ชวนกันไปอาบน้ำที่สระ

ตอนที่ 2 : พบเจอคนแปลกหน้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    16 ธ.ค. 61

     พบเจอกับคนแปลกหน้า




ตรงที่เดิม  ผมยังไม่ขึ้นจากสระ  คราวนี้มันปาเข้าไปเกือบสองทุ่มแล้ว ที่สระปิดสามทุ่มครึ่ง   
พอถึงสามทุ่มปุ๊บการบริการปิดทันที  เจ้าหน้าที่ก็เริ่มจะเก็บข้าวของกลับ   ในเงาตะคุ่มเพราะเวลาทุ่มหนึ่งแล้ว   ความมืดนั้นยังมีแสงสว่างจากดวงไฟสาดส่อง
ใกล้ถึงเวลาเข้าจริงๆ จะมีกริ่งคล้ายๆกับออดเตือนให้รู้ว่า  ทุกคนต้องพากันขึ้นจากสระได้แล้ว    อออดหรือกริ่งจะดังสามครั้ง  ครั้งสุดท้ายคือการปิดไฟและล็อกกุญแจ
"เฮ้ย พี่  เขาจะปิดแล้วนี่"    ที่ผมพูดนั้น คนที่ได้ยิน คือ พี่ชัย ในเวลานั้นเหลือกันอยู่สามสี่คน ยังดีหน่อยที่เป็นเพื่อน   ผมพาตัวเองในชุดกางเกงว่ายน้ำ ซึ่งมันเผยสัดส่วนและเมื่อเปียกน้ำ มันก็ทำให้เห็นชัดเจน
แต่มันไม่มีความอายหรอกนะ ในบรรดาผู้ชายด้วยกัน ใช่ ผมคิดอย่างนี้ การแก้ผ้าอาบน้ำกับผู้ชายด้วยกัน  มันไม่แปลก   เพราะไอ้ความคิดที่ว่าไม่แปลกนี่สิ 
     การที่เราจะออกจากสถานที่แห่งนี้ต้องมีการอาบน้ำจืดก่อนครับ  ล้างเนื้อตัวล้างทั้งตัว เหมือนอาบน้ำรอบใหม่ ผมก็เตรียมสบู่และแชมพูมาด้วย
เข้าบ้านจะได้ไม่ต้องอาบอีก   
ทีนี้ระหว่างอาบน้ำ  ผมก็สังเกตคนอื่นพยายามพาตัวเองชิดกับถังพลาสติดมากกว่า  ไม่อยากให้เป็นจุดเด่น อาบแล้วผมก็ถูไถตัวไปตรามร่างกายทั้งสบู่  ไม่ใช่เวลามากหรอกครับ เพราะเดี๋ยวเขาก็ปิดแล้ว
ผมเอาผ้าเช้ดตัวมาด้วย เก็บในลอกเกอร์พร้อมกับกระเป๋า  พออาบเสร็จก็เปลี่ยนเสื้อผ้า  พร้อมจะก้าวออกจากประตู
"อ้าวน้อง  รอพี่ด้วย อย่าเพิ่งกลับนะ อยู่คุยกันก่อน"   เสียงพี่ชัยดังมาจากทางด้านหลัง  เมื่อผมสวมใส่เสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วก็รีบจ้ำอ้าวออกไป   พี่แกอาจจะทำอะไรชักช้าหน่อย
เมื่อได้ยินดังนั้น  ผมจึงถามตัวเองจะรอดีไหม เขาก็เป็นคนแปลกหน้า เราก็เป็นคนแปลกหน้าสำหรับเขา   แต่ความมีน้ำใจของเขาทำให้ยินยอมพยักหน้า
ไม่เกินเจ็ดนาทีต่อมาพี่ชัยจึงก้าวออกมาบ้าง
ที่ริมถนน
"พี่เอามอไซค์มาด้วย แต่พี่ยังไม่อยากกลับตอนนี้  เอ้อ  จี๊ดไปทานข้าวกับพี่มั้ย พี่เลี้ยง"
เมื่อมีคนเอ่ยปากอย่างนั้นและขอเลี้ยง ผมค่อนข้างตกใจ เพระาในชีวิตไม่ค่อยจะมีใครเลี้ยงข้าว  เป็นเพราะเราเกรงใจและไม่ชอบที่จะรับความหวังดีจากใคร  อีกอย่างก็เป็นประเภทพึ่งพาตนเองเหมือนสุภาษิตที่บอกว่า ตนเป็นที่พึ่งของตน
ผมจึงชะงักจะตอบยังไงดี
"เอ พี่คงไม่ดีกว่า"
"พี่เลี้ยงน่า"  พี่ชัยพูดออกมาอีก
"ไป๊  เดินไปด้วยกัน อีกหน่อยก็ถึงแล้ว"
คำพูดของแก ทำให้ผมนึกทำอะไรลำบาก  จะไม่ลำบากใจได้ยัง ก็เหมือนแกมาขอร้องเอากับผม
"ก็ทานข้าวมื้อนี้เลย กลับถึงบ้านไม่ต้องทานไงล่ะ  อยู่คนเดียวไม่ใช่เหรอ ก็นอนเลย"
"ก็คงจะอย่างนั้นล่ะ"    เรื่องอาหารการกินบางทีผมก็ลืมเหมือนกัน  สุขภาพของตนเองบางครั้งก็ไม่ใส่ใจเท่าไหร่ เมื่อทำงานหนัก บางทีก็ไม่ได้คิดถึงเรื่องกิน  กลับกลายเป็นนึกง่วงนอน พอนอนก็หลับยาว   นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้ผมกินข้าวไม่ตรงเวลา
ในที่สุดก็ยอมรับ    เพราะความเกรงใจ แต่แกกลับคะยั้นคะยอหนักเหลือเกิน  แถมเป็นคนเดินไปสั่งแม่ค้า  กะเพราไก่จานหนึ่ง  และหันมาบอกผม
"จี๊ด ไปสั่งสิ อยากทานอะไร  ตามสบาย แล้วมานั่งด้วยกัน"
ก็มันแบบพาเลยแล้วนี่ ผมห้ามตัวเองไม่อยู่ ใจรั้ง แต่คนอื่นก็พูดเอาใจและกล่อม แสดงว่าเราเอาชนะใจของตนเองไม่ได้เลย
ในที่สุดผมต้องเดินไปหาแม่ค้า สั่งอาหารที่ผมอยากทาน
"ขอข้าวผัดทะเลด้วยครับ"
แต่แม่ค้าหน้าเตาที่กำลังผัดอาหารอยู่หันมายิ้มให้ บอกว่า
"มีข้าวผัดปูด้วยนะ"
"งั้นเอาข้าวผัดปูก็ได้"  ข้าวผัดปูเป็นอาหารจานโปรดของผมเลยทีเดียว  เหมือนแม่ค้ารู้ใจ



นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น