ตะวันกินดวง

ตอนที่ 2 : ตะวันกินดวง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    14 ก.ย. 60

ภามยังอยาก จะ เป็นคนดี คนเก่ง แต่ทำงานแบบนี้ รู้ว่าพอเลิกจากเรียน สมองเขาชักไม่ไหว เรียนมาทั้งวัน แต่การบังคับ คือ สิ่งจำเป็น การที่ต้องทำงาน ทุ่มครึ่งแล้ว นิกปลุก เพราะเผลอไปตั้งแต่กลับจากมหาวิทยาลัย เอาแรง ไม่ทำไม่ได้ สมัครไปแล้ว หนึ่งเดือน ทำงานต้องครบอาทิตย์ ไม่งั้น จะไม่ได้ ค่าจ้าง ค่าจ้างที่แสนจะน้อยนิด มุ่งหวังไปที่ทิป และพิเศษอื่นจากแขกมากกว่า หนึ่งชั่วโมงต่อมาเตรียมอาบน้ำอาบท่าจนเสร็จ แต่งกายพร้อมที่จะออกไป นั่งรถไฟฟ้า ไม่ถึง ยี่สิบนาที ก้าวลงจากบีทีเอส บนเส้นถนนสีลม เดินดุ่มตัดเข้าไปในถนนตรงข้าม เซ็นชื่อ ทำงานลงในสมุด ออกหาอาหารรับประทานแถวบาร์ ที่ทำงาน หน้าตาของภาม ยังสะโหลสะเหล และอิดโรย แต่เขาก็ยังฝืนที่จะทำงาน

ใครจะกำหนดหรือลิขิตชะตา ชีวิตตัวเองได้ นอกจากเบื้องบนเท่านั้นล่ะ งาน ที่ได้พบเพื่อนและคนแปลกหน้า สถานที่แห่งนี้มีแอร์เย็นฉ่ำคละคลุ้งด้วยสิ่งหมักหมมมากมาย ทั้งจิตใจของคน และบรรยากาศ เมื่อตัดสินใจแล้ว จำยอมที่จะด้านอาย แต่เขาจะขอเสียแค่นี้ ภามเลือกที่จะขอแลกดื่มหรือนั่งดริ๊งค์กับแขก ขณะที่เขา ไม่เป็น สับปะรดเลย เรื่องเหล้า แฮลกอฮอล์ เขา ไม่ชอบ แต่ก็ฝืน ลูกค้าที่เข้ามา เป็นชาวต่างชาติเสียส่วนใหญ่ พวกนี้เป็นนักท่องเที่ยวในเมืองไทย รวมทั้งเป็นนักธุรกิจ มาปักหลักทำธุรกิจในเมืองไทย และ ที่ แน่ นอน คือ มี รสนิยม ทางเพศแบบนี้



งานคือเงิน เงินคืองาน คำถามนี้ ภาม ถาม เหมือน เขาถามคนอื่น เช่นกัน คนอยู่ในแวดวงนี้ มีไม่น้อย เขาเพียงก้าวถลำลงไป เป็นก้าว ที่ไม่กล้าเสียด้วย คือ กล้าๆกลัว รู้แต่ว่า มันมีอยู่จริง อาชีพนี้ แรกเริ่ม ที่รู้จัก เพราะการสัมผัส รังเกียจโสโครก แน่น่อน อยู่บนความอับอาย คนไทยเราถือนัก แม้จะขายเพียงภายนอก เรือนร่าง ร่างกาย ไม่ใช่ภายใน ก็ถือว่าต่ำ คำว่า ต่ำ การกระโจนลงไป

หลืบซอก มุมมืดหรือเรียกอะไรดี ชีวิตของคนกลุ่มหนึ่ง กลุ่มเล็ก สายตา ที่เหยียบย่ำ ผ่านเลย ไม่แยแส ต่างคนต่างอยู่ ชีวิตใคร ชีวิตมัน สังคมเมืองเป็นอย่างนี้ ภามคิดว่า หากเขาจะอยู่ที่นี่ เขาต้องปรับตัวอย่างมาก เขาไม่ได้ เป็น อย่างที่ใครคิดกัน บอกยากใครเป็น หรือไม่เป็น ชอบหรือไม่ชอบ แต่เขาไม่เป็นแน่นอน ไม่ชอบ เขาชอบผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เขาเคยมีรักสวยงาม แต่เลือกที่จะไม่พูดถึงเวลานี้

แสงไฟนั้นสาดส่องพอประมาณ เรียกว่าแสงสลัว คล้ายกับเสียงเพลงและดนตรี บนฟลอร์นั้น รู้แต่ว่าถูกจับจ้องสายตาจากแขกเหรื่อด้านล่าง ที่รู้ดีว่า มีรสนิยมแบบเดียวกันเท่านั้น นายอะโกโก้ ที่หมุนวนเวียนเดินโชว์สรีระ เปลือยท่อนบน แต่ข้างล่างเหมือนสวมใส่กางเกงใน

ท่อง นี่มันเพื่อเงิน เงินที่ แสวงหารายได้ จากการทำแบบนี้ เขาโยนตำราทิ้งชั่วคราว



นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น