนังผีร้อยเล่มเกวียนตัวงอเหมือนกุ้งโชคดีจริงๆ ที่ผมไหวตัวทันชิงโจมตีมันก่อน ไม่อย่างนั้นผมคงโดนมันเล่นงานแย่แน่ๆ

ฉะฉะฉันไปฆ่าพ่อแกเหรอออ 

ชิชะ! มันยังมีหน้ามาพูดจายโสโอหังใส่ผม คงต้องสั่งสอนอีกสักทีแต่ขณะที่กำลังเตะซ้ำลงไปนั่นเอง อีกฝ่ายซึ่งนอนตะแคงข้างอยู่ก็ใช้สองมือคว้าหมับเข้าที่ฝ่าเท้าของผมแล้วยกขึ้นพรวดจนผมเสียหลักหงายเก๋ง

เหวอออ!”

เสร็จมันเข้าแล้วสิร่างของผมล้มตึงอย่างหมดท่า มันซึ่งถือไพ่เหนือกว่ารีบคลานเข้าหาคร่อมตัวผมไว้ทันที

อย่านะ อย่าเข้ามา อย่า กลัวแล้วผมพยายามยกมือยกไม้ขึ้นป้องใบหน้าหลับตาปี๋ โอ้ถ้าคราวนี้มันฆ่าผมตายซ้ำสองจะทำไงดี

ฉันไม่ใช่ผีโว้ยไอ้บ้า!” มันกระชากคอเสื้อผมดึงขึ้นมาตะคอกใส่หน้าก่อนจะกระแทกหลังผมกับพื้นเต็มแรงดังอั๊ก ถึงขนาดนี้แล้วยังมีหน้ามาแก้ตัวน้ำขุ่นๆ อีกหรือนี่

ทำอะไรไม่มีสติแบบนี้ถึงได้ตายโง่ๆ แบบนี้ไงถ้อยคำนั้นทำให้ผมพลันตาสว่าง นี่ยังไม่แน่ใจอีกเหรอว่าฉันคือนางฟ้าตัวจริงเสียงจริงอีกฝ่ายบอกเสียงฉุน

แล้วทำไม ทำไมคุณถะถึงหน้ายับแล้วก็ขาวโบ๊ะเป็นผีโปะแป้งแบบนั้นล่ะแม้จะยังกลัวๆ อยู่แต่ก็อดที่จะเถียงออกไปไม่ได้

ก็ฉันเสียพลังไปเยอะ มันก็เป็นแบบนี้แหละเธออธิบายเสียงดุ

หรือว่าผมจะคิดมากเกินไป

รู้แล้ว รู้แล้วผมตอบไปส่งๆ ให้อีกฝ่ายคลายความโมโห

ถึงฉันจะเป็นนางฟ้านางสวรรค์ แต่ก็มีความอดทนจำกัดนะยะถ้าคราวหน้ายังทำตัวบ้าๆ แบบนี้อีกล่ะก็ฉันจะซัดนายให้หมอบกระแตเลยทีเดียวเธอขู่แล้วจึงกระแทกหลังผมลงกับพื้นกระเบื้องสีขาวอีกหน

จากนั้นสาริกาจึงปล่อยมือที่ขยุมอยู่ตรงคอเสื้อยืดแล้วลุกยืนขึ้น

เฮ้ออโล่งอก

ฉันคงต้องใช้เวลาอีกสักหน่อยกว่าพลังจะฟื้นคืนดังเดิมเธอแจงแล้วจึงยกสองมือย่นๆ จับแก้มตอบๆ บ่นงึมงำกับตัวเอง หน้าไม่ฟูแบบนี้น่าอายจริงๆ เลยเรา

รีบลุกขึ้นมาเร็วเข้าเดี๋ยวท่านท้าวก็ตามมาเจอหรอกอีกฝ่ายสั่งพลางยื่นนิ้วเหี่ยวๆ มาให้ผมจับ

พอเห็นคนชราใส่ชุดเกาะอกเอวลอยสวมถุงมือและรองเท้าบูทส้นเข็มสีแดงแล้วมันก็ละเหี่ยเพลียตับอย่างบอกไม่ถูก

เอ้าเร็วรีบๆ ยื่นมือมาซะสิคุณยาย เอ้ย เธอกล่าวแสดงท่าทีเก้อเขินเล็กน้อยออกมาให้เห็น อย่าบ่นน่าเดี๋ยวพอนายแก่ก็มีสภาพไม่ต่างจากฉันไปสักเท่าไหร่หรอกตาบื้อหญิงชราพูดแก้เกี้ยว

อ้อแน่นอน แต่อย่างน้อยผมก็คงไม่เอาชุดสาวพริตตี้มาใส่ฝืนสังขารแบบนี้หรอกมั้งผมเชื่อสนิทใจว่าที่เห็นนี้คือร่างอันแท้จริงของเธอเป็นแน่ เพราะรูปร่างหน้าตาเหมือนในรูปถ่ายที่เจ้าตัวให้ดูก่อนหน้านี้เปี๊ยบ

 ขอบคุณผมบอกห้วนๆ พร้อมกับยื่นมือซ้ายวางลงบนฝ่ามือเล็กๆ นั่น

ฮึ่บสาริกาโน้มตัวลงใช้สองมือออกแรงฉุดร่างผมให้ลุกยืนขึ้น ร่องอกหย่อนคล้อยใต้ผ้าหนังแก้วสีขาวไหวกระเพื่อมมองแล้วไม่เจริญหูเจริญตาเอาเสียเลย

เมื่อตะกี้ขอโทษนะคุณผมเข้าใจผิดไปหน่อยคงไม่เจ็บหรอกใช่มั๊ย ผมกล่าวแก้เก้อหวังว่าอีกฝ่ายจะไม่ถือโทษโกรธกัน

พูดเองเออเองเสร็จสรรพเลยนะเชอะสาริกาค้อนขวั่บเข้าให้ แค่วิญญาณกระจอกอย่างนายทำอะไรฉันไม่ได้อยู่แล้วล่ะ

คนแก่แล้วงอนเหมือนเด็กวัยรุ่นนี่ดูยังไงก็แปลกๆ แหะ

 เลิกค่อนแคะฉันได้แล้วเธอต่อว่าพลางยกมือจัดเผ้าจัดผมยาวๆ ให้เข้าที่เข้าทาง ฉันไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้สักหน่อย

 อะไรคุณผมยังไม่ได้ว่าอะไรคุณเลยสักคำนะผมทักท้วง

ความคิดนายมันพูดบอกฉันแทนหมดแล้วเธอว่าทำเป็นหน้ามุ่ยคิ้วขมวดใหญ่เชียว

ปกติแล้วผมเป็นคนไม่ช่างจำนรรจาสักเท่าไหร่ คนอื่นมักมองว่าผมเป็นคนเงียบขรึม และไม่ค่อยสุงสิงกับใครเท่าใดนัก ซึ่งมันก็ใช่ยกเว้นเสียแต่ว่ามันมีความจำเป็นหรือวันนั้นอารมณ์ดีมากเป็นพิเศษ ทว่าในทางกลับกันยิ่งผมพูดน้อยเท่าไหร่ก็พบว่าตนเองก็ยิ่งเป็นคนคิดมาก และบ่นพร่ำเพรื่ออยู่ในใจมากขึ้นเท่านั้นเพราะฉะนั้นเรื่องที่จะห้ามตนเองไม่ให้คิดมันก็คงยากพอๆ กับการเข็นครกขึ้นภูเขานั่นแหละ

โอเคครับผมจะระมัดระวังให้มากกว่านี้ผมตอบเอาใจเพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายขุ่นเคืองไปมากกว่านี้ อย่างไรเราสองคนก็ถือว่าได้ลงเรือลำเดียวกันแล้วนี่นะ

เมื่อผมมองไปที่นั่น

ประตูเล็กๆ สีเทาเข้มยังคงปรากฏแสงสีขาวสว่างเจิดจ้าลอดออกมาตามร่องประตูราวกับว่าด้านหลังนั้นมีสปอรท์ไลท์ดวงมหึมาส่องสว่างอยู่กระนั้นแหละเหลือเชื่อจริงๆไม่น่าจะเป็นไปได้เพราะผมก็เคยเดินผ่านแถวนี้อยู่บ้างแต่ก็ไม่เคยเห็นอะไรประหลาดแบบนี้มาก่อนเลย

นั่นมันอะไรน่ะ?” ผมถามด้วยความสงสัยพลางยกมือขึ้นบังและหรี่ตาอยากจะรู้เหลือเกินว่าข้างหลังแผ่นเหล็กนั้นมีอะไรซุกซ่อนอยู่กันแน่                                          

มันคือประตูเทวานิรมิตเป็นประตูวิเศษซึ่งสามารถพาเราไปยังสถานที่ต่างๆ ตามแต่ใจปรารถนา สาริกาซึ่งตอนนี้ผิวขาวเริ่มเปล่งปลั่งผ่องใสเกือบจะกลับมาเหมือนเดิมแล้วอธิบาย ถ้าจะให้เปรียบก็คงจะคล้ายๆ กับประตูวารป์หรือประตูวิเศษของโดเรม่อนนั่นแหละหญิงชราให้คำจำกัดความมันไว้แบบนั้น 

เพียงแต่ว่าประตูเทวานิรมิตนี้ไม่มีรูปลักษณ์ที่ชัดเจนรวมถึงไม่อาจกำหนดตำแหน่งแห่งที่ได้ตายตัว ต้องใช้วิทยาการชั้นสูงจากบนสวรรค์ในการส่งกระแสพลังงานลงมายังโลกมนุษย์รวมถึงตรวจหาพิกัดของมันเธอกล่าวอย่างเป็นการเป็นงาน ซึ่งมีแต่ผู้ที่ละจากกายหยาบแล้วเท่านั้นที่จะเห็นมันได้

ผมมองอีกฝ่ายด้วยความทึ่งไม่คิดว่าแดนสุขาวดีจะมีเทคโนโลยีที่ก้าวไกลขนาดนี้เชียว คิดๆ ดูคำว่าเทคโนโลยีสำหรับพวกเทวดานางฟ้าจริงๆ แล้วก็คงไม่ต่างอะไรกับการใช้เวทย์มนต์คาถาเสกมาหรอกมั้ง ก็อย่างเช่นเขฬะนาคานั่นไง

          เพียงแต่ไอ้ประตูวิเศษนี่คงจะมีระบบอะไรที่มันซับซ้อนเกินกว่าที่เธอจะทำได้เพียงลำพังมากกว่า ส่วนเรื่องที่บอกว่าบนสวรรค์ก็มีเทวดานักประดิษฐ์ฝีมือขั้นเทพอยู่ด้วยผมเองก็ยังไม่อยากจะเชื่อ

อย่างกับหลุดเข้ามาในอีกมิติหนึ่งแน่ะ


 

                                          

TB
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

46 ความคิดเห็น