ศึกกระบี่ กระชากวิญญาณ

ตอนที่ 1 : บทเริ่ม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    28 ส.ค. 60

บทเริ่ม


ฮูหยิน ข้าต้องรีบไปแล้วนะ ขอฝากบ้านด้วยน้องรอง ไม่เกินสิบห้าวัน ข้าจะกลับมา”

ท่านประมุขของพรรค เอ่ยบอกภริยาและน้องชาย ให้ช่วยกันดูแลสำนัก ในช่วงที่เขาไม่อยู่ ญาติเกิดการเจ็บป่วยกะทันหัน ต้องรีบเดินทางไป สิ้นสุดคำนั้น บุตรชายหญิงที่ยืนอยู่ใกล้ เข้าไปโผกอดบิดา

ท่านพ่อ ต้องรีบกลับมานะ ข้าคิดถึงทัน” เหย่ไฉ บุตรชายคนโตเข้าสวมกอด พร้อมกับมือของบิดาที่ลูบหัวไปมา ท่านยิ้ม

อยู่เป็นเด็กดีของแม่ กับอาเจ้านะ หมั่นฝึกเพลงยุทธ แล้วพ่อจะกหลับมาทดสอบเจ้าอาไฉ”

เหย่ลี่ พ่อคิดถึงเจ้ามากนะ อยู่กับแม่ กับพี่เขา อย่าซนนะลูก” นี่คือคำสุดท้ายที่ เหย่หลุนเจ้าของสำนักหันหลังให้คนในครอบครัวพร้อมด้วยสัมภาระจำนวนหนึ่ง เมื่อคนรัชใช้ที่ดูแลเกวียนม้า เข้ามาบอก

ข้าเตรียมม้าเสร็จแล้วครับ นายท่าน”

ดี ตงกวานไปกันเถอะ” ท่านประมุข ก้าวเข้าไปนั่งในเกวียน ท่ามกลางสายตาทุกคน ก่อนที่ม้าเร็วจะเคลื่อนก้าวพร้อมก็วิ่งจากไป ลับสายตาของทุกคน ฮูหยินเปาติง หยิบผ้าเช็ดหน้า ป้ายที่ดวงตาซึ่งมีหยาดหยดน้ำ นางไม่เคยจากสามีไปไหนไกล ครั้งนี้เป็นครั้งแรก จากนั้นจึงพาลูกๆกลับเข้าไปพักผ่อน ขอนั่งสงบจิตสงบใจ

ภายนอกนั้น หัวสมองของ อ้าวคุณ น้องรองของประมุขเหย่หลุนเต็มไปด้วยความครุ่นคิด มิมีใครรู้ว่าเขาคิดสิ่งใด แต่เป็นเรื่องที่กลัดกลุ้ม หากแต่ที่ริมฝีปากกลับกระหยิ่มยิ้ม ในเวลาต่อมา เขจากับประมุขเหย่หลุนเป็นพี่น้องต่างมารดา ปัจจุบัน สิ้นทั้งบิดาและมารดา ได้อาศัยใบบุญพี่ชาย ให้ข้าวให้น้ำ ให้ที่พักพิง ยังให้เขาเป็นหูเป็นตาแทน ในยามที่มีธุระปะปัง เช่นงานชุมนุมชาวยุทธ หรือเพื่อนสนิท แต่งงาน อ้าวคุณตัดสินใจอย่างหนึ่ง หลังห้องส่วนตัวของเขา พิราบสื่อสารที่เลี้ยงและฝึกปรือมาอย่างดี พร้อมกับข้อความที่เหน็บพันไว้ที่ขาซ้ายของมัน จากนั้นมันก็โฉบลิ่ว ออกไปทางทิศใต้ ลับหายไป


ราตรีแห่งความตาย

ความตายเกิดขึ้นแล้วในคืนนี้ เพราะมีธงป้ายสีเหลือง แต่ตัวอักษรสีแดง ซึ่งไม่มีใครรอดทุกราย ไม่มีใครรู้ ไม่รู้ว่ามันมาจากทิศทางไหน พวกมันมาแบบรวดเร็วเหมือนลม แล้วก็จากไป ว่ากันว่า หนึ่งในยุทธจักรเวลานี้ คือ พรรค ต้าเหย ผู้เป็นประมุขทรงคุณธรรมชื่อเหย่หลุน หากแต่ว่า ในเวลานี้ เหย่หลุนเดินทางไปเยี่ยมญาติที่ล้มป่วย ยังมณฑลอื่น ภายในคฤหาสน์หลังงาม จึงประกอบด้วย อ้าวคุณ น้องรอง ซึ่งเป็นน้องชายแท้ของเหย่หลุน และอาซ้อเปาติง ภรรยาของเหย่หลุน แล้วยังมีบรรดาคนใช้และคนสวน คล้อยหลังจาก ที่เหย่หลุนเดินทางพ้นไปในราตรีเดียว ป้ายประกาศิตแห่งความตายนี้ จึงถูกคนร้ายที่ไม่หวังดี เขวี้ยงโยนปักมาที่ประตูทาง เข้าของสำนัก และบริเวณรั้วของคฤหาสน์ บริเวณรั้วกำแพงของตึกนั้น นอกจากมีธงอักษรมีแดง ยังมีรูปหัวกะโหลก อันเป็นสัญลักษณ์ของความตาย

“ตายแล้ว น้องรอง นี่พวกเราจะทำยังไงดี ปริวิตกอย่างมาก และนางไม่เป็นอันกินอันนอน ทราบว่า ท่านสามีเจ้าของพรรค เพิ่งเดินทางไปเยี่ยมญาติที่มณฑลทางทิศใต้ ใช้เวลาสิบวัน ถึงจะเดินทางกลับมา เขาเดินทางไปพร้อมกับม้าคู่ชีพ และคนรับใช้หนึ่งนาย ที่ไว้ใจมากที่สุด

“ท่านพี่ กว่าจะกลับ ก็นานเกือบสิบวัน ขณะที่พูดนั้น หัวใจของนาง เหมือนหล่นอยู่ใต้ตาตุ่ม

“ไปตามเซี่ยนเหยิน มาช่วยอีกแรงเถอะ ข้าเกรงว่า มันจะลงมือในคืนนี้ ทำให้นางเอ่ยถึงยอดฝีมือ ที่เป็นญาติ ลูกพี่ลูกน้อง ที่อยู่ในหมู่บ้านไม้ขาว ไม่ห่างจากที่นี่ เพียงสองชั่วโมงก็ถึง

“น้องรอง รีบ ส่ง ให้ม้าเร็ว ไปตาม เซี่ยนเหยินเถอะ นั่นคือการไหว้วานของ พี่สะใภ้


เซี่ยนเหยินเดินทางทางมาถึงไม่เกินสองชั่วโมง พร้อมกับม้าเร็ว บ้านสกุล เหย่ เวลานั้นใกล้พลบค่ำพอดี ทราบเรื่องราวทั้งหมด เขาพักอยู่ในห้องรับรองของเครือญาติ และมีสาวใช้นำอาหารมาให้รับประทา น เสร็จจากนั้นก็ร่วมปรึกษากับหมู่ญาติพี่น้อง ในการต้านทานรับมือ กับสิ่งเลวร้าย

ทำไม ต้องหมายตัว ที่สกุลเหย่ มันมีเรื่องราวอาฆาตแค้นส่วนตัวหรือไร” ฟังเซี่ยนเหยินญาติหนุ่มเอ่ย อาซ้อเปาติง นึกไม่ออก

ข้าก็นึกไม่ออกเหมือนกัน เซี่ยนเหยิน ว่า ท่านพี่ มีศัตรูที่ไหนอีก แต่เราไม่เคยรุกรานใคร” คำของนางเปาติง อ้าวคุณ น้องรอง ที่ จ้าขอแงสำนักสกุลเหย่ ฝากฝังไหว้วานไว้ เงียบกริบ จากนั้นขอตัวกลับเข้าห้อง

สองทุ่มปาเข้ามา เสียงลมกรรโชกจากด้านนอกอย่างรุนแรง เช่นเดียวกับทางหน้าต่าง ราตรีคืนนี้เงียบผิดปกติ กิ่งไม้ใบไม้ไหวสั่น แม้แต่กรงนกหงส์หยกและนกแก้วที่เลี้ยงเอาไว้ ก็กระพือปีกบินหนีในกรงเหมือนกลัวตาย สัญญาณบอกแล้ว บนที่นอน ห้องพักของแขก เซี่ยนเหยินไม่ได้หลับ หูเขาเงี่ยฟังตลอดเวลา กายพักผ่อน แต่ใจไม่หลับ เพื่อรอดูการจู่โจมของอีกฝ่าย และพวกมันก็มาจริง โดยที่ไม่ได้รับเชิญ และปรารถนา วัตถุแหลมสิ่งหนึ่งพุ่งเข้ามาทันที มันคือ เข็มพิษ สาวใช้นางหนึ่งร้องครวญครางในความมืด “ โอ๊ย” เพราะนางบาดเจ็บอย่างมาก แปลกประหลาดที่ไฟในคฤหาสน์ดับหมด เป็นที่แปลกใจแม้แต่ เซี่ยนเหยินก็เช่นกัน อาวุธพุ่งเข้ามาอีกครั้ง ภายในห้องสาวใช้ อีกนางหนึ่ง นางขาดใจตายทันที เพราะปักที่ลำคอ โดนจุดสำคัญ คือ เส้นประสาท

ช่วยด้วย ๆ มู่อี้ตายแล้ว” สาวคนใช้ที่พักอยู่ด้วยกัน แต่รอดชีวิตเอ่ยเรียก เงียบไม่มีคำตอบจากภายนอก และการเคลื่อนไหว เงาสายสีดำพุ่งเข้ามา เซี่ยนเหยินพุ่งมาที่เป้าหมายด้วยการดีดกายของเขามาที่ห้องต้นเสียง จากนั้นคว้าร่างของนางสาวใช้ที่มีลมหายใจให้บังกายอยู่ใต้ผ้าม่าน โดยมีเขาปิดปากของนางไว้ เพราะการตกใจของนาง ทำให้ศัตรูรู้ดี ส่วนร่างที่ปลิดร่วงกองอยูบนพื้น หมดลมหายใจแล้ว เขาจุปาก ให้สัญญาณ นางรับคำ และหายตกใจ

ตามหามัน ให้เจอ” เสียงผ่านเข้ามาในความมืด เซี่ยนเหยินบอกให้นางพันตัวเองไว้ที่ผ้าม่านแพร จากนั้นเขาฉวยตัวเองฉากทางด้านหนึ่ง ในบ้านเงียบ คนอื่นในบ้าน อย่าง พี่สาว และ ลูกสาว ลูกชาย ของนาง จะเป็นอย่างไร เขาห่วงใยที่สุด คือ ตัวพี่สาวเปาติง ที่ไหว้วานเขามา กับหลานทั้งสอง ครั้นดีดกายพุ่ง เข้าไปในห้องส่วนตัวของนาง ปรากฏเพียงแต่หยดเลือด บนเตียง และเก้าอี้นั่งไม้ฝังมุก คราบเลือดเปรอะเปื้อน และอาวุธร้ายคือมีดเปื้อนเลือดตกอยู่ คาดการว่า นางตกอยู่ในภาวะอันตราย ผละไปอีกครั้ง ที่บริเวณ ตู้เสื้อผ้า และโต๊ะเครื่องแป้ง รวมทั้งตู้เอกสาร ซึ่งมีตำราต่างๆของพี่เขย ถูกค้นรื้อแบบกระจุยกระจายเหมือนพวกมันต้องการสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่สำคัญมากที่สุด แต่แล้วเขาจะต้องผงะ เบิกตากว้าง กับร่างที่นอนแน่นิ่งในชุดนอนจำได้ว่าเป็นชุดของพี่สาวเปาติง นางเป็นคนรูปร่างอวบ ที่ บริเวณจมูกมีเลือดออก และปากก็เช่นกัน สีแดงของโลหิตไหลเยิ้มนองพื้น นี่แสดงว่า เขาช่วยเปาติง ไม่ทัน นางตายแล้ว พี่สาวคนเดียว ที่เขารู้สึกเป็นทุกข์ใจ เขาทุกข์ใจ ทั้งๆที่เขาไม่อยากทุกข์ เขาต้องมาวุ่นวายกับเรื่องคนอื่น เป็นเพราะอะไร

สรรพสิ่งทางด้านนอก ยังไม่เงียบ ดูเหมือน มีบางสิ่งบางอย่าง กำลังพุ่งมาทางนี้


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น