เกซอนยา ปรารถนาแห่งรัก

ตอนที่ 1 :

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    8 มี.ค. 56

ภาพที่เห็นอยู่เบื้องหน้า คือ ดินแดนที่เรียกว่า หมู่เกาะทะเลใต้ ที่เห็นเป็นเกาะแก่งมากมาย ทั้งคดโค้ง สูงสลับด้วยขุนเขาและป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ และเส้นทางการสัญจร ที่เป็นลักษณะทางเกวียน ตัดกับถนนลูกรัง ชาวบ้านที่นี่ มีอาชีพ ทำกสิกรรม การเกษตร และชาวประมง

เพื่อเลี้ยงปากท้อง และคนในครอบครัว มิได้เป็นสินค้าที่ส่งขายออก เนื่องจากว่า เผ่าพันธุ์ แห่งนี้ เป็นเพียงเผ่าพันธุ์เล็กๆ ที่มีประชากรไม่ถึงห้าร้อยคน ต่างรักการสันโดษ และชีวิตที่อิสระ ด้วยวิภีความเป็นอยู่ที่ราบเรียบ และยึดมั่นในขนบแต่ดั้งเดิม ที่บรรพบุรุษตั้งเอาไว้ และก็แผ่ขยายสานสืบทอด จากลูกลูกหลานรุ่นต่อรุ่น จวบจนถึงปัจจุบัน

 

เนื่องจากเผ่าวอนชู มีหัวเหน้าเผ่า ผู้ที่ทำหน้าที่ปกปักคุ้มครองลูกบ้าน อย่างมีอำนาจและความยุติธรรม ซึ่งลูกบ้าน ให้การเคารพนับถือ และศรัทธา ท่านมีชื่อว่า ท่านผู้เฒ่า ลาฟัล โดยมีหญิงงามคู่ใจคู่กายของท่าน ที่ช่วยปรนนิบัติพัดวี นางอยู่ในตำแหน่งแม่หญิงของเผ่า ชื่อว่า แม่หญิง เอยิน

ซึ่งมีลักษณะเป็นแม่บ้านแม่เรือน ที่ปลูกฝังและสอนเรื่องศิลปะการทำอาหาร รวมทั้งวิชาชีพ เย็บปักถักร้อย ตามเยี่ยงแบบอย่างของกุลสตรีที่ดี ที่จะเติบโตในอนาคต ในยามเมื่อมีคู่ครอง

ทั้งคู่มีบุตรสาวด้วยกัน เพียงคนเดียว นางเป็นอิสตรีที่เลอโฉม ได้รับการกล่าวขาน และเอ่ยถึงความงามของนางเสมอ จากพ่อค้าวาณิช คนต่างเผ่าพันธุ์ ที่ผ่านเข้ามาทำการค้าขาย ว่าเป็นเป็นสตรีที่ดุจราวกับเทพเจ้าเบื้องบน จงใจปั้นแต่ง ให้ไม่มีที่ติ เรือนร่างที่งามระหง กลมกลึงดุจลำเทียน ใบหน้าเรียวยาวรับกับปากจมูกคิ้วคาง ดวงตาดำ กลมโต หน้าผากกว้าง บ่งบอกถึงความชาญฉลาดของนางเป็นที่สุด

แต่ว่า กล่าวกันว่า มิค่อยมีใครได้เห็นโฉมของนาง ในวัยที่ก้าวสู่เป็นดรุณีกำดัด สิบแปดปีเต็มบริบูรณ์ในปีนี้ นางมีชื่อว่า เกซอนยา เนื่องจากเติบโตเป็นสาวสะพรั่ง เหมือนดอกไม้ที่แรกผลิบาน ก็ย่อมทำให้นางมีความงดงามเพิ่มขึ้นเท่าตัว ดุจดอกไม้ที่บานสะพรั่ง ที่เต็มไปด้วยความแจ่มใสและร่าเริง เป็นมิตรกับผู้คนแวดล้อม

แต่ว่า จะเป็นไปได้ ในสิ่งนี้ ก็เฉพาะแต่ผู้ที่คุ้นเคยและรู้จักกับนางเป็นการส่วนตัวเท่านั้น บุคคลแปลกหน้า ที่นาง มิเคยรู้จัก คบหามาก่อน ย่อมที่จะถูกนางกล่าวปฏิเสธ และไม่ต้อนรับเป็นแขก ในทุกกรณี

และในขณะนี้หญิงงาม พร้อมด้วยหมู่สหาย ที่เป็นชายและหญิงในหมูบ้านเดียวกัน กำลังขี่ม้า เพื่อมุ่งหน้า ไปชื่นชมตะวันยามเช้า บนยอดเขาสูงแหลม ที่เป็นสถานที่งดงาม บันเทิงสายตา ระหว่างสายน้ำขนาดใหญ่สองสาย เชื่อมโยง จากทางเหนือ ลงไปสู่ใต้

แม่น้ำ หรือ มหาสมุทร แมสซูชาห์ นั้นถือได้ว่า เป็น แม่น้ำนานาชาติ ที่ไหลผ่าน ภูมิประเทศใกล้เคียง ถึงสี่ประเทศด้วยกัน รวมทั้งบริเวณของเผ่าวอนชู ก็ไหลผ่านในช่วงหุบเขา และน้ำตก วอนชูชาห์ อย่างที่เห็น ในขณะที่ทุกสายตากำลังมองไปยังเบื้องล่าง ก็จะได้ยินเสียงของน้ำตกขนาดใหญ่ ที่ไหลจากผาสูงแหลม ลงไปสู่เบื้องล่าง กระทบดังกันเป็นระยะๆ

เมื่อคนในเผ่าบอกกล่าวว่า แสงตะวันยามเช้า ที่ตัดกับสายน้ำขนาดใหญ่อย่างแมสซูชาห์ เมื่อไหลผ่าน อีกห้าสิบกิโล ก็จะถึงปากอ่าวมหาสมุทรขนาดใหญ่ ที่ชื่อว่า กันดามาห์

ทุกสายตาที่นั่งอยู่บนหลังม้า จดจ้องและจับสายตาไปยังภาพที่ปรากฏของ แสงแดดอุ่นๆที่เริ่มทอแสง และกระทบผิว ซึ่งมีอาภรณ์ปกปิดอย่างมิดชิด โดยเฉพาะหญิงงามของเผ่า ส่วนบุรุษเพศเท่านั้น ที่สวมชุดซึ่งถักทอมาจากผ้าป่านและฝ้าย มีลักษณะคล้ายกับม่อฮ่อม แต่มีลวดลายเป็นสีน้ำตาลเกือบแดง ตัดด้วยสีขาวลายขวาง และรูปของสัตว์ที่ชาวบ้านนับถือ คือ ม้า และ พญางู เสื้อนั้นเป็นลักษณะแขนสั้น เพื่อไม่ให้ดูเกะกะรุ่มร่าม จะทำอะไรก็ดูคล่องแคล่วว่องไว เป็นที่สุด นี่คือลักษณะคำบอกกล่าวของวีรบุรุษของเผ่าวอนชู

เยี่ยง ท่านพ่อลาฟัล ผู้เป็นเจ้าบ้านหรือหัวหน้าเผ่า ที่ทุกคน ให้การยอมรับและสวามิภักดิ์ ด้วยการจงรักภักดีสืบมา

 

เกซอนยาอยู่ในชุดอาภรณ์สีชมพูจนเกือบขาว ประดับด้วยพู่ไหม ที่บริเวณช่วงเอว ซึ่งกระโปรงเป็นลักษณะบาน แต่ไม่มาก ยาวกรอมเท้า เป็นชุดที่ออกแบบสำหรับการเดินทางที่คล่องตัว หรือหลบหลีกภัยศัตรู ที่หาพบเจออย่างไม่คาดฝัน เพราะเมื่อออกนอกพ้นจากหมู่บ้าน เกซอนยาจะต้องระมัดระวัง และเตรียมพร้อม สำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง

แต่ ณเวลานี้ หล่อนไม่ได้ให้คนมาอารักขาติดตาม ซึ่งผู้คนเหล่านี้เป็นทหารของบิดา ซึ่งในทุกครั้ง ถ้าหากหล่อนจะออกไปทำธุระ ที่บริเวณนอกหมู่บ้าน ห่างไกลในระยะห้ากิโลขึ้นไป บิดาจะมีคำสั่งให้ทหารเหล่านี้ เดินทางไปพร้อมกับหล่อน เพื่อช่วยคุ้มกัน จากทางด้านหน้าและด้านหลัง

 

เพราะว่า ระยะทางจากหมู่บ้าน มาที่ภูเขาแหลมสูง วอนชูชาห์ มีระยะทางแค่สี่กิโลเท่านั้น ประกอบกับ เกซอนยา และหมู่สหายสนิทต่างก็ตื่นตั้งแต่ไก่โห่ จึงไม่มีเหล่าทหารออกติดตาม ดังนั้น มันกลับเป็นการดีที่สุดเสียอีก ที่ไม่มีความวุ่นวายและอึดอัดใจ ถ้าหากพวกทหารติดตามมากับหล่อนด้วย และการมาเที่ยวชมพระอาทิตย์ทอแสงในยามเช้า ที่แม่น้ำสองสายตัดเข้ากัน เกิดเป็นภาพงดงามเลื่อมประกายของแสงแดดสีรุ้งตัดกับท้องทะเลสีคราม ที่พอเห็นได้ในระยะของสายตา แม้หากดูจากความเป็นจริงแล้ว น่าจะไกลพอสมควร

สถานที่ ที่ มีความงดงามตรงหน้า ที่สายตาของ เกซอนยา สัมผัสได้นั้น หญิงสาวบอกแก่ตัวเองได้ว่า หล่อนไม่เคยผิดหวังสักครั้ง เป็นภาพที่น่าชื่นชม เหมือนล่องลอยอยู่บนความฝัน ที่แสนประทับใจไม่เสื่อมคลายจากมนต์ เพราะในยามนี้ ภาพของท้องทะเลสีคราม ที่ล่องไหลเอื่อย จุดที่สายตามอง คือ เชื่อมตัด จากแม่น้ำอีกสาย ที่เป็นสีปูนหรือสีขุ่น

ซึ่งเส้นของสายน้ำสีคราม ในยามนี้ ก็ไม่ต่างไปจากสายน้ำสีมรกต ณ ขณะเดียวกันกับที่ แสงอาทิตย์กำลังจะกล้าแสง จรัสอยู่เหนือฟากฟ้า แต่เด่นตรงกลางมหาสมุทร ด้วยลำสีทอง ที่กำลังทาบทาลงไปกับแผ่นน้ำเบื้องล่าง ฉะนั้น ก็ไม่ต่างไปจากเปลวเงินเปลวทองที่ส่องระยิบระยับ ไหวดุจคล้ายมีชีวิตจริง

สาดแสงกล้า สีทองปนอำพันของดวงอาทิตย์ ที่ผ่านกาล ไขแสง พ้น สู่รุ่งอรุณยามเช้า ได้นานพอสมควร

เกซอนยากำลังเอิบอิ่ม และเอมอิ่ม กับภาพที่เธอต้องหลับตาพริ้ม เพราะมันชวนให้สุขใจ คะนึงหาในความรู้สึก ในทุกครั้ง ในยามที่เธอกลับมาสัมผัส ภาพที่ประดุจการแต้มแต่งของจิตกรชั้นเอก ซึ่งเป็นธรรมชาติ ที่ท่านได้รังสรรค์ และลิขิตให้เป็นสมบัติ คู่กับมนุษย์โลก

และร่างระหงของเกซอนยาที่หลังจากลงจากอานม้า เธอมาหยุดยืน ชื่นชมภาพด้วยสายตาอีกครั้ง เนื่องจากแสงแดดที่กล้าแรง ทำให้ต้องดึงผ้า เอามาคลุมศีรษะ เพราะในยามนี้ หญิงสาวแต่งกายมิดชิด ด้วยผ้าทอเนื้อละเอียด ที่ทำมาจากป่าน และมีลวดลายถักทอ ด้วยลูกไม้แบบดั้งเดิม ของเผ่าพันธุ์ที่นี่

คือนิยมดอกกุหลาบป่าขาว และลวดลายของเถาองุ่น หรือพวงองุ่น ก็เป็นสีขาวด้วยเช่นกัน เหตุที่เป็นแบบนี้ เพราะผู้คนแถบนี้ ยึดถือเป็นธรรมเนียม การปฏิบัติ ซึ่งมีค่านิยม ที่ยังยึดถือ ในแบบแผนดั้งเดิม

ที่บรรพบุรุษรุ่นก่อน เป็นผู้สร้างไว้ และสิ่งต่างๆหล่านี้ ยังดำเนินมาจนถึงกาลปัจจุบัน

เส้นผมที่ดกดำเงางามสลวย ราวกับเนื้อไหมนิ่มละเอียด ถูกรวบมัดไว้ทางเบื้องหลัง ภายใต้อาภรณ์ชั้นเลิศ ด้วยผ้าทอจากฝีมือแม่ และคนงานหญิงที่โรงทอผ้าประจำเผ่า

และยังคงมีหมอกควันจางๆ จากสายหมอกและหยาดน้ำค้าง เบื้องหน้าก่อนนี้ ก่อนที่มันจะสลายหันวับ เพราะพ่ายแพ้แรงกราดเข้มทุกอณูพื้นผิวของดวงสุริยาทิตย์

แนวสันเขา เบื้องล่าง ที่สูงสลับซับซ้อน ด้วยหมู่เขาเล็กน้อยอื่น แต่ดูเหมือนวอนชูชาห์ จะสูงกว่าภูเขาลูกอื่น วัดจากระดับน้ำทะเลสองพันห้าร้อยฟุต ที่ทอดเหยียดยาว และดูสงบ ดังพญางูใหญ่

และอิสตรีที่งดงาม ราวกับเทพจงใจปั้นแต่ง เส้นผมของนางเมื่อยามสยาย โต้รับกับแรงลม นั้นดำขลับ เป็นเงาเลื่อมประดุจเนื้อไหมชั้นดี ดวงตาเรียวรีสีนิลดุจมฤคี รับกับส่วนของใบหน้า ได้อย่างเหมาะเจาะลงตัวที่สุด เช่นริมฝีปากบาง ที่หยักกลีบเหมือนดอกกุหลาบสด

นอกจากนั้น ภาพเกาะแก่ง เบื้องล่าง ที่ แมสซูชาห์ ลำน้ำสายใหญ่ ไหลผ่าน บริเวณลุ่มเทือกนี้ จึงจัดว่าเป็นภูมิประเทศที่สมบูรณ์ อุดมด้วยพืชพันธุ์ธัญญาหารเป็นอย่างดี มีลำน้ำสายใหญ่ ที่หล่อเลี้ยงบำรุงชีวิตของชนชาวกลุ่มน้อย ดุจดั่งเส้นโลหิตใหญ่

อีกทั้งป่าไม้ ก็ยังคงได้รับการอนุรักษ์เอาไว้

 

 

 

 

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น