อริรักกัน

ตอนที่ 3 : อริรักกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    5 ก.ค. 58

 

คัดค้านนางคัดค้านอย่างมากบอกอิ่มผู้เป็นน้องสาว  “เอ็งจะส่งมันมาทำไม  พี่ก็ไม่ชอบ มันตีฟันกันบ่อยจะตาย”  คือคำบอกของพี่สาวอย่างนางเอี่ยม  เมื่อคราวที่น้องสาวโทร.มาจากต่างจังหวัด  เมื่อลูกชายคนโต เกิดอยากเรียนกรุงเทพ มาบอกว่าสอบเข้าโรงเรียนเทคนิคช่างกลใกล้บ้านของป้า คือนางเอี่ยม   จะขึ้นไปอยู่ด้วย

บอกน้องสาวแล้วครุ่นคิด   “เอ็งคิดให้ดีก่อนนะอิ่ม”

“ลูกนี่มีอยู่คนเดียว  ไม่ตามใจมันไม่เอาอะไร  แถมซ้ำไม่เรียน จะไปอยู่กับเพื่อนแถวระยอง”  นางพูดถึงโรงงานอุตสาหกรรมที่คนหนุ่มสาวในหมู่บ้านแห่ไปทำ

“ฉันเห็นว่าอยู่ใกล้พี่  มอบตัว ฉันก็ขึ้นมาด้วยกับพ่อมัน นะพี่ มันใกล้บ้านพี่  ฝากหลานด้วยคนก็แล้วกัน”  อิ่มร้องขอ  เอี่ยมเลยต้องพยักหน้ารับ ก็น้องสาว อีกคนก็หลาน  ไม่ทิ้งกันหรอก  ในเมื่อตัดสินใจเช่นนี้ แล้วปุบปับเจ้าหลานชายคนเดียว  ดันมาสอบเข้าที่นี่ด้วย  แล้วก็ได้   นางรู้ตลอดว่า ที่นี่มีอะไร  เอาอะไรกับคนดื้อ หลานดื้อ พวกเด็กหนุ่มส่วนมากก็เป็นอย่างนี้  รั้นหัวชนฝา วัยมันพาไป

เมื่อน้องสาวกับน้องเขยขึ้นมาเยี่ยมที่กรุงเทพ พร้อมด้วยหลาน อาชีพของนางอิ่มคือร้อยพวงมาลัยขาย  “เก่งยกมือไหว้ป้ากับลุง”นางอิ่มบอกลูก     เด็กชายเก่งรบเลยยิ้มกว้างยกมือไหว้ตาม  “พักกันก่อนนะ มาถึงเพลีย ห้องน้ำห้องท่าก็มี”  อิ่มพยักหน้า  เมื่อพี่สาวพามาห้องที่ว่างสำหรับต้อนรับแขกและญาติเวลาที่มาพักค้างคืน  “ร้อนก็เปิดพัดลมเอา”       อาหารถูกจัดตรงหน้าแบบพื้นๆนางเอี่ยมเอาใจน้องสาวหลานและน้องเขย  มีน้ำพริกผักจิ้ม แกงป่า  ปลาแห้งทอด  เนื้อทอดแดดเดียวเอาใจหลาน กับแกงเปรอะ นางรู้รสและลิ้นของคนบ้านนอกดี  นางเคยอยู่มาก่อน  ก่อนที่จะได้ผัวเป็นภารโรงพักอยู่ในชุมชนแห่งนี้  ปัจจุบันนายสืบผู้เป็นสามีเกษียณอายุ

“อ้าวต่าง  จะรีบไปเลยเหรอ แกไม่รอกินข้าวกับน้าอิ่มกับน้าเขย”เอี่ยมทักบุตรชาย  หลังจากนอนเต็มที่อาบน้ำแล้วพร้อมในชุดทำงานคือเสื้อสีส้มหนุ่มวินมอไซค์

“ไม่ล่ะแม่ หากินเอาข้างหน้า ต่างรีบไป คนกำลังแยะ”ช่วงนี้ผู้โดยสารหนาตาต่างคิดว่า เขาตื่นสายด้วยซ้ำ  แต่ก็ยอมเดินเข้ามาทักน้าสาวกับน้าเขย ที่เมื่อวานลืม เพราะเขาเข้าบ้านแล้วหลับสนิทเป็นตาย  ทำงานแบบหาเช้ากินค่ำก็ยังงี้  ต้องการแรงพักผ่อนมากกว่า   “หวัดดีครับ น้าอิ่ม น้าก้อง”  สองสามีภรรยารับไหว้หลาน

“ไม่อยู่กินข้าวกินปลาก่อนล่ะ  มานะมากินข้าวกับน้า”อิ่มบอก

“ไม่ล่ะ ต่างรีบไป  ช่วงนี้ผู้โดยสารแยะ  นี่ต่างว่าตื่นสายด้วยซ้ำไป นะ”

แล้วหันมาทางน้องชายที่เพิ่งเดินทางมาพร้อมพ่อแม่    “จะมาเรียนหนังสือใช่ไหมเรา  เก่ง  เก่งสมชื่อ  เอาเถอะ  พี่เห็นจะต้องไปแล้ว  เย็นค่อยคุยกัน”  ต่างทำท่ารีบเร่งเหมือนอย่างเอ่ย เสื้อกั๊กสีส้มพร้อมกับเดินจากไป   นางอิ่มมองตามแต่ก็เข้าใจ

“เป็นอย่างงี้ล่ะ คนในบ้าน ไม่ค่อยกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากัน ลูกผัว  เขาเรียกว่า คนเมือง ทำอะไรก็รีบเร่ง”  เอี่ยมเอ่ยให้เห็นภาพคนกรุงให้น้องสาวกับน้องเขยที่อยู่ต่างจังหวัดฟัง       เก่งรบฟังไปด้วย  เขาเพิ่งมาสัมผัสชีวิตที่เต็มไปด้วยแสงสีของเมืองหลวงเป็นครั้งแรก  ตื่นตาตื่นใจตั้งแต่เห็นตึกรามบ้านช่องโอ่อ่า  ซึ่งบ้านเขามีแต่ทุ่งนาโล่งกับวัวควาย  แต่ที่นี่เห็นถนนหนทางทันสมัย รถไฟฟ้าที่พาดวิ่งผ่าน 

เก่งรบสนใจผู้ใหญ่คุยในวงอาหารรสชาติที่แสนสบายและอิ่มอร่อยพ่อแม่ป้าเอี่ยมของเขาคุยสัพเพเหระหนักไปทางชนบทความเป็นอยู่ของญาติพี่น้อง  เขาอิ่มอาหารมื้อนั้น จนพุงกาง     นางเอี่ยมร้อยดอกมาลัยต่อ ไปซื้อมาจากปากคลองตั้งแต่ตีสาม  ไปช้าจะไม่ทันคนอื่น  พอเช้ามาตลาดเริ่มจะวาย หายาก อาชีพนี้ทำมานาน  เปิดทีวีดูข่าว  ว่างอย่างนี้ นางอิ่มกับสามีนึกถึงสุภาษิต อยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดายปั้นวัวปั้นควายให้ลูกท่านเล่น  ดึงเอาตัวลูกชายที่เพิ่งจบมัธยมต้นและสอบเข้าโรงเรียนช่างกลได้  เอามาอยู่ใกล้    เก่งรบเป็นคนเรียนเก่ง ว่านอนสอนง่าย  จะมีดื้อบ้าง  แต่ไม่เคยทำให้พ่อแม่เดือดร้อน  นางแสนภูมิใจกับลูก แต่ก็อดไมได้ ไอ้โรงเรียนพวกนี้ ข่าวมีเรื่องชกต่อย  ตีรันฟันแทงบ่อย   เก่งรบเชื่อแม่ เขาขยับเข้ามาเพื่อสร้างความคุ้นเคยกับคนในครอบครัวป้า ที่เขาจะเป็นสมาชิกอีกคนจนจบการศึกษา

ร้อยพวงมาลัย ถึงแม้จะไม่ค่อยได้ร้อยนานแล้ว ที่บ้านมีแต่ร้อยดอกกันเกราตามทุ่ง เมื่อถึงหน้าร้อนใกล้สงกรานต์ก็ร้อยดอกเอาไปขายที่ตลาด คนเขาชอบนำไปบูชาพระดอกมันหอมดี  มองและสังเกตพี่สาวแค่สองครั้ง  นางอิ่มก็สามารถร้อยได้

“อื้อ  อิ่มร้อยสวย” เอี่ยมชมน้องสาว  นายก้องอยู่ช่วยพี่สาวเมียด้วยการช่วยเด็ดก้านและกลีบดอกรัก  คัดแยกมะลิพุ่มบานกับดอกตูมแยกจากกันส่วนที่เสร็จแล้วนำไปแขวนไว้ที่สูง ซึ่งเป็นเหล็กที่อ๊อกติดกับเสาบ้าน เป็นวางพวงมาลัยร้อยโดยตรงก่อนที่จะทยอย  นำใส่ลังโฟมแช่เพื่อให้ดูสด

ร้านขายประจำคือบริเวณใกล้สี่แยกไฟแดงกับอีกที่ปากทางเข้าวัด เยื้องนั้นคือโรงเรียนช่างกลที่เก่งรบจะเข้าเรียนและมอบตัวในวันรุ่งขึ้น  “เอ็งไปกับพี่มั๊ยล่ะ จะได้รู้  พรุ่งนี้ก็จะไปมอบตัวไอ้เก่งแล้วไม่ใช่เหรอ” 

“จ้ะพี่” นางเอี่ยมคล่องสามารถขับรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างที่ดัดแปลงได้ นำพาเอาข้าวของและน้องสาวน้องเขยหลานชายไปด้วยกัน  ส่วนสามีที่เกษียณอายุอดีตภารโรง ให้ไปขายที่สี่แยกไฟแดง  โดยมีหลานๆแถวบ้านช่วยขาย

 

พาน้องสาวกับน้องเขยมาดูที่ขายของ ตรงหน้าคือโรงเรียนเทคนิค อรุโณทัย  ที่มีชื่อเสียงมานาน  อิ่มกับก้องต้องเข้ามาส่งลูกมอบตัวที่นี่

 

“นี่ไงโรงเรียนที่ไอ้เก่ง มันเข้าเรียน”   นางเอี่ยมชี้มือไปที่ป้ายสีขาวขนาดใหญ่ มองเข้าไปเห็นตึกสามสี่ตึก และลูกกรงประตูรั้วเป็นเหล็กดัดจนสุดถนน  “มันใหญ่นะ”

ก้องเอ่ยบ้าง      “ลูกต้องขยันเรียนให้มากๆ  ถ้าอยากเป็นช่าง ทำงานมีเงินเก็บ”

“ครับพ่อ”  เก่งรบกวาดตาดูบ้าง  นี่คือที่เขาจะมาเรียน ต่างขับรถมอเตอร์ไซค์ตามมาข้างหลัง สีหน้าของเขาคล้ำด้วยแดด เพราะแผดร้อนที่สุด ทั้งอบอ้าว  เก่งรบยังรู้สึก  ในชุดวินมอไซค์  รอบเช้าผ่านไปแล้ว  เขาวิ่งได้รอบที่สิบ   จนผู้โดยสารบางตา เนื่องจากเป็นช่วงเร่งด่วนทำงาน  แต่เขายังกำเงินค่าโดยสารไว้กับมือส่วนที่เป็นแบ๊งค์พับเก็บไว้  เพราะจะต้องให้มารดา เงินทอน สำหรับขายพวงมาลัย     “เก่งกลับด้วยกันมั๊ย”ต่างชวนน้องชายลูกน้าสาว

“กลับกับพี่เขาก็ได้ เก่ง  สักพักใหญ่ๆ ป้าจะพาแม่กับพ่อเอ็งกลับ”

“ครับป้า” เก่งรบพยักหน้าเขาก้าวขึ้นคร่อมเหยียบที่พักเท้า  คว้าหมวกกันน๊อคที่ต่างพี่ชายยื่นให้   “ตำรวจกวดขันไม่สวมหมวกไม่ได้  เสียเงินอีก”

“ค่อยๆพาน้องกลับนะ อย่าซิ่ง”  อิ่มบอกหลาน 

“น้าอิ่มอย่าห่วงเลย  มือชั้นนี้แล้ว”   ต่างบิดคันเร่งพุ่งไปข้างหน้า บ่งบอกว่าเขาชินชำนาญเป็นมืออาชีพ แต่คนเป็นแม่อย่างอิ่มไม่วายห่าง

“รถรามันแยะ   ฉันเห็นแล้วกลัวพี่”  อิ่มพูดกับพี่สาว  เอี่ยมเห็นด้วยชนบทท้องนา มีแต่ทุ่งโล่งกับฝูงวัวควาย ส่วนรถนานๆจะมีโผล่มาสักคัน

“ไม่ต้องกลัว เก่งมันไปเรียนจะให้ต่างมันขับไปส่ง”  เห็นการขายดอกไม้และพวงมาลัยของพี่สาว ที่มีทั้งขาประจำและขาจร บริเวณที่ตั้งคือปากทางเข้าวัด เยื้องฝั่งตรงกันข้ามคือโรงเรียนเทคนิคอรุโณทัย   ขาประจำคือคนขับแท็กซี่ที่แวะผ่านเส้นทางจะซื้อประจำ  อิ่มกับก้องอยู่ช่วยนางเอี่ยม  ขายได้ถึงสิบห้าพวง  มีร่มกางกันแดด ส่วนนางเอี่ยมกับลูกจ้างซึ่งเป็นคนในชุมชน  ชื่อ ช้อย มีหน้าที่ช่วยขายกับร้อยพวงมาลัย และผู้คนที่สัญจรเข้าออกวัดมามากมีมาเรื่อยพวงมาลัยที่เหมาะการแก่นำไปบูชา ก็ถูกซื้อติดมือไปด้วย  คนละพวงสองพวง ยิ่งดอกมะลิพุ่มสด ยิ่งน่าซื้อ         ต่างพาเก่งรบไปถึงวินมอเตอร์ไซค์  แวะซื้อเครื่องดื่มชานมเย็นกับโอเลี้ยงแก้กระหาย  จากอาโกร้านประจำ  ทำให้เก่งรบกวาดตามองคนทั่วไป  ที่เขาไม่เคยเห็นภาพนี้  เพื่อนในวินที่ชุดเดียวกันกับพี่ต่าง ผู้โดยสารที่เดินเข้ามา  และบรรดามอเตอร์ไซค์รับจ้างก็เข้าคิวตามลำดับวินและเลขที่  โดยมีผู้ดูแลหรือผู้คุมวิน  คอยดูให้

“ร้อนมั๊ย จะพาเข้าบ้าน”

“ดีครับ”  เก่งรบรู้สึกความอบอ้าวโดยรอบของเขามองดูเปลวแดดที่เต้นยิบ  ร้อนจนได้เหงื่อ  “เข้าบ้านเปิดพัดลมนอนนะ  กว่าแม่เอ็งจะกลับคงนาน”

 

เช้ามาคือวันมอบตัว อิ่มกับก้องและลูกชายต้องรีบตื่นตั้งแต่ตีสาม เพราะนึกเกรงใจเจ้าของบ้านทั้งพี่สาวและพี่เขยรวมทั้งหลานๆ  พอเอี่ยมกับสามีจะไปตลาดปากคลอง อิ่มกับก้องจึงตื่นพร้อมกัน พากันอาบน้ำ ปลุกลูกชาย   เจ็ดโมงครึ่งออกจากบ้าน ทราบสถานที่แล้ว พากันนั่งแท็กซี่ไป

เก่งรบมองสภาพแวดล้อมที่ตัวเองอยู่ เขาแวดล้อมไปด้วยหมู่เพื่อนสถานบันเดียวกัน คือที่แห่งนี้ มาจากต่างถิ่นที่  ล้วนมาด้วยผู้ปกครองเช่นเขา วันมอบตัวครั้งแรก พร้อมในชุดของนักศึกษาคือเสื้อแขนยาวกับกางเกงสีกรมท่า  เข้าไปรายงานยื่นเอกสาร จำนวนนักศึกษาค่อนข้างมาก ที่ทยอยมาแล้ว และกำลังทยอยเดินทางมา  ทั่วทั้งโรงเรียนดูแน่นขนัด อิ่มกับก้องดีใจที่พาลูกมาถึงโรงเรียนก่อน  เห็นเก่งรบต่อแถวเข้าคิว

 

 

 

 

พาลูกมากรุงเทพ มันเก่งสอบเข้าโรงเรียนช่าง พ่อแม่ก็หวาดกลัว ตามใจ ถ้าไม่เรียน ลูกจะไม่มีอนาคต เพราะตามเพื่อนไปเป็นหนุ่มโรงงานแถวระยองไร้อนาคต  ใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพวันแรก เมืองที่มีแสงสีเสียง เก่งรบอาศัยวินมอเตอร์ไซค์ของลูกพี่ลูกน้องไปโรงเรียน  พี่ชายเขารับส่งฟรีเพราะเห็นเป็นหลาน แต่ก็เตือนให้ระวังตัว  เก่งรบบอกว่าสบายมาก เขาไม่ชอบทะเลาะวิวาทกับใคร แม่มาอยู่ได้หนึ่งอาทิตย์จึงกลับบ้านหลังเข้ามาส่งลูกในโรงเรียน  ทำหน้าที่ผู้ปกครอง

 

ชุมชนแห่งนี้เป็นที่อยู่ของชนชั้นกลางไปจนถึงระดับล่าง   นอกจากชุมชนแล้ว ยังมีหมู่บ้านจัดสรรเช่นกัน

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น