เกซอนยา ปรารถนาแห่งรัก

ตอนที่ 3 : เกซอนยา ปรารถนาแห่งรัก ต่อจากตอนที่แล้ว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    23 เม.ย. 56

ซึ่งในเวลานี้ หลังจากที่ผ่านไปได้ชั่วโมงหนึ่ง เกซอนยา ชื่นชมความงาม จนเอมอิ่มใจ ซึ่งคิดว่า น่าจะเพียงพอแล้ว สำหรับความงดงามทางศิลปะ ที่ธรรมชาติปั้นแต่งและเสกสรรให้พื้นที่ตรงนี้ เป็นของเผ่าพันธุ์วอนชู และนี่ก็ถือว่า เข้าสู่ยามสายมากโขแล้ว สมควรที่คนทั้งหมด จะกลับเข้าไปสู่ที่พักเสียที

เพราะแสงอาทิตย์ในเวลานี้กราดเข้ม และกล้าเรือง ไปบนอณูเนื้อแผ่นดิน ทุกตารางกิโล กร้าวด้วยรังสีที่แผดเผา เมื่อกระทบกับผิวพรรณเนื้อ จนรู้สึกถึงความร้อนรุ่มและอ้าวที่บาดลงผิวกาย

พวกเรากลับกันเถอะ แดดเริ่มแรงขึ้นมากแล้ว”

เกซอนยาเอ่ยกับบรรดาเพื่อนสาว

แม้แต่เจ้าอาชา ก็รับรู้ถึงแสงแดดที่แผดร้อน และกิจกรรมของสาวๆที่ชื่นชอบชมไพร และธรรมชาติอันสวยงาม ก็จบลง แล้วต่างก็ดึงสายเชือก เพื่อชักลากจูงม้า และบังคับให้มันหันกลับลงไปยังทิศทาง ตอนที่วิ่งขึ้นมา เป็นเส้นทางเดิมที่สวนวิ่งลงจากเขา

ไปกันเถอะพวกเรา วันนี้มีความสุข ไม่ต่างไปจากวันอื่นเลย”

เกซอนยาเป็นคนเอ่ยขึ้นกับเพื่อนสนิท

 

และเกซอนยา ส่งร่างของหล่อน เพื่อให้ขึ้นสู่บนหลังอานม้า เจ้าม้าเทศตัวนี้ ตัวสีขาว ลำตัวอ้วนพ่วงพี มันแสนรู้ และกิริยาของเธอนั้น เป็นไปด้วยความคล่องแคล่ว ก่อนที่กลุ่มขบวนม้าของบรรดาสามสาว กับอีกสองหนุ่ม ที่พากันวิ่งลงจากเขา บนเส้นทางที่ขรุขระและชัน

เสียงควบม้า วิ่งตะลุย เนื่องจากผืนแผ่นดินแห้งแล้ง การเหยียบย่างสัญจร เส้นทางนี้ทุกวัน ทำให้เกิดละอองฝุ่นที่ปลิวคลุ้ง ขนาดใหญ่ อยู่ทางเบื้องหลัง

 

และในที่สุด ก็ก้าวเข้ามาสู่ ถึงหมู่บ้านวอนชู เป็นเวลา เก้าโมงตรง เกซอนยารู้สึกหิว และหญิงสาวลงจากอานม้าแล้ว ปล่อยให้คนรับใช้ของหล่อน มารับม้าเอาไป เก็บไว้ที่คอกเดิม พร้อมสั่งให้นำหญ้าสด มาให้มันกินด้วย

ก่อนที่เธอ จะมุ่งหน้า ไปที่โรงครัว ของหมู่บ้าน บิดาของเธอ เป็นถึงผู้นำประจำเผ่าพันธุ์นี้ อาณาบริเวณบ้านที่พัก จึงกว้างขวางและใหญ่โต

 

ป้าเรียงขา ซอนยา หิวข้าวเหลือเกินค่ะ”

เมื่อมาถึง เกซอนยา ทำสีหน้าละห้อย เพราะเกิดภาวะปั่นป่วนที่ท้อง ต้องการอาหารลงกระเพาะอย่างรวดเร็วที่สุด

หญิงสูงวัย ซึ่งอายุไม่เกิน 54 ซึ่งเป็นหัวหน้าแม่ครัว ในเรือน ของท่านผู้นำเผ่า นางมีชื่อว่า นางเรียงซา มีหน้าที่เตรียมสำรับกับข้าว ให้กับหัวหน้าเผ่า และ นายแม่ หรือ ท่านเอยิน ซึ่งเป็นภรรยา

ดังนั้นเกซอนยา จึงคุ้นเคยกับ โรงครัวแห่งนี้ มากกว่า ใครอื่น ชนิดที่ว่า แม้เธอหลับตาเดิน ก็มาถูก

เมื่อได้ยินเสียงอ้อนออด ของผู้เป็นคุณหนู ทำให้นางเรียงซา ซึ่งเป็นหัวหน้าแม่ครัว ถึงกับยิ้มด้วยเอ็นดู

ท่าทางหิวจัดอย่างนี้ พาพวกเพื่อนๆ ไปถึงไหนมาคะคุณหนู”

เสียงเอ่ยของนางเรียงซา ที่ถาม หญิงสาวผู้เป็นธิดาคนเดียว ของเจ้านาย เป็นคำถามที่นางเรียงซา ก็ไม่ใคร่อยากจะรู้

แต่เกซอนยาก็ตอบ

ไปที่เดิม เมื่ออาทิตย์ก่อนไงคะ บนเทือกเขา วอนซูชาห์ ก็ใครอยากให้ตรงนั้น เป็นจุดชมวิว ที่แสนสวยล่ะคะ ซอนยา เคยไปแล้วก็ติดใจ จนต้องพาเพื่อนๆไป ลุยชมอีก แล้วก็กลับมาอย่างมีความสุข”

หล่อนได้เอ่ยตอบ นางเรียง หัวหน้าแม่ครัวประจำเรือน

 

และเกซอนยาเริ่มทานข้าว ที่ปรุงเสร็จแล้ว บนจานกลมกระเบื้องของหล่อน ซึ่งอาหารบนโต๊ะนั้น กรุ่นด้วยควันฉุย และหอมชวนรับประทานยิ่งนัก หลังจากอิ่มอาหารแล้ว จึงตบลูบท้องเบาๆ

หันไปบอกแม่ครัว ผู้มีฝีมือทำอาหารเป็นเลิศว่า

อิ่มแล้ว กับข้าว ฝีมือของเรียงนี่ ไม่เคยทำให้ ใครๆผิดหวังเลยนะ ถึงกับเอาสเต๊ก มา แลกก็ไม่ยอม ฉันคนหนึ่งล่ะ ที่เจริญอาหารเพราะเรียง แต่ซอนยา ไม่อยากจะทานมาก เพราะกลัวอ้วน”

หล่อนบอก

ทำให้นางเรียง หัวเราะคิกคักกับวาจา ด้วยการทำหน้าเป็น ของธิดาสาวผู้นำเผ่า

แหม ทานอย่างคุณหนูซอนยา ไม่อ้วนง่ายหรอกค่ะ ถึงยังไงก็ไม่อ้วน ไม่อ้วนค่ะ”

นางเรียงเอ่ยชื่นชม พร้อมกับเสริม และยืนยัน

ดีแล้วล่ะ ฉันต้องการ ให้หุ่นของฉัน เป็นแบบนี้ตลอดไปจ้ะ เรียง แต่ว่า ฉันไม่ต้องการผอมมากกว่านี้ ผอมเหมือนนกกระยาง เหมือนไม้เสียบลูกชั้นปิ้ง ก็ไม่เอาเหมือนกัน”

เกซอนยาเอ่ยกล่าวติ แบบคนเลือกที่รักมักที่ชัง เป็นการส่วนตัว

 

เกซอนยา เมื่ออิ่มจากรสอาหารแล้ว หญิงสาวปล่อยให้ ข้าทาสรับใช้ นำจานชามของเธอไปเก็บ และล้างคว่ำไปด้วย ส่วนตัวของเกซอนยา ก็เริ่มเดิน ออกมาสำรวจ ซึ่งเป็นภายในอาณาเขต บ้านพักของเธอทั้งหมด

ถัดไปจากโรงครัว เป็นโรงฝึก วิชาศิลปะป้องกันตัว และศัสตราวุธชนิดต่างๆ ประจำเผ่า ซึ่งบิดาของเธอ เป็นผู้ก่อตั้งขึ้นมา แต่ทว่า บัดนี้ ผู้ดูแล กลับเป็นราชครูเลิงจา ที่บิดามอบหมายหน้าที่นี้

ซึ่งท่านผู้เฒ่าลาฟัล ซึ่งเป็นบิดาของหล่อน ได้ฝึกการรบแบบทหาร ให้กับบรรดาทหารอาสาสมัคร ซึ่งเป็นลูกหลานของคน ในหมู่บ้าน ที่สมัครใจ เพื่อเข้ามารับใช้ ในการอารักขา และพิทักษ์ทรัพย์สิน บ้านเมือง ของชนในเผ่า ให้รอดพ้นจากศัตรู ที่หมายจะรุกราน และต้องการโค่นล้างชนเผ่า

ซึ่งหน้าที่นี้ อีกตำแหน่งหนึ่ง บิดาได้ยกมอบหน้าที่ ที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งคราวก่อน ท่านจะลงมาฝึกและยืนคุมเองด้วยมือ พร้อมให้คำแนะนำต่างๆ แต่ว่า ปัจจุบันนี้ หน้าที่นี้ ราชครูเลิงจา เป็นคนดูแลทั้งหมด

และฝีเท้าของเกซอนยา กำลังจะมุ่งหน้าไปที่โรงฝึกวิชาการทหารประจำเผ่า

 

 

 

 

บทที่ 2

 

ทิมต์ ใช้สองเท้าที่เปล่าเปลือย ย่ำลงไปบนพื้นทราย ใกล้แม่น้ำขนาดใหญ่ และศักดิ์สิทธิ์ ที่เรียกว่า มหาสมุทร อ่าวริมชายหาด ที่เขาคุ้นเคยมานาน ชั่วนาตาปี ร่างกายของชายหนุ่มที่เห็นนั้น เขาค่อนข้างสูงโปร่ง และเป็นคนที่ผิวขาว แม้จะดูเผือดคล้ำ จากลม และแสงแดดริมทะเล

แต่ก็ไม่ได้ทำให้ ผิวพรรณ นั้นแลดูหมอง และซูบ ยิ่งตรงกันข้ามจากสิ่งเหล่านี้ คือ เขา ชายหนุ่มผู้นี้ นั้น ช่างเป็นคนที่มีเสน่ห์เหลือเกิน ทั้งสรีระ และโครงสร้าง ที่ดู สง่า และองอาจ งามงดหมดจดสมบูรณ์ อันยากจะหาบุรุษใด มาเทียมเท่า

แต่ทว่า ความจริง เขาก็เป็นชาวประมงคนหนึ่ง ที่รับและสืบทอดอาชีพนี้จากครอบครัว ที่พัก หรือบ้านพักของเขา อยู่ไม่ไกล จากอ่าว ชายหาดแห่งนี้ สักห้ากิโล และที่นี่ก็เป็นหมู่บ้านชาวประมง

 

ทิมต์ ชายหนุ่มผู้มีร่างกายที่กำยำ สง่างาม อยู่ท่ามกลางเปลวแดด ที่อ้าวอบ ในทุกอณูของพื้นผิว การที่มีใบหน้าคมคาย ที่ค่อนข้างเข้ม ทำให้ร่างสูงโปร่งของเขานั้น น่าชำเลืองมองเป็นที่สุด

กิจกรรมของทิมต์ คือ สำรวจตรวจตรา และนำพาลูกเรือประมง ที่เป็นลูกน้อง พากันออกหาปลา ยังน่านน้ำทะเล ที่พวกเขาครอบครองอยู่ การออกเรือหาปลา เพื่อนำปลาที่ได้ มาขาย และจำหน่ายบริโภคภายในประเทศ

ดังนั้นชายหนุ่มหล่อ จึงความแข็งแกร่ง อย่างที่สุด และเขามีพลังกายพลังใจที่อดทน ไม่ยอมพ่ายแพ้อะไรง่ายๆ ทั้งต่อชะตา และอุปสรรค

 

ดวงตาสีดำสนิทของชายหนุ่ม มองกวาดไปที่ลำเรือ ซึ่งถูกจอดทิ้งสมอ เอาไว้ใกล้กับริมชายหาด และสะพานปลา ริมชายฝั่ง ที่สะพานปลา ซึ่งเป็นท่าขึ้นปลา ที่บรรดาชาวประมง ลูกน้อง ขนลำเลียง ถ่ายสินค้า เพื่อที่จะนำไปใส่รถบรรทุก ซึ่งเป็นรถยนต์ขนสินค้า ที่จอดคอยออยู่ สามสี่คัน

ซึ่งรถเหล่านี้ ถูกดัดแปลง ให้กลายเป็นห้องแช่แข็งขนาดใหญ่ เป็นอย่างดี ทำให้ปลา และอาหารทะเลทุกประเภท ที่ขนส่งไปพร้อมกัน ไม่เกิดความเสียหาย แต่อย่างใด

และรถยนต์ที่จอดในบริเวณนี้ ถือว่า ใกล้กับเขามากที่สุด และสายตาที่สังเกต ชอบชำเลือง หาความความผิดปกติที่เกิดขึ้น กับสิ่งที่แปลกปลอม เพราะคนงานทั้งหมด ล้วนแต่อยู่ในสายตาของเขา

แต่ว่า มีสิ่งหนึ่ง ที่ชายหนุ่มรู้สึกแปลกใจ เมื่อเขาเห็นชัดว่า เป็นม้วนกระดาษ คล้ายๆกับเป็นรูปภาพสักอย่าง เมื่อคลี่ออกดูแล้ว เกิดตกใจในภาพที่ได้เห็น

มีคำถามเกิดขึ้นกับใจของเขา ผู้หญิงสาวและสวยคนนี้เป็นใคร เธอช่างสวยที่สุด และงดงามแบบไม่มีที่ติ แผ่นกระดาษที่เขาคลี่กางออกมาดู เป็นภาพหญิงงาม ที่มีใบหน้าหมดจด ภาพนั้นถ่ายด้วยกล้องที่คมชัด แล้วเสร็จสรรพออกมา ด้วยสีที่อาบน้ำมัน

 

ซึ่งเขาคิดว่า อาจจะมีใครสักคนที่เป็นเจ้าของ แล้วเผอเรอวางทิ้งเอาไว้ ดังนั้นด้วยความที่สนใจ อยากใครรู้ว่า ภายในนั้นจะมีอะไร และเป็นภาพที่ทำให้ชายหนุ่มอย่างเขาต้องตะลึง อย่างมากที่สุด และพึมพำออกมาว่า

นางเป็นผู้หญิงที่สวยงามที่สุด เท่าที่เขาได้เคยพบพานมา”

และยอมรับว่า นาง คือ เกซอนยา ผู้หญิงที่เขาปรารถนาจะติดตาม เพื่อพบพาน และอยากจะรู้จักกับนาง โดยเฉพาะ ณ ขณะนี้ ชื่อของนางเป็นที่เลื่องลือไกล ไปในด้าวแดนทุกถิ่นแคว้น ละแวกเขตประเทศนี้

เปโตรัส ก็เช่นเดียวกัน

 

ที่ได้ทราบและรับรู้ ถึงความงาม ที่กระฉ่อนไกลของนาง และความงดงามของนางนั้น ประหนึ่งว่า ดุจองค์มหาเทพจงใจปั้น การที่จะได้เห็นภาพและโฉมหน้าของนาง มิใช่เรื่องที่จะทำได้ง่าย เพราะว่านางไม่เคย เปิดโฉมหน้า ของตัวเอง ให้กับผู้คนต่างถิ่น และต่างเผ่าพันธุ์ได้เห็นมาก่อน

ดังนั้น เขาจึงคิดว่า บุคคล ผู้ได้ภาพนี้มา ต้องทำตัวเป็นนักข่าวมือไว เช่นปาปารัสซี่ แบบมืออาชีพอย่างมาก เพราะภาพถ่ายนั้น คมชัดแจ๋ว ในทุกมุม และจะมองเห็น จนกระทั่งสามารถบรรยายพรรณนาได้ว่า ความงามของ ผู้หญิงที่ชื่อ เกซอนยา มีความงามเกินที่จะกล่าวเสกสรร พรรณนา

แต่ว่า ถ้าได้พบกับตัวจริง ความงดงาม คงมีมากกว่านี้ หลายเท่าตัว ชายหนุ่มแอบขบคิดในใจ พร้อมกับรอยยิ้มหวาน

 

 

รุ่งเช้า ดอกไม้พัดปะทะสายลม ทำให้กลิ่นหอมกรุ่นขจายไปทั่วบริเวณนั้น สวนหลังบ้าน ที่ เกซอนยา ลืมนึกไปว่า เป็นสถานที่เธอชอบมากอีกแห่งหนึ่ง เพราะสถานที่แห่งนี้ เต็มไปด้วยสมุนไพรที่ปลูกอยู่ สารพัดชนิด ล้วนนำมาสกัดรักษาพิษโรคร้ายต่างๆได้ ผู้ริเริ่มทำการปลูกคือบิดาของหล่อน ซึ่งมีสายเลือดจากปู่ ที่เป็นหมอยาสมุนไพร

ร่างระหงก้าวปราดด้วยชุดกระโปรงสีชมพูเกือบขาว ที่ดูพลิ้ว วันนี้เกซอนยาเจอดอกหญ้าเลา เห็นดอกสีขาวของมันสวย จึงนำมาเสียบปักผมแทนปิ่น ทำให้ดวงหน้าคมหวานงดงาม ไปอีกแบบหนึ่ง ที่ช่างดูเป็นสาวไร้เดียงสาไม่น้อย ทุกหย่อมหญ้าพื้นแผ่น ไม่เคยล่ะที่ฝีเท้าของเกซอนยา จะไม่เคยย่างผ่าน ความเป็นลูกสาวของผู้นำ ที่ทำให้ แต่ทุกคนมีความเกรงใจ ต้อนรับ

เป็นบารมีของพ่อ ที่เผื่อแผ่มาถึงลูก แต่อำนาจบารมีเหล่านี้จะสืบสานนานอยู่สักเท่าใด เกซอนยาเคยคิดเล่นๆ แต่ทว่า ในวันนี้กลับต้องคิดจริงเสียแล้ว เมื่อเห็นบิดานั้น ชราภาพมากขึ้นทุกวัน

อีกทั้งในเผ่า ก็มีคนที่จ้องจะขึ้นมามีอำนาจแทนบิดาทุกขณะ ในทีท่าที่หลายคน คิดว่า ลูกสาวคนสวยของเผ่าวอนชู ไม่ได้รู้เรื่องอะไรสักนิด แต่ความจริงแล้วรู้ทุกอย่างๆ รู้ในหลายสิ่งที่ทุกคนอาจไม่รู้ด้วยซ้ำ

นี่จึงเป็นส่วนหนึ่ง ที่ท่านผู้เฒ่าได้แอบฝึกสอนการเรียนศิลปะการต่อสู้ให้กับลูกสาว อาจจะเป็นเพราไม่มีตัวแทนซึ่งเป็นบุตรชาย

สายลมเย็นพัดโชยชื่น ใต้ร่มดอกพิกุล ที่ส่งกลิ่นหอมเย็น เกซอนยา ไม่นึกหิว เพราะว่า อาหารเช้ารับประทานเข้าไปแล้ว

จำต้องคิด และคิดให้หนักมากกว่าเดิม เมื่อผู้เป็นพ่อ ก็พูดจาในทำนองนี้ เพื่อให้เธอได้ระแวดระวัง เพื่อหาทางหนีทีไล่ และป้องกันตัวเอง เพื่อให้รอดพ้น จากการเป็นเหยื่อ

เหยื่อ? คำนี้ ที่เกซอนยาท่องจำให้จงหนัก รวมทั้งรู้ว่า ศัตรูของบิดาคือใคร คนที่บิดาไม่ต้องการให้มาก้าวก่ายในอำนาจของท่าน แต่มันจะมีทุกครั้ง กับการที่ฝ่ายตรงกันข้าม พยายามส่งลูกน้องมาสอดแนม

ฉะนั้นจึงลั่นวาจากับตัวเองไว้ว่า เธอจะไม่ยอมตกเป็นเหยื่อ ของพวกมันอย่างแน่นอน

 

ภาพที่ท่องเที่ยวสนุกสนาน เริงร่า ในหมู่เพื่อนฝูง บนเทือกเขาสูง ในมลายหายไป กลับมีความกังวลเข้ามาแทนที่ ชนิดที่ทำให้เครียดอย่างมากที่สุด เกซอนยาก็ไม่เข้าใจ ว่ามันเป็นเพราะอะไร หลายเรื่องที่ประดังเข้ามา เนื่องจากเอเป็นลูกสาวเจ้าของเผ่า ที่มีบิดาเป็นผู้ปกครองสูงสุด

แต่บิดาเธอเครียดหนักกว่า เพราะเกซอนยาสามารถสังเกตได้ ถึงท่าทีที่เปลี่ยนไปของบิดา ปกติบิดาจะมีโลกส่วนตัว ด้วยการอ่านหนังสือที่ท่านชอบ ด้วยการนอนเขนกใต้ร่มจำปี ซึ่งมีหมาสองสามตัวนอนเฝ้า

เกซอนยาเป็นเพียงหญิง และเป็นลูกสาวเพียงคนเดียว วัยของหญิงสาว ยี่สิบเอ็ดปี บิดาเคยพูดถึงเรื่องคู่ครอง ที่จะสืบทอด ต่อจากบิดา แต่เกวอนยายังที่จะละวางเรื่องนี้

เพราะมีปัญหาสำคัญที่เธอขบคิดไม่ต่างจากบิดา มีลูกสาวที่สวยโสภา ความงานเลื่องลือไกล ไปยังแว่นแคว้นต่างๆ แต่ เกซอนยาก็ยังมิตอบรับชายหนุ่มจากแว่นแคว้นใด

 

ใบหน้าที่ยังคงเคร่งเครียด ผิดไปจากตอนขาม ที่เธอช่าง ร่าเริงแจ่มใสไปหมด อาจจะเป็นเพรา สมองน้อยๆฉุกคิด ถึงเรื่อง ที่บิดาเอ่ยเปรย และกล่าวอย่างหนักหน่วง ถึงเหตุการณ์ล่วงหน้า

ต่อไป วอนชู เผ่าของเรา อาจจะเหลือแต่ชื่อ” คำที่บิดาเอ่ยเปรย คล้ายหนักกังวลใจ ทำให้เกซอนยา ที่ยังตั้งใจฟัง และอยากรู้ในสิ่งที่บิดาเอ่ย “ทำไม ท่านพ่อจึงคิดเยี่ยงนั้น”

ผู้เฒ่าหัวเราะหึๆ ก่อนตอบลูกสาว “พ่อคิดเยี่ยงนั้นมานานแล้ว ซอนยา ให้ระมัดระวังตัวเอง จดจำ สิ่งที่พ่อสอนได้ไหม เตรียมตัวไว้กับทุกอย่าง”

บิดาเป็นฝ่ายที่สอนศิลปะวิทยาการต่อสู้ ให้แก่เธอ ซึ่งในตอนแรก เอไม่เข้าใจ ความจำเป็น ที่บิดาต้อง

การ ให้เป็นเช่นนี้ เพราะการฝึกปรือศิลปะการป้องตัว มันช่างห่างไกลจากคำว่า สตรีเพศมากยิ่งนัก

 

คราวแรกที่เกซอนยา ถูกบิดา ข่มขู่ บังคับ เธอ ก็ไม่ชอบใจเช่นกัน พลางทำสีหน้าหงิกงอ เบ้ปากใส่ครูฝึก อย่างไม่สบอารมณ์ ที่วัยนอย่างเอ ควรอยู่ในโลกสดใส ของการวิ่งเทียวเล่น กับเพื่อนฝูง ซึ่งความจริงนั้น เกซอนยา มีอยู่แล้ว แต่เธอมักหาข้ออ้าง เพื่อที่จะไม่ให้บิดา หาข้ออ้างเอาเหตุ เพื่อจะให้เอ เข่ามารับรู้และร่วมฝึก ศิลปะการต่อสู้ ทั้งฟันดาบ และกระบี่กระบอง เยี่ยง ชายอกสามศอก

แต่แล้วในที่สุด วันคืนที่ผ่านมา จวบจนถึงวันนี้ เธอไม่คาดคิดว่า สิ่งที่บิดาทำนั้นกลับถูกต้อง เพื่อช่วยให้เธอเป็นคนที่แข็งแกร่ง ไม่อ่อนแอ ถึงแม้ยังไม่ได้เป็นที่เกรงขามแก่ผู้คนทั่วไป เหมือนเช่นบิดา แต่ก็ยังมีความเกรงใจ ที่รู้ฐานะของเธอ

 

เกซอนยาเริ่มนึกถึงวันแรกที่เอจับดาบ จับแทบไม่ค่อยเป็น แก้กังๆ เอียงซ้ายเอียงขวา เวลาร่ายรำฉวัดเฉวียน ก็แทบจะลง เพราเนื่องจากกายบาง กระบี่กระบองก็เช่นกัน กว่าจะเข้าที่เข้าทา ก็ปาเวลาเข้าไปถึงเดือน แต่ต่อมา ก็เป็นเรื่องที่แปลก ที่ทำให้เกซอนยา รักชอบในสิ่งนี้ได้

 

หญิงสาวกำลังเดินตามหาบิดา อยากจะรู้ว่า ท่านใช้เวลาขลุกหรือหลบซ่อนอยู่ที่ใด วันนี้แทบทั้งวันเธอไม่ค่อยได้เห็นหน้าของบิดา แม้แต่ในห้อง หรือสถานที่ประลองดาบ คราวนี้เธอจำต้องเดินลัดผ่านเข้ามาในสวนสมุนไพร ที่รู้ดีว่า ด้านในมีห้องลับห้องหนึ่ง เป็นแบบห้องใต้ดิน

ที่บิดาสร้างเอาไว้ เพื่อเก็บรักษาบางสิ่งบางอย่าง และคนที่จะรู้ มีเพียงคนในครอบครัวเท่านั้น ไม่มีคนนอกที่จะสอดแทรกยุ่มย่ามได้

 

เกซอนยาตามเข่าไปค้น จนพบกว่าศอกหอนเบื้องหน้า ที่มีกลไกของห้อง

ลับ ที่บิดา เคยมาเก็บตัว และอยู่คนเดียวหลายคืน หญิงสาวก้าวมาถึงบริเวณแอ่งน้ำตกในสวนหินขนาดเล็ก ก่อนจะเอื้อมมือเรียว ขยับที่แจกันลายดอกโบตั๋น ที่ดูเก่าคร่ำคร่า จนสีซีดจาง

ประตูที่เปิดออกอย่างอัตโนมัติ ทำให้เห็นคนภายใน เธอรีบอุทาน “พ่อเจ้า ท่านอยู่นี้นี่เอง ลูกตามหาท่าน มาแทบทั้งวัน”

ประตูถูกปิดอย่างอัตโนมัติ กลางแสงไต้ที่ถูกจุด สาดสว่างแทนเงามืด ทำให้เห็นร่างของบิดา ที่ทรุดนั่ง หันหลังให้ในทันที ท่านผู้เฒ่าเงยหน้าขึ้น เมื่อรู้ว่า ผู้ที่ก้าวมา คือ บุตรสาวเพียงคนเดียว

เมื่อตอนเจ้า เข้ามา มีใครเห็นบ้างหรือเปล่า” คำถามของท่านผู้เฒ่า

ทำให้ธิดาสาว และเป็นคนสวย สั่นศีรษะ

ไม่เลยท่านพ่อ ตอนที่ข้าเข้ามา ข้าไล่ทุกคน ให้ออกจากสวนของเราแล้ว และบริเวณสวนสมุนไพร จะไม่มีคนนอกกล่าเข้ามาเดิน” เกซอนยาพูดบอกบิดา เหมือนรายงานไปด้วย เพราะความรู้สึกที่รู้สัมผัสได้ คือบิดามีความระแวงหวาด

ท่านพ่อ กังวลเรื่องใด หรือเจ้าคะ”

มีสิ ซอนยา เป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัสมาก เกี่ยวกับการอยู่รอดของเผ่าเรา”

เมื่อบิดาพุดขึ้นเช่นนี้ ทำให้หัวคิ้วทั้งสองข้าง ของผู้เป็นบุตรีขมวดไปด้วยความคลางแคลง กับการอ่านทะลุปรุโปร่ง ของผู้คิดแผนการร้าย

หมายความว่า ท่านพ่อ แน่ใจแล้วหรือเจ้าคะ ว่าพวกมันจะเตรียมวางแผนการอันชั่วร้ายนั่น”

เกซอนยาเอ่ยถามบิดา ด้วยน้ำเสียงที่วิตกเช่นเดียวกัน

พ่อคิดหลายเพลาแล้ว ว่ามันจักเป็นจริง อย่างแน่นอน พวกมันส้องสุมกำลังทหารและอาวุธ”

ท่านผู้เฒ่าเอ่ยออกมาอย่างคนที่แน่ใจ และตริตรองถี่ถ้วน

ฉะนั้นพ่อจึงห่วงใยเจ้าที่สุด ซอนยาลูกพ่อ”

 

 

 

 

 

 

 

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น