ตะวันกินดวง

ตอนที่ 11 : ตะวันกิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    23 ต.ค. 63

ธนิตวนเวียนคิดถ้าเขาจะทำ คุณภูวนัยเปลี่ยนไปมาก เขายอมรับว่าได้การปรนเปรอมาจากคุณภูวนัยมากมายเมื่อครั้งคราวที่ความสัมพันธ์ยังดีอยู่ เขาเปรียบเหมือนคุณภูวนัยเป็นเหมือนธนาคารเคลื่อนที่  ชีวิตแบบนี้ ได้ใหม่แล้วลืมเก่า  ส่วนตัวเขาก็คบหาคนใหม่  อิสรเสรีในเรื่องเซ็กส์  แต่ก็ไม่มีใครซับพอร์ตเขาดีเท่ากับคุณภูวนัย

 

เขาเคยแสดงตัวอย่างเด่นชัดไปให้ภรรยาที่บ้านของเขารู้   ครอบครัวนี้จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง  นั่นคือสิ่งที่ภูวนัยห้าม และเขาทำไปแล้ว

 

“นิต แกต้องการอะไร”   เขายอมส่งแมสเสจตอบกลับมาหาธนิตอีกครั้งในอีกครึ่งชั่วโมงต่อมา คาดว่าคุณภูวนัยเปิดอ่านและเห็นถึงสิ่งที่เขาทำมันลงไป

 

“แกคิดจะประจานฉัน เท่ากับประจานตัวเองด้วย  คนอย่างแกนี่มันขุนเลี้ยงไม่เชื่องจริงๆ”

“คุณนัยไม่ต้องพูดมาก  แค่ทำตามที่ผมต้องการก็พอ”  ดูเหมือนธนิตจะเมินเฉยกับคำของเขาด้วยการพูดคำนี้ลงไป  เพื่อให้ภูวนัยไม่ต้องคิดเรื่องอื่น

 

“แก มันไอ้คนหิวเงิน  ฉันดูคนอย่างแกผิดไป”

 

“แล้วแกจะว่ายังไง” เสียงนั้นเปลี่ยนแปลงไปจากบุคลิกที่ดูสุขุมและขรึมนิ่งเมื่อเกรี้ยวกราดออกมาเพราะไม่พอใจอย่างมาก  แต่กระแสเสียงนั้นยังจับได้ว่า ยังทุ้มและน่าฟัง

 

“ก็บอกแล้ว ผมว่า ไม่มากมายเท่าไหร่ ผมต้องการเงิน”

 

“เท่าไหร่”   ภูวนัยกดน้ำเสียงลงไป  อย่างพยายามสะกดใจ

 

“สี่หมื่น”

เงินจำนวนแค่นี้สำหรับภูวนัยมันไม่ได้มากมายนัก ถ้าหากเป็นคนที่เขานึกอยากจะให้   สำหรับธนิตเมื่อก่อนใช่  แต่เวลานี้ไม่ใช่

 

“ถ้าหากฉันไม่โอนให้แกล่ะ จะเกิดอะไรขึ้น” นายภูวนัยถามออกไปอย่างท้าทาย

 

“คุณนัยก็คงจะรู้ดีว่า ถ้ารูปคลิบของคุณนับเผยแพร่ลงในโซเชียลนี่มันจะกระจายไปให้คนเห็นกันทั่วโลก”

 

“ช่างสิ ฉันไม่แคร์ เชิญแกทำไปเถิด  ภาพคลิปแบบนี้มีเป็นหมื่นเป็นแสนในเน็ต  ถ้าแกอยากจะทำก็เชิญ”

 

ธนิตอึ้งในคราวนี้ที่เหมือนถูกปฏิเสธและคู่ขาของเขาที่กำลังจะกลายเป็นอดีต เขาไม่แยแสและแคร์ในสิ่งที่ธนิตจะทำ   ทำให้ธนิตต้องคิดหนักมากกว่าเดิม  ที่คิดว่า นายภูวนิยจะยอมเขาและยินยอมโอนเงินให้เพราะกลัวจะเสียทั้งหน้าและชื่อเสียง

 

“คุณแน่ใจนะที่พูด”

 

“ฉันบอกแล้วแกจะทำอะไรก็เชิญ ฉันไม่ใช่คนดังเสียด้วย จะต้องมากังวลแคร์อะไรล่ะ”

 

พูดจบก็ปิดเครื่อง   ทำให้ทางฝ่ายของธนิตที่ประเมินดูผลงานตั้งแต่แรกแล้วว่า อีกฝ่ายคงจะรีบโอนเงินมาให้เขาทันที แต่เมื่อผิดคาดไปอย่างนี้ ธนิตก็เหมือนคนเหงื่อตก   นอกจากอึ้งแล้วใบหน้านั้นซีดเผือดลงไปจากเดิม นี่เขากำลังจะหาเงินจ่ายค่าห้องสี่พัน   กับหาเงินเป็นค่าใช้จ่ายประจำวัน ธนิตไม่มีเงินเก็บ เขากินใช้อย่างสุรุ่ยสุร่าย   รวมทั้งมีความสัมพันธ์กับเด็กหนุ่มรุ่นน้องที่เขาหามาได้ในบางครั้ง  รวมทั้งต้องเลี้ยงดูและเปย์ด้วย    ธนิตเคยมีแฟนเป็นชาวต่างชาติ ที่นอร์เวย์ แต่ไม่มีข่าวคราวจากคริส หรือคริสโตเฟอร์ตอบกลับมา

 

กำลังคิดหน้าคิดหลังเมื่อหมดหนทางแบบนี้   ธนิตยิ่งเครียดจัด

 

 

สรญากำลังเปลี่ยนแปลงตัวเองอยู่กับบ้านในฐานะของแม่บ้านอย่างเดียวหล่อนเบื่อ ชีวิตยังมีค่าอีกมากมายด้วยการขอกลับไปทำงานอีกครั้งเพราะการศึกษาของหล่อนถือว่าสูงเอาการคนหนึ่ง แม้จะไม่ได้สูงมากเหมือนในปัจจุบัน  หล่อนจบแค่ปริญญาตรี  ทางด้านบริหารธุรกิจ   ตอนแต่งงานสามีไม่ให้ทำงานให้อยู่แต่กับบ้านเลี้ยงลูกเท่านั้น  เวลานี้หล่อนก็ทำหน้าที่นั้นจนหมดสิ้นแล้ว

 

ลูกชายคนเดียวเรียนอยู่ชั้นประถมสี่แล้ว  แกโตพอที่จะรู้ภาษา   รวมทั้งปัญหาของหล่อนและสามี ที่ทำให้คุณสรญาต้องพลิกเปลี่ยนแปลงตัวเองในครั้งใหม่ ยอมรับว่าหล่อนยังคงรักคุณภูวนัยอยู่ในด้านสามีและเป็นพ่อของลูก เขาทำหน้าที่ได้โดยไม่บกพร่อง ขาสดแต่เรื่องความสำคัญบนเตียงเท่านั้น ที่เขาให้หล่อนได้ไม่เต็มที่  เพราเขาไม่ได้รักและชอบผู้หญิง นอกจากเขารักผู้ชายชอบผู้ชายด้วยกัน

 

เป็นความเจ็บปวดลึกๆข้างในที่หล่อนเก็บเอาไว้   ดีเหมือนกันที่สามีเปิดไฟเขียวให้  เขายินดีนักที่หล่อนจะคบหาผู้ชายคนใหม่ ขณะที่หล่อนจะปล่อยให้เขาเริงระรื่นชื่นสุขกับชีวิตที่เขาเป็นกับผู้ชายของเขา

 

ใช่ ผู้ชาย เขาชอบผู้ชาย หล่อนจะปล่อยเขา เพราะถึงแม้ว่าหล่อนเคยหวงห้ามเขา แต่เขาก็แอบทำเรื่อยมาก   ยอมรับว่าหล่อนโล่งใจอย่างมาก  หลังจากที่ผ่านปัญหาเครียดอย่างนี้  ที่บริษัทใหม่แห่งนี้หล่อนได้รู้จักกับคุณวิธาน  พนักงานบริษัทในตำแหน่งหัวหน้าพนักงานฝ่ายบัญชี   ดูเหมือนเขาจะมองมาที่หล่อนตั้งแต่วันแรกของการทำงานแล้ว  เธอรู้สึกแปลกๆเหมือนกันกับสายตานี้  เพราะเอเป็นคนที่ผิวขาวผ่องแบบไข่ปอก  ส่วนคุณวิธานมีผิวแบบสองสี  หน้าตาของเขาดูคมเข้ม  ไมได้หล่อเหลามากมายอะไรพอจะให้สาวๆกริ๊ด  แต่ก็ดูมีบุคลิกดี หน้าตาไว้ใจได้ มีความเป็นสุภาพ

 

เฟิร์นรอวันหยุดอีกครั้งที่จะได้ไปหาภามคนรักหนุ่มและไปเที่ยวด้วยกัน  แต่เมื่อเป็นช่วงที่เขามีสอบในเทอมนั้น เธอก็จำต้องรอคอยเขาอีก ไมได้ไปรบกวนเขามาก และภามหยุดไปทำงานในตอนกลางคืน เพราะคร่ำเคร่งในการสอบ การสอบของเขาผ่านไปถึงเจ็ดวันเต็มๆ เพราลงครบทุกหน่วยกิต  ยี่สิบสี่ตัว   กะว่าจะให้ผ่านทุกวิชา และภายในอีกสองปีเขาจะต้องเรียนจบ  เขาเลือกคณะรัฐศาสตร์ ที่คิดว่าสมองพอไปไหว

 

เฟิร์นมีความที่อยากจะเรียนหนังสือเช่นเดียวกับเขา เธอจบแค่ชั้นมอสาม ต้องไปเรียนต่อที่ก.ศ.น.  เพื่อจะมาเรียนที่เดียวกับเขาเพราะคุยเรื่องนี้กับภาม หลังจากทีเอได้ไปเห็นมหาวิทยาลัยที่ภามเรียนอยู่เกิดคามสนใจ มหาวิทยาลัยนั้นก้างใหญ่ เปิดโอกาสให้กับคนทุกชนชั้น ไม่ต้องสอบเข้า

 

เธอลงเรียนในชั้นแบบก.ศ.น. แค่ปีเดียว  ตอนนี้ก็ขยันอ่านหนังสือเช่นกันเพราะมีความมุ่งหวังที่จะได้ไปเรียนต่อในมหาวิทยาลัย งานที่เธอทำกับญาติเป็นงานเย็บเสื้อผ้าโหล ตอนนี้เธอฝึกใช้จักรจนคล่องแคล่ว งานนี้ต้องอดตาหลับขับตายนอนพอสมควร จนใบหน้าอิดโรย และนั่งหลังขดหลังแข็ง แต่เธอก็จำต้องทนเอา เพราะคนอื่นๆยังทำได้ ส่วนมากล้วนเป็นสาวๆแบบเดียวกับเธอที่มาจากชนบทต่างจังหวัด  มีเพื่อนที่สนิทกันที่นี่ สองสมคน

 

เฟิร์นจึงมีเพื่อนคุย   แต่เธอก็เหงา เหงาเพราะความรัก ความรักที่อยากให้เติมเต็มแบบหนุ่มสาว เพื่อนๆและบางคนรุ่นพี่ก็คุยได้แค่คลาย  แต่ไม่ใช่ในมุมของคนรัก เป็นมุมของการแบ่งปันของเพื่อนร่วมโลกคนที่รู้จักกันมานานบ้านใกล้กันมากกว่า  เธอมองเห็นภามมีค่าความสำคัญมาก

 

“ภามอ่านหนังสือหนักมั๊ย ที่ภามบอกเฟิร์นว่า จะต้องสอบให้ได้ทุกตัว”    เธอคงมารบกวนเขาในเวลาที่ถูกต้องนะ หนึ่งทุ่มแล้ว  เฟิร์นโทร.มาหาคนรักเพราะต้องการให้กำลังใจ

 

เวลานี้ภามยังอยู่ในมหาวิทยาลัยในช่วงเวลาหนึ่งทุ่ม ที่มหาวิทยาลัยมีห้องสำหรับการอ่านหนังสือให้แก่นักศึกษาทุกคน  ภามเป็นหนึ่งในนั้นที่ขยันท่องอ่านและเขียนตำราเพื่อจะสอบให้ผ่านให้ได้

 

“ใช่ มาอ่านหนังสือที่ห้องแอร์ กับเพื่อนๆ  ภามตั้งใจอย่างเต็มที่”

 

“งั้น  เฟิร์นมารบกวนอีกหรือเปล่า”

 

“รบกวนได้ ภามอ่านหนังสือสอบเตรียมพร้อมจนจบแล้ว นี่กำลังจะกลับหอไปนอนพัก พรุ่งนี้เช้า แปดโมงครึ่งต้องรีบตื่น มีสอบเช้าเก้าโมงจนถึงสิบเอ็ดโมงครึ่ง”

 

เขาบอกสาวคนรัก

 

“เหรอ  งั้น  เฟิร์นรบกวนไม่มากหรอก    เฟิร์นเองเพิ่งทำการบ้านที่ครูให้ทำเสร็จพอดี”

 

เขารู้ดีว่าแฟนสาวเริ่มลงเรียนเพื่อให้ได้วุฒิชั้นมอปลายเพื่อสมัยเรียนกับมหาวิทยาลัยเดียวกับเขา

 

“อ้าวเหรอ  เป็นไงมั่งเรื่องเรียน”

 

“ก็ดีนะ อบอุ่นดี มีแต่เพื่อนๆ  มาจากต่างจังหวัดเหมือนกัน มีทุกรุ่นเลย  หนุ่มสาวรุ่นน้ารุ่นอารุ่นป้ารุ่นลุง”

 

เธอเล่าให้ฟังถึงนักเรียนที่เรียนแบบทางลัดคือเรียนทางไกลที่ไม่มีโอกาสในชั้นเรียนตามปกติ

 

“มีหนุ่มๆมาจีบบ้างหรือเปล่าล่ะ”   เขาแซวเธอ

 

“มีสิ มีหลายคน แต่เค้าไม่สนใจใครหรอก เพราะเขา เอ้อ”

 

เธอเก็บคำพูดนี้ไว้   ภามเองก็คงจะรู้ว่าเธอเขิน และไม่พูดต่อ เขาคงรู้ด้วยว่าเธอไม่มีใครนอกจากเขา

 

 

 

 

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น

  1. #4 ธามธีระ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 10:10

    อัพต่อแล้ว ตะวันกินดวง


    ใครชอบอ่านน้ะจ้ะ


    เมนต์ด้วย


    กำลังใจ

    โฮกกกกก

    #4
    0