ตะวันกินดวง

ตอนที่ 7 : ตะวันกิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    4 ก.ย. 63

ภูวนัยเหมือนของมันเคย มันอดแตะต้องไม่ได้ทุกครั้ง ชีวิตเขาถูกสาบให้เป็นเช่นนี้คือชื่นชอบรักในเพศเดียวกัน คู่ขาคือธนิตที่กำลังป้อนปรุงให้เขาอย่างถึงพริกถึงขิงในรสชาติที่เขาชอบ อัดบั้นท้ายหรือถั่วดำ  เสพสุขสวาทต่างกอดกันกลมดิกเป็นเนื้อเดียวกัน จากอารมณ์กระสันสวาท  ธนิตได้จากเขานอกจากการเติมเต็มเงินทอง ที่ภูวนัยเจือจานไปให้  

 

"มีข่าวว่าคุณนายของคุณรู้เรื่องของเราแล้ว"   ธนิตเอ่ยเขาเองคาดหวังอย่างนั้นเหมือนกันไม่ให้มันเป็นความลับ สรญาควรจะรู้เรื่องนี้เสียที เขาเคยแสดงให้หล่อนรู้และเห็นมาหลายครั้งแล้ว ด้วยการบ่ายเบี่ยง ปฏิเสธที่จะมีอะไรกับหล่อน ในยามที่หล่อนต้องการ แปลกใจจริงนะ เขารู้สึกขยะแขยงผู้หญิงขึ้นมา ไม่เหมือนคราวแรกที่พอทำได้ เป็นสามีบนเตียงไปตามหน้าที่  

 

เขารู้ว่าทำให้สรญาหวานอมขมกลืนแค่ไหน แต่ต่างคนก็ต่างเลือกแล้ว ในครั้งแรกเพราะเป็นความรักความต้องการของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย ในเวลานั้นเขายังไม่แน่ใจตัวเองเหมือนกันว่า  เขารักผู้หญิงมากมายแค่ไหน หรือรักผู้ชายมากกว่า  ความรักเช่นกันทำให้เขาเดินเข้าไปสู่บ่วงวิวาห์ที่แสนจะปลาบปลื้ม คนชื่นชมทั้งงานกับหล่อน

 

แต่หลังจากนั้นไม่มีใครรู้ว่า หลังฉากมันเป็นอย่างไร     เขาห้ามธนิตเอ่ยถึงเรื่องนี้ห้ามแตะต้อง

 

"หยุดเลยอย่าแตะต้อง แกกับฉันมีเรื่องกันเฉพาะเรื่องนี้ ส่วนนั่นมันเรื่องในครอบครัวฉัน"

 

เขาเหมือนปรามธนิตออกไป คู่ขาที่ไม่รู้อะไรควรไม่ควร

 

"แกอย่าเหลิงให้มากนะธนิต ของที่ฉันซื้อกินได้ ไม่ใช่มีแค่แกคนเดียว ถมไป"

 

เขาพูดใส่หน้าธนิตเมื่อต้องมาทุ่มเถียงกันหลังจากที่ป้อนรสรักจนเสร็จสมเต็มที่  

 

"ไปได้แล้ว   แกไปก่อน เดี๋ยวฉันจะตามลงไป"

 

ความโกรธฉุนเฉียวทำให้ภูวนัยพูดเรื่องนี้กับคู่ขาที่ไม่รู้อะไรควรหรือไม่ควร หรือว่าธนิตต้องการประกาศตัวครอบครองเขา  ไม่ เขาไม่ต้องการ ไม่ต้องการให้มันมาระรานครอบครัวของเขา  

 

เขาถึงได้พูดจากับมันให้เด็ดขาดว่า ผู้ชายเขาซื้อกินได้  จนว่าธนิตหน้าม้านหน้าเสียและเจ็บปวดกลับไป

 

 

เขาโทรศัพท์หาสรญาอีกครั้งที่แมนชั่นหรูรายวันแห่งนี้ ซึ่งเขายังอยู่คนเดียวเขาไล่ธนิตคนที่ไม่ควรส่งเสริมหรือหยิบยื่นอะไรให้  เขามองเห็นความละโมบ ความไม่รู้จักพอเรื่องเงินทอง ถึงแม้จะมีเด็ดเพียงอย่างเดียวที่รสสวาท ที่เขาชื่นชอบก็ตาม

 

และเขาไม่ต้องการให้มันกล้าเหิม ขนาดไประรานภรรยาของเขาถึงในบ้านหรือคนในครอบครัวของ

เขา  สรญาไม่เกี่ยวและลูกของเขาด้วย 

 

"ผมยังอยู่กับเพื่อนอยู่เลย"

 

"เพื่อนหรือคะ" น้ำเสียงทั้งแปลกใจและฉุนของสรญาที่ไม่เชื่อสามีอีกแล้ว หล่อนทำน้ำเสียงเยาะตอนใกล้ตีหนึ่ง  และตัวเองก็รู้สึกงัวเงีย ข้างกายที่นอนหลับคือลูกชายตัวน้อย

 

"ถ้าคิดจะกลับสว่างก็ได้นะคุณภู"

 

"ไม่ผมจะกลับเดี๋ยวนี้ สรญา ธุระเสร็จแล้ว"

 

"ฮึ นึกว่าธุระของคุณจะเลยไปถึงการค้างคืนจนถึงรุ่งเช้านะคะภูวนัย"   

 

คำพูดของภรรยามันแปลบตัวเขา หรือหล่อนจะรู้ความจริง   เขารู้ว่าหล่อนรู้ อาจจะระแคะระคายมานานแต่ไม่บอกเขาให้รู้  เขาไม่ต้องการปิดบังหรอก มันไม่มีความจำเป็น เขาจะสารภาพกับหล่อนก็ได้ หล่อนคงทำได้แค่รับไม่ได้เท่านั้น  แล้วทีนี้จะเป็นยังไง  แน่นอน  เขาไม่ลืมที่จะสารภาพให้หล่อนรู้หรอกว่าเขาเป็นอย่างนี้ หล่อนรับได้ไหม หากไม่ได้ เขายินดีนักหากหล่อนจะมีผู้ชายคนใหม่

 

เขายังหัวเสียกับไอ้ธนิตไม่หาย ต่อไปคงเลิกคบ  เขาจะหาเด็กที่นิสัยดีกว่านี้ ที่ไม่กำเริบเสิบสานเหมือนกิ้งก่าได้ทอง เลี้ยงปรนเปรอหมดไปตั้งหลายล้าน  

 

หล่อนยังคงโกรธเขาและเถียงเขา 

"ไม่ต้องกลับก็ได้ บ้านไม่มีความจำเป็นที่คุณจะกลับมา"

 

"ไม่ต้องเถียงผมจะกลับเดี๋ยวนี้สรญา"   เขาเอ่ยแค่นี้แล้วปิดเครื่อง ก่อนจะแต่งกายให้เรียบร้อยเหมือนเดิมที่เข้ามา  ยื่นส่งกุญแจให้คนดูแลหอพักหรือแมนชั่นหรูราคาแพง  หลักพัน    ที่เขามักเช่ากอบโกยหาความสุขบ่อยครั้ง  เมื่อกระแสกิเลสและกามารมณ์เรียกร้อง

 

 

กลับถึงบ้านแล้ว ไฟในบ้านปิดสนิท เขาเปิดอีกครั้งแล้วดับมันลงตามเดิม จนกระทั่งก้าวเข้าไปในห้องนอน

 

"คุณอาบน้ำมาแล้วยัง"  เสียงของสรญาดังขึ้น  อย่างไม่พอใจเขา

 

"ไปอาบน้ำก่อนเถอะค่ะ  เหงื่อคงเยอะ   ข้างนอกมีแต่ฝุ่น"

 

"ผมอาบมาเรียบร้อยแล้วที่บ้านเพื่อน"  เขาเอ่ยตอบหล่อน และอายมาแล้วจริงๆที่แมนชั่นหรูนั่น

 

 

"เพื่อนอีกแล้วหรือคะ เพื่อนประเภทไหนกันของคุณ เพื่อนที่นอนกกกอดพรอดรักกันบนเตียงโดยไม่ใส่อะไรแม้แต่สักชิ้นใช่ไหมคะภู"

 

เขาตะลึงที่หล่อนพูดเรื่องนี้ ปากก็พูดไม่ออกทั้งอับอายกับการกระทำของตัวหน้าเสียและซีดหน้าม้านเสียด้วย ที่หล่อนกระทบเขามันเป็นความจริง  สีหน้านั้นยอมรับ  แต่ยังอิดเอื้อนอยู่

 

"ลูกหลับไปแล้วถ้าจะเถียงก็ไปเถียงอีกห้อง”  เขาบอก

"ค่ะได้"

หล่อนตามเขามา

 

"คุณทำอะไรไว้มีหรือคะ ที่ไม่มีคนรู้ ภู คุณเป็นอะไรของคุณกัน ทำไม คุณไม่บอกความจริงแก่ฉันเรื่องนั่น"

 

งั้นแสดงว่าภรรยารู้เรื่องหมดแล้ว เขาไม่จำเป็นต้องปิดบัง

"ดี" เขาโล่งอกแล้ว ที่หล่อนพูดเวลานี้ จะได้พุดให้หมดเปลือกเสียทีเดียว หล่อนจะเอายังไงกับเขา

 

"ไม่ต้องสาธยายมาก ในเมื่อคุณรู้ไปหมดแล้วนี่"

 

"ค่ะ ญาไม่ได้รู้เรื่องนี้ด้วยตัวเองหรือค่ะ มาจากนลินีเพื่อนของญา กับสามีเขา ที่เห็นคุณไปสถานที่แห่งนั้นกับเด็กผู้ชาย"   ก็ชัดเจนดีที่หล่อนเอ่ยพูด  มันตรงเผงเขาไม่มีทางแก้ตัว

 

"ขอบคุณนะ แล้วขอบใจด้วยที่คุณได้เพื่อนของคุณมาเจอภาพแบบนั้นของผม  ผมก็ขอสารภาพบอกเลยนะว่าผมชอบผู้ชายด้วยกัน ทีแรกผมคิดว่า ผมจะชอบผู้หญิงได้ แต่ที่ไหน ผมฝืนความรู้สึกของตัวเองไม่ได้นะ ญา มันเหมือนถูกสาบ  คุณไม่เป็นผมคุณไม่รู้หรอก"

 

หล่อนต้องมานั่งฟังเขาบอกกล่าวด้วยเหตุ สรญารับฟัง และนิ่งเงียบ จากท่าทีที่โกรธเพราะเขาดกหกหล่อน ก็ยอมนิ่งเพราะเหตุผลของเขา ความโกรธจางลงบ้าง  

 

ก็ยังมีความสงสารและสมเพชเจืออยู่

 

หล่อนยังคงนิ่งอึ้ง ขังตัวเองอยู่กับความเงียบ  และเจ็บปวดกับชีวิตรักของตนเองที่คนภายนอกวาดหวังว่าสวยหรูอย่างไฮโซ   แต่ที่ไหนได้มันน่าอับอายกว่าคนท้องไร่ท้องนาชาวบ้านธรรมดาที่มีความสุขในกระต๊อบหลังเล็กประสาผัวเมียด้วยกัน  ที่ไม่เคยแบ่งใจทรยศนอกลู่นอกทาง 

 

ภูวนัยยังโมโหฉุน เขาพูดให้หล่อนฟังแล้ว สีหน้าของเขายังตึงมันเต็มไปด้วยอารมณ์ที่เรียกว่าหัวฟัดหัวเหวี่ยง

 

"คุณควรจะเข้าใจผม"  เขาบอก

 

"แล้วเราจะหาทางออกกับเรื่องแบบนี้อย่างไรดีค่ะ ภู ในเมื่อมันเกิดขึ้นมาแล้ว"

 

"ใช่ มันเกิดขึ้นมาแล้ว มันถอยกลับหลังไม่ได้ ผมเข้าใจคุณ และคุณก็ควรเข้าใจผม เราก็อยู่อย่างนี้ไปก่อน ตามปกติ  รับรองผมจะให้เกียรติคุณเหมือนเดิม"

 

"เกียรติมันก็ไม่แตกต่างไปจากทะเบียนสมรสที่ฉันนอกกอดไว้ แต่ร่างกายส่วนจิตใจของคุณล่องลอยไปหาคนอื่น"      หล่อนพูดด้วยความเจ็บช้ำน้ำใจ

 

"ผมขอโทษ ผมทำผิด ผมทำผิดซ้ำซาก"  เขากล่าวบอกหล่อน

 

"ผมพยายามจะหักห้ามแล้ว มันทำไม่ได้"

 

"เพราะมันเคยตัวไงคะ เคยสันดานของคุณไปด้วย"

 

เขานิ่งอีกครั้ง

  

"ผมทราบสรญา  นับแต่นี้ไป ผมขอให้คุณ คือผมอนุญาตให้คุณเลือกทางเดินของคุณได้  หากคุณพบเจอคนใหม่  ที่ไม่ต้องใช้ชีวิตตกนรกเหมือนอยู่กับผม"   หล่อนฟังคำอนุญาตของเขา ที่หล่อนรับฟังแล้วเก็บไปพิจารณาในใจ มันคงจะทำยากหน่อย

"งั้นชีวิตของเรายังอยู่แบบนี้ไปก่อน"

 

"ใช่ผม รู้ เรายังอยู่ในสังคม ถึงแม้จะเป็นสังคมที่จอมปลอมก็เหอะ ต่างกลัวเรื่องเกียรติยศ ศักดิ์ศรี   แต่มันก็ยังเต็มไปด้วยการเยาะเย้ยนินทา ถากถางอยู่ข้างหลัง"

 

เขาพูดถูกของเขา  

 

"ฉันควรจะทำใจอย่างมากเลยใช่ไหมคะ"

 

"พยายามเถอะ ผมว่าคุณทำได้นะญา"

 

หล่อนถอนหายใจฟังเขายังเจ็บปวด ในเมื่อวิมานมันทั้งร้าวและพังไปต่อหน้าแล้ว เพราะว่า ภูวนัยไม่สามารถเป็นสามีสมบูรณ์แบบของหล่อนเหมือนคนทั่วไปได้   

 

ดีที่เขาสารภาพให้หล่อนฟังหมด มันทำให้หล่อนจะหาทางแก้ไข และทำให้ตัวเองโปร่งโล่งใจไปหลายเปลาะ

 

ที่ได้รูความเป็นไปกับตัวเขาและเขาไม่คิดจะปกปิดมันไว้เหมือนเดิม   เหมือนลั่นกุญแจปกปิด แต่นี่เขาเปิดเผย หล่อนยังสามารถยอมรับได้ว่า หัวใจของหล่อนคงไม่เจ็บปวดไปมากกว่านี้  

 

"เอาล่ะคะ ฉันรู้แล้ว  รับรู้เรื่องของคุณ ต่อแต่นี้ไป เราแยกเตียงกันนอนนะคะ    ฉันนอนอยู่กับลูก   ส่วนคุณอยู่อีกห้อง"

 

หล่อนบอกชัดเจน  เขาพยายามจะห้ามหล่อน

 

"แต่ จะไม่ให้ผมนอนด้วยกันกับคุณ แล้วนอนกับลูกเหรอ"

 

"คุณไปเคลียร์ตัวเองให้ชัดเจนก่อนเถอะค่ะภู แล้วค่อยมาบอกเรื่องนี้กับฉัน    ในเมื่อคุณชอบผู้ชายด้วยกัน แล้วทำไมจะต้องมานอนกับผู้หญิงอย่างฉันด้วยเล่า"

 

หล่อนตอบเขาในคำพุดที่เขาสับสนตัวเอง ซึ่งไม่ใช่หล่อน

 

"อย่าบอกนะว่า คุณได้ ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย"

 

"ก็อย่างงั้น" เขาบอกเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

"ไม่เอา  คุณอย่ามาสำส่อนเป็นพวกไบเซ้กช่วล  ไม่ได้เด็ดขาด คุณอย่าทำให้ฉันเริ่มขยะแขยงคุณมากกว่านี้เลยภู"   เขานิ่งและหน้าจ๋อย  

 

"ก็"  เขาพุดไม่ออกเลยต้องหยุดตัวเอง จากนั้นสรญาเป็นฝ่ายก้าวออกไปก่อน หล่อนเข้าห้องของหล่อนและลุก พร้อมปิดประตูล๊อก     ภูวนัยมองภาพนั้นทำได้แค่เพียงเดินออกมาเข้าสู่อีกห้องที่ถัดจากกัน    ไม่เคยคิดว่าภรรยาจะบังคับให้เขาแยกเตียงจากหล่อน

 

มันก็ถูกต้องแล้วล่ะ

 

 


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น

  1. #1 ธามธีระ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 กันยายน 2563 / 12:40

    ตะวันกินดวง กลับมาเริ่มทวีความเข้ม ภู กับสรญา รู้ความจริง จะแก้ไข ติดตามเน้อ ๆๆๆๆๆ

    #1
    0